All Chapters of มงกุฎกล้วยไม้: Chapter 51 - Chapter 60

122 Chapters

มงกุฎกล้วยไม้ ตอนที่ 12

...วีรวิทย์กำลังทำงานอยู่ในห้องทำงานของบริษัท เขารู้สึกกระวนกระวายใจเพราะแม่โทรมาถามข่าวน้องสาวสามสี่รอบแล้ว เขาได้แต่ปัดไปว่ายังไม่ว่างโทรหาน้องสาว ทว่าความจริงคือเขาพยายามโทรติดต่อตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่ไม่สามารถติดต่อได้ และพยายามตรวจสอบสัญญาณจากจุดพิกัดด้วยจีพีเอสที่เชื่อมสัญญาณต่อเข้ากับระบบนาฬิกาก็แสดงผลไม่ชัดเจน เพราะสัญญาณขาดๆ หายๆ..ขณะที่เขากำลังนั่งครุ่นคิดเพื่อจะหาวิธีติดต่อน้องสาวอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น วิทรีบยกมือถือขึ้นดู คนโทรมาคือนายพลตฤณพ่อเขาเอง เขาจึงรับสาย“ฮัลโหล!!! พ่อครับ!! ผมติดต่อไอ้เบลไม่ได้เลย เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ!!”...เขารีบบอกผู้เป็นพ่ออย่างร้อนใจ“คงมีอะไรขัดข้องแหละ ตอนนี้ท่านผอบอรู้เรื่องแล้วและกำลังเช็คอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น พ่อก็ห่วงน้องเหมือนกัน ยิ่งแม่ของแกนี่ไม่ต้องพูดถึง เดินไปเดินมาบ่นงึมงำตลอดเวลาจนไม่เป็นอันทำอะไรแล้วเนี่ย!!”...นายพลตฤณพูดน้ำเสียงค่อนข้างเคร่งเครียด“เดี๋ยวผมจะติดต่อไปทางแบรนด์นาฬิกาดูนะครับพ่อ ว่าจะให้เขาช่วยเช็คพิกัดให้อีกทาง ผมหวั่นๆ ว่าจะเกิดอะไรไม่ดีหรือเปล่าเพราะไอ้เบลรู้อยู่ว่าทุกคนเป็นห่วงมากและต้องโทร
last updateLast Updated : 2026-09-24
Read more

มงกุฎกล้วยไม้ 12/1

...เบญรดาทวนชื่อที่แสดงบนหน้าจอในใจแล้วก็ได้คำตอบจากข้อสงสัยเกี่ยวกับเขาภายในทันที(นี่เขาเป็นเจ้าของฟาร์มกล้วยไม้คนเดียวกับที่จะส่งกล้วยไม้ให้พี่วิท และเป็นคนเดียวกับที่ป๊าเคยพูดให้ฟังเหรอเนี่ย!!)...โอมเดินมาหยุดยืนตรงหน้าเธออีกครั้ง พร้อมกับยื่นมือเพื่อขอโทรศัพท์มือถือจากเธอ “ฮัลโหล!!! สวัสดีครับคุณวิท”...โอมรับสายพร้อมกับหันหลังเดินไปยังประตูอีกรอบ เขาเดินไปคุยไปเพราะไม่อยากให้เสียงคุยไปรบกวนคนเจ็บจึงเดินมาคุยนอกห้อง...ทว่าโอมไม่รู้ตัวว่าคนเจ็บแอบเดินตามหลังมาเงียบๆ เพราะอยากรู้ว่าเขากับพี่ชายของเธอคุยอะไรกัน จะใช่เรื่องเธอหรือเปล่า!! พี่วิทจะทราบหรือเปล่าว่าไม่ควรบอกข้อมูลของเธอให้คนอื่นรู้ แล้วป๊าจะรู้หรือยัง!! ป๊าต้องกำชับพี่วิทสิว่าไม่ควรบอกคนอื่นว่าเธอคือใคร...แต่เพราะเธอยังมีอาการตาพล่ามัวอยู่จึงเดินได้ช้าและต้องหยุดอยู่แค่หน้าประตูเพราะเขาดันปิดประตูเสียตั้งแต่ตั้งแต่เธอเดินตามมาได้ไม่กี่ก้าว และถ้าเธอเปิดเพื่อจะตามไปฟังก็จะทำให้เขาสงสัยและรู้ว่าเธอแอบฟังเขาพูดโทรศัพท์ เบญรดาเลยต้องหยุดตัวเองไว้แค่หน้าประตูบานนั้น...เสียงพูดของเขาค่อยๆ ดังห่างออกไปๆ จนฟังไม่รู้เรื่องฟั
last updateLast Updated : 2026-09-24
Read more

