Rrrrrrrr
"ครับ"
[ถึงรึยัง]
"ถึงแล้ว กำลังเข้าไปครับ"
หลังวางสายจากคราม โยริก็เดินเข้าไปในอู่รถแห่งหนึ่งพร้อมกล่องข้าวเบนโตะที่ให้แม่บ้านทำมาให้
ระหว่างทางที่เดินไปคนในอู่ก็ต่างส่งยิ้มให้กับคนตัวเล็กอย่างคุ้นเคย เพราะนี่ก็เข้าวันที่สามแล้วที่โยริเอาข้าวเอาขนมมาส่งให้กับพ่อหนุ่มนักแข่งเป็นการรับผิดชอบ
ชึ่งในวันแรกที่ครามโทรให้มาหาที่อู่รถ คนตัวเล็กก็เข้าใจว่าครามคงเอารถมาซ่อมที่อู่เฉยๆแล้วเรียกให้เขาเข้ามาดูด้วยกันว่าค่าซ่อมมันเท่าไหร่ แต่ความจริงกลับไม่ใช่เพราะร่างสูงลงทุนทำสีเองเนื่องจากเป็นอู่ของเพื่อนเจ้าตัว
โยริที่เห็นว่าครามต้องลำบากเพราะตัวเองแบบนั้นคนตัวเล็กจึงได้อาสาไปว่าจะมาส่งข้าวจนกว่าจะทำสีรถเสร็จ เลยทำให้ได้มาแจกความน่ารักที่อู่แบบนี้ทุกวัน
"คุณเจค" โยริพูดพร้อมกับโค้งหัวให้กับผู้ใหญ่เล็กน้อยเป็นการทักทายเพื่อนสนิทและผู้ช่วยของคราม ก่อนจะยื่นถุงขนมถุงใหญ่ไปให้กับเจค
"ถุงกลางให้คุณเจคครับ แล้วก็ถุงใหญ่ให้พี่ๆที่อู่ครับ"
"ขอบคุณมากครับ" เจคพูดพร้อมส่งยิ้มเอ็นดูไปให้
"แล้ว..."
"คุณคาร์ลอยู่ข้างในเข้าไปได้เลยครับ"
เมื่อเห็นดังนั้นคนตัวเล็กจึงเดินเข้ามาหาครามข้างในแต่ก็กลับไม่เจอใครเลยนอกจากรถ ร่างเล็กกำลังหันซ้านหันขวามองหาเจ้าของมันอยู่
แต่แล้ว....
ฟู่วววว
"เฮือก!!! เฮ้ย!"
หมับ!
คนตัวเล็กตกใจสะดุ้งโหยงเมื่ออยู่ๆก็โดนใครไม่รู้แกล้งเป่าลมใส่หูจากทางด้านหลัง จนทำให้เกือบสะดุดขาตัวเองล้ม ดีที่ครามคว้าเอวคอดเอาไว้ได้ทันเสียก่อน
"ระวังหน่อยสิ"
"คุณ! ผมตกใจหมดเลย"
"ขวัญอ่อนจังเลยเด็กน้อย"
"หุยยย" เมื่อเห็นสีหน้าทะเล้นของคนโตกว่า คนตัวเล็กก็อมลมที่แก้มหันสายตาหนีคนขี้แกล้งอย่างงอนๆ
จนเหมือนจะลืมไปว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ในอ้อมกอดของคราม แถมร่างสูงก็ยังไม่ได้ใส่เสื้ออีกยิ่งทำให้ร่างนุ่มนิ่มสามารถสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลอนหน้าท้องสวยได้เป็นอย่างดี
จนเมื่อได้สติอยู่ๆใบหน้าน่ารักก็เกิดเห่อร้อนขึ้นมาจนแก้มใสขึ้นสีระเรื่อ
