บททั้งหมดของ พอแล้ว! บทนางร้ายข้าไม่อยากเป็น (ซีรีส์ชะตานางร้าย): บทที่ 121 - บทที่ 130

241

แย่งชิง [2]

บทที่ 6“พี่สาวแล้วชิ้นนี้เล่า ข้าทำดีหรือไม่”“เจ้าค่ะ คุณชายยังคงเป็นบุรุษที่ยอดเยี่ยมสำหรับข้ามากที่สุด” ที่เงียบไปมิใช่เพราะตั้งใจฟัง แต่เป็นเพราะยังคงทึ่งกับความสามารถของท่านอ๋อง เขารู้ได้อย่างไรว่าหินพวกนั้นไม่ใช่หินธรรมดาชาติก่อนได้ยินว่าชายสวมหน้ากาก นำไปเจียรนัยแล้วทำเป็นเครื่องประดับ ก่อนจะส่งประมูลอีกครั้ง ขายได้เป็นแสนตำลึกเชียวละเสียดายตายก่อน จึงไม่รู้สักทีว่าชายสวมหน้ากากผู้นั้นคือใครเซิ่งฟ่านสิงชักไม่แน่ใจแล้วว่าทั้งสองสนิทกันไปถึงขั้นไหน แต่ที่แน่ ๆ ไม่ใช่แบบธรรมดาเสียแล้ว กลับไปคงต้องคาดคั้นเอาความจริงกับนางเสียหน่อย มีความสัมพันธ์แบบใดกันแน่หลังจากรอให้มีคนสู้ราคาอยู่ชั่วครู่ แต่ก็ไม่มีผู้ใดยอมยกป้าย อนึ่งเป็นเพราะคนผู้นั้นคือรุ่ยอ๋อง หากหลีกได้ก็ย่อมต้องหลีกให้พ้นอยู่แล้ว ผู้ใดจะกล้าขวางทาง แค่หินก้อนเดียวจะเทียบกับชีวิตทั้งชีวิตได้อย่างไร แต่สตรีชุดขาวผู้นั้นก็ช่างอาจหาญ กัดฟันสู้ยิบตา“หินก้อนสุดท้ายเป็นเอกฉันท์แล้วว่ารุ่ยอ๋องเป็นผู้ได้ไป ขอแสดงความยินดีกับท่านอ๋องด้วยพ่ะย่ะค่ะ ต่อจากนี้คือการผ่าหินทดสอบดวง ผู้ใดอยากรับชม เชิญด้านนี้เลยขอรับ” ผู้ดำเนินงานผายม
อ่านเพิ่มเติม

อำนาจใครมากกว่า [1]

บทที่ 7ในเมื่อเล่นนอกบทแล้วยังพลาด เช่นนั้นก็คงต้องใช้แผนอื่น หยู่เยียนเดินฝ่าผู้คนด้วยความมุ่งมั่น จุดมุ่งหมายของนางคือผู้ชนะการประมูล ของที่นางไม่ได้ในวันนี้อย่างไรต้องได้ในสักวันหยู่เยียนเหยียดยิ้มภายใต้ผ้าปิดหน้า ความมั่นใจของนางพุ่งสูงเฉียดฟ้า ข้อดีของการเป็นนางเอก หากต้องการสิ่งใดก็ล้วนแล้วแต่ต้องได้ บุรุษใดเล่าต้านทานความเป็นนางเอกไหวหรือตัวละครรุ่ยอ๋องแม้จะหักหลังในตอนท้าย และนิยายไม่ได้บอกเล่าถึงเหตุผลของการหักหลังแต่ก็พอเข้าใจได้ นั่นคงเป็นเพราะนางเอกไม่ให้ความสนใจเจ้าตัวจึงคิดแค้น ที่ทำไปทั้งหมดเพราะเสียหน้าก็เลยพาลหาเรื่องหากตนแสดงออกว่าสนใจเขาเล่า จะยังสามารถต้านทานเสน่ห์ได้หรือ ขี้คร้านคงไม่พ้นมอบกายถวายชีวิตกับแค่รุ่ยอ๋อง ทำให้กลายเป็นหมาเชื่อง ๆ ตัวหนึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยาก...“คารวะท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันหยู่เยียนบุตรสาวท่านกั๋วกงเซิ่งเพคะ” หญิงสาวทำความเคารพผู้สูงศักดิ์ด้วยท่วงท่าอ่อนช้อยงดงาม ทั้งยังไม่ลืมที่จะล่อลวงอีกฝ่ายด้วยสายตาเชิญชวน ประหนึ่งบอกว่าหากเขาสนใจ นางก็ยินดีสานสัมพันธ์จ้าวรุ่ยเจ๋อแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น พลางยกแขนขึ้นพาดไหล่เซิ่งหวั่นเอ๋อร์ ไม่สนใจว่า
อ่านเพิ่มเติม

