LOGINผ่านลำแสงสีทองบนสันตำรา นัยน์ตาสีชาดขนาดมหึมากลางท้องนภามองลงไปยังสตรีร่างเล็กจิ๋ว เฝ้ามองนางต่อกรกับอสุรกาย
หน้าตาของมันเหมือนลิงที่มีเขี้ยวแหลมคม เขี้ยวทั้งสองยื่นพ้นออกมาจากมุมปากหนาใหญ่ ผิวกายขรุขระแข็งแกร่งปานหินผา ลำตัวห้อมล้อมด้วยหมอกดำ ในขณะที่มันสามารถถูกทำลายได้ด้วยเวทปีศาจ
‘ท่านอาจารย์ไม่ได้พูดเปล่า เป็นเรื่องจริงหรือนี่?’
นอกเสียจากเรื่องราวจากปากท่านอาจารย์ เคยยกประเด็นประหลาดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ตำราสีชาดได้กล่าวเรื่องธาราแห่งจิต ดวงวิญญาณบริสุทธิ์ ดวงจิตแห่งความเสียสละยากจะพานพบในวัฏสงสาร
ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏรอยยิ้ม เทพมรณาพึงพอใจปีศาจผีเสื้อผู้หาญกล้า นางไม่ขลาดกลัวเหมือนก่อนหน้า เมื่อนางเริ่มคุ้นชินกับการต่อสู้กับผู้พิทักษ์ในตำรา
ความสำเร็จเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในเมืองมรณา เขาคงอยากจะรู้นักว่ากองทัพยมทูตจะยิ่งใหญ่ได้ถึงเพียงไหน การนำทัพไปเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณคงง่ายดายขึ้นนับหลายพันหลายหมื่นเท่า
“ท่านผู้ยิ่งใหญ่... เปรียบเทียบกับตัวท่านแล้วข้าคงเป็นเพียงเศษดิน ทำไมท่านไม่มาทำเองเล่า?”
“มีเพียงเจ้าที่เปลี่ยนแปลงกำหนดในตำรานี้ได้ จิตวิญญาณที่เสียสละ...”
“ไยท่านช่างไร้มารยาทนักเจ้าคะ ข้าชื่อถิงถิง!”
ครั้งสุดท้ายนางตวาดกร้าว เวทหยินปีศาจพลันตกกระทบลงบนท้องนภามืดครึ้มอึมครึม นางเข้าไปผลักดันอักขระสีทองที่มีความสูงเสียดฟ้า มันขยับเขยื้อนทีละเล็กละน้อย ปีศาจอสูรผุดขึ้นจากดินให้นางต้องหาวิธีกำจัดพวกมัน นางทำเรื่องเดิมซ้ำ ๆ จนอักขระตัวเลขเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไป จากเลขสิบเป็นร้อย จากร้อยเป็นอีกนับหลายร้อยปี
ยามนี้นางนึกขอบคุณท่านปู่ผู้เคี่ยวเข็ญการฝึกเวทวิชามากมายหลายแขนง นางรู้จักแม้กระทั่งการใช้เวทหยางของเทพ ถึงแม้ว่าเหล่าปีศาจไม่ใช้มันบ่อยนักเพราะไม่สามารถเข้ากันได้กับร่างกายอันเต็มไปด้วยพลังมืด ความคิดชั่วร้ายอันเป็นต้นกำเนิดของปีศาจ
นางฮึดสู้ขึ้นมาเพราะถ้อยคำไม่มีมูลของพี่ใหญ่ เล่าให้นางฟังว่าไปเที่ยวตลาดที่มีผู้คนมากมาย พระราชวังฮ่องเต้แสนงดงาม ในเมืองใหญ่มีหอนางโลม มีบุรุษรูปงามให้ดื่มด่ำพลังวิญญาณ พวกเขาโง่เขลาเข้าหาได้ง่าย มิตรสหายนางว่ารสชาติวิญญาณจากมนุษย์นั้นเอร็ดอร่อยจนนางต้องเสียดายแน่ ๆ หากไม่ลองสูบวิญญาณพวกเขาดูสักครั้งหนึ่ง
