ฮันนี่กับอลินนิ่งอึ้ง ไม่เคยเห็นเพื่อนคนนี้มุม ‘ยัยขาโหด’ มาก่อน เห็นนุ่มนิ่มไม่คิดว่าจะสู้คนเป็น ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาไม่เคยได้ยินน้ำขิงแทนตัวเอง ‘กู’ เลยสักครั้ง
แววตาที่เคยอ่อนโยน รอยยิ้มที่เคยสดใส หากแต่ตอนนี้กลับสวนทางโดยสิ้นเชิง สายตาน้ำขิงดูเอาเรื่องมากไม่น้อย
“อ๋อ ที่ผ่านมาแอ๊บนี่เอง” มายด์แค่นหัวเราะ
“แอ๊บแล้วมันหนักหัวใคร?” น้ำขิงสวนกลับทันควันด้วยเสียงเรียบ
มายด์ชะงักครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองหน้าเพื่อนตัวเองอย่างเสียจังหวะ ไม่รู้จะตอบกลับยังไง แต่ในเมื่อมาแล้วจะถอยกลับก็กลัวเสียฟอร์ม
“กูจะพูดดีๆ นะ เลิกยุ่งกับพี่คิเร็นซะ ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือน”
เธอแค่นยิ้ม ไม่ได้อยากยุ่งแต่ไปไหนไม่ได้ต่างหาก ติดหนี้เขาก้อนโตขนาดนั้น เขาคงปล่อยเธอลอยนวลไปง่ายๆ อยู่หรอกมั้ง
“มีฉันคนเดียวรึไงที่ยุ่งกับเขา? งั้นก็แสดงว่าถ้ามีใครยุ่งกับเขา เธอก็จะตามขู่อย่างนี้เหรอ?”
มายด์จ้องหน้าน้ำขิงตาเขม็ง ความไม่พอใจฉายชัดอยู่ในแววตาเมื่อถูกย้อนกลับด้วยถ้อยคำแบบนั้น เธอไม่ใช่คนบ้าที่จะเดินไปหาเรื่องผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้คิเร็น แต่กับน้ำขิงที่เป็นแค่เด็กทุนธรรมดามันคนละเรื่อง จึงไม่มีความจำเป็นต้องเกรงกลัว
“คงอยากจับเขาจนตัวสั่นสิท่า ถึงได้ลงทุนอ่อยจนมีรูปจูบกันกลางคลับ แต่ก็เข้าใจนะ คนบางคนเกิดมาไม่ได้มีต้นทุนดีเหมือนคนอื่น ก็ต้องหาทางยกระดับชีวิตตัวเองกันทั้งนั้น” มายด์ยักไหล่เหมือนพูดเรื่องธรรมดา
“….” น้ำขิงจ้องหน้ามายด์นิ่งๆ หากแต่ดวงตาคู่สวยเริ่มค่อยๆ หรี่ลง พร้อมลูกตาดำที่ขยายกว้างขึ้น เผยให้เห็นอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านข้างใน
“ต่างคนต่างอยู่เถอะมายด์ มาหาเรื่องคนอื่นเพราะเรื่องผู้ชายไม่ได้ทำให้แกดูแพงเลยนะ”
“ไม่ใช่เรื่องของมึง อย่าเสือกอลิน”
“เอ้าอีนี่! กูพูดดีๆ”
สายตาของมายด์พลันเหลือบไปเห็นคิเร็นเดินมากับเพื่อนพอดี ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมามองน้ำขิงอีกครั้งแล้วเอ่ยบางคล้ายกับทิ้งท้ายไว้ก่อนไป เพราะไม่อยากมีเรื่องให้คิเร็นเห็น
“พี่คิเร็นน่ะ ไม่ใช่ผู้ชายที่คนอย่างแกจะเอื้อมถึงหรอก คนเราควรรู้จักที่ของตัวเอง อย่าไฝ่สูงจนเกินฐานะ เดี๋ยวคนอื่นจะมองว่าไม่เจียมตัว ที่บ้านไม่เคยสอนเรื่องนี้”
“พูดจบรึยัง?”
“จบแล้ว”
“ก็ดี”
เพียะ!
