Short
春はやがて冬を去っていく

春はやがて冬を去っていく

By:  オレンジCompleted
Language: Japanese
goodnovel4goodnovel
24Chapters
12.4Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

「お母さん、決めたよ……明国に行って、お母さんのところに行く。そして結婚するの」 唐澤静香(とうさわ しずか)は深く息を吸い、嬉しい声で言った。 「春子ちゃん、やっとわかったのね!お母さんが紹介したあの人、本当にいい人よ。きっと幸せになれるわ!」 「……うん」 電話を切ると、唐澤春子(とうさわ はるこ)は無気力に床に腰を下ろした。 机の上に置かれた彼氏・柳原冬樹(やなぎはら ふゆき)のスマホは、まだ画面がついていて、メモアプリが開かれていた。 最新のメモは今日書かれたもので、写真にはハート型のピンクダイヤモンドの指輪が写っている。 それは春子の右手の薬指にある指輪と、まったく同じだった。 写真の下には小さな文字でこう書かれていた―― 【この指輪をつける人が明菜だったら、どれほどいいだろう】と。 明菜は、冬樹の元カノだった。

View More

Chapter 1

第1話

   เสียงกระแทกของประตูที่ถูกเปิดออกดังก้องในความมืด มีนาเกาะอยู่ในมุมห้อง ขณะมือของพวกเขายื่นออกมาจับเธอไว้ เธอรู้สึกถึงแรงกดดันและความกลัวที่กัดกินทุกส่วนของร่างกาย ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะพังทลาย

“ทำไมต้องทำแบบนี้!” มีนาตะโกนออกมาเสียงสั่นเครือ แต่คำพูดของเธอกลับถูกกลบด้วยเสียงฝีเท้าของพวกเขาที่ดังขึ้นใกล้เข้ามา

มือที่แข็งแกร่งจับข้อมือของเธออย่างแน่นหนา การดิ้นรนของเธอทำได้เพียงแค่พยายามจะหลุดออก แต่การต่อสู้ของเธอกลับไม่มีทางชนะ

“เงียบ!” เสียงของผู้นำกลุ่มดังก้องเข้ามาในหูของเธอ มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและอำนาจ ความรู้สึกของการถูกจับกุมและไม่สามารถหนีได้ทำให้หัวใจของมีนาคล้ายจะหยุดเต้น

เธอได้ยินเสียงเหล็กดังกระทบกัน การเปิดและปิดประตู และเสียงกระซิบของคำสั่งที่ถูกส่งผ่านความมืด ท่ามกลางความโกลาหลนี้ มีนาเริ่มรู้สึกว่าความหวังของเธอกำลังจะหมดไป

เมื่อประตูปิดลงอีกครั้ง มีนาพยายามสงบสติและหาทางออก แต่ความรู้สึกของความกลัวที่แผ่ขยายออกมานั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกจมอยู่ในความมืดมิดที่ไม่รู้ว่าจะมีทางรอดหรือไม่

ภายในรถมินิบัส

ถุงคลุมหัวที่ถูกดึงลงมาปิดบังทุกสิ่งทุกอย่าง ทำให้มีนาหายใจไม่สะดวก ความมืดมิดที่หลั่งไหลเข้ามาทำให้เธอไม่สามารถเห็นอะไรเลย สัมผัสของถุงที่หนาทึบและยืดหยุ่นทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการในความมืดที่ไร้ขอบเขต

“ปล่อยฉันเถอะ!” เสียงของเธอดังออกมาผ่านทางผ้าที่คลุมอยู่ แต่เสียงของเธอถูกรบกวนด้วยความรู้สึกของความมืดและการขาดอากาศที่เพิ่มขึ้น

ทุกๆ วินาทีที่ผ่านไปเหมือนจะยืดเยื้อยาวนานอย่างไม่สิ้นสุด มือของเธอพยายามขยับเพื่อดึงถุงออก แต่การเคลื่อนไหวของเธอกลับไม่มีทางทำให้ถุงหลุดออกไป ความรู้สึกของการถูกปิดกั้นทำให้เธอเริ่มรู้สึกถึงความเครียดที่เพิ่มมากขึ้น

“ใคร? คุณจะทำอะไรกับฉัน?” เธอตะโกนด้วยเสียงที่สั่นเครือ แต่คำถามของเธอกลับไม่มีการตอบรับ อากาศที่ผ่านทางถุงยังคงหนาแน่นและทำให้การหายใจของเธอไม่สะดวก

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าและแสนยาวนาน มีนารู้สึกถึงความสับสนและความกลัวที่กัดกินใจ ความรู้สึกที่เหมือนเวลาไม่มีการเคลื่อนไหว ความมืดที่เต็มไปด้วยความเงียบสงัดทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังตกอยู่ในหลุมอากาศที่ไม่รู้จะหลุดพ้นไปได้อย่างไร

ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวของรถ ความรู้สึกของการถูกโยนไปมาทำให้หัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้น การไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะไปที่ไหนและไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปทำให้เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลาย

เมื่อรถหยุดและประตูเปิดออก มีนาได้ยินเสียงของฝีเท้ากระทบพื้นและเสียงที่พูดคุยกันอย่างไม่ชัดเจน เธอพยายามรวบรวมความกล้าและสติ แต่ทุกอย่างก็ยังคงอยู่ในความมืดมิดและเงียบสงัด

“พวกแกต้องการอะไร?” มีนาตะโกนออกไปด้วยความวิตกกังวล “ต้องการเงินเหรอ? พ่อฉันมีเงิน! โทรหาพ่อฉัน! เขาจะจ่ายเงินให้พวกแก!”

เสียงของเธอเต็มไปด้วยความหวังและความเครียด ความพยายามในการเรียกร้องให้พวกเขาติดต่อพ่อของเธอนั้นเป็นความหวังสุดท้ายที่เธอมี แต่เสียงของเธอกลับสะท้อนในความมืดและเงียบสงัดของห้อง

“ปล่อยฉันไปเถอะ!” เธอร้องขอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ฉันจะทำตามที่พวกแกต้องการทุกอย่าง! ขอแค่ปล่อยฉันไป!”

เธอพยายามรวบรวมความกล้าและความสงบในการพูด แต่คำร้องของเธอกลับไม่มีการตอบรับ สิ่งที่เธอได้รับคือความเงียบที่กดดันและทำให้รู้สึกถึงการโดดเดี่ยวที่เพิ่มมากขึ้น

มีนาตื่นขึ้นมาจากการหลับลึกโดยรู้สึกถึงความเจ็บปวดและความเหนื่อยล้าที่แผ่ไปทั่วร่างกาย ความมืดยังคงอยู่รอบตัวเธอ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมา เธอก็เริ่มรู้สึกถึงความจริงของสถานการณ์ที่เธอเผชิญอยู่

เธอพบว่าตัวเองนอนอยู่ในกรงขังไม้ที่มืดทึบ เสียงไม้ครูดและการเคลื่อนไหวที่เบาบางรอบตัวทำให้เธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว เธอลุกขึ้นนั่งและมองไปรอบๆ สถานที่ที่เป็นกรงขังซึ่งถูกสร้างขึ้นอย่างหยาบๆ และแข็งแรง

กรงขังที่มีนาอยู่เต็มไปด้วยเฉลยที่นอนอยู่ในมุมต่างๆ พวกเขามีท่าทางที่เหนื่อยล้าและสิ้นหวัง เหล่าผู้ที่ถูกขังรวมตัวอยู่ในพื้นที่จำกัดทำให้บรรยากาศรู้สึกหนักหน่วงและน่าสะพรึงกลัว

