หลังจากลงเครื่องเจคและลูกน้องก็พาโยริขึ้นรถมุ่งตรงมายังสถานที่ที่หนึ่งในทันที
โดยในตอนแรกโยริที่ไม่ได้คุ้นชินกับท้องถนนในประเทศไทยก็เข้าใจว่าลูกน้องของครามคงพาตัวเองไปยังโรงพยาบาลที่ผู้เป็นพ่อกำลังรับการรักษาอยู่ แต่สถานที่ที่รถแล่นมามันกลับห่างไกลจากที่ๆควรเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลมากขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อรถแล่นเข้ามาในอาณาเขตของสนามแข่งรถและอู่รถแถบชานเมือง คนตัวเล็กถึงเพิ่งมาแน่ใจแล้วว่ามันไม่น่าจะใช่
"เจค ที่นี่ไม่น่าใช่โรงพยาบาลนะ"
"คุณมีหน้าที่แค่ตามผมมาก็พอ" เจคพูดตอบออกมาด้วยความเย็นชาเหมือนเคย ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไป
โยริจึงทำได้แค่ลากกระเป๋าแล้วเดินตามไปด้วยความสงสัย หันซ้ายหันขวาก็ไม่เห็นจะมีวี่แววว่าจะมีใครมารักษาตัวที่นี่เลยสักนิด
คนตัวเล็กพยายามถามเจคตลอดทั้งทางที่ถูกพาเดินมายังบ้านหลังหนึ่งว่าพาเขามาที่ไหน แต่เจคก็ไม่ได้ตอบ
จนเข้ามาในตัวบ้านเจคถึงไล่ลูกน้องทุกคนให้ออกไปเฝ้าข้างนอก ก่อนที่ตัวเองจะหยิบรีโมทมาเปิดทีวีที่กำลังแสดงผลหน้าจอ เป็นใครบางในชุดสีฟ้ากำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องฉุกเฉินที่มีสายระโยงระยางมากมายช่วยต่อชีวิตอยู่
"ปาปา" คนตัวเล็กอุทานออกมาเสียงเศร้า ก่อนที่จะหันไปมองเจคอย่างไม่เข้าใจ
"เจค ไหนคุณบอกว่าจะพาผมไปหาพ่อแล้วทำไม..."
"คุณจะได้ติดตามอาการของพ่อคุณผ่านทีวีตรงนี้ตามคำสั่งของคุณคาร์ล"
"ไม่ครับ"
"ผมมาที่นี่เพื่อต้องการพบพ่อผม ไม่ใช่แค่เห็นท่านผ่านหน้าจอทีวี"
"แล้วแต่ถ้าคุณไม่อยากดูก็ปิด ผมไม่ได้มีหน้าที่ทำตามคำสั่งคุณ"
"งั้นคุณก็คืนโทรศัพท์ของผมมา ผมจะโทรหาคาร์ล"
"เกรงว่าจะไม่ได้ เสี่ยสั่งว่าคุณไม่มีสิทธิ์ใช้โทรศัพท์อีกแล้ว"
"พวกคุณกำลังทำอะไรกันแน่ พ่อผมมีสิทธิ์เป็นอัมพาตนะมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ"
"ถ้าไม่พาผมไปหาพ่อ ผมหาทางไปหาท่านเองก็ได้" พูดจบคนตัวเล็กก็เร่งฝีเท้าเพื่อจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้
แต่แล้วคำพูดของเจคก็กลับหยุดยั้งปลายเท้าเรียวเอาไว้เสียก่อน
"ถ้าอยากให้พ่อคุณตายก็ลองไปสิ"
".....?"
