โยริพาร์ท
"รีบไป" เจค คนที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตาดีพูดขึ้นอย่างเย็นชา ก่อนที่จะเดินนำผมไปยังเครื่องบินส่วนตัวเพื่อไปหาพ่อ
ปึก!
"ขอโทษครับ" อยู่ๆเจคก็หยุดเดินกะทันหันจนทำให้หัวผมเผลอไปชนเข้ากับหลังเขา จนได้รับสายตารำคาญจากเจคกลับมา
สายตาเขา...ดูเกลียดผมมากเลย
แต่ก็คงไม่แปลก เขารักเจ้านายเขามากหนินะ
"เอาโทรศัพท์มา"
"ของผมหรอ"
"อืม"
"ทำไม..."
"อย่าถามมาก คุณจะรีบไปดูใจพ่อไม่ใช่หรือไง"
สุดท้ายผมก็ต้องยอมทำตามที่เขาบอก แต่เจคก็ยังมองผมอย่างหงุดหงิดไม่เลิก ก่อนที่เขาจะชี้มือไปทางลูกน้องคนที่ยกกระเป๋าผมอยู่
"ถือกระเป๋าตัวเอง นั่นไม่ใช่ลูกน้องพ่อคุณ"
ผมได้แต่พยักหน้าแล้วก็ยื่นมือไปรับกระเป๋าจากบอดี้การ์ดคนนั้นมา
จริงๆกระเป๋ามันก็ไม่ได้ใหญ่หรือหนักเพราะผมรีบและเก็บมาแค่ของที่จำเป็น
ทำไมเจคต้องดุผมด้วย ในเมื่อเมื่อก่อน...
"ขึ้นเครื่องไปก็ยกกระเป๋าเองด้วย ไม่มีใครมายกให้คุณหรอกนะ"
"ผมเข้าใจแล้ว"
สุดท้ายผมก็มานั่งอยู่บนเครื่องเพื่อจะบินไปดูใจปาปาอย่างกังวลใจ ก่อนมาผมคุยกับมามาแล้วว่าถ้าทุกอย่างเรียบร้อยค่อยให้มามาตามมาทีหลัง ก็ได้แต่หวังว่าคาร์ลคงไม่ทำอย่างที่พูดเมื่อวาน และจะยอมปล่อยพ่อผมแต่โดยดี
เราต้องใช้เวลาเดินทางกันหลายชั่วโมง ระหว่างนั้นผมก็ได้แต่หันไปถามเจคว่าปาปาเป็นยังไงบ้างแต่เขาก็ไม่ยอมตอบ ถามอะไรไปเขาก็เงียบ พอผมขอใช้โทรศัพท์เขาก็ไม่ยอมคืนให้ สุดท้ายผมเลยทำได้แต่หวังว่าระหว่างนี้คาร์ลจะไม่ใจร้ายใจดำพอที่จะให้หมอหยุดรักษาพ่อผมหรอกนะ
พูดถึงคาร์ลผมก็หันกลับไปมองเจคอีกครั้ง อยากถามเขาอยู่เหมือนกันว่าที่ผ่านมาคาร์ลเป็นยังไงบ้าง แต่แค่เผลอไปสบตา เจคก็มองผมอย่างเกลียดชังแล้ว
ผมเลยเลือกที่จะเก็บคำถามนั้นไว้แล้วหันมองออกไปที่วิวท้องฟ้าข้างนอกหน้าต่างแทน
เพราะรู้สึกอึกอัด ผมรับรู้ได้ว่าคนในนี้ที่เป็นลูกน้องเก่าคาร์ลไม่มีใครชอบหรือเอ็นดูผมอีกแล้ว
เฮ้ออออออ
บรรยายพาร์ท
ย้อนไปเมื่อสามปีก่อน
บรึ้นนนนน
เสียงเครื่องยนต์รถดังกระหึ่มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่รถจะนิ่งสนิทและประตูรถก็เปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงกำยำของใครบางคนในชุดนักแข่งกำลังเดินลงมา
ช่วงขายาวก้าวเดินตรงมาหาโค้ชอย่างกระฉับกระเฉงพร้อมกับถอดถุงมือและหมวกออก ก่อนจะใช้มือหนาเสยผมที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้น เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากกองเชียร์ข้างสนามได้ไม่น้อย
