เข้าสู่ระบบ๒
เสี่ยวทู่ทู่โดนแทรกแซงกิจกรรมโปรด
อูต้าฉงกลับมาจากถวายรายงานที่ท้องพระโรงแล้วโดยให้รถม้าที่โดยสารอนุทั้งสองกลับมารอที่จวนแม่ทัพก่อน เสร็จจากถวายรายงานแล้วถึงขี่ม้ากลับจวนพร้อมกับองครักษ์อีกสองนายนามว่าอูไน่และอูตู
ทั้งสองได้ร่วมแซ่อูเพราะเป็นเด็กกำพร้าไม่ทราบที่มาที่ไปของตน นายท่านผู้เฒ่าอูที่จากไปหลายปีแล้วรับอุปการะทั้งสองและให้ร่วมแซ่ด้วย เพียงแต่ไม่ได้เข้าผังทำเนียบตระกูล
“หยุด~”
อูต้าฉงดึงบังเหียนม้าเมื่อมาถึงหน้าประตูจวน เขากวาดสายตามองหาบางอย่าง ทว่าก็เห็นเพียงบ่าวรับใช้และองครักษ์เท่านั้นที่มาต้อนรับตน
“ยินดีต้อนรับคุณชายใหญ่กลับจวน”
อูต้าฉงมีน้องสาวร่วมสายเลือดหนึ่งคนแต่ออกเรือนไปก่อนที่เขาจะแต่งงาน พอกลับสู่จวนแม่ทัพก็ได้รับการเรียกขานเช่นเดิมอีกครั้ง
“ขอบคุณทุกคนที่มาต้อนรับ แยกย้ายกันไปทำหน้าที่เถอะ”
“ขอรับ/เจ้าค่ะ”
ทุกคนทยอยกันเข้าไปในจวนทำหน้าที่ของตนเอง เท้าใหญ่รั้งท้ายบ่าวไพร่ ดวงตายังคงกวาดมองโดยรอบคล้ายกำลังหาอะไรอยู่
พ่อบ้านเหมาเห็นเช่นนั้นก็โค้งตังลงให้อย่างนอบน้อมแล้วเอ่ยตอบ
“แม่นางทั้งสองถูกจัดแจงเข้าเรือนที่จะให้พักเรียบร้อยแล้วขอรับคุณชาย”
อูต้าฉงหยุดสายตาที่กำลังกวาดหา ไม่พูดอะไรตอบกลับพ่อบ้านเหมานอกจากถอนหายใจให้แล้วเดินตึง ๆ ไปที่เรือนใหญ่ของตน
พ่อบ้านเหมาและเก่ออินไม่เข้าใจท่าทางนี้ ต่างจากอูไน่และอูตูที่สบตากันครู่หนึ่งพร้อมส่งยิ้มให้อย่างรู้กัน
ทางด้านชิงป๋ายทู่…
“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู!”
ชิงป๋ายทู่สะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงเรียกอย่างร้อนใจของเสี่ยวเซฺว่ ร่างบางในชุดนอนตัวบางผ้าลื่นมือค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้น หว่างคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเพราะถูกขัดจังหวะฝันหวาน
“เอะอะอะไรแต่เช้าเสี่ยวเซฺว่”
เสี่ยวเซฺว่มองข้ามท่าทางหงุดหงิดของเจ้านาย จับมือบางเอาไว้แล้วเขย่าเบา ๆ
“ไม่เช้าแล้วเจ้าค่ะคุณหนู ตอนนี้บ่ายแก่แล้ว ท่านแม่ทัพกลับจวนมาแล้วเจ้าค่ะ”
ชิงป๋ายทูนิ่งไป ไม่ใช่เพราะว่าชายหนุ่มกลับจวนมาแล้ว แต่เป็นเพราะถูกย้ำว่านางไม่ได้ฝันไป
เหตุการณ์บนคอหอยก็คือเรื่องจริงไม่ใช่ความฝัน!
“อ้อ แล้วอย่างไร”
“คุณหนูต้องไปต้อนรับท่านแม่ทัพได้แล้วเจ้าค่ะ ต่อให้ไปแล้วจะไม่ได้ทำอะไร ให้ท่านแม่ทัพเห็นหน้าก็ยังดี”
ชิงป๋ายทู่เอนกายลงนอนอีกครั้ง ตอบเสี่ยวเซฺว่ในใจว่าชายหนุ่มเห็นหน้านางแล้ว
พรึบ!
