Share

บทที่ 13

last update Petsa ng paglalathala: 2026-02-03 18:02:30

ตี๋ลี่เสวี่ยได้แต่นอนดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนเตียงในห้องพักชั้นสองของโรงเตี๊ยมเยวี่ยฮวา จะกล่าวนางนอนแปลกที่จึงนอนไม่หลับก็ไม่น่าจะใช่ เพราะตามปกตินั้น นางเป็นคนนอนง่ายเสียอย่างกับอะไรดี เพียงแค่ศีรษะถึงหมอนก็สามารถหลับได้แล้ว

หากแต่ตี๋ลี่เสวี่ยรู้ดีว่าเป็นเพราะใจของนางนั้นไม่ได้สงบลงเลยแม้แต่น้อย ความคิดต่าง ๆ นานาพาตีกันอยู่ในสมอง ทั้งความโศกเศร้าเสียใจที่ต้องห่างไกลจากบุพการี ความรู้สึกที่ถูกทอดทิ้ง รวมถึงความเครียด เมื่อคำนึงถึงอนาคตที่จะต้องสวมบทบาทเป็นเจิ่งเสวี่ยอิ๋ง โดยมิให้ผู้ใดจับได้อีก

“โอ๊ย! เครียด!” เสียงนางร้องดังขึ้นมา พร้อมกับลุกขึ้นนั่งอย่างทนไม่ไหว เพราะนางทิ้งตัวลงนอนมาหลายชั่วยามแล้ว แต่ก็ไม่อาจข่มตาให้หลับได้เลย “หรือว่าจะไปเดินเล่นที่ลำธารนั้นดี…”

แต่เดิม ตี๋ลี่เสวี่ยไม่มีความคิดที่จะออกไปเดินเล่นที่ลำธารตามคำแนะนำของเสี่ยวเอ้อร์เลยแม้แต่น้อย ด้วยเป็นยามค่ำคืนที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองเป็นหลัก หากแต่ยามนี้ นางไม่อาจข่มตาหลับได้เลยจริง ๆ

สุดท้าย ตี๋ลี่เสวี่ยก็ลุกขึ้นแต่งกายให้มิดชิดและเรียบร้อย แล้วเปิดประตูห้องพักออกมา เมื่อนางเดินออกมาที่ริมระเบียง จึงสามารถมองเห็นบริเวณชั้นล่างของโรงเตี๊ยมเยวี่ยฮวาได้อย่างชัดเจน

นับว่าผิดคาดไปมากทีเดียวที่ตี๋ลี่เสวี่ยคิดว่าจะไร้ผู้คน ด้วยเป็นยามดึกสงัด เพราะที่ชั้นล่างนั้น ยังคงมีเสียงสนทนา เรียกสั่งอาหารขนมและชาอยู่เสมอ เป็นบรรยากาศครึกครื้นที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นในที่แห่งนี้

ตี๋ลี่เสวี่ยเม้มริมฝีปากอย่างครุ่นคิด ดูจากบรรยากาศของที่นี่แล้ว หากออกไปเดินเล่นนิดหน่อยคงไม่เป็นสิ่งใดมากหรอกกระมัง?

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว นางก็เดินลงบันไดมา ก่อนจะซักถามเสี่ยวเอ้อร์คนเดิมว่าลำธารที่นางพูดถึงนั้นอยู่ที่ใด เสี่ยวเอ้อร์ก็ยิ้มแย้มแนะนำเป็นอย่างดี

ตี๋ลี่เสวี่ยจึงเดินออกจากโรงเตี๊ยมเยวี่ยฮวาไปตามทางที่เสี่ยวเอ้อร์บอก เพียงไม่ถึงหนึ่งจิบชา นางก็เดินมาถึงลำธารที่ว่า

ในยามราตรีที่ทั่วท้องฟ้ามีเพียงแสงจันทร์นวลผ่องสาดส่องรอดกิ่งหลิวที่พลิ้วไหว ลงกระทบผิวน้ำใสจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับคล้ายดวงดาวที่ตกลงมานอนก้นลำธาร เสียงน้ำใสไหลรินเอื่อยเฉื่อยคลอเคล้ากับเสียงจิ้งหรีดที่ขับขานอยู่ตามพงหญ้าริมตลิ่ง

ทั้งภาพที่เห็นและเสียงที่ขับกล่อมนั้น ทำให้ตี๋ลี่เสวี่ยตื่นตะลึงไปกับความงดงามในยามค่ำคืนได้จริง ๆ พลันสลัดความว้าวุ่นใจที่เกาะกุมจิตใจของนางอยู่ได้อย่างเป็นปลิดทิ้ง

