Share

4 จิตวิญญาณที่เสียสละ

last update Tanggal publikasi: 2025-12-30 23:37:52

ผ่านลำแสงสีทองบนสันตำรา ดวงตาสีชาดขนาดมหึมากลางท้องนภามองลงไปยังสตรีร่างเล็กจิ๋ว เฝ้ามองนางต่อกรกับอสุรกาย

หน้าตาของมันเหมือนลิงที่มีเขี้ยวแหลมคม เขี้ยวทั้งสองยื่นพ้นออกมาจากมุมปากหนาใหญ่ ผิวกายขรุขระแข็งแกร่งปานหินผา ลำตัวห้อมล้อมด้วยหมอกดำ ในขณะที่มันสามารถถูกทำลายได้ด้วยเวทปีศาจ

‘ท่านอาจารย์ไม่ได้พูดเปล่า เป็นเรื่องจริงหรือนี่?’

นอกเสียจากเรื่องราวจากปากท่านอาจารย์ เคยยกประเด็นประหลาดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ตำราสีชาดได้กล่าวเรื่องธาราแห่งจิต ดวงวิญญาณบริสุทธิ์ ดวงจิตแห่งความเสียสละยากจะพานพบในวัฏสงสาร

ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏรอยยิ้ม เทพมรณาพึงพอใจปีศาจผีเสื้อผู้หาญกล้า นางไม่ขลาดกลัวเหมือนก่อนหน้า เมื่อนางเริ่มคุ้นชินกับการต่อสู้กับผู้พิทักษ์ในตำรา

ความสำเร็จเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในเมืองมรณา เขาคงอยากจะรู้นักว่ากองทัพยมทูตจะยิ่งใหญ่ได้ถึงเพียงไหน การนำทัพไปเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณคงง่ายดายขึ้นนับพันเท่า

“ท่านผู้ยิ่งใหญ่... เปรียบเทียบกับตัวท่านแล้วข้าคงเป็นเพียงเศษดิน ทำไมท่านไม่มาทำเองเล่า?”

“มีเพียงเจ้าที่เปลี่ยนแปลงกำหนดในตำรานี้ได้ จิตวิญญาณที่เสียสละ...”

“ไยท่านช่างไร้มารยาทนักเจ้าคะ ข้าชื่อถิงถิง!”

ครั้งสุดท้ายนางตวาดกร้าว เวทหยินปีศาจพลันตกกระทบลงบนท้องนภามืดครึ้มอึมครึม นางเข้าไปผลักดันอักขระสีทองที่มีความสูงเสียดฟ้าจนขยับเขยื้อนเล็กน้อย

ปีศาจอสูรผุดขึ้นจากดินให้นางต้องหาวิธีกำจัดพวกมันอีก นางทำเรื่องเดิมซ้ำ ๆ กระทั่งอักขระเหล่านั้นเกิดความเปลี่ยนแปลง จากสิบเป็นร้อย จากร้อยเป็นอีกนับหลายร้อยปี

ยามนี้นางนึกขอบคุณท่านปู่ผู้เคี่ยวเข็ญการฝึกเวทวิชามากมายหลายแขนง นางรู้จักแม้กระทั่งการใช้เวทหยางของเทพ ถึงแม้ว่าเหล่าปีศาจไม่ใช้มันบ่อยนักเพราะไม่สามารถเข้ากันได้กับร่างกายอันเต็มไปด้วยพลังมืด ความคิดชั่วร้ายอันเป็นต้นกำเนิดของปีศาจ

นางฮึดสู้ขึ้นมาเพราะถ้อยคำไม่มีมูลของพี่ใหญ่ เล่าให้นางฟังว่าไปเที่ยวตลาดที่มีผู้คนมากมาย พระราชวังฮ่องเต้แสนงดงาม ในเมืองใหญ่มีหอนางโลม มีบุรุษรูปงามให้ดื่มด่ำพลังวิญญาณ พวกเขาโง่เขลาเข้าหาได้ง่าย เพราะหลงใหลในความงามของสตรี

สหายปีศาจโอ้อวดว่ารสชาติวิญญาณจากมนุษย์นั้นเอร็ดอร่อยจนนางต้องเสียดายแน่ ๆ หากไม่ลองสูบวิญญาณพวกเขาดูสักครั้งหนึ่ง

