Share

บทที่ 2

last update Tanggal publikasi: 2026-03-09 16:04:33

โยริพาร์ท

"รีบไป" เจค คนที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตาดีพูดขึ้นอย่างเย็นชา ก่อนที่จะเดินนำผมไปยังเครื่องบินส่วนตัวเพื่อไปหาพ่อ

ปึก!

"ขอโทษครับ" อยู่ๆเจคก็หยุดเดินกะทันหันจนทำให้หัวผมเผลอไปชนเข้ากับหลังเขา จนได้รับสายตารำคาญจากเจคกลับมา

สายตาเขา...ดูเกลียดผมมากเลย

แต่ก็คงไม่แปลก เขารักเจ้านายเขามากหนินะ

"เอาโทรศัพท์มา"

"ของผมหรอ"

"อืม"

"ทำไม..."

"อย่าถามมาก คุณจะรีบไปดูใจพ่อไม่ใช่หรือไง"

สุดท้ายผมก็ต้องยอมทำตามที่เขาบอก แต่เจคก็ยังมองผมอย่างหงุดหงิดไม่เลิก ก่อนที่เขาจะชี้มือไปทางลูกน้องคนที่ยกกระเป๋าผมอยู่

"ถือกระเป๋าตัวเอง นั่นไม่ใช่ลูกน้องพ่อคุณ"

ผมได้แต่พยักหน้าแล้วก็ยื่นมือไปรับกระเป๋าจากบอดี้การ์ดคนนั้นมา

จริงๆกระเป๋ามันก็ไม่ได้ใหญ่หรือหนักเพราะผมรีบและเก็บมาแค่ของที่จำเป็น

ทำไมเจคต้องดุผมด้วย ในเมื่อเมื่อก่อน...

"ขึ้นเครื่องไปก็ยกกระเป๋าเองด้วย ไม่มีใครมายกให้คุณหรอกนะ"

"ผมเข้าใจแล้ว"

สุดท้ายผมก็มานั่งอยู่บนเครื่องเพื่อจะบินไปดูใจปาปาอย่างกังวลใจ ก่อนมาผมคุยกับมามาแล้วว่าถ้าทุกอย่างเรียบร้อยค่อยให้มามาตามมาทีหลัง ก็ได้แต่หวังว่าคาร์ลคงไม่ทำอย่างที่พูดเมื่อวาน และจะยอมปล่อยพ่อผมแต่โดยดี

เราต้องใช้เวลาเดินทางกันหลายชั่วโมง ระหว่างนั้นผมก็ได้แต่หันไปถามเจคว่าปาปาเป็นยังไงบ้างแต่เขาก็ไม่ยอมตอบ ถามอะไรไปเขาก็เงียบ พอผมขอใช้โทรศัพท์เขาก็ไม่ยอมคืนให้ สุดท้ายผมเลยทำได้แต่หวังว่าระหว่างนี้คาร์ลจะไม่ใจร้ายใจดำพอที่จะให้หมอหยุดรักษาพ่อผมหรอกนะ

พูดถึงคาร์ลผมก็หันกลับไปมองเจคอีกครั้ง อยากถามเขาอยู่เหมือนกันว่าที่ผ่านมาคาร์ลเป็นยังไงบ้าง แต่แค่เผลอไปสบตา เจคก็มองผมอย่างเกลียดชังแล้ว

ผมเลยเลือกที่จะเก็บคำถามนั้นไว้แล้วหันมองออกไปที่วิวท้องฟ้าข้างนอกหน้าต่างแทน

เพราะรู้สึกอึกอัด ผมรับรู้ได้ว่าคนในนี้ที่เป็นลูกน้องเก่าคาร์ลไม่มีใครชอบหรือเอ็นดูผมอีกแล้ว

เฮ้ออออออ

บรรยายพาร์ท

ย้อนไปเมื่อสามปีก่อน

บรึ้นนนนน

เสียงเครื่องยนต์รถดังกระหึ่มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่รถจะนิ่งสนิทและประตูรถก็เปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงกำยำของใครบางคนในชุดนักแข่งกำลังเดินลงมา

ช่วงขายาวก้าวเดินตรงมาหาโค้ชอย่างกระฉับกระเฉงพร้อมกับถอดถุงมือและหมวกออก ก่อนจะใช้มือหนาเสยผมที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้น เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากกองเชียร์ข้างสนามได้ไม่น้อย

