Se connecterเช้าอันสดใสหรือเปล่า? ...อัญญารินตื่นขึ้นมาด้วยความระบมทั้งส่วนบนและล่าง หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วคิดว่าจะได้พัก แต่คาลวินก็ยังไม่พอใจเขายังจัดการเธอต่อบนเตียงอีกตั้งสองรอบกว่าจะได้นอน
"อาหารเช้าครับคุณอัญญาริน" มือขวาคนสนิทของคาลวินนำอาหารเช้ามาส่งให้เธอและเขา "ขอบคุณนะคะคุณจอห์น ร่างบางอยู่ที่เพนท์เฮาส์ของคาลวินมาหนึ่งปีแล้ว ไม่แปลกที่จะรู้จักคุ้นเคยกับคนสนิทของเขา "คุณคาลวินล่ะครับ" "ยังไม่ตื่นค่ะ" ร่างบางบอกกับจอห์นซึ่งเป็นคนสนิทที่ไว้ใจได้ที่สุดของคาลวิน เขารู้เรื่องระหว่างเธอและเจ้านายของเขาทุกอย่างและเขายังเป็นคนที่เก็บความลับเรื่องของเธอกับคาลวินเอาไว้ด้วย "คุณอัญอยากรับอะไรเพิ่มไหมครับ" จอห์นปฏิบัติกับเธอไม่ต่างจากคาลวินเลยสักนิด เขาให้เกียรติคาลวินยังไงกับอัญญารินก็ไม่ต่างกัน แม้เธอจะบอกว่าตัวเองเป็นแค่ลูกน้องของคาลวินก็ตาม "ไม่แล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ" "อ่อยไอ้จอห์นแต่เช้าเลยเหรอ เมื่อคืนยังไม่หายคันสินะ" คาลวินออกมาจากห้องนอนด้วยสภาพที่นุ่งผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียว "เปล่าครับนาย ผมกับคุณอัญแค่คุยกัน" จอห์นรีบปฏิเสธเจ้านายทันทีเพื่อไม่ให้คาลวินเข้าใจผิด ผู้หญิงของนายเขาไม่ยุ่งอยู่แล้ว "เขาจะคิดอะไรก็ช่างเถอะค่ะคุณจอห์น" ร่างบางเหนื่อยที่จะแก้ตัว เขาอยากจะคิดหรือทำอะไรเธอปลงมานานแล้ว "ปากกล้านักนะอยากหาอะไรยัดปากเก่งๆ ไหม" คาลวินบีบแก้มเธอจนปากเล็กอ้าออกก่อนจะประกบปากสอดลิ้นหนาเข้าไปในโพรงปากของเธอต่อหน้าต่อตาคนสนิทที่ยืนอยู่ อัญญารินอายจนอยากจะมุดหน้าหนีเขาทำกับเธอแบบนี้เพื่อให้เธออาย เธอรู้ "ถ้ายังปากดีอีกจะเจอสิ่งที่ใหญ่กว่าลิ้น" คาลวินพูดแล้วก้มมองที่เป้าตุงๆ ของตัวเอง "โรคจิต" อัญญารินแอบด่าเขาเป็นภาษาไทย แน่นอนว่าคาลวินฟังไม่รู้เรื่อง "ฉันรู้ว่าเธอหลอกด่าฉันเป็นภาษาบ้านเกิดของเธอ" คาลวินชี้หน้าเธอ เขาฟังไม่ออกหรอกว่าเธอพูดอะไรแต่สีหน้าและแววตาของเธอดูก็รู้ว่ากำลังด่าเขาอยู่ "ฉันไม่บังอาจด่าคุณหรอกค่ะคุณบอส" ร่างบางเชิดหน้าสู้กับเขา แต่ถ้าให้สู้จริงๆ เธอคงแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มขนาดตัวเขากับเธอต่างกันเหมือนยักษ์กับคนแคระ "ทำปากดีไปเถอะ เดี๋ยวคืนนี้ก็รู้" คาลวินขู่เธอเอาไว้ก่อน ทั้งคู่คุยกันจนลืมไปแล้วว่ามีอีกคนยืนมองอยู่ คาลวินและอัญญารินกำลังนั่งอยู่บนรถโดยมีคนขับคือจอห์นคนสนิทของเขา "จอดข้างหน้า...