เข้าสู่ระบบนางแค่อยากหนีไปหาคู่หมั้นแม่ทัพ ไหนเลยจะคิดว่าคู่หมั้นของนางช่างซื่อบื้อจับนางกลับมาจนต้องหนีอีกครั้ง แต่ครั้งนี้นางกลับพบกับอ๋องโหด หมอเจ้าเล่ห์และโจรบ้ากาม พวกเขาทั้งสี่คนต่างเข้ามาพัวพันกับนางอย่างไม่อาจดิ้นหลุด ข้าแค่อยากจะหนีให้พ้น พวกเจ้าทั้งสี่คนอย่าได้เอาแต่รังแกข้าได้หรือไม่
ดูเพิ่มเติมหนีจากแม่ทัพซื่อบื้อมาเจออ๋องโหดกับโจรบ้ากามและหมอเจ้าเล่ห์
โดยแม่นางว่างจิงจิง
ตอนที่หนึ่ง
อย่าให้หนีไปได้
“พรึ่บ!”
ร่างที่กำลังจมลึกกระตุกเฮือก ดวงตาเปิดขึ้นอีกครั้ง ทั้งยังพยายามเตะขาตวัดมือเพื่อพาตัวเองขึ้นสู่ผิวน้ำด้วยพลังที่ไม่รู้มาจากไหน
ทันทีที่ศีรษะโผล่ขึ้นเหนือผิวน้ำ จมูกรีบสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ทว่าน้ำบางส่วนยังคงไหลเข้าปาก
สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำงานก่อนความคิด มือทั้งสองเร่งว่ายฝ่าสายน้ำไปยังเงาดำของตลิ่ง
ในที่สุด...ปลายนิ้วสัมผัสดินโคลนบ่งบอกว่าถึงริมฝั่งแล้ว มือที่เริ่มอ่อนแรงจึงตะเกียกตะกายเกาะต้นหญ้าเพื่อรั้งตัวเองขึ้นมาจนได้
หลังนอนแผ่อยู่บนพื้นดินเปียกชื้นพลางหอบหายใจแรงแล้วไอออกมา สายตาจึงเพิ่งสังเกตว่ารอบข้างช่างไม่คุ้นตา
ที่ไหน!
ไม่ใช่สระว่ายน้ำในสโมสรนี่นา!
คงไม่ใช่ว่า!
ฉับพลัน ภาพเด็กสาวกำลังร้องไห้ ภาพหญิงวัยกลางคนกำลังด่าทอดุว่าพลันฉายขึ้นมาในความทรงจำ
“หยาเอ๋อร์ อย่าคิดว่าแม่ใหญ่ใจร้ายเชียวล่ะ คหบดีซูยอมแต่งเจ้าเป็นอนุคนที่สามก็นับว่าเมตตามากแล้ว
เฮ้อ!...ต้องเข้าใจว่าบัดนี้สกุลโม่ของเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นับจากท่านพี่ฆ่าตัวตายในคุก พวกเราก็ไม่เหลือสิ่งใดอีก สมบัติมีค่าทุกอย่างล้วนถูกยึดไปจนสิ้น ยามนี้แม้แต่อาหารการกินยังแทบไม่มีเหลือ
เงินสินสอดของเจ้าก้อนนี้ก็คิดเสียว่ามอบให้แม่ใหญ่และพี่สาวของเจ้าได้ต่อชีวิตเถิดนะ”
“เหตุใดไม่ให้เขาแต่งกับพี่หญิงรองเล่า เหตุใดจึงต้องเป็นข้าที่ต้องเสียสละ”
“เชอะ พี่สาวของเจ้ามีคู่หมั้นหมายเป็นถึงซื่อจื่อ นางจะแต่งไปเป็นอนุของตาเฒ่าคนหนึ่งได้อย่างไรกัน
โม่เซียงหยา เจ้านี่ช่างไม่รู้ความเอาเสียเลย ข้าอุตส่าห์หวังดี หวังให้เจ้าได้สุขสบาย ที่ไม่ขายเจ้าออกไปยังหอนางโลมก็นับว่าเมตตามากแล้ว ยังมีหน้ามายอกย้อน
ในเมื่อไม่รู้จักบุญคุณกันเช่นนี้ วันนี้ก็อดข้าวไปแล้วกัน!”
หลังจากนั้น ภาพของร่างที่ยืนอยู่ริมสระบัวก็ปรากฏชัด
“ต่อให้ต้องตาย ข้าก็จะไม่ยอมแต่งกับตาเฒ่าผู้นั้นเด็ดขาด”
ตูม!
