แชร์

ตอนที่9จัดการนางเสีย

ผู้เขียน: จันทร์ส่องแสง
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-16 12:17:03

สิ้นเสียงห้าวแหบ ร่างสูงของคนร้ายก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหว ทรุดลงไปกองกับพื้นไม้จนเกิดเสียงดังตึง เลือดสีเข้มไหลซึมออกจากบาดแผลทอดเป็นทางยาว เหวินเฉิงขมวดคิ้วแน่นใต้กรอบแว่นใส เขาสบตากับเสี่ยวจื่อเพียงครู่เดียวก่อนจะตัดสินใจพยักหน้า พาร่างที่หมดสติของคนร้ายเข้าไปซ่อนตัวอยู่หลังฉากกั้นไม้เก่าอย่างรวดเร็ว

ทว่ายังไม่ทันไร เสียงก้าวเท้าหนักแน่นของเหล่าองครักษ์จากวังบูรพาก็ดังก้องขึ้นหน้าตำหนัก พร้อมกับการถูกผลักประตูเข้ามาอย่างถือดี!

"องค์ชายแปด พวกข้าไล่ตามคนร้ายมาถึงแถวนี้ ขอเข้าตรวจค้นตำหนักท่านเดี๋ยวนี้"น้ำเสียงไม่ได้บอกว่าเคารพแม้แต่น้อย และแทบไม่ต้องรอให้อนุญาตคนพวกนั้นก็เข้ามาเต้มห้องเสียแล้ว

นายกององครักษ์กวาดสายตามองไปทั่วห้อง ทันใดนั้น สายตาคมกริบก็สะดุดเข้ากับหยดเลือดสดๆ ที่เปรอะอยู่บนพื้นไม้ใกล้นิ้วเท้าของเหวินเฉิง นายกองขมวดคิ้วแน่น ชักกระบี่ออกจากฝักครึ่งหนึ่งทันที

"นั่นรอยเลือดนี่... องค์ชาย ท่านกล้าซ่อนคนร้ายไว้หรือ"

เหวินเฉิงยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก เขายื่นมือซ้ายที่กำแน่นออกมาเบื้องหน้า ก่อนจะค่อยๆ คลายมือออก เผยให้เห็นบาดแผลสดจากคมมีดที่ฝ่ามือ เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกมาไม่หยุด พร้อมกับมีดเล่มเล็กและกองสมุนไพรที่หั่นค้างไว้บนโต๊ะ

"ข้ากำลังหั่นสมุนไพรต้มแก้ไข้ให้เสี่ยวจื่อ แต่ยามมืดค่ำเช่นนี้แสงเทียนริบหรี่ ข้าจึงไม่ระวัง ทำมีดบาดมือตนเอง..." เหวินเฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความหนักแน่น นัยน์ตาใต้แว่นตาฉายแววซื่อสัตย์ไร้พิษภัย

เสี่ยวจื่อเห็นดังนั้นก็รีบก้าวแทรกเข้ามาบังหน้าเจ้านายไว้ ถือผ้าสะอาดถลันเข้ามาช่วยซับเลือดอย่างลนลาน พร้อมร้องโวยวายสนับสนุนทันควัน

"ใช่แล้วขอรับท่านองครักษ์ องค์ชายของข้าใจดี ทรงหั่นยาสมุนไพรให้ข้าจนถูกมีดบาดมือ เลือดไหลเต็มพื้นไปหมดเนี่ย พวกท่านเข้ามาพรวดพราดเช่นนี้ ไม่คิดจะช่วยเรียกหมอหลวง แต่กลับมากล่าวหาองค์ชายซ่อนคนร้ายเนี่ยนะขอรับ ช่างใจดำเสียจริงไม่เคารพไม่ว่าแต่มาทำแบบนี้ไม่เกินไปหน่อยหรือ"ประโยคหลังลดเสียงเป็นบ่นงึมงำ

นายกององครักษ์ ถอนหายใจ เพ่งมองบาดแผลฉกรรจ์บนฝ่ามือของเหวินเฉิงที่ยังคงมีเลือดไหลซึม และรอยเลือดบนพื้นก็เชื่อมโยงมาจากโต๊ะหั่นยาจริงๆ เขาจึงชักกระบี่เก็บเข้าฝักด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน

"หากเป็นเช่นนั้น...ข้าน้อยต้องขออภัยองค์ชายแปดด้วยพ่ะย่ะค่ะ พวกเราจะไปตรวจค้นที่อื่นต่อ ไปกันเถอะ"

เมื่อกลุ่มองครักษ์ถอยร่นออกไปและบานประตูลงกลอนแน่นหนา เหวินเฉิงจึงคลายมือที่กำแน่นออก นัยน์ตาซื่อๆ เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำคมกริบ เสี่ยวจื่อรีบนำยามาสมานแผลให้เจ้านายด้วยความสงสาร ขณะที่เหวินเฉิงหันไปมองฉากกั้นด้านหลัง

เมื่อบานประตูปิดลงและลงกลอนอย่างแน่นหนา เหวินเฉิงไม่รอช้า เอ่ยสั่งบ่าวคนสนิททันทีด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

"เสี่ยวจื่อ ปิดหน้าต่าง ดับไฟในห้องให้เหลือน้อยที่สุดปิดม่าน"

แสงเทียนถูกดับลงจนเหลือเพียงแท่งเดียว และแสงจันทร์เลาๆ ที่ลอดผ่านร่องไม้ เหวินเฉิงและเสี่ยวจื่อช่วยกันแบกร่างของมือสังหารเข้าไปด้านใน นำอุปกรณ์ทำแผลและสมุนไพรประคบลงบนบาดแผลที่ฉกรรจ์เพื่อห้ามเลือด ทั้งสองรุดช่วยชีวิตชายปริศนาผู้นั้นอย่างระมัดระวังตลอดทั้งคืน จนกระทั่งขอบฟ้าเริ่มทอแสงทองยามรุ่งอรุณ

ดวงตาของมือสังหารค่อยๆ ปรือขึ้น ร่างกายยังคงอ่อนแรง ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าของเหวินเฉิงใต้กรอบแว่นใส เขาก็รวบรวมกำลังกายที่เหลืออยู่น้อยนิด ประสานมือขึ้นอย่างยากลำบาก

"องค์ชายแปด... เหวินเฉิง...เป็นท่านจริงๆ ด้วย" มือสังหารเอ่ยเสียงแหบพร่า 

"มีผู้สั่งให้ข้าน้อยนำสานส์สำคัญมามอบให้ท่านพ่ะย่ะค่ะ"

เขาใช้มือที่สั่นเทาล้วงเข้าไปในอกเสื้อ ดึงม้วนจดหมายฉบับหนึ่งออกมาส่งให้เหวินเฉิง เหวินเฉิงรับมาเปิดอ่านอย่างถี่ถ้วน ภายในจดหมายคือคำขอร้องและรายละเอียดเปิดโปงความจริงทั้งหมด...ประโยคสุดท้ายของจดหมายบันทึกไว้ว่า...

'ข้าน้อยรู้อย่างแน่แท้ว่าองค์ชายคงไม่อาจเชื่อถือสารฉบับนี้อย่างสนิทใจในทันที... หากเป็นเช่นนั้น ขอให้องค์ชายโปรดจับตาดูการกระทำของไท่จือนับจากนี้ ว่าความจริงเป็นไปอย่างที่ข้าน้อยกล่าวไว้หรือไม่'

เหวินเฉิงอ่านจบก็กำจดหมายในมือแน่น นัยน์ตาใต้เลนส์แก้วทอประกายลึกล้ำ 

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านม่านมงคลสีแดง ส่องกระทบดวงหน้าหวานของจางลีลี่ที่ค่อยๆ ปรือตาตื่นขึ้นมา ความอบอุ่นจากสัมผัสแผ่วเบาข้างแก้มทำให้ต้องเอียงหน้ามอง ไท่จือหมิงเฉิงกำลังประทับรอยจูบลงบนแก้มเนียนของลีลี่อย่างอ่อนโยน นัยน์ตาคมกริบฉายแววรักใคร่ลึกซึ้ง