ตี๋ลี่เสวี่ยเดินเลาะไปตามริมลำธาร นางถอดรองเท้าวางไว้ ก่อนจะค่อย ๆ จุ่มปลายเท้าลงสู่กระแสน้ำเย็นเยียบ ความหนาวเหน็บแล่นเข้าสู่ผิวเนื้อ สยบความร้อนรุ่มในอกให้บรรเทาลงชั่วขณะ

ความว้าวุ่นใจใด ๆ ค่อยๆ ถูกชะล้างไปกับสายน้ำที่ไหลผ่าน ตี๋ลี่เสวี่ยหย่อนก้นลงนั่งบนโขดหิน ดวงตาเมล็ดซิ่งเหม่อมองไปยังเงาสะท้อนของดวงจันทร์ในผืนน้ำที่พร่าเลือน

แม้ว่าความโดดเดี่ยวเดียวดายจะยังคงเกาะกุมจิตใจของนางแน่น แต่เมื่อนางมาอยู่ท่ามกลางความสงบเงียบที่ราวกับธรรมชาติกำลังโอบกอดและปลอบประโลมจิตใจอันสับสนของนาง

ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูเปลี่ยนไป…

สายลมที่พลิ้วไหวราวกับสอนให้นางเข้าใจความเปลี่ยนแปลง อย่าได้ยึดติด… แม้เมื่อไม่กี่วันก่อน นางจะยังเป็น ‘ตี๋ลี่เสวี่ย’ แต่มาในวันนี้ นางกลับกลายเป็น ‘เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง’

สายน้ำที่ไหลผ่านราวกับชะล้างความกังวลใจที่ต่อให้คิดมากไปก็ไม่อาจช่วยสิ่งใดได้... ต่อให้นางนั่งท้อใจอยู่ตรงนี้ จนตายก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความจริงนั้นได้

เสียงจิ้งหรีดที่กรีดร้องราวกับกู่ร้องให้กำลังใจให้นางลุกขึ้นมาเป็นคนใหม่... แทนที่จะนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ตรงนี้ มิสู้ปรับเปลี่ยนใจของตนเองให้เตรียมพร้อมรับมือสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไม่ดีกว่าเหรอ?

ตี๋ลี่เสวี่ย... ไม่ใช่คนอ่อนแอเช่นนี้นี่น่า!?

ดวงตาเมล็ดซิ่งที่เคยหม่นหมองพลันเปล่งประกายสดใส ราวกับขจัดเมฆหมอกในใจได้จนหมดสิ้น สลัดทิ้งทุกความกลัวออกไป ตี๋ลี่เสวี่ยผุดลุกขึ้นยืนด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม!!

“ได้! ข้าจะเป็นคนใหม่!” …เป็น ‘เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง’ คนใหม่!! “มาสิ! ไม่ว่าจะเป็นนายท่าน นายหญิง คุณหนูใหญ่ จะกี่ปัญหาก็วิ่งเข้ามาได้เลย!!” ตี๋ลี่เสวี่ยป้องปากตะโกนเสียงดัง เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ ท่ามกลางความเงียบสงัดของธรรมชาติ ก่อนที่จะมีเสียงหนึ่งตอบรับกลับมา

“ช่วยด้วยยยยยยยย!!”

ตี๋ลี่เสวี่ย “!!!”

*หนึ่งจิบชา หมายถึง 5 นาที

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 180 (จบ)

    “เฮ้อ... ได้สลัดพวกตัวแสบ แล้วได้อยู่กันสองคนเสียที” ลู่หมิงเซวียนอดบ่นออกมาไม่ได้ ในขณะที่ขบวนเดินทางของเขาเริ่มเคลื่อนออกมาจวน เพื่อตรงไปที่ประตูเมืองหลวง“ข้ายังแอบสงสารลูกอยู่เลยนะเจ้าคะ พอเราจะไป ก็ไปในทันทีเลย” ตี๋ลี่เสวี่ยถอนหายใจเบา ๆลู่หมิงเซวียนแค่นเสียง “เฮอะ! พวกลูกกระต่ายเช่นนั้น มีอันใดให้น่าสงสารกัน”ตี๋ลี่เสวี่ยเหลือบมองหน้าสามีที่เชิดหนีไปอีกทางอย่างรู้ทัน “มิใช่ท่านพี่กลัวว่าถ้าหากร่ำลายืดยาวกว่านี้แล้วจะร้องไห้ต่อหน้าลูกหรือเจ้าคะ?”ลู่หมิงเซวียน “!!!”“จะ... เจ้าเอาอันใดมาพูด! แค่ร่ำลาเพียงเท่านี้ บุรุษไม่หลั่งน้ำตากันง่าย ๆ หรอกนะ!”ตี๋ลี่เสวี่ยเลิกคิ้วอย่างไม่เชื่อในคำพูด “แล้วผู้ใดกันเจ้าคะที่นอนร้องห่มร้องไห้เมื่อคืน?”“!!!” ลู่หมิงเซวียนตกใจถึงกับอ้าปากค้าง “สะ... เสวี่ยเสวี่ยได้ยินด้วยหรือ? ขะ... ข้าว่าข้าร้องเงียบ ๆ แล้วนะ!”“โธ่... ท่านพี่ เรือนของเราก็มีเพียงเท่านั้น...” ตี๋ลี่เสวี่ยนึกขบขันไปกับคำพูดของสามี “ข้ายังได้ยินท่านพี่เรียกชื่อลูกแต่ละคน ทั้งอวี้เอ๋อร์ อี๋เอ๋อร์ และหมิงเอ๋อร์ พลางบ่นไม่อย