แล้วเธอก็ลงไปซะ" คาลวินสั่งคนสนิทแล้วหันมาสั่งเธอต่อ ทุกวันถ้าใกล้ถึงบริษัทเขาจะให้เธอลงก่อนแล้วเดินเข้าไปเองทำเหมือนไม่ได้มาด้วยกัน แต่วันนี้เขาต้องการจะแกล้งเธอชัดๆ เขาถึงสั่งให้คนสนิทจอดก่อนจะถึงบริษัทเป็นกิโลแล้วนี่ก็ใกล้ถึงเวลาเข้างานจะเรียกรถแท็กซี่ก็คงยาก เวลาทำงานแบบนี้ทุกคนก็ต้องไปทำงานเหมือนกันรถแท็กซี่ก็ไม่ค่อยจะว่าง "แต่นายครับ ตรงนี้มันไกลไปนะครับ" จอห์นเห็นว่ามันไม่ใช่ที่ที่เคยจอดเลยรีบบอกเจ้านาย "ฉันเป็นเจ้านาย ฉันสั่งนายก็ต้องทำ เธอ! ลงไปได้แล้ว ถ้าไปสายกว่าฉันคงรู้นะว่าจะโดนอะไร" อัญญารินลงจากรถตามคำสั่งของเขา บรื้นนน~ รถคันหรูแล่นผ่านหน้าเธอไปอย่างเร็ว แล้วแบบนี้เธอจะไปถึงก่อนเขาได้ยังไง "เมื่อไหร่จะหมดเวรหมดกรรมสักทีนะ ยัยอัญแกตายแน่ๆ" ร่างบางบ่นพึมพำยังไงวันนี้เธอก็ต้องโดนอีกแล้ว แทบไม่มีวันไหนที่เธอได้พักเลย [บริษัทมอร์เชล] อัญญารินวิ่งอย่างกระหืดกระหอบเข้ามาในบริษัทพลางกดลิฟต์รัวๆ ด้วยความรีบร้อน ติ๊ง~ ลิฟต์เปิดมายังชั้นบนสุดที่มีคนใจร้ายยืนวางมาดรอเธออยู่หน้าลิฟต์ "เธอมาช้ากว่าฉันสิบห้านาที" คาลวินยืนมองนาฬิการอเธอเพื่อจะลงโทษที่เธอมาช้า "ฉันหารถแท็กซี่ไม่ได้ค่ะ ฉันรีบที่สุดแล้ว" "ฉันไม่สนคำแก้ตัว สายก็คือสาย" "แต่นี่มันยังไม่ถึงเวลาเข้างานเลยนะคะเหลืออีกหกนาที" อัญญารินยื่นนาฬิกาข้อมือให้เขาดู "ฉันบอกแล้วไงว่าไม่สน สายก็คือสาย!" คาลวินเน้นเสียงดังฟังชัด เขาเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองที่สุดเท่าที่อัญญารินเคยเจอมา ร่างบางได้แต่ก้มหน้ารับกรรอธิบายไปเขาก็ไม่สนใจอยู่ดี คนตัวเล็กถูกจับแนบกับกำแพงกระจกของห้องทำงานสุดหรูชั้นบน กระโปรงตัวสั้นถูกรั้งขึ้นไปอยู่เหนือเอวกางเกงชั้นในตัวจิ๋วถูกดึงรั้งลงมาอยู่ที่น่องขาของเธอ ร่างบางยืนกางขาตัวแนบกระจก โชคดีที่คนด้านนอกไม่สามารถมองเห็นด้านในได้ อัญญารินคิดในใจว่าตึกสูงที่เธออยู่ตอนนี้ยังไม่น่ากลัวเท่ากับคนที่อยู่ด้านหลังของเธอเลย "บอกสิว่าทีหลังจะไม่มาสาย พูดสิอัญญาริน" คาลวินใช้นิ้วชี้ถูไถไปที่รอยแยกของทางเข้าช่องแคบของเธอช้าๆ "อ๊า..อื้ม..ค่ะ..อื้อ..ฉันจะไม่มาสาย" ร่างบางแอ่นสะโพกเข้าหานิ้วใหญ่อย่างลืมตัว "คนทำผิดต้องโดนทำโทษรู้ใช่ไหม!" ร่างหนากระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่า แต่นิ้วยังคงถูไถกับส่วนนั้นของเธอไม่หยุดหย่อน "อย่า..