Share

5 นครมรณา

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-30 23:39:22

‘ได้โปรดข้าฆ่าที... ท่านเทพ ข้าไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ... ฮือ...

เสียงคร่ำครวญของปีศาจสาวที่ดังไปทั่วเรือนนับเป็นเรื่องแปลกใหม่ของเหล่ายมทูต บางตนถึงกับมาลอบดูนางด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ภายใต้บรรยากาศเยียบเย็น เหมันต์ร่วงหล่นเป็นละอองสาย มันได้รับอิทธิพลจากหมอกแห่งความตาย สถานที่แห่งนี้ไม่เคยปรากฏสิ่งมีชีวิต ไม่มีแม้กระทั่งต้นไม้ใบหญ้าหรือแมลงตัวเล็ก ๆ จะมีผีเสื้อสีอำพันทอแสงอร่ามงามได้อย่างไร

ถิงถิงชะโงกคอมองหาดวงไฟยมทูต เพื่อที่นางจะสังเกตว่าย่ำเข้ารุ่งอรุณเมื่อใด นั่นเป็นช่วงที่ยมทูตเดินทางกลับมาจากการเก็บดวงวิญญาณ

นางไม่เคยประสบพบเหตุการณ์เช่นนี้ ไยทิวากรลาลับชั่วนิจนิรันดร์ ทั่วทุกแห่งหนในนครมืดมิดไร้ซึ่งแสงดารา เลวร้ายที่สุดคือปีกของนางต้องการแสง!

‘เทพใจดำ หลอกใช้ปีศาจ ข้าทำงานแทบตาย ไม่มีข้าวให้กินสักเม็ด ชาอร่อย ๆ ก็ไม่มีให้ข้า’

นางเฝ้ามองหาเทพมรณา หลังจากที่เขาเข้ามาพบนางเมื่อวานก่อน เผื่อเขาจะพานางออกไปดื่มด่ำพลังวิญญาณ นางแสร้งร้องไห้ประหนึ่งนางบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ หวังให้เขาได้ยินเสียงนาง เทพใจดำหลอกใช้นาง เทพผู้นี้บ้าอำนาจไร้เมตตาธรรม ผิดวิสัยเทพ นางบริภาษว่าเขาผ่านเวหาเยือกเย็น ทั้งที่ปีศาจก็ใช่ว่าจะมีเมตตาแม้สักตนหนึ่ง…

ปีศาจอสูรมักเข่นฆ่าพวกเดียวกัน หากบาดหมางผิดใจไม่เป็นครอบครัวอีกแล้วละก็ แม้กระทั่งบิดามารดาอาจสังหารบุตร ละทิ้งลูกน้อยให้กำพร้า พวกเขาหิวกระหายในพลังวิญญาณ โปรดปรานการทะเลาะวิวาท การเข่นฆ่า บางกลุ่มเป็นมิตรต่อกันเพราะผลประโยชน์เช่นตระกูลผีเสื้อเหมยเตี๋ย รักษาสมาชิกในครอบครัวเผื่อแผ่ขยายอาณาเขต ปรองดองกับอีกเผ่าพันธุ์หนึ่งก็เพื่อความอยู่รอดของตน

ปีศาจอสูรไม่มีจิตใจเมตตาปรานี

กับยมทูตจะไปต่างอะไร?

นางได้ยินมาว่ายมทูตไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่สื่อสารกับผู้ใดนอกเสียจากยมทูตด้วยกัน ต่อให้เทพและปีศาจสู้รบกันจนทุกภพภูมิแหลกสลาย พวกเขามีความคิดเพียงเรื่องเดียวคือรวบรวมดวงวิญญาณ

‘ให้ตายสิน่าถิงถิง ไม่น่าตามท่านเทพมาเลย!’

