“ซ้อมมัน”
ผัวะ! ผัวะ!
พวกเป็นหนี้แล้วไม่ยอมจ่ายก็ต้องเจอแบบนี้…
เสียงกระทืบดังตุบตับประสานเสียงร้องโหยหวนน่าสงสาร เจ้าของคำสั่งการเมื่อครู่ยืนมองภาพตรงหน้าผ่านหลังม่านควัน บุหรี่ระหว่างก้านนิ้วถูกสูบเข้าปอดหนึ่งครั้ง ผ่อนลมหายใจขาวพรูออกมาหนึ่งครั้ง
‘เจ้าหนี้’ ยืนมองภาพตรงหน้าอย่างสบายใจ แววตาว่างเปล่าดูไร้อารมณ์ มุมปากหักโค้งขึ้นพอใจ ไอ้พวกเป็นหนี้แล้วไม่ยอมจ่ายก็ต้องมีจุดจบอย่างนี้แหละ
ตามสเต็ปเจ้าหนี้พูดจาดีด้วยตอนให้เงินดุจพ่อพระ แต่อย่าให้ได้ตามทวงเด็ดขาด เพราะตอนทวงนั่นนะ….
มัจจุราช ดีๆ นี่เอง
ร่างสะบักสะบอมถูกโยนไปหา ‘เจ้าพ่อมาเฟียเงินกู้’ อย่างแรงไร้ความปรานี ใบหน้าโชกคราบเลือดไถลใกล้รองเท้าหนังแสนแพง ก่อนที่เจ้าหนี้จะค่อยๆ ย่อตัวลงกระชากผม ‘ลูกหนี้’ ขึ้นให้สบตา ปากปล่อยควันขาวใส่หน้าจนสำลัก
“ผะ…ผมจะรีบหามาคืนครับ ไว้ชีวิตผมด้วย”
ลูกชายมาเฟียยังคงนิ่ง อัดบุหรี่เข้าปอดซ้ำๆ กลุ่มควันลอยผ่านใบหน้าแต่กลับไม่อาจความน่ากลัวจากแววตาไปได้เลย
“เป็นหนี้ก็ต้องจ่ายสิครับเฮีย”
“ผมจะรีบหามาคืนให้เร็วที่สุดครับ ได้โปรด… อย่าฆ่าผมเลย”
“ถ้าผมฆ่าเฮียก็ไม่ได้เงินคืนสิครับ ผมต้องปล่อยเฮียกลับไปทำงานหาเงินมาใช้หนี้อยู่แล้ว”
เจ้าหนี้พูดด้วยรอยยิ้มเย็นยะเยือก รอยยิ้มนั้นไม่ได้ดูใจดีเลยสักนิด ไอ้ความใจดีที่เห็นนั่นแหละดูน่ากลัวกว่าการแสดงออกมาตรงๆ เสียอีก
“อย่าเพิ่งตายนะครับ ถ้าตาย….คนซวยคือลูกเมียเฮียนะ” คราวนี้รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ จางหาย เหลือเพียงดวงตาที่เย็นเฉียบ จนอีกฝ่ายรู้สึกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดลำคอ
ไม่มีใครไม่รู้จักคนๆ นี้ ลูกชายมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่ไม่มีใครกล้าหือ หลวมตัวเข้ามากู้เงินด้วยเพราะเห็นให้เยอะ ให้ไม่อั้น ถึงแม้ดอกเบี้ยนั้นแสนโหด ‘ร้อยละยี่’ ก็ยอมจ่ายให้ไม่คำนึงผลที่ตามมาภายหลัง
การพนันทำให้คนตาบอด กว่าจะรู้ตัวอีกทีหนี้ก็งอกจนไม่มีปัญญาใช้คืน สุดท้ายจึงถูกลากมากระทืบปางตายอยู่ตรงนี้
“ยะ…อย่าดึงลูกเมียผมมาเกี่ยว ผมไหว้ล่ะ ผมสัญญาจะหามาคืนครับ”
“แหม ระดับเฮียเจ๋งขอ ผมจะปฏิเสธได้ไงล่ะครับ”
คำพูดดูไม่มีพิษมีภัยกับใคร แต่ใครจะรู้ว่าคนพูดนั่นแหละเป็นภัยกับคนอื่น
“เอาเป็นว่าผมให้เวลาเฮียอีกหนึ่งอาทิตย์แล้วกัน รีบคืนทั้งต้นและดอก ไม่งั้นเฮียจะซวยเอานะครับ”
“งะ…เงินตั้งเกือบตั้งเก้าแสน ผมจะหาจากที่ไหนให้ทันภายในหนึ่งอาทิตย์”
“นั่นมันปัญหาเฮียไม่ใช่ปัญหาของผมนิครับ”
“ผมมีลูกสาวคนนึง สวยมาก….”
