บททั้งหมดของ หนีจากแม่ทัพซื่อบื้อมาเจออ๋องโหดกับโจรบ้ากามและหมอเจ้าเล่ห์: บทที่ 21 - บทที่ 30

85

ตอนที่ยี่สิบเอ็ด พักผ่อนให้สบาย (กรุบกริบ)

ตอนที่ยี่สิบเอ็ด พักผ่อนให้สบายคำข่มขู่หนักแน่นกับแววตาดุดันช่างน่ากลัว โม่ฮูหยินพยักหน้ารับปาก แต่ภายในใจกลับไม่เชื่อว่าติงเจิ้งจะกล้าทำร้ายนาง โดยเฉพาะเมื่อมีบุตรสาวคนรองอยู่อีกคนติงเจิ้งยังคงใช้เวลาสำรวจเรือนตะวันตกซึ่งเป็นที่อยู่ของคู่หมั้นและบริเวณโดยรอบอีกพักใหญ่ เพื่อความมั่นใจว่าโม่ฮูหยินจะไม่สามารถตุกติกก่อนจากกัน ชายหนุ่มวนกลับไปร่ำลาให้ความมั่นใจกับว่าที่เจ้าสาวอีกครั้งด้วยการสวมกอดแนบแน่น“พี่จะมารับเจ้าด้วยตนเอง คืนนี้น้องเซียงหยานอนพักผ่อนให้สบายเถิด”ติงเจิ้งเจตนาเปลี่ยนคำเรียกขานเพื่อสื่อถึงความสัมพันธ์ที่กำลังจะกลายเป็นสามีภรรยาโม่เซียงหยาเขย่งเท้าขึ้นแตะจมูกเบาๆ บนแก้มสาก ด้วยความตั้งใจจะขอบคุณที่เขายอมรับนางอย่างไม่มีเงื่อนไข ทั้งยังยอมรับฟังและจัดคนคุ้มกันเต็มที่ทว่าความใกล้ชิดนั้นย่อมจุดประกายความโลภให้ริมฝีปากของติงเจิ้งเคลื่อนมาประกบลงบนปากบางริมฝีปากทั้งสองเริ่มต้นด้วยการขบเม้มทักทายเบาๆ ก่อนจะกลายเป็นการบดคลึงแล้วเพิ่มแรงไปตามอารมณ์รุ่มร้อน
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ยี่สิบสอง  แต่งงาน 

ตอนที่ยี่สิบสอง แต่งงาน  “ข้ามีเรื่องสั่งสอนเพียงไม่กี่คำเท่านั้น อีกอย่างข้ายังต้องช่วยตรวจดูความเรียบร้อยของชุดเจ้าสาวด้วยเพื่อไม่ให้ขายหน้า”โม่ฮูหยินฉวยโอกาสก้มลงกระซิบถ้อยคำบางอย่างก่อนจะเงยหน้าขึ้นเอ่ยประโยคสอนสั่งทั่วไป"จากวันนี้ไป เจ้าคือภรรยาผู้อื่นแล้ว ต้องดูแลสามีให้ดี อย่าได้เอาแต่ใจอีก เข้าใจหรือไม่”ด้วยยังมีผ้าคลุมใบหน้า จึงไม่อาจเห็นสีหน้าของเจ้าสาว ทว่าท่าทางอึกอักของนางทำให้แม่สื่อรีบก้าวเข้าขวางแล้วฉวยมือบางมาประคอง พลางจับจูงเจ้าสาวให้เริ่มออกเดินระหว่างกล่าววาจาสุภาพหนักแน่น“ขออภัยโม่ฮูหยิน เจ้าสาวย่อมเข้าใจแล้ว ข้าได้รับคำสั่งโดยตรงจากแม่ทัพติงให้มารับตัวเจ้าสาว มิอาจให้ผู้ใดรบกวนจนเสียฤกษ์”โดนประโยคคล้ายต่อว่าจากแม่สื่อ บรรยากาศพลันตึงเครียด ก่อนที่โม่ฮูหยินจะยอมปล่อยแขนบางของเจ้าสาวแล้วถอนหายใจพลางเอ่ยแก้เก้อ“ข้าก็แค่เป็นห่วงมากเกินไปเท่านั้น บุตรสาวออกเรือนทั้งทีจะไม่ให้มารดาได้อบรมสักหลายคำได้อย่างไร แม่ท
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ยี่สิบสาม ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก

ตอนที่ยี่สิบสามข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก ขั้นตอนสุดท้าย บ่าวสาวค่อยๆ หันหน้าเข้าหากันแล้วโค้งตัวลงเล็กน้อยเมื่อพิธีสิ้นสุดลง เสียงปรบมือเบาๆ และคำอวยพรแสดงความยินดีจึงดังขึ้นจากสองฟากฝั่ง พร้อมกับที่แม่สื่อประกาศเสียงดัง“เสร็จพิธี ได้เวลาส่งตัวเจ้าสาวเข้าหอแล้ว”เพียงเท่านั้น เสียงโห่ร้องของทหารที่ด้านนอกก็ดังขึ้น เมื่อได้เวลาของงานเลี้ยงและการดื่มสุราแล้วเช่นกันทว่าบนหลังคาเรือนฝั่งตรงข้ามซึ่งสามารถมองเห็นพิธีด้านในผ่านประตูด้านหน้าซึ่งเปิดกว้างกลับมีเงาร่างของคนสองคนปรากฏอยู่หนึ่งสูงหนึ่งบอบบางกำลังยื้อยุดฉุดกระชาก ด้วยฝ่ายหนึ่งอยากกระโดดลงไปขัดขวางพิธีแต่งงานข้างล่าง ส่วนอีกฝ่ายพยายามห้าม“โม่เซียงหยา หากไม่กลัวเดินกะเผลกเช่นคราวที่แล้ว เจ้าก็โดดลงไปเลย คราวนี้คงไม่ใช่แค่เจ็บไม่กี่วัน แต่ขาคงหักจนใช้การไม่ได้อีก”ใช่แล้ว! สตรีที่อยู่บนหลังคาก็คือโม่เซียงหยา ซึ่งควรจะสวมชุดเจ้าสาวและกำลังเข้าพิธีอยู่กับติงเจิ้งแล้วเหตุใดนางจึงมาอยู่บนหลัง
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ยี่สิบสี่ ใกล้เคียงกันมาก

ตอนที่ยี่สิบสี่ ใกล้เคียงกันมาก "แม่ทัพติงเป็นสุภาพบุรุษ ไม่กล้าถือสาแน่ มีแต่จะภาคภูมิใจที่มีสตรีคนหนึ่งชอบพอมากจนยอมทำถึงขั้นนี้จำไว้ว่าเจ้าต้องออดอ้อนออเซาะเอาใจเขาเพื่อให้เขายอมรับเจ้าให้ได้ บุรุษเช่นเขาชอบความไม่อ้อมค้อม ขอเพียงเจ้าทำตามแผนรับรองว่าเจ้าจะได้เป็นฮูหยินแม่ทัพแน่”“หากเขายังดื้อดึงถามหาแต่น้องหญิงสามโดยไม่ยอมตัดใจเล่าเจ้าคะ” โม่เซียงหลานยังกังวลขณะที่มารดากลับมั่นใจในแผนการของตนเอง“เจ้าก็อ้างว่าหยาเอ๋อร์ไม่อยากแต่งงานกับเขาและเสนอตัวอยู่ดูแลข้าที่นี่ หรือไม่ก็ใช้วิธีปัดไปก่อนว่าวันหลังค่อยรับน้องสาวมาเป็นเมียรองก็ยังได้พี่น้องมีสามีคนเดียวกันใช่ว่าจะทำไม่ได้ แม่ทัพผู้นั้นย่อมไม่ปฏิเสธ ด้วยมีแต่ได้กับได้ไม่ต้องกังวลให้มากหรอก หลานเอ๋อร์ อย่างไรรูปร่างของพวกเจ้าสองพี่น้องก็ใกล้เคียงกัน ติงเจิ้งผู้นั้นไม่มีวันรู้จนกว่าจะได้อยู่บนเตียงด้วยกันดังนั้น เจ้าต้องหาทางให้เขามึนเมาแล้วเสพสมกับเจ้าให้ได้ เรื่องต่อจากนั้นค่อยพลิกแพลงตามสถานการณ์ เข้าใจหรือไม่”ส
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ยี่สิบห้า ขืนชักช้าคงไม่ทัน

