หนีจากแม่ทัพซื่อบื้อมาเจออ๋องโหดกับโจรบ้ากามและหมอเจ้าเล่ห์

หนีจากแม่ทัพซื่อบื้อมาเจออ๋องโหดกับโจรบ้ากามและหมอเจ้าเล่ห์

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-15
โดย:  วันว่างว่างของหญิงใหญ่อัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel12goodnovel
10
1 คะแนน. 1 ทบทวน
85บท
3.1Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

นางแค่อยากหนีไปหาคู่หมั้นแม่ทัพ ไหนเลยจะคิดว่าคู่หมั้นของนางช่างซื่อบื้อจับนางกลับมาจนต้องหนีอีกครั้ง แต่ครั้งนี้นางกลับพบกับอ๋องโหด หมอเจ้าเล่ห์และโจรบ้ากาม พวกเขาทั้งสี่คนต่างเข้ามาพัวพันกับนางอย่างไม่อาจดิ้นหลุด ข้าแค่อยากจะหนีให้พ้น พวกเจ้าทั้งสี่คนอย่าได้เอาแต่รังแกข้าได้หรือไม่

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

ตอนที่หนึ่ง อย่าให้หนีไปได้

หนีจากแม่ทัพซื่อบื้อมาเจออ๋องโหดกับโจรบ้ากามและหมอเจ้าเล่ห์

โดยแม่นางว่างจิงจิง

ตอนที่หนึ่ง

อย่าให้หนีไปได้

“พรึ่บ!”

ร่างที่กำลังจมลึกกระตุกเฮือก ดวงตาเปิดขึ้นอีกครั้ง ทั้งยังพยายามเตะขาตวัดมือเพื่อพาตัวเองขึ้นสู่ผิวน้ำด้วยพลังที่ไม่รู้มาจากไหน

ทันทีที่ศีรษะโผล่ขึ้นเหนือผิวน้ำ จมูกรีบสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ทว่าน้ำบางส่วนยังคงไหลเข้าปาก

สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำงานก่อนความคิด มือทั้งสองเร่งว่ายฝ่าสายน้ำไปยังเงาดำของตลิ่ง

ในที่สุด...ปลายนิ้วสัมผัสดินโคลนบ่งบอกว่าถึงริมฝั่งแล้ว มือที่เริ่มอ่อนแรงจึงตะเกียกตะกายเกาะต้นหญ้าเพื่อรั้งตัวเองขึ้นมาจนได้

หลังนอนแผ่อยู่บนพื้นดินเปียกชื้นพลางหอบหายใจแรงแล้วไอออกมา สายตาจึงเพิ่งสังเกตว่ารอบข้างช่างไม่คุ้นตา

ที่ไหน!

ไม่ใช่สระว่ายน้ำในสโมสรนี่นา!

คงไม่ใช่ว่า!

ฉับพลัน ภาพเด็กสาวกำลังร้องไห้ ภาพหญิงวัยกลางคนกำลังด่าทอดุว่าพลันฉายขึ้นมาในความทรงจำ

“หยาเอ๋อร์ อย่าคิดว่าแม่ใหญ่ใจร้ายเชียวล่ะ คหบดีซูยอมแต่งเจ้าเป็นอนุคนที่สามก็นับว่าเมตตามากแล้ว

เฮ้อ!...ต้องเข้าใจว่าบัดนี้สกุลโม่ของเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นับจากท่านพี่ฆ่าตัวตายในคุก พวกเราก็ไม่เหลือสิ่งใดอีก สมบัติมีค่าทุกอย่างล้วนถูกยึดไปจนสิ้น ยามนี้แม้แต่อาหารการกินยังแทบไม่มีเหลือ

เงินสินสอดของเจ้าก้อนนี้ก็คิดเสียว่ามอบให้แม่ใหญ่และพี่สาวของเจ้าได้ต่อชีวิตเถิดนะ”

 “เหตุใดไม่ให้เขาแต่งกับพี่หญิงรองเล่า เหตุใดจึงต้องเป็นข้าที่ต้องเสียสละ”

“เชอะ พี่สาวของเจ้ามีคู่หมั้นหมายเป็นถึงซื่อจื่อ นางจะแต่งไปเป็นอนุของตาเฒ่าคนหนึ่งได้อย่างไรกัน

โม่เซียงหยา เจ้านี่ช่างไม่รู้ความเอาเสียเลย ข้าอุตส่าห์หวังดี หวังให้เจ้าได้สุขสบาย ที่ไม่ขายเจ้าออกไปยังหอนางโลมก็นับว่าเมตตามากแล้ว ยังมีหน้ามายอกย้อน

ในเมื่อไม่รู้จักบุญคุณกันเช่นนี้ วันนี้ก็อดข้าวไปแล้วกัน!

