แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: Kayra/จาลี
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-09 16:04:33

โยริพาร์ท

"รีบไป" เจค คนที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตาดีพูดขึ้นอย่างเย็นชา ก่อนที่จะเดินนำผมไปยังเครื่องบินส่วนตัวเพื่อไปหาพ่อ

ปึก!

"ขอโทษครับ" อยู่ๆเจคก็หยุดเดินกะทันหันจนทำให้หัวผมเผลอไปชนเข้ากับหลังเขา จนได้รับสายตารำคาญจากเจคกลับมา

สายตาเขา...ดูเกลียดผมมากเลย

แต่ก็คงไม่แปลก เขารักเจ้านายเขามากหนินะ

"เอาโทรศัพท์มา"

"ของผมหรอ"

"อืม"

"ทำไม..."

"อย่าถามมาก คุณจะรีบไปดูใจพ่อไม่ใช่หรือไง"

สุดท้ายผมก็ต้องยอมทำตามที่เขาบอก แต่เจคก็ยังมองผมอย่างหงุดหงิดไม่เลิก ก่อนที่เขาจะชี้มือไปทางลูกน้องคนที่ยกกระเป๋าผมอยู่

"ถือกระเป๋าตัวเอง นั่นไม่ใช่ลูกน้องพ่อคุณ"

ผมได้แต่พยักหน้าแล้วก็ยื่นมือไปรับกระเป๋าจากบอดี้การ์ดคนนั้นมา

จริงๆกระเป๋ามันก็ไม่ได้ใหญ่หรือหนักเพราะผมรีบและเก็บมาแค่ของที่จำเป็น

ทำไมเจคต้องดุผมด้วย ในเมื่อเมื่อก่อน...

"ขึ้นเครื่องไปก็ยกกระเป๋าเองด้วย ไม่มีใครมายกให้คุณหรอกนะ"

"ผมเข้าใจแล้ว"

สุดท้ายผมก็มานั่งอยู่บนเครื่องเพื่อจะบินไปดูใจปาปาอย่างกังวลใจ ก่อนมาผมคุยกับมามาแล้วว่าถ้าทุกอย่างเรียบร้อยค่อยให้มามาตามมาทีหลัง ก็ได้แต่หวังว่าคาร์ลคงไม่ทำอย่างที่พูดเมื่อวาน และจะยอมปล่อยพ่อผมแต่โดยดี

เราต้องใช้เวลาเดินทางกันหลายชั่วโมง ระหว่างนั้นผมก็ได้แต่หันไปถามเจคว่าปาปาเป็นยังไงบ้างแต่เขาก็ไม่ยอมตอบ ถามอะไรไปเขาก็เงียบ พอผมขอใช้โทรศัพท์เขาก็ไม่ยอมคืนให้ สุดท้ายผมเลยทำได้แต่หวังว่าระหว่างนี้คาร์ลจะไม่ใจร้ายใจดำพอที่จะให้หมอหยุดรักษาพ่อผมหรอกนะ

พูดถึงคาร์ลผมก็หันกลับไปมองเจคอีกครั้ง อยากถามเขาอยู่เหมือนกันว่าที่ผ่านมาคาร์ลเป็นยังไงบ้าง แต่แค่เผลอไปสบตา เจคก็มองผมอย่างเกลียดชังแล้ว

ผมเลยเลือกที่จะเก็บคำถามนั้นไว้แล้วหันมองออกไปที่วิวท้องฟ้าข้างนอกหน้าต่างแทน

เพราะรู้สึกอึกอัด ผมรับรู้ได้ว่าคนในนี้ที่เป็นลูกน้องเก่าคาร์ลไม่มีใครชอบหรือเอ็นดูผมอีกแล้ว

เฮ้ออออออ

บรรยายพาร์ท

ย้อนไปเมื่อสามปีก่อน

บรึ้นนนนน

เสียงเครื่องยนต์รถดังกระหึ่มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่รถจะนิ่งสนิทและประตูรถก็เปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงกำยำของใครบางคนในชุดนักแข่งกำลังเดินลงมา

ช่วงขายาวก้าวเดินตรงมาหาโค้ชอย่างกระฉับกระเฉงพร้อมกับถอดถุงมือและหมวกออก ก่อนจะใช้มือหนาเสยผมที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้น เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากกองเชียร์ข้างสนามได้ไม่น้อย