นางยังคงเปี่ยมไปด้วยความหวัง ใครเล่าจะอยากตายทั้งยังอายุน้อย…

“ข้ายังไม่เคยไปเที่ยวเทวโลก แม้แต่โลกมนุษย์ข้าก็ยังไม่เคยไป... ฮือ... ข้ายังไม่อยากตาย”

“ถิงถิง เจ้าเร่งมือ”

เทพมรณาเร่งเร้านางซึ่งเรี่ยวแรงถดถอยลง นางคร่ำครวญเบื้องหน้าอสุรกาย หลบซ้ายทีขวาที

ไยนางช่างไร้วาสนา ไร้อิสรภาพเยี่ยงปีศาจสักตน ยิ่งปีศาจแต่ละตนไม่ค่อยจะอยู่ติดเรือน เป็นปีศาจก็ต้องออกไปก่อเรื่องทะเลาะวิวาท หาความสนุกใส่ตนน่ะสิ แล้วนางมาทำอะไรที่นี่?

ถึงนางมีชีวิตมาห้าพันกว่าปีแล้ว นับว่าน้อยไปสำหรับปีศาจผีเสื้อที่มีอายุยืนยาวกว่ามนุษย์บนโลก นางอาจมีชีวิตอยู่ได้หลายหมื่นปี ตราบใดที่กายทิพย์ไม่สูญสลายไปเพราะการต่อสู้ระหว่างเผ่าพันธุ์ปีศาจ

“เงียบเสีย!” สิ้นคำ เมฆาอันมืดมิดซัดพาทุกสิ่งเบื้องหน้าและตัวนางกระเด็นออกจากตำรา นางกลิ้งหลุน ๆ บนพื้นไม้เป็นเงามัน ในสภาพอาภรณ์ขาดวิ่น ปีกสีม่วงสดใสประหนึ่งสีสันของดอกจื่อเถิงบนแผ่นหลังของนางถูกแผดเผาด้วยลูกไฟจากค่ายกลในตำราจนกลายเป็นสีดำ

เส้นปีกผีเสื้อเปรียบเสมือนกระดูกสันหลัง มิได้เป็นเพียงโครงร่างให้ปีกคงรูปอยู่ได้ ตอนนี้เส้นปีกของนางจะขาดมิขาดแหล่ เหนือศีรษะของนางมีหนวดยาวเป็นเส้น จุดดำ ๆ บริเวณปลายทั้งสองข้าง นางมีหนวดผีเสื้อติดกายทิพย์ในบางครั้งไว้สำหรับดมกลิ่นวิญญาณ ตอนนี้เห็นจะไม่ได้กลิ่นอะไร

ถิงถิงก้มลงมองเนื้อตัวนางทั้งน้ำตานองหน้า ยกมือปิดป้องหน้าอกของนาง อาภรณ์เจ้าสาวคงเหลือแค่ผ้าขาดไม่เป็นชุด คลุมสะโพกลงไปเล็กน้อย

“ข้า... หนีฝูงจิ้งจอกมาโดนเผา ฮือ... ข้า... ข้า... เหลือแค่หนวด...”

“จิตวิญญาณที่เสียสละ”

“ข้าชื่อถิงถิง!” นางตะคอกเสียงดังลั่นใส่ท่านเทพผู้ยิ่งใหญ่ด้วยท่าทีก้าวร้าว ส่งเสียงสะอื้นไห้ “ฮึก... ฮือ... หนวดสวย ๆ ของข้า... ปีกอัน... งดงามของข้า...”

“ถิงถิง”

เทพผู้ยิ่งใหญ่ยืนมองนางด้วยสีหน้านิ่งเฉย เหมือนกับว่าเขาใจดีและให้เกียรตินางขึ้นสักเล็กน้อย ด้วยเห็นว่านางมีประโยชน์ ขณะกลิ่นไหม้อบอวลไปทั่วห้อง ใบหน้าสดสวยใต้ริมฝีปากสีชาดของนางไม่งดงามดังเดิม

“ข้าจะนำยาและอาหารมาให้เจ้า เจ้ากินอะไร?”

“ข้ากินพืช... กินผลไม้... ข้าไม่ดูดไอวิญญาณจากปีศาจที่ไหน ข้าไม่ชอบคร่าชีวิต ข้าไม่ทำร้ายใคร...”