"ตื่นแล้วหรือ ลีลี่ของข้า..." หมิงเฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มทรงเสน่ห์

เขาลุกขึ้นประคองนางให้ลุกนั่งบนตั่งนอน ก่อนจะหยิบหวีไม้งามขึ้นมาสางเส้นผมเงางามยาวสลวยให้อย่างทะนุถนอม สองมือของไท่จือค่อยๆ รวบผมจัดทรงให้อย่างใจเย็น ละเมียดละไมราวกับกำลังดูแลสิ่งของที่ล้ำค่าที่สุดในโลก เกล้าม้วนมวยเผาให้อย่างเบามือที่สุด ภาพความรักและกริยาเอาอกเอาใจของสวามี ทำให้นางกำนัลและขันทีที่ยืนรอรับใช้อยู่ในห้องต่างแอบก้มหน้าก้มตาอมยิ้มด้วยความชื่นชมในความหวานชื่นของทั้งสอง

หมิงเฉิงเกล้าผมเสียบปิ่นจนเสร็จสรรพ แล้วจึงก้มลงสบตาจางลีลี่ผ่านกระจกเงา ประดับรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น

"วันนี้เจ้าต้องไปยกน้ำชาคารวะเสด็จแม่ของข้า... เจ้าพร้อมหรือไม่"

จางลีลี่ยกยิ้มหวานตอบรับ ช้อนสายตามองหมิงเฉินอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานไม่แพ้สายตา

"หม่อมฉันพร้อมแล้วเพคะ"

แสงแดดอ่อนๆ ยามสายทอดผ่านระเบียงไม้ตำหนักใหญ่ ฮองเฮาทรงประทับอยู่บนตั่งหงส์ด้วยท่วงท่าสง่างาม ใบหน้าหมดจดงดงามฉายรอยยิ้มละมุนและแววตาอ่อนโยนจนจางลีลี่อดไม่ได้ที่จะลอบชื่นชมในใจ พระนางดูเป็นพระมารดาผู้มีเมตตาและงดงามสมฐานะหงส์คู่แผ่นดินอย่างแท้จริง

เมื่อพิธียกน้ำชาเสร็จสิ้น 

“ลีลี่ เอ่อหม่อมฉันอยากจะเดินชมด้านนอกทั้งสวนที่งดงามและตำหนักที่ยิ่งใหญ่”

หมิงเฉินยิ้มอ่อนดยน

“ให้ข้าพาเจ้าไป”

“ไม่สำคญเพคะไท่จือทรงอยู่ดูพูดคุยคลายเหงากับฮองเฮาเถิดเพคะลีลี่เดินไม่ไกลพอให้ได้ชื่นชมความยิ่งใหญ่งดงามก็เท่านั้น” หมิงเฉินยิ้มพยักหน้าขึ้นลงไม่ขัดใจ ลีลี่ออกมาก็เพื่อเปิดโอกาสให้สองแม่ลูกได้พูดคุยกันตามลำพัง เซียวหลิงรีบขยับเข้ามาพยุงแขนนายหญิงอย่างรู้หน้าที่ ก่อนจะพาเดินเลียบลานหินออกไปด้านนอก

ทว่าทันทีที่คล้อยหลังลีลี่ รอยยิ้มอ่อนหวานบนพระพักตร์ของฮองเฮาพลันเลือนหายไป แทนที่ด้วยสายตาเย็นเยียบ

"เจ้าคงยังไม่ได้จัดการกับนางสินะ..." ฮองเฮาเอ่ยเสียงเรียบ ทอดสายตามองบุตรชาย 

"ดูจากท่าทีผ่อนคลายของนางแล้ว นางคงยังไม่รู้เลยสักนิดว่าไท่จืออย่างเจ้านิยมหญิงงามที่จะมาอุ่นเตียงให้แบบไหนกันสินะ"

