Share

บทที่ 4

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-13 03:05:48

หลังจากลงเครื่องเจคและลูกน้องก็พาโยริขึ้นรถมุ่งตรงมายังสถานที่ที่หนึ่งในทันที

โดยในตอนแรกโยริที่ไม่ได้คุ้นชินกับท้องถนนในประเทศไทยก็เข้าใจว่าลูกน้องของครามคงพาตัวเองไปยังโรงพยาบาลที่ผู้เป็นพ่อกำลังรับการรักษาอยู่ แต่สถานที่ที่รถแล่นมามันกลับห่างไกลจากที่ๆควรเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลมากขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อรถแล่นเข้ามาในอาณาเขตของสนามแข่งรถและอู่รถแถบชานเมือง คนตัวเล็กถึงเพิ่งมาแน่ใจแล้วว่ามันไม่น่าจะใช่

"เจค ที่นี่ไม่น่าใช่โรงพยาบาลนะ"

"คุณมีหน้าที่แค่ตามผมมาก็พอ" เจคพูดตอบออกมาด้วยความเย็นชาเหมือนเคย ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไป

โยริจึงทำได้แค่ลากกระเป๋าแล้วเดินตามไปด้วยความสงสัย หันซ้ายหันขวาก็ไม่เห็นจะมีวี่แววว่าจะมีใครมารักษาตัวที่นี่เลยสักนิด

คนตัวเล็กพยายามถามเจคตลอดทั้งทางที่ถูกพาเดินมายังบ้านหลังหนึ่งว่าพาเขามาที่ไหน แต่เจคก็ไม่ได้ตอบ

จนเข้ามาในตัวบ้านเจคถึงไล่ลูกน้องทุกคนให้ออกไปเฝ้าข้างนอก ก่อนที่ตัวเองจะหยิบรีโมทมาเปิดทีวีที่กำลังแสดงผลหน้าจอ เป็นใครบางในชุดสีฟ้ากำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องฉุกเฉินที่มีสายระโยงระยางมากมายช่วยต่อชีวิตอยู่

"ปาปา" คนตัวเล็กอุทานออกมาเสียงเศร้า ก่อนที่จะหันไปมองเจคอย่างไม่เข้าใจ

"เจค ไหนคุณบอกว่าจะพาผมไปหาพ่อแล้วทำไม..."

"คุณจะได้ติดตามอาการของพ่อคุณผ่านทีวีตรงนี้ตามคำสั่งของคุณคาร์ล"

"ไม่ครับ"

"ผมมาที่นี่เพื่อต้องการพบพ่อผม ไม่ใช่แค่เห็นท่านผ่านหน้าจอทีวี"

"แล้วแต่ถ้าคุณไม่อยากดูก็ปิด ผมไม่ได้มีหน้าที่ทำตามคำสั่งคุณ"

"งั้นคุณก็คืนโทรศัพท์ของผมมา ผมจะโทรหาคาร์ล"

"เกรงว่าจะไม่ได้ เสี่ยสั่งว่าคุณไม่มีสิทธิ์ใช้โทรศัพท์อีกแล้ว"

"พวกคุณกำลังทำอะไรกันแน่ พ่อผมมีสิทธิ์เป็นอัมพาตนะมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ"

"ถ้าไม่พาผมไปหาพ่อ ผมหาทางไปหาท่านเองก็ได้" พูดจบคนตัวเล็กก็เร่งฝีเท้าเพื่อจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้

แต่แล้วคำพูดของเจคก็กลับหยุดยั้งปลายเท้าเรียวเอาไว้เสียก่อน

"ถ้าอยากให้พ่อคุณตายก็ลองไปสิ"

".....?"