ตอนที่ยี่สิบห้า ขืนชักช้าคงไม่ทัน เซียวหยวนฟังคำขอแล้วเพียงก้มมองโดยไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเช่นเมื่อครั้งที่พบหน้ากันคราวที่แล้วร่างสูงเพียงก้าวเข้าใกล้แล้วโอบเอวบางพลางกระชับอ้อมแขน ก่อนจะดีดปลายเท้าพาร่างทั้งสองลอยสูงจากพื้นดินครั้งนี้กลับไร้เสียงหวีดร้องด้วยโม่เซียงหยาทำใจไว้แล้วว่าใต้ฝ่าเท้าของนางจะไม่มีสิ่งใดรองรับทว่านางยังไม่คงกล้าลืมตามองกระเบื้องหลังคาที่เรียงรายทอดยาว ได้แต่เอื้อมมือขึ้นคล้องลำคอหนาเอาไว้โดยหวังว่าเมื่อล่องลอยทะยานข้ามจนใกล้ถึงแล้ว จึงค่อยลืมตามองทีเดียวหากแต่เซียวหยวนกลับไม่ได้พาโม่เซียงหยาบุกเข้าไปขัดขวางพิธีแต่งงานซึ่งๆ หน้า เขาพานางมาวางอยู่บนหลังคาเรือนหลังหนึ่งแล้วพยักหน้าให้มองไปยังร่างในชุดสีแดงทั้งสองซึ่งกำลังจับจูงกันเข้าไปในโถงพิธีนั่นจึงเป็นที่มาของการยื้อยุดฉุดกระชาก ด้วยโม่เซียงหยาอยากกระโดดลงไปขัดขวางพิธีแต่งงานข้างล่างเต็มที ส่วนเซียวหยวนกลับห้ามปราม“เหตุใดไม่ส่งข้าลงไป เร็วเข้า ขืนชักช้าคงไม่ทัน”“ถึงอย่างไรก็
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ยี่สิบหก เรื่องของบิดา

ตอนที่ยี่สิบหกเรื่องของบิดาแม้ว่าจะไม่อยากคาดหวัง หากแต่โม่เซียงหยายังไม่อยากทิ้งความหวัง ระหว่างทิ้งตัวเอนกายรอเวลาเผื่อว่าติงเจิ้งเข้าห้องหอไปแล้วจะรู้ตัวสักทีว่าเจ้าสาวซึ่งนั่งรออยู่บนเตียงคือพี่หญิงรองโม่เซียงหยาหันมองเซียวหยวนซึ่งนั่งเคียงข้างราวคาดเดาได้ว่าหญิงสาวกำลังรอคอยสิ่งใดหลังต่างคนต่างเงียบอยู่ครู่หนึ่ง โจรหนุ่มพยายามเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อไม่ให้สาวงามเคร่งเครียดจดจ่อกับเรื่องตรงหน้าจนเกินไป“ไม่นานมานี้คนของข้าเพิ่งขโมยจดหมายมาได้ฉบับหนึ่ง น่าจะเป็นจดหมายบอกลาของบิดาเจ้าซึ่งเขียนเอาในคุก เจ้าอยากอ่านหรือไม่”ความจริงผู้จัดการโม่ย่อมไม่ผูกพันซาบซึ้งกับบิดาของร่างนี้ ทั้งยังคิดว่านี่มันใช่เวลาไหมนางกำลังกลุ้มเรื่องโดนแย่งงานแต่ง จะให้อ่านจดหมายลาตายอะไรกันหากแต่สายตาของโจรหนุ่มสื่อว่านางควรจะอ่านสักหน่อย มือบางจึงเอื้อมมือไปรับด้วยความคิดว่าในเมื่อยังต้องรอคอยเวลา และไม่มีสิ่งใดที่ทำได้ ลองดูก็ไม่เสียหายหลังจากกวาดสายตาไปกลับอยู่สองรอบ โม่เซียงหยาจับได้ถึงค
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ยี่สิบเจ็ด ทางรอดที่แท้จริง

