หรือว่านี่คือผลกรรมจากชาติก่อน…
อุตส่าห์หักรถหลบหมา เพราะไม่อยากให้ชีวิตหนึ่งต้องบาดเจ็บ ผลของการเป็นคนจิตดีเป็นไงล่ะทีนี้?
หมาไม่เป็นอะไร ส่วนเธอเป็นหนี้
โฮ่ง! โฮ่ง!
น้ำขิงหันขวับไปมองเจ้าตัวต้นเหตุที่กำลังเห่าเสียงใส ราวกับไม่รู้ตัวเลยว่าความซวยทั้งหมดเริ่มต้นเพราะมัน
“ไปเลยนะ! ไอ้หมาบ้า!” เธอชี้นิ้วใส่มันอย่างหัวเสีย ทำให้คนอื่นซวยไม่พอ ยังมีหน้ามายืนสี่ขาเห่าโฮ่งๆ ใส่ราวกับเยาะเย้ย
เจ้าสี่ขารีบหุบหางลง ส่งเสียงหงิงเบาๆ ก่อนวิ่งหนี เมื่อเห็นยัยแม่มดในคราบแม่ชีกำลังจ้องเขม็งราวกับพร้อมจะจับมันมาทำสตูว์
“เอ่อ…พี่คะ ค่าซ่อมรถคันนี้แพงไหม”
น้ำขิงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามชายร่างใหญ่คนหนึ่งที่วิ่งเข้ามาพร้อมกับอีกคนหลังเกิดเหตุด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“แค่ค่าสีอย่างเดียวก็หลายแสนแล้วน้อง”
อึก…
น้ำขิงกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ เจ็บตัวยังไม่เท่าเจ็บปวดกับค่าซ่อมเลย ขายไตข้างเดียวจะพอค่าซ่อมหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ขนาดเงินในบัญชีตอนนี้ยังไม่พอค่าสีรถเลย
“นายน้อยเรียกให้ไปหา”
เธอเดินตามผู้ชายคนนั้นที่เดินออกมา หลังจากหายไปเกือบห้านาทีเข้าไปข้างใน หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับมีหินมาถ่วงไว้ ฝ่ามือเย็นเฉียบ ปลายนิ้วสั่น แรงจะเดินยังแทบไม่มี
ทันทีที่เข้ามาข้างใน ความกดดันมหาศาลกดทับร่างบางจนหายใจไม่ทั่วท้อง ดวงตาคู่สวยมองชายคนหนึ่งในสภาพสะบักสะบอม ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบเลือด ไม่ต้องบอกก็พอเดาได้ว่าเพิ่งโดนกระทืบ
เห็นสภาพผู้ชายคนนั้นแล้ว ได้แต่ภาวนาในใจขออย่าโดนเจ้าของรถฆ่าหมกศพก็พอ
“คู่กรณีมาแล้วครับ”
ลูกชายมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลหันไปมองด้วยสีหน้า ถมึงทึง แต่พอเห็นหน้าคู่กรณีกลับเลิกคิ้วขึ้นสูง ผู้หญิง?
คู่กรณียังคงอยู่ในชุดนักศึกษา ตัวเปียกเพราะข้างนอกฝนตก หัวเข่าแผลถลอกเลือดไหลซิบ ใบหน้านั้นก้มลงมองพื้นไม่กล้าสบตากับเจ้าของรถเฟอร์รารีคันนั้นที่เพิ่งเฉี่ยวมา ใจเต้นตุบๆ มือประสานไว้ด้านหน้าจิกกันอย่างเป็นกังวล
“นะ…หนูขอโทษค่ะ ไม่ได้ตั้งใจชนท้ายรถคุณ คะ…แค่หักหลบหมาที่วิ่งตัดหน้า…”
คู่กรณีสาวพูดออกมาด้วยความลนลานจับต้นชนปลายไม่ถูก ยังขวัญเสียกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่หาย มือที่จิกกันถูกปล่อยขนาบลำตัว เปลี่ยนเป็นจิกกระโปรงนักศึกษาเปียกชื้นแทน
“พูดกับฉันก็มองหน้าด้วยดิวะ”
สรรพนามแตกต่างจากตอนคุยกับลูกหนี้โดยสิ้นเชิง บ่งบอกว่าเขากำลังมีโทสะ
คู่กรณีค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของน้ำเสียงเย็นยะเยือกฟังดูน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวเริ่มหนักอึ้ง ไม่รู้ว่าคืนนี้เธอต้องจ่ายค่าเสียหายกี่บาท แต่การันตีเลยว่าหลักล้านแน่นอน นอกจากสีถลอกไฟท้ายยัง…แตกอีกต่างหาก
หัวใจดวงน้อยไหววูบทันทีที่สบตากับเจ้าของรถเฟอร์รารีคันนั้น เธอรู้จักเขา…
‘คิเร็น คีรากรณ์ ไกรวณิชคุณ’
ไม่คิดเลยว่าจากรุ่นพี่กับรุ่นน้องในมหา’ลัย วันนี้กลับต้องมายืนเผชิญหน้ากันในฐานะ ‘คู่กรณี’
“ชื่ออะไร”
“นะ…น้ำขิงค่ะ”
ดูจากท่าทางคงไม่มีเงินจ่ายค่าซ่อม บางทีก็อยากเป็นคนเลวแต่แม่ดันสอนให้ใจดีกับผู้หญิง เด็ก และคนแก่เนี่ยสิ
ลูกมาเฟียเซ็งว่ะ!