แต่เมื่อคิดได้ว่าเขาอาจจำหน้านางไม่ได้ ชิงป๋ายทู่ก็ลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง
“เจ้าคิดว่าท่านแม่ทัพจะจำหน้าข้าได้หรือไม่”
เสี่ยวเซฺว่ส่ายหน้า
“จำไม่ได้หรือ”
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ คุณหนูอย่าเผลอเรียกว่าท่านแม่ทัพจนติดปากสิเจ้าคะ ให้เรียกฟูจวิน…ฟูจวินไหนลองเรียก”
เสี่ยวเซฺว่ร้องโอ๊ยทันทีเมื่อชิงป๋ายทู่ยื่นมือมาบีบแก้มนิ่มขาวจนเห็นเลือดฝาดข้างแก้ม
“ย้ำข้าเหลือเกินนะคำนี้ ข้าไม่ไป ข้าไม่เรียก”
ว่าแล้วก็ปล่อยมือจากแก้มนิ่มแล้วเอนตัวลงนอนอีกครั้ง คราวนี้ต่อให้สาวใช้จะเขย่ามือนางเท่าไรหรือพยายาม
จะฉุดนางให้ลุกขึ้นนั่งนางก็ไม่ยอม ขืนตัวเอาไว้จนในที่สุดเสี่ยวเซฺว่ก็เหนื่อยแล้วเลิกคะยั้นคะยอไปเอง
“บ่าวยอมแพ้แล้วก็ได้เจ้าค่ะคุณหนู”
เสี่ยวเซฺว่ดึงที่นอนของตนที่เก็บเอาไว้ใต้เตียงชิงป๋ายทู่ออกมา นอนเคียงบ่าเคียงไหล่เจ้านายแล้วตื่นในเวลาไล่เลี่ยกันอีกครั้งในช่วงตะวันลับฟ้า จันทราเข้ามาแทนที่
“อื้อ~เสี่ยวเซฺว่ยามใดแล้ว”
เจ้าของนามฝืนกายลุกขึ้นนั่ง ขยี้ตาเบา ๆ งัวเงียไม่แพ้เจ้านายของตน
“น่าจะยามซวี [1] แล้วเจ้าค่ะคุณหนู”
“ถึงว่า หิวหน่อย ๆ”
ชิงป๋ายทู่ยังคงนอนอยู่บนเตียงเช่นเดิมแต่ไม่ได้หลับตาแล้ว นางกำลังคิดอยู่ว่าดึกนี้จะทานอะไรดี สุดท้ายเมื่อคิดไม่ออกก็เป็นเผือก มัน ไข่เหมือนเดิม
เมื่อคิดในส่ิงที่อยากทานได้แล้วก็ให้เสี่ยวเซฺว่ไปเตรียมสิ่งที่นางต้องการ ส่วนนางจัดการตัวเองด้วยการมัดผมอย่างง่าย ๆ แทนการรวบขึ้นแล้วปักปิ่น
สวมชุดคลุมเสื้อกันหนาวแล้วถือตำราออกมาด้านนอกลานหิมะใกล้สวนในเขตเรือนของนางซึ่งมีรั้วกั้นเอาไว้เพื่อกันสายตาคนนอกและเพื่อความเป็นส่วนตัว
“คุณหนู ของมาแล้วเจ้าค่ะ”
เสี่ยวเซฺว่ถือตะกร้าที่จัดเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้วเพราะทางครัวทราบกิจวัตรประจำวันของฮูหยินน้อยแล้วเตรียมไว้คอยท่า เสี่ยวเซฺว่เพียงเดินไปเอาแล้วยกมาที่เรือนผิงอันเท่านั้น
“ก่อไฟเลย หนาว ๆ”
“สักครู่เจ้าค่ะคุณหนู”
ชิงป๋ายทู่นั่งลงบนตั่งเล็กที่ด้านหน้ามีเตาฟืนอันเล็กสำหรับเอาไว้ย่างของรับประทาน ในขณะเดียวกันก็เป็นการผิงไฟท่ามกลางอากาศหนาว
ชิงป๋ายทู่ชอบกิจกรรมนี้มาก นอกจากจะไม่ต้องอุดอู้อยู่ในห้องแล้วยังได้อิ่มท้องและเพลิดเพลินไปกับตำราที่นางหลงใหล กว่าจะกลับเข้าไปนอนอีกครั้งได้ก็เป็นเวลาเที่ยงคืนแทบจะทุกวัน
ในคืนที่เหน็บหนาว นอกจากนางจะมีเสี่ยวเซฺว่ที่มักจะหลับก่อนเป็นเพื่อนก็ยังมีเตาเผาอีกอันหนึ่ง
“ซี๊ด~ร้อน!”