"คะคุณ เอ่อ" มือเล็กยกขึ้นมาดันอกแกร่งออกแต่เพราะความไม่ตั้งใจ ทำให้โยริไม่ทันได้สังเกตว่าตัวเองได้ตะปบมือวางลงไปบนยอดอกของร่างสูงเต็มๆ จนมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่อุ้งมือนุ่มสัมผัสได้ถึงยอดอกที่แข็งเป็นไตขึ้นมาเสียแล้ว
จนโยริรีบชักมือออกแทบไม่ทัน อายจนทำได้แค่ก้มหน้าเอาคางชิดอก แต่ท่าทางนี้ก็ดันเหมือนตัวเขากำลังจะมุดอกครามอีก เพราะครามก็ดันกอดร่างเล็กเอาไว้แนบชิดสะเหลือเกิน จนไม่ว่าโยริจะอยู่ในท่าไหนก็ดูแนบเนื้อไปกับร่างแกร่งสะทุกส่วน
และมันก็ยิ่งทำให้ลูกโคอาล่าน้อยเขินจนตัวจะแตก แก้มที่แดงระรื่นอยู่แล้วในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นแดงจัดลามไปถึงหู และปฏิกิริยาพวกนั้นก็เหมือนจะได้ใจพ่อหมีขี้แกล้งมากเสียจนครามเปร่งเสียงหัวเราะในลำคอออกมา
แต่กระนั้นร่างสูงก็ยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากเอวคอด
ขอแกล้งเด็กอีกหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกน้อ
"นี่ เป็นเด็กเป็นเล็กหัดมุดอกคนอื่นแบบนี้มันไม่ดีนะ เกิดปากเธอมาโดนอกฉัน ฉันจะถือว่าเธอแอบจุ๊บอกฉันนะ"
"ไม่ใช่นะครับ" เด็กแก้มแดงรีบเงยหน้าขึ้นมาแก้ตัวในทันที
"แล้วที่มุดอยู่เนี่ยคืออะไร"
"กะก็คุณก็ปล่อยสิ"
"ฉันช่วยเธอนะ ไม่งั้นเธอล้มหน้าจ้ำไปโดนสีรถฉันอีกทำยังไง"
"ตอนนี้ก็ไม่ล้มแล้วไง ปล่อยได้แล้วคุณคาร์ลเดี๋ยวคนมาเห็นนะ"
"หึ"
สุดท้ายพ่อหมีหุ่นแน่นก็ยอมปล่อยเด็กในอ้อมกอดออก ก่อนที่จะเดินไปนั่งถอดถุงมือซ่อมรถ
"คุณ"
"หืม"
"สะใส่เสื้อไหม"
"ไม่ละ ร้อน"
"เอ๋?" คนตัวเล็กได้แต่เงยหน้าไปมองด้านนอกสลับกับครามอย่างไม่เข้าใจ ว่าอากาศโตเกียวแค่25องศาเนี่ยนะร้อน
แล้วมันร้อนถึงขนาดต้องเอาผ้าเย็นมาเช็ดตามแผงอก กล้ามแขน แล้วก็ลอนหน้าท้องกลางห้องแบบนี้เลยหรอ ถ้าร้องขนาดนั้นไม่เร่งแอร์หรือไปอาบน้ำเอาละ
คนตัวเล็กได้แต่คิดในใจ ยืนกระพริบตาปริบๆมองร่างสูงทำธุระส่วนตัวอยู่หลานนาทีก่อนที่จะเดินเข้าไปนั่งทิ้งตัวลงข้างๆแล้วแกะกล่องข้าวเบนโตะให้
"วันนี้ทำอะไรกิน"
"ให้แม่บ้านทำเบนโตะให้ครับ มีอาหารหลายอย่างเลยคุณชิมดูนะ" โยริพูดพร้อมยื่นกล่องข้าวมาตรงหน้าให้กับครามได้ชิม
"อร่อยไหม"
"กินได้"
"อ่าาา ถ้าคุณบอกว่ากินได้ก็แปลว่าอร่อยใช่ไหม"
"อืม แล้วเธอกินรึยัง"
"....."