หลังจากนั้น ภาพของร่างที่ยืนอยู่ริมสระบัวก็ปรากฏชัด

“ต่อให้ต้องตาย ข้าก็จะไม่ยอมแต่งกับตาเฒ่าผู้นั้นเด็ดขาด”

ตูม!

เสียงน้ำกระเซ็นพร้อมร่างที่จมดิ่งในห้วงความจำ นำพาความอึดอัดจากอาการขาดลมหายใจเสียจนต้องกดหน้าอก ก่อนที่ดวงตากลมโตจะหรี่ลง พลางยกมือขึ้นพิจารณา

มือนี้...เล็กเกินไป

ร่างที่ยังเปียกโชกรีบคลานไปยังริมฝั่งเพื่อก้มลงมองภาพสะท้อนในน้ำที่มองจ้องกลับมา

""บ้าเอ๊ย!...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!" เสียงสบถดังพร้อมใจที่เต้นรัว ด้วยใบหน้าที่เห็นนั้นไม่ใช่ใบหน้าผู้หญิงวัยสามสิบห้าปีของเธอ

หากแต่เป็นใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กสาวซึ่งน่าจะมีอายุแค่16-17ปีเท่านั้น

“ฮัดเช้ย!...” ระหว่างระงับความแตกตื่น เสียงจามก็ช่วยเตือนสติให้รีบลุกขึ้นแล้วเดินไปตามความทรงจำ ผ่านลานเก็บฟืน ผ่านทางเดินแคบกระทั่งมาถึงเรือนเล็กทรุดโทรม

“โอ๊ย!...นี่มันซ่อมซ่อเกินไปแล้ว”

เจ้าของร่างเปียกโชกไม่วายบ่นพร่ำขณะผลักประตูไม้เข้าไป รื้อค้นเสื้อแห้งมาผลัดเปลี่ยนก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนเตียงแล้วหลับตารื้อค้นความทรงจำที่เหลืออยู่เพื่อทำความเข้าใจ

ครั้นลืมตาขึ้นมา แววตากลับไม่เหมือนในภาพความทรงจำนั้น ราวกับว่าวิญญาณหนึ่งได้ดับลงใต้สายน้ำแล้วและอีกวิญญาณหนึ่งตื่นขึ้นมาแทนที่

ใช่แล้ว!

วิญญาณในร่างของคุณหนูสามโม่เซียงหยาบัดนี้ได้กลับกลายเป็นผู้จัดการนักแสดงมืออาชีพ ซึ่งมีชื่อเดียวกันว่า ‘โม่เซียงหยา’ อีกคนไปแล้ว

นางไม่ใช่คุณหนูสาม บุตรสาวอนุผู้อ่อนแอคนเดิมแต่เป็นสาวแกร่งวัยสามสิบกว่าซึ่งคุ้นเคยกับการจัดการชีวิตคนอื่นได้เป็นอย่างดี

แค่เล่นน้ำแก้เครียด ทำไมกลายเป็นวิญญาณออกจากร่างแล้วมาเข้าร่างยัยคุณหนูคนนี้ไปได้นะ

โอ๊ย!...อุตส่าห์เหนื่อยมาตั้งครึ่งชีวิต หวังเสวยสุขท่ามกลางหนุ่มหล่อ ทำไมต้องส่งมาเริ่มต้นใหม่กลายเป็นคุณหนูอ่อนแอที่โดนรังแกแบบนี้

แม้จะทำใจยอมรับได้ยาก แต่หลังจากตีอกชกหัวด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน โม่เซียงหยาคนใหม่จึงระงับความตื่นตระหนก พยายามตั้งสติ คิดทบทวนความทรงจำของร่างเดิมให้ถี่ถ้วน

อืม... ร่างนี้กำลังโดนแม่เลี้ยงขายให้ตาเฒ่าซึ่งมีเมียตั้งหลายคน ถึงได้คิดโง่ๆ กระโดดน้ำหนีปัญหา