"คุณคาร์ลคงสั่งถอดเครื่องช่วยหายใจของพ่อคุณในทั้งทีที่คุณก้าวออกไปจากบ้านหลังนี้"

"คาร์ลที่ผมรู้จักไม่เลวร้ายขนาดนั้นหรอก"

"นั่นมันก่อนที่คุณจะทำร้ายเจ้านายผม"

"จะกลับมานั่งรอดีๆไหมครับ"

สุดท้ายโยริก็จำต้องเดินกลับมาที่เดิมอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้ พร้อมจ้องมองเจคด้วยความโกรธเคือง

"ผมต้องการคุยกับคาร์ล"

"คุณก็รอ"

"ผมจะคุยเดี๋ยวนี้"

"เสี่ยยังไม่ว่างครับ"

"แต่ผมจะคุยกับเขา เดี๋ยวนี้" โยริจงใจเน้นย้ำคำพูดในประโยคสุดท้ายให้หนักแน่นขึ้น แต่เจคก็ไม่ได้ใส่ใจยังคงยืนนิ่งขรึมอยู่อย่างนั้น จนโยริเริ่มโกรธจนตัวสั่นขอบตาแดงก่ำ

"เจค ผมขอร้อง ผมต้องการคุยกับคาร์ล"

"ผมก็บอกไปแล้วว่าเสี่ยยังไม่ว่าง คุณมีหน้าที่แค่รอ ไม่ว่าจะอยากรอหรือไม่อยากรอ หน้าที่ของคุณคือทำได้แค่นั่งรออยู่เฉยๆให้เสี่ยมา เข้าใจนะครับ" พูดจบเจคก็เดินออกไปในทันที

ทิ้งให้โยริอยู่ในบ้านหลังนั้นคนเดียวตามลำพัง ทำให้คนตัวเล็กได้แต่จ้องมองพ่อของตัวเองผ่านหน้าจอทีวีทั้งน้ำตาก็เท่านั้น

เขาเป็นห่วงพ่อจับใจ แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อหลวมตัวมาที่นี่แล้ว

เขาไม่รู้ว่าครามกำลังจะเล่นอะไรอยู่ ทำไมถึงไม่พาเขาไปเจอพ่อตามที่ตกลงกันไว้ แต่กลับพาเขามาทิ้งให้อยู่ในบ้านหลังนี้คนเดียวแบบนี้

ระหว่างรอโยริจึงพยายามมองรอบๆข้างอย่างสำรวจไปด้วย

คิดว่าบ้านหลังนี้ไม่น่าใช่บ้านร้างเพราะบ้านมันค่อนข้างที่จะดูดี ดูเป็นบ้านที่คนอาศัยอยู่จริงๆซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นที่ๆครามใช้อาศัยอยู่ในขณะที่อยู่ในอู่ซ่อมรถแห่งนี้ เพราะมีรูปครามวางอยู่บนตู้สอฃสามรูป

คนตัวเล็กเดินสำรวจบ้านอย่างลุกลี้ลุกลน เผื่อว่าจะสามารถออกไปจากที่นี่ได้ แต่ในระหว่างนั้นอยู่ๆก็กลับมีเสียงวอลล์ดังขึ้นมา

"โปรดนั่งอยู่แค่ในห้องนั่งเล่น อย่าเดินเพ่นพ่านไปมา"

"ถ้าคุณไม่ให้ความร่วมมือเกรงว่าเราอาจจะต้องส่งลูกน้องไปเฝ้าคุณด้านใน"

เมื่อได้ฟังอย่างนั้นโยริก็กลับมานั่งนิ่งหน้าตรงโซฟาหน้าทีวีอีกครั้ง พร้อมกับคอยสังเกตอาการของพ่อตัวเองไปด้วยอย่างหวั่นๆ เพราะได้ยินพยาบาลคุยกันว่าคนไข้ไม่ฟื้นเลยเป็นเวลากว่า11ชั่วโมงแล้ว

รอแล้วรอเล่าจนเวลาล่วงเลยมากว่าสองทุ่มครามก็ยังไม่มา คนตัวเล็กจึงเริ่มไปถามหาคราทกับลูกน้อง แต่ก็ไม่มีใครตอบอะไรนอกจากบอกว่าไม่รู้

