로그인“อุ๊ย!”
เสียงหวานอุทานพลางนิ่วหน้า เธอถูกโยนลงบนเตียงเขาอย่างไม่ปราณี แม้แต่จะนิ่มแต่ก็รู้สึกจุกไปเล็กน้อย
กริชดนัยจ้องมองใบหน้าหวานนั่น ก่อนจะค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อตัวเอง ทีละเม็ด ทีละเม็ด
คริมามองตามมือเขา เธอหน้าแดงก่ำ เมื่อเขากระชากเสื้อออกจากบ่า แล้วโยนมันทิ้งลงบนพื้น เธอกะพริบตาปริบๆ พร้อมกับถามเขาเสียงอ่อย
“อากริช...จะทำอะไร”
“ทำโทษเธอไง”
เขาตอบเสียงเป็นคำราม แล้วเริ่มรูดซิปกางเกงก่อนจะรูดมันลงตามลำขาแข็งแกร่ง คริมาหยุดมองเขาไม่ได้เลยจริงๆ ราวกับถูกมนต์สะกดให้มองจ้องร่างแข็งแรงไปทั้งเนื้อทั้งตัวนั่น ไฟเปิดสว่างจ้า แถมเขายัง...มาถอดทุกชิ้นให้เธอดู เธอควรจะเมินไปทางอื่น ไม่ใช่นั่งจ้องเขาแล้วอ้าปากหวอแบบนี้
ตาของเธอมองตกไปยังบริเวณท้องน้อยของเขา...บางส่วนผงาดพุ่งขึ้นมา เธอเอามือปิดปากแล้วหน้าแดงก่ำ
“มานี่”
เขาก้าวถึงเตียงแล้ว และกระชากเธอเข้ามาหาตัว คริมาเซเข้าไปในอ้อมแขนนั้น เขาบดจูบลงมาอย่างเร่าร้อน จนเธอเกือบสำลักจูบนั่น
มือของเขาลูบไปตามผิวเนื้อเนียนละมุนและเริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธออย่างร้อนใจ กระดุมเสื้อของเธอถึงกับขาด เพราะความเร่งร้อนของเขา
มือน้อยยันอกเขาไว้ ตัวของเธอสั่น อาจจะเพราะสัมผัสอันจาบจ้วง รุนแรงกว่าปรกติ วันนี้อารมณ์ของกริชดนัยร้อนเร่ากว่าทุกหน อาจจะเพราะห่างจากเธอไปและเขามีอารมณ์โกรธเธอปนกันด้วย เพราะคำขู่เพราะสายตาของเขา ทำให้คริมานึกหวาดกลัวเขา เธอยังอ่อนด้อยในเชิงเกมกาม เธอกลัวว่าเขาจะทำรุนแรง ความทรงจำในคืนแรกหวนเข้ามาให้ได้นึกเกรง แม้วันต่อๆ มานั้นเขาจะทำให้เธอบรรลุปลายทางแห่งความสุขสม และไม่มีความเจ็บปวดอีกต่อไปแล้วก็ตาม
เขาขบย้ำที่ซอกคอของเธอเหมือนจะตีตราและทำโทษ คริมาสะดุ้งเธอกลัวเขาจนน้ำตาปริ่ม เมื่อรับรู้ว่าเธอเกร็ง กริชดนัยก็เงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นน้ำตาบนแก้มนวลนั่น เขาก็จุ๊ปากอย่างไม่ชอบใจ ความโกรธเธอเจือจางละลายลงไปอย่างรวดเร็ว
“ร้องไห้ทำไมวี่...หืม?”
“วี่กลัวอากริช”
เธอตอบออกมาแบบนั้น โดยไม่มีจริตมารยาหากเพราะกลัวเขาจริงๆ มือของเธอที่ยันอกเขาไว้นั้นสั่นเล็กน้อยจนเขารู้สึกได้
กริชดนัยถอนใจแล้วจุ๊บปากเธอเบาๆ ใจอ่อนละลายยวบไปกับน้ำตาของเธอ
เสียงที่เอ่ยออกมาหนนี้ จึงอ่อนลง...
“กลัวอะไร?”
“อากริชบอกจะ ทะ ทำโทษ วี่กลัว...”
เด็กเอ๋ย...
เขาใจอ่อน...ใจบาง กับคนในอ้อมแขน ที่กล่อมตัวเองมาตลอด ว่าไม่ควรใจอ่อน เขาควรจะชังเธอ และทำทุกอย่างเพื่อจะแก้แค้นเธอ และทำให้เธอได้บทเรียนที่ทำให้เขาต้องแตกกับครอบครัว
“อื้อ...การทำโทษของอา...ไม่ทำให้วี่เจ็บ...แค่วี่จะต้องยอม...”