มีนาเงยหน้าขึ้นและพยายามสังเกตสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย เธอเห็นแสงสลัวๆ ที่ลอดผ่านช่องกรงไม้ บางครั้งเสียงกระซิบและการเคลื่อนไหวของเฉลยที่มีอาการคล้ายๆ กันทำให้เธอรู้สึกถึงความเศร้าและความท้อแท้ที่ปกคลุมอยู่ในที่แห่งนี้

“นี่มันที่ไหน?” มีนาถามออกไปเสียงแผ่วเบา การถามคำถามนั้นเป็นเพียงความพยายามในการหาทางออกจากสถานการณ์ที่ไม่มีความหวัง เธอรู้สึกถึงความสิ้นหวังและความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้น

เมื่อเธอเริ่มหันไปหาผู้ที่นอนอยู่รอบๆ เธอพบว่ามีคนบางคนเงยหน้าขึ้นมาและมองเธอด้วยความสงสัยและความเห็นใจ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเคยอยู่ในสถานการณ์เดียวกันมาก่อน

“เธอก็มาอยู่ที่นี่แล้ว” หนึ่งในผู้ที่ถูกขังพูดขึ้นด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความผิดหวัง “เหมือนกับพวกเรา”

เสียงของเขาเป็นการยืนยันถึงความจริงที่มีนาเพิ่งรู้สึกได้—เธอเป็นเพียงหนึ่งในกลุ่มคนที่ถูกขังอยู่ในกรงนี้ และสถานการณ์ที่เธอเผชิญอยู่นั้นมีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยความยากลำบาก

แสงอาทิตย์เริ่มแทรกผ่านช่องกรงไม้ สาดส่องเข้าสู่พื้นที่ที่เต็มไปด้วยความเศร้าและความท้อแท้ ความสว่างของยามเช้าตัดกับความมืดที่เกาะอยู่ในใจของมีนา เธอรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่เพิ่มมากขึ้นเมื่อเห็นความสว่างที่ส่องเข้ามาในกรงขัง

เธอเริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าทางจิตใจที่กดทับอยู่ในตัวเอง น้ำตาเริ่มไหลลงมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้ เธอไม่สามารถยับยั้งความเศร้าและความหวาดกลัวที่ท่วมท้นหัวใจของเธอ

“พ่อ… ช่วยหนูด้วย…” เธอพูดเบาๆ กับตัวเองในขณะที่น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง ความคิดถึงพ่อของเธอทำให้ความรู้สึกของเธอทวีความรุนแรงมากขึ้น

เสียงร้องไห้ของมีนาในความสะลัวของยามเช้าดูเหมือนจะกลายเป็นความหวังที่ห่างไกล เธอรู้ว่าพ่อของเธอคงไม่มีทางรู้ว่าลูกสาวของเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ แต่ความคิดถึงพ่อทำให้เธอรู้สึกถึงการถูกทิ้งอยู่ในที่ที่ไม่สามารถหนีได้

“พ่อ… ทำไมพ่อไม่มาที่นี่?” เธอร้องไห้ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความรู้สึกของการถูกทิ้งและการไม่รู้ว่าจะไปหันหน้าไปทางไหนทำให้เธอรู้สึกถึงความว่างเปล่าในใจ

น้ำตาของเธอไหลลงมาจนเปื้อนใบหน้า และเสียงสะอื้นของเธอก็เงียบลงในความเงียบของห้อง เมื่อการร้องไห้ของเธอหยุดลง 

ในขณะที่มีนานั่งร้องไห้อยู่ในมุมของกรงขังไม้ สาวชาวบ้านที่นอนอยู่ในอีกมุมหนึ่งของกรงขังเริ่มขยับตัวอย่างลุกลี้ลุกลน เธอแสดงออกถึงความวิตกกังวลอย่างชัดเจน และดูเหมือนจะพยายามเข้ามาใกล้มีนาอย่างระมัดระวัง

“คุณ!” เสียงของสาวชาวบ้านนั้นเบาและเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย เธอค่อยๆ เข้ามาหามีนาและยกมือขึ้นมาห้ามไม่ให้มีนาพูดเสียงดัง “อย่าเสียงดัง! เดี๋ยวพวกมันจะกลับมาทำร้ายเรา!”

สาวชาวบ้านมีท่าทางที่เหนื่อยล้าและเต็มไปด้วยความกลัว ดวงตาของเธอจับจ้องไปรอบๆ อย่างไม่สบายใจเพื่อให้แน่ใจว่าความเงียบสงบยังคงอยู่ในกรงขัง เธอเข้ามาใกล้จนมีนาแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเธอ

“พวกมัน...” สาวชาวบ้านกระซิบเสียงแผ่ว “พวกมันจะกลับมาอีกไม่นาน พวกมันไม่ชอบเสียงดัง คุณต้องพยายามเงียบไว้ อย่าให้พวกมันได้ยินเรา”

น้ำเสียงของสาวชาวบ้านเต็มไปด้วยความวิตกกังวลและความกลัว การพูดถึง "พวกมัน" ที่จะกลับมาทำให้มีนารู้สึกถึงความอันตรายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ เธอพยักหน้าและพยายามกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองให้เบาที่สุด

“ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร แต่ฟังฉันเถอะ” สาวชาวบ้านกล่าวเสียงแผ่ว “เราต้องอดทนและหาทางออกจากที่นี่ให้ได้ พวกมันจะกลับมาเร็วๆ นี้”

        แสงอาทิตย์ส่องเข้ามาในกรงขังไม้ ทำให้ความมืดที่แผ่ปกคลุมเริ่มจางหายไป ความสว่างของยามเช้าส่งแสงผ่านช่องกรงไม้เผยให้เห็นภาพของตลาดที่คึกคักภายนอก

เมื่อมีนาเปิดตามองออกไป ภาพที่เห็นทำให้เธอรู้สึกถึงความตกตะลึงและความสิ้นหวังในเวลาเดียวกัน กรงขังที่เธออยู่ตั้งอยู่ท่ามกลางตลาดที่คึกคักในขุนเขา มีชาวบ้านที่มานั่งขายของป่านานาชนิดเรียงรายอยู่รอบๆ

ตลาดนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและสีสัน มีพ่อค้าแม่ค้าที่ตะโกนเรียกลูกค้าและเสนอขายสินค้าท้องถิ่น เช่น สมุนไพรป่า ผลไม้แปลกๆ และเครื่องมือการเกษตรที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เสียงพูดคุยของชาวบ้านผสมกับเสียงการแลกเปลี่ยนสินค้าทำให้บรรยากาศมีความคึกคักและเต็มไปด้วยชีวิต

ขณะที่มีนามองออกไปจากกรงขัง เธอเห็นผู้คนเดินผ่านไปมา ชาวบ้านที่มีท่าทางสุขสบายและใช้ชีวิตตามปกติ โดยไม่สนใจกรงขังที่ตั้งอยู่กลางตลาด ในขณะที่พวกเขาต่างยุ่งอยู่กับการซื้อขายและพูดคุยกัน

“ทำไมไม่มีใครช่วยเรา?” มีนาพูดกับตัวเองเสียงเบา เมื่อเห็นภาพที่ขัดแย้งกันระหว่างความปกติของชีวิตภายนอกและความทุกข์ทรมานที่เธอกำลังเผชิญอยู่ในกรงขัง

สาวชาวบ้านที่นั่งอยู่ใกล้ๆ หันมามองมีนาและกล่าวเสียงแผ่ว “พวกเขาอาจกลัวที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับพวกมัน”

หัวหน้าโจร: ยืนอยู่บนแท่นกลางสนามประมูล ตะโกนเสียงดัง "ฟังให้ดีๆ ทุกคน! ตอนนี้ถึงเวลาของจริงแล้ว! มาๆ กันเถอะ!"