จนโยริเริ่มหงุดหงิดโวยวายที่จะขอติดต่อกับครามเพราะร้อนใจที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องรออยู่แบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ และสุดท้ายเหมือนลูกน้องของครามจะคุยอะไรกันสักอย่างกับเจค แล้วก็ยอมบอกความคืบหน้าของครามให้กับคนตัวเล็กฟังในที่สุด

"เสี่ยกำลังจะเดินทางมาถึงที่นี่ภายใน5นาที"

"ขอให้คุณกลับไปรอในบ้านก่อน"

เมื่อได้ฟังแบบนั้นโยรีก็ยอมกลับไปนั่งรอในบ้านดีๆ ซึ่งตอนนี้กล้องที่ใช้ส่องผู้เป็นพ่อได้ถูกปิดลงไปแล้วตั้งแต่หนึ่งทุ่ม คนตัวเล็กจึงต้องนั่งหงอยเหงาอยู่ตรงนั้นคนเดียวโดยปราศจากโทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นๆ

ตึก

ตึก

ตึก

ปลายเท้ายาวของใครบางคนในรองเท้าคัตชูหนังสีดำกำลังก้าวเดินย่างกายเข้ามาในบ้านอย่างช้าๆ สองมือที่เดินล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็กสีดำอยู่บ่งบอกได้ดีว่าคนมาใหม่ไม่ได้สนใจความรีบร้อนของคนรอเลยสักนิด

และเมื่อเดินเข้ามาจนเห็นแผ่นหลังบางที่คุ้นเคยของคนที่กำลังนั่งหันหลังอยู่บนโซฟา ริมฝีปากหนาก็ยกยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะถอดแว่นสีชาออกแล้วนำมันมาเกี่ยวไว้ที่เสื้อซาตินสีน้ำเงินตัวโปรด พร้อมกับเปร่งเสียงทักทายคนที่ไม่ได้เจอกันมานานออกไป

"ไง โยริ"

"คาร์ล"

ทันที่ได้ยินเสียงของคนที่ตัวเองเฝ้ารอมาทั้งวัน คนตัวเล็กก็รีบหันตัวกลับมาด้วยดวงตาที่เป็นประกาย พร้อมรีบวิ่งเข้ามาหาครามในทั้งที

"คุณมาแล้ว"

"....."

"คาร์ล คุณพาผมไปหาพ่อหน่อยได้ไหม"

"....."

"อย่าเงียบสิ"

"คุณคาร์ลผมมารับปาปาด้วยตัวเองตามที่คุณบอกแล้ว แต่เจคกลับพาผมมารอที่นี่ เขาบอกว่าผมต้องดูพ่อผ่านทีวีเท่านั้น บอกว่าคุณสั่ง"

"มันไม่จริงใช่ไหม"

"คุณ..."

"หึ" ครามหัวเราะอย่างสมเพชออกมากับท่าทางร้อนรนของคนตัวเล็ก พร้อมกับใช้มือหนาผลักหน้าผากของโยริอย่างแรงจนคนตัวเล็กล้มนั่งลงไปกับโซฟา

ก่อนที่ร่างสูงจะทิ้งสะโพกนั่งไขว่ห้างลงบนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟา พร้อมกับหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบโดยไม่สนใจโยริที่จ้องมองมาอย่างมึนงงเลยสักนิด

"คุณ"

ฟู่วววว

"แค่ก! แค่ก! แค่ก!"

โยริถูกพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าเต็มๆจนคนตัวเล็กสำลักควันไอออกมา

"คุณทำบ้าอะไรของคุณ"

แม้จะได้รับสายตาที่ไม่ค่อยพอใจนัก แต่ครามก็ยังทำท่าทางไม่ยี่หร่า เขายังคงมองโยริไม่วางตาพร้อมกับยื่นมือไปจับปลายคางมนของคนน้องให้เชิดขึ้น

"ไม่เจอกันสองปีเลยนะ"

"คิดถึงฉันรึเปล่า"

"ผม..." คนตัวเล็กมีท่าทีอึกอักเล็กน้อยก่อนที่จะหันสายตาหนี แต่มันก็ไม่เป็นผลเมื่อครามไม่ยอมให้คนตัวเล็กละสายตาออกจากกัน เขายังคงตามมาสบตากันจนโยริต้องหลับตาหนีในที่สุด

"ตอบมาตามตรงโยริ อย่าเก่งแต่หนี"

"ช่างมันเถอะครับ ผมมาที่นี่เพื่อจะมารับตัวปาปา ทุกคนที่บ้านเป็นห่วงท่านมาก ได้โปรดคุณช่วยพาผมไปหาพ่อหน่อยได้ไหม"

"ไม่"

"ได้ยังไง ก็ไหนคุณบอก..."

"ฉันบอกอะไร"

"ฉันบอกแค่ว่าถ้าเธออยากให้พ่อเธอปลอดภัยก็ให้โพล่หัวมา"

"ฉันไม่เคยบอกว่าฉันจะปล่อยพ่อเธอสักหน่อย"

"คุณหลอกผมหรอ"

"ฉันไม่ใช่จอมหลอกลวงแบบเธอ"

"อึก" ทันใดนั้นมือหนาที่จับปลายคางมนอยู่ก็เปลี่ยนมาบีบสันกรามของคนน้องแน่น จนโยริต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

"เธอรู้รึเปล่าว่าพ่อเธอทำให้สินค้าของฉันเสียหายขนาดไหน"

"แล้วเสือกมาหัวใจวายอีก"

"แต่ไอ้แก่บาปหนามันเสือกไม่ตาย จนฉันต้องเวทนาเอาร่างพะงาบๆของมันไปส่งโรงพยาบาลเพราะไม่อยากให้มันมาตายในถิ่นฉัน"

"ทำตัวภาระจนนรกยังไม่อยากรับเลี้ยง"

"อย่าพูดถึงพ่อผมแบบนี้"

"หึ โกรธหรอ ไม่ชอบสินะ"

"ฉันก็โกรธ โกรธทั้งเธอและพ่อเธอ"

ปึก!

คนตัวเล็กถูกผลักให้หลังไปชนกับพนักโซฟาอีกครั้งอย่างแรง ก่อนที่ครามจะตามมาคร่อมทับ แล้วคว้าคอของโยริให้กลับมามองหน้ากัน พร้อมพูดเสียงลอดไรฟังออกไป

"ฉันเกลียดเธอ"

"ฉันเกลียดพ่อเธอ"

"เกลียด"

"เกลียดชิบหายเลย"

"โยริ นากามูระ"

"ถ้าคุณเกลียดผมขนาดนั้น แล้วคุณจะเรียกให้ผมกลับมารับตัวปาปาทำไม ในเมื่อเกลียดกันจนไม่อยากมองหน้าผม ผมก็หลบหน้าคุณแล้วไง ทำไมคุณถึงไม่ส่งตัวพ่อผมคืนให้กับลูกน้อง คุณให้เจคไปรับผมมาทำไม"

"หึ ส่งตัวคืนให้ลูกน้องพ่อเธอ แบบนั้นมันก็ง่ายไปน่ะสิ"

"เธอไม่รู้หรอกว่าพ่อเธอก่อกวนฉันมากี่ครั้ง ไอ้แก่เดนนรก"

"แต่มามาบอกว่าเป็นคุณไม่ใช่หรอที่หาเรื่องพ่อผมก่อน"

"อ้อเขาว่างั้นกับเธอหรอ"

"....."