นางยังคงเปี่ยมไปด้วยความหวัง ใครเล่าจะอยากตายทั้งยังอายุน้อย…
ถึงนางมีชีวิตมาห้าพันกว่าปีแล้ว นับว่าน้อยไปสำหรับปีศาจผีเสื้อที่มีอายุยืนยาวกว่ามนุษย์บนโลก นางอาจมีชีวิตอยู่ได้หลายหมื่นปี ตราบใดที่กายทิพย์ไม่สูญสลายไปเพราะการต่อสู้ระหว่างเผ่าพันธุ์ปีศาจ
“ข้ายังไม่เคยไปเที่ยวเทวโลก แม้แต่โลกมนุษย์ข้าก็ยังไม่เคยไป... ฮือ... ข้ายังไม่อยากตาย”
“ถิงถิง เจ้าเร่งมือ”
เทพมรณาเร่งเร้านางซึ่งเรี่ยวแรงถดถอยลง นางคร่ำครวญเบื้องหน้าอสุรกาย หลบซ้ายทีขวาที ไยนางช่างไร้วาสนา ไร้อิสรภาพเยี่ยงปีศาจสักตน ยิ่งปีศาจแต่ละตนไม่ค่อยจะอยู่ติดเรือน เป็นปีศาจก็ต้องออกไปก่อเรื่องทะเลาะวิวาท หาความสนุกใส่ตนน่ะสิ แล้วนางมาทำอะไรที่นี่?
พร้อมกันนั้น เมฆาอันมืดมิดซัดพาทุกสิ่งเบื้องหน้าและตัวนางกระเด็นออกจากตำรา นางกลิ้งหลุน ๆ บนพื้นไม้เป็นเงามัน ในสภาพอาภรณ์ขาดวิ่น ปีกสีม่วงสดใสประหนึ่งสีสันของดอกจื่อเถิงบนแผ่นหลังของนางถูกแผดเผาด้วยลูกไฟจากค่ายกลในตำราจนกลายเป็นสีดำ
เส้นปีกผีเสื้อเปรียบเสมือนกระดูกสันหลัง มิได้เป็นเพียงโครงร่างให้ปีกคงรูปอยู่ได้ ตอนนี้เส้นปีกของนางจะขาดมิขาดแหล่ เหนือศีรษะของนางมีหนวดยาวเป็นเส้น จุดดำ ๆ บริเวณปลายทั้งสองข้าง นางมีหนวดผีเสื้อติดกายทิพย์ในบางครั้งไว้สำหรับดมกลิ่นวิญญาณ ตอนนี้เห็นจะไม่ได้กลิ่นอะไร
ถิงถิงก้มลงมองเนื้อตัวนางทั้งน้ำตานองหน้า ยกมือปิดป้องหน้าอกของนาง อาภรณ์เจ้าสาวคงเหลือแค่ผ้าขาดไม่เป็นชุด คลุมสะโพกลงไปเล็กน้อย
“ข้า... หนีฝูงจิ้งจอกมาโดนเผา ฮือ... ข้า... ข้า... เหลือแค่หนวด...”
“จิตวิญญาณที่เสียสละ”
“ข้าชื่อถิงถิง!” นางตะคอกเสียงดังลั่นใส่ท่านเทพผู้ยิ่งใหญ่ด้วยท่าทีก้าวร้าว ส่งเสียงสะอื้นไห้ “ฮึก... ฮือ... หนวดสวย ๆ ของข้า... ปีกอัน... งดงามของข้า...”
“ถิงถิง”
เทพผู้ยิ่งใหญ่ยืนมองนางด้วยสีหน้านิ่งเฉย เหมือนกับว่าเขาใจดีและให้เกียรตินางขึ้นสักเล็กน้อย ด้วยเห็นว่านางมีประโยชน์ ขณะกลิ่นไหม้อบอวลไปทั่วห้อง ใบหน้าสดสวยใต้ริมฝีปากสีชาดของนางไม่งดงามดังเดิม
“ข้าจะนำยาและอาหารมาให้เจ้า เจ้ากินอะไร?”
“ข้ากินพืช... กินผลไม้... ข้าไม่ดูดไอวิญญาณจากปีศาจที่ไหน ข้าไม่ชอบคร่าชีวิต ข้าไม่ทำร้ายใคร...”