หมิงเฉิงกระตุกยิ้ม นัยน์ตาทอประกายเหี้ยมเกี้ยมวาววับ 

"เสด็จแม่... ยามนี้ลูกยังมีของเล่นชิ้นเก่าอยู่ หญิงคนนั้นอดทนยิ่งนัก ไม่ยอมขาดใจตายเสียที ความจริงลูกแทบอดใจไม่ไหวที่จะได้เห็นท่าทางของลีลี่ ยามที่ลูกทำกับนางเหมือนอย่างที่ทำกับหญิงอื่น... ทว่าต้องรออีกสักนิด รอให้จางเว่ยเสวียนบิดาของนางกราบทูลเสด็จพ่อเรื่องมอบตราสั่งการแปดกองธงให้ลูกเรียบร้อยเสียก่อน ถึงยามนั้นค่อยจัดการนางก็ยังไม่สาย"เม้มริมฝีปากด้วยรู้สึกว่าแทบจะห้ามใจไม่ไหว

ฮองเฮาหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะแผ่วเย็นชวนขนลุก

"แม่ไม่เคยเห็นเจ้าจะใส่ใจหญิงใดถึงเพียงนี้ ความจริงแล้วรวบหัวรวบหางนางเสียตอนนี้เลยไม่ดีกว่าหรือ... ข่มขู่นาง สั่งสอนนางให้รู้รสชาติ เหมือนที่เจ้าทำกับหญิงคนอื่น นางจะได้หมดความยโสและหนีไปไหนไม่รอด ถึงนางคิดจะนำความไปบอกบิดา ก็คงเกรงว่าบิดาจะเป็นกังวลจนไม่กล้าเอ่ยปาก แม่ว่าสู้เจ้าจัดการนางเสียตั้งแต่วันนี้เลยดีกว่าไหม เห็นหน้าโง่ๆ ของนาง หน้าแม่ดอกบัวขาวนั่นแล้ว... แม่เองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า นางจะร้องไห้คร่ำครวญออกมาได้น่าอนาถแค่ไหน"

หมิงเฉินยิ้มดวงตาเป็นประกาย

ลีลี่และเซียวหลิงเดินเลียบเส้นทางหินลึกเข้ามาจนถึงเขตพระราชฐานชั้นนอก สะดุดตากับเหวินเฉิงที่กำลังนั่งยองๆ อยู่บนพื้นหิน นัยน์ตาใต้กรอบแว่นฉายแววอ่อนโยนยามที่ใช้นิ้วเรียวหยอกล้อกับลูกแมวตัวน้อยอย่างเพลิดเพลิน โดยไม่ทันสังเกตเห็นสายตาคมกริบของลีลี่ที่ยืนจับจ้องมองอยู่ไกลๆ

“ฮ่าาาาาเจ้าแมวน้อยเจ้าบังอาจกับข้าเหลือเกิน เจ้ากัดข้าแบบนี้ วันหลังไม่ต้องมานอนซุกพุงข้าเลยนะฮ่าาาาา”

เซียวหลิงย่อกายลงข้างตัวลีลี่ พลางชี้ชวนให้มองด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามเบาๆ

"นั่นคือองค์ชายแปดพ่ะย่ะค่ะไท่จือเฟย... เป็นเพียงองค์ชายที่เกิดจากสนมชั้นต่ำที่เป็นนางโลมไร้หัวนอนปลายเท้า ฝ่าบาททรงสงสารเห็นว่าไม่มีที่ไปจึงยินยอมให้อาศัยอยู่ในวังหลวงไปวันๆ ไม่มีความสำคัญอะไรหรอกเจ้าค่ะ ไท่จือเฟยถอยห่างจากเขาดีกว่าเจ้าค่ะ"

ลีลี่ขมวดคิ้วแน่น ตวัดสายตามองสาวใช้คนสนิทด้วยความไม่พอใจ

"พอได้แล้วเซียวหลิง..." น้ำเสียงของนางเรียบเย็นทว่าทรงอำนาจจนเซียวหลิงต้องรีบก้มหน้าเงียบเสียงลงทันควัน คนที่กำลังจกพุงแมวชะงักงันไปทันที

ลีลี่ถอนหายใจเบาๆ หมุนตัวเตรียมจะก้าวเท้าเดินกลับไปทางเดิมเพื่อไม่เป็นการรบกวน ทว่าเสียงนุ่มนวลและอ่อนหวานกลับดังก้องมาจากเบื้องหลัง