อำนาจใครมากกว่า [2]

บทที่ 7“เอ๋...แปลกนัก ข้าคิดอยู่นานแต่ก็คิดไม่ได้สักที” อยู่ ๆ เซิ่งหวั่นเอ๋อร์ก็พูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หญิงสาวแสร้งทำท่าครุ่นคิด ราวกับว่ามันเป็นเรื่องใหญ่อย่างไรอย่างนั้น“เจ้าสงสัยอะไรหรือหวั่นเอ๋อร์”เซิ่งหวั่นเอ๋อร์ซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ภายใต้ใบหน้าสงสัย ในที่สุดพี่ใหญ่ก็ติดกับ เมื่อปลาติดเบ็ดมีหรือนางจะยอมปล่อยให้หลุดไปง่าย ๆ“พี่ใหญ่ข้าคิดอย่างไรก็คิดไม่ตกเจ้าค่ะ ท่านแม่ให้เงินรายเดือนข้ากับน้องสาวเท่ากัน คนละสองพันตำลึงทุกเดือน แต่ทำไมน้องสาวถึงได้ร่ำรวยนัก เมื่อครู่เงินหมื่นตำลึงนางจ่ายได้อย่างไม่ต้องคิดเลย ใช่แล้วต้องเป็นเพราะน้องสาวฉลาดแน่เลย ส่วนข้าไม่ได้ร่ำเรียนจึงโง่เขลาไม่รู้ว่าทำเงินหายได้อย่างไร ทุกเดือนได้เงินใช้แค่สองตำลึงเอง”คำพูดของเซิ่งหวั่นเอ๋อร์ทำให้คนที่ได้ยินต่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะเสี่ยวติงสาวน้อยผู้ติดตาม ไม่คิดว่าคุณหนูจะกล้าทวงเงินที่ถูกหมกเม็ดไปโต้ง ๆ เช่นนี้“เจ้าว่าอย่างไรนะ ได้เงินแค่สองตำลึง เกิดเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร คงไม่ใช่ทำหายธรรมดาแล้วกระมัง ไม่ต้องห่วงประเดี๋ยวพี่จัดการให้เอง” เซิ่งฟ่านสิงได้ยินเขาถึงกับเดือดขึ้นมาทันที นอกจากไม่มีบ่าวไพร่คอย
อ่านเพิ่มเติม

ข้านี่แหละพระเอก [1]