มงกุฎกล้วยไม้ 12/2

...โอมหรี่ตามองคนที่ยืนตรงหน้า พยายามเก็บความไม่พอใจบางอย่างไว้“อีกครึ่งชั่วโมงผมจะเข้าเมือง และคุณก็ต้องไปกับผม!! คุณต้องไปหาหมอ!!”...เสียงดุแกมสั่งนั่นเล่นเอาคนฟังถึงกับเหวออีกครั้ง เหวอกับคำว่าจะพาไปหาหมอ“อ่าาา!!! เอ่อออ..ไม่เป็นไรค่ะ!! ฉันคิดว่าไม่ต้องหาหมอหรอกค่ะ ขอแค่ให้หมอที่อนามัยล้างแผลทำแผลให้ใหม่ก็โอเคแล้ว ฉันไม่รบกวนคุณหรอกค่ะ”...เธอพยายามพูดเพื่อให้เขาเปลี่ยนใจและอยากให้เขาลดความดุลงสักหน่อย แต่ดูสีหน้าเขาแล้วก็ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเลย“คุณวิทฝากให้ผมพาคุณไปพบหมอที่โรงพยาบาลในค่ายทหาร เขาบอกว่ามีเพื่อนเป็นหมออยู่ที่นั่น เดี๋ยวเขาจะโทรประสานงานให้ คุณจะได้ไม่ต้องกังวลว่าไม่มีบัตรหรือไม่มีเอกสารติดตัว แล้วเรื่องค่าใช้จ่ายอะไรทั้งหมดเดี๋ยวคุณวิทเขาจัดการเอง หน้าที่ของคุณคือไปกับผม!!”...เสียงห้าวๆ ของเขาทำให้เบญรดาแอบสะดุ้งแล้วห่อไหล่หดตัวเพราะไม่อยากไป ส่วนเขาก็หันหลังเดินออกไป ทิ้งให้เธอยืนเกร็งๆ เอ๋อๆ ว่าทำไมต้องทำเสียงดุขนาดนั้นด้วย...คิดๆ ดูการพูดดุๆ นั้นช่างผิดปกติที่น่าจะมีสาเหตุ เบญรดาคิดอีกว่าถ้าความจริงคือเขารู้จักกับพี่วิทแล้ว แล้วรู้ว่าเธอเป็นญาติกับพี่วิทก็น่
last updateLast Updated : 2026-09-24
Read more

