LOGIN[พาร์ท : ตะขวด]
เสียงเรียกเข้ามือถือดังขึ้นตอนนั้น กูที่ยืนดูดบุหรี่มวนที่สองกดรับทันที
[ทิงเจอร์ขาว ละลายน้ำ ออกฤทธิ์แล้วด้วย] กูเบิกตากว้างเมื่อได้ยิน ทิงเจอร์ขาวมันเป็นยาปลุกเซ็กซ์ชนิดรุนแรง รู้กันในวงสังคมมืดๆ ว่าเป็นยาไว้มอมผู้หญิง คนเรียกมันว่ายาเสียสาว ถ้าโดนไอ้ยานี่ไป น้องมนต์ไม่น่ารอดแน่ [เคยได้ยินอยู่ว่าช่วงนี้มีพวกรับน้องพิเรนทร์ๆ ที่จะมอมเหล้าเด็กไปเอาแล้วถ่ายคลิปไว้แบล็คเมล์]
“นี่แม่งไม่ต่างไรจากโจรอาชญากรรมเลยนะพี่!!” กูโมโหจนเสียงสั่นไปหมดเลยว่ะ
[ใช่ กูบอกให้น้องๆ ไว้แล้ว เฮียต้องไม่พอใจแน่ที่มีนักศึกษามาทำเหี้ยแบบนี้ในผับของเขา]
“พวกมันพาน้องไปที่ไหน!”
[ห้องส่วนตัวชั้น 7 ห้อง 702 มึงขึ้นไปก่อน เดี๋ยวให้น้องๆ ตามขึ้นไป] กูกดตัดสาย กัดฟันกรอดแล้วรีบวิ่งสี่คูณร้อยตามมันขึ้นไปชั้นเจ็ด จะโทรหาน้องมนต์แต่ลืมไปว่าไม่มีเบอร์ ที่ผับนี้มีห้องส่วนตัวที่จัดไว้สำหรับคนที่เจอรักที่นี่แล้วมาเซิ้งกันที่ห้องแบบส่วนตัวไร้คนรบกวน ถ้ามีเหตุอาชญากรรมจะส่งคนมาตรวจสอบทันที
แจ้งตำรวจไม่ค่อยได้ เพราะมีพวกมั่วสุมอยู่เยอะ นี่แหละว่ะสังคมกลางคืน
น้องมนต์ตกอยู่ในอันตรายแล้ว ไอ้ชิบหาย!!
กูวิ่งมาจนถึงหน้าประตูห้อง 702 ประตูล็อกอย่างดีด้วยกุญแจ กูแนบหูกับประตู ได้ยินเสียงคนร้องอยู่ข้างใน จำได้ว่าเป็นเสียงน้องมนต์ ร้องแบบเสียดหูสัสๆ กูเคาะประตูเสียงดังทันทีเพราะทนไม่ได้แน่นอน
ปึง ปึง ปึง!!!
“เหี้ยไรวะ” เสียงก้องมาจากในห้อง มีคนเดินมาหน้าห้องแล้วถามเสียงแข็ง “ใคร!”
กูชะงักไป ต้องบอกแม่งว่าไงดีวะ
ตำรวจง่ายสุด
“... กูตำรวจ!!” ทันทีที่คิดทันก็ตะคอกลั่น ได้ยินเสียงพวกมันวงแตกทันที “ถ้าไม่อยากให้พ่อแม่รู้การกระทำทรามๆ ของพวกมึง เปิดประตู!!”
“มึง ตำรวจมา!” แต่ก็ตามประสาเด็กมหาลัยที่เพิ่งหัดเหี้ยตอนวัยแตกเนื้อ แค่เจอคนในวงการกฎหมายไปก็กลัวจนตัวสั่น พวกมันละล่ำละลั่กบอกกันแล้วโวยวายกันเองอยู่ในห้อง กูกัดฟันกรอดพอเห็นว่าแม่งลีลาจนร้อนใจเพราะห่วงคนตัวเล็กข้างใน กูยกส้นตีนถีบประตูทันที
“จะเปิดไหมไอ้พวกเด็กเวร!!”