ตอนที่ยี่สิบเจ็ด ทางรอดที่แท้จริงเสี้ยวเล็กๆ ในใจซึ่งยังคาดหวังว่าแม่ทัพติงเจิ้งจะรู้สักทีว่าเจ้าสาวไม่ใช่คู่หมั้นหมาย ทำให้โม่เซียงหยาลุ้นระทึกแทบลืมหายใจ ทั้งๆ ที่นางเองยังไม่กล้าคาดเดาว่าพี่เจิ้งของนางจะทำอย่างไรต่อไปทว่าหลังจากพวกเขาส่งเจ้าบ่าวผ่านประตูเข้าไปแล้ว กลับไม่มีเสียงใดหรือความวุ่นวายใดเกิดขึ้นด้วยบริเวณหลังคาที่นั่งอยู่ไม่อาจเห็นเรือนหอได้ชัดเจน โม่เซียงหยาจึงได้แต่รอแล้วรอเล่า ฟังผู้คนในงานเลี้ยงข้างล่างคุยโวถึงวีรกรรมสมัยออกรบท่ามกลางความครึกครื้นครั้นรอจนตะวันเคลื่อนคล้อยโม่เซียงหยาจึงฉุกคิดได้ว่านางกำลังรอสิ่งใดกันแน่ความจริงตอนนี้นับว่านางเป็นอิสระแล้ว แม้จะเสียดายเจ้าบ่าวแม่ทัพผู้ซื่อตรงจนกลายเป็นซื่อบื้อแต่การที่เขาไม่เชื่อนางแล้วยังดึงดันส่งกลับไปที่จวนสกุลโม่ถึงสองครั้งทั้งๆ บอกถึงความร้ายกาจของแม่เลี้ยงใจร้ายจนคอจะแตกและนั่นจึงทำให้กลายเป็นการพลัดพรากในครั้งนี้เช่นนั้นก็ให้เขาแต่งกับพี่หญิงรองไปก็แล้วกัน ถึงอย่างไรพวกเขาก็เข้าพิธีและน่าจะกำลังเข้าหอก
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ยี่สิบแปด หมู่บ้านเถาหยวน

ตอนที่ยี่สิบแปด หมู่บ้านเถาหยวน “หากเจ้าอยากรู้ก็ตามข้าไปสิ รับรองว่าเจ้าจะได้รู้อีกหลายเรื่องอย่างที่คาดไม่ถึงแน่”ได้ยินเหตุผลที่ยิ่งคิดยิ่งไม่ค่อยน่าเชื่อถือ ด้วยขุนนางระดับเจ้ากรมคลังจะเป็นผู้มีพระคุณของโจรบ้ากามได้อย่างไรโม่เซียงหยาจึงแสร้งถาม “เดี๋ยวก่อน หากแค่อยากตอบแทนบุญคุณท่านพ่อ แล้วเหตุใดเจ้าจึงกล้าลงมือฟาดแม่ใหญ่เช่นนั้น”“ข้าแค่ต้องการหยุดนางชั่วครู่ ไม่เห็นหรือว่าข้าใช้ของที่เบามาก ไม่ได้ทำให้นางเลือดตกยางออกสักนิด ส่วนเรื่องยานั่นเป็นเจ้าต่างหากที่ออกคำสั่ง”จนป่านนี้ พวกเขาทั้งสองคนยังไม่รู้ว่ายาที่ป้อนใส่ปากของโม่ฮูหยินออกฤทธิ์ในทางไหนทว่าโม่เซียงหยาไม่ได้อยากรู้ นางยังคงซักไซ้ต่อเนื่อง“หากเจ้าต้องการตอบแทนบุญคุณท่านพ่อ เช่นนั้นการที่ช่วยพี่หญิงรองให้ได้แต่งงานกับแม่ทัพติงก็เป็นการตอบแทนบุญคุณอีกทางสินะ”“นั่นเป็นเหตุสุดวิสัย เมื่อคืนมีทหารมากมายล้อมจวนอยู่ กว่าข้าจะลอบเข้าไปในจวนสกุลโม่ได้ ขบวนเจ้า
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ยี่สิบเก้า เหตุใดจึงมีน้ำใจเช่นนี้