ในจวนนี้ยังมีพี่สาวอีกคนนี่นา อ้อ...นังแม่เลี้ยงนั่นอ้างว่าบุตรสาวตัวเองมีคู่หมั้นอยู่แล้ว

เดี๋ยวนะ...คู่หมั้น? ร่างนี้ก็มีคู่หมั้นนี่นา

เมื่อรื้อค้นลึกลงไป โม่เซียงหยาจึงพบว่าแม้จะเป็นเพียงคุณหนูสามซึ่งเกิดจากอนุ แต่บิดาของร่างนี้ก็ได้หมั้นหมายบุตรสาวเอาไว้กับบุตรชายของเพื่อนสนิทตั้งแต่ยังเล็ก

หญิงสาวเคยได้ยินบิดาบอกว่าพวกเขาแซ่ติง เป็นทหารอยู่ที่ชายแดน แต่ไม่เคยเห็นหน้าสักครั้งด้วยอยู่ห่างไกลกันมาก

ยามนี้ช่างคับขัน ขืนอยู่ที่นี่ต่อไปคงไม่พ้นมือตาเฒ่าบ้ากาม หากหนีออกไปยังพอมีทางรอด ถึงจะไม่พบคู่หมั้นหรือหากพบแล้วไม่ยอมรับนาง ก็ยังพอมีเวลาคิดหาทางอื่น

ตลอดชีวิตการทำงานในฐานะผู้จัดการนักแสดง ผู้จัดการโม่เคยประสบปัญหาที่ต้องแก้ไขมานับไม่ถ้วน เรื่องที่ต้องทำอย่างแรกก็คือรวบรวมข้อมูลเพื่อวิเคราะห์หาทางออก

เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปใกล้เช้าแล้ว โม่เซียงหยาจึงรีบรื้อค้นเอาของหมั้นซึ่งบิดาเคยมอบให้แล้วจัดห่อผ้าเล็กคล้องกับร่างกายก่อนจะก้าวเดินด้วยฝีเท้าซึ่งเงียบที่สุด

ในเมื่อคิดจะหนีก็ต้องหนีไปให้รอด ห้ามโดนจับได้เด็ดขาด

โม่เซียงหยาคนใหม่คิดในใจขณะลัดเลาะหลบข้างต้นไม้เพื่อผ่านลานบ้านไปยังประตูใหญ่

แต่...ประตูถูกลั่นดานเอาไว้อย่างแน่นหนา ทั้งยังมีคนของมารดาเลี้ยงยืนเฝ้าอย่างแข็งขัน

ฟ้ายังไม่ทันสว่าง เหตุใดจึงขยันกันนัก

โม่เซียงหยาค่อนขอดในใจขณะเดินวกกลับไปยังกำแพงด้านหลังโดยทันที

เมื่อมองซ้ายมองขวาเห็นไม้ยาวจึงตัดสินใจยกพาดเพื่อใช้เป็นตัวช่วยในการปีนขึ้นไปบนกำแพงทั้งมือที่สั่นเทา

เสื้อผ้ารัดกุมบัดนี้ปลิวสะบัดไปตามแรงลม ผมยาวดำขลับของนางหลุดลุ่ยออกมาบางส่วนแต่โม่เซียงหยาไม่มีเวลามาใส่ใจ 

แม้แต่นิ้วและฝ่ามือที่เสียดสีกับผิวหินหยาบจนแสบร้อน หญิงสาวยังต้องปล่อยวาง ด้วยความเจ็บนั้นนับว่าเล็กน้อยนักเมื่อเทียบกับชีวิตที่กำลังจะถูกขายหากหนีไม่พ้น

ยามปลายนิ้วแตะขอบกำแพงและร่างบางขึ้นไปนั่งเหวี่ยงขาคร่อมบนกำแพงสูงพลางถอนหายใจเพื่อเตรียมทิ้งตัวลงอีกฝั่ง เสียงกรีดร้องกลับดังลั่นขึ้นมาจากด้านหลัง

“จับตัวไว้! อย่าให้หนีไปได้!”

