ถ้าพูดถึงนักพากย์ไทยใน 'The Little Mermaid' ต้องยกให้บทบาทของเชฟหลุยส์ที่พากย์โดยคุณชูษี พิณทอง เสียงกระหึ่มและลีลาการแสดงที่เกินตัวทำให้ตัวละครนี้ติดตาผู้ชม ไม่น่าเชื่อว่าเสียงพากย์เดียวจะสร้างอารมณ์ขันได้ขนาดนี้ ส่วนบทของกริมาสบี้ พากย์โดยคุณประจักษ์ ศรีแจ่ม เสียงที่ทั้งน่ากลัวและตลกในเวลาเดียวกันเหมาะกับตัวละครสุดๆ
Isaac
2025-11-16 02:31:26
ยุค 90s ที่ 'The Little Mermaid' ฉายครั้งแรกในเมืองไทย นักพากย์ฝีมือดีทำให้เรื่องนี้ดังมาก แม้ปัจจุบันจะหาดูยากแต่ยังจำเสียงคุณศันสนีย์ในบทแอเรียลได้ไม่ลืม ความสามารถในการเปลี่ยนโทนเสียงจากตอนอยากรู้อยากเห็นเป็นตอนเศร้าสลดนี่สุดยอดจริงๆ ส่วนตัวรักการพากย์ของคุณฉัตรชัยในบทเจ้าชาย เสียงอบอุ่นฟังแล้วคลายเครียดโดยไม่รู้ตัว
Flynn
2025-11-16 17:06:19
การพากย์ไทยสำหรับ 'The Little Mermaid' ทำออกมาได้ดีเกินคาด โดยเฉพาะบทของกษัตริย์ไทรทันที่พากย์โดยคุณสุรจิต บูรณะ เสียงกังวานและเต็มไปด้วยอำนาจอย่างสมบทบาท ความน่าสนใจอยู่ที่การพากย์ตัวละครสัตว์อย่าง 'ฟลาวเดอร์' ที่พากย์โดยคุณอมราวดี วงษ์กล้วยเสียงแหลมเล็กแต่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน ทำให้ฉากต่างๆ มีสีสันขึ้นมาก แม้แต่ตัวประกอบอย่างนางเงือกพี่น้องก็มีเสียงพากย์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร
Chloe
2025-11-17 08:31:02
ตอนเด็กๆ ดู 'The Little Mermaid' พากย์ไทยทีไรต้องชอบเสียงของคุณอรุณีในบทอาร์ซูลาทุกที เสียงที่ทั้งเย็นชาและเจ้าเล่ห์ได้ขนาดนี้หาใครเทียบยาก ส่วนบทของสกัตเติลที่พากย์โดยคุณอัญชุลีพรก็สร้างความประทับใจไม่แพ้กัน เสียงกระตือรือร้นเหมาะกับนกน้ำตัวเล็กที่คอยช่วยเหลือแอเรียล ส่วนตัวชอบน้ำเสียงของคุณสุทธิรักษ์ในบทเซบาสเตียนที่ทั้งอบอุ่นและเป็นห่วงแอเรียลเหมือนพ่อ
เสียงบันทึกเสียงของ Wallace เวอร์ชันภาษาอังกฤษที่แฟนเก่าแก่จดจำได้มาจาก Peter Sallis ซึ่งเป็นเสียงหลักตั้งแต่ 'A Grand Day Out' ไปจนถึง 'A Matter of Loaf and Death' และบทบาทของเขากลายเป็นลายเซ็นเสียงที่อบอุ่นและขี้เล่น
สไตล์การพากย์ของ Sallis มีคาแรคเตอร์ที่เป็นมิตร ใส่อารมณ์ขันแบบอังกฤษโบราณเข้าไปในคำพูดไม่มากแต่ได้ผล ฉันคิดว่านั่นคือเหตุผลที่เสียง Wallace ฟังแล้วเข้าถึงง่ายและยังคงตราตรึงใจแฟนหลายเจนเนอเรชัน
หลังจาก Sallis ลดบทบาทลงและลาออกจากงานพากย์ Ben Whitehead เข้ามารับช่วงต่อในการปรากฏตัวต่าง ๆ ทั้งในเกม โฆษณา หรือกิจกรรมพิเศษ และเขาทำได้ดีในการรักษาโทนเสียงให้ใกล้เคียงต้นฉบับ แม้จะมีรายละเอียดและการไล่โทนที่แตกต่างกันบ้าง แต่ภาพรวมยังคงความน่ารักของตัวละครไว้ได้อย่างชัดเจน
รายชื่อนักแสดงหลักใน 'The Dark Tower' ที่คนนึกถึงมักจะเป็นชุดเด่น ๆ ไม่กี่คน แต่พอได้ไล่จริง ๆ ก็รู้สึกว่าทีมแคสต์เต็มไปด้วยหน้าคุ้นตาจากงานภาพยนตร์และซีรีส์ต่าง ๆ
ผมมองว่าสามชื่อที่โดดเด่นที่สุดคือ Idris Elba รับบทเป็น Roland Deschain, Matthew McConaughey ในบท Walter O'Dim หรือที่หลายคนเรียกกันว่า The Man in Black และเด็กหนุ่ม Tom Taylor ที่รับบทเป็น Jake Chambers นักแสดงทั้งสามคนเป็นแกนกลางของเรื่องและถูกวางไว้ให้ขับเคลื่อนทั้งโทนเรื่องและความตึงเครียดของพล็อต ส่วนคนอื่น ๆ ในทีมอย่าง Abbey Lee, Claudia Kim และ Jackie Earle Haley ก็เข้ามาเติมรายละเอียดทั้งในบทเด่นและบทสมทบ ทำให้ภาพรวมไม่แห้งจนเกินไป
การเห็น Idris ในลุคคาวบอยไร้ความปรานี เตือนผมถึงงานทีวีอย่าง 'Luther' ในแง่ของการมีพลังและความเงียบเย็น ส่วน Matthew ก็ยังคงชวนให้ระแวงเหมือนที่เขาทำไว้ใน 'True Detective' — สองคนนี้สร้างสมดุลที่แปลกแต่ได้ผลกับหนังที่พยายามผสมแฟนตาซีและไวลด์เวสต์ไว้ด้วยกัน ฉากระหว่าง Roland และ Jake ถึงแม้จะไม่ได้ยาวมากแต่ก็เป็นแกนอารมณ์สำคัญของหนังสำหรับผม และนักแสดงสมทบที่ว่ามาก็ช่วยขยับโลกของเรื่องให้รู้สึกว่าใหญ่มากกว่าหนังความยาวประมาณสองชั่วโมงเท่านั้น