ชิงป๋ายทู่เงยหน้าขึ้นมาจากตำรามองไปยังเสี่ยวเซฺว่ที่สะดุ้งเพราะความร้อนจากเปลือกไข่
“ไม่ไหวก็วางลงก่อน อย่าเพิ่งฝืน”
ไข่ที่ทั้งสองเอามาปิ้งผ่านการนึ่งมาแล้ว เสี่ยวเซฺว่ที่ไม่อยากฝืนสังขารตัวเองทิ้งไข่ลงกับตะกร้า ยกนิ้วจับหูให้คลายความร้อน ดวงตายังจับจ้องไข่ใบนั้นเขม็ง
ชิงป๋ายทู่เห็นแบบนั้นก็หัวเราะเบา ๆ
“หิวหรือไม่อยากพ่ายแพ้กันแน่ ปลอบกระเพาะหน่อยว่าอย่างเพิ่งงอแง เดี๋ยวก็ได้กินแล้ว”
เสี่ยวเซฺว่ไม่อยากพ่ายแพ้อย่างที่ชิงป๋ายทู่กล่าว นางฝืนตัวเองอีกครั้งจับเกล็ดหิมะเอาไว้ให้มือเย็นก่อนที่จะลงมือปลอกไข่ในตอนที่มือยังมีความเย็นอยู่
“สำเร็จ! บ่าวให้คุณหนูกินก่อนเจ้าค่ะ”
เสี่ยวเซฺว่ยื่นไข่ที่ปลอกเสร็จแล้วให้เจ้านายในวัยเดียวกับตน ทว่าชิงป๋ายทู่กลับส่ายหน้า
“ไม่ เจ้าเพิ่งจับหิมะมาแล้วยังไม่ได้ล้างมือ”
“คุณหนู~”
เสี่ยวเซฺว่เรียกเจ้านายเสียงอ่อนทันทีเมื่อโดนหยอกล้อเข้า ชิงป๋ายทู่ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะเสียงใส
ไม่รู้ตัวเลยว่าเสียงหัวเราะของนางกระทบหูคนที่กำลังเดินเข้ามาในเรือนผิงอัน
“เหตุใดข้าได้ยินเสียงนางดังจากด้านนอก”
เก่ออินที่เดินตามหลังเจ้านายมาด้วยยิ้มแห้ง
“ขออภัยท่านแม่ทัพ เรื่องนี้ข้าน้อยไม่ได้รายงานไปในจดหมายด้วยขอรับ”
อูต้าฉงจ้องเก่ออินนิ่ง ๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายมีท่าทีสำนึกผิดแล้วถึงได้เดินไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงของหญิงสาว
เสี่ยวเซฺว่ที่นั่งหันหน้ามาทางทางเดินตาเบิกกว้าง แต่ปากกล่าวอันใดไม่ออกเพราะมีไข่อยู่เต็มปาก ชิงป๋ายทู่ในตอนนั้นกำลังมีสมาธิอยู่กับการปอกมันหวาน
เมื่อปอกได้ครึ่งหนึ่งแล้วก็กัดเข้าปากเต็มคำ เคี้ยวหมุบหมับอย่างมีความสุขเพราะได้เนื้อตามที่ต้องการ
“ดึกแล้วยังไม่นอนอีกหรือ”
ปากเล็กจิ้มลิ้มที่กำลังเคี้ยวเนื้อมันหวานชะงักอยู่เพียงเท่านั้น แต่ไม่นานก็ยืนขึ้นเต็มความสูง หันมามองเขาโดยที่ในปากยังมีเนื้อมันหวานอยู่ นางค่อย ๆ เคี้ยวพยายามไม่ให้อีกฝ่ายจับสังเกต
แต่มีหรือที่จะรอดพ้นสายตาคมดุจเหยี่ยวไปได้!