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

ยาหยา
ยาหยา
สนุกๆๆๆ เดาไม่ถูก ชอบๆๆๆ ยังไม่อยากลงเรือผิด รอลุ้นดีกว่า
2026-07-19 10:11:23
1
1
85
ตอนที่หนึ่ง อย่าให้หนีไปได้
หนีจากแม่ทัพซื่อบื้อมาเจออ๋องโหดกับโจรบ้ากามและหมอเจ้าเล่ห์โดยแม่นางว่างจิงจิงตอนที่หนึ่ง อย่าให้หนีไปได้“พรึ่บ!”ร่างที่กำลังจมลึกกระตุกเฮือก ดวงตาเปิดขึ้นอีกครั้ง ทั้งยังพยายามเตะขาตวัดมือเพื่อพาตัวเองขึ้นสู่ผิวน้ำด้วยพลังที่ไม่รู้มาจากไหนทันทีที่ศีรษะโผล่ขึ้นเหนือผิวน้ำ จมูกรีบสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ทว่าน้ำบางส่วนยังคงไหลเข้าปากสัญชาตญาณเอาตัวรอดทำงานก่อนความคิด มือทั้งสองเร่งว่ายฝ่าสายน้ำไปยังเงาดำของตลิ่งในที่สุด...ปลายนิ้วสัมผัสดินโคลนบ่งบอกว่าถึงริมฝั่งแล้ว มือที่เริ่มอ่อนแรงจึงตะเกียกตะกายเกาะต้นหญ้าเพื่อรั้งตัวเองขึ้นมาจนได้หลังนอนแผ่อยู่บนพื้นดินเปียกชื้นพลางหอบหายใจแรงแล้วไอออกมา สายตาจึงเพิ่งสังเกตว่ารอบข้างช่างไม่คุ้นตาที่ไหน! ไม่ใช่สระว่ายน้ำในสโมสรนี่นา!คงไม่ใช่ว่า!ฉับพลัน ภาพเด็กสาวกำลังร้องไห้ ภาพหญิงวัยกลางคนกำลังด่าทอดุว่าพลันฉายขึ้นมาในความทรงจำ“หยาเอ๋อร์ อย่าคิดว่าแม่ใหญ่ใจร้ายเชียวล่ะ คหบดีซูยอมแต่งเจ้าเป็นอนุคนที่สามก็นับว่าเมตตามากแล้ว เฮ้อ!...ต้องเข้าใจว่าบัดนี้สกุลโม่ของเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นับจากท่านพี่ฆ่าตัวตายในคุก พวกเราก็ไม่เหลือสิ่งใดอีก
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่สอง เกาะให้แน่น
ตอนที่สอง เกาะให้แน่นยามปลายนิ้วแตะขอบกำแพงและร่างบางขึ้นไปนั่งเหวี่ยงขาคร่อมบนกำแพงสูงพลางถอนหายใจเพื่อเตรียมทิ้งตัวลงอีกฝั่ง เสียงกรีดร้องกลับดังลั่นขึ้นมาจากด้านหลัง“จับตัวไว้! อย่าให้หนีไปได้!”แย่แล้ว! มารดาเลี้ยงของนางเห็นเข้าแล้วโธ่เอ๊ย! ทำไมรู้เร็วนักหัวใจของโม่เซียงหยาเต้นแรงราวจะปะทุออกมาจากทรวงอก สายตามองพื้นดินอีกฟากฝั่งของกำแพงก่อนจะหันกลับไปมองกลุ่มบ่าวไพร่ที่แม้จะมีไม่กี่คนแต่พวกเขาต่างกรูกันเข้ามาเพื่อหวังจับตัวนางกลับไปอืม...สูงกว่าที่คิด แม้ความสูงจะชวนให้ใจหาย แต่หากหยุดชะงักแม้เพียงก้าวเดียว คงถูกจับตัวได้แน่นอนสายตาของหญิงสาวฉายแววลังเลใจเพียงครู่ก่อนจะหลับตาบ่งบอกการตัดสินใจแล้วทิ้งตัวลง เก็บหัว เก็บขา งอแขนอยู่ในท่าเตรียมตัวรับแรงกระแทกของพื้นดินความสูงนั้นทำให้ข้อเท้าที่สัมผัสพื้นสะเทือนจนชาจำต้องล้มตัวลงกลิ้งไปหลายตลบเพื่อลดแรงตกกระทบ กระทั่งใช้มือช่วยหยุดเอาไว้ได้แม้จะยังเจ็บ แต่โม่เซียงหยาจำต้องกล้ำกลืนฝืนอดทนรีบยันตัวเพื่อลุกขึ้นวิ่งแต่...นางกลับล้มลงอีกครั้งด้วยข้อเท้าของนางได้พลิกจนเจ็บปวดเสียแล้ว“ว้าย!...”ทว่าคราวนี้ร่างบางกลับไม่ได้กระแทกพื