ประตูเปิดออกทันที พวกมันยืนอยู่หน้าห้อง ทันทีที่เห็นกูยืนจังก้าอยู่หน้าห้อง พวกมันก็รู้ทันทีว่ากูไม่ใช่ตำรวจ
“มึง...!!” กูไม่พูดพร่ำทำเพลง ถีบอกไอ้ผู้ชายที่ยืนบังหน้าประตูจนมันล้มลงไปกองกับพื้นด้วยแรงส่ง พวกน้องๆ ของพี่กิ๊กกรูกันมาตอนนั้นพอดี กูเพยิดหน้าไปทางเด็กผู้หญิงผู้ชายสันดานเหี้ยในห้อง พวกมันเข้าไปจับตัวเรียงคนทันที
“โทรหาพี่กิ๊กเรียกพ่อแม่ของไอ้เด็กพวกนี้มารับลูก” กูพูดสั้นๆ พวกมันพยักหน้า แล้วดึงตัวเด็กพวกนั้นที่โวยวายเสียงดังลั่นโถงออกไปจากห้อง 702 เสียงไกลออกไป กูเลยกดโทรหาพี่กิ๊ก
ติ๊ด
[รู้ข่าวแล้ว น้องผู้หญิงโอเคไหม] พี่กิ๊กรับสายทันที ได้ยินเสียงเหมือนกำลังอยู่กับใครสักคน กูพ่นลมหายใจหนัก เดินเข้าไปบนเตียงที่น้องมนต์นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง เธอพึมพำคนเดียวแล้วขยี้หน้าลงกับผ้าปูเตียง สภาพใช้ได้เลย
ข้างบนน้องมีแต่ชั้นในสีชมพูที่ปิดไว้ แต่เพราะน้องหันหลังเลยไม่เห็นอะไรที่ไม่ควรเห็น แค่หลังเนียนๆ เองว่ะ
กูกลืนน้ำลาย
“ดูเหมือนยายังไม่ออกฤทธิ์นะพี่” กูมองอาการคร่าวๆ แล้วพูดกับพี่กิ๊ก พยายามเลี่ยงไม่มองภาพตรงหน้า “เสื้อโดนถอดไป ผมจองห้องนี้ไว้ก่อนได้ไหม”
[ได้ แต่อย่าอยู่ใกล้เลยนะ มึงเป็นผู้ชาย เขาโดนยาปลุกไป] กูหลับตาแน่นเพราะได้ยินเสียงเธองัวเงียข้างๆ [ถ้าเป็นไปได้ออกมาตอนนี้เลย]
“ได้พี่”
[กูวางก่อนนะ จะโทรคุยเรื่องนี้กับเฮีย] พี่กิ๊กกดตัดสายทันที เฮียที่ว่าคือเฮียเส็ง เจ้าของผับที่นี่ กูทำงานที่นี่จนสนิทกับเฮียเขาเหมือนพี่น้อง แต่เฮียเส็งไม่ค่อยเข้ามาดูกิจการ ส่วนมากจะฝากพี่กิ๊กที่เป็นเหมือนกิ๊กแกเหมือนชื่อกลายๆ เอาไว้
กูเหลือบมองไปทางร่างเล็กที่เริ่มขยำผ้าปูที่นอนแน่น อาการน้องเริ่มออกหลังจากกูวางสายไปได้ไม่ถึงวิ
“ชิบหาย” กูสบถออกมา แล้วรู้สึกได้ว่าแม่งต้องออกไปเดี๋ยวนี้ ลูบหน้าลูบตาตัวเองแล้วตั้งท่าจะเดินหนีออกไปจากห้อง
แต่แม่งดูเหมือนว่า
“ระ... ร้อนอ่ะ” เสียงหวานครางล้ำออกมา กูเผลอหันไปมอง ภาพตรงหน้าคือน้องมนต์ที่หยัดตัวขึ้นนั่งแล้วพยายามปลดตะขอชั้นในข้างหลังอย่างยั่วๆ
แววตาเยิ้มๆ ของน้องที่ไม่มีสติชิบหายแล้วมองมาทางกู พร้อมกับเลียปาก สีหน้าดูทุกข์ทรมานตอนที่ตากูเหลือบลงไปมอง เห็นว่ากระโปรงเธอเลิกไปจนเห็นกางเกงในที่ตรงกลางแม่ง... เปียก
“...”