“เจ้าหมายถึง... ต้นไม้วิญญาณน่ะหรือ?” เขาเลิกคิ้วขึ้นถาม คลายความสงสัยลงตรงนั้น
“เจ้าค่ะ... ต้นไม้วิญญาณ พี่รองบอกข้าว่ากินได้ มันมาจากวิญญาณเร่ร่อนที่ติดกับดักเข้า มันรสชาติดีด้วย”
นั่นก็มาจากวิญญาณเหมือนกันนั่นแหละ...
‘น่าขันนัก’
เรื่องต้นไม้ที่นางว่ามีต้นกำเนิดจากจิตวิญญาณเร่ร่อนทำให้มันเติบใหญ่กลายเป็นต้นไม้ในเมืองปีศาจ ในเทวโลกบางแห่งก็มีต้นไม้วิญญาณออกผลงอกงาม
ร่างสูงสง่าขยับเข้าไปใกล้นาง ก้มหน้าลงมองขอบตาบวมช้ำ พูดกับนางอย่างใจเย็น
“เจ้าเลิกร้องไห้คร่ำครวญเสีย บาดแผลของเจ้าไม่นานก็หายดี แต่หากเจ้าเปลี่ยนใจไม่อยากทำงานนี้แล้ว บอกข้าได้ทุกเมื่อ ข้าจะพาเจ้าไปส่งเรือนใต้แห่งแมลงบุปผา เรื่องการลบความจำครอบครัวของเจ้าและจิ้งจอกเงิน ข้าจัดการได้”
“ให้ข้ากลับไปตายเนี่ยนะ?” นางชี้หน้าตัวเองอย่างไม่เชื่อหู ท่านเทพมาบอกอะไรนางตอนนี้!
“ก็... พอมีโอกาสรอด วันเกิดวันตายของสรรพสิ่งมีชีวิตได้กำหนดไว้ในตำรา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโชคชะตาวาสนา ข้าเองก็บอกไม่ได้แน่ชัด ตัวเลขเหล่านั้นชอบที่จะเปลี่ยนแปลงของมันเอง”
“ข้าในสภาพนี้กลับไปก็ตายน่ะสิ ตายแน่นอน! ไม่ต้องให้ตำรานั่นมาบอกข้าหรอก จิ้งจอกคลั่งพวกนั้นน่ะโหดเหี้ยมอำมหิต ใช่ปีศาจน่ารักอย่างข้าเสียที่ไหน”
ถิงถิงทำนายชีวิตของนางได้อย่างแม่นยำทีเดียว ก่อนที่นางจะเริ่มร้องไห้อย่างหนักจนท่านเทพเวียนหัวกับนาง จึงบอกอย่างรำคาญใจ
“เอาเป็นว่าข้าไม่บังคับฝืนใจเจ้า จำเอาไว้... เจ้าเปลี่ยนใจไม่อยากทำงานเมื่อไร ให้บอกข้า”
เปลี่ยนใจ?
นางกัดริมฝีปากจนเป็นห้อเลือดอย่างเคียดแค้น บุรุษเทพผู้นี้จิกหัวใช้นางซึ่งไร้หนทางเลือกด้วยการใช้ชีวิตนางเป็นเดิมพัน
เป็นตาย ค่าเท่ากัน!