“ไม่มีเงินจ่ายค่าซ่อม?”
“ค่ะ…” เธอตอบแล้วก้มหน้าลงมองพื้นอีกครั้ง
คิเร็นเดินเข้าไปหารุ่นน้องในมหา’ลัย ที่ตอนนี้กลัวจนตัวสั่นเพราะค่าซ่อมเฟอร์รารีไม่ใช่ถูกๆ อ้อมไปข้างหลังแล้วหยุดกึกกับที่ ใบหน้าคมคายโน้มผ่านหัวไหล่บางเพียงเล็กน้อย
“งั้นก็มาทำงานใช้หนี้ให้ฉัน”
“ทำงานใช้หนี้?”
เขาจะให้เธอทำงานใช้หนี้ด้วยวิธีไหน อย่าบอกนะว่าเอาตัวเข้าแลกเหมือนในละคร หันขวับไปมองเขาทันควัน ราวกับเขารู้ทันความคิดของเธอเลยพูดสวนขึ้น
“ถ้ากำลังคิดว่าฉันจะให้เธอเอาตัวเข้าแลกกับเงินค่าซ่อมรถเลิกคิดซะ เพราะเธอ…ไม่ได้น่าพิศวาสขนาดนั้น”
น้ำขิงชะงักไปทันที แม้จะรู้สึกโล่งใจที่ไม่ได้ถูกบังคับให้เอาตัวเข้าแลก แต่คำพูดเมื่อครู่ก็แทงใจจนอยากเถียงกลับ
นี่มันดูถูกกันชัดๆ!
“ถ้าไม่ใช่แบบนั้นแล้วจะให้หนูทำอะไรคะ” เธอเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ พลางเหลือบสายตาไปเห็นชายที่นอนสะบักสะบอมอยู่มุมหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ หัวใจดวงน้อยก็พลันกระตุกวูบทันที
หรือว่า…
“นะ…หนูไม่ฆ่าคนนะ!” เธอรีบส่ายหน้าพัลวัน สีหน้าแตกตื่นอย่างเห็นได้ชัด
คำพูดของน้ำขิงทำให้คิเร็นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหลุดหัวเราะหึในลำคออย่างอดไม่อยู่
“ใครบอกว่าฉันจะให้เธอฆ่าคน”
“ใครจะไปรู้ล่ะคะ….” เธอพึมพำเบาๆ
วันก่อนเธอเพิ่งเห็นลูกน้องของเขารุมซ้อมผู้ชายคนหนึ่งอยู่ในซอยใกล้หอพักมหา’ลัย วันนี้ก็ยังมาเห็นชายอีกคนในสภาพสะบักสะบอม เลือดอาบหน้าราวกับเพิ่งโดนซ้อม ถ้าไม่ให้ ‘ฆ่าคน’ แล้วเขาจะให้เธอทำงานอะไรใช้หนี้?