“เจ้าหมายถึง... ต้นไม้วิญญาณน่ะหรือ?” เขาเลิกคิ้วขึ้นถาม คลายความสงสัยลงตรงนั้น

“เจ้าค่ะ... ต้นไม้วิญญาณ พี่รองบอกข้าว่ากินได้ มันมาจากวิญญาณเร่ร่อนที่ติดกับดักเข้า มันรสชาติดีด้วย”

นั่นก็มาจากวิญญาณเหมือนกันนั่นแหละ...

‘น่าขันนัก’

เรื่องต้นไม้ที่นางว่ามีต้นกำเนิดจากจิตวิญญาณเร่ร่อนทำให้มันเติบใหญ่กลายเป็นต้นไม้ในเมืองปีศาจ ในเทวโลกบางแห่งก็มีต้นไม้วิญญาณออกผลงอกงาม

ร่างสูงสง่าขยับเข้าไปใกล้นาง ก้มหน้าลงมองขอบตาบวมช้ำ พูดกับนางอย่างใจเย็น

“เจ้าเลิกร้องไห้คร่ำครวญเสีย บาดแผลของเจ้าไม่นานก็หายดี แต่หากเจ้าเปลี่ยนใจไม่อยากทำงานนี้แล้ว บอกข้าได้ทุกเมื่อ ข้าจะพาเจ้าไปส่งเรือนใต้แห่งแมลงบุปผา เรื่องการลบความจำครอบครัวของเจ้าและจิ้งจอกเงิน ข้าจัดการได้”

“ให้ข้ากลับไปตายเนี่ยนะ?” นางชี้หน้าตัวเองอย่างไม่เชื่อหู ท่านเทพมาบอกอะไรนางตอนนี้!

“ก็... พอมีโอกาสรอด วันเกิดวันตายของสรรพสิ่งมีชีวิตได้กำหนดไว้ในตำรา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโชคชะตาวาสนา ข้าเองก็บอกไม่ได้แน่ชัด ตัวเลขเหล่านั้นชอบที่จะเปลี่ยนแปลงของมันเอง”

“ข้าในสภาพนี้กลับไปก็ตายน่ะสิ ตายแน่นอน! ไม่ต้องให้ตำรานั่นมาบอกข้าหรอก จิ้งจอกคลั่งพวกนั้นน่ะโหดเหี้ยมอำมหิต ใช่ปีศาจน่ารักอย่างข้าเสียที่ไหน”

ถิงถิงทำนายชีวิตของนางได้อย่างแม่นยำทีเดียว ก่อนที่นางจะเริ่มร้องไห้อย่างหนักจนท่านเทพเวียนหัวกับนาง จึงบอกอย่างรำคาญใจ

“เอาเป็นว่าข้าไม่บังคับฝืนใจเจ้า จำเอาไว้... เจ้าเปลี่ยนใจไม่อยากทำงานเมื่อไร ให้บอกข้า”

เปลี่ยนใจ?

นางกัดริมฝีปากจนเป็นห้อเลือดอย่างเคียดแค้น บุรุษเทพผู้นี้จิกหัวใช้นางซึ่งไร้หนทางเลือกด้วยการใช้ชีวิตนางเป็นเดิมพัน

เป็นตาย ค่าเท่ากัน!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   49 จิ้งจอกนิล