เสียงน้ำกระเซ็นพร้อมร่างที่จมดิ่งในห้วงความจำ นำพาความอึดอัดจากอาการขาดลมหายใจเสียจนต้องกดหน้าอก ก่อนที่ดวงตากลมโตจะหรี่ลง พลางยกมือขึ้นพิจารณา
มือนี้...เล็กเกินไป
ร่างที่ยังเปียกโชกรีบคลานไปยังริมฝั่งเพื่อก้มลงมองภาพสะท้อนในน้ำที่มองจ้องกลับมา
""บ้าเอ๊ย!...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!" เสียงสบถดังพร้อมใจที่เต้นรัว ด้วยใบหน้าที่เห็นนั้นไม่ใช่ใบหน้าผู้หญิงวัยสามสิบห้าปีของเธอ
หากแต่เป็นใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กสาวซึ่งน่าจะมีอายุแค่16-17ปีเท่านั้น
“ฮัดเช้ย!...” ระหว่างระงับความแตกตื่น เสียงจามก็ช่วยเตือนสติให้รีบลุกขึ้นแล้วเดินไปตามความทรงจำ ผ่านลานเก็บฟืน ผ่านทางเดินแคบกระทั่งมาถึงเรือนเล็กทรุดโทรม
“โอ๊ย!...นี่มันซ่อมซ่อเกินไปแล้ว”
เจ้าของร่างเปียกโชกไม่วายบ่นพร่ำขณะผลักประตูไม้เข้าไป รื้อค้นเสื้อแห้งมาผลัดเปลี่ยนก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนเตียงแล้วหลับตารื้อค้นความทรงจำที่เหลืออยู่เพื่อทำความเข้าใจ
ครั้นลืมตาขึ้นมา แววตากลับไม่เหมือนในภาพความทรงจำนั้น ราวกับว่าวิญญาณหนึ่งได้ดับลงใต้สายน้ำแล้วและอีกวิญญาณหนึ่งตื่นขึ้นมาแทนที่
ใช่แล้ว!
วิญญาณในร่างของคุณหนูสามโม่เซียงหยาบัดนี้ได้กลับกลายเป็นผู้จัดการนักแสดงมืออาชีพ ซึ่งมีชื่อเดียวกันว่า ‘โม่เซียงหยา’ อีกคนไปแล้ว
นางไม่ใช่คุณหนูสาม บุตรสาวอนุผู้อ่อนแอคนเดิมแต่เป็นสาวแกร่งวัยสามสิบกว่าซึ่งคุ้นเคยกับการจัดการชีวิตคนอื่นได้เป็นอย่างดี
แค่เล่นน้ำแก้เครียด ทำไมกลายเป็นวิญญาณออกจากร่างแล้วมาเข้าร่างยัยคุณหนูคนนี้ไปได้นะ
โอ๊ย!...อุตส่าห์เหนื่อยมาตั้งครึ่งชีวิต หวังเสวยสุขท่ามกลางหนุ่มหล่อ ทำไมต้องส่งมาเริ่มต้นใหม่กลายเป็นคุณหนูอ่อนแอที่โดนรังแกแบบนี้
แม้จะทำใจยอมรับได้ยาก แต่หลังจากตีอกชกหัวด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน โม่เซียงหยาคนใหม่จึงระงับความตื่นตระหนก พยายามตั้งสติ คิดทบทวนความทรงจำของร่างเดิมให้ถี่ถ้วน
อืม... ร่างนี้กำลังโดนแม่เลี้ยงขายให้ตาเฒ่าซึ่งมีเมียตั้งหลายคน ถึงได้คิดโง่ๆ กระโดดน้ำหนีปัญหา