อ๊า..หยุด..อ๊ะ..อึก..ใส่เข้าไป" ร่างบางร่อนสะโพกเข้าหานิ้วแกร่ง คาลวินยิ้มเยาะอย่างภูมิใจที่เห็นอีกคนร่านสวาทได้ขนาดนี้ไม่ผิดหวังเลยที่เขาสั่งสมวิชาให้กับเธอตลอดหนึ่งปี "อยากได้อะไรบอกสิคนสวย หืม?" คาลวินแกล้งเขี่ยที่ติ่งเสียวของเธอ ขาเรียวแทบยืนไม่ไหวแข้งขาอ่อนระทวยจวนจะล้ม "ถ้าเธอไม่ตอบฉันจะเลิกทำ" คาลวินแกล้งดึงมือออก แต่มือเล็กคว้ามือของเขามาสัมผัสที่ร่องสาวของตัวเองอีกครั้ง "ใส่นิ้วเข้าไป..อื้อ!..อีก" อัญญารินหันหน้ามาทำสายตาอ้อนวอนใส่เขา "แค่นิ้วมันไม่พอหรอก พร้อมนะ" พูดจบก็ปลดเข็มขัดออกแล้วจับแก่นกายใหญ่ชักรูดให้ตั้งขึ้นจ่อไปที่ปากทางเข้าที่มีน้ำหวานเจิ่งนองอยู่ปากอ่าว "อยากได้อันนี้ไหม บอกก่อนสิแล้วฉันจะให้" คาลวินจับแก่นกายใหญ่ถูไปถูมาไม่ยอมใส่เข้าไปสักที "อื้อ..เร็วๆ ..อ๊า..ใส่เลยค่ะ" ร่างบางส่ายก้นไปมาจนคาลวินนึกอยากเล่นสนุก "ใส่อะไรล่ะบอกสิ" ยังคงแกล้งถูไปถูมาไม่เลิก "ใส่ไอ้นั่นของคุณมาเร็ว..อื้อ!" ร่างบางอายที่จะพูด แต่ความอยากทำให้เธอต้องพูดออกมา "นี่น่ะเหรอ..ฟัคๆ ..แน่นฉิบหาย" พูดจบก็ดันแท่งเอ็นใหญ่เข้าไปจนสุดอย่างแรงจนคนตัวเล็กกระเด้งติดกระจกตามแรงกระแทก "อ๊ะ..เร็วๆ ..อ๊า..อีก..อ๊ะ..อีก" ร่างบางร้องครางลั่น เสียงหวานร้องขอไม่หยุดปาก "ซี้ด!..อ๊า..แน่นมาก" คาลวินซี้ดปากคราง ไม่ว่าจะกี่ครั้งร่องแน่นนี้ก็ทำให้เขาติดใจไม่หาย เพียะ! เสียงมือใหญ่ฟาดลงบนก้นสวยได้รูปอย่างแรงจนแก้มก้นทั้งสองข้างเป็นรอยนิ้วมือใหญ่ "อ๊า..เจ็บ..อู๊ย" ปากร้องเจ็บแต่การกระทำตรงกันข้าม แขนเล็กเอื้อมไปจิกเอวสอบของเขาเอาไว้ ส่วนคาลวินก็กระแทกกระทั้นอย่างแรงโดยไม่สนกว่าอีกฝ่ายจะเจ็บหรือไม่ สวบ! ปึก! เสียงเนื้อกระทบกันดังจนถี่ยิบ ห้องทำงานกลายเป็นห้องเชือดสวาท ป๊อก! แก่นกายใหญ่ถูกถอนออกมาจากร่องแคบอย่างกะทันหันจนเกิดเสียงน่าอาย ร่างใหญ่ทรุดนั่งกับพื้นแล้วจับคนตัวเล็กให้หันมา ใบหน้าคมอยู่ตรงหว่างขาของเธอก่อนที่ลิ้นหนาจะเริ่มเลียน้ำหวานที่เจิ่งนองตรงหน้าอย่างอดใจไม่ไหว "อู๊ย..พอแล้ว..อ๊า" มือเล็กจิกผมของเขาแน่นด้วยความเสียวจนแทบจะทนไม่ไหว "อื้ม..แผล็บ!" ทั้งดูดทั้งเลียจนคนถูกกระทำไม่มีแรงยืน คาลวินลุกขึ้นแล้วอุ้มร่างเล็กไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่เขาเพิ่งละเลงสวาทกับเธอไปเมื่อวานนี้ กางเกงชั้นในที่อยู่ตรงน่องถูกถอดออกแล้วโยนไปให้พ้นทาง "ช่วยตัวเอง" คาลวินนึกสนุกแกล้งเธอ "คะ?" อัญญารินตาโตตกใจกับคำพูดของเขา เธอไม่เคยช่วยตัวเองมาก่อน "ฉันสั่งให้ช่วยตัวเอง" สิ้นสุดคำสั่งนิ้วเล็กก็ค่อยๆ เอื้อมมาถูไถที่ติ่งเสียวของตัวเองก่อนจะสอดนิ้วเข้าไปในร่องที่ถูกเขากระทำก่อนหน้านี้ "ขยับนิ้วสิ..