ยิ่งตอนที่ครามปลดซิปเสื้อตัวนอกออกให้มากองอยู่ที่เอวแล้วเหลือเพียงแค่เสื้อรัดรูปแขนยาวสีดำที่สวมใส่ไว้ด้านใน เสียงกองเชียร์ก็ยิ่งดังเข้าไปใหญ่ เมื่อได้เห็นสัดส่วนของหนุ่มนักแข่งตัวเต็งสันชาติเยอรมันคนนี้ชัดๆ

ทั้งรูปร่างหน้าตาฝีมือที่ไร้พ่ายและโปรไฟล์ส่วนตัวที่ไม่ธรรมดาทำให้ครามมีเสน่ห์โดดเด่นเหนือใครในหมู่นักแข่งมากจริงๆ

"เป็นไงบ้าง"

"ทำเวลาได้ดีเหมือนเดิม ถ้าวันแข่งทำได้แบบที่ซ้อมกันนายชนะแน่"

"จะทำให้ได้แล้วกัน"

"ฉันเชื่อในตัวนาย วันนี้ไปพักเถอะ"

หลังโค้ชเดินจากไปครามก็เดินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะเดินมาที่รถมาเซราติMC20สีน้ำเงินคู่ใจแล้วขับออกไปด้วยความเร็วในทันที

ระหว่างที่รถแล่นไปบนท้องถนนด้วยความเร็วร่างสูงก็เปิดเพลงดังกระหึ่มอย่างสุนทรีไปด้วย แต่แล้ว...ก็กลับมีบางอย่างมาขัดอารมณ์พ่อนักแข่งสุดหล่อ

นั่นคือรถเบนท์ลีย์ป้ายแดงสีขาวคันหน้า ที่ขับเป๋ไปเป๋มาจนครามเริ่มขมวดคิ้วพรางนึกในใจว่าเกิดเขายังขับตามหลังอยู่แบบนี้ มีหวังลูกชายสุดที่รักคงได้ไปปะทะเข้ากับท้ายรถลูกคุณหนูเบนซ์ลีย์นั้นแน่

และ...

เอี๊ยดดดด ปัง!!

"นั่นไงกูว่าแล้ว!"

อุตส่าห์หลีกแล้วแท้ๆแต่รถคันนั้นก็ยังเปลี่ยนเลนมาจนเขาต้องหักหลบชนเข้ากับที่กั้นถนนจนได้ ซ้ำคู่กรณียังจอดรถนิ่งจะลงมาดูกันสักนิดก็ไม่มี ครามจึงยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่

และไม่เพียงแค่นั้น

เพราะเมื่อครามลงมาจากรถมาตรวจดูรอบๆเขาก็ยิ่งหัวเสีย เมื่อเห็นว่าลูกชายสีถลอกเป็นทางยาวทั้งๆที่เพิ่งไปทำสีมา ร่างสูงจึงเดินตรงไปยังรถคู่กรณีเพื่อไปเจรจากับคนไร้ความรับผิดชอบในทันที

ปึกๆๆๆๆๆ

"นี่! ลงมาคุยกันเลยนะ"

ปึกๆ

"คุณ!" ร่างสูงพยายามเคาะกระจกรถอยู่หลายครั้งคู่กรณีก็ยังไม่ยอมลงมา หรือแม้แต่จะเปิดกระจกรถมาคุยกันสักนิดก็ไม่มี

พวกไร้ความรับผิดชอบ!

เมื่อเห็นดังนั้นครามก็ยิ่งโมโห จนจากที่แค่อยากให้คู่กรณีขอโทษ ร่างสูงก็เริ่มอยากจะกระซากคอคู่กรณีลงมาถามว่า ขับรถประสาอะไร! ทำคนอื่นเขาเดือดร้อนแล้วยังนิ่งเฉย

แต่เคาะอยู่สักพักเจ้าของรถคันนั้นก็ยังไม่ยอมลงมาสักที ครามจึงเปลี่ยนทิศทางไปที่หน้ารถแทน แล้วไปเท้าสะเอวกวักมือเรียกให้คนด้านในลงมาดีๆอีกรอบก่อนที่เขาจะอารมณ์เสียไปกว่านี้ แต่เจ้าของเบนซ์ลีย์ก็ยังนิ่งเฉย

เมื่อเห็นแบบนั้นครามก็...ปึก!