ในจวนนี้ยังมีพี่สาวอีกคนนี่นา อ้อ...นังแม่เลี้ยงนั่นอ้างว่าบุตรสาวตัวเองมีคู่หมั้นอยู่แล้ว
เดี๋ยวนะ...คู่หมั้น? ร่างนี้ก็มีคู่หมั้นนี่นา
เมื่อรื้อค้นลึกลงไป โม่เซียงหยาจึงพบว่าแม้จะเป็นเพียงคุณหนูสามซึ่งเกิดจากอนุ แต่บิดาของร่างนี้ก็ได้หมั้นหมายบุตรสาวเอาไว้กับบุตรชายของเพื่อนสนิทตั้งแต่ยังเล็ก
หญิงสาวเคยได้ยินบิดาบอกว่าพวกเขาแซ่ติง เป็นทหารอยู่ที่ชายแดน แต่ไม่เคยเห็นหน้าสักครั้งด้วยอยู่ห่างไกลกันมาก
ยามนี้ช่างคับขัน ขืนอยู่ที่นี่ต่อไปคงไม่พ้นมือตาเฒ่าบ้ากาม หากหนีออกไปยังพอมีทางรอด ถึงจะไม่พบคู่หมั้นหรือหากพบแล้วไม่ยอมรับนาง ก็ยังพอมีเวลาคิดหาทางอื่น
ตลอดชีวิตการทำงานในฐานะผู้จัดการนักแสดง ผู้จัดการโม่เคยประสบปัญหาที่ต้องแก้ไขมานับไม่ถ้วน เรื่องที่ต้องทำอย่างแรกก็คือรวบรวมข้อมูลเพื่อวิเคราะห์หาทางออก
เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปใกล้เช้าแล้ว โม่เซียงหยาจึงรีบรื้อค้นเอาของหมั้นซึ่งบิดาเคยมอบให้แล้วจัดห่อผ้าเล็กคล้องกับร่างกายก่อนจะก้าวเดินด้วยฝีเท้าซึ่งเงียบที่สุด
ในเมื่อคิดจะหนีก็ต้องหนีไปให้รอด ห้ามโดนจับได้เด็ดขาด
โม่เซียงหยาคนใหม่คิดในใจขณะลัดเลาะหลบข้างต้นไม้เพื่อผ่านลานบ้านไปยังประตูใหญ่
แต่...ประตูถูกลั่นดานเอาไว้อย่างแน่นหนา ทั้งยังมีคนของมารดาเลี้ยงยืนเฝ้าอย่างแข็งขัน
ฟ้ายังไม่ทันสว่าง เหตุใดจึงขยันกันนัก
โม่เซียงหยาค่อนขอดในใจขณะเดินวกกลับไปยังกำแพงด้านหลังโดยทันที
เมื่อมองซ้ายมองขวาเห็นไม้ยาวจึงตัดสินใจยกพาดเพื่อใช้เป็นตัวช่วยในการปีนขึ้นไปบนกำแพงทั้งมือที่สั่นเทา
เสื้อผ้ารัดกุมบัดนี้ปลิวสะบัดไปตามแรงลม ผมยาวดำขลับของนางหลุดลุ่ยออกมาบางส่วนแต่โม่เซียงหยาไม่มีเวลามาใส่ใจ
แม้แต่นิ้วและฝ่ามือที่เสียดสีกับผิวหินหยาบจนแสบร้อน หญิงสาวยังต้องปล่อยวาง ด้วยความเจ็บนั้นนับว่าเล็กน้อยนักเมื่อเทียบกับชีวิตที่กำลังจะถูกขายหากหนีไม่พ้น
ยามปลายนิ้วแตะขอบกำแพงและร่างบางขึ้นไปนั่งเหวี่ยงขาคร่อมบนกำแพงสูงพลางถอนหายใจเพื่อเตรียมทิ้งตัวลงอีกฝั่ง เสียงกรีดร้องกลับดังลั่นขึ้นมาจากด้านหลัง
“จับตัวไว้! อย่าให้หนีไปได้!”