ฟัค!" ร่างหนายืนชักลำกายใหญ่ของตัวเองตามจังหวะนิ้วเล็กๆ ที่กำลังขยับเข้าออกในร่องของตัวเอง "ไม่ไหวแล้วโว๊ย!" เขาดึงมือเธอออกแล้วจับแก่นกายของตัวเองเสียบต่ออย่างเร็ว เอวสอบทำงานทันทีเขาขยับไม่เว้นช่องให้เธอหายใจ "อ๊า..อ๊ะ..อ๊ะ" เสียงหวานครางจนถี่ยิบตามจังหวะกระแทกที่ถูกส่งเข้ามา แขนเรียวยันโต๊ะทำงานเอาไว้สะโพกถูกยกลอยขึ้นเพื่อให้รับแรงกระแทกได้เต็มที่ "จะออกแล้ว..ฟัคๆๆ ..ซี้ด" เขายกขาเรียวพาดคอเอาไว้แล้วกระแทกใส่เต็มแรง สวบ! ปึก! สวบ! เสียงเนื้อกระทบกับเสียงน้ำที่เจิ่งนองดังจนเกิดเสียง "จะ..อ๊ะ..เสร็จ..อีก..อ๊ะ" ร่างบางร้องครางจนเสียงสั่น "เสร็จ!..ออกแล้ว..โอ๊ว..ชิท!" ร่างหนาสบถคำหยาบแบบไม่มีเซนเซอร์ ก่อนจะกระตุกถี่ๆ ปล่อยน้ำสีขาวขุ่นออกมาจนเต็มร่องของเธอ คนตัวเล็กเองก็ไม่ต่างกันเธอกัดปากกลั้นเสียงครางจนกระตุกปล่อยน้ำสีใสออกมาเป็นสายธารอย่างห้ามไม่อยู่ อัญญารินนอนหอบเหนื่อยหมดแรงอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาผิดกับอีกคนที่ยังกระปรี้กระเปร่าเหมือนไม่ได้เพิ่งออกแรงในที่สุดวันที่คาลวินอดใจอดกลั้นมาตลอดสองเดือนก็มาถึงเสียที วันวิวาห์สุดแสนจะโรแมนติกของหนุ่มนักธุรกิจชาวอเมริกันกับเลขาสาวชาวไทย งานแต่งงานที่ดูเพอร์เฟกต์ไปหมดทุกอย่างยกเว้นแค่อย่างเดียวคือเจ้าบ่าวยืนทำหน้าพะอืดพะอมเหมือนคนจะอาเจียน"ไหวไหมคะคุณคาลวิน" เจ้าสาวในชุดแต่งงานสีขาวเดินเข้ามาจับแขนคนที่กำลังจะเป็นสามีอย่างถูกต้องตามกฎหมายในอีกไม่ช้า"อย่าแกล้งพ่อมากสิลูกรัก" คาลวินพยักหน้าตอบเธอแล้วก้มลงไปคุยกับอีกคนที่อยู่ในท้องของอัญญารินเมื่อเดือนที่แล้วตอนที่กำลังวุ่นวายกับการเตรียมงานแต่ง เธอมีอาการหน้ามืดจนเป็นลมคาลวินจึงพาไปโรงพยาบาลและได้รู้ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ได้เกือบสองเดือนแล้ว น่าจะหลังจากที่เขาแอบฉวยโอกาสตอนเธอเมาที่นิวยอร์ก และอัญญารินก็ไม่ได้ไปฉีดยาคุมตามที่หมอนัดตั้งแต่ตอนที่เกิดเรื่องคราวนั้นคาลวินกำลังจะได้เป็นคุณพ่อ แต่ดูเหมือนลูกจะแกล้งเขาหนักเหลือเกิน คนท้องไม่มีอาการแพ้แต่อย่างใดแต่คนที่ไม่ท้องกลับต้องตื่นมาอาเจียนทุกเช้าแถมยังกินอะไรไม่ได้เพราะรู้สึกเหม็นไปหมดทุกอย่าง"ลูกคงรู้มั้งคะว่าคุณทำกับฉันไว้เยอะ คิกคิก" เจ้าสาว