นัยน์ตาสีอำพันมองผ่านประตูไม้บานเลื่อนสลักลายท้องนภา บริเวณลานกว้างกลางเรือนสี่ประสาน เหมาะสำหรับการวางยุทธศาสตร์การรบของเมืองใหญ่ กลุ่มเมฆาหยินหยางกลับคืนร่างบุรุษสูงสง่า

หัวใจปีศาจสาวเต้นระรัวแรงเพียงพบบุรุษเทพรูปงามปานหยกสลัก เขาสวมเกราะสีนิลสนิทใต้อาภรณ์สีเดียวกัน แสงแห่งหยางเปล่งประกายเหนือกองทัพยมทูตกลางท้องนภากว้างใหญ่ แลดูองอาจประหนึ่งแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพราชาสวรรค์

ครู่หนึ่งนางฉุกใจได้ว่าเขาอาจเป็นทั้งเทพและปีศาจ ในเมื่อเขาใช้เวทหยินหยางร่วมกัน รอบอาภรณ์ลายเมฆาปรากฏกลุ่มหมอกควันหยินหยาง สีขาวและดำลอยสลับกันไปดูคล้ายเถ้าควัน

กระทั่งใบหน้ากระดูกเอี้ยวมองมา นางเบิกตากว้างมองรูกลวงบริเวณเบ้าตา มิใช่ใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษเทพผู้ซึ่งนางเคยพบ ปีกผีเสื้อขยับว่องไว บินหายเข้าห้องนอน นางซ่อนเร้นกายในผ้าห่มหนาบนฟูก

น่ากลัวชะมัด!

“หีบอาภรณ์ของเจ้าในวันวิวาห์ ข้าหยิบติดมือมา หวังว่าข้าคงไม่ต้องหาเครื่องประดับให้เจ้า...”

“ละ... แล้ว... ข้าจะสวมอาภรณ์งดงามไปเพื่ออะไร?”

กว่านางจะตอบผ่านผ้าห่มหนาคลุมกายมิดชิด โผล่พ้นเพียงเรือนผมดำขลับ กลุ่มเมฆาทึบทะมึนเข้ามาในห้องพักของนางอย่างไม่ใคร่เกรงใจ เขาเจรจาด้วยน้ำเสียงสุขุม แจ้งข้อความสำคัญว่านางอยู่ในสถานะผู้พำนักอาศัยในนครมรณา นางเป็นปีศาจสตรี ก็ควรที่จะอยู่แต่ในเรือน ไม่ไปที่ไหนไกล

“ข้าได้ยินจากท่านลุงว่าเจ้าเป็นปีศาจรักสวยรักงาม ข้าจึงมาบอกเจ้าว่านครมรณาไม่มีสิ่งใดให้เจ้าชื่นชม อาภรณ์ชุดใหม่ของเจ้า เครื่องประดับของเจ้าก็จะไม่มี”

‘ท่านลุงหรือ?’ นางกลอกตาไปมา ตอบอย่างขลาดกลัว “อ้อ... ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

คิดในแง่ดี อย่างน้อยเทพมรณาอุตส่าห์มาบอกนางเรื่องนี้ ถึงนั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับนาง ไม่นานนักเขากลับคืนร่างบุรุษเทพ เลิกคิ้วขึ้นกล่าว

“เจ้าทำงานเพื่อแลกกับการมีชีวิต การที่ข้าคอยดูวันตายของเจ้าก็นับเป็นบุญคุณแล้ว เจ้าจำเป็นต้องมีอาภรณ์สวยงามด้วยหรือ?”

