로그인“เป็นผู้ปกครองของหนูวี่หรือครับ”
วีรพลเอ่ยถามแขกแปลกหน้าของบ้าน เขาพึ่งจะมีโอกาสซักอีกฝ่าย หลังจากที่ตกใจกับเซอร์ไพรส์วันเกิดของลูกสาว ยัยตัวแสบที่ทำให้เขารู้สึกนอยด์ไปทั้งวันเพราะนึกว่าลูกสาวจำวันสำคัญของตนเองไม่ได้
แต่หล่อนกลับจัดงานปาร์ตี้ไว้เซอร์ไพรส์ ของขวัญถูกใจ และคนที่ถูกใจ...ที่มาร่วมงาน
คริมา
สาวน้อยอายุเพียงยี่สิบ เท่ากับลูกสาวของเขา คนที่ทำให้หัวใจของหนุ่มใหญ่เต้นแรงเหมือนย้อนวัยหนุ่มอีกหน
วีรพลคิด...และได้แต่เก็บเอาไว้ในใจ เขาอายุ 43 แล้ว มันจะดูน่าเกลียด เหมือนไอ้เฒ่าหัวงูไหม ถ้าดันไปนึกชอบพอเพื่อนของลูกสาวเข้า
ได้แต่คิดนั่นแหละ...ขืนลูกสาวรู้เขาจะต้องโดนยัยหนูหยุมหัวเอาเปล่าๆ เขาปลื้มหนูวีวี่ ที่เป็นเด็กน่ารัก กิริยามารยาทละมุนตาไปหมด หน้าตาก็สวยหวานละไม...เป็นคนฉลาด อนาคตของเด็กสาวคงไปอีกไกล เปรียบเสมือนดอกไม้แสนสวย กำลังผลิบาน เขาไม่ควรเด็ดหล่อนมาไว้ชื่นชม
“ครับ...”
กริชดนัยเอ่ยรับ เขาจิบไวน์เรื่อยๆ ไม่ค่อยได้คุยกับใครเท่าไหร่ งานนี้มีเฉพาะคนในครอบครัวแท้ๆ เขาถูกลากมาอย่างไม่เต็มใจเลยสักนิด ไม่มาก็ไม่ได้ เพราะเด็กจอมจุ้นนั่นลากคริมาของเขามาด้วย
“ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวอีกครั้งหนึ่งนะครับ งานร้อยวันของคุณกานต์และคุณพัด ถ้ามีอะไรให้ช่วย ผมยินดี”
“ครับ”
ตอบสั้นๆ และดูไม่น่าจะชวนสนทนาอะไรต่อ วีรพลก็เลิกคิ้วแล้วมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของบุรุษที่นั่งข้างเขา ตาของกริชดนัยมองจ้องเพ่งไปยังคริมาที่กำลังคุยเล่นกับฟ้ารุ้งแทบไม่วางตา
อะไรบางอย่างในสายตาของกริชดนัย ทำให้วีรพลนึกถึงหมาป่ากำลังจับจ้องลูกแกะ
ความหึงหวงวูบขึ้นมาในใจของเขาอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะสายตาของกริชดนัย ที่มีศักดิ์เป็นอาเลี้ยงของคริมา
ผู้ชายด้วยกัน ย่อมมองตากันออก
กริชดนัยก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะหันมายิ้มอย่างเสียไม่ได้ให้กับเจ้าของบ้าน แล้วเอ่ยขอตัวกับเขา
“ขอตัวกลับก่อนนะครับ ขอบคุณมากครับที่ชวนมางานวันเกิดครับ”
“เชิญครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณกริช...”