"ข้าน้อยเหวินเฉิง... คารวะพี่สะใภ้ ไท่จือเฟยจางลีลี่พ่ะย่ะค่ะ"

เหวินเฉิงค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างนอบน้อม นัยน์ตาใต้แว่นแก้วสุกใสฉายแววซื่อๆ ไร้พิษภัย เขายกมือขึ้นประสานก้มศีรษะลงคารวะนางด้วยท่วงท่าอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างที่สุด

"ข้าแค่แวะมา... องค์ชายแปดท่านไม่ต้องมากพิธีหรอก" ลีลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบละมุน ทว่าแฝงความนุ่มนวล

เซียวหลิงรีบเอื้อมมือมาดึงรั้งชายเสื้อของลีลี่ไว้แน่น ละล่ำละลักด้วยสีหน้าหวาดระแวง คล้ายกับกลัวว่าองค์ชายแปดผู้ใสซื่อเบื้องหน้าจะพุ่งเข้ามาทำร้ายหรือกัดนายหญิงของตนอย่างไรอย่างนั้น

"ไท่จือเฟยเพคะ... พวกเราออกมาไกลมากแล้วนะเพคะ" เซียวหลิงกระซิบเตือนเสียงสั่น

ลีลี่หันไปมองเซียวหลิงด้วยสายตาดุๆ เล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาประดับรอยยิ้มบางๆ ให้องค์ชายแปด 

"ข้าขอตัวก่อน..."

หมุนตัวก้าวเดินจากไปอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าการเยื้องกรายงดงาม ผ่าเผย และเต็มไปด้วยความสง่างามตามแบบฉบับของสตรีตระกูลสูง ทว่ากลับแฝงความเด็ดเดี่ยวในทุกจังหวะก้าว

เหวินเฉิงยืนนิ่งจ้องมองตามแผ่นหลังบางนั้นอย่างตะลึงจังงัง นัยน์ตาใต้กรอบแว่นใสสุกวาวขึ้น แม้เขาจะเคยได้ยินข่าวลือมาบ้างว่าไท่จือเฟยผู้นี้มีความงดงามอ่อนหวานเพียงใด แต่เมื่อได้พบตัวจริง นางกลับดูงามสง่าและน่าเกรงขามเกินกว่าสตรีใดที่เขาเคยพบเจอมา...ไม่ได้อ่อนปวกเปลียกดังคำคนอื่นว่า และงดงามยิ่งกว่าที่เขาเคยได้ยินมาเสียอีก

เมื่อร่างของลีลี่ลับสายตาไป เสี่ยวจื่อก็ค่อยๆ ขยับเข้ามายืนด้านหลังเหวินเฉิง พลางชะเง้อมองตามไปแล้วเอ่ยพึมพำเสียงเบาหวิว

"งดงามจริงๆ ขอรับ... ไท่จือเฟยผู้นี้"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่70หลอกผี2