น้ำขิงง้างมือตบหน้ามายด์ ใบหน้าของอีกฝ่ายสะบัดตามแรงตบจนเกือบเซล้มโชคดีที่เพื่อนคว้าไว้ทัน
ทุกสายตาหันมามองภาพเหตุการณ์เมื่อครู่พร้อมเพรียง ฮันนี่กับอลินยืนอึ้งเมื่อเห็นเพื่อนตบหน้ามายด์ เช่นเดียวกับแก๊งคิเร็นที่บังเอิญผ่านมาก็หยุดมอง
ดวงตาคู่สวยมองอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว ปกติเธอไม่ใช่คนอารมณ์ร้อน และไม่เคยคิดหาเรื่องใครก่อน
แต่ความอดทนคนเรานั้นมีขีดจำกัด
จะด่า จะดูถูก หรือจะเหยียดเธออย่างไรก็ว่าไป แต่เมื่อใดที่ลามปามถึงครอบครัว…เธอจะไม่มีวันยืนฟังเฉยๆ แน่นอน
“นี่มึง…!”
ความโกรธปะทุขึ้นกลางอกจนมายด์เผลอลืมตัวไปชั่วขณะว่าคิเร็นกับเพื่อนกำลังยืนมองอยู่ไม่ไกล มือที่ง้างขึ้นหมายจะตบน้ำขิงกลับค่อยๆ ลดลง สีหน้าเปลี่ยนจากเดือดดาลเป็นสั่นไหวในพริบตา
“ทำอะไรของแกอะน้ำขิง มายด์แค่พูดดีๆ ด้วย ถึงกับต้องตบกันเลยเหรอ” เพื่อนของมายด์รีบถลาเข้ามาประคอง พลางเอ่ยเสียงดังคล้ายกับตั้งใจให้คนรอบข้างรวมถึงคิเร็นได้ยิน
อีกคนรีบลูบแขนมายด์เบาๆ ทำทีปลอบ ในขณะที่มายด์ก้มหน้าไม่พูดอะไร ตอนนี้อยู่ต่อหน้าคิเร็นจึงตั้งใจทำให้ตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ
“เหอะ! อีพวกตอแหลเอ๊ย” ฮันนี่แค่นหัวเราะ สบถด่าออกมาอย่างอดไม่ได้
อลินสังเกตเห็นว่ามายด์เอาแต่เหลือบมองไปด้านหลังของน้ำขิงจึงหันมองตาม ทันทีแก๊งของคิเร็นกำลังยืนอยู่ตรงนั้นก็เข้าใจทุกอย่าง
มิน่าล่ะ…
จากคนที่เป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเรื่องก่อน ถึงได้เปลี่ยนเป็นเหยื่อผู้แสนน่าสงสารในชั่วพริบตาเดียว
“มันตอแหลเพราะพี่คิเร็นอยู่ข้างหลังต่างหาก” อลินเอนตัวไปกระซิบบอกฮันนี่
ฮันนี่ชะงัก ก่อนจะหันขวับไปมองด้านหลังทันที เป็นอย่างที่อลินพูดจริงๆ คิเร็นกับเพื่อนกำลังยืนมองอยู่ไม่ไกล
“เราก็แค่เดินเข้ามาคุยด้วยดีๆ ไม่เห็นต้องสาดน้ำและตบกันเลยนิน้ำขิง”