เขาคิดได้แล้วว่าจะทำโทษยัยตัวร้ายที่สั่นหัวใจเขานี่อย่างไรดี เป็นการทำโทษที่ให้เขาได้ประโยชน์อย่างมาก และเขาก็ไม่ใช่คนนิยมให้คู่นอนเจ็บปวด
“อากริชจะให้วี่ทำอะไรเพื่อไถ่โทษคะ”
“...”
เขากระซิบ เล่นเอาคริมาทำตาโตเธอหน้าแดงจัด ขณะที่เขายิ้มร้ายพร้อมกับดึงมือของเธอที่กำลังทาบอกเขาอยู่ ให้ไปเกาะกุมบางส่วน ที่แข็งร้อนล้นมือเธอ มือของเขาโอบมือของเธอให้โอบอุ้มส่วนนั้นวัน มันกระตุกเบาๆ ในอุ้งมือของคริมา
เธอจะต้องทำแบบนี้จริงๆ หรือ...
แก้มร้อนผ่าว เขามองเธอด้วยสายตาอ่อนเชื่อม แล้วเอ่ยสั่งเสียงพร่า
“เอาสิ วี่...ทำสิ่งที่อาสอน แล้วอาจะยกโทษให้”
คริมาสูดลมหายใจเข้า เธอหน้าร้อนไปหมดแล้วตอนนี้ สิ่งนั้นช่างมีชีวิตชีวาในมือเธอ เสียงของเขาสั่ง...สอน ให้เธอได้เรียน...และรู้ ว่าทำอย่างไรเขาจะพึงพอใจและยกโทษให้เธอ
ความไร้เดียงสา แม้จะทำให้เขาเจ็บและสะดุ้งไปบ้างกับปากนุ่มๆ นั่นยามมันโอบอุ้มลองลิ้มแก่นกายเขา ความมือใหม่ทำให้นักเรียนเผลอเอาฟันครูดโดนเนื้ออ่อนของครูสอนสวาท แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกเปี่ยมล้นจนแทบจะหลั่งออกมา
“พอก่อนวี่ อาทนไม่ไหวแล้ว”
“ยกโทษให้วี่นะคะ นะคะ”
เสียงหวานอ้อน ตอนนี้เธอครางเบาๆ เมื่อมือของเขากำลังลูบโลมหน้าอกอวบเกินตัว เขาคลึงเคล้ามันตลอดเวลาที่เธอทำออรัลเซ็กซ์ให้กับเขา
“อย่าดื้ออีก...ถ้าดื้ออีก อาจะจับวี่จัดหนักทั้งวันทั้งคืน ไม่ต้องไปไหนกันล่ะ”
เขาขู่แล้วขบเม้มติ่งหูของเธออย่างมันเขี้ยว คริมาขนลุกเกรียวไปหมด ความปรารถนาแล่นพล่านไม่แพ้เขา กริชดนัยจับให้เธอคุกเข่าบนเตียง ก่อนจะค่อยๆ เสียดสีสอดแทรกความแข็งร้อนเข้าไปในกลีบกุหลาบแสนบีบรัดนั่น...