“หามิได้เลย ท่านกำลังเข้าใจข้าผิด ถึงข้าเป็นพวกรักสวยรักงามอย่างไร ข้าระงับความอยากมีอยากได้ของตนมาโดยตลอด ข้าไม่เคยได้ใช้ของใหม่ อาภรณ์สีสันสดใสในหีบของข้าเป็นของเหลือใช้จากพี่สาว”

ปีศาจน้อยสารภาพว่านางไม่มีปัญญาไปต่อสู้แย่งชิงของใคร นางไม่ชอบลักขโมยด้วย มีบ้างที่นางจะออกไปท่องเที่ยว จับจ่ายใช้สอยซื้อของสวยงามด้วยการแลกพลังวิญญาณ ก่อนที่นางจะกลับมาคุดคู้บนฟูกในเรือนนอนเยี่ยงนักโทษ ท่านแม่คอยต่อว่านางขยันสร้างปัญหา

“จริงของเจ้า ข้ามีงานมากมายต้องสะสาง พรุ่งนี้เจ้าลุกขึ้นมาทำงานของเจ้า นี่เป็นคำสั่ง”

“เจ้าค่ะ” นางก้มหน้าตอบในผ้าห่มโดยไม่มีข้อโต้แย้ง กลุ่มเมฆาหายไปในเวหา

เรือนกายอ่อนล้าบาดเจ็บสัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นของเจ้านครมรณา นัยน์ตาสีชาดยังฝังติดในหัวของนาง รู้สึกเหน็บหนาวไปถึงขั้วกระดูก

‘จำเรื่องที่ข้ากำลังจะบอกเจ้าให้ดีนะถิงถิง… เทพในเทวโลกล้วนเป็นผู้มีเมตตาธรรม รู้จักเห็นอกเห็นใจ จะมีเพียงบางเทพ เป็นเทพที่ออกจะไร้อัธยาศัย แต่เทพผู้นั้นมีเมตตาอยู่มากโข หนึ่งในเทพผู้เสียสละเพื่อดวงวิญญาณ มีทั้งความเป็นเทพและมาร’

คำพูดมีนัยผุดวาบเข้ามาในหัว ‘แม่เฒ่าเมิ่งเฉียนเป่ย’ เทพธิดาอาวุโส นักทำนายแห่งเทวโลกเคยบอกกับนาง ไม่แน่ใจว่านี่คือหนึ่งในคำทำนายของท่านหรือไม่

ยามนี้นางคิดอยากไปจากที่นี่ แต่นางไม่รู้จะไปที่ใด นางจะออกไปอย่างไร

หากนางกลับเรือนผีเสื้อราตรี นางคงต้องโทษสถานหนัก มารดาจะออกคำสั่งคุมขังนางเอาไว้ในห้องใต้ดิน ไม่ให้เห็นแสงตะวันสักสามสิบราตรี เพื่ออบรมบ่มนิสัยดื้อรั้นของนาง ก่อนส่งตัวนางไปให้จิ้งจอกเงิน

ผลร้ายที่ตามมาเมื่อปีศาจแห่งแมลงอยู่ในที่มืดนาน ๆ ปีกอันงดงามจะแห้งเหี่ยวและสลายไป แต่นางก็ผลัดมันขึ้นมาใหม่ได้เช่นกัน อาจต้องใช้เวลาสักระยะ

สามพันปีก่อนเคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ นางหนีไปเที่ยวซุกซนถึงเทวโลกชั้นน้ำ ซ่อนเร้นกายอยู่หลังพุ่มไม้ในแดนเซียน ลอบดูเทพธิดาและสาวรับใช้ในสวนบุปผาหลากสีสันตระการตาบนท้องนภาสีคราม เป็นภาพแสนงดงามราวกับว่าเป็นห้วงฝัน นางนึกริษยา หยิบผลไม้ของพวกเขามากินลูกหนึ่ง

หากด้วยความดีจากก้นบึ้งของจิตใจนางยังหลงเหลืออยู่มาก นางเลือกที่จะหันหลังให้ดินแดนแห่งนั้น ไม่หยิบสิ่งใดไปมากกว่าผลสีแดงสุกลูกเดียว

คืนนั้นพี่รองพี่ใหญ่ได้ยินเรื่องราวของนางที่พูดไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ด้วยความที่นางมักเล่าให้พวกพี่ ๆ ฟังว่านางไปไหนมา