ตอนแปดสิบห้าสำรวจตลาดเมื่อติงเจิ้งออกไปแล้ว โม่เซียงหยาจึงเดินสำรวจโดยรอบจวนอีกครั้งแล้วจดบันทึกสิ่งที่ต้องทำ กระทั่งได้รับเล่มบัญชีกับถุงเงินที่หนักกว่าถุงแรกอยู่บ้างติงฮูหยินเริ่มตรวจสอบบัญชีแล้วจัดแจงเบี้ยหวัดรายเดือนของจวนแม่ทัพเพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนก่อนจะตรวจนับเงินแล้วหักลบเพื่อให้แน่ชัดว่าติงเจิ้งยังมีเงินเหลืออยู่เท่าใดกันแน่เมื่อมองเห็นตัวเลขชัดเจน เงินจำนวนหนึ่งจึงถูกกันไว้เพื่อค่อยๆ ปรับปรุงจวนให้อบอุ่นและมีชีวิตชีวามากขึ้น แล้วยังต้องซื้อของใช้ส่วนตัวด้วยนางมีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชุดที่นำติดตัวมาเท่านั้นด้วยความคุ้นเคยกับการจัดการงานอย่างละเอียด ผู้จัดการโม่จึงไม่ได้รังเกียจงานใหญ่น้อย หญิงสาวลงมือจัดการสั่งงานทุกอย่างด้วยตนเอง นั่นทำให้บ่าวรับใช้ไม่กล้าอู้งานใช้เวลาไม่ถึงเดือนจวนแม่ทัพจึงเปลี่ยนสภาพกลายเป็นน่าอยู่ขึ้นมากทั้งภายในและภายนอกยามนี้ภายในจวนตกแต่งด้วยแจกันดอกไม้สดสร้างความสดชื่น จุดกลิ่นธูปหอมอ่อนสร้างความผ่อนคลาย แล้วยังมีชุดน้ำ
ตอนแปดสิบสี่ ลากไปลากมามือหนาขยำทรวงอกที่สะบัดไปตามแรงกระแทก ทั้งปากที่ยังก้มลงจุมพิตดูดกลืนไม่หยุดโดยไม่ได้เว้นว่างจากความเสียวด้วยการเล้าโลมจากความอุ่นชื้นของลิ้นแฉะที่วนเลียบดคลึงเต้าตูมเต่งไม่ได้หยุด อารมณ์หวั่นไหวของหญิงสาวจึงเพิ่มขึ้นยกสะโพกโยกร่อนร่องบุปผางามคล้อยตามไปกับการขยับเคลื่อนของดุ้นลำที่โจมตีอยู่ด้านล่างแม่ทัพหนุ่มเงยหน้ามุ่งมั่นควงลำท่อนสำรวจถ้ำชุ่มฉ่ำอย่างลำพอง โดยสายตายังเฝ้าวนเวียนอยู่กับร่องสีหวานที่ติดหนึบกับท่อนกายไม่ยอมปล่อยไม่ว่าเขาจะลากไปลากมาในทิศทางใด ร่องแดงฉ่ำยังคงโยกโยนสอดรับตาม ราวเกรงว่าความแข็งใหญ่ที่เติมเต็มจะหนีหายจนความเสียวซ่านวาบหวิวหลุดลอยไปด้วย“ซี้ดดด อื้ออ...”เห็นสีหน้าเคลิ้มไหวและเสียงครวญครางที่หลุดออกมาโดยไม่อาจยับยั้ง ติงเจิ้งจึงได้ใจส่งนิ้วว่องไวลอดลงไปคลึงเคล้นติ่งเกสรที่พบความเสียวจนตึงแน่นเพื่อปลุกความเร่าร้อนเพิ่มความคึกคักความเสียวซ่านจากสัมผัสรุ่มร้อนทั้งบนล่างย่อมเพิ่มขึ้นไปตามการปลุกเร้า โดยเฉพาะการบดขยี้ติ่งเสียว
ตอนแปดสิบสาม หญิงอุ่นเตียงหญิงสาวเพียงครางตอบเท่านั้นด้วยไม่อาจเอ่ยออกมาเป็นคำได้“อยากให้พี่สอดใส่เข้าไปแล้วหรือไม่” ติงเจิ้งแสร้งถามทั้งๆ ที่สัมผัสได้ถึงราคะที่พวยพุ่ง แล้วยังรู้สึกเริงร่าเมื่อได้ยินเสียงสั่นไหวด้วยอารมณ์วาบหวามเอ่ยตอบ“ใส่..ใส่เลย”“เช่นนั้นพี่จะใส่เข้าไปแล้วนะ” ชายหนุ่มถามอีกคราเพื่อความแน่ใจ ทั้งๆ ที่มือจับดุ้นลำใหญ่ไปจดจ่อยังปากช่องทางเอาไว้แล้วถึงอย่างไรเขาก็ไม่อยากให้นางโกรธหรือน้อยใจ จึงต้องเอาใจใส่ให้มากหน่อย“อืม” หญิงสาวตอบเพียงเท่านั้นด้วยร่างกายยังคงสั่นระริกด้วยความซาบซ่านติงเจิ้งค่อยๆ จับแท่งสวาทจ่อเข้ากับร่องน้ำอันฉ่ำแฉะก่อนจะสอดใส่เข้าไปอย่างเชื่องช้าวันนี้เขาพยายามทำทุกอย่างโดยไม่ผลีผลามด้วยอยากให้ภรรยาสาวรู้สึกดีขึ้น ไม่อยากให้นางกล่าวหาเขาว่าทำกับนางเช่นหญิงอุ่นเตียงอีก“พี่ขยับช้าๆ เช่นนี้ดีหรือไม่”“ไม่ดี เร็วขึ้นอีกหน่อยเถิด”อ้าว!