จัดการถีบรถจนรถโยกไปหนึ่งครั้ง จนสุดท้ายคนในรถก็ทนไม่ไหวยอมเปิดประตูออกมาจนได้

เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลผิวขาวอมชมพูดวงตากลมโตเดินลงมาจากรถอย่างกล้าๆกลัวๆ พร้อมใช้สายตามองร่างสูงคู่กรณีอย่างพิจารณา แต่พอโดนครามจ้องกลับเด็กหนุ่มรีบหันหลบสายตาดุๆนั้นในทันที

"กว่าจะลงมาได้"

"....."

"นี่! คนคุยด้วยมีมารยาทหน่อยสิ"

"....."

"ทำรถคนอื่นเขาชนแล้วยังไม่มีความรับผิดชอบอีก พ่อแม่สอนมายังไง" คนเด็กกว่าเมื่อโดนต่อว่าถึงปาปามามา เด็กหนุ่มจากที่หันหน้าหลบอยู่ก็รีบหันกลับมาสบตากับครามในทันที

"ขอโทษครับ ผมเพิ่งหัดขับรถยังไม่แม่นถนนและไม่ชินทางนี้"

"และที่ผมไม่ลงมาเพราะโทรตามคนที่บ้านอยู่แต่ไม่มีใครรับ คุณใจเย็นๆให้ผมแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ"

"แล้วทำไมต้องโทรตามที่บ้าน โทรหาประกันมาคุยกันก็จบ"

"คือผม..."

"อย่างโกหกนะว่ารถไม่มีประกัน ป้ายแดงขนาดนี้"

"ผม..."

"อะไร คิดคำโกหกอยู่หรือไง"

"คือผมไม่รู้วิธีคุยกับประกัน"

"ห๊ะ!"

"ผมเพิ่งหัดข้บรถ ถ้าไม่มากไปคุณรอสัก5นาทีได้ไหม ผมพยายามโทรหาพี่เลี้ยงอยู่"

"พี่เลี้ยง?" ครามทวนคำพูดนี้อีกครั้งพร้อมกับมองคู่กรณีตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

เด็กชะมัด

"นี่"

"ครับ?"

"18รึยัง ขโมยรถพ่อแม่มาขับรึเปล่า"

"ผม19จะ20แล้วครับ"

"งั้นก็คุยเอง โตแล้ว"

"ไม่คุยได้ไหมครับ หรือรอตำรวจก็ได้ คุณ..น่ากลัว"

"ยังไม่ได้ทำอะไรเลย แค่จะมาถามว่าจะรับผิดชอบยังไง จะกลัวอะไรนัก"

"....."

"เรื่องมากจังวะ" ครามหันไปพูดเหมือนคุยกับตัวเองแต่ตั้งใจพูดให้เด็กหนุ่มตรงหน้าได้ยินด้วยในเวลาเดียวกัน จนคนตัวเล็กต้องรีบก้มหน้ากดโทรศัพท์ยิกๆอีกครั้ง

"รับสายสินาโอะ"

"นี่...."

หลังจากรอสายอยู่นานพี่เลี้ยงคนสนิทก็รับสายจนได้

"นาโอะเราขับรถชน แล้วคู่กรณีเขาโวยวายเพราะเราทำเขาเสียหาย นาโอะคุยให้หน่อยได้ไหม" เด็กหนุ่มพูดก่อนที่จะยื่นโทรศัพท์มาแล้วเปิดลำโพงให้ครามฟังด้วย

[แล้วคุณหนูเป็นอะไรมากรึเปล่าครับ]

"ไม่เป็น แต่ตอนนี้นาโอะคุยกับเขาก่อนเดี๋ยวเขาดุเรา"

[ครับๆ]

[คุณคู่กรณีผมพี่เลี้ยงคุณหนูนะครับ ไม่ทราบว่าคุณต้องการให้รับผิดชอบยังไงบ้างครับ]

"รถผมเสียหายเป็นรอยถลอกลากยาวเพราะหักหลบคุณหนูคุณ จะรับผิดชอบยังไง"