[เรือนจำหญิง]คาลวินและอัญญารินบินกลับมาที่ประเทศไทยเพื่อบอกข่าวดีทุกคนเรื่องที่ทั้งคู่จะแต่งงานและที่ไม่บอกไม่ได้คืออรนภา ทั้งคู่จึงถือโอกาสมาเยี่ยมอรนภาที่เรือนจำเสียเลย"พี่อร สบายดีไหมคะ" อัญญารินยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาคุยกับคนด้านใน"ในคุกก็ไม่แย่นะ มีข้าวฟรี มีงานให้ทำ มีที่นอนให้นอนแถมยังมีเพื่อนเยอะอีก" อรนภาพูดติดตลกทำไมเธอต้องทำชีวิตให้มันเศร้าล่ะเพราะในนี้มันก็ไม่ได้แย่จริงๆ"พี่อรล่ะก็พูดเล่นไปได้ อัญคิดถึงพี่นะ" ร่างบางวางมือไว้บนกระจกกั้น อรนภาเลยเอามือของเธอมาทาบมือของน้องสาวแม้จะมีกระจกกั้นอยู่ แต่ทั้งคู่ก็เข้าใจกันได้"กลับจากอเมริกาแล้วเหรอ อาทิตย์ก่อนแม่มาเยี่ยมพี่ยังบอกว่าอัญไปทำงานกับคุณคาลวินอีกครั้ง""ค่ะ อัญกลับมาหาพ่อกับแม่แล้วก็พี่ไงคะ" อัญญารินเอ่ยออกไป"ฉันขอคุยกับอรนภาบ้างสินะๆ" คาลวินสะกิดไหล่มนอย่างกับเด็กน้อย เขาอยากจะคุยบ้าง อัญญารินจึงส่งหูโทรศัพท์ให้กับเขา"ที่มาวันนี้ผมมีข่าวดีจะมาบอก""อะไรคะ" อรนภายิ้มรับเหมือนรู้ว่าสิ่งที่เขาจะบอกคืออะไร"ผมกับอัญกำลังจะแต่งงาน
คาลวินมัวแต่หลงระเริงที่เมื่อคืนเขาได้จัดหนักกับคนเมาไป แต่ลืมไปแล้วว่ากำลังตามง้อเธออยู่ คาลวินลืมตาขึ้นมาแล้วตวัดแขนไปกอดคนข้างๆ แต่คว้าได้แค่อากาศ คาลวินลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเร็ว"อัญ อยู่ในห้องน้ำเหรอ" คาลวินลุกขึ้นเดินไปที่ห้องน้ำ แต่ห้องน้ำก็โล่งสนิท"อัญ อยู่ไหน?" เขาตะโกนเรียกเธอลั่นห้อง แต่ก็ไร้เสียงตอบรับ"ไปไหนของเขา" เขายืนเปลือยเปล่าโชว์กล้ามหน้าท้องเป็นลอนงามยืนเกาหัวอย่างมึนงงเพราะหาเธอไม่เจอครืด~ เสียงโทรศัพท์สั่นขึ้น คาลวินจึงหยิบมาดูและเจอข้อความจากเบอร์แปลก[จะลงมาทานด้วยกันก็ได้นะครับ] ข้อความที่ได้ถูกส่งมาจากลูคัส พร้อมแนบรูปอัญญารินกำลังทานอาหารเช้าอยู่ที่ร้านอาหารของโรงแรม"ไอ้ลูคัสไหนบอกไม่ยุ่งไง แล้วมันมาได้ไง" คาลวินหัวเสียเมื่อได้รับข้อความมาจากลูคัส เขารีบวิ่งเข้าห้องน้ำและอาบน้ำด้วยความไวแสง"เจ้าของคุณมาตามแล้วครับ" ลูคัสเอ่ยบอกกับร่างบาง เมื่อเห็นคาลวินเดินหน้าตั้งตรงมาที่โต๊ะอาหารของตนเอง"เขาไม่ใช่เจ้าของฉันสักหน่อยค่ะ" อัญญารินตอบอย่างไม่สบอารมณ์แล้วก้มหน้าลงกินต่อ เมื่อเช้าเธอต