    ฮองเฮาลุกขึ้นจากที่นั่งทันที “บังอาจ ใครปล่อยหญิงผู้นี้เข้ามาในท้องพระโรง”องครักษ์รีบเข้ามา แต่ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องหญิงสาวที่กำลังกอดบิดาอยู่ ชายวัยกลางคนกลับไม่สนใจเสียงร้องของคนรอบข้าง เขาเอาแต่กอดบุตรสาวแน่น น้ำตาไหลพราก“ลูกพ่อ...ใครทำอะไรเจ้า บอกพ่อมาฮืออออเจ้าตายไปแล้วอย่างนั้นหรือ”อวี้เอ๋อร์ค่อยๆ หันหน้าไปทางฮองเฮา ริมฝีปากซีดสั่นระริก “ท่านพ่อ ข้าถูกขังอยู่ในห้องลับหลายวัน ถูกไท่จือทรมาน จนตาย”ฮองเฮาทรงตวาด หมิงเฉิงกระตุกอยากจะพุ่งเข้าไปบีบคอนางกำนัลคนนั้นเต็มทน“เหลวไหล” “ข้าไม่เคยพบหญิงผู้นี้มาก่อน” หมิงเฉิงตวาดขึ้นอีกคน“ข้าคืออวี้เอ่อร์จะบอกว่าจำข้าไม่ได้ได้อย่างไร” อวี้เอ๋อร์ร้องไห้ “คืนที่พวกเขาพาข้าไปยังบ่อน้ำร้าง ข้าจำได้ว่าเขาพูดว่าเป็นพระบัญชาของฮองเฮาและไท่จือห้ามปล่อยให้ข้ามีชีวิตกลับไปเด็ดขาด”“เจ้ากล้าดีอย่างไร” ฮองเฮาทรงโกรธจนเสียงสั่น “ฝ่าบาท อย่าทรงเชื่อคำพูดของวิญญาณร้ายผู้นี้ นี่ต้องเป็นแผนของใครบางคนที่ต้องการใส่ร้ายหม่อมฉัน”ฮ่องเต้ฉีเฉิงทรงลุกขึ้นจากที่นั่ง สีหน้าเคร่งขรึมอย่างยิ่ง “พอได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนหรือผี คำกล่าวหานี้ต้องได้รับการตรวจสอบ

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่69หลอกผี

    ไม่มีผู้ใดกล้าตอบพระองค์มองชายที่คุกเข่าอยู่ “เจ้ามีหลักฐานหรือไม่ว่าลูกสาวเคยเป็นนางกำนัลในตำหนักฮองเฮา”“มีพ่ะย่ะค่ะ” ชายผู้นั้นรีบหยิบผ้าห่อเล็กๆ ออกจากอกเสื้อ แล้วนำออกมาอย่างทะนุถนอม “นี่เป็นป้ายประจำตัวนางกำนัลของลูกสาวกระหม่อม มีชื่อของนางอยู่บนป้าย อีกทั้งยังมีจดหมายที่นางเคยส่งกลับบ้านก่อนจะหายตัวไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ”ขันทีรับของไปถวาย ฮ่องเต้ทอดพระเนตรป้ายประจำตัวและจดหมายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตรัสถามหัวหน้าขันทีประจำท้องพระโรง “ไปเชิญฮองเฮามาที่นี่ ข้าต้องการฟังคำอธิบายจากพระนางด้วยตนเอง”คำรับสั่งนั้นทำให้หมิงเฉิงที่ยืนอยู่ไม่ไกลขยับสายตาเล็กน้อย เขาเหลือบมองชายชราผู้นั้นด้วยสีหน้าอ่านยาก ขณะที่ขุนนางฝ่ายฮองเฮาหลายคนเริ่มมีท่าทีไม่สบายใจไม่นาน ฮองเฮาก็เสด็จมาถึงท้องพระโรง พระนางทรงกวาดสายตามองเหล่าขุนนาง ก่อนจะหยุดสายตาที่ชายวัยกลางคนซึ่งคุกเข่าอยู่กลางห้อง“ฝ่าบาททรงเรียกหม่อมฉันมาด้วยเรื่องใดเพคะ”ฮ่องเต้ทรงยกป้ายประจำตัวนางกำนัลขึ้น “ชายผู้นี้กล่าวว่าบุตรสาวของเขาเคยเป็นนางกำนัลในตำหนักของเจ้า แต่หายตัวไปนานกว่าหนึ่งปีแล้ว เขาไปสอบถามหลายครั้งกลับไม่ได้รับคำตอบ ทั้งยังถู