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่สาม ร่วมทาง
ตอนที่สาม ร่วมทางชายหนุ่มเหลือบมองใบหน้าที่ยังแดงระเรื่อจากลมแรง และความตื่นเต้นด้วยแววตาที่แฝงประกายบางอย่าง ก่อนจะเอ่ยตอบโดยดี“เซียวหยวน”“อ้อ...ขอบคุณ คุณชายเซียว” โม่เซียงหยาประกบมือแสดงท่าทางขอบคุณแล้วแนะนำชื่อของตัวเอง“ข้าคือโม่เซียงหยา” ก่อนจะถามขึ้นอีก “ที่นี่คือที่ไหนหรือ”“ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน” คำตอบที่ออกมาจากปากของชายหนุ่มเรียกสีหน้าเหลอหลาน่าขบขันจนเขาอดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้“ข้าเพียงคิดว่าจะพาเจ้าออกมาให้ไกลที่สุดเพื่อไม่ให้คนพวกนั้นตามทัน จากนั้นจึงหลงทางและเลยมาถึงที่นี่ ก็เท่านั้น”อ้อ...โม่เซียงหยาแสร้งพยักหน้าทำเป็นว่าเข้าใจ ทั้งที่ในใจยังหวาดระแวงตามแผนการที่คิดไว้ก็คือมุ่งหน้าไปตามหาตระกูลติงก่อน เมื่อเจรจากันแล้วเขาจะยอมรับนางหรือไม่ค่อยว่ากันอีกทีไหนเลยจะคิดว่าแค่ออกมาก็ต้องฝ่าฟันในป่าเปลี่ยว ผู้จัดการนักแสดงอย่างเธอไม่ได้เชี่ยวชาญการใช้ชีวิตในป่าสักหน่อยแสงอาทิตย์ที่โผล่พ้นต้นไม้ทำให้พอมองเห็นบรรยากาศของชายป่าที่ยังไม่มีใครผ่านแม้จะยังไม่วางใจ แต่ยามนี้มีเขาอยู่ย่อมดีกว่าอยู่ตามลำพัง โม่เซียงหยาจึงรีบเอ่ยถาม“พวกเราจะออกไปได้อย่างไรหรือ”“เจ้าอยากไปที่ใด
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่สี่ รีบบอกความจริงมา
ตอนที่สี่รีบบอกความจริงมาโม่เซียงหยาเผลอเคาะไล่ปลายนิ้วลงบนเข่าตนเอง ราวกำลังจัดระเบียบความคิด ซึ่งนั่นเป็นท่าทางประจำตัวของผู้จัดการโม่ก่อนจะถอนหายใจออกมา“เฮ้อ!”เสียงถอนหายใจที่ดังลอดออกมาจากด้านในยามหันหลังไปปิดประตู ทำให้ความระแวงระวังของเซียวหยวนพลันลดทอนลง ด้วยคิดว่านางก็เป็นเพียงสตรีน่าสงสารคนหนึ่งแม้เขาจะรู้สึกแปลกใจในท่าทางที่ไม่ค่อยหวงเนื้อหวงตัวเช่นคุณหนูในห้องหอทั่วไป ทั้งนางยังสงบนิ่งเกินกว่าสตรีแรกรุ่นคนอื่นยามเผชิญเรื่องตื่นระทึกอีกทั้งสีหน้าของนางยังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลากหลายอารมณ์จนจับทางได้ยากทว่า...นางช่างงามจับตายิ่งนักเพียงคิดถึงภาพความใกล้ชิดยามอุ้มนางไว้ในอ้อมแขน ความอบอุ่นจากผิวกายนุ่มนิ่มและกลิ่นหอมของสตรีที่โชยมาช่างยากตัดใจนักเซียวหยวนถึงกับต้องแลบลิ้นเลียริมฝีปากเมื่อคิดไปถึงพวงแก้มนุ่มที่ได้แตะสัมผัสความละมุนละไมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าเพื่อเตือนสติตนเองขืนนางบดเบียดทรวงอกอวบอิ่มนั้นกับอกของเขาอีกครั้ง หรือโอบลำคอของเขาอย่างแนบแน่นอีกคราเขาคงอดใจไม่ไหวที่จะประกบจุมพิตลงไปบนริมฝีปากสีแดงแล้วบีบเคล้นสองเต้ากลมเต่งนั้นอย่างสนุกมือแม้ความคิดคะน
