แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: Kayra/จาลี
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-13 03:05:48

หลังจากลงเครื่องเจคและลูกน้องก็พาโยริขึ้นรถมุ่งตรงมายังสถานที่ที่หนึ่งในทันที

โดยในตอนแรกโยริที่ไม่ได้คุ้นชินกับท้องถนนในประเทศไทยก็เข้าใจว่าลูกน้องของครามคงพาตัวเองไปยังโรงพยาบาลที่ผู้เป็นพ่อกำลังรับการรักษาอยู่ แต่สถานที่ที่รถแล่นมามันกลับห่างไกลจากที่ๆควรเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลมากขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อรถแล่นเข้ามาในอาณาเขตของสนามแข่งรถและอู่รถแถบชานเมือง คนตัวเล็กถึงเพิ่งมาแน่ใจแล้วว่ามันไม่น่าจะใช่

"เจค ที่นี่ไม่น่าใช่โรงพยาบาลนะ"

"คุณมีหน้าที่แค่ตามผมมาก็พอ" เจคพูดตอบออกมาด้วยความเย็นชาเหมือนเคย ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไป

โยริจึงทำได้แค่ลากกระเป๋าแล้วเดินตามไปด้วยความสงสัย หันซ้ายหันขวาก็ไม่เห็นจะมีวี่แววว่าจะมีใครมารักษาตัวที่นี่เลยสักนิด

คนตัวเล็กพยายามถามเจคตลอดทั้งทางที่ถูกพาเดินมายังบ้านหลังหนึ่งว่าพาเขามาที่ไหน แต่เจคก็ไม่ได้ตอบ

จนเข้ามาในตัวบ้านเจคถึงไล่ลูกน้องทุกคนให้ออกไปเฝ้าข้างนอก ก่อนที่ตัวเองจะหยิบรีโมทมาเปิดทีวีที่กำลังแสดงผลหน้าจอ เป็นใครบางในชุดสีฟ้ากำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องฉุกเฉินที่มีสายระโยงระยางมากมายช่วยต่อชีวิตอยู่

"ปาปา" คนตัวเล็กอุทานออกมาเสียงเศร้า ก่อนที่จะหันไปมองเจคอย่างไม่เข้าใจ

"เจค ไหนคุณบอกว่าจะพาผมไปหาพ่อแล้วทำไม..."

"คุณจะได้ติดตามอาการของพ่อคุณผ่านทีวีตรงนี้ตามคำสั่งของคุณคาร์ล"

"ไม่ครับ"

"ผมมาที่นี่เพื่อต้องการพบพ่อผม ไม่ใช่แค่เห็นท่านผ่านหน้าจอทีวี"

"แล้วแต่ถ้าคุณไม่อยากดูก็ปิด ผมไม่ได้มีหน้าที่ทำตามคำสั่งคุณ"

"งั้นคุณก็คืนโทรศัพท์ของผมมา ผมจะโทรหาคาร์ล"

"เกรงว่าจะไม่ได้ เสี่ยสั่งว่าคุณไม่มีสิทธิ์ใช้โทรศัพท์อีกแล้ว"

"พวกคุณกำลังทำอะไรกันแน่ พ่อผมมีสิทธิ์เป็นอัมพาตนะมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ"

"ถ้าไม่พาผมไปหาพ่อ ผมหาทางไปหาท่านเองก็ได้" พูดจบคนตัวเล็กก็เร่งฝีเท้าเพื่อจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้

แต่แล้วคำพูดของเจคก็กลับหยุดยั้งปลายเท้าเรียวเอาไว้เสียก่อน

"ถ้าอยากให้พ่อคุณตายก็ลองไปสิ"

".....?"