มงกุฎกล้วยไม้ 12/3

“ถ้าเช็คได้แล้วว่าหมวดเบญรดาอยู่ที่ไหนและมีคนให้ความช่วยเหลือแล้ว ก็สบายใจได้นะท่านนายพล”...ผู้บังคับการตำรวจแห่งชาติพูดมาตามสาย นายพลตฤณสบายใจขึ้นก็จริงแต่ตราบใดที่ยังไม่เห็นกับตาว่าลูกสาวปลอดภัยดี ความสบายใจก็ไม่ได้มีเต็มร้อย“ครับท่าน!!! ก็ระดับหนึ่งครับ แต่ผมก็อดเป็นห่วงไม่ได้ แต่ถือว่าโชคดีอย่างไม่น่าเชื่อว่าคนที่ให้ความช่วยเหลือลูกสาวผมคือเจ้าของฟาร์มกล้วยไม้น้องชายของอุมาพรคนที่ทำให้เราขยับเรื่องพ่อเลี้ยงทรงพลนี่ล่ะครับ และเจ้าของฟาร์มกล้วยไม้คนนี้ก็กำลังจะส่งกล้วยไม้ให้บริษัทลูกชายผมเพื่อนำไปขายต่อต่างประเทศด้วยครับ”...นายพลชี้แจงกลับไปและได้ยินเสียงรับคำอื่ออ่าๆ จากท่าน ผบ.ตร. เป็นระยะๆ“อืมโชคดีจริงๆ เอาล่ะเดี่ยวท่านนายพลหาทางติดต่อกับหมวดเบญแล้วบอกว่าให้รักษาตัวเองก่อน ไม่ต้องห่วงทางนี้ ทางเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องหยุดการติดต่อกับหมวดเบญรดาชั่วคราว เพราะตอนนี้พ่อเลี้ยงมันเริ่มสืบแล้วว่าใครอุ้มลูกน้องมันมา เดี๋ยวถ้าทางเจ้าหน้าที่ติดต่อกับหมวดเบญมากเกินไปเกรงจะพลาดเปิดช่องให้พ่อเลี้ยงมันสืบได้น่ะ ทีนี้เดี๋ยวถ้าทางนี้มีอะไรคืบหน้าผมจะให้นายพลสื่อสารกับหมวดอีกที และนี่เป็นวิธีที่
last updateLast Updated : 2026-09-24
Read more

มงกุฎกล้วยไม้ 12/4

...ค่ำนี้ครอบครัวท่านนายพลอยู่รับประทานอาหารกันพร้อมหน้า แต่ดูเหมือนบรรยากาศจะค่อนข้างอึมครึม โดยเฉพาะคุณปรียาที่นั่งดูคนอื่นๆ ทานอาหารแล้วเธอก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจ“นี่คุณไม่ห่วงลูกบ้างหรือไง!!”...เธอพูดไปทางสามีซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะ“คุณปรียา!!! คุณใจเย็นๆ ได้มั้ย!! ตอนนี้ตาวิทก็จัดการเรียบร้อยแล้ว ลูกก็ไปพบหมอแล้ว ผมว่าไม่เป็นไรมากหรอกน่า เพราะถ้าเป็นมากคุณโอมก็ต้องรีบโทรบอกตาวิทแล้วล่ะ ทีนี้ผมอยากให้คุณอยู่ให้นิ่งที่สุด ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วงลูกมาก ผมก็ไม่ต่างกับคุณหรอกแต่ที่ท่าน ผบ.ตร. พูดน่ะถูกเผงเลย เราต้องช่วยกันสร้างสถานการณ์ให้เงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตาวิทก็ติดต่อกับคุณโอมตลอดเวลา ไม่มีอะไรน่าห่วง ห่วงแต่คุณนั่นแหละ!! กินข้าวเหอะ!! แล้วผมขอร้องว่าให้หยุดแผนที่จะเดินทางไปหาลูก คุณก็รู้ว่านี่มันยุคแห่งการสื่อสาร ผิดพลาดนิดเดียวเดี๋ยวเจ้าเบลจะแย่เอา นะ!! เชื่อผมเหอะถ้ารักลูกห่วงลูกต้องอยู่นิ่งๆ”...นายพลพูดอธิบายให้คุณปรียาเข้าใจ เธอฟังก็รู้สึกขุ่นเคืองหัวใจแต่แย้งอะไรไม่ได้เลยได้แต่นั่งคอตั้งตรง...วิทและวินหันไปมองหน้ากันแล้วถอนหายใจ เพราะลูกชายเข้าใจคุณแม่ดีว่าเป็นห่วงน้องมากแ
last updateLast Updated : 2026-09-24
Read more