ปีศาจผีเสื้อล้วนโปรดปรานพฤกษชาติ สมบัติอันสวยงาม แสงอรุณรอนและแสงจันทรา ปีศาจราตรีส่วนใหญ่เป็นผู้ละโมบโลภมาก

ทั้งพี่รองพี่ใหญ่และญาติสตรีจึงชักชวนกันไปขโมยของในตำหนักเซียนเจียวหั่ว ฟาดพลังปีศาจใส่เทพธิดาอย่างไม่กลัวเกรง เหล่าบุรุษเทพไม่อยู่เรือน สบโอกาสปีศาจได้สร้างความวุ่นวายในแดนเทพ ขโมยผ้าถักทอด้วยเวทเซียนสวยงามจับตาของเทพธิดากลับมาบางส่วน เครื่องประดับสองหีบ จากนั้นก็โยนความผิดทั้งหมดให้น้องเล็ก

มารดาไม่เคยฟังเสียงนางอยู่แล้ว นางถูกจองจำในห้องใต้ดินหนึ่งพันราตรี ปีกของนางหายไป แต่นางก็ผลัดมันขึ้นมาใหม่ ใช้เวลาหลายร้อยปี

‘เห็นจะต้องอยู่ที่นี่ต่อไป มีทางเลือกมากเสียที่ไหนล่ะถิงถิง ขืนกลับไปมีแต่ตายกับตาย ลบความจำอะไรของท่านเทพ เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหนกัน’

เรื่องเวทลบเลือนความจำของยมทูต จะใช้ได้ผลกับปีศาจระดับท่านปู่นางหรือ? เมื่อไรท่านปู่จำความได้คงรื้อฟื้นพลังให้จิ้งจอกเก้าหางอาวุโสกับปีศาจผีเสื้อตนอื่น

ตาย ๆ ยังไงนางก็ตายแน่

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   21 ปีศาจทรยศ

    กระดิ่งลางร้ายในเรือนใต้ที่สั่นดังทำให้มิอาจชะล่าใจ หลี่หวังหยางนัดแนะบรรดาปีศาจให้เล่นละครไปตามน้ำ ตบตากลุ่มควันหยินหยางซึ่งอาจปรากฏตัวอีกเมื่อใดก็ได้ ตามคาดการณ์ว่ายมทูตอาจกลับมา เมื่อศัตรูตายใจ จะได้ไม่เสียการใหญ่ ค่อยส่งสารแจ้งฝั่งจิ้งจอกเงินให้สลักอักษรไว้บนฝ่ามือว่า ‘忘’ ลืม หมายถึงเวทลบเลือนความจำของยมทูต“ที่ใดมีความตาย ที่นั่นมียมทูต พวกนั้นรวบรวมดวงวิญญาณมากมายไปเพื่ออะไร?”สีหน้าสงสัยแกมเจ้าเล่ห์ของปีศาจเฒ่าในร่างบุรุษรูปงามซักไซ้เอาความจริงจากร่างไร้สติสตรีในอาภรณ์สีชาดอยู่ในเงื้อมมือ เวทหยินห้อมล้อมรอบลำคอ ยามนี้จะบีบคั้นนางก็ตายเปล่า นางสูญสลายเป็นเถ้าควันได้ในพริบตาข้างกันนั้นเป็นพี่สาวทั้งสองนอนฟุบบนพื้นหญ้า ญาติผู้พี่อีกสาม บุรุษจิ้งจอกผู้ติดตามฮู่โหมวยังคงไม่ฟื้นจากแรงปะทะของเวทปีศาจราตรี การสะบัดพิษจากปีกของหลี่หวังหยางทำลายเวทหยินหยางใต้อักษร 忘 กลางหน้าผากจนแตกเป็นเสี่ยง ดวงตาสีอำพันเปิดเผยบนปีกสีนิลทั้งแปดคู่ หลังจากนั้นเรือนไม้ในงานวิวาห์กลายเป็นพื้นที่โล่งเปล่าเยียบเย็น“พวกมันใช้เวทลบเลือนความทรงจำ ส่งตัวเจ้าสาวกลับคืนสู่งานวิวาห์เช่นคืนที่ลักพาตัวเจ้าไป อื้ม.