ยิ่งตอนที่ครามปลดซิปเสื้อตัวนอกออกให้มากองอยู่ที่เอวแล้วเหลือเพียงแค่เสื้อรัดรูปแขนยาวสีดำที่สวมใส่ไว้ด้านใน เสียงกองเชียร์ก็ยิ่งดังเข้าไปใหญ่ เมื่อได้เห็นสัดส่วนของหนุ่มนักแข่งตัวเต็งสันชาติเยอรมันคนนี้ชัดๆ
ทั้งรูปร่างหน้าตาฝีมือที่ไร้พ่ายและโปรไฟล์ส่วนตัวที่ไม่ธรรมดาทำให้ครามมีเสน่ห์โดดเด่นเหนือใครในหมู่นักแข่งมากจริงๆ
"เป็นไงบ้าง"
"ทำเวลาได้ดีเหมือนเดิม ถ้าวันแข่งทำได้แบบที่ซ้อมกันนายชนะแน่"
"จะทำให้ได้แล้วกัน"
"ฉันเชื่อในตัวนาย วันนี้ไปพักเถอะ"
หลังโค้ชเดินจากไปครามก็เดินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะเดินมาที่รถมาเซราติMC20สีน้ำเงินคู่ใจแล้วขับออกไปด้วยความเร็วในทันที
ระหว่างที่รถแล่นไปบนท้องถนนด้วยความเร็วร่างสูงก็เปิดเพลงดังกระหึ่มอย่างสุนทรีไปด้วย แต่แล้ว...ก็กลับมีบางอย่างมาขัดอารมณ์พ่อนักแข่งสุดหล่อ
นั่นคือรถเบนท์ลีย์ป้ายแดงสีขาวคันหน้า ที่ขับเป๋ไปเป๋มาจนครามเริ่มขมวดคิ้วพรางนึกในใจว่าเกิดเขายังขับตามหลังอยู่แบบนี้ มีหวังลูกชายสุดที่รักคงได้ไปปะทะเข้ากับท้ายรถลูกคุณหนูเบนซ์ลีย์นั้นแน่
และ...
เอี๊ยดดดด ปัง!!
"นั่นไงกูว่าแล้ว!"
อุตส่าห์หลีกแล้วแท้ๆแต่รถคันนั้นก็ยังเปลี่ยนเลนมาจนเขาต้องหักหลบชนเข้ากับที่กั้นถนนจนได้ ซ้ำคู่กรณียังจอดรถนิ่งจะลงมาดูกันสักนิดก็ไม่มี ครามจึงยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่
และไม่เพียงแค่นั้น
เพราะเมื่อครามลงมาจากรถมาตรวจดูรอบๆเขาก็ยิ่งหัวเสีย เมื่อเห็นว่าลูกชายสีถลอกเป็นทางยาวทั้งๆที่เพิ่งไปทำสีมา ร่างสูงจึงเดินตรงไปยังรถคู่กรณีเพื่อไปเจรจากับคนไร้ความรับผิดชอบในทันที
ปึกๆๆๆๆๆ
"นี่! ลงมาคุยกันเลยนะ"
ปึกๆ
"คุณ!" ร่างสูงพยายามเคาะกระจกรถอยู่หลายครั้งคู่กรณีก็ยังไม่ยอมลงมา หรือแม้แต่จะเปิดกระจกรถมาคุยกันสักนิดก็ไม่มี
พวกไร้ความรับผิดชอบ!
เมื่อเห็นดังนั้นครามก็ยิ่งโมโห จนจากที่แค่อยากให้คู่กรณีขอโทษ ร่างสูงก็เริ่มอยากจะกระซากคอคู่กรณีลงมาถามว่า ขับรถประสาอะไร! ทำคนอื่นเขาเดือดร้อนแล้วยังนิ่งเฉย
แต่เคาะอยู่สักพักเจ้าของรถคันนั้นก็ยังไม่ยอมลงมาสักที ครามจึงเปลี่ยนทิศทางไปที่หน้ารถแทน แล้วไปเท้าสะเอวกวักมือเรียกให้คนด้านในลงมาดีๆอีกรอบก่อนที่เขาจะอารมณ์เสียไปกว่านี้ แต่เจ้าของเบนซ์ลีย์ก็ยังนิ่งเฉย
เมื่อเห็นแบบนั้นครามก็...ปึก!
จัดการถีบรถจนรถโยกไปหนึ่งครั้ง จนสุดท้ายคนในรถก็ทนไม่ไหวยอมเปิดประตูออกมาจนได้
เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลผิวขาวอมชมพูดวงตากลมโตเดินลงมาจากรถอย่างกล้าๆกลัวๆ พร้อมใช้สายตามองร่างสูงคู่กรณีอย่างพิจารณา แต่พอโดนครามจ้องกลับเด็กหนุ่มรีบหันหลบสายตาดุๆนั้นในทันที
"กว่าจะลงมาได้"
"....."