ยิ่งตอนที่ครามปลดซิปเสื้อตัวนอกออกให้มากองอยู่ที่เอวแล้วเหลือเพียงแค่เสื้อรัดรูปแขนยาวสีดำที่สวมใส่ไว้ด้านใน เสียงกองเชียร์ก็ยิ่งดังเข้าไปใหญ่ เมื่อได้เห็นสัดส่วนของหนุ่มนักแข่งตัวเต็งสันชาติเยอรมันคนนี้ชัดๆ

ทั้งรูปร่างหน้าตาฝีมือที่ไร้พ่ายและโปรไฟล์ส่วนตัวที่ไม่ธรรมดาทำให้ครามมีเสน่ห์โดดเด่นเหนือใครในหมู่นักแข่งมากจริงๆ

"เป็นไงบ้าง"

"ทำเวลาได้ดีเหมือนเดิม ถ้าวันแข่งทำได้แบบที่ซ้อมกันนายชนะแน่"

"จะทำให้ได้แล้วกัน"

"ฉันเชื่อในตัวนาย วันนี้ไปพักเถอะ"

หลังโค้ชเดินจากไปครามก็เดินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะเดินมาที่รถมาเซราติMC20สีน้ำเงินคู่ใจแล้วขับออกไปด้วยความเร็วในทันที

ระหว่างที่รถแล่นไปบนท้องถนนด้วยความเร็วร่างสูงก็เปิดเพลงดังกระหึ่มอย่างสุนทรีไปด้วย แต่แล้ว...ก็กลับมีบางอย่างมาขัดอารมณ์พ่อนักแข่งสุดหล่อ

นั่นคือรถเบนท์ลีย์ป้ายแดงสีขาวคันหน้า ที่ขับเป๋ไปเป๋มาจนครามเริ่มขมวดคิ้วพรางนึกในใจว่าเกิดเขายังขับตามหลังอยู่แบบนี้ มีหวังลูกชายสุดที่รักคงได้ไปปะทะเข้ากับท้ายรถลูกคุณหนูเบนซ์ลีย์นั้นแน่

และ...

เอี๊ยดดดด ปัง!!

"นั่นไงกูว่าแล้ว!"

อุตส่าห์หลีกแล้วแท้ๆแต่รถคันนั้นก็ยังเปลี่ยนเลนมาจนเขาต้องหักหลบชนเข้ากับที่กั้นถนนจนได้ ซ้ำคู่กรณียังจอดรถนิ่งจะลงมาดูกันสักนิดก็ไม่มี ครามจึงยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่

และไม่เพียงแค่นั้น

เพราะเมื่อครามลงมาจากรถมาตรวจดูรอบๆเขาก็ยิ่งหัวเสีย เมื่อเห็นว่าลูกชายสีถลอกเป็นทางยาวทั้งๆที่เพิ่งไปทำสีมา ร่างสูงจึงเดินตรงไปยังรถคู่กรณีเพื่อไปเจรจากับคนไร้ความรับผิดชอบในทันที

ปึกๆๆๆๆๆ

"นี่! ลงมาคุยกันเลยนะ"

ปึกๆ

"คุณ!" ร่างสูงพยายามเคาะกระจกรถอยู่หลายครั้งคู่กรณีก็ยังไม่ยอมลงมา หรือแม้แต่จะเปิดกระจกรถมาคุยกันสักนิดก็ไม่มี

พวกไร้ความรับผิดชอบ!

เมื่อเห็นดังนั้นครามก็ยิ่งโมโห จนจากที่แค่อยากให้คู่กรณีขอโทษ ร่างสูงก็เริ่มอยากจะกระซากคอคู่กรณีลงมาถามว่า ขับรถประสาอะไร! ทำคนอื่นเขาเดือดร้อนแล้วยังนิ่งเฉย

แต่เคาะอยู่สักพักเจ้าของรถคันนั้นก็ยังไม่ยอมลงมาสักที ครามจึงเปลี่ยนทิศทางไปที่หน้ารถแทน แล้วไปเท้าสะเอวกวักมือเรียกให้คนด้านในลงมาดีๆอีกรอบก่อนที่เขาจะอารมณ์เสียไปกว่านี้ แต่เจ้าของเบนซ์ลีย์ก็ยังนิ่งเฉย

เมื่อเห็นแบบนั้นครามก็...ปึก!

จัดการถีบรถจนรถโยกไปหนึ่งครั้ง จนสุดท้ายคนในรถก็ทนไม่ไหวยอมเปิดประตูออกมาจนได้

เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลผิวขาวอมชมพูดวงตากลมโตเดินลงมาจากรถอย่างกล้าๆกลัวๆ พร้อมใช้สายตามองร่างสูงคู่กรณีอย่างพิจารณา แต่พอโดนครามจ้องกลับเด็กหนุ่มรีบหันหลบสายตาดุๆนั้นในทันที

"กว่าจะลงมาได้"

"....."