ตอนที่ยี่สิบเก้า เหตุใดจึงมีน้ำใจเช่นนี้              “หิวหรือไม่ ข้าเพิ่งนึ่งซาลาเปาเสร็จพอดี รีบกินตอนยังร้อนเถอะ” ซาลาเปาลูกหนึ่งถูกยื่นมาตรงหน้าแล้วตามมาด้วย “กินช้าๆ นะ รอน้ำแกงของข้าก่อน”            โม่เซียงหยามองหญิงชราอีกคนที่เดินเร็วเพื่อไปตักน้ำแกงจากที่บ้านมาส่งให้ ก่อนจะมองของกินที่ถืออยู่เต็มสองมือด้วยตั้งตัวไม่ทัน            พวกเขาไม่ได้รู้จักนางสักหน่อย เหตุใดจึงมีน้ำใจเช่นนี้“ให้นางกินอิ่มก่อนเถอะ พวกเราอย่าเพิ่งรบกวน” เซียวหยวนเอ่ยพลางนั่งลงข้างๆ แล้วยัดซาลาเปาซึ่งได้รับมาเหมือนกันเข้าปาก ก่อนจะซดน้ำแกงช้าๆ ราวเข้าใจความหวาดระแวงของนางโม่เซียงหยากะพริบตาช้าๆ ระหว่างค่อยๆ ละเลียดกัดซาลาเปาทีละน้อยเพื่อจับน้ำเสียงที่พูดคุยอยู่รอบตัวกระทั่งพบว่าพวกเขาไม่ได้พูดถึงนาง แต่กลับคุยเรื่องสัพเพเพระ อย่างเช่นเรื่องบุตรชายข
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่สามสิบ กว้างขวางที่สุด

ตอนที่สามสิบ กว้างขวางที่สุดค่ำคืนแรกในหมู่บ้านเถาหยวน มืดกว่าที่เคยจินตนาการเมื่อกระท่อมทุกหลังต่างดับเทียบเข้านอนกันแต่หัวค่ำ ได้ยินเพียงเสียงแมลงกลางคืนดังประสาน ขณะพื้นดินชื้นเย็นส่งกลิ่นดินและใบไม้ขึ้นมาแตะปลายจมูก กลายเป็นธรรมชาติที่สดชื่นในยามค่ำคืนโม่เซียงหยายืนมองแสงจันทร์ซึ่งส่องลอดผ่านยอดไม้มองเห็นเงากิ่งก้านทอดยาวกลายเป็นภาพหลอนที่ยิ่งมองยิ่งน่ากลัวนักหากแต่หญิงสาวกลับไม่รู้สึกกลัวด้วยรู้สึกได้ว่าชาวบ้านที่อยู่รอบข้างจะช่วยปกป้องนางโดยเฉพาะชายหนุ่มหลายคนที่แบ่งสลับกันทำหน้าที่เฝ้ายามอยู่โดยรอบหมู่บ้านและนั่น เซียวหยวน หนึ่งในผู้ที่มีหน้าที่เฝ้ายามในคืนนี้ เขาเดินมาหยุดอยู่ไม่ไกลก่อนจะโยนกิ่งไม้แห้งเข้าไปในกองไฟ เพื่อให้เปลวเพลิงลุกโชนไหววูบระหว่างเงยหน้าขึ้นสบตากับนางความจริงหญิงชราหลายคนต่างเสนอให้โม่เซียงหยาพักที่กระท่อมของตนเอง ทว่าเซียงหยวนไม่ยินยอม“กระท่อมของพวกเจ้าต่างมีคนอยู่หลายคนทั้งเด็ก ทั้งสตรีและบุรุษปะปนกัน ส่วนเรือนของข้าซึ่งกว้างขวางที่สุด กลับไม่มีคน หา
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
...
9
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status