    สองวันถัดมา บาดแผลบนร่างกายนางหายสนิทดีด้วยพลังสีชาด สามีเป็นผู้รักษานางอย่างระวัง พร้อมกำชับนางว่าเรื่องนี้สำคัญเป็นอย่างมากบททดสอบในตำราสีชาดเปรียบเปรยถึงโลกปีศาจ ในเมื่อนางเป็นปีศาจ อาจหมายถึงการใช้ชีวิตร่วมกันของสามีภรรยา จะต้องเข้าใจกันในโลกของปีศาจ ทั้งเผ่าพันธุ์ผีเสื้อและจิ้งจอกนิล ในร่างจางหลิงนี้เขาสามารถใช้ได้ทั้งเวทหยินหยาง เวทสีชาดของตำรา เช่นเดียวกับนางที่เรียนรู้มันได้อย่างรวดเร็ว“จางหลิงผู้นี้ปรารถนาในสิ่งของหายาก เป็นนักสะสมเหมือนท่านปู่เจ้า วันหนึ่งเขาดันได้ยินเรื่องประหลาดจากทาสในเรือน ปีศาจน้อยตระกูลเหมยเตี๋ยมีปีกสีชาดงามนัก จึงยื่นข้อเสนอให้มารดาผีเสื้อส่งตัวนางมา”“หมายความว่าเรื่องราวในตำราสีชาดเชื่อมโยงกับโลกความจริงบางส่วนหรือเจ้าคะ?”สามีพยักหน้า “ใช่แล้ว เจ้าฉลาดมาก” เขาจิ้มหน้าผากนางอย่างหยอกล้อบนฟูกในห้องกว้างขวาง ปีศาจน้อยสวมชุดสีขาวเนื้อผ้าเบาบาง เฝ้ามองเขี้ยวตรงมุมปากของสามีด้วยแววตาหลงใหล บุรุษจิ้งจอกมีหางทั้งเก้าพลิ้วไหวอยู่เบื้องหลัง ไอปีศาจห้อมล้อมรอบกาย แลดูน่าเกรงขามเฉกเช่นเทพมรณา แม้ในรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง เขาตั้งคำถามนางพร้อมให้คำอธิบา

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   48 ธรรมเนียมของผีเสื้อ

    บุรุษผู้ไม่เคยมีรัก จะเข้าใจความรักก็หาไม่ นีเทียนต้าเซินมีเลือดปีศาจมากกว่าเจ็ดส่วน บิดากล่าวว่าเขาเหมาะสมกับการเป็นเทพผู้ลงทัณฑ์ความชั่วร้ายยิ่งกว่าผู้ใดในเทวโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขามิใช่เทพสวรรค์ผู้มีเมตตาและให้อภัย การถือกำเนิดของเขาเป็นเรื่องเหมาะควร เป็นสมดุลนรกสวรรค์ทว่าการบำเพ็ญเพียรเพื่อสำเร็จเป็นเทพผู้พิพากษาไม่ต่างจากการเสียสละตน ในที่สุดเขาก็กลายเตาดูดพลังแห่งความเคียดแค้นชิงชัง ตำราซึ่งคาดหวังให้ผู้ถือครองพลังสีชาดเปี่ยมด้วยความรักอันบริสุทธิ์ ไม่มีทางเป็นไปได้!“เจ้าปีศาจชั่ว ข้าจะโยนเจ้าลงกระทะทองแดงหมื่น ๆ ครั้ง ข้าจะใช้เกวียนนรกบดร่างเจ้า… ทั้งสองคน” ร่างกระดูกขบเขี้ยวฟัน กอดร่างงามในอาภรณ์สีชาดที่หลับใหล ยกมือทุบอกร่ำไห้ เขาบังคับพานางกลับเมืองมรณาจำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยกล่าวกับนางว่ายมทูตไร้หัวใจ เขากลืนคำพูดตนเมื่อพบบ่าวสาวจับมือเคียงคู่ เขาตัดพ้อไยนางทำเช่นนี้ หากนางรักฮู่โหมว ก็ควรฆ่าเขาให้ตายไปกับนาง เขาพร้อมจะตายเพราะพิษรัก ปีศาจทุกตนในงานวิวาห์ของนางก็ต้องตาย!หลังชิงตัวนางมาจากวิวาห์โลหิต เขาตัดสินใจว่าจะละสังขารตามนางไป เขาทนเห็นนางมีความสุขกับชายอื่นไม่ได