สองหนุ่มต่างวัยมองสบตากันแวบหนึ่ง กริชค้อมศีรษะให้ ก่อนจะเดินตรงไปหาคริมาและฟ้ารุ้ง
“กลับกันได้แล้ว วี่”
เขาแบมือมาตรงหน้าคริมา นัยน์ตานั่นบังคับ...เธอโดยไม่ต้องพูด คริมาเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะหันไปบอกลาเพื่อนรัก ที่หน้างอลงทันที
“กลับก่อนนะ”
ฟ้ารุ้งจำต้องพยักหน้า แล้วมองค้อนกริชดนัยอย่างลืมตัว มือของคริมายกขึ้นและวางบนอุ้งมืออุ่นของผู้เป็นอาเลี้ยง
เขาบีบมือเธอพอให้รู้สึก แล้วดึงให้เธอเดินตามเขาไป ทั้งเขาและเธอไม่ได้พูดจาอะไรกันจนเมื่อเขาขึ้นรถและขับออกไปจากบ้านของวีรพล
บรรยากาศในรถอึมครึมเพราะกริชดนัยก็ไม่พูด คริมาก็ไม่ถาม คนขับตั้งใจขับรถโดยไม่ยอมเหลือบแลมองเธอเลย ส่วนเธอนั้นก็ก้มหน้าแล้วบีบมือเข้าหากันอย่างเครียดๆ
เขาจะเอาอย่างไรกับเธอนะ...
คริมาถามตัวเองในใจ แล้วเหลือบตามองเสี้ยวหน้าคมสันของกริชดนัย
เขาดูหน้าเครียดๆ คงจะโกรธเธอนั่นแหละ
เอาเถอะ เขาดูโกรธแบบนี้ คืนนี้เธอจะได้เนียนๆ เข้าห้องของตัวเองไป ไม่ต้องไปนอนกับเขา...แล้ว...อาจจะเนียนๆ ต่อไปในคืนต่อๆ ไป
ตกลงไว้กับตนเองแบบนี้ จึงให้ความเงียบเกาะกุมคนทั้งสองต่อไป จนกระทั่งถึงบ้าน
พอลงจากรถได้แล้ว คริมาก็ตั้งหน้าจ้ำอ้าว กะจะขึ้นบันไดไปยังห้องของตนเอง...ให้เร็วที่สุด จะได้ไม่ต้องพูดจาอะไรกับเขาให้ยอกแสยงหัวใจอีก แต่แล้วก็ต้องร้องกรี๊ด เมื่อถูกอุ้มลอยขึ้นจนขาพ้นพื้น เธอคว้าคอของเขาไว้เป็นหลัก เบิกตาโตมองเขาอย่างตื่นตกใจ
“อากริช”
“เรามีเรื่องจะต้องคุยกัน วี่จะต้องโดนลงโทษ”
เขาพูดเสียงดุๆ คริมาได้แต่ซุกหน้ากับอกเขา...เธอตัวสั่นเล็กน้อยเพราะความกลัวเขา ลงโทษ...โอ เขาจะลงโทษเธอแบบไหนกันนะ
ทว่า...
แม้จะกลัวเธอก็ไม่ได้ดิ้นรน ไม่ได้ขอความกรุณา เธอยินยอมให้เขาลงโทษ เธอยินยอมเขาทุกอย่าง
นั่นเพราะเป็นเขา กริชดนัย เธอจึงยอมศิโรราบ
“เรื่องอะไร แอบมีอะไรโกหกอาไม่สารภาพอีกหรือเปล่า? วี่แอบไปรักใคร”เขาแกล้งว่า คริมาย่นจมูกน้อย แล้วเอ่ยพึมพำเบาๆ “วี่จะไปรักใครได้อีกล่ะคะ นอกจาก...”“นอกจากอาหรือเปล่าครับ”คริมามองสบตาเขา แล้วก็หน้าแดงก่ำ เธอไม่พูดตอบ แต่ซุกหน้ากับอกเขา ทำท่าจะไม่พูดต่อเอาเสียดื้อๆ กริชดนัยหัวเราะหึๆ น้องปากแข็ง...ทั้งที่ถ้าเกิดว่าอ้อนเขาบ่อยๆ บอกรักเขาบ่อยๆ คนมีใจอยู่แล้วอย่างกริชดนัยคงไม่วายบอกรักตอบไปหรอก แต่นี่...