"หืม?" เมื่อไม่ได้รับคำตอบร่างสูงจึงได้หันหน้าไปมองแล้วก็เห็นว่าคนตัวเล็กกำลังจ้องเบนโตะตาละห้อยอยู่
"เป็นอะไร"
"อยากกินเทมปุระแต่กินไม่ได้ครับ" คนตัวเล็กพูดเสียงอ่อย
"ทำไม"
"มามาบอกว่าผมอ้วนแล้ว ต้องลด" ยิ่งตอนที่มือเล็บลูบไปมาบนท้องของตัวเองกับใบหน้าหงอยๆนั้นก็ยิ่งน่าสงสารปนน่าเอ็นดูเข้าไปใหญ่
"ไม่เห็นอ้วนเลย"
"....."
"กินไหมละ อะอ้าปาก" แม้ครามจะคีบเทมปุระไปจ่อให้ตรงปากเล็กแต่โยริก็ยังคงส่ายหน้าปฏิเสธอยู่ดี
"เทมปุระก็อยากกินแต่ผมอยากกินเค้กซ็อตโกแลตมากกว่า"
"ติดของหวานหรอ"
"ครับ"
"ฉันว่าแม่เธอบอกเธออ้วนเพราะเขาอยากให้เธอลดๆของหวานมากกว่าอดข้าวละมั้ง"
"น่าจะใช่ เพราะผมกินเค้กวันละปอนด์"
"นี่คุณดูพุ่งผมสิ" เจ้าโคอาล่าน้อยถกเสื้อขึ้นให้เห็นพุงกะทิเล็กๆ แล้วก้มมองมันสลับกับกล้ามหน้าท้องของคราม ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
"แล้วดูกล้ามท้องคุณ เฮ้ออออดูอ้วนขึ้นมาทันทีเลยอะ"
"ไม่อ้วน กำลังน่าฟัด"
"คุณว่าอะไรนะ"
"บอกว่าเธอไม่อ้วน ถ้ากลัวอ้วนเดี๋ยวกินแล้วฉันพาไปออกกำลังกาย"
"ไม่ชอบออกกำลังกาย"
"งั้นก็ไม่ต้องออก กินๆไปเถอะเด็กกำลังโต"
"ผมเชื่อคุณ งั้นขอชิมเทมปุระหนึ่งชิ้นนะ อ๊ะ ไข่ม้วนเพิ่มอีกชิ้นหนึ่งได้ไหมครับ"
"เฮ้อออ เด็กเอ้ย" แม้จะพูดแบบนั้นแต่ครามก็ย้อมแบ่งข้าวเบนโตะให้น้องน้อยได้กินมันด้วยกัน ตัวเขากินคำป้อนยัยเด็กคำ จนจากใบหน้าหงอยๆของโยริก็แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้ายิ้มแฉ่ง เพราะเจ้าตัวบ่นว่างดข้าวเย็นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
"นี่ๆคุณ"
"หืม?"