น้ำขิงแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนคว้ากระเป๋าผ้าขึ้นคล้องบ่าแล้วหันกลับไปมองหน้ามายด์อีกครั้ง
“ไม่จับทุ่มก็ดีแค่ไหนแล้ว” คำตอบนั้นทำให้มายด์นิ่งงันไปชั่วขณะ
น้ำขิงไม่คิดต่อความยาวสาวความยืด หมุนตัวเตรียมเดินออกไป ฝีเท้าหยุดชะงักลงเพียงเสี้ยววิ เมื่อเห็นคิเร็นกับเพื่อนยืนมองนิ่งๆ เธอสบตาเขาครู่เดียว ก่อนเบือนหน้าหนีแล้วเดินออกไปอย่างไม่ละอายใจกับสิ่งที่ทำลงไป
หากย้อนเวลากลับไปได้เธอก็คงเลือกทำแบบเดิมอยู่ดี…
“ใช่น้องที่ทำปากมึงแตกวันนั้นไหมวะ” ครามถามขึ้น สายตามองตามแผ่นหลังของน้ำขิงที่เดินออกไป
“คนนั้นแหละ”
“ผู้หญิงสวยๆ นี่น่ากลัวทุกคนไหมวะ”
ไททันหัวเราะหึเบาๆ ส่วนคิเร็นกลับไม่ตอบอะไร ก้าวขาเดินออกไปจากโรงอาหารกลางของมหา’ลัย
•••
“สู้คนเป็นเหมือนกันนี่นาน้ำขิง”
เสียงของฮันนี่ดังขึ้นด้วยรอยยิ้มกว้าง ขณะเดินตามเพื่อนเข้ามาภายในห้องน้ำ อลินเองก็พยักหน้าเห็นด้วย สีหน้าทั้งคู่เต็มไปด้วยความภูมิใจอย่างปิดไม่มิด
“ไม่คิดเลยว่าแกจะกล้าตบมัน โคตรเท่เลย” อลินยิ้ม พลางยกนิ้วโป้งให้เพื่อนอย่างชื่นชม
“ฉันแค่ไม่โอเคที่มายด์ลามปามถึงครอบครัว”
“เข้าใจ เป็นฉันคงถอดรองเท้าฟาดปากหมาๆ มันนู้น คนอะไรนิสัยโคตรแย่” ฮันนี่กอดอกบ่นอุบ “ไม่ต้องห่วงนะ ถ้ามายด์มันเอาเรื่องนี้ไปฟ้องอธิการบดี เดี๋ยวพวกฉันช่วยเคลียร์เอง”
“ขอบคุณนะ”
“แค่นี้เอง จิ๊บๆ” อลินตอบด้วยรอยยิ้ม
“แต่มันก็มั่นดีเนอะ พี่คิเร็นไม่ได้เป็นอะไรกับตัวเองแท้ๆ ยังตามหึงตามหวงไม่ลืมหูลืมตา” ฮันนี่พูด
“ถ้ามันจะชอบพี่คิเร็นขนาดนั้น ทำไมแกไม่ชิงจีบพี่เขาปาดหน้ามันไปเลยจบๆ” อลินหันไปมองหน้าน้ำขิง
“มะ…ไม่เอา ฉันไม่ได้ชอบเขา” เธอรีบปฏิเสธทันควัน พร้อมกับส่ายหน้าพัลวันราวกับได้ยินเรื่องน่าตกใจ
“ถ้าวันนึงแกชอบพี่คิเร็นขึ้นมาจริงๆ พวกฉันสองคนพร้อมซัพพอร์ตเต็มที่ ถึงเขาจะดูหยิ่งๆ และเย็นชาไปหน่อย แต่ถ้าแกได้เขาเป็นแฟน…บอกเลยว่าโคตรโชคดี” ฮันนี่พูดด้วยรอยยิ้มกริ่ม
คงไม่มีวันนั้นหรอก….