“งานของเธอง่ายๆ แค่ไปทวงหนี้ให้ฉัน”
“หนูทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ ไม่กล้า…”
แค่คิดภาพตัวเองเดินไปทวงหนี้ก็ขาสั่นแล้ว ลูกหนี้ที่ไหนจะกลัวคนทวงหนี้อย่างเธอ มีแต่เธอนี่แหละจะกลัวลูกหนี้
คิเร็นถอนหายใจออกมาหนักๆ ในเมื่อยื่นข้อเสนองานให้แล้วแต่ยังปฏิเสธหัวชนฝา ถ้าอย่างนั้นก็คงเหลือเพียงทางเลือกเดียว
เปลี่ยนจากคนทวงหนี้….มาเป็นลูกหนี้เสียเอง
“ค่าซ่อมทั้งหมดที่เธอต้องจ่ายให้ฉัน”
น้ำขิงโน้มตัวไปหยิบกระดาษที่เขาวางลงมาดู ทันทีที่เห็นจำนวนเงินค่าซ้อมที่เธอต้องจ่ายให้เขาก็อ้าปากค้าง มือที่ถือกระดาษเริ่มสั่นระริก ปลายนิ้วเย็นเฉียบราวกับเลือดในกายไหลย้อนกลับ
ต้องใช้กี่ชาติถึงจะหมด?
น้ำขิงลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ พลางเงยหน้ามองเจ้าของเฟอร์รารีด้วยสีหน้าราวกับโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา
แค่เห็นตัวเลขค่าซ่อมก็แทบเป็นลมแล้ว
“ในเมื่อไม่มีจ่ายก็ต้องใช้หนี้ นั่นนะ รวมทั้งต้นและดอก”
มีดอกเบี้ยซะด้วย….
“ละ…ลดให้หนูได้ไหม เยอะขนาดนี้หนูไม่รู้จะหากจากไหนมาใช้คืนพี่” เธอต่อรองเสียงอ่อย
คิเร็นปรายตามองน้ำขิงเพียงนิด ก่อนมุมปากจะยกขึ้นน้อยๆ
“ลดได้”
น้ำขิงเงยหน้าขึ้นทันที แววตาเป็นประกายราวกับเห็นแสงแห่งความหวัง หากแต่ประโยคถัดมาทำเอาเธอแทบหยุดหายใจ
“แต่แลกกับนิ้วมือของเธอ…เป็นไง”
หญิงสาวรีบชักมือทั้งสองข้างเข้ามากำแน่นอัตโนมัติ เมื่อเห็นสายตาของเขาเลื่อนมาหยุดอยู่ที่ปลายนิ้ว
นิ้วคนนะไม่ใช่นิ้วไก่ ที่จะตัดทิ้งกันไปได้ง่ายๆ เขาบ้าไปแล้วหรือไง!
“พี่จะให้เวลาหนูหาเงินมาจ่ายค่าซ่อมนานแค่ไหนคะ”
“จะเอานานแค่ไหนล่ะ”
น้ำขิงนิ่งเงียบลงไป ค่าซ่อมล้านห้าจะเอาปัญญาที่ไหนหามาจ่าย ลำพังทำงานพาร์ตไทม์คงไม่พอใช้อย่างแน่นอน ไหนจะค่าหอ ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าอาหารอีก
“เอ่อ…หนูขอผ่อนจ่ายเดือนละหนึ่งหมื่นได้ไหมคะ”
ลำพังแค่หนึ่งหมื่นยังหายากเลย แต่ถ้าเขาโอเคเธอก็จะพยายามหาเงินก้อนนี้ให้ได้
“ผ่อนจ่ายเดือนละหมื่นกี่ชาติถึงจะหมด?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเพียงนิด ก่อนที่ร่างสูงจะหยัดกายขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาลูกหนี้ซึ่งนั่งตัวสั่นเทาอยู่ฝั่งตรงข้าม
มือหนาวางลงไหล่จนร่างบางสะดุ้งโหยง เหงื่อไม่รู้มาจากไหนผุดเต็มกรอบหน้ารวมถึงตามไรผม มือเล็กบนตักจิกเข้าหากันแน่นจนเป็นรอยเล็บ
“เห็นแก่ที่เธอเป็นรุ่นน้องมหา’ลัยเดียวกัน ฉันให้เวลาเธอไม่เกินห้าเดือน รีบหาเงินมาใช้ฉัน ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่รับประกันว่ามือน้อยๆ ของเธอ…มันอยู่ครบทั้งห้านิ้วรึเปล่า”
อึก…
น้ำขิงลอบกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง คิเร็นแสยะยิ้มอย่างสะใจที่เห็นลูกหนี้คนนี้กลัวจนตัวสั่น
ได้แกล้งผู้ญิงมีความสุขฉิบหาย ไม่มีหรอกตัดนงตัดนิ้ว ขู่ไปอย่างนั้นแหละ เดี๋ยวคนไม่รู้ว่าเป็นลูกมาเฟีย