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   20 จากลา

    ถิงถิงพร่ำพรอดกอดเทพมรณาหลังจากที่เขาไม่ขัดขืนนางอีก ฝ่ามือเย็นเฉียบของนางลูบไล้ผิวกายอุ่น ได้ยินเสียงผ่อนลมหายใจครืดคราดผ่านใบหูไปไว ๆ เขาปิดตาลงบ่อยครั้งจนนางขมวดคิ้วสงสัย กว่าที่นางจะรับรู้ได้อีกคราจากสัมผัสของมืออุ่นร้อน กำลังลูบผ่านแผ่นหลังบางเนื้อกายของนางและเขาแนบชิดสนิทสนม ไอปีศาจห้อมล้อมทั้งสองเรือนกาย นางสารภาพต่อเขาว่านางมีความสุขมากมายเท่าไร“ความสุขอะไรของเจ้า ร่วมแรมปีในนครมรณา ใต้ต้นไม้วิญญาณ ในเรือนไม้ที่ข้ามานั่งทำงานเคียงข้างเจ้า ข้าเฝ้ามองเจ้า วัน ๆ เจ้าเอาแต่นอนเกียจคร้าน”“นานขนาดนั้นเชียวหรือ?”“อื้ม... ตอนข้าไม่อยู่ เจ้าไปเที่ยวเล่น ข้ามเทือกเขาไปก่อกวนยมทูตในหลายเขตแดน เจ้าทักทายพวกเขาทุกรุ่งอรุณ ยมทูตกลับมาจากการรวบรวมดวงวิญญาณ ไยเจ้ายืนกรานว่ามีความมืดมิดเป็นสหาย?”ปีศาจน้อยคลี่ยิ้ม กลอกแววตาซุกซน ยามหวนคิดถึงท่านลุงทั้งหลายท่ามกลางราตรีมืดมิดของเมืองมรณา กลุ่มเมฆาสีขาวสลับดำเป็นดวงกลมนับหลายหมื่นลอยละล่องในเวหา ไม่ไกลจากตัวนางซึ่งเป็นผีเสื้อตัวน้อยในวงยมทูตยมทูตมักปิดวาจา ไม่ใคร่สนทนา นอกเสียจากกับยมทูตด้วยกัน ท่านลุงค่อนข้างรำคาญนางเอามาก ๆ หากเห็นนางเดิ

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   19 บุรุษในใจ

    “ว่าง… อย่าเสียเวลาข้า ดวงวิญญาณมากมายเฝ้ารอเทพมรณา ข้าจำต้องออกไปรับดวงวิญญาณ นำทัพยมทูต…” นางพูดแทนเขา ขยับปลายนิ้วเรียวยาวหยิกจมูกโด่งเป็นสันคม เขาย่นจมูก พ่นลมหายใจสีชาดแลดูน่าสะพรึงกลัว นางมิได้หวั่นเกรงแม้แต่น้อย แถมยังต่อว่า “ข้าได้ยินจนเบื่อ เชื่อข้าเถอะ ถึงท่านไม่ทำงาน ยังมีเทพมรณาอีกตั้งสอง”“ทำงานได้เรื่องที่ไหน...”“ท่านไม่ควรดูแคลนผู้ใดในแดนมรณา แดนปีศาจ แดนเทพ แม้แต่มนุษย์ผู้ไร้ซึ่งพลัง พวกเขามีความคิดยิ่งใหญ่เกรียงไกร มีหัวใจกล้าหาญเสียสละ นีเทียนต้าเซิน ท่านรู้ไหม? ราชาแห่งสวรรค์ปกครองแดนเทพด้วยเมตตาธรรม ท่านอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ดูแคลนแม้กระทั่งปีศาจ”“เจ้าเคยพบเขาผู้นั้นหรือ? ข้าว่าเจ้าเพียงได้ยินมา ส่งสารผ่านปากต่อปาก เจ้ารู้จักคน แต่หารู้จักใจเขาไม่”ถิงถิงส่ายหน้า ค่อนขอดเทพผู้ผยองตน เขาหลุบตามองนาง หัวเราะชั่วร้าย นางกล่าวว่าแม่เฒ่าเล่าให้นางฟัง นางอดไม่ไหวต้องสั่งสอนเทพซะบ้าง“ท่านเงียบเสีย... จูบข้า”“เจ้า... อยากตายรึ?” เขาเข่นเขี้ยวขู่นาง ออกแรงขัดขืนการบังคับจากลมพัดไหวข้างใบหู ทว่าในห้วงนิทรานี้ไม่ว่านางสั่งอะไรก็จำต้องทำตาม“จูบข้า ที่หน้าผาก แก้ม ริมฝีปาก”นี