น้ำขิงคิดในใจ แค่ลองจินตนาการว่าได้คบกันก็รีบไล่ภาพในหัวออกแทบไม่ทัน และในวินาทีเดียวกันนั้นเอง คำพูดของมายด์ก่อนหน้านี้ก็ฉายซ้ำ
‘พี่คิเร็นน่ะ ไม่ใช่ผู้ชายที่คนอย่างแกจะเอื้อมถึงหรอก คนเราควรรู้จักที่ของตัวเอง อย่าไฝ่สูงจนเกินฐานะ เดี๋ยวคนอื่นจะมองว่าไม่เจียมตัว’
ถึงแม้ว่าคำพูดพวกนั้นล้วนเต็มไปด้วยคำดูถูก แต่มีบางส่วนที่เธอเผลอเชื่อมันโดยไม่รู้ตัว
คิเร็นอยู่สูงเกินกว่าที่คนธรรมดาอย่าวเธอจะเอื้อมถึง…
หอพัก
วันนี้ไม่ได้ทำงานพาร์ตไทม์ หลังจากเรียนเสร็จแล้วจึงตรงกลับหอพักทันที มาถึงห้องก็จัดการถอดรองเท้าไว้มุมหนึ่งข้างประตู
ร่างบางเดินไปทิ้งตัวนอนแผ่หลาบนเตียง มือเรียวเล็กหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเขี่ยเล่นเรื่อยเปื่อย หวังปล่อยให้สมองได้พักจากเรื่องวุ่นวาย
ติ๊ง…
เสียงแจ้งเตือนไลน์กลุ่มที่เพิ่งดังขึ้น ดึงความสนใจจากน้ำขิงให้เหลือบสายตาขึ้นมอง จากนั้นจึงแตะเข้าไปอ่านข้อความของเพื่อน
ฮันนี่ : ส่งรูปภาพ
ฮันนี่ : ไอจีพี่คิเร็น เขาเปิดสาธารณะ เผื่อแกอยากส่อง @น้ำขิง
ปลายนิ้วแตะเปิดรูปที่ฮันนี่ส่งมา เป็นภาพแคปหน้าจอไอจีของคิเร็น
“โห้ คนติดตามสองแสนเลยเหรอ” เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ
ผู้ติดตามเยอะราวกับดาราหรือพวกอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่างไรอย่างนั้น แต่ตัวเลขบัญชีที่เขาติดตามมีเพียงสามคนเท่านั้น
น้ำขิงปัดหน้าจอออกจากแชตกลุ่มย่างไม่สนใจ สุดท้ายความอยากรู้อยากเห็นที่เป็นนิสัยของมนุษย์ เธอจึงกดกลับเข้ามาในแชตกลุ่มอีกครั้ง แตะรูปภาพที่ฮันนี่ส่งมาเพื่อจำชื่อไอจีเขา ก่อนจะปัดหน้าจอออกจากไลน์เปิดหน้าไอจีขึ้นพิมพ์ชื่อบัญชีของเขาลงในช่องค้นหา
ด้วยความอยากรู้ เธอจึงกดเข้าไปดูรายชื่อคนที่เขาติดตามเป็นอย่างแรก ก่อนจะพบว่ามีแค่เพื่อนผู้ชายสามคนเท่านั้น ไม่มีไอจีผู้หญิงโผล่มาสักคน
เธอเลื่อนดูโพสต์ของเขาต่อ บนหน้าโปรไฟล์มีโพสต์เพียงสิบกว่าโพสต์แถมยังคุมโทนทั้งหมด หากแต่กลับดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก กว่าจะรู้ตัวก็ใช้เวลาส่องเขานานกว่าที่ตั้งใจไว้
เขานี่ก็เทสดีเหมือนกันนะ
“เชียงใหม่นี่นา…” ดวงตาคู่สวยเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น เลื่อนดูรูปจากโพสน์นี้นานกว่าปกติเพราะเป็นบ้านเกิดตัวเอง
ยอมรับว่าตอนเจอตัวจริงคิเร็นทั้งหล่อแถมยังมีเสน่ห์มากล้น แต่เมื่อได้เห็นวิถีชีวิตของเขาผ่านรูปถ่าย ไม่แปลกเลยว่าทำไมผู้หญิงถึงชอบเขาเยอะนัก
ทั้งที่เกิดมาบนกองเงินกองทองแต่ไลฟ์สไตล์กลับดูเรียบง่าย ชอบเดินป่า ชอบธรรมชาติ ที่สำคัญไม่มีรูปอวดความร่ำรวยให้เห็นเลยสักภาพ
แต่แล้วหายนะก็มาเยือน….
กึกก!
“ซะ….ซวยแล้ว!” เธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบยกเลิกการกดหัวใจโพสต์เดินป่าที่เชียงใหม่ของเขา หลังเผลอเคาะรูปหัวใจโพสต์นั้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ
ริมฝีปากสีระเรื่อเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ใจเต้นโครมครามราวกับกำลังทำความผิดครั้งใหญ่ หัวใจแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอรีบปัดหน้าจอออกจากหน้าไอจีเขาทันที
หวังอย่างเดียว…
ขอให้เขาไม่เห็นก็พอ