มงกุฎกล้วยไม้ ตอนที่ 13

...ขณะที่โอมขับรถพาคนเจ็บออกมาจากโรงพยาบาลค่ายทหารนั้น คนเจ็บสังเกตว่าเขาเงียบมากไม่ยอมพูดอะไรเลย เธอจึงเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ“ฉันว่าจะไม่รบกวนคุณค่ะ ฉันจะให้ญาติโอนฝากเงินมาทางบัญชีของคุณนะคะ แล้วเดี๋ยวฉันกลับที่พักเองค่ะ”...คนเจ็บหันไปพูดกับเขาแบบเกรงๆ แต่เขากลับยังเงียบไม่พูดอะไรและตั้งหน้าตั้งตามองถนนโดยไม่สนใจเสียงพูดเธอเลย คนเจ็บเลยต้องหันกลับไปท่าเดิมและรู้สึกเสียฟอร์มที่คู่สนทนาลืมปากไว้ที่โรงพยาบาล...จนเมื่อเขาขับรถมาสักพักเขาก็เลี้ยวรถเข้าเขตบ้านหลังหนึ่ง รถวิ่งผ่านประตูเหล็กสูงใหญ่และเข้าไปจอดตรงหน้าประตูบ้านซึ่งเป็นทรงกึ่งบ้านกึ่งตึกสีขาว คนเจ็บยกมือขึ้นใช้นิ้วกดนวดบนเปลือกตาทั้งสองข้างแล้วนึกถึงคำแนะนำของคุณหมอ(แผลไม่ใหญ่ สมองไม่ได้กระทบกระเทือนอะไรมากนักแต่อาจไปกระแทกเส้นประสาทสัมผัสการมองเข้าเลยทำให้มีอาการพล่ามัวมองไม่ชัด แต่อาการนี้จะเป็นชั่วคราวเท่านั้น ราวๆ สี่ถึงห้าวันหรือถ้ามากกว่าก็ประมาณหนึ่งอาทิตย์ ระหว่างนี้อย่าเพิ่งพยายามใช้สายตาเพ่งมองเยอะเกินไป ให้เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป พักตาแล้วใช้นิ้วนวดบ้าง สามารถทำได้เองไม่นานก็จะค่อยๆ มองชัดขึ้น)...เสียงเขาเปิดและป
last updateLast Updated : 2026-09-24
Read more

มงกุฎกล้วยไม้ 13/1

...ณ เซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง...อาซือถูกควบคุมตัวเข้ามาภายในห้องซึ่งมีโต๊ะตัวใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยหัวโต๊ะมีชายร่างสูงใหญ่วัยประมาณห้าสิบกว่าๆ อยู่ในชุดสวมเสื้อยืดสีขาวด้านในและมีแจ็คเก็ตสีดำสวมทับอีกทีนั่งอยู่ก่อนแล้ว ใบหน้านั้นเรียบนิ่งแต่ออร่าบารมีที่เปล่งออกมานั้นทำให้อาซือสั่นๆ เหมือนกันและรู้สึกคุ้นๆ แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าเหมือนเคยเห็นที่ไหน...จนเมื่อการสอบถามข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับที่พักของของพ่อเลี้ยงทรงพลว่าอยุ่ที่ไหนบ้าง แต่กลับถูกอาซือปฏิเสธทุกอย่างว่าตนเองนั้นไม่รู้เรื่องในสิ่งที่ชายผู้นั้นสอบถามมาทั้งหมด“บอกมาว่ามีโกดังพักของกี่ที่ ที่ไหนบ้าง!!”...ท่าน ผบ.ตร. ถามชายที่นั่งหน้างุ้มอยู่หัวโต๊ะอีกด้าน...อาซือรวบรวมความกล้ามองหน้าคนถามด้วยสีหน้าหยิ่งยโส มันทำหน้าทำตากวนประสาทจนน่าหมั่นไส้ ชายหนุ่มสองคนที่ยืนคุมเชิงเขาอยู่ด้านหลังก็มองอย่างเหลืออดอยากจะตบกะโหลกสั่งสอนสักที เพราะมันคงยังไม่รู้ว่าคนที่นั่งถามมันอยู่นี่คือใคร มันคงคิดว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกับพ่อเลี้ยงที่คิดจะแผ่บารมีแทนที่พ่อเลี้ยงเจ้านายมันละมั้ง“ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย ยังงงอยู่เนี่ยว่าจับมาทำไม!!”...เสียงตอ
last updateLast Updated : 2026-09-24
Read more