"คุณคาร์ลคงสั่งถอดเครื่องช่วยหายใจของพ่อคุณในทั้งทีที่คุณก้าวออกไปจากบ้านหลังนี้"

"คาร์ลที่ผมรู้จักไม่เลวร้ายขนาดนั้นหรอก"

"นั่นมันก่อนที่คุณจะทำร้ายเจ้านายผม"

"จะกลับมานั่งรอดีๆไหมครับ"

สุดท้ายโยริก็จำต้องเดินกลับมาที่เดิมอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้ พร้อมจ้องมองเจคด้วยความโกรธเคือง

"ผมต้องการคุยกับคาร์ล"

"คุณก็รอ"

"ผมจะคุยเดี๋ยวนี้"

"เสี่ยยังไม่ว่างครับ"

"แต่ผมจะคุยกับเขา เดี๋ยวนี้" โยริจงใจเน้นย้ำคำพูดในประโยคสุดท้ายให้หนักแน่นขึ้น แต่เจคก็ไม่ได้ใส่ใจยังคงยืนนิ่งขรึมอยู่อย่างนั้น จนโยริเริ่มโกรธจนตัวสั่นขอบตาแดงก่ำ

"เจค ผมขอร้อง ผมต้องการคุยกับคาร์ล"

"ผมก็บอกไปแล้วว่าเสี่ยยังไม่ว่าง คุณมีหน้าที่แค่รอ ไม่ว่าจะอยากรอหรือไม่อยากรอ หน้าที่ของคุณคือทำได้แค่นั่งรออยู่เฉยๆให้เสี่ยมา เข้าใจนะครับ" พูดจบเจคก็เดินออกไปในทันที

ทิ้งให้โยริอยู่ในบ้านหลังนั้นคนเดียวตามลำพัง ทำให้คนตัวเล็กได้แต่จ้องมองพ่อของตัวเองผ่านหน้าจอทีวีทั้งน้ำตาก็เท่านั้น

เขาเป็นห่วงพ่อจับใจ แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อหลวมตัวมาที่นี่แล้ว

เขาไม่รู้ว่าครามกำลังจะเล่นอะไรอยู่ ทำไมถึงไม่พาเขาไปเจอพ่อตามที่ตกลงกันไว้ แต่กลับพาเขามาทิ้งให้อยู่ในบ้านหลังนี้คนเดียวแบบนี้

ระหว่างรอโยริจึงพยายามมองรอบๆข้างอย่างสำรวจไปด้วย

คิดว่าบ้านหลังนี้ไม่น่าใช่บ้านร้างเพราะบ้านมันค่อนข้างที่จะดูดี ดูเป็นบ้านที่คนอาศัยอยู่จริงๆซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นที่ๆครามใช้อาศัยอยู่ในขณะที่อยู่ในอู่ซ่อมรถแห่งนี้ เพราะมีรูปครามวางอยู่บนตู้สอฃสามรูป

คนตัวเล็กเดินสำรวจบ้านอย่างลุกลี้ลุกลน เผื่อว่าจะสามารถออกไปจากที่นี่ได้ แต่ในระหว่างนั้นอยู่ๆก็กลับมีเสียงวอลล์ดังขึ้นมา

"โปรดนั่งอยู่แค่ในห้องนั่งเล่น อย่าเดินเพ่นพ่านไปมา"

"ถ้าคุณไม่ให้ความร่วมมือเกรงว่าเราอาจจะต้องส่งลูกน้องไปเฝ้าคุณด้านใน"

เมื่อได้ฟังอย่างนั้นโยริก็กลับมานั่งนิ่งหน้าตรงโซฟาหน้าทีวีอีกครั้ง พร้อมกับคอยสังเกตอาการของพ่อตัวเองไปด้วยอย่างหวั่นๆ เพราะได้ยินพยาบาลคุยกันว่าคนไข้ไม่ฟื้นเลยเป็นเวลากว่า11ชั่วโมงแล้ว

รอแล้วรอเล่าจนเวลาล่วงเลยมากว่าสองทุ่มครามก็ยังไม่มา คนตัวเล็กจึงเริ่มไปถามหาคราทกับลูกน้อง แต่ก็ไม่มีใครตอบอะไรนอกจากบอกว่าไม่รู้

จนโยริเริ่มหงุดหงิดโวยวายที่จะขอติดต่อกับครามเพราะร้อนใจที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องรออยู่แบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ และสุดท้ายเหมือนลูกน้องของครามจะคุยอะไรกันสักอย่างกับเจค แล้วก็ยอมบอกความคืบหน้าของครามให้กับคนตัวเล็กฟังในที่สุด

"เสี่ยกำลังจะเดินทางมาถึงที่นี่ภายใน5นาที"