"งั้นก็รู้ไว้ด้วยว่าแม่เลี้ยงเธอมันโกหก"

"ครอบครัวเธอนี่สันดานเสียกันทั้งบ้านเลยเนอะ ถึงว่าลูกก็ขี้โกหกด้วย"

"คาร์ล...ถ้าคุณโกรธ ก็ให้ด่าแค่ผมอย่าลามไปถึงคนอื่น ผมขอร้อง"

"ได้ ฉันด่าแค่เธอทำร้ายแค่เธอก็ได้"

"งั้นเริ่มคืนนี้เลยเป็นไง"

"คุณหมายความว่ายังไง"

"ก็เหมือนที่ฉันบอกไปในสายไง"

ในขณะที่โยริกำลังจ้องมองหน้าครามด้วยความหวาดกลัวที่เริ่มก่อเกิดขึ้นในใจอยู่นั้น ครามก็โน้มตัวเข้าใกล้ขึ้นจนแก้มของพวกเขาแนบชิดกัน พร้อมกับกระซิบข้างหูของโยริด้วยถ้อยคำที่หยาบคายที่สุดเท่าที่คนตัวเล็กเคยได้ยินมา จากปากอดีตคนรัก

"พร้อมจะเป็นกะหรี่หรือยัง"

"คุณหนูโยริ"

กึก!

"อ้าาาาาาา"

TBC
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 127

    รุ่งเช้าคาร์ลตื่นเป็นฝ่ายขึ้นมาก่อน แล้วหันไปมองโยริที่กำลังสนิทอยู่ข้างๆ ท่ามกลางแสงแดดที่ค่อยๆ ส่องผ่านหน้าต่าง มือหนายกผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างของโยริอย่างเบามือ พลางคิดในใจ คนตัวเล็กช่างเหมือนดอกซากุระ บอบบาง อ่อนโยน แต่ก็กลับงดงามและเย้ายวนทุกครั้งที่ได้มอง "เจ้าจะรู้ตัวไหมว่าทุกครั้งที่เราได้พบก

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 126

    คาร์ลมองดูท่าทางของโยริด้วยความพึงพอใจ กระแทกแก่นกายเข้าใส่พร้อมกับขยับแท่งแก้วสลับจังหวะกัน ดวงตาคมเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ เมื่อเห็นร่างของโยริสั่นสะท้านไร้เรี่ยวแรงอยู่ใต้เขาเช่นนี้ "ไง ของจริงกับของปลอมเจ้าชอบอันไหนมากกว่ากันโยริ" "นะ...นายท่าน... ไม่ไหว... อึก...ข้าไม่ไหว...มะ...มันจะฉีก" "หึ

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 125

    ทั้งคู่สบตากันด้วยแววตาที่แสนจะลามก คาร์ลกดลำคอของโยริแน่นขึ้น บังคับให้กลืนกินแก่นกายของเขาอย่างหยาบโลน มือหนาอีกข้างก็จับแท่งแก้วกระแทกรูสวาทของคนตัวเล็กตามจังหวะเดียวกัน ทุกสัมผัสทำให้โยริรู้สึกเสียวซ่านจนเกินบรรยาย อยากจะหุบขาเพื่อหนีความเสียวแต่ก็ไร้ผล ได้แต่ดิ้นเร้าๆจนผิวเนื้อเสียดสีกับเชือกจ

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 124

    "เจ้ามันเกินเยียวยาจริงๆ ยิ่งข้ากระแทก เจ้าก็ยิ่งแอ่นรับอย่างไม่รู้จักพอ ยิ่งถูกจับบี้ ยิ่งย่ำยี เจ้าก็ยิ่งแฉะร้องขอให้ข้าชำเราเจ้าให้หนักขึ้น ร่างกายเจ้านี่มัน...ร่านเกินกว่าจะบรรยาย สมแล้วที่เป็นทาสที่เกิดมาเพื่อให้ข้าชำเรา และใช้ทุกส่วนของร่างกายจนหมดสภาพ" คาร์ลไล้ฝ่ามือที่ลื่นไปด้วยน้ำมันลงบนสะ