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ห้า คู่หมั้น
ตอนที่ห้าคู่หมั้นโม่เซียงหยาที่กำลังอ้าปากจะแก้ตัวว่านางเพียงยังพูดไม่หมด แต่ความเร็วในการหายตัวไปของเซียงหยวนช่างเกินคาดคิดด้วยเพียงกะพริบตาก็ไม่เห็นกระทั่งเงายังไม่ทันหายตกตะลึง เอวบางก็โดนฉวยคว้าขึ้นไปนั่งคร่อมบนหลังม้าพลางควบขี่มุ่งหน้ากลับจวนสกุลโม่“เดี๋ยวๆๆ หยุดก่อน พวกเราคุยกันสักนิดได้หรือไม่ โอ๊ย...ข้าเวียนหัว หยุดสิ”ตลอดทาง โม่เซียงหยาพยายามตะโกนโวยวายขอร้องให้ชายหนุ่มด้านหลังหยุดพูดคุยกันก่อน แต่เขากลับไม่ตอบทั้งยังเร่งฝีเท้าม้าให้ทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นสายลมแรงพัดปะทะใบหน้าจนแทบลืมตาไม่ขึ้นเส้นผมถูกลมตีกระจาย ปลิวฟุ้งมาปิดแก้ม ปิดตาและริมฝีปากของนางจนพูดไม่เป็นคำ“ข้า...โอ๊ย!...หยุด...ก่อน...”ทุกคำพูดถูกลมพัดกลืนหายไปขณะโม่เซียงหยารีบยกมือข้างหนึ่งขึ้นปัดเส้นผมที่เกาะอยู่บนหน้า ทั้งพยายามเอนตัวไปด้านหลังเพื่อให้ชายหนุ่มได้ยิน“อย่า...กลับ...”‘ติงเจิ้ง’ ขมวดคิ้วเล็กน้อยยามก้มมองศรีษะเล็กที่พยายามหันมาพูดอะไรบางอย่างแต่ลมที่หวีดหวิวอยู่ข้างหูกับเสียงกีบม้าดังสนั่นกลบเสียงนั้นแทบหมด แม่ทัพหนุ่มจึงไม่แน่ใจ“เจ้าว่าอะไรนะ”“ข้า...” ยังไม่ทันพูดต่อ เส้นผ
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่หก ใช้ไม่ได้สักคน
ตอนที่หก ใช้ไม่ได้สักคนโม่เซียงหยาค้อนขวับอยู่หลายครา เพราะนางเองนี่แหละที่อยากจะฟันเขาให้ขาดเป็นสองท่อนแต่หญิงสาวไม่อาจร้องเรียกให้เขารั้งรอเพื่อฟังนาง เนื่องจากมารดาเลี้ยงรีบสั่งคนลากร่างบอบบางซึ่งไร้เรี่ยวแรงทั้งยังเจ็บขาเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็วเชอะ...ไอ้แม่ทัพซื่อบื้อเอ๊ย ไม่เฉลียวใจสักนิดเลยหรือไง อุตส่าห์พูดจนคอแทบแตก ไม่รู้จักฟังกันบ้าง แทนที่จะช่วยพาหนีไปให้พ้นจากหญิงชั่วร้าย กลับพามาป้อนใส่มือให้เสียอย่างนั้นถ้าเป็นนักแสดงในสังกัดนะ ป่านนี้ตัดหางปล่อยวัด ฉีกสัญญาทิ้งไม่เอามาเลี้ยงไว้แน่ๆ ผู้จัดการโม่ได้แต่ฟาดลมฟาดอากาศด้วยความโมโหจนดวงตาแดงก่ำ ทั้งยังเจ็บใจที่อุตส่าห์หนีรอดออกไปได้ แต่ต้องถูกจับกลับมาด้วยคู่หมั้นที่คิดจะหนีไปหานั่นเองเขาคงคิดไม่ถึงว่า โม่ฮูหยินจะมีแผนร้าย แต่ก็ควรรับฟังกันมากกว่านี้ แล้วเจ้าเซียวหยวนคนนั้นอีก ยังไม่ทันไรก็กลัวจนหัวหดวิ่งหนีหางจุกก้นไปเลยผู้ชายที่นี่มีดีแค่หล่อ แต่ใช้ไม่ได้สักคน ไม่ควรฝากความหวังไว้ที่ใครทั้งนั้น ผู้จัดการโม่ก่นด่าในใจระหว่างมองหาทางหนีทีไล่อยู่ในห้องอับซึ่งใส่กุญแจไว้แน่นหนายามโม่ฮูหยินแวะมาใส่กุญแจอีกชั้นเพื่อให