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   18 บุรุษในใจ

    นัยน์ตาเยียบเย็นสีชาดไม่ไหวติง แม้ปีศาจสาวจะพลิกฝ่ามือดึงเทพมรณาให้มานั่งจิบชาในฝั่งตรงกันข้าม บังคับเขาไปเสียทุกอย่างดั่งใจนาง เสกถ้วยชาและขนมหน้าตาน่ารับประทาน แป้งปั้นเป็นรูปดอกไม้ รูปภูตแมลงผีเสื้อ เต่าทอง วางเรียงรายในจานดินเผาบนโต๊ะเตี้ย ๆเมื่อตรึกตรองดูแล้วนีเทียนต้าเซินใช้พลังมากมหาศาลในการผนึกตำราสีชาด มันเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ตามคำตักเตือนของยมทูตอาวุโส ตอนนี้เขาไม่น่ามีพลังมากพอทำลายห้วงนิทราผีเสื้อใช่แล้วล่ะ... นอกเสียจากผนึกตำราไม่ได้ ร่างปลอมมาพบนางอย่างลับ ๆ ชั่วพริบตาเดียวก็หายไป กระจกเวทแปดเหลี่ยมนี้นางได้มาจากเขา เรียกของวิเศษมาให้นางเหมือนกระบี่ปีศาจเพียงนางเอ่ยขอ“ข้าเดาว่าท่านกำลังใช้ความคิด ไม่รู้ว่าในนิทราผีเสื้อสามารถทำงานของท่านได้หรือไม่?”“...”นีเทียนต้าเซินนั่งนิ่งขรึม มองนางรินชาอย่างกุลสตรีก่อนหน้านี้นางเปลี่ยนอาภรณ์เทพมรณาเป็นสีฟ้าคราม สีเขียวมรกต ปักปิ่นงดงามอย่างคุณชายในเมืองมนุษย์ เป็นสีขาวอย่างบุรุษเทพในเทวโลก เป็นสีนิลสนิทมีกรงเล็บปีศาจประหนึ่งจอมมาร นางเรียกเขาท่านจอมมารแล้วหัวเราะ นางเล่นสนุกกับการเปลี่ยนอาภรณ์ของเขาไปมาจนพลังหยินลอยละล่องเต็