บทที่ 8หยู่เยียนถึงกับหน้าม้านเมื่ออีกฝ่ายไม่แม้แต่จะเหลียวมอง หรือว่าที่นางทำไปทั้งหมดยังแสดงออกไม่มากพอจ้าวรุ่ยเจ๋อจึงยังไม่เข้าใจในสิ่งที่นางสื่อถึง เช่นนั้นไม่เป็นไรยังมีเวลาอีกมาก อย่างไรเสียนิยายเรื่องนี้ตนก็เป็นตัวเด่น และเป็นตัวละครชี้ชะตาผู้อื่น ไม่มีสิ่งใดที่ต้องกังวลมากกว่านี้ข้าก็ยังเคยทำมาแล้ว กับแค่อ่อยบุรุษคนเดียวจะไปยากอะไร ไม่เชื่อหรอกว่ารุ่ยอ๋องจะต้านทานรูปโฉมข้าได้หยู่เยียนคิดกระหยิ่มกระย่องใจ จำได้ว่าอ๋องตัวร้ายเคยปักใจกับสตรีนางหนึ่ง แต่ในนิยายไม่ได้ระบุถึงที่มาที่ไป กล่าวไว้เพียงว่าสตรีผู้นั้นมีปานบนไหล่ซ้าย หลังจากนั้นก็ไม่มีกล่าวถึงอีกเลย จวบจนเจ้าตัวพบนางเอก ตามเกี้ยวอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะมีการหักหลังกันเกิดขึ้น ดีละ นางจะใช้เรื่องนี้ล่อลวงรุ่ยอ๋อง ไม่มีปานบนไหล่ซ้ายก็ช่างปะไร แค่ปานสร้างขึ้นเองก็สิ้นเรื่อง เพียงเท่านี้ก็สามารถสวมรอยเป็นทั้งสตรีที่รุ่ยอ๋องเคยปักใจได้แล้ว ตนก็จะได้ทั้งทรัพย์สมบัติและชื่อเสียง หมดประโยชน์ค่อยเขี่ยทิ้งความรักข้าไม่สนใจหรอก สิ่งที่ข้ารักคือชื่อเสียงเงินทองต่างหากเล่า...หยู่เยียนสะบัดหน้าเดินหนีไปทันที ไม่สนใจแม้แต่จะรอพี่ชายเส
อ่านเพิ่มเติม

ข้านี่แหละพระเอก [2]

บทที่ 8“น่องไก่ชิ้นนั้นอร่อยหรือไม่”“อร่อยเพคะ หม่อมฉันกินไปตั้งสามน่องแน่ะ”“ข้าก็อยากกิน”เซิ่งหวั่นเอ๋อร์ถึงกับนิ่งค้างไปชั่วครู่ ไก่ในปากร่วงตกพื้น ผู้ใดมันจะไปคิดว่ารุ่ยอ๋องอยู่ ๆ ก็โน้มตัวเข้าหา แล้วกัดน่องไก่จากมือคนอื่นอย่างหน้าไม่อาย มิหนำซ้ำยังกัดซ้ำตรงที่นางกัดไปแล้วด้วยนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...เสี่ยวติงบ่าวผู้ซื่อสัตย์รีบเข้าไปยืนบังเจ้านายทั้งสองทันที แต่ก็ไม่ลืมที่จะดึงเอาซื่อคังเข้าไปด้วย นางตัวเล็กนิดเดียวบังสายตาใครก็ไม่ได้หรอก ยังดีที่ท่านองครักษ์ตัวใหญ่ แค่เขาคนเดียวก็บังนายท่านทั้งสองได้เป็นอย่างดี “อืม... อร่อยจริงด้วย มิน่าเจ้าถึงได้กินไปชมไป ดูสิเปื้อนหมดแล้ว” นอกจากกินไก่ชิ้นเดียวกัน จ้าวรุ่ยเจ๋อก็ยังเช็ดมุมปากบางที่เปื้อนน้ำแกงราดไก่ ก่อนจะดูดนิ้วที่เปื้อนหน้าตาเฉย พานทำให้สตรีตรงหน้านิ่งค้างไปอีกรอบชายหนุ่มเกือบจะหลุดขำอีกระลอก เมื่อเห็นว่าเซิ่งหวั่นเอ๋อร์ทำตัวไม่ถูก ลนลานยัดน่องไก่เข้าปากแก้เก้อ ดู ๆ ไปแล้วก็น่ารักดีไม่น้อยชายหนุ่มหวนนึกถึงสิ่งที่ได้ยินก่อนมาที่นี่ ไม่เช่นนั้นเขาคงได้ตัดสินใจทำเรื่องที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ย้อนกลับไปเมื่อสามชั่วยามก่อน (6
อ่านเพิ่มเติม