เสียงฝูงชน: ส่งเสียงฮือฮาและกระซิบกันในฝูงชน "มาดูสิ! ของดีๆ มาแล้ว!"

หัวหน้าโจร: ตะโกนเสียงดัง "เราจะเริ่มการประมูลเดี๋ยวนี้แหละ! ของที่เรามีวันนี้มีค่าสูงลิบ! ไม่ควรพลาด!"

มีนา: ยืนอยู่ในมุมมืดของกรงขัง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "ประมูล? ฉันต้องถูกประมูลด้วยเหรอ?"

หัวหน้าโจร: ตะโกนอีกครั้ง "มาๆ ทุกคน! อย่าช้า! ของที่เรามีวันนี้มันเด็ดจริงๆ! 

      เสียงตะโกนของพ่อค้าและเสียงตบมือจากผู้ที่ชนะการประมูลดังลั่น ตลาดเริ่มมีความคึกคักอย่างผิดปกติ พร้อมกับเสียงร้องไห้และการขอความช่วยเหลือที่แทรกซ้อนอยู่ในความวุ่นวาย

มีนาสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดในอากาศเมื่อชาวบ้านในกรงขังทยอยถูกลากออกไปทีละคน การประมูลเริ่มขึ้นและเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจากผู้ถูกจับกลายเป็นเพลงประสานกับเสียงการประมูล

“ปล่อยฉันไป!” เสียงกรีดร้องของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น “อย่าทำร้ายฉัน!”

เสียงคำขอความช่วยเหลือที่เจือด้วยความสิ้นหวังนั้นมาพร้อมกับการเคลื่อนไหวที่โกลาหลของสมุนโจร มีผู้คนมากมายรายล้อมอยู่รอบๆตลาดที่เข้ามาดูการประมูล พวกเขาหมายตาสิ้นค้าที่ว่าที่อยู่ในกรงไม้และการเลือกซื้อที่ไร้ความปรานี

“ช่วยฉันด้วย!” เสียงกรีดร้องของหญิงสาวที่ถูกลากออกไปดังขึ้น “ไม่! อย่า!”

การกระทำของพวกเขาเต็มไปด้วยความโหดร้าย สมุนโจรบางคนไม่ลังเลที่จะใช้กำลังในการควบคุมผู้ที่ต้านทาน การจับตัวและลากออกไปอย่างรุนแรงทำให้มีนารู้สึกถึงความหวาดกลัวที่ท่วมท้น

สาวชาวบ้านที่อยู่ข้างๆ มีนาพยายามพูดเสียงต่ำ แต่ไม่สามารถปกปิดความวิตกกังวลของเธอได้ “พวกมันจะไม่หยุดจนกว่าทุกคนจะถูกขายออกไปหมด ถ้าพวกมันเห็นเราพูดเสียงดังหรือเคลื่อนไหว…”

เธอหยุดพูดเมื่อเสียงดังขึ้นจากการประมูลอีกครั้ง เสียงของพวกมันชัดเจนและดุดัน “หุบปาก!” เสียงของสมุนโจรคนหนึ่งตะโกน “ใครทำเสียงดังจะเชือดทั้งซะให้หมด!”

มีนาได้ยินเสียงปืนและเสียงแหลมของวัตถุต่างๆ ถูกทุบกระแทกลงบนพื้นอย่างไม่ปราณี สถานการณ์ในกรงขังนั้นเต็มไปด้วยความโหดร้ายและความไร้ความปรานี

เมื่อเสียงของคนที่ถูกซื้อไปจางลงและกลายเป็นความเงียบสงัดในกรงขัง 

มีนา: น้ำตาไหลและเสียงสั่น "ไม่! ฉันไม่ต้องการ! ขอร้องเถอะ... อย่าทำกับฉันแบบนี้ ติดต่อพ่อฉัน พ่อฉันมีเงิน"

หัวหน้าโจร: ยิ้มอย่างร้ายกาจ "ขอร้อง? ฮ่าฮ่า! ที่นี่ไม่มีที่ให้ขอร้องหรอก เธอจะต้องดูว่าใครจะจ่ายมากที่สุด!"

หัวหน้าโจร: ตะโกนสุดเสียง "เริ่มการประมูลเลย! ใครจะเป็นคนเสนอราคาสูงสุด? มาดูกัน!"

“เงียบ!” หัวหน้าโจรตะโกนด้วยเสียงที่ดังก้องไปทั่วตลาด เสียงของเขาดูเหมือนจะมีอำนาจเหนือเสียงอื่นๆ ทำให้ทุกคนต้องหยุดฟัง

        หัวหน้าใจรที่ยืนอยู่ร้องตะโกนเพื่อให้ทุกคนหยุดพูด เพื่อให้ความเงียบปกคลุม ก่อนที่เขาจะพูดต่อด้วยความมั่นใจ “วันนี้เรามีของดีสุดพิเศษ! สาวน้อยคนเมืองแสนสวย และที่สำคัญบริสุทธ์อยู่—เธอคือของที่ดีที่สุดที่เรามี!”

หัวหน้าโจรชี้ไปที่กรงขังที่มีนาอยู่ ความรู้สึกของความพอใจและความเหี้ยมโหดของมันแสดงออกชัดเจน เมื่อเห็นความหวาดกลัวและความสิ้นหวังบนใบหน้าของมีนา

“วันนี้จะเริ่มที่ห้าหมื่น!” เขาตะโกนด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ “ใครสนใจซื้อสาวสวยนี้ ขอให้เสนอราคาสูงที่สุด!”

เสียงการประมูลเริ่มต้นขึ้นทันที เสียงตะโกนของผู้ซื้อดังขึ้นในตลาด พวกเขาตั้งใจฟังการประกาศของหัวหน้าโจรและเตรียมตัวสำหรับการประมูล

“ห้าหมื่น!” เสียงของผู้ซื้อคนหนึ่งดังขึ้นในทันที

หัวหน้าโจรยิ้มเย้ยหยันและพยักหน้า “ใครจะให้สูงกว่านี้อีก!”

เสียงประมูลเริ่มรุนแรงขึ้น เสียงของผู้ซื้อที่เสนอราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ เริ่มสร้างความตึงเครียดในตลาด 

มีนาเฝ้าดูอย่างสิ้นหวังเมื่อเห็นตัวเลขราคาที่เพิ่มสูงขึ้น ความหวาดกลัวในใจของเธอเพิ่มขึ้นเมื่อเสียงการประมูลดังขึ้นเรื่อยๆ เสียงของเธอที่ขอความช่วยเหลือกลายเป็นเพียงเสียงที่แทรกอยู่ในความวุ่นวายของตลาด

“ปล่อยฉันไปเถอะ!” มีนาร้องไห้และขอความช่วยเหลือ “ฉันจะให้ทุกอย่าง!”

แต่เสียงของเธอกลับถูกกลบด้วยเสียงประมูลและเสียงหัวเราะชั่วร้ายของพ่อค้าที่สนใจในการซื้อเธอ

ทันใดนั้น เสียงทุ้มและทรงพลังจากผู้ที่ยืนอยู่ในมุมมืดของตลาดดังก้องขึ้น 

“สองแสน!”

เสียงของเสือเข้ม ดังก้องไปทั่วตลาด เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจและความน่ากลัว เมื่อเขายื่นเสนอราคาที่สูงจนทุกคนต้องหันไปมอง

หัวหน้าโจรมองไปยังที่มาของเสียงด้วยความสนใจและอารมณ์ที่เปลี่ยนไป “สองแสน!” เขาตะโกนด้วยความประหลาดใจและเคารพในข้อเสนอ “ใครจะท้าทายราคานี้? เสือเข้มเสนอราคาสูงเกินจะตามได้!”