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่เจ็ด เหตุใดโหดเหี้ยมเช่นนี้
ตอนที่เจ็ด เหตุใดโหดเหี้ยมเช่นนี้เมื่อเลือดลมพวยพุ่ง ความร้อนรุ่มในกายจึงค่อยๆเพิ่มขึ้นทำให้สติที่พร่าเลือนค่อยๆ แจ่มชัดหลังจากปรับลมหายใจอยู่ชั่วครู่ ทั้งยังสำรวจดูว่าร่างกายพอขยับได้แล้ว จู่ๆ เสียงฝีเท้ารีบเร่งของม้าหลายตัวก็ดังใกล้เข้ามาจนเกิดความหวังโม่เซียงหยาเปิดม่านเล็กเบาๆ พอไม่ให้คนแบกเกี้ยวผิดสังเกต ก่อนจะตัดสินใจกระโจนออกจากเกี้ยวที่โยกเยกแล้ววิ่งกะโผลกกะเผลกสุดฝีเท้าเพื่อไปขวางรถม้าซึ่งกำลังวิ่งสวนมาอย่างรวดเร็วแม้การกระทำนี้จะทั้งอันตรายและโง่เขลาเกินไป ด้วยอาจโดนม้าที่หยุดไม่ทันชนจนกระเด็นแข็งขาหัก หรือโดนล้อรถม้าที่ตามมาบดทับจนแบนไปกับพื้นถนนทว่าบางครั้ง สิ่งที่เลือกอาจไม่ใช่ทางที่ปลอดภัยที่สุด แต่เป็นทางเดียวที่เหลืออยู่ต่างหากโม่เซียงหยาหลับตาปี๋ด้วยหัวใจที่เต้นแรง ลมหายใจติดขัด ก่อนจะลืมตาขึ้นมาเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นเหม็นของอาการฮึดฮัดจากม้าที่วิ่งเร็วจี๋และถูกบังคับให้หยุดลงได้พอดีก่อนที่เท้าใหญ่โตนั้นจะเหยียบนางจนกระดูกแหลกฉับพลันก็มีเสียงตะโกนถามดังลั่นจากชายชุดดำท่าทางดุดันซึ่งโผล่มาจากข้างรถม้า ซึ่งกระโดดลงมาด้วยท่าทางราวจะจับนางโยนออกไป“ผู้ใดกล้ามาขวาง
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่แปด ช่างบังอาจนัก
ตอนที่แปดช่างบังอาจนัก แม้ไม่อยากสร้างเรื่องวุ่นวาย หรือสร้างความหายนะ หากแต่ความร้อนรุ่มที่พวยพุ่งทำให้โม่เซียงหยาไม่อาจอดทน เผลอขยับสาบเสื้อเพื่อเปิดอ้ารับความเย็นด้านนอกจนหลุดลุ่ยกิริยาหยุกหยิกตลอดเวลา เรียกแววตาไม่พอใจให้หรี่ขึ้นมอง ครั้นเห็นท่วงท่าร้อนรน เหงื่อที่ไหลพรากกับใบหน้าแดงก่ำของหญิงสาว จึงพอรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น“หาที่พัก” เสียงตะโกนสั้นห้วนดังขึ้นก่อนที่ไม่นานรถม้าจะจอดลงพร้อมมือที่เอื้อมมาเปิดผ้าม่านประตูเพื่อรอรับคำสั่ง“นางโดนวางยาปลุกกำหนัด รีบพานางลงไปก่อนที่จะสร้างเรื่องยุ่งยาก”“พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง”  อ๋อง! ยาปลุกกำหนัด!คำเรียกขานของชายชุดดำและยาในตำนานที่มักเป็นต้นเหตุของความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ซึ่งมักอยู่ในละครที่นักแสดงในสังกัดของเธอได้รับบทบาททำให้โม่เซียงหยาแตกตื่น ทั้งยังอดก่นด่ามารดาเลี้ยงของร่างนี้ในใจไม่ได้ยัยแม่เลี้ยงใจร้ายทุ่มทุนเหลือเกิน วางยาถึงสองตัวพร้อมกันทีเดียว คงคาดไว้ว่ารอให้หลับสนิทก่อน ส่