“ว่าอย่างไร ทำไมมานั่งตากหิมะอยู่ตรงนี้”
คำถามของเขาทำให้นางต้องเร่งกลืน คราวนี้ชัดเจนจนชายหนุ่มไม่ต้องสังเกตก็เห็นอย่างแจ่มชัด
“ฟูจวินมาได้อย่างไรเจ้าคะ”
เสี่ยวเซฺว่ยิ้มเต็มใบหน้าเมื่อคุณหนูของนางเรียกคำว่า ‘ฟูจวิน’ ได้เต็มปากทั้งที่ก่อนหน้านี้ปฏิเสธที่จะกล่าวคำนี้
ฟะ ฟูจวิน
แม้แต่อูต้าฉงเองก็ยังนิ่งไปกับคำเรียกนี้ เก่ออินเม้มปาก มองชายหนุ่มกับหญิงสาวสลับกัน ฮูหยินน้อยย่อมมอง
แม่ทัพหนุ่มตาแป๋ว ก็รอดูว่าท่าทีของเจ้านายเขาจะเป็นอย่างไร ตอบกลับเช่นไร
“ข้าไม่เห็นเจ้าไปต้อนรับก็เลยมาหา”
…แล้วเขาก็ปล่อยผ่าน ไม่ติดใจที่นางเรียกเช่นนี้!
“เมื่อช่วงกลางวันข้าไปรับฟูจวินที่หน้าเมืองแล้วเจ้าค่ะ เห็นทีฟูจวินจะจำหน้าข้าไม่ได้จริง ๆ”
ชิงป๋ายทู่ก้มหน้าลงต่ำเอ่ยประโยคหลังเสียงเบา ทว่าอูต้าฉงกลับได้ยินคำพูดของนางอย่างชัดเจน
ยามนี้อูต้าฉงได้รับคำตอบแล้วว่านางเพิ่งเคยเห็นหน้าเขาตอนเข้าหอเป็นครั้งแรก…
ต่างจากเขาที่เห็นนางจนชินตาแล้ว!
“อ้อ เช่นนั้นกลับเข้าเรือนเถอะ ดึกแล้วอย่ามาตากอากาศหนาวอยู่ข้างนอกเลย หากเจ้าป่วยเป็นอันใดขึ้นมา ฮองเฮาและไท่จื่อจะทรงตำหนิข้าได้”
นี่คือกิจกรรมที่นางโปรดปราน ชิงป๋ายทู่รีบต่อสู้เพื่อตัวเองทันทีเพื่อที่นางจะได้ทำกิจกรรมนี้ต่อไป
“ฟูจวินวางใจ ข้าผิงไฟอยู่หน้าเตาทุกวัน ร่างกายชินแล้ว ไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วยเลยเจ้าค่ะ”
อูต้าฉงกอดอกเมื่อเห็นเด็กเริ่มแสดงความดื้อดึงต่อหน้าเขาแล้ว
“เช่นนั้นก็ได้ ฟูจวินจะนั่งเป็นเพื่อนเจ้าเอง”
ว่าแล้วเขาก็เดินเข้าไปนั่งหน้าเตาแย่งเก้าอี้ตัวเตี้ยของเสี่ยวเซฺว่ ท่าทางที่ดื้อดึงไม่แพ้กันของเขาทำเอาชิงป๋ายทู่เผลอทำแก้มป่อง ในใจคิด…
ยังจะมารบกวนข้าอีก
[1] ยามซวี คือ 19.00-20.00 น.