เสียงประมูลเงียบลงในทันที การเสนอราคาสูงของเสือเข้มทำให้ตลาดตกอยู่ในความเงียบงัน

เสือเข้มยืนอยู่ในมุมมืดของตลาด ตั้งแต่เช้ามืด เขาได้เห็นมีนาผ่านช่องกรง และความงามของเธอทำให้เขาต้องการเธออย่างมาก 

“เอาละนะ นับ หนึ่ง สอง!”

“ห้าแสน!” เสียงของพรายรพีดังขึ้นอย่างทรงพลังและเต็มไปด้วยอำนาจ

ในช่วงเวลาแห่งความเงียบที่ตามมา ความรู้สึกของความเยือกเย็นและความดุดันเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน เมื่อพ่อพรายรพีปรากฏตัวจากเงามืดของตลาด

ร่างสูงใหญ่ของพรายรพีเดินออกมาจากมุมมืด ชุดเสื้อผ้าของเขาดูหม่นหมอง แต่สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง รอยสักยันต์ที่ปกคลุมร่างกายของเขาเป็นเครื่องหมายของอำนาจและความน่าสะพรึงกลัว ดวงตาของเขาคือสิ่งที่ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความหนาวเย็น

พรายรพียืนกอดอกด้วยท่าทางที่แสดงถึงความมั่นใจและความท้าทาย ข้อมือที่ถือดาบยาวของเขาดูแข็งแกร่ง เสียงเหล็กกระทบกันจากการหมุนดาบในมือของเขาเป็นเสียงที่ทำให้ตลาดเงียบลง

จ้อย: ยืนอยู่ข้างๆ พรายรพี ดูเหมือนจะตกใจ "นาย นายจะเริ่มที่ห้าแสนเลยเหรอ?"

พรายรพี: ยิ้มเยาะ "แค่ห้าแสนเอง ไอ้จ้อย ข้าจะเริ่มที่ราคานี้แค่เพื่อให้ไอ้เข้มมันรู้ว่ามันไม่อาจมาเทียบกับเราได้ ข้าจะสนุกกับการเห็นมันพยายามเอาชนะเรา"

จ้อย: หัวเราะเบาๆ "ฮ่าฮ่า เข้าใจแล้วนาย ขนาดราคาแค่ห้าแสน ยังต้องการทำให้ไอ้เข้มมันเดือดร้อน"

เสียงฝูงชน: ส่งเสียงตื่นเต้นและคึกคัก

เข้ม: เดินเข้ามาอย่างโกรธเกรี้ยว "ไอ้รพี! แกกล้าทำแบบนี้กับข้าหรอ?! ห้าแสน? แกจะเล่นอะไรกับข้าหะ?"

พรายรพี: หันไปมองเข้มด้วยความเย็นชา 

เข้ม: กร้าวเสียง "ไอ้รพี! แกคิดว่าจะแย่งของ ของข้าเหรอ

เข้ม: เดินเข้ามาพร้อมความโกรธ "ไอ้รพี! แกกล้าเหยียบย่ำข้าแบบนี้ได้ยังไง? ห้าแสนเหรอ? แกคิดว่าแกจะขัดขวางข้าได้ด้วยราคานี้?"

พรายรพี: ยิ้มอย่างสะใจ 

เข้ม: ขมวดคิ้วและโกรธจัด "ไอ้รพี! ข้าจะให้ราคาสูงกว่านี้! แกอย่าหวังว่าจะขัดขวางข้าได้ง่ายๆ!"

สมุนของเข้ม: กระซิบเข้าที่หูของเข้ม "พี่เข้ม พอเถอะ เรามีเงินไม่พอจะให้สูงกว่านี้ตอนนี้จริงๆ"

เข้ม: หันไปมองสมุนด้วยความไม่พอใจ "ห๊ะ อะไรนะ? เราไม่มีเงินได้ไงวะ?"

สมุนของเข้ม: ตอบด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความวิตกกังวล "นายใหญ่จำกัดเงินพี่เข้มไว้ตอนนี้ ลืมแล้วเหรอ?"

เข้ม: พ่นลมหายใจด้วยความหงุดหงิด "เชี่ย! ข้าลืมไปจริงๆ..

       เมื่อเสียงของพรายรพีดังก้องไปทั่วตลาด เสือเข้มก็ยอมแพ้และเลิกเสนอราคา ความเงียบที่ปกคลุมตลาดนั้นเผยให้เห็นความมั่นใจของพรายรพีที่ไม่มีใครกล้าท้าทาย

หัวหน้าโจรมองไปที่พรายรพีด้วยความเคารพและความหวาดกลัว “ห้าแสน! “การประมูลเสร็จสิ้นแล้ว!”

พรายรพีเดินไปยังโต๊ะประมูลพร้อมกับดวงตาที่แข็งแกร่งและอำนาจ เขาไม่แสดงอาการใดๆ ที่เกี่ยวกับความตื่นเต้นหรือความพอใจในการชนะ 

         เมื่อชนะเข้มด้วยความสะใจ พรายรพีหันหลังและเดินออกไปจากตลาดอย่างไม่รีบร้อน ความสง่างามและความดุดันของเขาสะท้อนออกมาในทุกย่างก้าว เขาไม่แม้แต่จะหันไปมองที่มีนา หรือสนใจสิ่งที่เขาเพิ่งประมูลได้

การเดินออกไปของพรายรพีทำให้ตลาดตกอยู่ในความเงียบงัน ความรู้สึกของความตกใจและความหวาดกลัวยังคงอยู่ในอากาศ เขาไม่แสดงออกถึงความรู้สึกหรือความสนใจในสิ่งที่เขาได้มาครอบครอง ความเย็นชาและความเถื่อนของเขายิ่งทำให้ผู้คนละแวกนั้นรู้สึกหนาวเย็นไปตามๆกัน

มีนายังคงอยู่ในกรงขังไม้ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านด้วยความกลัวและความสิ้นหวัง เมื่อเห็นพรายรพีเดินออกไปโดยไม่สนใจเธอเลย ความรู้สึกของการถูกทอดทิ้งและความอันตรายที่ยังคงอยู่ในชีวิตของเธอทำให้เธอรู้สึกถึงความสิ้นหวังอย่างมาก

       

      คืนที่ท้องฟ้ามืดครึ้มและเต็มไปด้วยหมอก พรายรพีกลับมาถึงกระท่อมที่อยู่บนยอดเขาในช่วงดึกของคืน เขาเดินด้วยความมั่นใจตามเส้นทางที่คุ้นเคย ร่างของเขากระทบกับแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านต้นไม้หนาทึบ เสียงฝีเท้าของเขาดังสะท้อนในความเงียบของป่า

เมื่อพรายรพีเข้ามาถึงกระท่อม เขาเปิดประตูเข้าไป ภายในกระท่อมเป็นที่เงียบสงัดและมืดครึ้ม

ทันทีที่เขาเดินเข้าไปในกระท่อม เสียงเคลื่อนไหวเบาๆ ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของกระท่อม การเคลื่อนไหวนี้  ทำให้พรายรพีหยุดเดินและตึงเครียด ร่างกายของเขาตื่นตัวอย่างรวดเร็ว

“ใครอยู่ที่นี่?” พรายรพีถามด้วยเสียงต่ำและดุดัน

เขาชะงักหูและมองไปรอบๆ สถานที่นั้น ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เห็นสิ่งใดนอกจากเงามืดที่คุ้นเคย แต่เสียงเคลื่อนไหวที่ยังคงดำเนินต่อไปนั้นชัดเจนและดังกังวานในความเงียบ