พระเจ้า [1]

บทที่ 9เวลาต่อมาจ้าวฉางเล่อได้พาจ้าวรุ่ยเจ๋อมาถึงที่ซ่อนนักเขียน ทันทีที่เหมยลี่เห็นหน้าก็บังเกิดความเหม็นเบื่อ กระนั้นนอกจากบ่นก่นด่าในใจแล้ว อย่างอื่นเธอก็ทำอะไรไม่ได้มาอีกแล้วหรือตัวขัดการนอนของฉัน ไม่อยากเป็นแล้วอาชีพนักเขียน ฉันอยากเป็นนายหญิง วันทั้งวันกิน นอน รอรับเงินจากสามีอย่างเดียวจะได้ไหม... ลืมไปแฟนไม่มีนี่หว่า ที่เคยมีก็ถูกนังไฮยีน่าคาบไปรับประทานหมดแล้ว ชีวิตฉันนี่มันบัดซบจริง ๆ“พระเจ้าช่วยลูกด้วย ขอให้ทุกอย่างคือภาพลวงตาด้วยเถอะ เพี้ยง!” เหมยลี่ยกมือขึ้นพนมแนบอก มีเพียงพระเจ้าที่เป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของเธอในตอนนี้ แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผล“จะร้องหาพระเจ้าไปทำไมเล่า ในโลกนิยายแห่งนี้เจ้ามิใช่หรือคือพระเจ้า” จ้าวฉางเล่ออดที่จะพูดกระทบกระเทียบเสียมิได้ อยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงนัก คนที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาก็ตัวเองทั้งนั้น ยังจะร้องหาพระเจ้าหรือใครอื่นให้ช่วยอีกหรือเหมยลี่ถลึงตาใส่อย่างไม่กลัวเกรง มันก็จริงอย่างเขาว่า เธอเป็นคนสร้างขึ้นมาเองกับมือจะร้องไห้ใครช่วย แต่อย่างไรก็ไม่ควรจะใช้งานกันราวกับเครื่องจักรเช่นนี้ คนนะไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ต้องทำงานตลอดทั้งวัน ถ้าเกิดเธ
อ่านเพิ่มเติม

พระเจ้า [2]

บทที่ 9แต่แทนที่เหมยลี่จะกลัว เจ้าตัวกลับแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ ข่มขู่อย่างไรเหมยลี่ก็ไม่ได้สลด สุดท้ายก็หัวเสียต้องเดินหนีเสียเอง การที่เหมยลี่ไม่กลัวจ้าวฉางเล่อเท่าจ้าวหลิวหมิง นั่นเพราะจ้าวฉางเล่อมักจะขู่แต่ก็มิได้ทำจริงผิดกับเจ้าหลิวหมิงรายนั้นนางเคยลองของแล้วครั้งหนึ่ง เขาถึงกับจะเผาต้นฉบับทิ้ง ซึ่งนั่นอาจเป็นหนทางรอดกลับโลกปัจจุบันเพียงหนึ่งเดียวของเธอ ทำให้นับจากนั้นรู้ว่าคนไหนควรต่อล้อต่อเถียง คนไหนควรจะเงียบ“อย่างไร”“ลบทุกอย่างออกให้หมด ไม่มีนิยายของเจ้าคอยกำหนดชะตาข้าหรือใคร ๆ เท่านี้เจ้าทำได้หรือไม่”“ฉันไม่แน่ใจ ถ้าลบแล้วนายและคนอื่นจะหายไปไหม จะยังมีตัวตนหรือไม่ ถ้าอย่างนั้น รอข้าประเดี๋ยว”เธอยังไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน ที่ผ่านมาคือลบแล้วเขียนขึ้นใหม่บางส่วน จึงไม่รู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายขอจะได้หรือไม่ เธอจึงไม่อยากจะรับปากไปส่ง ๆ อย่างไรก็ต้องหาข้อพิสูจน์ให้ได้ก่อนเหมยลี่กางบทนิยายเรื่องที่สามออก พร้อมกับเริ่มเขียนตัวหนังสือบนหน้ากระดาษ เขียนบ้างลบบ้าง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นออกคำสั่งให้จ้าวรุ่ยเจ๋อทำตาม“นายลองทำอะไรก็ได้ให้ฉันดูหน่อย”“อะไร” ชายหนุ่มถึงกับมึนงงไม่เข้าใจ อยู่ ๆ ก็
อ่านเพิ่มเติม