"นี่! คนคุยด้วยมีมารยาทหน่อยสิ"

"....."

"ทำรถคนอื่นเขาชนแล้วยังไม่มีความรับผิดชอบอีก พ่อแม่สอนมายังไง" คนเด็กกว่าเมื่อโดนต่อว่าถึงปาปามามา เด็กหนุ่มจากที่หันหน้าหลบอยู่ก็รีบหันกลับมาสบตากับครามในทันที

"ขอโทษครับ ผมเพิ่งหัดขับรถยังไม่แม่นถนนและไม่ชินทางนี้"

"และที่ผมไม่ลงมาเพราะโทรตามคนที่บ้านอยู่แต่ไม่มีใครรับ คุณใจเย็นๆให้ผมแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ"

"แล้วทำไมต้องโทรตามที่บ้าน โทรหาประกันมาคุยกันก็จบ"

"คือผม..."

"อย่างโกหกนะว่ารถไม่มีประกัน ป้ายแดงขนาดนี้"

"ผม..."

"อะไร คิดคำโกหกอยู่หรือไง"

"คือผมไม่รู้วิธีคุยกับประกัน"

"ห๊ะ!"

"ผมเพิ่งหัดข้บรถ ถ้าไม่มากไปคุณรอสัก5นาทีได้ไหม ผมพยายามโทรหาพี่เลี้ยงอยู่"

"พี่เลี้ยง?" ครามทวนคำพูดนี้อีกครั้งพร้อมกับมองคู่กรณีตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

เด็กชะมัด

"นี่"

"ครับ?"

"18รึยัง ขโมยรถพ่อแม่มาขับรึเปล่า"

"ผม19จะ20แล้วครับ"

"งั้นก็คุยเอง โตแล้ว"

"ไม่คุยได้ไหมครับ หรือรอตำรวจก็ได้ คุณ..น่ากลัว"

"ยังไม่ได้ทำอะไรเลย แค่จะมาถามว่าจะรับผิดชอบยังไง จะกลัวอะไรนัก"

"....."

"เรื่องมากจังวะ" ครามหันไปพูดเหมือนคุยกับตัวเองแต่ตั้งใจพูดให้เด็กหนุ่มตรงหน้าได้ยินด้วยในเวลาเดียวกัน จนคนตัวเล็กต้องรีบก้มหน้ากดโทรศัพท์ยิกๆอีกครั้ง

"รับสายสินาโอะ"

"นี่...."

หลังจากรอสายอยู่นานพี่เลี้ยงคนสนิทก็รับสายจนได้

"นาโอะเราขับรถชน แล้วคู่กรณีเขาโวยวายเพราะเราทำเขาเสียหาย นาโอะคุยให้หน่อยได้ไหม" เด็กหนุ่มพูดก่อนที่จะยื่นโทรศัพท์มาแล้วเปิดลำโพงให้ครามฟังด้วย

[แล้วคุณหนูเป็นอะไรมากรึเปล่าครับ]

"ไม่เป็น แต่ตอนนี้นาโอะคุยกับเขาก่อนเดี๋ยวเขาดุเรา"

[ครับๆ]

[คุณคู่กรณีผมพี่เลี้ยงคุณหนูนะครับ ไม่ทราบว่าคุณต้องการให้รับผิดชอบยังไงบ้างครับ]

"รถผมเสียหายเป็นรอยถลอกลากยาวเพราะหักหลบคุณหนูคุณ จะรับผิดชอบยังไง"

"บอกให้เรียกประกันเขาก็ไม่เรียก"

[เดี๋ยวผมเรียกให้ครับ คุณรอหน่อยได้ไหม]

"ไม่รอ แค่รอคุณหนูคุณลงจากรถก็นานพอแล้ว ผมไม่ได้มีเวลามาเล่นกับเด็กๆแบบพวกคุณทั้งวันหรอกนะ มีงานมาการต้องทำ จะเอายังไงก็ว่ามาเลยดีกว่า"

[ถ้าอย่างนั้นคุณเอานามบัตรไว้ได้ไหมครับ แล้วเอารถไปซ่อมเสียหายเท่าไหร่ก็มาบอกได้เลย ทางผมยินดีจ่ายทุกอย่าง รวมค่าเสียเวลาและค่าตกใจด้วยถือเป็นการขอโทษจากทางเรานะครับ]