ตอนแปดสิบสองน้อยเนื้อต่ำใจน้ำเสียงบ่งบอกความน้อยใจอย่างชัดเจนทำให้ติงเจิ้งชะงัก“เหตุใดน้องเซียงหยาเอ่ยเช่นนั้น พี่สู้อุตส่าห์ควบม้ากลับมาอย่างเหน็ดเหนื่อยเพื่อแสดงให้เห็นว่าพี่ไม่ได้ทอดทิ้งเจ้าให้อยู่คนเดียวอย่างเปล่าเปลี่ยว” แม่ทัพหนุ่มกล่าวอย่างตัดพ้อ“ข้าไม่เคยคิดว่าพี่เจิ้งทอดทิ้ง ข้าเข้าใจดีว่าพี่เจิ้งมีหน้าที่ต้องทำงานและอาจไม่ได้กลับมาที่จวนบ้าง” หญิงสาวตอบอย่างเข้าใจแต่ความน้อยใจย่อมต้องแยกออกมา“แต่...พวกลูกน้องของพี่ต่างกล่าวว่าหากพี่ปล่อยให้ภรรยาสาวแสนงดงามอยู่ผู้เดียวอย่างเปล่าเปลี่ยว ความเหงาย่อมส่งให้เกิดเหตุอันไม่คาดคิดได้” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยอย่างทึ่มทื่อทั้งยังมองด้วยแววตาละห้อยอ้อ...หมายความว่าการที่เขาควบม้ากลับมาร่วมรักกับข้าทุกคืน ก็เพื่อไม่ให้ข้าต้องอยู่ผู้เดียวเปล่าเปลี่ยวกายจนทำเรื่องเลยเถิดเช่นนั้นหรือ ผู้ใดกล้ามีความคิดเช่นนี้ มันน่าโมโหนักโม่เซียงหยามีสีหน้าบิดเบี้ยวขณะเอ่ยเสียงดัง “พี่เจิ้งทำเยี่ยงนี้คล้าย
ตอนที่เก้า งดงามไม่น้อยหากเป็นสถานการณ์ทั่วไป มีหรือที่อ๋องตงหยางจะยอมให้สตรีใช้มือของเขาเพื่อระบายความอึดอัดทว่าในตัวของเขายามนี้มีไอเย็นมากมายที่ต้องการได้รับการบรรเทาเช่นกัน การที่มือผ่าวร้อนจับสัมผัสกลายเป็นความอบอุ่น มือ
ตอนที่แปดช่างบังอาจนักแม้ไม่อยากสร้างเรื่องวุ่นวาย หรือสร้างความหายนะ หากแต่ความร้อนรุ่มที่พวยพุ่งทำให้โม่เซียงหยาไม่อาจอดทน เผลอขยับสาบเสื้อเพื่อเปิดอ้ารับความเย็นด้านนอกจนหลุดลุ่ยกิริยาหยุกหยิกตลอดเวลา เรียกแววตาไม่พอใจให้ห
ตอนที่เจ็ด เหตุใดโหดเหี้ยมเช่นนี้เมื่อเลือดลมพวยพุ่ง ความร้อนรุ่มในกายจึงค่อยๆเพิ่มขึ้นทำให้สติที่พร่าเลือนค่อยๆ แจ่มชัดหลังจากปรับลมหายใจอยู่ชั่วครู่ ทั้งยังสำรวจดูว่าร่างกายพอขยับได้แล้ว จู่ๆ เสียงฝีเท้ารีบเร่งของม้าหลายตัวก็ดังใกล้เข้ามาจนเกิดความหวังโม่เซียงหยาเปิดม่านเล็กเบาๆ พอไม่ให้คนแบก
หนีจากแม่ทัพซื่อบื้อมาเจออ๋องโหดกับโจรบ้ากามและหมอเจ้าเล่ห์โดยแม่นางว่างจิงจิงตอนที่หนึ่ง อย่าให้หนีไปได้“พรึ่บ!”ร่างที่กำลังจมลึกกระตุกเฮือก ดวงตาเปิดขึ้นอีกครั้ง ทั้งยังพยายามเตะขาตวัดมือเพื่อพาตัวเองขึ้นสู่ผิวน้ำด้วยพลังที่ไม่รู้มาจากไหนทันทีที่ศีรษะโผล่ขึ้นเหนือผิวน้ำ จมูกรีบสูดลมหายใจเฮื






ความคิดเห็น