กระดิ่งลางร้ายในเรือนใต้ที่สั่นดังทำให้มิอาจชะล่าใจ หลี่หวังหยางนัดแนะบรรดาปีศาจให้เล่นละครไปตามน้ำ ตบตากลุ่มควันหยินหยางซึ่งอาจปรากฏตัวอีกเมื่อใดก็ได้ ตามคาดการณ์ว่ายมทูตอาจกลับมา เมื่อศัตรูตายใจ จะได้ไม่เสียการใหญ่ ค่อยส่งสารแจ้งฝั่งจิ้งจอกเงินให้สลักอักษรไว้บนฝ่ามือว่า ‘忘’ ลืม หมายถึงเวทลบเลือนความจำของยมทูต“ที่ใดมีความตาย ที่นั่นมียมทูต พวกนั้นรวบรวมดวงวิญญาณมากมายไปเพื่ออะไร?”สีหน้าสงสัยแกมเจ้าเล่ห์ของปีศาจเฒ่าในร่างบุรุษรูปงามซักไซ้เอาความจริงจากร่างไร้สติสตรีในอาภรณ์สีชาดอยู่ในเงื้อมมือ เวทหยินห้อมล้อมรอบลำคอ ยามนี้จะบีบคั้นนางก็ตายเปล่า นางสูญสลายเป็นเถ้าควันได้ในพริบตาข้างกันนั้นเป็นพี่สาวทั้งสองนอนฟุบบนพื้นหญ้า ญาติผู้พี่อีกสาม บุรุษจิ้งจอกผู้ติดตามฮู่โหมวยังคงไม่ฟื้นจากแรงปะทะของเวทปีศาจราตรี การสะบัดพิษจากปีกของหลี่หวังหยางทำลายเวทหยินหยางใต้อักษร 忘 กลางหน้าผากจนแตกเป็นเสี่ยง ดวงตาสีอำพันเปิดเผยบนปีกสีนิลทั้งแปดคู่ หลังจากนั้นเรือนไม้ในงานวิวาห์กลายเป็นพื้นที่โล่งเปล่าเยียบเย็น“พวกมันใช้เวทลบเลือนความทรงจำ ส่งตัวเจ้าสาวกลับคืนสู่งานวิวาห์เช่นคืนที่ลักพาตัวเจ้าไป อื้ม.
ถิงถิงพร่ำพรอดกอดเทพมรณาหลังจากที่เขาไม่ขัดขืนนางอีก ฝ่ามือเย็นเฉียบของนางลูบไล้ผิวกายอุ่น ได้ยินเสียงผ่อนลมหายใจครืดคราดผ่านใบหูไปไว ๆ เขาปิดตาลงบ่อยครั้งจนนางขมวดคิ้วสงสัย กว่าที่นางจะรับรู้ได้อีกคราจากสัมผัสของมืออุ่นร้อน กำลังลูบผ่านแผ่นหลังบางเนื้อกายของนางและเขาแนบชิดสนิทสนม ไอปีศาจห้อมล้อมทั้งสองเรือนกาย นางสารภาพต่อเขาว่านางมีความสุขมากมายเท่าไร“ความสุขอะไรของเจ้า ร่วมแรมปีในนครมรณา ใต้ต้นไม้วิญญาณ ในเรือนไม้ที่ข้ามานั่งทำงานเคียงข้างเจ้า ข้าเฝ้ามองเจ้า วัน ๆ เจ้าเอาแต่นอนเกียจคร้าน”“นานขนาดนั้นเชียวหรือ?”“อื้ม... ตอนข้าไม่อยู่ เจ้าไปเที่ยวเล่น ข้ามเทือกเขาไปก่อกวนยมทูตในหลายเขตแดน เจ้าทักทายพวกเขาทุกรุ่งอรุณ ยมทูตกลับมาจากการรวบรวมดวงวิญญาณ ไยเจ้ายืนกรานว่ามีความมืดมิดเป็นสหาย?”ปีศาจน้อยคลี่ยิ้ม กลอกแววตาซุกซน ยามหวนคิดถึงท่านลุงทั้งหลายท่ามกลางราตรีมืดมิดของเมืองมรณา กลุ่มเมฆาสีขาวสลับดำเป็นดวงกลมนับหลายหมื่นลอยละล่องในเวหา ไม่ไกลจากตัวนางซึ่งเป็นผีเสื้อตัวน้อยในวงยมทูตยมทูตมักปิดวาจา ไม่ใคร่สนทนา นอกเสียจากกับยมทูตด้วยกัน ท่านลุงค่อนข้างรำคาญนางเอามาก ๆ หากเห็นนางเดิ