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   47 ธรรมเนียมของผีเสื้อ

    ทั้งสองมีปากเสียงกันในสถานที่อีกแห่งหนึ่งจนโดนไล่ออกจากร้าน นีเทียนต้าเซินถูกเรียกว่าปีศาจมรณาในเมืองนี้ เหล่าปีศาจได้ยินข่าวลือแว่ว ๆ ว่าเขาเป็นผู้เดียวที่กล้ามีเรื่องกับตระกูลจิ้งจอกเงินและปีศาจราตรีถิงถิงไม่เข้าใจสามี นึกย้อนไปตอนเขาสวมชุดเจ้าสาวให้นาง ส่งร่างที่หลับใหลสู่งานวิวาห์ในอาภรณ์สง่างาม เขาควรบอกลานาง ให้นางไปพบชะตากรรมของตน ไยเขากลับทำให้นางและบุตรชายคนโตของจิ้งจอกเงินไร้วาสนาเป็นสามีภรรยาถึงสองคราตอนนี้เขารังแกศัตรูหัวใจด้วยวาจาเหยียดหยันดูแคลน ใช้ดวงตาพิพากษามองบาปทั้งปวงของปีศาจ ใช้กรงเล็บมัจจุราชดึงวิญญาณ พาไปดูนรกลงทัณฑ์ ดวงจิตสีดำอยู่ในกำมือเขา ได้ยินเสียงตะโกนกร้าว ‘เหยียนโหลวหวัง!’[1]ไม่มีใครเรียกเทพมรณาเช่นนั้นมานานแล้ว เสียงหัวเราะชั่วร้ายดังจากเทพผู้พิพากษา ก่อนที่เขาจะนำฮู่โหมวไปส่งถึงเรือนจิ้งจอก จับหลังคอแข็งแกร่งด้วยกรงเล็บปีศาจ จ้องมองอีกฝ่ายนัยน์ตาสีชาดน่าสะพรึงกลัว“เจ้ายังไม่ได้กินอะไร” สามีนั่งลงข้างนางบนฟูก ภรรยาสวมอาภรณ์เนื้อผ้าเบาบางสำหรับใส่นอน กลิ่นกายนางหอมอบอวลเย้ายั่วบุรุษ ทว่านางไม่สนใจไยดี“ข้าไม่หิว ข้าจะนอน”“เจ้าควรรับพลังใหม่วันละน้อย

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   46 รังแกผู้น้อย

    ยิ่งดึกเท่าไร ตลาดก็ยิ่งคึกคัก นัยน์ตาสีชาดซุกซนสองคู่ทอประกาย สบมองกันอย่างรักใคร่หวงแหน สามีเดินรั้งท้ายมองตามอาภรณ์สีนิลที่แกว่งไปมาของภรรยา เห็นปีศาจออกมาเล่นตลกเพื่อแลกเงิน อวดความสามารถของเผ่าพันธุ์พวกเขา ท้ายตลาดมีโรงเตี๊ยมของนักพนันและหอนางโลมในเมืองปีศาจมิได้มีเพียงปีศาจ ยังมีกลิ่นอายของครึ่งปีศาจและเทพ พวกเขาแอบแฝงตนมาแลกเปลี่ยนของวิเศษ ด้านหน้าตลาดมีป้ายอักษรใหญ่โตว่า ‘พวกคนแปลกหน้า ห้ามทะเลาะวิวาท ซื้อของแล้วรีบไป’“ข้าพึ่งนึกขึ้นได้ว่าเคยมาเดินตลาดในเมืองปีศาจตอนยังเล็กนัก เหมือนกับว่าท่านแม่จะพาข้ามา ภาพเหล่านี้คลับคล้ายคลับคลาในห้วงนิทราเจ้า”“ข้านึกออกแล้ว ไปซื้อของฝากท่านแม่ดีกว่า!” นางโวยวาย มุ่งตรงไปหาของฝาก สามีเบิกตากว้างมองตามผีเสื้อสีชาด ว้าวุ่นใจเรื่องของขวัญ ไม่รู้จะนำไปให้มารดาอย่างไร ก่อนหน้านี้มารดาเป็นธุระให้เขาเรื่องปีศาจในเรือนใต้ นางว่ามีของขวัญให้ลูกสะใภ้ด้วย เขาคงหาทางหลีกเลี่ยงมารดา ของขวัญของนางอาจเป็นคำสาปหรืออะไรบางอย่างที่น่ากลัวมากกว่า“ถิงถิง... เจ้า” เขาเรียกนางแล้ววิ่งตามไป ประจวบเหมาะพอดี ได้ยินเสียงจากที่อื่น ‘ถิงถิง ไม่พบกันนาน เจ้าเป็นยั