"ขอจับดูได้ไหม อยากรู้ว่ามันเป็นยังไง" คนตัวเล็กพูดพร้อมกับกระพริบตาปริบๆใส่คราม
"นี่เธอมาขอจับซิกแพคคนอื่นเขาแบบนี้ไม่ได้นะ"
"แตะๆดูนิดเดียวก็ไม่ได้หรอ ผมแค่อยากรู้ว่าถ้าผมมีขนมปังหกก้อนอยู่บนตัวจะเป็นยังไง"
ครามทำท่าทีคิดอยู่หลานวิแต่สุดท้ายร่างสูงก็พยักหน้าให้จนได้
"อืมจับสิ"
แล้วครามก็ยืดตัวให้โยริได้จับสมใจ แต่สุดท้ายเด็กน้อยก็ใจไม่กล้าทำเพียงแค่แตะๆจนครามต้องเป็นฝ่ายจับมือเล็กมาทาบลงบนหน้าท้องของตัวเอง แลกกับการขอจับท้องคนน้องคืน
ซึ่งโยริก็ไม่ขัดข้องอยู่แล้ว ยิ่งครามบอกว่าเสร็จนี่จะพาไปกินเค้กด้วย เจ้าโคอาล่าน้อยก็ยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่จนเผลอส่งสายตาเป็นประกายออกมาใส่ครามอย่างไม่รู้ตัวจนทำให้คนมองเผลอยิ้มตามอย่างห้ามไม่ได้
ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากมาก จนเจคที่จะเอาน้ำเข้ามาให้ก็ยังไม่อยากมาขัดจังหวะรอยยิ้มนั้นของเจ้านายเขาเลย
"อ้าวเจค ไหนบอกจะเอาน้ำไปให้คุณคาร์ล ทำไมถือกลับมาละ" หนึ่งในทีมช่างเป็นคนเอ่ยทักขึ้น
"ปล่อยเขาเถอะ"
"เอ้า"
"แต่ว่าก็ว่าผมโคตรแปลกใจเลย จริงๆนายโทรมาสั่งพวกผมว่าคุณคาร์ลจะเอารถมาซ่อมสี พวกผมก็ไม่คิดว่าจะมาซ่อมเองเลย"
"จริงๆให้พวกผมทำให้ก็ได้วันเดียวเสร็จ แต่พอเขาจะทำเองทั้งไปซ้อมที่สนามแข่งทั้งกลับมาซ่อมรถอีกเสียเวลาไปสามวันเลย"
"ช่างเขาเถอะ คงอยากดูแลลูกรักเอง"
"หรืออยากให้ใครมาส่งข้าวกล่องรึเปล่า"
"อย่าพูดมากกินขนมไป"
"เออแต่เจค ผมสงสัยคุณคาร์ลเป็นนักแข่งไม่ใช่หรอทำไมต้องมีลูกน้องมากมายด้วยละ ปกตินักแข่งเขาไม่พกลูกน้องกันนะ"
"เราไม่ใช่ลูกน้องหรอกแค่เป็นคนดูแลคุณคาร์ลฉันก็แค่ผู้ช่วยส่วนตัว"
เจคเลือกที่จะโกหกออกไปทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ผิดจากที่พวกนี้คิดเลย ครามแค่แข่งรถเพราะความชอบตามรอยพ่อ แต่อาชีพจริงๆที่สร้างเงินให้ครามคือธุรกิจฝั่งแม่ต่างหาก และล่าสุดปู่ของครามก็เพิ่งให้ครามดูแลในส่วนของธุรกิจฝั่งสีเทา ซึ่งงานแรกของครามในฐานะเสี่ยฟ้าครามก็คือการมาญี่ปุ่นครั้งนี้เพื่อมาคุยกับยากูซ่าตระกูลแถวหน้าเพื่อขอกำลังสนับสนุนในธุรกิจค้าอาวุธเพิ่อเปิดทาง
"เจค" ระหว่างที่เจคกำลังคิดอะไรอยู่นั้นเสียงของครามดังขึ้น
"รถไอเสร็จแล้วไอจะขับออกไปเลยนะ ฝากบอกโค้ชหน่อยว่าวันนี้ไม่เข้าสนามแล้ว"
"ได้ครับ"
"ไป" พูดจบร่างสูงก็กำชับมือโยริก่อนจะเดินออกไปด้วยกัน
แล้วทั้งคู่ก็พากันขับรถออกไปกินเค้กกันอย่างหวานชื่น
หลังจากวันนั้นความสัมพันธ์ของพวกเขาก็คืบหน้าขึ้นเรื่อยๆในเวลาอันรวดเร็ว
โยริมารอให้กำลังใจครามข้างสนามทุกวันจนทุกคนต่างเอ็นดูเด็กคนนี้ไม่น้อย
ตกเย็นพวกเขาก็ไปเที่ยวเล่นไปเดทกันจนทั่วเมือง พ่อหนุ่มนักแข่งดูมีชีวิตชีวาขึ้นมากๆหลังได้เจอกับคนตัวเล็ก เขาชอบโยริเข้าแล้วจริงๆแต่ถึงอย่างนั้นครามก็ยังให้เกียรติคนน้องเสมอ
เขาไม่เคยทำอะไรโยริไปมากกว่าจับมือกับกอดเลยสักครั้ง แม้จะอยู่ในที่ลับตาคนก็ตาม
อย่างวันนี้หลังเสร็จจากการดูหนังครามก็มายืนรอนาโอะพร้อมโยริหน้าห้าง เพราะคนตัวเล็กไม่กล้าให้ครามไปส่งที่บ้านแต่เขาก็ไม่ได้ถือสาอะไร เข้าใจได้ว่าเราเพิ่งรู้จักกันไม่ถึงเดือน
แต่แล้ว...