"งั้นก็เอานามบัตรมา"

เมื่อได้ยินดังนั้นเด็กหนุ่มก็รีบวิ่งกลับไปที่รถ ไปค้นเอานามบัตรมาให้ แต่เมื่อครามหยิบมาดูร่างสูงกลับพบว่ามันคือนามบัตรของคนที่ชื่อนาโอะเขาจึงยัดมันกลับเข้าไปในมือคู่กรณีอีกครั้ง

"เอาของเธอมา ไม่ใช่ของพี่เลี้ยง"

"ของผมหรอ" เด็กหนุ่มชี้มาที่ตัวเองพร้อมกระพริบตาอย่างมึนงง

"ใช่สิ ก็เธอเป็นคนทำรถฉันเสียหายจะให้เอานามบัตรพี่เลี้ยงเธอมาทำไม"

"งั้นสักครู่นะครับ" เด็กหนุ่มว่าก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาคุยกับพี่เลี้ยงอีกครั้ง

"นาโอะเขาจะเอานามบัตรเราอะ จะทำยังไงดีควรให้ไปไหม"

พรึ่บ!

"คุณ!" แต่ยังไม่ทันที่จะได้คำตอบโทรศัพท์ของเด็กหนุ่มก็ลอยออกไปเสียแล้ว ด้วยน้ำมือของคราม

"ใจคอจะถามพี่เลี้ยงทุกเรื่องเลยหรือไง โตขนาดขับรถออกถนนเองได้แล้วก็ควรรับผิดชอบเองได้สิ ทำตัวเป็นเด็กไม่โตไปได้"

"ไม่ใช่นะ ผมโตแล้ว"

"งั้นก็เอาเบอร์ตัวเองมา มีอะไรเกิดขึ้นกับรถฉัน ฉันจะได้เรียกได้"

"....."

"....."

"ก็ได้ครับ"

เมื่อเห็นแบบนั้นครามก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้กับเจ้าของมันเพื่อปลดล็อก ก่อนจะรับกลับมาแล้วกดเบอร์โทรหาโทรศัพท์ของตัวเอง

"บันทึกไว้ด้วย"

"ครับ"

เมื่อได้ตามที่ต้องการแล้วครามก็เตรียมเดินจากไป แต่แล้วช่วงยายาวก็ต้องหยุดลงอีกครั้งเมื่อถูกเด็กหนุ่มคู่กรณีวิ่งมาสะกิดหลัง เพราะนึกขึ้นได้ว่าลืมถามบางอย่าง

"อะไร"

"ให้บันทึกชื่อเบอร์ว่าอะไรหรอครับ"

"หลอกถามชื่อฉัน?"

"เปล่าครับ"

"แล้วถามทำไม"

"ถามตามมารยาทครับ หรือไม่ผมขอเมมว่าคุณคู่กรณีเฉยๆแล้วกันนะครับ"

"คาร์ล"

"ครับ?"

"คาร์ล ร็อล์ฟ ชื่อฉัน"

"ออครับ ขอโทษอีกครั้งที่ทำให้เดือดร้อนนะครับ" เด็กหนุ่มพูดอย่างรู้สึกผิดพร้อมเตรียมจะเดินกลับไปขึ้นรถ แต่ครามก็เรียกเอาไว้อีกครั้งด้วยคำถามเดียวกัน

"เดี๋ยวสิ"

"...?"

"แล้วเธอชื่ออะไร"

"โยริครับ โยริ นากามูระ"

"อืม"

"ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตะ..."

"มี"

"....."

"เดี๋ยวระหว่างนี้ฉันจะโทรอัพเดทรถเป็นพักๆแล้วกัน โทรหาเมื่อไหร่ก็รับด้วยถ้าไม่ว่างก็ค่อยโทรกลับ อย่าเป็นเด็กไม่มีความรับผิดชอบเข้าใจไหม"

"โทรหาตอนเสร็จทีเดียวไม่ได้หรอครับ"

"ไม่ได้"

"หืม?"