ยอมเสียที่ไหน [1]

บทที่ 10หลังจากแยกกับจ้าวรุ่ยเจ๋อ เซิ่งหวั่นเอ๋อร์กลับถึงจวนก็ต้องเผชิญกับบรรยากาศที่แสนจะน่าอึดอัดหญิงสาวนั่งนิ่งหลังตรง ทว่าในใจนั้นกลับไม่ได้ยินดีกับสถานการณ์ตรงหน้า ค่ำนี้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากกลับถึงจวนก็ถูกเรียกตัวให้มาร่วมโต๊ะอาหาร ทั้งที่ผ่านมาไม่พวกเขาไม่เคยทำเช่นนี้สักครั้งหรือหากจะพูดให้ถูกก็คือ ปกติแล้วนางไม่เคยเลยที่จะได้ร่วมโต๊ะอาหารกับบุพการี มีเพียงหยู่เยียนเท่านั้นที่ได้รับเกียรติ กินข้าวร่วมกันแทบจะทุกวันก็ว่าได้แล้วไยวันนี้ถึงได้เรียกข้าเล่า...“นั่งเฉยกันอยู่ทำไม พร้อมแล้วก็ทานเสียสิ” เซิ่งฟ่านฉีผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวเอ่ยทำลายความเงียบ เอาแต่นั่งมองหน้ากันไปมาอยู่เช่นนั้นไม่ยักตักอาหารเสียที ชักช้ายืดยาด ข้ายังมีงานต้องสะสางอีกมากไม่รู้หรืออย่างไรสิ้นคำเซิ่งกั๋วกงทุกคนจึงลงมือเริ่มมื่ออาหาร มารดาคอยตักอาหารแต่ละอย่างตามความชอบของทุกคนก็ช่างเป็นภาพที่แสนอบอุ่นนัก หากจะดีกว่านี้ถ้าไม่เลือกปฏิบัติกระนั้นเซิ่งหวั่นเอ๋อร์ก็มิได้ใส่ใจ ก็เข้าใจดีบทนิยายมันส่งมาเพื่อให้ตนกลายเป็นคนนอก ชาติก่อนก็เป็นเช่นนี้ ทำให้ขาดสติสาดน้ำแกงใส่หยู่เยียน ถูกบิดาสั่งทำโทษโบยถึ
อ่านเพิ่มเติม

ยอมเสียที่ไหน [2]