Rrrrrrrrrr
เสียงโทรศัพท์ของคนตัวเล็กก็ดังขึ้น เมื่อโยริรับสายก็ได้ความว่าพี่เลี้ยงของเจ้าตัวรถเสียแล้วจะมารับสาย สุดท้ายครามจึงได้อาสามาส่งโยริที่บ้านแทนเป็นครั้งแรก
"ผมไปนะครับ ขอบคุณมากที่มาส่งนะ"
"เดี๋ยวถึงบ้านโทรหา"
"ครับ"
แต่ถึงจะลากันเสร็จแล้วคนตัวเล็กก็ยังไม่ยอมลงจากรถ จนครามต้องหันมามองและทั้งคู่ก็ได้สบตากันก่อนที่โยริเองจะเป็นฝ่ายยืดตัวขึ้นไปหอมแก้มร่างสูงอย่างรวดเร็ว แล้วก็รีบกลับไปนั่งที่อย่างเคอะเขิน
"ผมไปจริงๆแล้วนะครับ"
หมับ!
แต่พอโยริจะรีบเร่งลงไปจากรถจริงๆครั้งนี้กลับเป็นครามที่คว้าแขนคนน้องเอาไว้ ก่อนจะคว้าหลังคอของโยริเข้ามาหาตัวแล้วประทับริมฝีปากอุ่นๆลงไปบนหน้าผากให้กับเด็กดีของเขา
ครามแช่ค้างริมฝีปากเอาไว้อยู่นาน ให้พวกเขาได้ซึมซับทุกความอบอุ่นซึ่งกันและกัน แล้วร่างสูงก็รับรู้ได้ถึงสัมผัสจากมือเล็กที่ยื่นมากอดเอวเขาเอาไว้อย่างให้ความร่วมมือ
บรรยากาศตอนนี้มันดีมากๆ มันอบอวลไปด้วยความรักที่กำลังหอมหวานจนไม่อยากให้มันสิ้นสุดลง และอยากไปต่อให้มันลึกซึ้งมากกว่านี้ แต่แล้วทั้งคู่ก็จำเป็นต้องผละออกก่อนเพราะกำลังมีคนเดินออกมา
"ผมไปจริงๆแล้วนะคาร์ล"
"ครับโยริ"
โยริที่นั่งมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง ได้แต่หวนคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้นแล้วก็พลันมีรอยยิ้มประดับขึ้นมาบนใบหน้า
นานกว่าสองปีแล้วสินะที่เรื่องนี้เกิดขึ้น แต่สำหรับคนตัวเล็กจนถึงวันนี้เขาก็ยังรู้สึกอุ่นใจในรอยจูบนั้นของครามอยู่เลย ทุกสัมผัสที่ร่างสูงประทับลงบนตัวเขามันยังตราตรึงอยู่ในใจไม่เคยเปลี่ยน
TBC