๑๘ในคืนที่เหน็บหนาวเตาเผาอันนี้อุ่นที่สุด“คุณหนู เก่ออินบอกว่ากองทัพของท่านแม่ทัพมาถึงหน้าเมืองแล้วเจ้าค่ะ ครั้งนี้ไม่มีรถม้าอนุมาด้วย เรารีบไปต้อนรับท่านแม่ทัพกันเจ้าค่ะ”ครั้งนี้ชิงป๋ายทู่ไม่ได้ออกไปต้อนรับสามีโดยให้เหตุผลว่ากลัวเห็นรถม้าบรรทุกคนงามกลับมาด้วย“ช่างเถิด อย่างไรก็ไปไม่ทันแล้ว รอฟูจวินกลับมาที่จวนเลยก็แล้วกัน”ชิงป๋ายทู่ในชุดที่พร้อมออกไปข้างนอกกลับมานอนรออยู่บนเตียงเช่นเดิม นางหลับตาลงสงบใจตัวเองไม่ให้เต้นรัวกับการกลับมาของเขา สงบใจไปสงบใจมาก็ผล็อยหลับไปไม่รู้ตัวเลยว่าในขณะที่ตนกำลังเข้าสู่ห้วงนิทรานั้นกำลังมีผู้บุกรุก!อูต้าฉงที่ยังอยู่ในเสื้อเกราะเพราะหวังจะให้ฮูหยินได้เห็นความองอาจของตนเต็ม ๆ เป็นต้องผิดหวังเมื่อเห็นว่าหญิงสาวหลับไป“ท่านแม่ทัพ ให้บ่าวปลุกฮูหยินหรือไม่เจ้าคะ”อูต้าฉงยกนิ้วชี้อังริมฝีปากเอาไว้ สัญลักษณ์ให้นางเงียบเสียง เสี่ยวเซฺว่ยกนิ้วชี้อังริมฝีปากตามเขา พยักหน้ารับเบา ๆ แล้วเดินออกไปจากห้องนอนชายหนุ่มคิดจะนั่งลงบนเตียงนางไม่ดีกว่า สกปรกแต่เมื่อคิดได้ว่าตนไม่สะอาดพอก็ทำเพียงยืนข้างเตียง มองใบหน้าน่ารักที่กำลังหลับตาพริ้มด้วยสายตาคิดถึง โหยหา
๑๗สองปีเทียบไม่ได้เลยกับสองเดือนนี้“เปิ่นหวางมีธุระต้องออกไปทำนอกเมือง กล้าขวางเปิ่นหวางเช่นนั้นหรือ”ยามนี้รถม้าองค์ชายห้าถูกขวางเอาไว้โดยทหารรักษาเมือง เขากะเอาไว้แล้วว่าต้องโดนขวางทางจึงได้ให้ชิงป๋ายทู่ซ่อนกายในรถม้า มีองค์ชายห้ายื่นหน้าออกหน้าต่างรถม้าเพียงคนเดียวยามนี้ชิงป๋ายทู่เหงื่อแตกเต็มใบหน้าแล้ว!“ขอประทานอภัยองค์ชายห้า มีรับสั่งจากเบื้องบนให้ค้นรถม้าทุกคันที่ออกจากเมือง แน่นอนว่ารถม้าคันนี้ก็ไม่ได้รับการยกเว้น”องค์ชายห้ากัดฟัน แกล้งทำเสียงเข้มข่มขู่นายกอง“ทหารชั้นผู้น้อยอย่างพวกเจ้าไม่เห็นเปิ่นหวางอยู่ในสายตาเลยสินะ เปิ่นหวางสั่งลงโทษเจ้าฐานหมิ่นเบื้องสูงได้ เจ้าทราบหรือไม่”นายกองส่งยิ้มบางให้องค์ชายห้าพร้อมโค้งตัวลงคารวะ องค์ชายห้าเห็นเช่นนั้นก็หลุดยิ้ม แต่แล้วรอยยิ้มก็หายไปเมื่อนายกองออกคำสั่งให้คนบังคับรถม้าเบี่ยงไปจอดข้างประตูเพื่อไม่ให้การจราจรติดขัดในเมื่อไม่ให้ค้นก็ทำได้แต่ประวิงเวลาไปก่อน ไท่จื่อเสด็จมาเมื่อไรย่อมมีวิธีจัดการอนุชา!“นี่! ข้าคือองค์ชายห้า กล้าออกคำสั่งเช่นนี้กับข้าหรือ…อาเฟิงบังคับรถม้าไปที่เดิม เปิ่นหวางยังไม่ได้สั่งเจ้ากล้าขัดคำสั่งเปิ่นหว