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 179

    กาลเวลาผันผ่านไปดุจสายน้ำหลาก ยี่สิบเอ็ดปีผ่านไป...จวนอันติ้งโหวที่เคยเงียบเหงากลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสำเร็จและความอบอุ่น วันนี้คือวันสำคัญที่สุดอีกวันหนึ่งของตระกูลลู่เมื่อบุตรชายคนโตผู้เป็นดั่งดวงใจของลู่หมิงเซวียนและตี๋ลี่เสวี่ยได้เติบโตขึ้นจนครบยี่สิบปี โดยที่ไม่มีคำสาปร้ายมารบกวนอีกต่อไปแล้วภายในโถงบรรพบุรุษที่ถูกจัดแต่งอย่างสมเกียรติ กลิ่นกำยานหอมฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ลู่เหวินอวี้ บุตรชายคนโตของพวกเขาอยู่ในชุดคลุมยาวสีครีมปักลายเมฆา คุกเข่าลงเบื้องหน้าแท่นบูชา ใบหน้าของเขาถอดแบบความคมคายมาจากบิดา ทว่าดวงตามีความอ่อนโยนและเฉลียวฉลาดที่ได้มาจากมารดาลู่หมิงเซวียนในชุดขุนนางเต็มยศดูภูมิฐาน แม้จะมีริ้วรอยแห่งกาลเวลาประดับที่หางตาบ้าง เขาก้าวออกมาพร้อมกับกวานหยกขาวในมือ โดยมีฮ่องเต้ไท่ผิงประทับเป็นประธานในพิธีอย่างเป็นเกียรติ“เหวินอวี้... วันนี้ เจ้าอายุครบยี่สิบปี สวมกวานเป็นบุรุษเต็มตัว” ลู่หมิงเซวียนเอ่ยน้ำเสียงกังวานทว่านุ่มนวล “เจ้าจงจำไว้... อำนาจที่มีมิได้มีไว้เพื่อข่มเหงผู้อื่น แต่มีไว้เพื่อปกป้องผู้ที่อ่อนแอ

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 178

    หลังออกจากจวนเจิ้นกั๋วกง ลู่หมิงเซวียนและตี๋ลี่เสวี่ยก็ตัดสินใจเข้าวังไปรายงานข่าวดีนี้ให้แก่เย่ไทเฮาทราบด้วยตนเอง แม้ว่าเย่อี้หมิงจะอาสาเข้าไปทูลให้ เพื่อให้ตี๋ลี่เสวี่ยได้กลับจวนไปพักผ่อน แต่ทั้งสองก็ยืนกรานที่จะเข้าวังเอง เย่อี้หมิงจึงต้องยินยอมให้เป็นไปตามนั้นลู่หมิงเซวียนและตี๋ลี่เสวี่ยเดินผ่านทางเดินตรงไปยังตำหนักฉือหนิง ซึ่งเป็นที่ประทับของเย่ไทเฮา กลิ่นกำยานไม้จันทน์หอมอ่อน ๆ อบอวลไปทั่วบริเวณ ขันทีและนางกำนัลต่างหมอบกราบอย่างนอบน้อมเย่ไทเฮาทรงประทับอยู่บนแท่นไม้แกะสลักลวดลายหงส์ทอง พระพักตร์ที่แม้จะมีร่องรอยแห่งวัย ทว่ายังคงความสง่างามและเปี่ยมด้วยเมตตา เมื่อทอดพระเนตรเห็นหลานชายและหลานสะใภ้เดินเข้ามา พระองค์ก็ทรงเผยพระสรวลออกมาทันที“นึกว่าพวกเจ้าจะลืมคนแก่อย่างข้าไปเสียแล้ว งานเลี้ยงฉลองชัยชนะเพิ่งผ่านพ้นไป เหตุใดไม่พักผ่อนอยู่ที่จวนกันเล่า?” เย่ไทเฮาตรัสหยอกเย้าพลางกวักพระหัตถ์เรียกทั้งคู่ให้เข้าไปใกล้ลู่หมิงเซวียนคุกเข่าลงเคียงข้างตี๋ลี่เสวี่ย ท่วงท่าของเขาในวันนี้ดูมีความสุขล้นจนปิดไม่มิด “เสด็จย่า... ที่พวกเรารีบมาในวัน