[นิวยอร์ก]อัญญารินทำหน้าบอกบุญไม่รับ เมื่อมาถึงโรงแรมแล้วพนักงานต้อนรับบอกว่าห้องพักเต็มหมดแล้ว โรงแรมหรูหราขนาดนี้มีห้องเป็นร้อยห้องจะเต็มได้ยังไงกันแล้วบังเอิญเกินไปหรือเปล่าที่เหลือเพียงห้องเดียวแถมยังเป็นห้องสำหรับคู่รักที่มาฮันนีมูนกันอีก"ขอโทษนะคะไม่มีห้องอื่นเหลือแล้วจริงเหรอคะ ห้องไหนก็ได้ค่ะ" อัญญารินเดินไปหาพนักงานอีกครั้งเพื่อถามหาห้องว่างสำหรับคืนนี้"ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลค่ะคุณผู้หญิง ห้องพักจึงถูกจองล่วงหน้าไว้หมดแล้วค่ะ ขออภัยด้วยนะคะ" พนักงานต้อนรับตอบอย่างฉะฉาน"แถวนี้มีโรงแรมอื่นไหมคะ""ละแวกนี้มีแค่โรงแรมของเราค่ะ จะมีอีกโรงแรมห่างไปสามสิบกิโลเมตรค่ะ" พนักงานต้อนรับแนะนำเธอ อัญญารินเริ่มคิดหนักห่างไปสามสิบกิโลแล้วเธอจะไปยังไง"นี่เธอ ไม่มีห้องว่างก็นอนกับฉันก็ได้ ฉันไม่ถือหรอก" คาลวินขำกับท่าทางกระวนกระวายของเธอ จนต้องลุกขึ้นมาเจรจาแทน โชคดีเหลือเกินลูกค้าที่นัดประชุมกับเขาเป็นเจ้าของโรงแรมแห่งนี้ คาลวินจึงขอร้องให้ช่วยบอกอัญญารินว่าห้องเต็มเพื่อที่จะง้อภรรยาและจะลดราคาโครงการที่ร่วมทุนให้อีกสิบเปอร์เซ็นต์ ลู
อรนภาอยู่ในห้อง ICU เพื่อดูอาการได้สี่วันทางแพทย์ก็ให้ย้ายมายังห้องพิเศษของโรงพยาบาลเพราะอรนภามีอาการดีขึ้นมากสามารถตอบสนองได้ดีทุกอย่างเหลืออย่างเดียวคือรอให้เธอฟื้น"พี่อร รีบตื่นนะคะ" เธอกุมมือพี่สาวขึ้นมาแนบหน้าของตัวเอง"เดี๋ยวอรก็ตื่น เชื่อฉันสิ" คาลวินจับไหล่ของคนที่นั่งอยู่เพื่อให้กำลังใจก๊อก~ ก๊อก~ เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างหนาของว่าที่เจ้าของโรงพยาบาลอย่างลูคัสเดินเข้ามา"สวัสดีครับคุณอัญ" ลูคัสเอ่ยทักทายด้วยความเป็นมิตร"จะมาทำไมก็ไม่รู้" คาลวินกอดอกสีหน้าบึ้งตึงเมื่อเห็นลูคัส ทุกอย่างอุตส่าห์จะดีอยู่แล้วเชียวไม่รู้จะมาขัดจังหวะทำไม"ถ้าคุณไม่อยากเห็นหน้าผมก็ออกไปรอข้างนอกก่อนได้นะครับ" ลูคัสตอบกลับเบาๆ แต่เจ็บ คาลวินอยากจะเสยหน้าอีกคนให้ล้มแต่ต้องเก็บอาการเอาไว้"ฉันไปซื้อของให้เธอกินตอนเที่ยงดีกว่า" พูดจบก็เดินปึงปังออกไป เขาต้องระงับอารมณ์ไม่ให้ลุกขึ้นมาชกหน้าไอ้คนที่มายุ่งวุ่นวายกับเธอ"อาการของพี่สาวคุณเป็นยังไงบ้างครับ" ลูคัสไม่มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับทางแพทย์สักเท่าไหร่ เขามีหน้าที่บริห