"คุณคาร์ลคงสั่งถอดเครื่องช่วยหายใจของพ่อคุณในทั้งทีที่คุณก้าวออกไปจากบ้านหลังนี้"
"คาร์ลที่ผมรู้จักไม่เลวร้ายขนาดนั้นหรอก"
"นั่นมันก่อนที่คุณจะทำร้ายเจ้านายผม"
"จะกลับมานั่งรอดีๆไหมครับ"
สุดท้ายโยริก็จำต้องเดินกลับมาที่เดิมอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้ พร้อมจ้องมองเจคด้วยความโกรธเคือง
"ผมต้องการคุยกับคาร์ล"
"คุณก็รอ"
"ผมจะคุยเดี๋ยวนี้"
"เสี่ยยังไม่ว่างครับ"
"แต่ผมจะคุยกับเขา เดี๋ยวนี้" โยริจงใจเน้นย้ำคำพูดในประโยคสุดท้ายให้หนักแน่นขึ้น แต่เจคก็ไม่ได้ใส่ใจยังคงยืนนิ่งขรึมอยู่อย่างนั้น จนโยริเริ่มโกรธจนตัวสั่นขอบตาแดงก่ำ
"เจค ผมขอร้อง ผมต้องการคุยกับคาร์ล"
"ผมก็บอกไปแล้วว่าเสี่ยยังไม่ว่าง คุณมีหน้าที่แค่รอ ไม่ว่าจะอยากรอหรือไม่อยากรอ หน้าที่ของคุณคือทำได้แค่นั่งรออยู่เฉยๆให้เสี่ยมา เข้าใจนะครับ" พูดจบเจคก็เดินออกไปในทันที
ทิ้งให้โยริอยู่ในบ้านหลังนั้นคนเดียวตามลำพัง ทำให้คนตัวเล็กได้แต่จ้องมองพ่อของตัวเองผ่านหน้าจอทีวีทั้งน้ำตาก็เท่านั้น
เขาเป็นห่วงพ่อจับใจ แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อหลวมตัวมาที่นี่แล้ว
เขาไม่รู้ว่าครามกำลังจะเล่นอะไรอยู่ ทำไมถึงไม่พาเขาไปเจอพ่อตามที่ตกลงกันไว้ แต่กลับพาเขามาทิ้งให้อยู่ในบ้านหลังนี้คนเดียวแบบนี้
ระหว่างรอโยริจึงพยายามมองรอบๆข้างอย่างสำรวจไปด้วย
คิดว่าบ้านหลังนี้ไม่น่าใช่บ้านร้างเพราะบ้านมันค่อนข้างที่จะดูดี ดูเป็นบ้านที่คนอาศัยอยู่จริงๆซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นที่ๆครามใช้อาศัยอยู่ในขณะที่อยู่ในอู่ซ่อมรถแห่งนี้ เพราะมีรูปครามวางอยู่บนตู้สอฃสามรูป
คนตัวเล็กเดินสำรวจบ้านอย่างลุกลี้ลุกลน เผื่อว่าจะสามารถออกไปจากที่นี่ได้ แต่ในระหว่างนั้นอยู่ๆก็กลับมีเสียงวอลล์ดังขึ้นมา
"โปรดนั่งอยู่แค่ในห้องนั่งเล่น อย่าเดินเพ่นพ่านไปมา"
"ถ้าคุณไม่ให้ความร่วมมือเกรงว่าเราอาจจะต้องส่งลูกน้องไปเฝ้าคุณด้านใน"
เมื่อได้ฟังอย่างนั้นโยริก็กลับมานั่งนิ่งหน้าตรงโซฟาหน้าทีวีอีกครั้ง พร้อมกับคอยสังเกตอาการของพ่อตัวเองไปด้วยอย่างหวั่นๆ เพราะได้ยินพยาบาลคุยกันว่าคนไข้ไม่ฟื้นเลยเป็นเวลากว่า11ชั่วโมงแล้ว
รอแล้วรอเล่าจนเวลาล่วงเลยมากว่าสองทุ่มครามก็ยังไม่มา คนตัวเล็กจึงเริ่มไปถามหาคราทกับลูกน้อง แต่ก็ไม่มีใครตอบอะไรนอกจากบอกว่าไม่รู้
จนโยริเริ่มหงุดหงิดโวยวายที่จะขอติดต่อกับครามเพราะร้อนใจที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องรออยู่แบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ และสุดท้ายเหมือนลูกน้องของครามจะคุยอะไรกันสักอย่างกับเจค แล้วก็ยอมบอกความคืบหน้าของครามให้กับคนตัวเล็กฟังในที่สุด