“ว่าง… อย่าเสียเวลาข้า ดวงวิญญาณมากมายเฝ้ารอเทพมรณา ข้าจำต้องออกไปรับดวงวิญญาณ นำทัพยมทูต…” นางพูดแทนเขา ขยับปลายนิ้วเรียวยาวหยิกจมูกโด่งเป็นสันคม เขาย่นจมูก พ่นลมหายใจสีชาดแลดูน่าสะพรึงกลัว นางมิได้หวั่นเกรงแม้แต่น้อย แถมยังต่อว่า “ข้าได้ยินจนเบื่อ เชื่อข้าเถอะ ถึงท่านไม่ทำงาน ยังมีเทพมรณาอีกตั้งสอง”“ทำงานได้เรื่องที่ไหน...”“ท่านไม่ควรดูแคลนผู้ใดในแดนมรณา แดนปีศาจ แดนเทพ แม้แต่มนุษย์ผู้ไร้ซึ่งพลัง พวกเขามีความคิดยิ่งใหญ่เกรียงไกร มีหัวใจกล้าหาญเสียสละ นีเทียนต้าเซิน ท่านรู้ไหม? ราชาแห่งสวรรค์ปกครองแดนเทพด้วยเมตตาธรรม ท่านอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ดูแคลนแม้กระทั่งปีศาจ”“เจ้าเคยพบเขาผู้นั้นหรือ? ข้าว่าเจ้าเพียงได้ยินมา ส่งสารผ่านปากต่อปาก เจ้ารู้จักคน แต่หารู้จักใจเขาไม่”ถิงถิงส่ายหน้า ค่อนขอดเทพผู้ผยองตน เขาหลุบตามองนาง หัวเราะชั่วร้าย นางกล่าวว่าแม่เฒ่าเล่าให้นางฟัง นางอดไม่ไหวต้องสั่งสอนเทพซะบ้าง“ท่านเงียบเสีย... จูบข้า”“เจ้า... อยากตายรึ?” เขาเข่นเขี้ยวขู่นาง ออกแรงขัดขืนการบังคับจากลมพัดไหวข้างใบหู ทว่าในห้วงนิทรานี้ไม่ว่านางสั่งอะไรก็จำต้องทำตาม“จูบข้า ที่หน้าผาก แก้ม ริมฝีปาก”นี
นัยน์ตาเยียบเย็นสีชาดไม่ไหวติง แม้ปีศาจสาวจะพลิกฝ่ามือดึงเทพมรณาให้มานั่งจิบชาในฝั่งตรงกันข้าม บังคับเขาไปเสียทุกอย่างดั่งใจนาง เสกถ้วยชาและขนมหน้าตาน่ารับประทาน แป้งปั้นเป็นรูปดอกไม้ รูปภูตแมลงผีเสื้อ เต่าทอง วางเรียงรายในจานดินเผาบนโต๊ะเตี้ย ๆเมื่อตรึกตรองดูแล้วนีเทียนต้าเซินใช้พลังมากมหาศาลในการผนึกตำราสีชาด มันเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ตามคำตักเตือนของยมทูตอาวุโส ตอนนี้เขาไม่น่ามีพลังมากพอทำลายห้วงนิทราผีเสื้อใช่แล้วล่ะ... นอกเสียจากผนึกตำราไม่ได้ ร่างปลอมมาพบนางอย่างลับ ๆ ชั่วพริบตาเดียวก็หายไป กระจกเวทแปดเหลี่ยมนี้นางได้มาจากเขา เรียกของวิเศษมาให้นางเหมือนกระบี่ปีศาจเพียงนางเอ่ยขอ“ข้าเดาว่าท่านกำลังใช้ความคิด ไม่รู้ว่าในนิทราผีเสื้อสามารถทำงานของท่านได้หรือไม่?”“...”นีเทียนต้าเซินนั่งนิ่งขรึม มองนางรินชาอย่างกุลสตรีก่อนหน้านี้นางเปลี่ยนอาภรณ์เทพมรณาเป็นสีฟ้าคราม สีเขียวมรกต ปักปิ่นงดงามอย่างคุณชายในเมืองมนุษย์ เป็นสีขาวอย่างบุรุษเทพในเทวโลก เป็นสีนิลสนิทมีกรงเล็บปีศาจประหนึ่งจอมมาร นางเรียกเขาท่านจอมมารแล้วหัวเราะ นางเล่นสนุกกับการเปลี่ยนอาภรณ์ของเขาไปมาจนพลังหยินลอยละล่องเต็