บทที่ 10ความลำบากและอดอยากที่เคยได้รับ ให้บรรยายเป็นคำพูดก็ไม่หมด ฉะนั้นชาตินี้สิ่งที่จะเลือกมิใช่ความรักจากครอบครัวอีกต่อไป แต่จะขอเลือกทรัพย์สินเงินทองของมีค่า ของพวกนี้ต่างหากเล่าไม่เคยหักหลังใครผู้ใดอยากได้ความรักก็เอาไปเถิด ข้าไม่แก่งแย่งชิงดีด้วยหรอก มันเสียเวลา...“เป็นสตรีเหตุใดไม่รู้จักสำรวม ดูสิทั้งข้าวเศษอาหารตกเต็มโต๊ะติดทั้งหน้า แล้วไหนจะกินมูมมามเหมือนหมูอีกเล่า น่าอายจริง ๆ” จากเดิมที่กำลังอารมณ์ดี บัดนี้กลับหัวเสียและรู้สึกขัดตา เซิ่งฟ่านฉีวางตะเกียบกินข้าวต่อไม่ลง“ท่านพ่อใจเย็นก่อนนะเจ้าคะ พี่หญิงไม่ตั้งใจทำให้เสียบรรยากาศ คงเพราะอาหารบ้านเราอร่อย พี่หญิงจึงรีบกินเกินไปไม่ทันสำรวม ใช่หรือไม่เจ้าคะพี่หญิง”หยู่เยียนลุกจากที่นั่งรีบแก้สถานการณ์ ก่อนจะกวักมือเรียกสาวใช้ให้ยกถาดเปล่าเข้ามา จากนั้นจึงช่วยกันเก็บซากเศษอาหารที่เซิ่งหวั่นเอ๋อร์คายทิ้งไว้ออกจากโต๊ะให้สะอาดเดิมทีเซิ่งหวั่นเอ๋อร์ควรต้องร้องห่มร้องไห้น้อยใจ แล้วสาดน้ำแกงร้อนใส่ตนแล้วมิใช่หรือ เหตุใดยังไม่ทำอีก หรือว่ายังกระตุ้นไม่มากพอ เช่นนั้นก็ควรต้องจัดฉากสักหน่อยแล้วกระมัง“ไม่เป็นไรนะเจ้าคะพี่หญิง เรื่อง
อ่านเพิ่มเติม

ยกเลิก [1]

บทที่ 11เพราะคำพูดของเซิ่งหวั่นเอ๋อร์ ที่เกิดจากความตั้งใจป่วนสร้างความวุ่นวาย กลับกลายเป็นเหมือนเครื่องเตือนสติคนทั้งสามได้เป็นอย่างดีในขณะที่พวกเขาจมอยู่กับความรู้สึกผิด เจ้าตัวกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย กลับถึงเรือนนอนได้ก็เอาแต่หมกมุ่นคิดหาวิธีรับมือสำหรับวันพรุ่งนี้ค่ำคืนนั้นเซิ่งหวั่นเอ๋อร์มิได้ชะล่าใจ นางเตรียมแผนการรับมือไว้ให้พร้อม สำหรับบทลงโทษที่จะเกิดขึ้น ทั้งพับผ้าหนา ๆ ที่เอามาพันไว้ตรงเข่า หากต้องนั่งคุกเข่านาน ๆ จะได้ไม่เจ็บมากหรือผ้าที่ต้องยัดไว้ตรงก้นให้หนาสักหน่อย พร้อมสำหรับการลงโทษหากว่าเปลี่ยนคุกเข่าสำนึกผิดเป็นการโบย รวมไปถึงกักตุนอาหารตามกระเป๋าใต้ชุดถ้าหากถูกสั่งให้อดอาหาร เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดทอนความเสียหายกับร่างกายได้แล้วทว่ารุ่งเช้ากลับกลายเป็นว่าที่เตรียมการไว้ไม่ได้ใช้สักอย่าง สร้างความมึนงงให้เซิ่งหวั่นเอ๋อร์เสียจนทำตัวไม่ถูกแล้วนี่มันอะไรกันเกิดอะไรขึ้น มารดามาหาแต่เช้าแล้วลากตนขึ้นรถม้า ด้วยเหตุผลที่ว่าอยากพาออกไปใช้เงินเล่นเนี่ยนะ มิใช่ว่าจะสั่งสอนข้าในรูปแบบคนรวยหรอกนะ ใช้บุตรสาวเยี่ยงสาวใช้ จนกว่าจะเลิกแข็งข้อ หากเป็นจริง ความคิดนี้คงเป็นอื่นไม่
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
1112131415
...
25
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status