"ขอให้คุณกลับไปรอในบ้านก่อน"

เมื่อได้ฟังแบบนั้นโยรีก็ยอมกลับไปนั่งรอในบ้านดีๆ ซึ่งตอนนี้กล้องที่ใช้ส่องผู้เป็นพ่อได้ถูกปิดลงไปแล้วตั้งแต่หนึ่งทุ่ม คนตัวเล็กจึงต้องนั่งหงอยเหงาอยู่ตรงนั้นคนเดียวโดยปราศจากโทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นๆ

ตึก

ตึก

ตึก

ปลายเท้ายาวของใครบางคนในรองเท้าคัตชูหนังสีดำกำลังก้าวเดินย่างกายเข้ามาในบ้านอย่างช้าๆ สองมือที่เดินล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็กสีดำอยู่บ่งบอกได้ดีว่าคนมาใหม่ไม่ได้สนใจความรีบร้อนของคนรอเลยสักนิด

และเมื่อเดินเข้ามาจนเห็นแผ่นหลังบางที่คุ้นเคยของคนที่กำลังนั่งหันหลังอยู่บนโซฟา ริมฝีปากหนาก็ยกยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะถอดแว่นสีชาออกแล้วนำมันมาเกี่ยวไว้ที่เสื้อซาตินสีน้ำเงินตัวโปรด พร้อมกับเปร่งเสียงทักทายคนที่ไม่ได้เจอกันมานานออกไป

"ไง โยริ"

"คาร์ล"

ทันที่ได้ยินเสียงของคนที่ตัวเองเฝ้ารอมาทั้งวัน คนตัวเล็กก็รีบหันตัวกลับมาด้วยดวงตาที่เป็นประกาย พร้อมรีบวิ่งเข้ามาหาครามในทั้งที

"คุณมาแล้ว"

"....."

"คาร์ล คุณพาผมไปหาพ่อหน่อยได้ไหม"

"....."

"อย่าเงียบสิ"

"คุณคาร์ลผมมารับปาปาด้วยตัวเองตามที่คุณบอกแล้ว แต่เจคกลับพาผมมารอที่นี่ เขาบอกว่าผมต้องดูพ่อผ่านทีวีเท่านั้น บอกว่าคุณสั่ง"

"มันไม่จริงใช่ไหม"

"คุณ..."

"หึ" ครามหัวเราะอย่างสมเพชออกมากับท่าทางร้อนรนของคนตัวเล็ก พร้อมกับใช้มือหนาผลักหน้าผากของโยริอย่างแรงจนคนตัวเล็กล้มนั่งลงไปกับโซฟา

ก่อนที่ร่างสูงจะทิ้งสะโพกนั่งไขว่ห้างลงบนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟา พร้อมกับหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบโดยไม่สนใจโยริที่จ้องมองมาอย่างมึนงงเลยสักนิด

"คุณ"

ฟู่วววว

"แค่ก! แค่ก! แค่ก!"

โยริถูกพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าเต็มๆจนคนตัวเล็กสำลักควันไอออกมา

"คุณทำบ้าอะไรของคุณ"

แม้จะได้รับสายตาที่ไม่ค่อยพอใจนัก แต่ครามก็ยังทำท่าทางไม่ยี่หร่า เขายังคงมองโยริไม่วางตาพร้อมกับยื่นมือไปจับปลายคางมนของคนน้องให้เชิดขึ้น

"ไม่เจอกันสองปีเลยนะ"

"คิดถึงฉันรึเปล่า"

"ผม..." คนตัวเล็กมีท่าทีอึกอักเล็กน้อยก่อนที่จะหันสายตาหนี แต่มันก็ไม่เป็นผลเมื่อครามไม่ยอมให้คนตัวเล็กละสายตาออกจากกัน เขายังคงตามมาสบตากันจนโยริต้องหลับตาหนีในที่สุด

"ตอบมาตามตรงโยริ อย่าเก่งแต่หนี"

"ช่างมันเถอะครับ ผมมาที่นี่เพื่อจะมารับตัวปาปา ทุกคนที่บ้านเป็นห่วงท่านมาก ได้โปรดคุณช่วยพาผมไปหาพ่อหน่อยได้ไหม"

"ไม่"

"ได้ยังไง ก็ไหนคุณบอก..."