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   17 กับดักปีศาจ

    ฝันไปเถอะ!นีเทียนต้าเซินหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน แทนที่จะลั่นวาจาเด็ดขาด ไม่มีทางรับดวงวิญญาณนางมาเป็นยมทูต ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้ลิขิตชะตา เป็นเรื่องเหนืออำนาจการควบคุม ภพชาติหน้าของนางจะเกิดเป็นอะไรก็หาได้รู้ไม่ขณะนัยน์ตาสีชาดยังคงเพ่งมองท่าทีโอหัง หวังให้นางศิโรราบ เขายืนเอามือไพล่หลังข้างฟูกนาง“ลุกขึ้นมาทำงานของเจ้า ไหวหรือไม่?”“ข้าไม่ทำงานให้ท่านแล้ว ข้าจะไป... จากที่นี่”“เจ้าแน่ใจ?”“เจ้าค่ะ ท่านและข้า ขออย่าได้พบกันอีกเลย หากมิใช่ในปรภูมิ หวังว่าท่านจะไม่ลืมที่ลั่นวาจาเอาไว้ว่าข้าเปลี่ยนใจได้ทุกเมื่อ”สีหน้าของผู้ขลาดกลัวบัดนี้เป็นคนละคน นางไม่อ่อนน้อมยอมตามอีกต่อไปนีเทียนต้าเซินเบิกเนตรสีชาด ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดประหลาดในอก ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อยมทูตตัดขาดจากห้วงความรู้สึกสิ้น อีกใจหนึ่งก็หวังให้นางเปลี่ยนคำพูดของนาง กลับพบเพียงลูกแก้วอำพันเปี่ยมล้นหยดน้ำตา นางยืนกรานว่าจะกลับเรือนใต้ เขากลั้นใจตอบนาง“ได้ ในเมื่อเจ้าตัดสินใจดีแล้ว ข้าจะไปส่งเจ้า”-----------หัวใจปีศาจเคยสงบราวสายน้ำนิ่ง บัดนี้ไม่ต่างจากกระแสน้ำวน นางทั้งสับสน เสียใจ ไยเทพมรณาช่างไร้เย

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   16 โทษหนึ่งประการ

    ระหว่างที่นางลุกขึ้นไปเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่ เจ้าร่างปลอมไม่เลิกตามนาง แถมทำหน้าตาขึงขังเจ้าเล่ห์ นางเกือบจะควักกระบี่ปีศาจออกมาฟาดฟันการต่อสู้อันไร้ประโยชน์หยุดลงในหัว เมื่อสิ่งของสำคัญอยู่ในเรือนใต้ทั้งหมด นางนั่งถอนหายใจบนฟูก ก่อนจะเบิกตากว้างมองกระบี่สีนิลปรากฏในมือเทพ ไม่รู้ว่าร่างปลอมเสกมันขึ้นมาได้อย่างไร เขาขยับฝีเท้าเข้ามาหานาง ส่งกระบี่สลักลายบุปผาให้นางกับมือ นางลุกขึ้นยิ้มดีใจ“กระบี่ปีศาจข้า... ท่านได้มายังไง?”ร่างปลอมยิ้มให้นางแทนคำตอบ นางพยายามถามเขาเท่าไรก็ยอมบอกนาง“ก็ได้ ข้าจะยอมตามใจท่านสักวัน ท่านตัวปลอม ขอโทษที่ข้าเสียมารยาท”ใบหน้าหล่อเหลาแลดูอ่อนโยนแม้กระทั่งในแววตา เขาชื่นชมนางพลางว่า ‘ดีแล้ว ดีมาก’ โน้มลงแตะริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียน นางสะดุ้ง ยกมือแปะหน้าผากเหมือนถูกของร้อน แก้มแดงระเรื่อไปถึงใบหู“ท่านทำอะไรน่ะ!?”“เจ้าชอบ”“ทะ... ท่านเป็นเพียงภาพลวงตา”“เหลวไหล เบื้องหน้าสายตาเจ้าเป็นเรื่องจริง มีอยู่จริง เจ้าเชื่อข้า”“ท่าน... เหมือนเขามาก ทั้งกายทิพย์... วิญญาณ ทั้งกลิ่นดอกปี่อั้น...”“เมื่อคืนข้านอนข้างหลังเจ้า... ใส่ยาบนปีกเจ้า...”ถิงถิงกลอกตาใช้ความคิด ตั้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status