"บอกให้เรียกประกันเขาก็ไม่เรียก"

[เดี๋ยวผมเรียกให้ครับ คุณรอหน่อยได้ไหม]

"ไม่รอ แค่รอคุณหนูคุณลงจากรถก็นานพอแล้ว ผมไม่ได้มีเวลามาเล่นกับเด็กๆแบบพวกคุณทั้งวันหรอกนะ มีงานมาการต้องทำ จะเอายังไงก็ว่ามาเลยดีกว่า"

[ถ้าอย่างนั้นคุณเอานามบัตรไว้ได้ไหมครับ แล้วเอารถไปซ่อมเสียหายเท่าไหร่ก็มาบอกได้เลย ทางผมยินดีจ่ายทุกอย่าง รวมค่าเสียเวลาและค่าตกใจด้วยถือเป็นการขอโทษจากทางเรานะครับ]

"งั้นก็เอานามบัตรมา"

เมื่อได้ยินดังนั้นเด็กหนุ่มก็รีบวิ่งกลับไปที่รถ ไปค้นเอานามบัตรมาให้ แต่เมื่อครามหยิบมาดูร่างสูงกลับพบว่ามันคือนามบัตรของคนที่ชื่อนาโอะเขาจึงยัดมันกลับเข้าไปในมือคู่กรณีอีกครั้ง

"เอาของเธอมา ไม่ใช่ของพี่เลี้ยง"

"ของผมหรอ" เด็กหนุ่มชี้มาที่ตัวเองพร้อมกระพริบตาอย่างมึนงง

"ใช่สิ ก็เธอเป็นคนทำรถฉันเสียหายจะให้เอานามบัตรพี่เลี้ยงเธอมาทำไม"

"งั้นสักครู่นะครับ" เด็กหนุ่มว่าก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาคุยกับพี่เลี้ยงอีกครั้ง

"นาโอะเขาจะเอานามบัตรเราอะ จะทำยังไงดีควรให้ไปไหม"

พรึ่บ!

"คุณ!" แต่ยังไม่ทันที่จะได้คำตอบโทรศัพท์ของเด็กหนุ่มก็ลอยออกไปเสียแล้ว ด้วยน้ำมือของคราม

"ใจคอจะถามพี่เลี้ยงทุกเรื่องเลยหรือไง โตขนาดขับรถออกถนนเองได้แล้วก็ควรรับผิดชอบเองได้สิ ทำตัวเป็นเด็กไม่โตไปได้"

"ไม่ใช่นะ ผมโตแล้ว"

"งั้นก็เอาเบอร์ตัวเองมา มีอะไรเกิดขึ้นกับรถฉัน ฉันจะได้เรียกได้"

"....."

"....."

"ก็ได้ครับ"

เมื่อเห็นแบบนั้นครามก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้กับเจ้าของมันเพื่อปลดล็อก ก่อนจะรับกลับมาแล้วกดเบอร์โทรหาโทรศัพท์ของตัวเอง

"บันทึกไว้ด้วย"

"ครับ"

เมื่อได้ตามที่ต้องการแล้วครามก็เตรียมเดินจากไป แต่แล้วช่วงยายาวก็ต้องหยุดลงอีกครั้งเมื่อถูกเด็กหนุ่มคู่กรณีวิ่งมาสะกิดหลัง เพราะนึกขึ้นได้ว่าลืมถามบางอย่าง

"อะไร"

"ให้บันทึกชื่อเบอร์ว่าอะไรหรอครับ"

"หลอกถามชื่อฉัน?"

"เปล่าครับ"

"แล้วถามทำไม"

"ถามตามมารยาทครับ หรือไม่ผมขอเมมว่าคุณคู่กรณีเฉยๆแล้วกันนะครับ"

"คาร์ล"

"ครับ?"

"คาร์ล ร็อล์ฟ ชื่อฉัน"

"ออครับ ขอโทษอีกครั้งที่ทำให้เดือดร้อนนะครับ" เด็กหนุ่มพูดอย่างรู้สึกผิดพร้อมเตรียมจะเดินกลับไปขึ้นรถ แต่ครามก็เรียกเอาไว้อีกครั้งด้วยคำถามเดียวกัน

"เดี๋ยวสิ"

"...?"