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 123

    จากนั้นคาร์ลก็หยิบขวดน้ำมันออกมา เปิดฝามันอย่างช้าๆ ก่อนจะหยดน้ำมันเย็นๆนั้นลงบนแผ่นอกของโยริ ผิวขาวเนียนรู้สึกร้อนผ่าว เมื่อหยดน้ำมันค่อยๆ ไหลซึมลงไปตามร่องรอยของเชือก เสียงลมหายใจของคนตัวเล็กเริ่มหนักหน่วงขึ้น จนคาร์ลได้แต่ยกยิ้มร้ายเมื่อเห็นการตอบสนองนั้น "เจ้าตื่นเต้นกับมันใช่ไหม หึ แต่ข้าจะบอก

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 122

    โยริกลับเข้ามาในสถานที่โออิรันเป็นครั้งสุดท้าย โดยที่มีคาร์ลเดินเคียงข้างมาด้วย คนตัวเล็กสวมใส่ชุดกิโมโนที่สง่างามที่สุดเข้ามา ราวกับเป็นการสั่งลาต่อทุกสิ่งที่นี่ สถานที่ที่เคยให้เกียรติยศสูงสุดแก่เขา คาร์ลได้ขอไถ่ตัวโยริออกมาด้วยเงินจำนวนมหาศาล แต่ก่อนที่พวกเขาจะจากไป โอคามิซังก็ได้ขอพูดคุยกับโยริ

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 113

    "ข้าชอบดูเจ้าร่านแบบนี้ที่สุดเลยโออิรันน้อย" "เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมข้าถึงชอบดูเจ้าสำลักความต้องการของตัวเอง..." "เพราะเจ้า...จะอ้อนวอนข้าถึงขีดสุดยังไงละ ความร่านของเจ้ามันพุ่งทยานจน แม้แต่ในวินาทีนี้ที่เจ้าได้รับการกระตุ้นจนตาลอย เจ้าก็ยังกอดเอวข้าไม่ปล่อย" "ขาสั่นถึงเพียงนี้ก็ยังรั้นจะเกี่ยวเอว

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 108

    ความรู้สึกที่ถูกกักเก็บมาตลอดระเบิดออกมาในทันที โออิรันน้อยสบสายตาของคาร์ลด้วยความออดอ้อน ก่อนจะค่อยๆอ้าปากเปร่งเสียงหวานออกมาอย่างแผ่วเบา "ข้า…ข้าต้องการท่าน" โยริพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พลางหอบหายใจถี่รัว "ได้โปรด…ข้าทนไม่ไหวจริงๆ" คาร์ลยกยิ้มด้วยความพึงพอใจ ร่างแกร่งเคลื่อนมาหาช้าๆ ก่อนจะเอื้

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 90

    "โยริ/คาร์ล" พวกเขาต่างก็เรียกชื่ออีกฝ่ายออกมาพร้อมๆกัน ก่อนที่โยริจะเปิดโอกาสให้ครามเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน "เรา...ไปนั่งคุยกันที่ระเบียงไหม" "ครับ" พวกเขานั่งเคียงข้างกันอยู่ที่ม้านั่งตรงระเบียง ใต้แสงจันทร์สีนวลที่สะท้อนอยู่บนก้อนเมฆสีคราม และเงาภูเขาที่เห็นลางๆอยู่ไกลลิบ ทำให้บรรยากาศช่างดูผ่อนค

  • โออิรันในกรงสีคราม(Mpreg)   บทที่ 82

    "มามา ฮึก" คารินเดินเข้ามาหาโยริพร้อมทั้งน้ำตาในกลางดึก เฮ้ออออ ฝันอีกแล้วสินะ "ดาด้าไปไหน ฮื้ออออ ใครเอาดาด้าหนูไป ฮึก" "คารินคะ เด็กดีมาหามามาลูก มานอนนี่มา" โยริอุ้มลูกน้อยขึ้นมานอนบนตักอย่างโอนโยน พร้อมกับคอยลูบหัว เช็คน้ำตาปลอบคารินไปด้วย "ฮึก หาดาด้า หนูจะหาดาด้า" "ดาด้าไปทำงานครับ แต่หนู

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status