ไม่ใช่เลยถ้าเกิดว่าคริมาเหมือนแม่จริงๆ เธอคงไม่เป็นแบบนี้ลูกไม้ไกลต้น...อาจจะเพราะการถูกหล่อหลอมมากระมัง อาจจะเพราะความคิดอ่านไม่ได้ถูกมารดาครอบงำ ทำให้คริมาเป็นลูกไม้ ที่ถูกลมแห่งความดีพัดไปไกลต้นไม้อย่างพัดชา“อื้อ...ทำไมเงียบล่ะ ไหนบอกว่ามีเรื่องอะไรจะคุยด้วย ตกลงว่าจะสารภาพอะไร”“มันไม่ใช่สารภาพ มันเป็นเรื่องที่วี่ไม่เคยพูดกับอากริชมากกว่า เป็นเรื่องที่วี่ไม่มีโอกาสได้พูด...ไม่รู้ว่าอากริชจะมองว่าวี่แก้ตัวไหม แต่...วี่รู้ว่าอากริชโกรธเกลียดวี่เพราะเรื่องนี้ เรื่องเมื่อหกปีที่แล้ว”“ไหนพูดสิ” เขาจะให้เธอพูดให้ฟังให้หมด ก่อนจะบอกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่เหลือความโกรธและเกลียด
คริมาหันมามองเพื่อน สีหน้าของเธอไม่สู้ดีเลย ฟ้ารุ้งถอนใจเฮือกก่อนจะแตะแขนเพื่อนรักอย่างให้กำลังใจ“เติมสักสามขวดไหมล่ะยัยวี่จะได้กล้าเข้าบ้าน”“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก...หรือ...ก็ดีนะ เราควรย้อมใจ...”“ยัยวี่เอ๊ย!” ฟ้ารุ้งจับหน้าเพื่อนแล้วตบแก้มเพื่อนรักเบาๆ ตอนนี้คริมาเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่แล้ว“ทั้งรักทั้งกลัวเค้าสินะ เราน่ะ”“อากริชเสียงดุมากเลย ตอนเราโทรบอกว่าจะให้ฟ้ามาส่ง...แล้วก็บอกว่าให้เรารีบกลับมา มีเรื่องจะต้องคุยกัน”“นี่...ยัยวี่ฉันจะแนะนำอะไรเธอ แบบที่ทำให้อีตาอากริชนั่นหายเคือง ทำตามเรานะรับรองว่าหายชัวร์”“ทำยังไง” คริมาทำตาปริบๆ ฟ้ารุ้งยิ้มทะเล้นก่อนจะกระซิบเสียงพร่าข้างหูเพื่อน“ก็จับอากริชของเธอขึงพืด จัดหนักเสียเลยไง ใช้เซ็กซ์ละลายพฤติกรรมสิยัยวี่”“โอ๊ย...” คริมาผลักเพื่อน ฟ้ารุ้งหัวเราะชอบใจ แล้วเอื้อมไปหยิบเอาถุงขนมที่แวะซื้อก่อนเข้าบ้าน ยัดใส่มือเพื่อน พร้อมกับเอ่ยสำทับ“เอ้า...เอาของหวานให้ตาอากริชนั่นกิน ของหวานจะทำให้อารมณ์ดี เสร็จแล้วก็...” ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคัก คริมาสั่นหน้า หน้าของเธอแดงก่ำ “อื้อ...ไม่เอา”“เอาเหอะ...อิอิอิ เราไปก่อนล่ะย