[ประเทศอเมริกา]หลังจากทราบข่าวเรื่องพี่สาว อัญญารินไม่รอช้ารีบเก็บกระเป๋าเพื่อเดินทางไปหาพี่สาวที่โรงพยาบาล พ่อแม่ของเธอพอรู้เรื่องก็ตกใจจนเกือบจะเป็นลมพวกท่านอยากจะขอตามไปด้วย แต่ร่างกายและสังขารคงเดินทางนานๆ ไม่ไหวจึงขออยู่ฟังข่าวที่บ้านส่วนคาลวินพอรู้ว่าอัญญารินจะไปอเมริกาก็ไม่รีรอให้จอห์นรีบหาไฟล์ทไปอย่างด่วนที่สุด คาลวินจัดการเรื่องการเดินทางให้เธอทั้งหมด ส่วนลูคัสจะตามไปทีหลังเพราะต้องรีบเคลียร์งานที่นี่ก่อน แต่เขาจะคอยประสานงานที่โรงพยาบาลให้ตอนระยะเวลาเกือบยี่สิบชั่วโมง อัญญารินไม่ยอมหลับหรือพักผ่อนเลย จิตใจของเธอกระวนกระวายถึงพี่สาวที่ตอนนี้แพทย์ยังไม่สามารถแจ้งอาการที่แน่ชัดเจนได้"ใจเย็นอัญ เดี๋ยวก็ล้มหรอก"คาลวินเดินตามเธอแทบไม่ทัน อัญญารินก้าวฉับๆ อย่างว่องไวไปที่ห้อง ICU ของโรงพยาบาล ตอนลงจากเครื่องทางโรงพยาบาลโทรมาแจ้งว่าอรนภาถูกย้ายจากห้องฉุกเฉินมาที่ห้อง ICU แล้ว หากคืนนี้ยังไม่มีอาการตอบสนองญาติคงต้องทำใจเผื่อเอาไว้บ้างเพราะอรนภาโดนชนอย่างแรงแถมศีรษะยังไปกระแทกกับขอบฟุตบาทจนเลือดไหลเธอเสียเลือดไปมากแล้วก่อนท
อัญญารินนั่งหน้าเครียด เมื่อคาลวินไม่ยอมให้เธอย้ายไปอยู่แผนกบัญชีแล้วเธอจะทำยังไงต่อไปดี "อัญญาริน เข้ามาฉัน" เสียงจากอินเตอร์คอมดังขึ้น แต่คนที่ลุกขึ้นกลับไม่ใช่เธอ อรนภาที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ได้ยินสิ่งที่คาลวินสั่งก็ลุกขึ้นแล้วเดินเข้าห้องเขาไปหน้าตาเฉย อัญญารินทำได้แค่เดินตามไปเง
วันแรกของการทำงานร่วมกันระหว่างอรนภาและอัญญาริน วันนี้อรนภาแต่งหน้าทำผมจัดเต็มแตกต่างกับคนเมื่อวานที่มีสภาพเหมือนคนป่วย อัญญารินมองพี่สาวของตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตาแค่ข้ามคืนคนเขาเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยหรือ แล้วก็ก้มมองตัวเองพร้อมหยิบกระจกขึ้นมาส่อง ทั้งใบหน้ามีแค่ลิปสติกที่แสดงออกว่าเธอก็แต่งหน้า
หลังเลิกงานในรถคันใหญ่ที่มีคนขับคือคนสนิทของคาลวิน อัญญารินนั่งเงียบมาตลอดทางต่างจากทุกวัน ถ้าได้กลับด้วยกันเธอจะชวนเขาคุยตามประสาของเธอ แต่วันนี้เธอเงียบผิดปกติ"เป็นอะไร" คาลวินถามออกมาด้วยความสงสัยที่เห็นเธอเงียบเกินไป"เปล่าค่ะ คุณต้องการอะไรหรือเปล่าคะ""ไม่ แค่เห็
หมดวันหยุดไปเหมือนไม่ได้หยุดพักเลยเพราะต้องตามไปเป็นคนรับใช้จำเป็นคอยถือของให้กับคู่ขาของเขาทั้งวัน พอกลับมาก็กลายเป็นตุ๊กตายางมีชีวิตให้เขาต่อและวันนี้ก็เป็นวันที่เธอต้องไปทำงานอีกแล้ว"วันหยุดหมดไปเร็วจริงๆ" บ่นเป็นภาษาไทยไม่ให้เจ้าของห้องเข้าใจเพราะกลัวจะโดนดุ"ฉันรู้ว่าเธอกำ