พรายรพีเดินไปที่มุมของห้องอย่างระมัดระวัง มือของเขากุมดาบยาวคู่ใจไว้ในมือแน่น แต่เขาก็ไม่เห็นใคร นอกจากความเงียบสงัดที่ครอบคลุม

เสียงเคลื่อนไหวเริ่มชัดเจนขึ้น—ดูเหมือนว่าจะเป็นเสียงของสิ่งของที่เคลื่อนที่หรือบางสิ่งที่พยายามซ่อนตัว ในขณะที่เขาก้าวไปข้างหน้า 

“ออกมาเดี๋ยวนี้!” พรายรพีตะโกนอีกครั้งด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจ

เมื่อเสียงกุกกักดังขึ้นอีกครั้งในความมืดของกระท่อม พรายรพีไม่รอช้า ร่างสูงใหญ่ของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในความสลัว เขากระโจนเข้าไปหาผู้ที่เขาคิดว่าอาจจะเป็นภัยคุกคาม ร่างของเขาบิดตัวเพื่อควบคุมความเร็วและแรงในการกระโจน

พรายรพีเงื้อดาบขนาดใหญ่ขึ้นเหนือศีรษะ ดวงตาของเขากวาดมองหาทิศทางที่มาจากเสียง 

แต่ก่อนที่ดาบของเขาจะถึงร่างตะคุ่มนั้น เสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังขึ้นอย่างกระทันหัน ความหวาดกลัวในเสียงนั้นทำให้พรายรพีหยุดชะงัก เขาหยุดกลางอากาศและหันไปยังต้นเสียง

พรายรพี: มองไปที่มีนาด้วยสายตาที่สงสัยและไม่พอใจ "เธอเป็นใคร? มาที่นี่ได้ยังไง?"

มีนา: ตอบด้วยเสียงที่สั่น "ก..ก็ หัวหน้าโจรส่งฉันมาที่นี่... บอกว่าคุณคือนายคนใหม่ของฉัน"

พรายรพี: ยิ้มอย่างเยาะเย้ย "อ้อ 

มีนา: พยักหน้าอย่างสับสนและหวาดกลัว "ใช่ค่ะ... เขาบอกว่าฉันต้องมาที่นี่และทำตามคำสั่งของคุณ"

พรายรพี: มองไปที่มีนาด้วยความเย็นชา 

มีนา: เสียงสั่นและเริ่มร้องไห้ "ฉันขออยู่ที่นี่ด้วยได้ไหมคะ? ขอให้ฉันอยู่ที่นี่ก่อน... ฉันไม่รู้จะทำอย่างไร"

        มีนาถูกพาตัวมาจากตลาดมืดโดยหัวหน้าโจรที่ว่านั่นก็คือจ้อยลูกน้องพ่อพรายรพีนั่นเอง 

จ้อยได้บอกกับมีนาอย่างทารุณว่าเขาคือหัวหน้าโจรที่มีอำนาจและเงื่อนไขที่ไม่มีทางหนีได้ เขาเตือนมีนาว่า หากเธอพยายามหนีออกไปจากกระท่อมนี้โดยไม่มีพ่อพรายรพีอยู่ด้วย เธอจะตกไปเป็นเมียของทุกคนในรังโจรที่อยู่ใกล้ๆ 

“ถ้าเธอคิดจะออกไปจากที่นี่” จ้อยกล่าวเสียงแข็ง “เธอจะต้องกลายเป็นของเล่นของพวกเรา ไม่มีใครจะมาช่วยเธอจากที่นี่ได้”

คำพูดเหล่านี้ทำให้มีนาตกอยู่ในความหวาดกลัวและสิ้นหวัง เมื่อจ้อยพามาส่งที่กระท่อม

       เมื่อสายตาของพรายรพีปรับตัวได้ในความมืด พรายรพีก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่สั่นเทาอยู่มุมนึงของกระท่อม เธออยู่ในสภาพที่แทบจะไม่สามารถรู้ได้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ร่างของเธอเต็มไปด้วยฝุ่น ใบหน้าของเธอถูกปกคลุมไปด้วยคราบโคลนที่แห้งกรัง เส้นผมยุ่งเหยิงและมีเศษดินติดอยู่ ชุดที่เธอสวมใส่ถูกฉีกขาดและเลอะเทอะด้วยสิ่งสกปรก

พรายรพี: ถอนหายใจอย่างหมดหนทาง "เอ๋า... ถ้าอยากอยู่ที่นี่ก็อยู่ไปเถอะ แต่สภาพของเธอเป็นแบบนี้ ฉันคงต้องให้เธอไปอาบน้ำก่อน"

มีนา: มองพรายรพีด้วยความรู้สึกผสมผสานของความโล่งใจและความวิตก "จริงเหรอคะ? ขอบคุณค่ะ"

พรายรพี: พยักหน้า "ใช่ แล้วไปอาบน้ำให้สะอาด แล้วค่อยมาพบฉันหลังจากนั้น ฉันจะตัดสินใจต่อไปว่าเธอจะต้องทำอย่างไร"

      หลังจากที่จ้อยส่งมีนาไปยังกระท่อม เขาก็เดินออกไปอย่างเงียบๆ ร่างของเขาหายไปในความมืดและความเงียบของคืน

ในใจของเขาเต็มไปด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง ความคิดของเขากำลังหมกมุ่นอยู่กับความสำเร็จที่เขาได้รับ เขาเชื่อมั่นว่าแผนของเขาเริ่มบรรลุผลตามที่เขาต้องการ

"คราวนี้ละเว้ย นายกูจะได้มีเมียกับเขาเสียที" จ้อยคิดในใจพร้อมกับยิ้มอย่างพอใจ เสียงหัวเราะชอบใจ

          