ปาร์ตี้ละลายพฤติกรรมของสองสาว คือเครื่องดื่มค็อกเทลสีสวย แอลกอฮอล์ 5% และผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ คริมาที่เหมือนคนหนีแบบเร่งด่วนมา เลยไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย นอกจากกระเป๋าสะพายใบที่เธอใช้ไปมหาวิทยาลัยประจำ โน้ตบุ๊ค เสื้อผ้าอะไรก็ลืมหอบหิ้วมา ตอบไลน์กริชดนัยแล้วเธอก็ปิดโทรศัพท์ เพราะฟ้ารุ้งสั่งให้ปิด ทางนั้นจะได้คิดว่าเธอนอนแล้ว เดี๋ยวตามเช็คอีกแล้วก็จะเห็นว่าฟ้ารุ้งชวนคริมาปาร์ตี้ จะพากันเดือดร้อนเอา“ปิดแหละดี เดี๋ยวอากริชของเธอจะเช็ค เห็นเราปาร์ตี้กินค็อกเทลกัน หนหน้าจะไม่ให้เธอมาอีก จริงสิไหนๆ ก็ไหนๆ ถ้าเหล้าหมด ไปร้านแถวนี้ไหมอะยัยวี่”“ไม่สิ...อะไรกันน่ะยัยฟ้า มาชวนเที่ยวเสียอย่างนั้นแหละ รู้นี่ว่าเราไม่ชอบเที่ยว”“ไปเสียหน่อยจะเป็นอะไร เราจะได้นัดพ่อออกมาด้วย”ฟ้ารุ้งยังไม่ลืมหรอกเรื่องสนับสนุนพ่อให้กับเพื่อน “หืม? คุณวีน่ะเหรอ”“ก็เออสิยะ พ่อเราน่ะยังเฟียสอยู่นะยัยวี่ เธอเห็นว่าพ่อเราแก่เหรอ”ลองถามแบบเลียบๆ เคียงๆ ดู เพื่อนรักเพียงแค่หัวเราะ...เอาเหอะ โอกาสยังมีอีกมาก ค่อยๆ เขยิบเอาก็ได้ เดี๋ยวเพื่อนรักจะตกใจ“ไม่แก่หรอก พ่อของฟ้าอะยังหนุ่ม ยังหล่ออยู่เลย”“
ทนายจารึกสังเกตเห็นสิ่งผิดปรกติระหว่างสองหนุ่มสาวมากมายระหว่างมื้ออาหารเย็นและการสนทนา อาชีพทนายทำให้เขาได้คลุกคลีกับคนหลายประเภท และมีจิตวิทยาในการสังเกตคน ฉะนั้นพิรุธของสองหนุ่มสาวที่แสดงออก ก็ทำให้เขารู้แจ่มชัดว่าสิ่งที่เขาสังหรณ์ไว้เกี่ยวกับกริชดนัยและคริมา คงจะเป็นความจริงเป็นแน่แท้ด้วยอายุอานามก็...ถือว่าเหมาะสมแม้ฝ่ายหญิงจะยังอายุน้อย และเขาก็อยากให้คริมาเรียนให้จบก่อน เขากำลังคิดหาข้อแก้ตัวสวยๆ ไว้ให้กับคนทั้งสอง ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งมีงานวิวาห์เกิดขึ้นมา“หนูวี่...ขอบใจมากนะสำหรับอาหารอร่อยๆ มื้อนี้ แล้ว...ยังไงก็เอาสิ่งที่ลุงพูดบอก ไปทำดูล่ะ” ทนายจารึกเอ่ยย้ำก่อนจะขึ้นรถ คริมาพึมพำรับคำ แล้วก้มหน้า...กริชดนัยยืนอยู่ข้างๆ เธอ นึกสงสัยว่าทนายจารึกพูดอะไรกับคริมา “กลับก่อนนะครับคุณกริช ฝากดูแลหนูวี่ด้วย ป้องกันด้วยก็ดีนะครับ ผมอยากจะให้หนูวี่เรียนให้จบก่อน”ประโยคหลังเอ่ย พร้อมกับขยิบตาให้ เล่นเอากริชดนัยและคริมาสะดุ้ง แล้วพากันเสมองไปทางอื่น ทนายจารึกหัวเราะขึ้นเบาๆ แล้วปิดประตูรถ ก่อนจะขับรถออกไปจากบ้านคืนนั้น...คริมานั้นว้าวุ่นเรื่องที่แหวนของขวัญจากเขา ไม่ได้อยู่บนนิ