คริมาเสียวซ่าน เมื่อหล่อหลอมรวมกับเขา กริชดนัยขบกรามกรอด เขาคำรามเบาๆ ขณะที่เริ่มเข้าออกเป็นจังหวะอย่างบ้าคลั่ง
“เธอมันตัวร้าย วี่...อา...ทำไมทำกับผมขนาดนี้นะ”
เขาต่างหากล่ะ...เธอครวญตอบเขา เสียวสะท้านไปถึงแก่นกายเมื่อเขาตอกกระหน่ำรัวๆ แบบนั้นจนเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับเตียงแต่เขาจับเอวคอดของเธอไว้ แล้วเพิ่มจังหวะเสียดสีให้หนักรัวมากยิ่งขึ้นเพราะเขาเองก็ใกล้บรรลุปลายทางวิมานแล้วเช่นกัน
คริมากรีดร้องออกมาเบาๆ เมื่อถึงจุดแห่งสวรรค์ เขาเองก็เร่งจังหวะก่อนจะตามเธอไปติดๆ เขานอนซบร่างงามแล้วหอบหายใจอย่างเปี่ยมสุข
“คืนนี้อาจะทำโทษวี่ทั้งคืน”
เสียงห้าวนั้นกระซิบเมื่อจังหวะหายใจค่อยเป็นปรกติแล้ว คริมาถูกเขาทำโทษตามบอก จนอ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปด้วยกัน
เป็นการทำโทษที่แสนสุขจนเธอชักอยากจะขบถ ดื้อกับเขาอีกจริงๆ
“เรื่องอะไร แอบมีอะไรโกหกอาไม่สารภาพอีกหรือเปล่า? วี่แอบไปรักใคร”เขาแกล้งว่า คริมาย่นจมูกน้อย แล้วเอ่ยพึมพำเบาๆ “วี่จะไปรักใครได้อีกล่ะคะ นอกจาก...”“นอกจากอาหรือเปล่าครับ”คริมามองสบตาเขา แล้วก็หน้าแดงก่ำ เธอไม่พูดตอบ แต่ซุกหน้ากับอกเขา ทำท่าจะไม่พูดต่อเอาเสียดื้อๆ กริชดนัยหัวเราะหึๆ น้องปากแข็ง...ทั้งที่ถ้าเกิดว่าอ้อนเขาบ่อยๆ บอกรักเขาบ่อยๆ คนมีใจอยู่แล้วอย่างกริชดนัยคงไม่วายบอกรักตอบไปหรอก แต่นี่...ไม่ใช่เลยถ้าเกิดว่าคริมาเหมือนแม่จริงๆ เธอคงไม่เป็นแบบนี้ลูกไม้ไกลต้น...อาจจะเพราะการถูกหล่อหลอมมากระมัง อาจจะเพราะความคิดอ่านไม่ได้ถูกมารดาครอบงำ ทำให้คริมาเป็นลูกไม้ ที่ถูกลมแห่งความดีพัดไปไกลต้นไม้อย่างพัดชา“อื้อ...ทำไมเงียบล่ะ ไหนบอกว่ามีเรื่องอะไรจะคุยด้วย ตกลงว่าจะสารภาพอะไร”“มันไม่ใช่สารภาพ มันเป็นเรื่องที่วี่ไม่เคยพูดกับอากริชมากกว่า เป็นเรื่องที่วี่ไม่มีโอกาสได้พูด...ไม่รู้ว่าอากริชจะมองว่าวี่แก้ตัวไหม แต่...วี่รู้ว่าอากริชโกรธเกลียดวี่เพราะเรื่องนี้ เรื่องเมื่อหกปีที่แล้ว”“ไหนพูดสิ” เขาจะให้เธอพูดให้ฟังให้หมด ก่อนจะบอกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่เหลือความโกรธและเกลียด
คริมาหันมามองเพื่อน สีหน้าของเธอไม่สู้ดีเลย ฟ้ารุ้งถอนใจเฮือกก่อนจะแตะแขนเพื่อนรักอย่างให้กำลังใจ“เติมสักสามขวดไหมล่ะยัยวี่จะได้กล้าเข้าบ้าน”“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก...หรือ...ก็ดีนะ เราควรย้อมใจ...”“ยัยวี่เอ๊ย!” ฟ้ารุ้งจับหน้าเพื่อนแล้วตบแก้มเพื่อนรักเบาๆ ตอนนี้คริมาเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่แล้ว“ทั้งรักทั้งกลัวเค้าสินะ เราน่ะ”“อากริชเสียงดุมากเลย ตอนเราโทรบอกว่าจะให้ฟ้ามาส่ง...แล้วก็บอกว่าให้เรารีบกลับมา มีเรื่องจะต้องคุยกัน”“นี่...