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   45 ครึ่งหนึ่งของเทพมรณา

    นัยน์ตาสีชาดจ้องมองชายอาภรณ์สีนิลพลิ้วไหวใต้สายลมเยียบเย็น ผีเสื้อตัวน้อยรอบกายนางราวจะเต้นระบำท่ามกลางตลาดร้านค้าที่เต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้า ปีศาจสัญจรใต้หน้ากากรูปสัตว์ต่าง ๆ พวกเขาไม่เปิดเผยตัวตนเพื่องดการทะเลาะวิวาท ในมือของนางมีถุงกำมะหยี่แดง“ข้าจะซื้ออันนี้นะ อันนี้ด้วย”‘ข้าผิดต่อเจ้า ถิงถิง ข้าไม่ควรพาเจ้ามานครมรณา ทำให้เจ้าตกหลุมรักข้า ยิ่งไม่ควรกักขังเจ้า ผีเสื้อคู่ควรกับอิสรภาพ จะไปที่ใดก็ได้กับมิตรสหายของเจ้า...’เสียงในใจมิอาจสื่อถึงภรรยา บุรุษในอาภรณ์สง่างามเยี่ยงปีศาจเดินรั้งท้ายตามนาง หยุดปลายเท้าใต้ต้นไม้สูงตระหง่านด้านหลังตลาด นางยื่นมือไปข้างหน้าด้วยท่าทางตื่นเต้นดีใจ แสงจันทราสีชาดกระทบลงบนฝ่ามือ เหมันต์โปรยปรายไม่ทำให้นางรู้สึกหนาวเย็นอีกต่อไป“ข้าจะออกนครมรณาไปกับสามีในทุกรุ่งอรุณได้หรือไม่ เป็นไปได้ไหมว่าข้า... อาจพบปะมิตรสหาย ญาติสนิทของข้านาน ๆ ครั้ง...”“เจ้าออกมาเที่ยวเล่นไม่ได้ นครมรณาไม่ติดต่อกับผู้ใดทั้งสิ้น หากไม่ใช่กรณีจำเป็นเช่นครั้งนี้ การรับภรรยาจำต้องปฏิบัติตามกฎของตำรา”“เช่นนั้นข้าตามใจสามี แต่ปีกของข้าปรารถนาแสงอรุณ แสงจันทราในบางโอกาส เมืองมรณามื

  • ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต   44 ชิงสุกก่อนห่าม

    บัดนี้เจ้าสาวปีศาจยืนเคียงข้างเจ้าบ่าว อาภรณ์งดงามถักทอด้วยด้ายสีนิลลวดลายเมฆาทั่วทั้งแผ่นหลัง ชุดสีชาดตัดสีนิลมีผ้าคาดเอวปักด้วยอักษร 白色 และ 黑色 งานฝีมือจากเมืองยมทูต ชายผ้าสองผืนกองอยู่บนพื้นหญ้าเขียวชอุ่ม แลดูสง่างาม ดวงไฟหยินหยางมารอแสดงความยินดีกับพวกเขา“ธรรมเนียมผีเสื้อที่ท่านปู่เจ้าว่าคืออะไร? ข้าไม่ทันฟัง ท่านแม่อารมณ์ไม่ดีเสียก่อน”“ห้วงนิทราแห่งฝันร้าย ท่านจะติดอยู่ในความหวาดกลัวนับร้อยปี เว้นเสียแต่ว่าท่านสามารถทำลายห้วงนิทราของภรรยา นั่นหมายถึงการทำร้ายนาง ถ้าท่านฆ่าภรรยาได้ จะได้รับป้ายอาญาสิทธิ์ของตระกูล อภัยโทษทั้งปวงหมื่นปี”“งั้นหรือ? ธรรมเนียมวิปริตเช่นนี้ มิน่าเล่า… ท่านปู่เจ้าหาว่าข้ากลัวจนหัวหด”อาวุโสกล่าวว่าปีศาจที่แข็งแกร่งไม่ควรมีจุดอ่อนเป็นคู่ครองของตน เผ่าพันธุ์ผีเสื้อตั้งธรรมเนียมประหลาดให้สามีภรรยาเข่นฆ่ากันโดยไม่ลังเลใจ การแต่งงานมีขึ้นเพื่อประโยชน์และการสืบเผ่าพันธุ์ พวกเขามีบุตรก่อนแต่งงาน ชิงสุกก่อนห่ามเป็นเรื่องธรรมดา“เจ้าคงไม่รู้แน่ ๆ ว่าข้าภูมิใจในตัวเจ้า ภรรยา เจ้าเป็นปีศาจพรหมจรรย์ผู้เดียวในเรือนใต้ เจ้ารักนวลสงวนตัวประหนึ่งเทพธิดาสวรรค์ ถือศีลเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status