ฝันไปเถอะ!นีเทียนต้าเซินหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน แทนที่จะลั่นวาจาเด็ดขาด ไม่มีทางรับดวงวิญญาณนางมาเป็นยมทูต ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้ลิขิตชะตา เป็นเรื่องเหนืออำนาจการควบคุม ภพชาติหน้าของนางจะเกิดเป็นอะไรก็หาได้รู้ไม่ขณะนัยน์ตาสีชาดยังคงเพ่งมองท่าทีโอหัง หวังให้นางศิโรราบ เขายืนเอามือไพล่หลังข้างฟูกนาง“ลุกขึ้นมาทำงานของเจ้า ไหวหรือไม่?”“ข้าไม่ทำงานให้ท่านแล้ว ข้าจะไป... จากที่นี่”“เจ้าแน่ใจ?”“เจ้าค่ะ ท่านและข้า ขออย่าได้พบกันอีกเลย หากมิใช่ในปรภูมิ หวังว่าท่านจะไม่ลืมที่ลั่นวาจาเอาไว้ว่าข้าเปลี่ยนใจได้ทุกเมื่อ”สีหน้าของผู้ขลาดกลัวบัดนี้เป็นคนละคน นางไม่อ่อนน้อมยอมตามอีกต่อไปนีเทียนต้าเซินเบิกเนตรสีชาด ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดประหลาดในอก ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อยมทูตตัดขาดจากห้วงความรู้สึกสิ้น อีกใจหนึ่งก็หวังให้นางเปลี่ยนคำพูดของนาง กลับพบเพียงลูกแก้วอำพันเปี่ยมล้นหยดน้ำตา นางยืนกรานว่าจะกลับเรือนใต้ เขากลั้นใจตอบนาง“ได้ ในเมื่อเจ้าตัดสินใจดีแล้ว ข้าจะไปส่งเจ้า”-----------หัวใจปีศาจเคยสงบราวสายน้ำนิ่ง บัดนี้ไม่ต่างจากกระแสน้ำวน นางทั้งสับสน เสียใจ ไยเทพมรณาช่างไร้เย
ระหว่างที่นางลุกขึ้นไปเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่ เจ้าร่างปลอมไม่เลิกตามนาง แถมทำหน้าตาขึงขังเจ้าเล่ห์ นางเกือบจะควักกระบี่ปีศาจออกมาฟาดฟันการต่อสู้อันไร้ประโยชน์หยุดลงในหัว เมื่อสิ่งของสำคัญอยู่ในเรือนใต้ทั้งหมด นางนั่งถอนหายใจบนฟูก ก่อนจะเบิกตากว้างมองกระบี่สีนิลปรากฏในมือเทพ ไม่รู้ว่าร่างปลอมเสกมันขึ้นมาได้อย่างไร เขาขยับฝีเท้าเข้ามาหานาง ส่งกระบี่สลักลายบุปผาให้นางกับมือ นางลุกขึ้นยิ้มดีใจ“กระบี่ปีศาจข้า... ท่านได้มายังไง?”ร่างปลอมยิ้มให้นางแทนคำตอบ นางพยายามถามเขาเท่าไรก็ยอมบอกนาง“ก็ได้ ข้าจะยอมตามใจท่านสักวัน ท่านตัวปลอม ขอโทษที่ข้าเสียมารยาท”ใบหน้าหล่อเหลาแลดูอ่อนโยนแม้กระทั่งในแววตา เขาชื่นชมนางพลางว่า ‘ดีแล้ว ดีมาก’ โน้มลงแตะริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียน นางสะดุ้ง ยกมือแปะหน้าผากเหมือนถูกของร้อน แก้มแดงระเรื่อไปถึงใบหู“ท่านทำอะไรน่ะ!?”“เจ้าชอบ”“ทะ... ท่านเป็นเพียงภาพลวงตา”“เหลวไหล เบื้องหน้าสายตาเจ้าเป็นเรื่องจริง มีอยู่จริง เจ้าเชื่อข้า”“ท่าน... เหมือนเขามาก ทั้งกายทิพย์... วิญญาณ ทั้งกลิ่นดอกปี่อั้น...”“เมื่อคืนข้านอนข้างหลังเจ้า... ใส่ยาบนปีกเจ้า...”ถิงถิงกลอกตาใช้ความคิด ตั้