"ฉันบอกอะไร"

"ฉันบอกแค่ว่าถ้าเธออยากให้พ่อเธอปลอดภัยก็ให้โพล่หัวมา"

"ฉันไม่เคยบอกว่าฉันจะปล่อยพ่อเธอสักหน่อย"

"คุณหลอกผมหรอ"

"ฉันไม่ใช่จอมหลอกลวงแบบเธอ"

"อึก" ทันใดนั้นมือหนาที่จับปลายคางมนอยู่ก็เปลี่ยนมาบีบสันกรามของคนน้องแน่น จนโยริต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

"เธอรู้รึเปล่าว่าพ่อเธอทำให้สินค้าของฉันเสียหายขนาดไหน"

"แล้วเสือกมาหัวใจวายอีก"

"แต่ไอ้แก่บาปหนามันเสือกไม่ตาย จนฉันต้องเวทนาเอาร่างพะงาบๆของมันไปส่งโรงพยาบาลเพราะไม่อยากให้มันมาตายในถิ่นฉัน"

"ทำตัวภาระจนนรกยังไม่อยากรับเลี้ยง"

"อย่าพูดถึงพ่อผมแบบนี้"

"หึ โกรธหรอ ไม่ชอบสินะ"

"ฉันก็โกรธ โกรธทั้งเธอและพ่อเธอ"

ปึก!

คนตัวเล็กถูกผลักให้หลังไปชนกับพนักโซฟาอีกครั้งอย่างแรง ก่อนที่ครามจะตามมาคร่อมทับ แล้วคว้าคอของโยริให้กลับมามองหน้ากัน พร้อมพูดเสียงลอดไรฟังออกไป

"ฉันเกลียดเธอ"

"ฉันเกลียดพ่อเธอ"

"เกลียด"

"เกลียดชิบหายเลย"

"โยริ นากามูระ"

"ถ้าคุณเกลียดผมขนาดนั้น แล้วคุณจะเรียกให้ผมกลับมารับตัวปาปาทำไม ในเมื่อเกลียดกันจนไม่อยากมองหน้าผม ผมก็หลบหน้าคุณแล้วไง ทำไมคุณถึงไม่ส่งตัวพ่อผมคืนให้กับลูกน้อง คุณให้เจคไปรับผมมาทำไม"

"หึ ส่งตัวคืนให้ลูกน้องพ่อเธอ แบบนั้นมันก็ง่ายไปน่ะสิ"

"เธอไม่รู้หรอกว่าพ่อเธอก่อกวนฉันมากี่ครั้ง ไอ้แก่เดนนรก"

"แต่มามาบอกว่าเป็นคุณไม่ใช่หรอที่หาเรื่องพ่อผมก่อน"

"อ้อเขาว่างั้นกับเธอหรอ"

"....."

"งั้นก็รู้ไว้ด้วยว่าแม่เลี้ยงเธอมันโกหก"

"ครอบครัวเธอนี่สันดานเสียกันทั้งบ้านเลยเนอะ ถึงว่าลูกก็ขี้โกหกด้วย"

"คาร์ล...ถ้าคุณโกรธ ก็ให้ด่าแค่ผมอย่าลามไปถึงคนอื่น ผมขอร้อง"

"ได้ ฉันด่าแค่เธอทำร้ายแค่เธอก็ได้"

"งั้นเริ่มคืนนี้เลยเป็นไง"

"คุณหมายความว่ายังไง"

"ก็เหมือนที่ฉันบอกไปในสายไง"

ในขณะที่โยริกำลังจ้องมองหน้าครามด้วยความหวาดกลัวที่เริ่มก่อเกิดขึ้นในใจอยู่นั้น ครามก็โน้มตัวเข้าใกล้ขึ้นจนแก้มของพวกเขาแนบชิดกัน พร้อมกับกระซิบข้างหูของโยริด้วยถ้อยคำที่หยาบคายที่สุดเท่าที่คนตัวเล็กเคยได้ยินมา จากปากอดีตคนรัก

"พร้อมจะเป็นกะหรี่หรือยัง"

"คุณหนูโยริ"

กึก!