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่68แผนลวง

    หมิงเฉิงวางตะเกียบลง “สิ่งผิดปกติอะไร”“เขาอ้างว่าเห็นหญิงสาวใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด นั่งร้องไห้อยู่ริมบ่อ พอเข้าไปถามก็...ก็เห็นใบหน้าของนางเป็นผีพ่ะย่ะค่ะ”หมิงเฉิงหรี่ตามอง “แล้วเจ้าก็เชื่อเรื่องไร้สาระเช่นนี้ด้วยหรือ”“กระหม่อมไม่กล้าเชื่อโดยไม่มีหลักฐานพ่ะย่ะค่ะ แต่เมื่อคืนองครักษ์ผู้นั้นตกใจจนพูดไม่รู้เรื่อง ทั้งยังมีไข้ขึ้นตลอดคืน ตอนนี้ยังนอนตัวสั่นอยู่ในห้องพักพูดว่ามีผีที่ตำหนักบูรพา”หมิงเฉิงแค่นหัวเราะ “คนขี้ขลาดเห็นเงาต้นไม้ก็คิดว่าเป็นผีได้ สั่งให้เขาหุบปาก หากใครแพร่ข่าวนี้ออกไปอีก ให้ลงโทษตามกฎของตำหนักบูรพา”“พ่ะย่ะค่ะ” กลืนน้ำลายลงคอช้าๆ โทษของตำหนักบูรพาหากไม่หุบปากก็คือการตัดลิ้นแม้ปากจะกล่าวเช่นนั้น แต่หมิงเฉิงกลับนึกถึงบ่อน้ำร้างขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เขาจ้องตั่วเค่ออยู่นานก่อนจะสั่งเสียงต่ำ “ส่งคนไปตรวจดูบ่ออีกครั้ง อย่าให้ใครรู้ว่าเป็นคำสั่งของข้า และห้ามแตะต้องสิ่งใดโดยพลการ”ตั่วเค่อรับคำแล้วรีบถอยออกไปทว่าสองวันต่อมา ข่าวลือที่เพิ่งถูกกดไว้กลับปะทุขึ้นหนักกว่าเดิมคราวนี้ผู้พบเห็นไม่ใช่องครักษ์เพียงคนเดียว หากเป็นคนงานที่นำฟืนไปส่งยังเรือนเก็บของเก่า พวกเขาเ

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่87เบาะแส

    องครักษ์ทั้งสองหันไปมองบ่อร้างพร้อมกัน สุนัขยังคงตะกุยขอบบ่ออย่างบ้าคลั่ง เล็บของมันครูดกับหินจนเกิดเสียงแหลมบาดหู องครักษ์คนหนึ่งเผลอก้าวเข้าไปใกล้ แต่เพียงชั่วครู่ก็รีบชะงัก ก่อนหันไปสบตาสหายด้วยแววตาเคร่งเครียด“ไม่ต้องดูอะไรทั้งนั้น รีบพาคนออกไป”ทั้งคู่ไม่กล้าเสียเวลาอีก คนหนึ่งจับแขนชายชรา ส่วนอีกคนกระชากโซ่พยายามลากสุนัขออกจากบ่อ เจ้าสุนัขขืนตัวสุดแรง เห่ากรรโชกพร้อมหันกลับไปมองบ่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ถูกลากไปไกลหลายก้าว มันก็ยังส่งเสียงครางต่ำๆ ในลำคอราวกับไม่ยอมละทิ้งสิ่งที่พบ“เบาหน่อย อย่าดึงมันแรงนัก” ชายชราร้องบอก พลางใช้ไม้เท้าคลำพื้นตามแรงที่ถูกพาไป “มันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยนะ”“หุบปากแล้วเดินไปเสีย หากยังไม่อยากถูกจับโยนออกนอกกำแพง”องครักษ์พาชายชรากับสุนัขออกทางประตูด้านข้างอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ผู้ใดในตำหนักจะทันสังเกตเห็นความวุ่นวาย เมื่อแน่ใจว่าคนทั้งสองออกไปพ้นเขตแล้ว องครักษ์คนหนึ่งก็หันกลับมามองบ่อร้างอีกครั้ง ส่วนอีกคนรีบเดินไปตรวจตราทางเดินเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่“เจ้าก็เห็นใช่หรือไม่ว่ามันผิดปกติ” คนที่อยู่ข้างบ่อถามเสียงต่ำสหายไม่ตอบใ