มงกุฎกล้วยไม้ 13/2

“เป็นไงมั่งหนู!! ข้าวมันป้าอร่อยมั้ย!!”...คุณป้าหรือแม่เลี้ยงฟองจันทร์ถามเธอด้วยน้ำเสียงเอ็นดูหลังจากจัดการให้เธอมาลองชิมของหวานที่เพิ่งทำเสร็จเมื่อสักครู่...เบญรดารู้สึกถูกปากกับข้าวเหนียวมูนกะทิที่มีรสชาติทั้งหวานมันเค็มนั่น“อร่อยมากค่ะ!! หนูเคยกินที่ม๊าซื้อมา เอ้ยยย!! เคยซื้อจากตลาดแต่ไม่เคยเห็นวิธีการทำและไม่เคยกินสดๆ แบบนี้ค่ะ”...เธอบอกหญิงสูงอายุที่ดูใจดีใบหน้ามีความหม่นเศร้าอมทุกข์อยู่ด้วย“หึๆๆ!! ถ้าอร่อยก็กินเยอะๆ นะจ๊ะ ป้ามีอีกเยอะ นี่นะถ้ายายออมยังอยู่ก็คงกินเอาๆ เหมือนกันเพราะชอบกินมาก ที่นี่เขาเรียกว่าข้าวมันจ้ะ”...คนที่เธอเรียกว่าคุณป้าพูดด้วยเสียงที่มีทั้งความดีใจเพราะเธอชมว่าอร่อยแต่เสียงกลับเศร้าในท้ายประโยคจนคนฟังรู้สึกสะดุดหูกับคำพูดนั่น“เหรอคะ!! แล้วยายออมนี่คือใครคะคุณป้า!!”...เธอถามออกไปโดยไม่มีเจตนาใดๆ ทั้งสิ้นเพราะเธอไม่รู้จักคนที่ถูกเอ่ยชื่อ แต่แล้วเธอก็ต้องหยุดช้อนเล็กๆ ในมือที่กำลังตักข้าวเหนียวใส่ปาก เพราะสีหน้าหญิงสูงอายุเศร้าลงทันทีและหันหน้าทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง“ยายออมก็คือลูกสาวของป้าเอง เป็นพี่สาวของตาโอม เขาจากป้าไปเกือบสองเดือนแล้ว จากไปแบ
last updateLast Updated : 2026-09-24
Read more