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

kogorou21
kogorou21
ラストにびっくりした(^.^; でも全てがクズ男の自業自得だからな〜 そしてクズ女(^.^; コチラも実にしたたかだった。 ただ、それだけ巨額の借金なら、いわゆる取立屋みたいな存在はいなかったのかな? それとも他の金蔓を見つけていたとか? しかし、自分の借金のために人一人を壊したのは罪深いよね。
2026-04-09 04:09:00
0
0
24 Chapters
第1話
「お母さん、決めたよ……明国に行って、お母さんのところに行く。そして結婚するの」唐澤静香(とうさわ しずか)は深く息を吸い、嬉しい声で言った。「春子ちゃん、やっとわかったのね!お母さんが紹介したあの人、本当にいい人よ。きっと幸せになれるわ!」「……うん」電話を切ると、唐澤春子(とうさわ はるこ)は無気力に床に腰を下ろした。机の上に置かれた彼氏・柳原冬樹(やなぎはら ふゆき)のスマホは、まだ画面がついていて、メモアプリが開かれていた。最新のメモは今日書かれたもので、写真にはハート型のピンクダイヤモンドの指輪が写っている。それは春子の右手の薬指にある指輪と、まったく同じだった。写真の下には小さな文字でこう書かれていた――【この指輪をつける人が明菜だったら、どれほどいいだろう】と。鈴木明菜(すずき あきな)は、冬樹の元カノだった。涙がぽろぽろとこぼれ落ちた。春子の頭の中に、冬樹がプロポーズしてきた日の光景がよみがえった。花束もなければ、片膝をつくこともなく、場所は彼女が最も苦手なフレンチレストランだった。それでも、ピンクダイヤモンドの指輪を見た瞬間、彼女の目には涙が浮かび、すすり泣きながら「うん」と答えていた。五年間付き合っているから、春子は冬樹がもともと細かいことに無頓着な人だと思い込んでいた。だからあまり気にしないようにしていた。しかし、今偶然見てしまったメモですべてを悟った。そこには明菜の好みがぎっしりと書かれていた。【明菜は洋食が好き……明菜は木製の家具が好き……明菜はピンクダイヤモンドが好き……】春子は薬指にはまったピンクの指輪をじっと見つめた。冬樹は細かいところに気を配らないわけではなかった。気にしていなかったのは、彼女だったのだ。息が詰まりそうになった。聞き慣れた足音が近づいてくるのを聞くと、とっさに立ち上がろうとして、机の角に頭をぶつけてしまった。しゃがみこんだ彼女を見て、冬樹は眉をひそめた。彼女はよく、意味のわからないやり方で自分の注意を引こうとするなと、思ったのだ。二歩近づいてやっと気づいた。春子の体が震えていて、額を押さえた手の隙間からうっすら赤い血が見えた。冬樹の表情がさらに険しくなった。「今度は何だよ?」「急に立ち上がったら
Read more
第2話
春子が何も言わずにいると、冬樹は彼女をソファに座らせ、軽く額の腫れを確認した。「ただの擦り傷だ。大げさにするなよ」そう言いながら、冬樹は綿棒とアイスパックを持ってきた。冷たい指先が触れた瞬間、春子の体がピクッと反応した。綿棒が傷に強く押し当てられ、鋭い痛みが走った。「もういい歳なんだから、いつまで俺の手を煩わせるつもりだ?」春子は目を伏せ、あふれ出しそうな涙を、なんとか堪えようとしていた。目が冬樹の部屋着やスリッパにふと触れた。どちらも自分が買ってあげたものだった。春子は聞きたかった。愛していないなら、なぜ自分の好意を当然のように受け取るのか。なぜ、自分の五年間の青春を簡単に奪ったのかと。でも、その言葉が喉まで出かかったとき、冬樹のスマホが鳴り響いた。冬樹はためらうことなくスマホを取り、寝室へと向かった。アイスパックは、無造作に春子の手に投げられた。画面を見ると、着信相手は明菜だった。春子は思わず拳を握りしめ、アイスパックの冷たさに小さく震えた。冬樹の低く抑えた声が途切れ途切れに聞こえてくる。「……すごく痛かっただろう……安心して、怖がるな……すぐ行く」どうやら明菜も怪我をしたらしい。だが冬樹は、苛立ちも責めもせず、優しい声で彼女を慰めていた。まるで心配できることを喜んでいるかのように。愛する人と愛されない人の差は、こんなにも残酷だった。ぼんやりしているうちに、冬樹は上着を掴み、玄関へ駆け出した。「……冬樹」思わず彼を呼び止めた。だが冬樹は眉間にしわを寄せたまま、一度も振り返らなかった。「いい加減にしてくれ。急いでるんだ」その冷たい声に、春子は言いたいことを飲み込んだ。ドアを閉める直前、冬樹の視線がソファで縮こまる春子を捉えた。その一瞬だけ、彼の心がほんの少し揺れた。「家で休んでろ。今度、ディズニーに連れてってやるよ」春子は返事をしなかった。確かに、先月はディズニーに行きたがっていた。でも、もうそこに欲しかったぬいぐるみは残っていなかった。彼女の沈黙に、冬樹は少し不思議そうな顔をした。だが明菜のことが頭にいっぱいの彼は、強くドアを閉めて階段を駆け下りていった。春子は玄関のドアをぼんやり見つめていた。やがてゆっくり立ち
Read more
第3話
朝食を挟んで向かい合っていても、二人は一言も口を開かなかった。食事が終わる頃、冬樹がふと春子の手元に目をやり、何気なく尋ねた。「なんであの指輪、外したんだ?」春子は視線を逸らし、適当にごまかした。「ワンタンを包むとき邪魔だったから、外しただけよ」だが冬樹はすでにスマホに気を取られていて、ただ軽く頷くだけだった。「好きにすれば」明菜からのメッセージに応じるとき、彼の顔には満面の笑顔が浮かんでいた。スタジオに着いてから一時間も経たないうちに、二人のヘアメイクが整った。春子は事前に選んでおいた白いシフォン素材のドレスに袖を通した。散りばめられたクリスタルが光を反射し、幻想的に輝いていた。繊細に仕上げられたメイクと相まって、鏡の中の自分に思わず見惚れてしまった。冬樹もそんな彼女を見て思わず見惚れ、満面の笑みを浮かべた。「春子、本当に綺麗だな」春子は口元をわずかに上げた。綺麗でもそうでなくても、もう彼には関係のないことだから。カメラマンが声をかけてきた。「お客さん、お二人とも目を閉じないように、私がカウントしますね」二人は頷いた。「三、二、一……」その瞬間、冬樹のスマホが突然鳴り響いた。「カシャ」シャッター音がスタジオに響く。春子の視界の隅に、スマホの画面の名前が映った。また、明菜だった。次の瞬間、冬樹は立ち上がった。「ちょっと出る。先に撮ってて」春子が何か言う前に、彼はスマホを握りしめてスタジオを出て行った。「唐澤さん……この写真、どうします?」カメラマンが言いにくそうに声をかけてきた。春子はモニターに顔を近づけて写真を見た。そこには、ぎこちなく笑う自分と、スマホを見つめている冬樹の姿が写っていた。カメラマンは心苦しそうに言った。「彼氏さんが戻ってから撮り直したほうが……」春子は唇を引き結び、小さく首を振った。「いい、このままで」冬樹はもう戻ってこないのだ。午後ずっと、彼の電話が繋がらなかった。夜になり、春子は一人で写真を袋に入れて帰宅した。その中から一枚、二人で写った写真を引き出しにしまい込んだ。彼女はベッドに横たわり、久しぶりに開いたSNSを眺め始めた。ふと、一枚の写真が目に留まった。そこには冬樹と明菜が
Read more
第4話