"นี่! คนคุยด้วยมีมารยาทหน่อยสิ"
"....."
"ทำรถคนอื่นเขาชนแล้วยังไม่มีความรับผิดชอบอีก พ่อแม่สอนมายังไง" คนเด็กกว่าเมื่อโดนต่อว่าถึงปาปามามา เด็กหนุ่มจากที่หันหน้าหลบอยู่ก็รีบหันกลับมาสบตากับครามในทันที
"ขอโทษครับ ผมเพิ่งหัดขับรถยังไม่แม่นถนนและไม่ชินทางนี้"
"และที่ผมไม่ลงมาเพราะโทรตามคนที่บ้านอยู่แต่ไม่มีใครรับ คุณใจเย็นๆให้ผมแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ"
"แล้วทำไมต้องโทรตามที่บ้าน โทรหาประกันมาคุยกันก็จบ"
"คือผม..."
"อย่างโกหกนะว่ารถไม่มีประกัน ป้ายแดงขนาดนี้"
"ผม..."
"อะไร คิดคำโกหกอยู่หรือไง"
"คือผมไม่รู้วิธีคุยกับประกัน"
"ห๊ะ!"
"ผมเพิ่งหัดข้บรถ ถ้าไม่มากไปคุณรอสัก5นาทีได้ไหม ผมพยายามโทรหาพี่เลี้ยงอยู่"
"พี่เลี้ยง?" ครามทวนคำพูดนี้อีกครั้งพร้อมกับมองคู่กรณีตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า
เด็กชะมัด
"นี่"
"ครับ?"
"18รึยัง ขโมยรถพ่อแม่มาขับรึเปล่า"
"ผม19จะ20แล้วครับ"
"งั้นก็คุยเอง โตแล้ว"
"ไม่คุยได้ไหมครับ หรือรอตำรวจก็ได้ คุณ..น่ากลัว"
"ยังไม่ได้ทำอะไรเลย แค่จะมาถามว่าจะรับผิดชอบยังไง จะกลัวอะไรนัก"
"....."
"เรื่องมากจังวะ" ครามหันไปพูดเหมือนคุยกับตัวเองแต่ตั้งใจพูดให้เด็กหนุ่มตรงหน้าได้ยินด้วยในเวลาเดียวกัน จนคนตัวเล็กต้องรีบก้มหน้ากดโทรศัพท์ยิกๆอีกครั้ง
"รับสายสินาโอะ"
"นี่...."
หลังจากรอสายอยู่นานพี่เลี้ยงคนสนิทก็รับสายจนได้
"นาโอะเราขับรถชน แล้วคู่กรณีเขาโวยวายเพราะเราทำเขาเสียหาย นาโอะคุยให้หน่อยได้ไหม" เด็กหนุ่มพูดก่อนที่จะยื่นโทรศัพท์มาแล้วเปิดลำโพงให้ครามฟังด้วย
[แล้วคุณหนูเป็นอะไรมากรึเปล่าครับ]
"ไม่เป็น แต่ตอนนี้นาโอะคุยกับเขาก่อนเดี๋ยวเขาดุเรา"
[ครับๆ]
[คุณคู่กรณีผมพี่เลี้ยงคุณหนูนะครับ ไม่ทราบว่าคุณต้องการให้รับผิดชอบยังไงบ้างครับ]
"รถผมเสียหายเป็นรอยถลอกลากยาวเพราะหักหลบคุณหนูคุณ จะรับผิดชอบยังไง"
"บอกให้เรียกประกันเขาก็ไม่เรียก"
[เดี๋ยวผมเรียกให้ครับ คุณรอหน่อยได้ไหม]
"ไม่รอ แค่รอคุณหนูคุณลงจากรถก็นานพอแล้ว ผมไม่ได้มีเวลามาเล่นกับเด็กๆแบบพวกคุณทั้งวันหรอกนะ มีงานมาการต้องทำ จะเอายังไงก็ว่ามาเลยดีกว่า"
[ถ้าอย่างนั้นคุณเอานามบัตรไว้ได้ไหมครับ แล้วเอารถไปซ่อมเสียหายเท่าไหร่ก็มาบอกได้เลย ทางผมยินดีจ่ายทุกอย่าง รวมค่าเสียเวลาและค่าตกใจด้วยถือเป็นการขอโทษจากทางเรานะครับ]
"งั้นก็เอานามบัตรมา"
เมื่อได้ยินดังนั้นเด็กหนุ่มก็รีบวิ่งกลับไปที่รถ ไปค้นเอานามบัตรมาให้ แต่เมื่อครามหยิบมาดูร่างสูงกลับพบว่ามันคือนามบัตรของคนที่ชื่อนาโอะเขาจึงยัดมันกลับเข้าไปในมือคู่กรณีอีกครั้ง
"เอาของเธอมา ไม่ใช่ของพี่เลี้ยง"
"ของผมหรอ" เด็กหนุ่มชี้มาที่ตัวเองพร้อมกระพริบตาอย่างมึนงง
"ใช่สิ ก็เธอเป็นคนทำรถฉันเสียหายจะให้เอานามบัตรพี่เลี้ยงเธอมาทำไม"
"งั้นสักครู่นะครับ" เด็กหนุ่มว่าก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาคุยกับพี่เลี้ยงอีกครั้ง
"นาโอะเขาจะเอานามบัตรเราอะ จะทำยังไงดีควรให้ไปไหม"
พรึ่บ!