มงกุฎกล้วยไม้ 13/3

...โอมบอกผู้เป็นแม่ แล้วหันมามองเธอเหมือนจะถาม“คุณต้องการอะไรเพิ่มมั้ยเดี๋ยวจะได้แวะจัดหาเสียทีเดียว”...คำถามนั้นทำให้เบญรดาแอบดีใจแต่ไม่กล้าแสดงออกมา เพราะคนคนนี้เป็นนักค่อนแคะตัวยงที่ทำให้เธอเสียฟอร์มอยู่เรื่อย“ถ้าคุณจะกรุณาล่ะก็ ฉันอยากกลับไปที่พักเอาข้าวของบางส่วนน่ะค่ะ”...เธอพยายามปรับเสียงพูดให้เขาเห็นใจ“อ้าวว!! แล้วจำได้เหรอว่าพักที่ไหน!! ไหนบอกว่าจำอะไรไม่ได้ไง!! ตกลงจะฟั่นเฟือนหรือจะปกติกันแน่!!”...เอาแล้วไง น้ำเสียงแดกดันนั้นทำเอาคนเจ็บทั้งอึ้งทั้งเอ๋ออีกแล้ว คิดแล้วเจ็บใจทำไมมันซวยแบบนี้ที่ต้องมาเจอผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ ชอบพูดประชดประชันกระแทกแดกดันได้ตลอดเวลา“เอ่ออ อ่า..คือ เอ่อออ งั้น ฟั่นเฟือนก็ได้...ค่ะ”...คำพูดกับสีหน้าจ๋อยๆ เจื่อนๆ ของเธอทำให้คุณแม่เขารู้สึกเอ็นดูและเห็นใจเธอที่โดนลูกชายพูดจาไม่ค่อยมีมารยาทใส่แบบนั้น“เอ้ะโอมนี่!! เขาเจ็บอยู่นะจะอะไรนักหนา เขาก็บอกว่าสมองมึนๆ ชั่วคราว นี่ดีนะที่จำอะไรขึ้นมาได้บ้าง ถ้าไม่อยากไปตามที่เขาขอหรือไม่สะดวกจะดูแลก็ให้อยู่ที่นี่แหละ แม่ดูแลเอง แกกลับไป..ไป๊!!”...แม่เลี้ยงฟองจันทร์ตัดบทเพราะรู้สึกขัดตากับท่าทีและคำพูดของล
last updateLast Updated : 2026-09-24
Read more

มงกุฎกล้วยไม้ 13/4

...โอมแปลกใจกับห้องของเธอที่ไม่มีข้าวของอะไรมากมายผิดกับห้องผู้หญิงทั่วไปที่น่าจะมีอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมด แต่เธอกลับไปหยิบกระเป๋าเป้ใบหนึ่งมาวางลงบนที่นอน แล้วจัดการหยิบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้คลงใส่ ตามด้วยของใช้ส่วนตัวไม่กี่ชิ้น แล้วตามด้วยเสื้อผ้าไม่กี่ชุดแล้วรูดซิปปิดกระเป๋าเป้ทันที แล้วจบลงด้วยการหยิบเสื้อยืดสีขาวพร้อมกางเกงยีนส์สีเข้มแล้วหายเข้าไปในห้องน้ำ...โอมยืนรอครู่เดียวก็เห็นเธอออกมากับชุดที่ถือเข้าไปเมื่อครู่ แล้วในมือก็มีอก็มีเสื้อผ้าของแสงดาวออกมาจัดการนำใส่ถึงพลาสติคอย่างดี แล้วค่อยๆ เดินไปหยิบรองเท้าผ้าใบคอนเวิร์สมาใส่แบบเหยียบทับส้นไว้“เสร็จแล้วค่ะ”...เธอบอกเขาแล้วเดินไปจะหยิบเป้มาสะพาย แต่เขากลับรั้งกระเป๋าเป้นั้นมาถือไว้แล้วเดินนำหน้าออกไปก่อน......................ขณะที่โอมและคนเจ็บกำลังเดินออกจากอพาร์ทเม้นท์นั้น มีชายสองคนซึ่งยืนมองอยู่ไม่ไกลนักและเพราะบริเวณนั้นมีแสงไฟส่องสว่างไปทั่วบริเวณจึงทำให้โอมพอจะจับสังเกตได้จากการถูกมองว่าไม่ปกติ...เขาคิดในใจว่าคงเป็นคู่กรณีของคนเจ็บ และคิดไม่พ้นเรื่องยาเสพติดว่าเธอคงไปเบี้ยวค่ายาค่าของอะไรสักอย่างเป็นแน่ พวกนั้นถึงได้
last updateLast Updated : 2026-09-24
Read more
PREV
1
...
45678
...
13
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status