"แล้วเธอชื่ออะไร"

"โยริครับ โยริ นากามูระ"

"อืม"

"ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตะ..."

"มี"

"....."

"เดี๋ยวระหว่างนี้ฉันจะโทรอัพเดทรถเป็นพักๆแล้วกัน โทรหาเมื่อไหร่ก็รับด้วยถ้าไม่ว่างก็ค่อยโทรกลับ อย่าเป็นเด็กไม่มีความรับผิดชอบเข้าใจไหม"

"โทรหาตอนเสร็จทีเดียวไม่ได้หรอครับ"

"ไม่ได้"

"หืม?"

"ไม่กลัวฉันโกงหรือไง"

โยริได้แต่มองครามพร้อมกับรถหรูของเจ้าตัวอย่างไม่เข้าใจ

ว่าขับรถหรูขนาดนี้คงไม่โกงแค่ค่าสีรถหรอมั้ง

แต่สุดท้ายคนตัวเล็กก็ยอมพยักหน้าออกไปจนได้

"เอาแบบนั้นก็ได้ครับ"

เมื่อคุยตกลงกันเรียบร้อย ครามก็หันหลังเดินตรงกลับมาที่รถของตัวเองด้วยรอยยิ้มมุมปากแสนเจ้าเล่ห์

ก่อนที่จะเข้ามานั่งมองโทรศัพท์ที่บันทึกเบอร์ยัยเด็กโยรินั่นยิ้มๆ แล้วขับรถออกไปอย่างอารมณ์ดีผิดกับเมื่อกี้ลี้ลับ

TBC
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 127

    รุ่งเช้าคาร์ลตื่นเป็นฝ่ายขึ้นมาก่อน แล้วหันไปมองโยริที่กำลังสนิทอยู่ข้างๆ ท่ามกลางแสงแดดที่ค่อยๆ ส่องผ่านหน้าต่าง มือหนายกผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างของโยริอย่างเบามือ พลางคิดในใจ คนตัวเล็กช่างเหมือนดอกซากุระ บอบบาง อ่อนโยน แต่ก็กลับงดงามและเย้ายวนทุกครั้งที่ได้มอง "เจ้าจะรู้ตัวไหมว่าทุกครั้งที่เราได้พบก

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 126

    คาร์ลมองดูท่าทางของโยริด้วยความพึงพอใจ กระแทกแก่นกายเข้าใส่พร้อมกับขยับแท่งแก้วสลับจังหวะกัน ดวงตาคมเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ เมื่อเห็นร่างของโยริสั่นสะท้านไร้เรี่ยวแรงอยู่ใต้เขาเช่นนี้ "ไง ของจริงกับของปลอมเจ้าชอบอันไหนมากกว่ากันโยริ" "นะ...นายท่าน... ไม่ไหว... อึก...ข้าไม่ไหว...มะ...มันจะฉีก" "หึ

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 125

    ทั้งคู่สบตากันด้วยแววตาที่แสนจะลามก คาร์ลกดลำคอของโยริแน่นขึ้น บังคับให้กลืนกินแก่นกายของเขาอย่างหยาบโลน มือหนาอีกข้างก็จับแท่งแก้วกระแทกรูสวาทของคนตัวเล็กตามจังหวะเดียวกัน ทุกสัมผัสทำให้โยริรู้สึกเสียวซ่านจนเกินบรรยาย อยากจะหุบขาเพื่อหนีความเสียวแต่ก็ไร้ผล ได้แต่ดิ้นเร้าๆจนผิวเนื้อเสียดสีกับเชือกจ

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 124

    "เจ้ามันเกินเยียวยาจริงๆ ยิ่งข้ากระแทก เจ้าก็ยิ่งแอ่นรับอย่างไม่รู้จักพอ ยิ่งถูกจับบี้ ยิ่งย่ำยี เจ้าก็ยิ่งแฉะร้องขอให้ข้าชำเราเจ้าให้หนักขึ้น ร่างกายเจ้านี่มัน...ร่านเกินกว่าจะบรรยาย สมแล้วที่เป็นทาสที่เกิดมาเพื่อให้ข้าชำเรา และใช้ทุกส่วนของร่างกายจนหมดสภาพ" คาร์ลไล้ฝ่ามือที่ลื่นไปด้วยน้ำมันลงบนสะ