๑๖จะเป็นนางเอกเรื่องจอมใจท่านแม่ทัพเช้าวันต่อมาชิงป๋ายทู่ยังคงนอนบนเตียง เพราะกลับสู่สถานการณ์เช่นเมื่อก่อน เสี่ยวเซฺว่จึงไม่ได้ปลุกนายสาว ปล่อยให้นางได้นอนอย่างเต็มที่ ชดเชยเมื่อคืนนี้ที่กว่าจะเข้านอนก็เข้าสู่เที่ยงคืนของวันใหม่แล้วทว่า…แม้เสี่ยวเซฺว่ไม่ปลุกนาง ความคุ้นชินบางอย่างก็ทำให้ชิงป๋ายทู่ได้ยินเสียงคุ้นหูคล้ายดังอยู่ด้านนอกเรือนนอนของนาง เสียงที่มาปลุกนางตลอดเกือบหนึ่งเดือนมานี้‘ฮูหยิน เช้าแล้วตื่นมาทานข้าวเช้าด้วยกันเร็ว’“อื้อ~ขออีกหนึ่งก้านธูปเจ้าค่ะฟูจวิน”ชิงป๋ายทู่บิดขี้เกียจ พูดเสียงอ้อแอ้ในลำคอ จังหวะนั้นเสี่ยวเซฺว่ถือถังน้ำอุ่นเข้ามาในห้องพอดี นางวางถังน้ำอุ่นเอาไว้แล้วยื่นหน้าไปใกล้ ๆ นายสาวฟังว่านางพูดอะไร“...ขอนอนอีกนิดเจ้าค่ะฟูจวิน”เสี่ยวเซฺว่ได้ยินชิงป๋ายทู่ละเมอถึงสามีก็เบะปาก น้ำตาคลอเพราะสงสารคุณหนูที่ต้องห่างจากสามีอีกแล้ว“โธ่~คุณหนูของข้า ทั้งเมืองหลวงนี้จะมีใครน่าสงสารเท่าคุณหนูของข้าอีกหรือไม่”เสี่ยวเซฺว่ขึ้นเตียงเจ้านายแล้วกอดนางเอาไว้ ชิงป๋ายทู่พลันรู้สึกหายใจไม่ออก ชั่วขณะนั้นนางเปลี่ยนเป็นฝันเรื่องอื่น ฝันว่าตนถูกงูรัดพอนางดิ้น เสี่ยวเซฺว่ถึ
๑๕สถานการณ์พิเศษเข้าแทรกซ้อนเพราะมีประสบการณ์จากงานเลี้ยงในวังหลวงคืนวันนั้นแล้ว อูต้าฉงไม่แตะสุราเลยแม้แต่น้อย พลาดครั้งแรกถูกเล่าลือไปทั้งแวดวงขุนนาง หากเขาพลาดครั้งนี้ไม่แคล้วโดนอูลาลาล้อไปยังลูกเข้าพิธีสวมกวานงานเลี้ยงวันเกิดในคืนนี้เชิญเฉพาะญาติสนิทเท่านั้น เมื่อตู้หลางเห็นว่าแขกที่เชิญมาทุกคนอยู่ด้านในจวนหมดแล้วก็สั่งให้บ่าวปิดจวน เริ่มทยอยยกอาหารขึ้นโต๊ะแล้วเริ่มการแสดงงิ้วคณะดังได้ชิงป๋ายทู่ทานอาหารก่อนใครเริ่มอิ่มแล้ว ตอนนี้นางกำลังดื่มสุราโดยมีขนมแกล้มนางเพียงคนเดียวดื่มไปหมดขวดแล้ว ทว่าท่าทางยังคงปรกติ ไม่มีท่าทีเมามาย เรียกสายตาอึ้งทึ่งจากบุรุษที่นั่งอยู่ข้างกายนางยิ่งแล้ว“ฮูหยินดื่มเก่งแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรหรือ”“ข้าดื่มทุกวันเจ้าค่ะ ต้าเกอ ถานเกอกลัวข้าถูกมอมสุราเลยฝึกให้ข้าดื่มเข้าไว้จะได้ไม่เสียทีใคร ฟูจวินเสียอีก ดื่มสามจอกก็เมาแล้ว”“วิชายุทธ์ที่ฟูจวินฝึกอยู่ต่อต้านสุรา หากดื่มเกินสามจอก หน้าผีก็เห็นเป็นหน้าคนได้”อูต้าฉงนึกถึงเหตุการณ์คืนที่ตนเมาสุราแล้วเผลอมีความสัมพันธ์ที่เกินเลยกับเสี่ยวหลินชิงป๋ายทู่เห็นชายหนุ่มเงียบไปก็ยื่นหน้าไปมองเขา โบกมือเบา ๆ ตรงหน้า