"คุณ!" แต่ยังไม่ทันที่จะได้คำตอบโทรศัพท์ของเด็กหนุ่มก็ลอยออกไปเสียแล้ว ด้วยน้ำมือของคราม
"ใจคอจะถามพี่เลี้ยงทุกเรื่องเลยหรือไง โตขนาดขับรถออกถนนเองได้แล้วก็ควรรับผิดชอบเองได้สิ ทำตัวเป็นเด็กไม่โตไปได้"
"ไม่ใช่นะ ผมโตแล้ว"
"งั้นก็เอาเบอร์ตัวเองมา มีอะไรเกิดขึ้นกับรถฉัน ฉันจะได้เรียกได้"
"....."
"....."
"ก็ได้ครับ"
เมื่อเห็นแบบนั้นครามก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้กับเจ้าของมันเพื่อปลดล็อก ก่อนจะรับกลับมาแล้วกดเบอร์โทรหาโทรศัพท์ของตัวเอง
"บันทึกไว้ด้วย"
"ครับ"
เมื่อได้ตามที่ต้องการแล้วครามก็เตรียมเดินจากไป แต่แล้วช่วงยายาวก็ต้องหยุดลงอีกครั้งเมื่อถูกเด็กหนุ่มคู่กรณีวิ่งมาสะกิดหลัง เพราะนึกขึ้นได้ว่าลืมถามบางอย่าง
"อะไร"
"ให้บันทึกชื่อเบอร์ว่าอะไรหรอครับ"
"หลอกถามชื่อฉัน?"
"เปล่าครับ"
"แล้วถามทำไม"
"ถามตามมารยาทครับ หรือไม่ผมขอเมมว่าคุณคู่กรณีเฉยๆแล้วกันนะครับ"
"คาร์ล"
"ครับ?"
"คาร์ล ร็อล์ฟ ชื่อฉัน"
"ออครับ ขอโทษอีกครั้งที่ทำให้เดือดร้อนนะครับ" เด็กหนุ่มพูดอย่างรู้สึกผิดพร้อมเตรียมจะเดินกลับไปขึ้นรถ แต่ครามก็เรียกเอาไว้อีกครั้งด้วยคำถามเดียวกัน
"เดี๋ยวสิ"
"...?"
"แล้วเธอชื่ออะไร"
"โยริครับ โยริ นากามูระ"
"อืม"
"ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตะ..."
"มี"
"....."
"เดี๋ยวระหว่างนี้ฉันจะโทรอัพเดทรถเป็นพักๆแล้วกัน โทรหาเมื่อไหร่ก็รับด้วยถ้าไม่ว่างก็ค่อยโทรกลับ อย่าเป็นเด็กไม่มีความรับผิดชอบเข้าใจไหม"
"โทรหาตอนเสร็จทีเดียวไม่ได้หรอครับ"
"ไม่ได้"
"หืม?"
"ไม่กลัวฉันโกงหรือไง"
โยริได้แต่มองครามพร้อมกับรถหรูของเจ้าตัวอย่างไม่เข้าใจ
ว่าขับรถหรูขนาดนี้คงไม่โกงแค่ค่าสีรถหรอมั้ง
แต่สุดท้ายคนตัวเล็กก็ยอมพยักหน้าออกไปจนได้
"เอาแบบนั้นก็ได้ครับ"
เมื่อคุยตกลงกันเรียบร้อย ครามก็หันหลังเดินตรงกลับมาที่รถของตัวเองด้วยรอยยิ้มมุมปากแสนเจ้าเล่ห์
ก่อนที่จะเข้ามานั่งมองโทรศัพท์ที่บันทึกเบอร์ยัยเด็กโยรินั่นยิ้มๆ แล้วขับรถออกไปอย่างอารมณ์ดีผิดกับเมื่อกี้ลี้ลับ
TBC