ยัยวี่ฉันจะแนะนำอะไรเธอ แบบที่ทำให้อีตาอากริชนั่นหายเคือง ทำตามเรานะรับรองว่าหายชัวร์”“ทำยังไง” คริมาทำตาปริบๆ ฟ้ารุ้งยิ้มทะเล้นก่อนจะกระซิบเสียงพร่าข้างหูเพื่อน“ก็จับอากริชของเธอขึงพืด จัดหนักเสียเลยไง ใช้เซ็กซ์ละลายพฤติกรรมสิยัยวี่”“โอ๊ย...” คริมาผลักเพื่อน ฟ้ารุ้งหัวเราะชอบใจ แล้วเอื้อมไปหยิบเอาถุงขนมที่แวะซื้อก่อนเข้าบ้าน ยัดใส่มือเพื่อน พร้อมกับเอ่ยสำทับ“เอ้า...เอาของหวานให้ตาอากริชนั่นกิน ของหวานจะทำให้อารมณ์ดี เสร็จแล้วก็...” ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคัก คริมาสั่นหน้า หน้าของเธอแดงก่ำ “อื้อ...ไม่เอา”“เอาเหอะ...อิอิอิ เราไปก่อนล่ะย
ปาร์ตี้ละลายพฤติกรรมของสองสาว คือเครื่องดื่มค็อกเทลสีสวย แอลกอฮอล์ 5% และผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ คริมาที่เหมือนคนหนีแบบเร่งด่วนมา เลยไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย นอกจากกระเป๋าสะพายใบที่เธอใช้ไปมหาวิทยาลัยประจำ โน้ตบุ๊ค เสื้อผ้าอะไรก็ลืมหอบหิ้วมา ตอบไลน์กริชดนัยแล้วเธอก็ปิดโทรศัพท์ เพราะฟ้ารุ้งสั่งให้ปิด ทางนั้นจะได้คิดว่าเธอนอนแล้ว เดี๋ยวตามเช็คอีกแล้วก็จะเห็นว่าฟ้ารุ้งชวนคริมาปาร์ตี้ จะพากันเดือดร้อนเอา“ปิดแหละดี เดี๋ยวอากริชของเธอจะเช็ค เห็นเราปาร์ตี้กินค็อกเทลกัน หนหน้าจะไม่ให้เธอมาอีก จริงสิไหนๆ ก็ไหนๆ ถ้าเหล้าหมด ไปร้านแถวนี้ไหมอะยัยวี่”“ไม่สิ...อะไรกันน่ะยัยฟ้า มาชวนเที่ยวเสียอย่างนั้นแหละ รู้นี่ว่าเราไม่ชอบเที่ยว”“ไปเสียหน่อยจะเป็นอะไร เราจะได้นัดพ่อออกมาด้วย”ฟ้ารุ้งยังไม่ลืมหรอกเรื่องสนับสนุนพ่อให้กับเพื่อน “หืม? คุณวีน่ะเหรอ”“ก็เออสิยะ พ่อเราน่ะยังเฟียสอยู่นะยัยวี่ เธอเห็นว่าพ่อเราแก่เหรอ”ลองถามแบบเลียบๆ เคียงๆ ดู เพื่อนรักเพียงแค่หัวเราะ...เอาเหอะ โอกาสยังมีอีกมาก ค่อยๆ เขยิบเอาก็ได้ เดี๋ยวเพื่อนรักจะตกใจ“ไม่แก่หรอก พ่อของฟ้าอะยังหนุ่ม ยังหล่ออยู่เลย”“
ทนายจารึกสังเกตเห็นสิ่งผิดปรกติระหว่างสองหนุ่มสาวมากมายระหว่างมื้ออาหารเย็นและการสนทนา อาชีพทนายทำให้เขาได้คลุกคลีกับคนหลายประเภท และมีจิตวิทยาในการสังเกตคน ฉะนั้นพิรุธของสองหนุ่มสาวที่แสดงออก ก็ทำให้เขารู้แจ่มชัดว่าสิ่งที่เขาสังหรณ์ไว้เกี่ยวกับกริชดนัยและคริมา คงจะเป็นความจริงเป็นแน่แท้ด้วยอายุอานามก็...ถือว่าเหมาะสมแม้ฝ่ายหญิงจะยังอายุน้อย และเขาก็อยากให้คริมาเรียนให้จบก่อน เขากำลังคิดหาข้อแก้ตัวสวยๆ ไว้ให้กับคนทั้งสอง ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งมีงานวิวาห์เกิดขึ้นมา“หนูวี่...ขอบใจมากนะสำหรับอาหารอร่อยๆ มื้อนี้ แล้ว...ยังไงก็เอาสิ่งที่ลุงพูดบอก ไปทำดูล่ะ” ทนายจารึกเอ่ยย้ำก่อนจะขึ้นรถ คริมาพึมพำรับคำ แล้วก้มหน้า...กริชดนัยยืนอยู่ข้างๆ เธอ นึกสงสัยว่าทนายจารึกพูดอะไรกับคริมา “กลับก่อนนะครับคุณกริช ฝากดูแลหนูวี่ด้วย ป้องกันด้วยก็ดีนะครับ ผมอยากจะให้หนูวี่เรียนให้จบก่อน”ประโยคหลังเอ่ย พร้อมกับขยิบตาให้ เล่นเอากริชดนัยและคริมาสะดุ้ง แล้วพากันเสมองไปทางอื่น ทนายจารึกหัวเราะขึ้นเบาๆ แล้วปิดประตูรถ ก่อนจะขับรถออกไปจากบ้านคืนนั้น...คริมานั้นว้าวุ่นเรื่องที่แหวนของขวัญจากเขา ไม่ได้อยู่บนนิ