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 177

    ภายในห้องโถงใหญ่ที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ทว่าทรงอำนาจตามวิถีแม่ทัพ เย่อี้หมิงหรือเจิ้นกั๋วกง และโจวซื่อกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน แววตาของเย่อี้หมิงที่เคยแข็งกร้าวในสมรภูมิ บัดนี้กลับอ่อนแสงลง เมื่อจ้องมองลู่หมิงเซวียนและตี๋ลี่เสวี่ยที่นั่งอยู่เบื้องหน้า“ท่านเจิ้นกั๋วกง... วันนี้ ข้าและฮูหยินมาเยี่ยมเยียนท่านและฮูหยิน เพื่อขอบคุณที่ท่านคอยดูแลความสงบสุขที่ชายแดนมาเกือบสิบปีขอรับ” ลู่หมิงเซวียนเลื่อนกล่องไม้จันทน์หอม บนฝากล่องแกะสลักลวดลายจันทร์เสี้ยวในเมฆมงคลอันเป็นตราประจำร้านของหอเสื้อหว่านเยว่โหลวมาวางไว้ตรงหน้า“ข้าได้เตรียมผ้าไหมทอมือและโสมพันปีมาฝากท่านทั้งสองด้วยขอรับ” ลู่หมิงเซวียนตอบพร้อมส่งยิ้มกว้างเย่อี้หมิงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอพลางยกชาขึ้นจิบ “เข้ามาถึงในจวนเช่นนี้แล้ว เจ้ามิต้องมากพิธีไปหรอก... เพียงเท่านี้ ทุกคนเขาก็รู้แล้วว่าเจ้ามาเยี่ยมเยียน หวังจะสร้างเส้นสายทางสังคมสินะ ท่านอันติ้งโหว”“ท่านปู่อี้หมิง อย่าเรียกข้าเช่นนั้นเลยขอรับ” ลู่หมิงเซวียนตอบกลับ “แต่วันนี้ ข้าและเสวี่ยเสวี่ยตั้

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 176

    “มีนางกำนัลคนหนึ่งอ้างว่าไทเฮาต้องการพบข้า ข้าจึงเดินตามนางออกมา หากแต่นางคงไม่รู้ว่าแผนผังในวังหลวงนั้น ข้าจำได้ขึ้นใจหมดแล้ว ข้าจึงรู้ว่านางพาข้าอ้อมไปเข้าประตูหลังของตำหนักรับรองด้านข้าง”“เมื่อข้าก้าวเข้ามาในตำหนักแห่งนั้น ข้าก็ได้กลิ่นหอมเอียน ๆ ของกำยานสวาทที่ลอยฟุ้งไปทั่วห้อง ประจวบเหมาะกับที่ ‘ตี๋ลี่เสวี่ย’ เปิดประตูเข้ามาจากทางด้านหน้าของตำหนัก ข้าจึงรู้แล้วว่ามีคนจงใจวางแผนร้ายนี้”มุมปากของลู่หมิงเซวียนยกสูงอย่างดูแคลน “มีคนจงใจสร้างสถานการณ์ที่น่าอับอายให้ข้าและ ‘ตี๋ลี่เสวี่ย’ กระทำการอัปยศในเขตพระราชฐานแห่งนี้ หากมีคนจับได้ขึ้นมา ทั้งข้าและ ‘ตี๋ลี่เสวี่ย’ รวมถึงอาซือหลันและ ‘เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง’ ล้วนแต่ต้องอับอายจนอยากฆ่าตัวตายเป็นแน่!”“สามีลอบเป็นชู้กับสหายสนิทของฮูหยินในเขตวังหลวง... เฮอะ!”หัวข้อสนทนาที่ลู่หมิงเซวียนลองสมมติขึ้นมานั้น ทำเอาศีรษะคนฟังชาวาบไปทั้งตัว!“โชคดีที่กู้เหยียนคอยติดตามข้าอย่างลับ ๆ มาตลอด เมื่อข้าส่งสัญญาณ เขาก็