"เสี่ยกำลังจะเดินทางมาถึงที่นี่ภายใน5นาที"
"ขอให้คุณกลับไปรอในบ้านก่อน"
เมื่อได้ฟังแบบนั้นโยรีก็ยอมกลับไปนั่งรอในบ้านดีๆ ซึ่งตอนนี้กล้องที่ใช้ส่องผู้เป็นพ่อได้ถูกปิดลงไปแล้วตั้งแต่หนึ่งทุ่ม คนตัวเล็กจึงต้องนั่งหงอยเหงาอยู่ตรงนั้นคนเดียวโดยปราศจากโทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นๆ
ตึก
ตึก
ตึก
ปลายเท้ายาวของใครบางคนในรองเท้าคัตชูหนังสีดำกำลังก้าวเดินย่างกายเข้ามาในบ้านอย่างช้าๆ สองมือที่เดินล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็กสีดำอยู่บ่งบอกได้ดีว่าคนมาใหม่ไม่ได้สนใจความรีบร้อนของคนรอเลยสักนิด
และเมื่อเดินเข้ามาจนเห็นแผ่นหลังบางที่คุ้นเคยของคนที่กำลังนั่งหันหลังอยู่บนโซฟา ริมฝีปากหนาก็ยกยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะถอดแว่นสีชาออกแล้วนำมันมาเกี่ยวไว้ที่เสื้อซาตินสีน้ำเงินตัวโปรด พร้อมกับเปร่งเสียงทักทายคนที่ไม่ได้เจอกันมานานออกไป
"ไง โยริ"
"คาร์ล"
ทันที่ได้ยินเสียงของคนที่ตัวเองเฝ้ารอมาทั้งวัน คนตัวเล็กก็รีบหันตัวกลับมาด้วยดวงตาที่เป็นประกาย พร้อมรีบวิ่งเข้ามาหาครามในทั้งที
"คุณมาแล้ว"
"....."
"คาร์ล คุณพาผมไปหาพ่อหน่อยได้ไหม"
"....."
"อย่าเงียบสิ"
"คุณคาร์ลผมมารับปาปาด้วยตัวเองตามที่คุณบอกแล้ว แต่เจคกลับพาผมมารอที่นี่ เขาบอกว่าผมต้องดูพ่อผ่านทีวีเท่านั้น บอกว่าคุณสั่ง"
"มันไม่จริงใช่ไหม"
"คุณ..."
"หึ" ครามหัวเราะอย่างสมเพชออกมากับท่าทางร้อนรนของคนตัวเล็ก พร้อมกับใช้มือหนาผลักหน้าผากของโยริอย่างแรงจนคนตัวเล็กล้มนั่งลงไปกับโซฟา
ก่อนที่ร่างสูงจะทิ้งสะโพกนั่งไขว่ห้างลงบนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟา พร้อมกับหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบโดยไม่สนใจโยริที่จ้องมองมาอย่างมึนงงเลยสักนิด
"คุณ"
ฟู่วววว
"แค่ก! แค่ก! แค่ก!"
โยริถูกพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าเต็มๆจนคนตัวเล็กสำลักควันไอออกมา
"คุณทำบ้าอะไรของคุณ"
แม้จะได้รับสายตาที่ไม่ค่อยพอใจนัก แต่ครามก็ยังทำท่าทางไม่ยี่หร่า เขายังคงมองโยริไม่วางตาพร้อมกับยื่นมือไปจับปลายคางมนของคนน้องให้เชิดขึ้น
"ไม่เจอกันสองปีเลยนะ"
"คิดถึงฉันรึเปล่า"
"ผม..." คนตัวเล็กมีท่าทีอึกอักเล็กน้อยก่อนที่จะหันสายตาหนี แต่มันก็ไม่เป็นผลเมื่อครามไม่ยอมให้คนตัวเล็กละสายตาออกจากกัน เขายังคงตามมาสบตากันจนโยริต้องหลับตาหนีในที่สุด
"ตอบมาตามตรงโยริ อย่าเก่งแต่หนี"
"ช่างมันเถอะครับ ผมมาที่นี่เพื่อจะมารับตัวปาปา ทุกคนที่บ้านเป็นห่วงท่านมาก ได้โปรดคุณช่วยพาผมไปหาพ่อหน่อยได้ไหม"
"ไม่"
"ได้ยังไง ก็ไหนคุณบอก..."