春子が寝ようとしていると、冬樹が花束を抱えて帰ってきた。「春子、何を持って帰ったと思う?」満足そうな顔で褒め言葉を待っている。まるで昼間、撮影中に急にいなくなったことなんてなかったかのようだった。傷つけたあとで優しくしてくる――彼のいつものやり方だ。春子は無表情で花を受け取った。その表情を見て、冬樹は少し違和感を覚えた。昼間、彼女を写真スタジオにひとり残したことを思い出し、少し後ろめたくなったが、大声で言った。「その花、何軒もの花屋を回ってやっと見つけたんだぞ?それなのに何その態度?」「うん、ありがとう」春子は少し考え込むように頷き、包装をほどいて一本一本丁寧に花瓶に生けていった。どの百合も新鮮で、この時期に手に入れるのは確かに大変だっただろう。花には罪はないし。彼女が茎を整える様子を見て、冬樹はほっと息をついた。スマホの画面がまた光ると、彼は笑顔でメッセージを返し始めた。春子はふと思い立ち、再び同窓グループから明菜のアイコンを探し、彼女の投稿を開いた。一番上の投稿は、ついさっきのものだった。写真には、美しく咲いたチューリップが写っていた。豪華で繊細なボックスに入っていた。キャプションには【深夜でも、あなたを想う人は一番綺麗な花を届けてくれる】と書かれていた。春子の手が止まった。自分のこの百合は、明菜のチューリップのおこぼれにすぎなかったのだ。百合の香りが急に鼻につくように感じられた。残りの花をベランダに放り出し、花瓶は洗面所に捨てた。……翌朝。冬樹が目を覚ますと、春子はすでに朝食を用意していた。牛乳とパンという、非常にシンプルなメニューだった。二人は黙って食事をし、冬樹はふと気づいた。最近、春子は口数が減ったなと。「どうした?最近ずいぶん静かだな」春子は少し間を置いて、何気なく答えた。「仕事がちょっと忙しいだけ」嘘ではなかった。実際、彼女は退職前の引き継ぎで忙しくしていた。「そうか、無理はするなよ、あんまり……」途中まで話していたが、冬樹はスマホに気を取られ、そのまま夢中でメッセージに応じ初めた。数分後、我に返り、さっきの続きを言った。「……あんまり頑張りすぎないように」「うん」春子の声は穏やかだった。
Read more
第5話
春子は岸谷結衣(きしたに ゆい)と三つの通りを歩き回り、何杯かコーヒーを飲んで少し気持ちが楽になった。ちょうど食事に行こうとしたその時、突然、春子の腹に激しい痛みが走った。結衣は慌てて春子を最寄りの市立医院に連れて行き、彼女をベンチに座らせると、自分は受付へ走った。腹を押さえながら座る春子は、痛みで視界もぼやけていた。「春子?」白衣姿の冬樹が突然目の前に現れた。冬樹は整形外科の医師で、内科と同じフロアにいた。彼は険しい表情で言った。「今夜は用事があるって言っただろ?何やってるんだ?俺がどれだけ忙しいか分かってるのか?こんなくだらないことに付き合う暇なんてないんだよ!」矢継ぎ早に飛んでくる非難の声と腹の痛みが重なり、春子は吐き気すら覚えた。その時、番号札を取って戻ってきた結衣が冬樹を見かけて明るく言った。「来てくれたのね!春子が急にお腹を痛がって歩けなくなって……でも私も家のことで急いでて。だから、春子のことはお願い、ちゃんと面倒見てあげて!」そう言いながら番号札を冬樹の手に押し付け、春子の肩を軽く叩いて慌ただしく去っていった。内科の番号札を見て、ようやく冬樹は春子が腹を押さえ、顔が真っ青なことに気づいた。春子は顔を背け、彼を見ようとしなかった。その冷たい態度に、冬樹は珍しく動揺した。「……俺の誤解だった。すぐに内科に連れて行く」そう言いながら、彼女の肩を抱こうと近づいたが、手は振り払われた。弁解しようとしたその時、後ろから甘ったるい声が聞こえた。「冬樹くん、また足が痛くなってきたの……」石膏で固定された足を引きずり、松葉杖をついた明菜が近づいてきた。大きな瞳には涙がいっぱいに浮かんでいた。冬樹はぎこちなく振り返った。明菜に駆け寄ろうとしたが、隣の春子が気になり躊躇する。鼻で笑いながら春子が口を開いた。「鈴木さん、泣くほど痛がってるじゃない。早く診てあげれば?」そう言いながら腹を押さえつつ立ち上がり、場所を移ろうとした。その冷たい顔を見て、冬樹の胸は突然締めつけられたような感じがした。もう一度彼女の肩に手を伸ばし、言った。「内科まで送るよ……」「いいよ。自分で行けるから」そのやり取りを見ていた明菜の表情が一瞬強ばった。わざとらしく猫な
Read more
第6話
冬樹が手配した新入りの看護師が春子を内科に連れて行き、点滴に付き添い、薬も受け取ってくれた。薬を手にした春子は看護師に礼を言い、帰ろうとしたが、看護師に引き止められた。「春子さん、柳原さんももうすぐ仕事が終わるのですが、もう少し待ちませんか?」春子は微笑んで答えた。「用事があるので、先に失礼するね」看護師は少しためらいながらも、手を引っ込めた。春子は振り返らず、そのまま病院を後にした。冬樹は今、「夢見る恋人」の治療で忙しくて、自分のことなど気にかける暇はないのだ。腹の痛みはすでに和らぎ、春子はリビングに座って無表情でチケットアプリを開いた。数分後、日曜発カリフォルニア行きの航空券を予約し終えた。そして、すぐに航空会社のカスタマーセンターから確認の電話がかかってきた。「はい、そうです。その時間帯の便で合ってます」そう答えた直後、冬樹が帰宅した。その瞬間、彼の胸に嫌な予感が走り、息が荒くなった。「今なんて?どこに行くつもりなんだ?」彼の声が聞こえた途端、春子の身体がピクッと震えた。さっきまで集中していたため、玄関の音にすら気づかなかったのだ。緊張を隠しつつ、できるだけ冷静を装って答えた。「旅行の下調べ。チケットの値段をちょっと確認しただけ」冬樹の眉間の皺が少し和らいだ。「どこでもいいよ。好きなところでいい」春子は彼の目を避けた。彼にほんの少しでも彼女の異変に気づく感受性があったら、何かおかしいと感じたはずだった。彼女はいつも、何か決める時は必ず冬樹と話し合ってきた。ましてや二人に関わることならなおさらだ。けれど、彼はいま昼間のことで心を奪われていて、考える余裕はなかった。「診断結果は普通の胃腸炎だ。注射一本で治るよ……」少し間を置いて、冬樹は言い訳がましく声を強めた。「明菜のほうが急を要してたから、検査に付き添っただけだ。そんなに気にするな」どこか言い訳がましい彼の態度に、春子の中にはもう何の感情も湧かなかった。目を閉じ、落ち着いた声で言った。「その判断は正しいよ。長年の友人を放っておけないのは当然だもの。それに、病状が重い患者を優先するのも医者として当然のこと」ただし――彼は医者ばかりではなく、春子の婚約者でもあった。その言葉は口にし
Read more
第7話
その夜、春子は電話をしながら、二人の写真で飾られた壁をきれいにしていた。この装飾は、彼女が強く望んで作ったものだった。毎年の思い出の写真を印刷して壁に貼り続け、今では一面を覆い尽くすほどになっていた。「春子ちゃん、なんで海外に行くってもっと早く教えてくれなかったの?寂しすぎるよ!全部あのクズ男のせいだよ……」春子が渡航を決めてから、結衣は毎日のように電話で三十分以上話していた。だが引き止めることは一度もなかった。もうとっくに気づいていたのだから。あの男が春子のことを本気で大切にしていないことに。何度も忠告してきたけど、春子はまるで催眠にかかったように冬樹を理想の男だと信じていた。そんな彼女がついに決断した。それがどれほど勇気のいることか、結衣はよくわかっていたから、心の底から嬉しかった。結衣の泣きそうな声を聞きながら、春子は微笑んだ。「落ち着いたらすぐチケット送るね。こっちに遊びにおいで。私もたまには帰国して会いに行くから」電話を切ると、春子は最後の数枚のフレームを片付け始めた。そして、最後の釘を抜いた瞬間――突然、強い腕が彼女を背後から抱きしめた。冬樹だった。彼は唇や耳の後ろ、首筋に狂ったようにキスを落としてきた。春子の最初の反応は驚きだった。おかしい、彼はきっとさっきの電話の内容を聞いたに違いない。心臓が激しく打ち鳴った。春子は動揺を必死に抑え、冬樹を押しのけた。だが次の瞬間、冬樹は眉をひそめながら彼女を再び強く抱きしめた。「最近、なんで俺の仕事のこと聞いてこないんだ?それに、これらの写真まで外しちゃって……」以前の春子は冬樹に夢中だったから、彼の仕事の細かい話でも楽しそうに聞いていた。だが今の彼女は、もう彼のことを知りたいという気持ちを完全に失っていた。「最近すごく疲れてるみたいだったから、休ませてあげようと思ったの。それに、この壁、あなたはいつもごちゃごちゃしてて嫌だって言ってたでしょ」その声は不自然なほどに穏やかだった。まるで本心を隠すような、静かな優しさだった。「もう休んで」冬樹の胸にじんわりとした感情が広がった。きっと、もうすぐ結婚するからだろう。だから、春子はどんどん思いやりのある女性になっているのだと。彼はそう思った。