๑๔สายตาฟูจวินมองหาเจ้ามานานแล้วชิงป๋ายทู่พลันรู้สึกว่าตั้งแต่กลับมาจากการขี่ม้าวันนั้นนางมองสามีด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แม้จะยังไม่ให้เขาเข้ามานอนในเรือนของนางในตอนกลางคืนแต่ช่วงกลางวันก็ยังยอมให้เขามาดึงตัวไปทานอาหารที่โรงเตี๊ยมด้านนอกบ้าง ไม่ก็สหายของเขาที่เป็นแม่ทัพบ้าง เป็นการเปิดตัวฮูหยินของตนอย่างเป็นทางการวันนี้สามีของอูลาลาคหบดีที่รวยติดอันดับในเมืองหลวงจัดงานวันเกิดที่จวน สองสามีภรรยาย่อมได้รับเทียบเชิญให้ไปร่วมงานด้วยชิงป๋ายทู่ที่นับว่าสนิทกับจวนคหบดีตู้พอสมควรเป็นฝ่ายเตรียมของขวัญไปมอบให้แทนสามี ในขณะที่กำลังนั่งรถม้าไปด้วยกันนั้น อูต้าฉงก็เอื้อมมือมาจับกล่องที่ชิงป๋ายทู่กอดเอาไว้ไม่ปล่อย“ในนี้มีอะไรหรือ เหตุใดไม่วางเลย”ของขวัญชิ้นนี้ไม่ใช่ความลับอยู่แล้ว นางเปิดกล่องให้สามีดูก็เห็นว่าในนี้เป็นขวดที่ใส่น้ำอบ กลิ่นพิเศษที่โชยออกมาแตะจมูกเขาทำให้สีหน้าเขาผ่อนคลายมากขึ้น เริ่มอยากรู้จักของขวัญชิ้นนี้อย่างละเอียดแล้ว“หอมนัก ฮูหยินทำน้ำอบเองหรือ”ชิงป๋ายทู่ไม่กล้ารับความดีความชอบ“ท่านแม่ทำเจ้าค่ะ หลางเกอชอบกลิ่นนี้มาก แต่ท่านแม่ไม่ขายสูตรให้เขา หลางเกอร่ำรวยไม่มีสิ่งใดที
๑๓ชิงป๋ายทู่ผู้ที่ไม่พยายามอะไรเลยก็สำเร็จจ๋อม!ไม้ไผ่แทงตัวปลาครั้งที่สิบห้า ทว่าเมื่อดึงไม้แทงแหลมขึ้นมาจากน้ำยังคงไร้ตัวปลาเช่นเดิมอูต้าฉงปาดเหงื่อ เขาสัมผัสได้ว่ากำลังถูกจับตามองโดยฮูหยินน้อย ไม่อยากหันไปมองนางเพราะกลัวจะเห็นสีหน้าผิดหวัง เมื่อแทงลงครั้งที่สิบหก ยกไม้ขึ้นมาอีกครั้งแล้วเห็นแต่เพียงความว่างเปล่า เขาก็ต้องหันหน้ามาส่งยิ้มจืดเจื่อนให้นางจนได้“ปลาที่นี่รู้งานนัก แต่ฮูหยินไม่ต้องกังวล เราจะได้ทานปลากันอย่างแน่นอน”ชิงป๋ายทู่ที่ทำสีหน้าลุ้นระทึกยกมือกุมกันไว้พยักหน้ารับเบา ๆ จนเขาแทงปลาครั้งที่ สิบเจ็ด สิบแปด สิบเก้า ยี่สิบแล้วยังคงไร้ปลาเหมือนเดิมนางถึงได้ยื่นมือไปขอไม้แทงกับอูไน่!“รองแม่ทัพอูส่งไม้มาให้ข้า”อยู่ค่ายมีฐานะเป็นรองแม่ทัพ อยู่จวนมีฐานะเป็นองครักษ์ แต่ชิงป๋ายทู่เลือกเรียกเขาในตำแหน่งทางทหารแทน อูไน่ได้ยินเช่นนั้นย่อมรู้สึกถึงการให้เกียรติกัน“ฮูหยินเรียกอูไน่เท่านั้นก็ได้ขอรับ”“อูตูเท่านั้นก็ได้เช่นกันขอรับ”ชิงป๋ายทู่ไม่ติดที่จะสนิทกับทั้งสอง เรียกชื่อพวกเขาให้พวกเขาดีใจก่อนที่จะหมุนตัวไปทางลำธารสังเกตท่าทางแทงปลาของสามี“ฮูหยินน้อยเรียกชื่อข้าแล้ว