"ฉันบอกอะไร"
"ฉันบอกแค่ว่าถ้าเธออยากให้พ่อเธอปลอดภัยก็ให้โพล่หัวมา"
"ฉันไม่เคยบอกว่าฉันจะปล่อยพ่อเธอสักหน่อย"
"คุณหลอกผมหรอ"
"ฉันไม่ใช่จอมหลอกลวงแบบเธอ"
"อึก" ทันใดนั้นมือหนาที่จับปลายคางมนอยู่ก็เปลี่ยนมาบีบสันกรามของคนน้องแน่น จนโยริต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
"เธอรู้รึเปล่าว่าพ่อเธอทำให้สินค้าของฉันเสียหายขนาดไหน"
"แล้วเสือกมาหัวใจวายอีก"
"แต่ไอ้แก่บาปหนามันเสือกไม่ตาย จนฉันต้องเวทนาเอาร่างพะงาบๆของมันไปส่งโรงพยาบาลเพราะไม่อยากให้มันมาตายในถิ่นฉัน"
"ทำตัวภาระจนนรกยังไม่อยากรับเลี้ยง"
"อย่าพูดถึงพ่อผมแบบนี้"
"หึ โกรธหรอ ไม่ชอบสินะ"
"ฉันก็โกรธ โกรธทั้งเธอและพ่อเธอ"
ปึก!
คนตัวเล็กถูกผลักให้หลังไปชนกับพนักโซฟาอีกครั้งอย่างแรง ก่อนที่ครามจะตามมาคร่อมทับ แล้วคว้าคอของโยริให้กลับมามองหน้ากัน พร้อมพูดเสียงลอดไรฟังออกไป
"ฉันเกลียดเธอ"
"ฉันเกลียดพ่อเธอ"
"เกลียด"
"เกลียดชิบหายเลย"
"โยริ นากามูระ"
"ถ้าคุณเกลียดผมขนาดนั้น แล้วคุณจะเรียกให้ผมกลับมารับตัวปาปาทำไม ในเมื่อเกลียดกันจนไม่อยากมองหน้าผม ผมก็หลบหน้าคุณแล้วไง ทำไมคุณถึงไม่ส่งตัวพ่อผมคืนให้กับลูกน้อง คุณให้เจคไปรับผมมาทำไม"
"หึ ส่งตัวคืนให้ลูกน้องพ่อเธอ แบบนั้นมันก็ง่ายไปน่ะสิ"
"เธอไม่รู้หรอกว่าพ่อเธอก่อกวนฉันมากี่ครั้ง ไอ้แก่เดนนรก"
"แต่มามาบอกว่าเป็นคุณไม่ใช่หรอที่หาเรื่องพ่อผมก่อน"
"อ้อเขาว่างั้นกับเธอหรอ"
"....."
"งั้นก็รู้ไว้ด้วยว่าแม่เลี้ยงเธอมันโกหก"
"ครอบครัวเธอนี่สันดานเสียกันทั้งบ้านเลยเนอะ ถึงว่าลูกก็ขี้โกหกด้วย"
"คาร์ล...ถ้าคุณโกรธ ก็ให้ด่าแค่ผมอย่าลามไปถึงคนอื่น ผมขอร้อง"
"ได้ ฉันด่าแค่เธอทำร้ายแค่เธอก็ได้"
"งั้นเริ่มคืนนี้เลยเป็นไง"
"คุณหมายความว่ายังไง"
"ก็เหมือนที่ฉันบอกไปในสายไง"
ในขณะที่โยริกำลังจ้องมองหน้าครามด้วยความหวาดกลัวที่เริ่มก่อเกิดขึ้นในใจอยู่นั้น ครามก็โน้มตัวเข้าใกล้ขึ้นจนแก้มของพวกเขาแนบชิดกัน พร้อมกับกระซิบข้างหูของโยริด้วยถ้อยคำที่หยาบคายที่สุดเท่าที่คนตัวเล็กเคยได้ยินมา จากปากอดีตคนรัก
"พร้อมจะเป็นกะหรี่หรือยัง"
"คุณหนูโยริ"
กึก!
"อ้าาาาาาา"
TBC