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่เก้า งดงามไม่น้อย (กรุบกริบ)
ตอนที่เก้า งดงามไม่น้อย หากเป็นสถานการณ์ทั่วไป มีหรือที่อ๋องตงหยางจะยอมให้สตรีใช้มือของเขาเพื่อระบายความอึดอัดทว่าในตัวของเขายามนี้มีไอเย็นมากมายที่ต้องการได้รับการบรรเทาเช่นกัน การที่มือผ่าวร้อนจับสัมผัสกลายเป็นความอบอุ่น มือของอ๋องหนุ่มจึงโอนอ่อนทั้งยังออกแรงเคล้าคลึงขณะสายตาจ้องมองทรวงอกอวบอิ่มที่ใหญ่ล้นมืออืม...สตรีนางนี้ นับว่ามีส่วนสัดงดงามไม่น้อยนางบอกว่าเป็นคู่หมั้นของแม่ทัพเถรตรงสกุลติงหรือ คนผู้นั้นทั้งซื่อทั้งหยาบ จะรู้จักรักหยกถนอมบุปผา ทะนุถนอมความงดงามได้อย่างไร ช่างเสียดายของนัก จู่ๆ อู๋ไป่ฟงก็เกิดความคิดใหม่ที่ไม่เคยคาดไว้มาก่อนไม่อาจปฎิเสธได้ว่าความงดงามของร่องอกอวบที่ถูกเขากอบกุมแนบชิดนั้นกำลังแผ่พลังชวนหลงใหล และกำลังปลุกส่วนแข็งขืนอันเต็มไปด้วยเลือดเนื้อกลางหว่างขาของเขาให้ผงกหัวขึ้นและขยับขยายคนที่วางยากำหนัดคงหวังส่งสตรีนางนี้ไปสังเวยชายสักคนจึงใช้ปริมาณไม่น้อยทีเดียว ดูจากอาการและความร้อนจากกายของนางแล้ว หากอยากถอนฤทธิ์ยา มีแต่ต้
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่สิบ ช้าหน่อย (NC)
ตอนที่สิบ ช้าหน่อย เมื่อได้ยินเสียงหญิงสาวกรีดร้องและอาการเกร็งกระตุกตอดถี่บ่งบอกการเสร็จสมด้วยมือของเขาความอดทนของอู๋ไป่ฟงจึงพังทลายอ๋องหนุ่มส่งเสียงคำรามต่ำ ผละจากสองเต้าและร่องฉ่ำแล้วลุกขึ้นถอดกางเกงเพื่อปลดปล่อยอาวุธแกร่งให้ออกมาผงาดแสดงความแข็งใหญ่ก่อนจะย่อกายลงจดจ่อทวนแข็งไว้กับส่วนกลางกายของหญิงสาวพลางมองใบหน้าของนางครู่หนึ่งในใจของอ๋องหนุ่มย่อมรู้ดีว่าครั้งแรกของสตรีย่อมรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายตัว หากแต่เขาไม่คิดปลอบโยนหรือให้กำลังใจ ด้วยนางเป็นฝ่ายปลุกราคะของเขาจึงควรต้องรับผิดชอบยามกลีบดอกไม้นุ่มลื่นอันคับแคบ ถูกแท่งเนื้อใหญ่สอดแทรกผ่านส่วนปลายที่อ่อนไหว โม่เซียงหยาย่อมรู้สึกตึงและอึดอัดมาก ราวกับว่าร่องนุ่มของนางใกล้ฉีกขาดแทบปริแยก“โอ๊ย!...ช้าๆ หน่อย” เสียงโอดครวญดังแผ่วเมื่อความเจ็บค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นความรู้สึกพร่าเลือนทว่าแท่งทวนซึ่งออกแรงทิ่มแทงเพื่อเข้าสู่จุดหมายแล้ว ย่อมไม่ละความพยายามและดึงดันแทรกความแข็งแกร่งเข้าไปลึกที่สุดให้จงได้
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status