"อ้าาาาาาา"

TBC
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 127

    รุ่งเช้าคาร์ลตื่นเป็นฝ่ายขึ้นมาก่อน แล้วหันไปมองโยริที่กำลังสนิทอยู่ข้างๆ ท่ามกลางแสงแดดที่ค่อยๆ ส่องผ่านหน้าต่าง มือหนายกผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างของโยริอย่างเบามือ พลางคิดในใจ คนตัวเล็กช่างเหมือนดอกซากุระ บอบบาง อ่อนโยน แต่ก็กลับงดงามและเย้ายวนทุกครั้งที่ได้มอง "เจ้าจะรู้ตัวไหมว่าทุกครั้งที่เราได้พบก

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 126

    คาร์ลมองดูท่าทางของโยริด้วยความพึงพอใจ กระแทกแก่นกายเข้าใส่พร้อมกับขยับแท่งแก้วสลับจังหวะกัน ดวงตาคมเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ เมื่อเห็นร่างของโยริสั่นสะท้านไร้เรี่ยวแรงอยู่ใต้เขาเช่นนี้ "ไง ของจริงกับของปลอมเจ้าชอบอันไหนมากกว่ากันโยริ" "นะ...นายท่าน... ไม่ไหว... อึก...ข้าไม่ไหว...มะ...มันจะฉีก" "หึ

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 125

    ทั้งคู่สบตากันด้วยแววตาที่แสนจะลามก คาร์ลกดลำคอของโยริแน่นขึ้น บังคับให้กลืนกินแก่นกายของเขาอย่างหยาบโลน มือหนาอีกข้างก็จับแท่งแก้วกระแทกรูสวาทของคนตัวเล็กตามจังหวะเดียวกัน ทุกสัมผัสทำให้โยริรู้สึกเสียวซ่านจนเกินบรรยาย อยากจะหุบขาเพื่อหนีความเสียวแต่ก็ไร้ผล ได้แต่ดิ้นเร้าๆจนผิวเนื้อเสียดสีกับเชือกจ

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 124

    "เจ้ามันเกินเยียวยาจริงๆ ยิ่งข้ากระแทก เจ้าก็ยิ่งแอ่นรับอย่างไม่รู้จักพอ ยิ่งถูกจับบี้ ยิ่งย่ำยี เจ้าก็ยิ่งแฉะร้องขอให้ข้าชำเราเจ้าให้หนักขึ้น ร่างกายเจ้านี่มัน...ร่านเกินกว่าจะบรรยาย สมแล้วที่เป็นทาสที่เกิดมาเพื่อให้ข้าชำเรา และใช้ทุกส่วนของร่างกายจนหมดสภาพ" คาร์ลไล้ฝ่ามือที่ลื่นไปด้วยน้ำมันลงบนสะ

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 123

    จากนั้นคาร์ลก็หยิบขวดน้ำมันออกมา เปิดฝามันอย่างช้าๆ ก่อนจะหยดน้ำมันเย็นๆนั้นลงบนแผ่นอกของโยริ ผิวขาวเนียนรู้สึกร้อนผ่าว เมื่อหยดน้ำมันค่อยๆ ไหลซึมลงไปตามร่องรอยของเชือก เสียงลมหายใจของคนตัวเล็กเริ่มหนักหน่วงขึ้น จนคาร์ลได้แต่ยกยิ้มร้ายเมื่อเห็นการตอบสนองนั้น "เจ้าตื่นเต้นกับมันใช่ไหม หึ แต่ข้าจะบอก

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 122

    โยริกลับเข้ามาในสถานที่โออิรันเป็นครั้งสุดท้าย โดยที่มีคาร์ลเดินเคียงข้างมาด้วย คนตัวเล็กสวมใส่ชุดกิโมโนที่สง่างามที่สุดเข้ามา ราวกับเป็นการสั่งลาต่อทุกสิ่งที่นี่ สถานที่ที่เคยให้เกียรติยศสูงสุดแก่เขา คาร์ลได้ขอไถ่ตัวโยริออกมาด้วยเงินจำนวนมหาศาล แต่ก่อนที่พวกเขาจะจากไป โอคามิซังก็ได้ขอพูดคุยกับโยริ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status