วันนี้คริมา มาทำงานกับกริชดนัยเพราะเขาลากเธอมาด้วย เนื่องจากที่มหาวิทยาลัยของเธอหยุด เขาบอกว่าขืนไม่พามา เดี๋ยวเพื่อนซี้ของเธอก็จะมาพรากเธอไปจากเขาอีกดูใช้คำเข้า แล้วไหนจะการถูกเอาอกเอาใจอย่างคาดไม่ถึงจากเขา ของขวัญจากเขา...คริมากรีดนิ้วประกายเพชรส่องแสงวูบวาบบนนิ้วนางด้านซ้ายของเธอคนส่วนมากมักจะใส่แหวนแต่งงานหรือแหวนแทนใจจากคนรักไว้ที่นิ้วนี้เขา...คิดอย่างไรถึงได้สวมให้กับเธอที่นิ้วนี้คำถาม...ที่มีคำตอบในใจคนถามอยู่สองอย่าง“น้องวี่คะ เที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ บอสน่าจะกลับมาบ่ายบอกว่ายังไม่เสร็จธุระน่ะค่ะ” เสียงทักทำให้หญิงสาวที่กำลังจมกับภวังค์ของตนเองสะดุ้งเล็กน้อย แล้วหันไปยิ้มให้กับต้นเสียง เลขานุการสาวของกริชดนัยนั่นเองเธอขานรับ รัชนีจึงมาทรุดนั่งข้างๆ อยากจะชวนหญิงสาวคุย ตาสะดุดเห็นตรงแหวนวงสวย ก็อุทานออกมา“แหวนสวยจังนะคะน้องวี่ ซื้อใหม่หรือคะ”“เอ่อ...” คริมาหน้าแดงนิดๆ จะอย่างไรเธอก็ยังรักษาคำสัญญาที่เขาตั้งเงื่อนไขไว้อย่างจริงจัง แม้ว่าตอนนี้พอจะมีคนระแคะระคายแล้ว ว่าเธอกับกริชดนัยไม่ใช่แค่อาเลี้ยงกับหลานสาวปรกติแน่นอน คนในบ้านแหละที่สังเกตเห็น และเพื่
กริชดนัยสังเกตได้ถึงความแปลกบางอย่าง คือทุกครั้งที่เขาไปรับคริมาในตอนเย็นเพื่อกลับบ้าน ฟ้ารุ้งกับบิดาของหล่อนก็จะรออยู่ด้วย และมักจะชักชวนพวกเขาไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันเกือบทุกวัน บางวันขนาดว่าเขาปฏิเสธ สองพ่อลูกนั่นก็จะยังตามมาที่บ้านของพวกเขาวีรพลดูสนิทสนมกับคริมามาก มากจนชักจะเกินไปในสายตาของเขาไอ้จะห้ามโต้งๆ ว่าไม่ต้องมาวุ่นวายกับเธอ เขาจะห้ามได้ที่ไหนกัน เพราะลูกสาวของวีรพลเป็นเพื่อนรักกับคริมา สองคนเรียนด้วยกันก็ต้องเจอกันเป็นปรกติ แต่ที่เริ่มไม่ปรกติ คือในวันหยุดสองพ่อลูกนั่นก็มารับคริมาของเขาออกไปข้างนอกเรื่อยยามสนทนากัน บางทีเขาลองเปรยถาม คริมาก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังว่าไปทำอะไรมาบ้าง มันยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกผิดปรกติไอ้หมอนั่นคิดอะไรกับคริมาของเขาแน่นอน แถมเด็กฟ้ารุ้งดูจะสนับสนุนพ่อสุดตัวเสียด้วย“นั่นสร้อยอะไรหรือวี่” เขาทักขณะที่นอนกอดเธอ...ปรกติแล้วคริมาไม่ค่อยใส่เครื่องประดับ มีแค่แหวนที่นิ้วกลางวงเดียวและสร้อยแขนที่เป็นสร้อยทองเส้นเล็กติดตัวที่เขาเห็นตลอด วันนี้เธอมีสร้อยคอสีเงินและห้อยจี้เพชรเม็ดเล็กเป็นรูปหัวใจ ดูแล้วน่าจะเป็นของแท้อยู่บนลำคอขาวผ่อง