"ไม่กลัวฉันโกงหรือไง"

โยริได้แต่มองครามพร้อมกับรถหรูของเจ้าตัวอย่างไม่เข้าใจ

ว่าขับรถหรูขนาดนี้คงไม่โกงแค่ค่าสีรถหรอมั้ง

แต่สุดท้ายคนตัวเล็กก็ยอมพยักหน้าออกไปจนได้

"เอาแบบนั้นก็ได้ครับ"

เมื่อคุยตกลงกันเรียบร้อย ครามก็หันหลังเดินตรงกลับมาที่รถของตัวเองด้วยรอยยิ้มมุมปากแสนเจ้าเล่ห์

ก่อนที่จะเข้ามานั่งมองโทรศัพท์ที่บันทึกเบอร์ยัยเด็กโยรินั่นยิ้มๆ แล้วขับรถออกไปอย่างอารมณ์ดีผิดกับเมื่อกี้ลี้ลับ

TBC
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 127

    รุ่งเช้าคาร์ลตื่นเป็นฝ่ายขึ้นมาก่อน แล้วหันไปมองโยริที่กำลังสนิทอยู่ข้างๆ ท่ามกลางแสงแดดที่ค่อยๆ ส่องผ่านหน้าต่าง มือหนายกผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างของโยริอย่างเบามือ พลางคิดในใจ คนตัวเล็กช่างเหมือนดอกซากุระ บอบบาง อ่อนโยน แต่ก็กลับงดงามและเย้ายวนทุกครั้งที่ได้มอง "เจ้าจะรู้ตัวไหมว่าทุกครั้งที่เราได้พบก

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 126

    คาร์ลมองดูท่าทางของโยริด้วยความพึงพอใจ กระแทกแก่นกายเข้าใส่พร้อมกับขยับแท่งแก้วสลับจังหวะกัน ดวงตาคมเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ เมื่อเห็นร่างของโยริสั่นสะท้านไร้เรี่ยวแรงอยู่ใต้เขาเช่นนี้ "ไง ของจริงกับของปลอมเจ้าชอบอันไหนมากกว่ากันโยริ" "นะ...นายท่าน... ไม่ไหว... อึก...ข้าไม่ไหว...มะ...มันจะฉีก" "หึ

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 125

    ทั้งคู่สบตากันด้วยแววตาที่แสนจะลามก คาร์ลกดลำคอของโยริแน่นขึ้น บังคับให้กลืนกินแก่นกายของเขาอย่างหยาบโลน มือหนาอีกข้างก็จับแท่งแก้วกระแทกรูสวาทของคนตัวเล็กตามจังหวะเดียวกัน ทุกสัมผัสทำให้โยริรู้สึกเสียวซ่านจนเกินบรรยาย อยากจะหุบขาเพื่อหนีความเสียวแต่ก็ไร้ผล ได้แต่ดิ้นเร้าๆจนผิวเนื้อเสียดสีกับเชือกจ

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 124

    "เจ้ามันเกินเยียวยาจริงๆ ยิ่งข้ากระแทก เจ้าก็ยิ่งแอ่นรับอย่างไม่รู้จักพอ ยิ่งถูกจับบี้ ยิ่งย่ำยี เจ้าก็ยิ่งแฉะร้องขอให้ข้าชำเราเจ้าให้หนักขึ้น ร่างกายเจ้านี่มัน...ร่านเกินกว่าจะบรรยาย สมแล้วที่เป็นทาสที่เกิดมาเพื่อให้ข้าชำเรา และใช้ทุกส่วนของร่างกายจนหมดสภาพ" คาร์ลไล้ฝ่ามือที่ลื่นไปด้วยน้ำมันลงบนสะ

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 123

    จากนั้นคาร์ลก็หยิบขวดน้ำมันออกมา เปิดฝามันอย่างช้าๆ ก่อนจะหยดน้ำมันเย็นๆนั้นลงบนแผ่นอกของโยริ ผิวขาวเนียนรู้สึกร้อนผ่าว เมื่อหยดน้ำมันค่อยๆ ไหลซึมลงไปตามร่องรอยของเชือก เสียงลมหายใจของคนตัวเล็กเริ่มหนักหน่วงขึ้น จนคาร์ลได้แต่ยกยิ้มร้ายเมื่อเห็นการตอบสนองนั้น "เจ้าตื่นเต้นกับมันใช่ไหม หึ แต่ข้าจะบอก

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 122

    โยริกลับเข้ามาในสถานที่โออิรันเป็นครั้งสุดท้าย โดยที่มีคาร์ลเดินเคียงข้างมาด้วย คนตัวเล็กสวมใส่ชุดกิโมโนที่สง่างามที่สุดเข้ามา ราวกับเป็นการสั่งลาต่อทุกสิ่งที่นี่ สถานที่ที่เคยให้เกียรติยศสูงสุดแก่เขา คาร์ลได้ขอไถ่ตัวโยริออกมาด้วยเงินจำนวนมหาศาล แต่ก่อนที่พวกเขาจะจากไป โอคามิซังก็ได้ขอพูดคุยกับโยริ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status