Read more
第8話
道中、春子はずっと黙っていた。冬樹は少し戸惑った。これまでは二人で出かけると、いつも春子が話題を振ってくれていたからだ。「胃腸炎がまだ治ってないからかな……」と、そう思いながら、冬樹はその疑問を口に出しかけた。そのとき、彼のスマホがまた鳴った。春子が窓の外をじっと見ているのを確認すると、冬樹はさっと通話を切った。「出ないの?」春子の問いに、冬樹は肩をすくめて答えた。「もうすぐ映画始まるから」春子は微笑んだ。でも、その目は笑っていなかった。冬樹は気づいていなかった。スマホを見つめたまま、何かを考えているようだった。カップルシートに着くと、春子はポップコーンを抱え、スクリーンをじっと見つめた。『ガーディアンズ・オブ・ギャラクシー:Vol3』のオープニングを眺めながら、少しだけ心が軽くなった気がした。その隣で、冬樹はスクリーンも見ずに、何度もスマホをチェックしていた。周りのカップルたちは小声で映画の感想を話し合い、時折じゃれ合っては女の子が男の子の手を軽く叩いた。男の子は笑いながら手を握り返し、指を絡めた。春子はスマホに夢中な冬樹をちらっと見た。彼のタイピングはどんどん速くなり、額には薄っすら汗がにじんでいた。スクリーンではスター・ロードが追い詰められ、仲間を必死に呼んでいた。これから盛り上がるシーンのはずだった。でも、仲間が現れる前に、冬樹は急に立ち上がった。後ろのカップルが視界を遮られ、不満そうに小声で囁いている。冬樹はその場で立ち尽くし、言い訳を探しているようだった。その沈黙を破ったのは春子だった。「また病院で何かあったんでしょ。行ってあげなよ」その言葉を聞いた途端、冬樹はすっと赦されたように映画館を飛び出した。残されたのは、巨大なポップコーンと特大サイズのコーラ二つ。背後のささやきは次第に大きくなり、「クズ」や「最低」などの言葉が聞こえてきた。春子は気にせず、ポップコーンをつまみながらスター・ロードの逆転劇を見守った。本当は、冬樹はそこまで悪い男ではなかった。好きでもないのに、五年間も無理に付き合ってきたのだから、彼なりに苦労していたのだろう。映画が終わり、エンドロールが流れる頃、春子はスマホで天気予報をチェックした。気象局は大雨特別警報
Read more
第9話
冬樹は明菜を家まで送った。洗面所に行って戻ると、明菜はもうシルクのキャミソールパジャマに着替えていた。薄暗い明かりの中で、彼女の魅惑的なスタイルがぼんやり浮かんでいる。冬樹がソファに座ると、明菜はさっと彼の首に腕を回して唇を重ねた。冬樹は全身が固まり、意識が遠のきそうになった。明菜が何を求めているのか、彼にはよくわかっていた。けれども、とろけるような明菜の瞳や、つるつるした額を見ると、なぜか春子の額のあざが思い浮かんだ。あの机の角にぶつかってから、あざは今日まで残っている……彼女の胃腸炎も良くなっただろうか。夕飯はちゃんと食べたのだろうか……そんなことを考えているうちに、無意識に明菜を押しのけ、立ち上がった。「お腹すいてるだろ?何か作ってくるよ」そう言うと、慌ててその場を離れた。ソファに残った明菜は呆然と彼を見送った。ずっと私のことが好きだったんじゃないの?それとも、本当にあの唐澤のことを好きになったの?そんなわけがない。冬樹は何度も春子を捨てて、私のところに来てくれたんだもの。自分に本気じゃないはずがない。明菜は自信たっぷりにキッチンにいる冬樹の背中を見つめ、笑った。冬樹は冷蔵庫の中の冷凍ワンタンをじっと見つめていた。そのワンタンは大きくて雑に包まれていて、普段春子が包んでくれている、小さくて繊細なものとはまるで違っていた。彼は春子がワンタンを美味しいと言って以来、彼女が数日に一度、大量に作ってくれていたのを思い出した。普段は春子が三食全部用意してくれていて、彼が料理をすることはなかった。だから今日になって、自分がワンタンすらちゃんと茹でられないことに気づいたのだ。説明書通りにワンタンを鍋に入れながら、冬樹は無意識に声をかけた。「春子、これで合ってるかな?」自分の言葉に気づいて、そこでピタッと止まった。「冬樹くん、誰に話しかけてるの?」明菜が杖をついてキッチンの入口に現れ、不満そうに言った。「早くSNSで私のこと、五年間付き合ってる彼女だって公表してよ!」冬樹が黙り込むと、明菜はますます不満そうに近寄り、彼を強く抱きしめた。「ちゃんと言ってよ。そうしなきゃもうあなたのこと無視するからね」冬樹は混乱したまま立ち尽くした。五年も一緒にいた春子
Read more
第10話
「春子、もう怒らないで、ほらお菓子買ってきたから……」部屋を見渡して、冬樹は急に足を止めた。大きなお菓子の袋が床に落ち、中身が散らばっている。部屋はがらんとしていた。クローゼットは半分以上空っぽで、彼の服だけが残っていた。ペアのカップにペアのスリッパ、ペアのタオル、ペアのぬいぐるみ――どれも彼一人分しかなかった。枕は二つあるけど、春子がここにいた形跡はほとんど見えなかった。冬樹は眉をひそめて怒りを込めて声をあげた。「春子、ふざけるな!早く出てこい!」足音を別の部屋へ向けて響かせた。「出てこなきゃ怒るぞ!」強い言葉だったけど、呼吸はだんだん荒くなっていく。「春子!」別の部屋にも全く彼女の気配はなく、冬樹の自信はすっかり消えて声が震えた。「春子……」他の部屋も探し回りながら、冬樹は目を真っ赤にして書斎に飛び込んだ。机の上には、春子が何晩もかけて作った結婚式の計画書が広げられているはずだ。ウェディングドレスや礼服のデザイン、式の各シーンのデザイン図まで、全部彼女の手描きだ。冬樹はずっと疑問を抱えていた。なぜ春子は結婚式の準備を業者に任せず、自分でやろうとしたのか。彼はプロに任せるべきだと思っていた。だけど春子は頬をふくれて言い張った。「私の結婚式は私が決めたい。夢の結婚式を自分でデザインしたいの。七十歳、八十歳になっても、ずっと思い出せる最高の思い出にしたいの」と。彼は今でもあの時の彼女の姿を覚えていた。細く曲がった目の奥に、広い星空が隠れているみたいだった。暗い机の上を見つめ、震える手で引き出しを開ける。そこにあったのは、丸められてぐちゃぐちゃになった結婚式の計画書、ハート形のピンクダイヤモンドの指輪、そして一枚の写真だった。写真は一番上に置かれていた。赤い壁の前で春子は苦笑し、隣の彼はスマホを見下ろしている。そんな形式だけの写真を、彼女はわざわざ印刷して残していたとは。震える手でぐしゃぐしゃの計画書を取り出し、なんとか伸ばそうとするが、その下にある紙に目が止まった。そこには、春子の書いた「別れよう」という一行だった。血走った目で冬樹はその紙を見つめ、いたずらの痕跡を探そうと必死になった。でも無駄だった。握りしめた手は汗でびっしょり
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status