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่86มันเป็นอย่างนั้น

    “เหรียญทองนี้ดูเหมือนเหรียญที่ใช้จ่ายภายในวังบางแห่ง แต่เจ้ารู้ได้อย่างไรว่ามันเกี่ยวข้องกับใคร”หมิงเฉิงก้มหน้าลงราวกับไม่อยากกล่าวถึงผู้ที่ตนกำลังสงสัย “ลูกตรวจสอบกับบัญชีเบิกจ่ายภายในแล้ว พบว่าเหรียญทองลักษณะนี้เคยถูกเบิกจากคลังของตำหนักเหินห่าว ซึ่งเป็นตำหนักที่จัดสรรให้เหวินเฉิงพำนักพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้กลับไม่ได้แสดงท่าทีเชื่อในทันที พระองค์วางเหรียญทองลงบนโต๊ะ แล้วหันมามองบุตรชายคนโตอย่างพินิจพิเคราะห์“เจ้ากำลังจะบอกว่า คนที่ลอบทำร้ายเจ้าคือคนของเหวินเฉิงอย่างนั้นหรือ”“ลูกยังไม่กล้าสรุปเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ” หมิงเฉิงตอบอย่างนอบน้อม “แต่เหรียญทองนี้เป็นหลักฐานที่ไม่อาจมองข้ามได้ ลูกจึงจำเป็นต้องนำเรื่องมาทูลให้เสด็จพ่อทรงทราบ”ฮ่องเต้ขมวดคิ้ว “หมิงเฉิง เจ้าลองคิดให้ดี เหวินเฉิงซ่องสุมกำลังพลตั้งแต่เมื่อใดกัน จึงมีคนของตนเองออกไปลอบทำร้ายไท่จือได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาแทบไม่ออกจากตำหนัก วันๆ เอาแต่อ่านตำราและศึกษาสมุนไพร เจ้ายังไม่เคยนำหลักฐานว่าเขามีกำลังคนอยู่ในมือมาถวายเรา แล้ววันนี้กลับมีคนของเขาลอบทำร้ายเจ้าเสียแล้วหรือ”คำถามนั้นทำให้หมิงเฉิงต้องก้มหน้าต่ำกว่าเดิม เขาเตรียมค

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่85คนของเหวินเฉิง

    รอยยิ้มบนใบหน้าลีลี่ค่อยๆ จางลง นางมองเขาอย่างเงียบงันเป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดเหวินเฉิงไม่ได้ตำหนินางด้วยน้ำเสียงดุดัน เพียงก้มมองมือที่พันผ้าไว้แล้วกล่าวต่อ “ข้ารู้ว่าเจ้ามีเหตุผลของตัวเอง ข้าก็รู้ว่าเจ้าคงไม่ยอมปล่อยให้หมิงเฉิงทำร้ายคนอื่นโดยไม่ตอบโต้ แต่เจ้ายังมีแผลที่สีข้างอยู่ และตอนนี้ก็ทำมือเจ็บเพิ่มอีก หากเมื่อคืนมีคนมามากกว่านั้น หรือหมิงเฉิงไม่เสียหลักเพราะความโกรธ เจ้าคิดหรือว่าเจ้าจะออกมาได้ง่ายๆ หรือนั่นคือตำหนักบูรพา”ลีลี่หลุบตาลง “ข้าคิดว่าเขาคงไม่ทันระวังตัว...”“นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าเป็นห่วง” เขาตอบ “แผนที่ดีไม่ควรฝากชีวิตไว้กับการที่ศัตรูประมาทเพียงอย่างเดียว เจ้าเอาชนะเขาได้ครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าครั้งหน้าจะเป็นเช่นเดิม”นางเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะพึมพำ “ข้ารู้ว่าตัวเองทำผิดแล้ว”เหวินเฉิงมองใบหน้าที่เริ่มสลดของนาง แล้วรอยยิ้มอ่อนโยนก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เขายกมือแตะศีรษะนางเบาๆ อย่างที่ตั้งใจจะทำตั้งแต่แรก“รู้ว่าผิด คราวหลังก็อย่าทำอีก ข้าไม่ได้ดุเจ้าเพราะห่วงจะเอาชนะหมิงเฉิงไม่ได้ แต่เพราะข้าเป็นห่วงเจ้า”ลีลี่เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาไหววูบเล็

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status