วันนี้คริมา มาทำงานกับกริชดนัยเพราะเขาลากเธอมาด้วย เนื่องจากที่มหาวิทยาลัยของเธอหยุด เขาบอกว่าขืนไม่พามา เดี๋ยวเพื่อนซี้ของเธอก็จะมาพรากเธอไปจากเขาอีกดูใช้คำเข้า แล้วไหนจะการถูกเอาอกเอาใจอย่างคาดไม่ถึงจากเขา ของขวัญจากเขา...คริมากรีดนิ้วประกายเพชรส่องแสงวูบวาบบนนิ้วนางด้านซ้ายของเธอคนส่วนมากมักจะใส่แหวนแต่งงานหรือแหวนแทนใจจากคนรักไว้ที่นิ้วนี้เขา...คิดอย่างไรถึงได้สวมให้กับเธอที่นิ้วนี้คำถาม...ที่มีคำตอบในใจคนถามอยู่สองอย่าง“น้องวี่คะ เที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ บอสน่าจะกลับมาบ่ายบอกว่ายังไม่เสร็จธุระน่ะค่ะ” เสียงทักทำให้หญิงสาวที่กำลังจมกับภวังค์ของตนเองสะดุ้งเล็กน้อย แล้วหันไปยิ้มให้กับต้นเสียง เลขานุการสาวของกริชดนัยนั่นเองเธอขานรับ รัชนีจึงมาทรุดนั่งข้างๆ อยากจะชวนหญิงสาวคุย ตาสะดุดเห็นตรงแหวนวงสวย ก็อุทานออกมา“แหวนสวยจังนะคะน้องวี่ ซื้อใหม่หรือคะ”“เอ่อ...” คริมาหน้าแดงนิดๆ จะอย่างไรเธอก็ยังรักษาคำสัญญาที่เขาตั้งเงื่อนไขไว้อย่างจริงจัง แม้ว่าตอนนี้พอจะมีคนระแคะระคายแล้ว ว่าเธอกับกริชดนัยไม่ใช่แค่อาเลี้ยงกับหลานสาวปรกติแน่นอน คนในบ้านแหละที่สังเกตเห็น และเพื่
กริชดนัยสังเกตได้ถึงความแปลกบางอย่าง คือทุกครั้งที่เขาไปรับคริมาในตอนเย็นเพื่อกลับบ้าน ฟ้ารุ้งกับบิดาของหล่อนก็จะรออยู่ด้วย และมักจะชักชวนพวกเขาไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันเกือบทุกวัน บางวันขนาดว่าเขาปฏิเสธ สองพ่อลูกนั่นก็จะยังตามมาที่บ้านของพวกเขาวีรพลดูสนิทสนมกับคริมามาก มากจนชักจะเกินไปในสายตาของเขาไอ้จะห้ามโต้งๆ ว่าไม่ต้องมาวุ่นวายกับเธอ เขาจะห้ามได้ที่ไหนกัน เพราะลูกสาวของวีรพลเป็นเพื่อนรักกับคริมา สองคนเรียนด้วยกันก็ต้องเจอกันเป็นปรกติ แต่ที่เริ่มไม่ปรกติ คือในวันหยุดสองพ่อลูกนั่นก็มารับคริมาของเขาออกไปข้างนอกเรื่อยยามสนทนากัน บางทีเขาลองเปรยถาม คริมาก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังว่าไปทำอะไรมาบ้าง มันยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกผิดปรกติไอ้หมอนั่นคิดอะไรกับคริมาของเขาแน่นอน แถมเด็กฟ้ารุ้งดูจะสนับสนุนพ่อสุดตัวเสียด้วย“นั่นสร้อยอะไรหรือวี่” เขาทักขณะที่นอนกอดเธอ...ปรกติแล้วคริมาไม่ค่อยใส่เครื่องประดับ มีแค่แหวนที่นิ้วกลางวงเดียวและสร้อยแขนที่เป็นสร้อยทองเส้นเล็กติดตัวที่เขาเห็นตลอด วันนี้เธอมีสร้อยคอสีเงินและห้อยจี้เพชรเม็ดเล็กเป็นรูปหัวใจ ดูแล้วน่าจะเป็นของแท้อยู่บนลำคอขาวผ่อง