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 123

    จากนั้นคาร์ลก็หยิบขวดน้ำมันออกมา เปิดฝามันอย่างช้าๆ ก่อนจะหยดน้ำมันเย็นๆนั้นลงบนแผ่นอกของโยริ ผิวขาวเนียนรู้สึกร้อนผ่าว เมื่อหยดน้ำมันค่อยๆ ไหลซึมลงไปตามร่องรอยของเชือก เสียงลมหายใจของคนตัวเล็กเริ่มหนักหน่วงขึ้น จนคาร์ลได้แต่ยกยิ้มร้ายเมื่อเห็นการตอบสนองนั้น "เจ้าตื่นเต้นกับมันใช่ไหม หึ แต่ข้าจะบอก

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 122

    โยริกลับเข้ามาในสถานที่โออิรันเป็นครั้งสุดท้าย โดยที่มีคาร์ลเดินเคียงข้างมาด้วย คนตัวเล็กสวมใส่ชุดกิโมโนที่สง่างามที่สุดเข้ามา ราวกับเป็นการสั่งลาต่อทุกสิ่งที่นี่ สถานที่ที่เคยให้เกียรติยศสูงสุดแก่เขา คาร์ลได้ขอไถ่ตัวโยริออกมาด้วยเงินจำนวนมหาศาล แต่ก่อนที่พวกเขาจะจากไป โอคามิซังก็ได้ขอพูดคุยกับโยริ

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 70

    "ขอโทษด้วยที่ถาม" "ไม่เป็นไร ผมโอเค เขาเองก็ดูจะโอเคดีในตอนนี้" อยู่ๆหัวใจของครามก็รู้สึกหน่วงขึ้นมาอีกแล้ว ทำไมเขาถึงชอบเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เจอหน้าคนตัวเล็กกันนะ ขนาดตอนนี้มองเขายิ้มให้อยู่แท้ๆก็ยังรู้สึกหน่วงเหนี่ยวหัวใจจนจุกคอขึ้นมา "แฟนคุณ ดูเหมือนจะชอบร้านนี้มากนะครับ" เพื่อทำลายความอึดอัด

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 68

    'ดีใจที่ได้เห็นคุณใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอีกครั้ง จากใจจริงๆ' "อึก ดาด้า! ดาด้าคะ!" เด็กน้อยยังคงดิ้นอย่างรุนแรงเพื่อที่จะเดินไปหาคราม ตะโกนเรียกหาผู้เป็นพ่ออย่างสุดเสียง "ฮื้อออออ ดาด้าเอาหนูไปด้วย เอา ฮึก คารินไปด้วย" "คาริน คารินลูกฟังมามา" "ไม่ ฮื้ออออ ทำไมดาด้าไม่อยู่กับหนู" "ฮึก ฮื้อ ดาด้า

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 50

    "แต่ถ้าคุณปฏิเสธข้อเสนอของผม คุณก็จะพลาดมากเลยนะครับ" ครามพูดเสนออีกครั้งอย่างมั่นใจ จนทำให้หัวหน้ายากูซ่ามีความลังเลขึ้นไม่น้อย ก่อนที่จะอ่านสัญญาฉบับนั้นอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งและเงยหน้าไปมองลูกน้องคนสนิทของตนเองพูดปรึกษากันอยู่สักพักใหญ่ จนสุดท้ายทางฝั่งนั้นก็ตัดสินใจเซ็นลงนามที่จะทำสัญญากับฝั่งของ

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 45

    "หึหึ ใช่น่ะสิลูกรัก" "ปาปาน่ารักที่สุดเลย ฟอดดด" เมื่อโดนลูกน้อยออดอ้อนกันรายกับไม่โตขึ้นเลย อาซาโตะก็อดที่จะยกมือขึ้นมาลูบหัวอย่างเอ็นดูไม่ได้ "แล้วสรุปปาปาเรียกหาโยริทำไมหรอครับ" "ปาปาไปเยี่ยมดูห้างหุ้นส่วนมา ได้ของขวัญมาให้โยริเยอะเลย เปิดดูสิลูก" อาซาโตะพูดพร้อมกับชี้ไปที่ถุงมากมายข้างๆโต๊ะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status