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 175

    ฮ่องเต้ไท่ผิงเสด็จนำแม่ทัพ ขุนนาง และบรรดาคนที่เหลือกลับไปที่ท้องพระโรง โดยที่อาซือหลันและ ‘เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง’ เดินรั้งท้ายขบวนในขณะที่พวกเขากำลังเดินผ่านตำหนักรับรองอีกด้านหนึ่ง บานประตูตำหนักก็แง้มออกช้า ๆ ‘ตี๋ลี่เสวี่ย’ ในชุดใหม่เดินออกมาด้วยรอยยิ้ม พอดีกับลู่หมิงเซวียนที่ก้าวเท้าออกมาจากมุมมืดด้านหลังตำหนักนั้นเช่นกัน“ท่านพี่! / เสวี่ยเอ๋อร์!”‘เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง’ ร้องเรียกสามีของตนเองอย่างลิงโลด แต่ครั้นได้ยินเสียงเรียกว่า ‘เสวี่ยเอ๋อร์’ นางพลันหันไปมองหน้าอาซือหลันด้วยเช่นกัน ด้วยแววตาที่ถามว่าเรียกข้าด้วยเหตุใดลู่หมิงเซวียนที่สาวเท้าเข้ามาใกล้ และเห็นทุกอย่างในภาพรวม จึงได้ยกคิ้วหนาขึ้นสูง ก่อนจะยกพัดในมือขึ้นตีหน้าผากฮูหยินของตนเองเบา ๆ อย่างเอ็นดู “อาซือหลันเรียกฮูหยินของเขาต่างหาก”‘เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง’ หันไปมอง ‘ตี๋ลี่เสวี่ย’ ที่ก้าวเข้ามาใกล้ จึงได้พยักหน้าเข้าใจหงึกหงัก “ที่แท้ อาอิ๋งก็ให้อาซือหลันเรียกเจ้าว่าเสวี่ยเอ๋อร์ด้วยนี่เอง”

  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 67

    หลังจากที่หลิงอวิ๋นฟานมอบหลักฐานให้แก่ท่านผู้นั้นผ่านเฝิงหย่วน ท่านผู้นั้นก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง เพียงไม่กี่วัน ศาลต้าหลี่ดำเนินการเปิดคดีไต่สวนอย่างรวดเร็วโดยกรมราชทัณฑ์จะเริ่มทำหน้าที่สอบสวน รวบรวมหลักฐาน จัดทำสำนวนคดี และควบคุมตัวผู้ต้องหาทุกคนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะคนจากจวนตระกูลหวัง และท

    last updateHuling Na-update : 2026-03-27
  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 53

    “อ้าว! คุณชายหลิง!” ตี๋ลี่เสวี่ยแสร้งเอ่ยทักอีกฝ่ายราวกับไม่คิดฝันว่าจะได้เจอเขาที่นี่ “ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอท่านที่นี่ด้วย”มุมปากของหลิงอวิ๋นฟานกระตุกเบา ๆ “คุณหนูรองเจิ่ง...”“วันนั้นต้องขอบคุณคุณชายหลิงมากนักที่แนะนำให้ข้าเตรียมหีบผ้าไห

    last updateHuling Na-update : 2026-03-24
  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 45

    และวันนั้นก็มาถึง วันที่หลิงอวิ๋นฟานสามารถขึ้นไปชมสิ่งของประมูลบนชั้นสามถึงชั้นห้าของหอประมูลเทียนจี๋ได้ เขาก้าวเท้าขึ้นไปอย่างมั่นใจพร้อมกับกู้เหยียนคนสนิทหอประมูลเทียนจี๋ดำเนินการค้าหลากหลายรูปแบบ มีทั้งการจัดงานประมูลอย่างยิ่งใหญ่พร้อมหน้าพร้อมตา การวางสินค้าพร้อมเขียนราคาประมูลทิ้งไว้

    last updateHuling Na-update : 2026-03-22
  • คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย   บทที่ 47

    สุดท้าย หลิงอวิ๋นฟานก็เลือกผ้าไหมไปอีกหลายพับ และให้เลี่ยวจวินออกเอกสารรับรองสิทธิ์ในการครอบครองสินค้าทุกชิ้นที่ซื้อไปจากหอประมูลเทียนจี๋หลิงอวิ๋นฟานเอื้อมมือไปรับเอกสารรับรองสิทธิ์ในการครอบครองจี้หยกมาอ่านก่อนเป็นอันดับแรก‘สินค้า [จี้หยกขาวเนื้อนวล]ลักษณะสินค้า [เนื

    last updateHuling Na-update : 2026-03-22
Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status