“โธ่เฮีย เห็นผมเป็นพวกหื่นกามรึไงกันครับ นี่มันชีวิตจริงไม่ใช่ละครน้ำเน่า ไม่ต้องเอาลูกสาวมาขัดดอกหรอกครับ”
เจ้าหนี้กลั้วหัวเราะแล้วพูดตัดบทลูกหนี้ ผละออกแล้วลุกขึ้นยืน อัดบุหรี่เข้าปอดครั้งสุดท้าย ก่อนจะปล่อยบุหรี่ลงพื้นแล้วใช้เท้าบี้ดับต่อหน้าเฮียเจ๋ง
“หะ…ให้ผมลองพามาให้คุณคิเร็นดูก่อนได้นะครับ ถ้าถูกใจผมยินดียกให้”
“เฮียเจ๋งครับ ลูกสาวแสนสวยของเฮียกับเงินของผม แน่นอนผมเลือกเงิน ส่วนผู้หญิง…ผมมีปัญญาหาเองครับ”
เฮียเจ๋งหน้าซีดเผือด เงินเกือบเก้าแสนจะเอาปัญญาที่ไหนหามาคืน ถ้าเอาบ้านกับรถที่มีไปจำนองเมียคงรู้ว่าติดการพนัน เพราะที่ผ่านมาเมียไม่เคยรู้ว่าเอาเงินไปทำอะไร ทุกทีถูกถามบอกแค่เอาไปลงทุน
“คุณคิเร็นครับ! มีคนขับรถชนรถคุณคิเร็นครับ”
แค่นั้นแหละ สีหน้าและแววตาของลูกชายมาเฟียก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นอีกระดับ
“ลากคอมันมาหากู”
โดนบิดหนี้ยังไม่โกรธเท่าเฟอร์รารีลูกรักโดนชน ใครมันช่างกล้าชนวะ!
“คู่กรณีมาแล้วครับ”
ลูกชายมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลหันไปมองด้วยสีหน้า ถมึงทึง แต่พอเห็นหน้าคู่กรณีกลับเลิกคิ้วขึ้นสูง ผู้หญิง?
คู่กรณียังคงอยู่ในชุดนักศึกษา ตัวเปียกเพราะข้างนอกฝนตก หัวเข่าแผลถลอกเลือดไหลซิบ ใบหน้านั้นก้มลงมองพื้นไม่กล้าสบตากับเจ้าของรถเฟอร์รารีคันนั้นที่เพิ่งเฉี่ยวมา ใจเต้นตุบๆ มือประสานไว้ด้านหน้าจิกกันอย่างเป็นกังวล
“นะ…หนูขอโทษค่ะ ไม่ได้ตั้งใจชนท้ายรถคุณ คะ…แค่หักหลบหมาที่วิ่งตัดหน้า…”
คู่กรณีสาวพูดออกมาด้วยความลนลานจับต้นชนปลายไม่ถูก ยังขวัญเสียกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่หาย มือที่จิกกันถูกปล่อยขนาบลำตัว เปลี่ยนเป็นจิกกระโปรงนักศึกษาเปียกชื้นแทน
“พูดกับฉันก็มองหน้าด้วยดิวะ”
สรรพนามแตกต่างจากตอนคุยกับลูกหนี้โดยสิ้นเชิง บ่งบอกว่าเขากำลังมีโทสะ
คู่กรณีค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของน้ำเสียงเย็นยะเยือกฟังดูน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวเริ่มหนักอึ้ง ไม่รู้ว่าคืนนี้เธอต้องจ่ายค่าเสียหายกี่บาท แต่การันตีเลยว่าหลักล้านแน่นอน นอกจากสีถลอกไฟท้ายยัง…แตกอีกต่างหาก
หัวใจดวงน้อยไหววูบทันทีที่สบตากับเจ้าของรถเฟอร์รารีคันนั้น เธอรู้จักเขา…
‘คิเร็น คีรากรณ์ ไกรวณิชคุณ’
รุ่นพี่ที่มหา’ลัย ไม่มีใครไม่รู้จัก
จากรุ่นพี่กับรุ่นน้องในมหา’ลัย วันนี้กลับต้องมายืนเผชิญหน้ากันในฐานะ ‘คู่กรณี’
“ชื่ออะไร”
“นะ…น้ำขิงค่ะ”
ดูจากท่าทางคงไม่มีเงินจ่ายค่าซ่อม บางทีก็อยากเป็นคนเลวแต่แม่ดันสอนให้ใจดีกับผู้หญิง เด็ก และคนแก่เนี่ยสิ
ลูกมาเฟียเซ็งว่ะ!
“ไม่มีเงินจ่ายค่าซ่อม?”
“ค่ะ…” เธอตอบแล้วก้มหน้าลงมองพื้นอีกครั้ง
คิเร็นเดินเข้าไปหารุ่นน้องในมหา’ลัย ที่ตอนนี้กลัวจนตัวสั่นเพราะค่าซ่อมเฟอร์รารีไม่ใช่ถูกๆ อ้อมไปข้างหลังแล้วหยุดกึกกับที่ ใบหน้าคมคายโน้มผ่านหัวไหล่บางเพียงเล็กน้อย
“งั้นก็มาทำงานใช้หนี้ให้ฉัน”