“ฮึก... ช่วยหนูด้วยค่ะ”
กูผงะไป ตอนนั้นเป็นจังหวะเดียวกับที่ชั้นในน้องมนต์หล่นลงไปกองที่หน้าขา นมแบบที่ไม่มีเหี้ยไรมากั้นโผล่ออกสู้สายตา กูรีบหันหน้าหนีทันที
เห็นแล้วไอ้สัส เห็นทั้งที่มันเปียกอยู่ ทั้งอะไรที่มันอมชมพูด้วย
ใจเต้นแบบโคตรจะดัง เหมือนมีใครมารัวกลองชุดในอก เต้นแรงจนรู้สึกได้ กูหอบหายใจ พยายามโคตรมากที่จะไม่เหลือบไปมองข้างหลัง
“น้องมนต์ใส่เสื้อครับ” กูพูดโต้กลับไปแบบใจดีสู้เสือ ได้ยินเสียงขยับตัวจากข้างหลัง แต่กูจะไม่หันกลับไปดู “ใส่ชั้นในก็ได้”
“...”
“ทำแบบนี้ไม่ดีนะครับน้อง พี่เป็นผู้ชาย” เสียงขยับตัวยังคงดังอย่างต่อเนื่อง กูรู้สึกว่ามือเล็กๆ ที่ร้อนเหมือนลนไฟมาแตะเข้าที่กลางแผ่นหลัง กูสบถในใจไม่ซ้ำแบบ ก่อนที่จะทำใจกล้าหันกลับไป “น้อง...!!”
หมับ
น้องมนต์ตะครุบเอวสอบกูไว้ได้จากข้างหน้าตอนกูเหลียวไปมอง เธอดีดตัวส่งลงโถมใส่กูทั้งตัวจนกูที่ไม่ทันได้ตั้งตัวลื่นหงายหลังลงไปกับพื้นกระเบื้อง หัวโขกดังปึกจนเจ็บ
“... เชี่ย” กูสบถออกมาพร้อมกับเอามือมากุมขมับ เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าเส้นผมสีดำขลับยาวๆ ไหลลงมาปรกหน้า มันเกะกะจนต้องเอามือเสยออก
ภาพตรงหน้าทำให้กูต้องเบิกตากว้าง
น้องมนต์ที่เปลือยอกทาบนมไว้ที่หน้าขาของกู ตาเธอปรือในขณะที่หยัดกายลุกขึ้น ผมยาวๆ ระใบหน้ากับตามหน้าอกจนดูโคตรจะเอ็กซ์ เธอไล้ปลายนิ้วขึ้นมาตามเข็มขัด ทำท่าจะกระชากมันออกตอนที่ขยี้หน้าลงกับไอ้นั่นของกูผ่านผ้ายีนส์
“ไม่ได้... น้องมนต์กินมันไม่ได้” เธอพึมพำคำที่โคตรจะอันตราย กูใจสั่นจนเหมือนจะล้มตอนนั้น ตอนที่พยายามจะจับมือเธอออก
“...!”
“... หนูกินมันไม่ได้แล้วนะ!” จนในที่สุดเธอก็ขึ้นเสียงอย่างทนไม่ไหว หว่างขาที่ชื้นๆ ของเธอเสียดสีกับขากูจนรู้สึกสยิว
ทนไว้ไอ้เหี้ยศักรินทร์!!
กูนั่งกระดิกตีนจนท่านที่นั่งใส่ชุดสบายๆ พูด“ไม่ต้องตื่นเต้น” กูหยุดกระดิกทันที “ฉันคงไม่ได้ไร้อารยธรรมขนาดที่จะทำร้ายคนที่ช่วยหลานสาวฉันได้ลงหรอกนะ”“ครับ?” กูครางรับแบบงงๆ “ทำไมท่านรู้”“ทางตำรวจโทรมาตอนตีสองกว่าๆ ว่ามีกลุ่มวัยรุ่นโดนจับกุมเพราะรังแกหลานสาวของฉัน โดยอ้างว่าเป็นงานเลี้ยงสายรหัส” แล้วลุงของน้องมนต์ก็ตอบตรงเหมือนกัน ท่านจุดมาโบโลดูดต่อหน้าต่อตากู “แล้วพวกเธอก็ได้ช่วยเหลือไว้ ฉันรอเวลาจนเธอมาส่งจนเวลานี้... ตีสี่พอดี”“ขอโทษเป็นอย่างสูงครับ” กูยกมือไหว้ท่านเพราะรู้สึกว่าส่วนนึงก็เป็นความผิดของกูด้วย“ไม่ต้องพิธีขนาดนั้น” ท่านพ่นควันบุหรี่ราคาแพงแล้วฉีกยิ้ม “ฉันพอรู้เรื่องเธอมาบ้าง อ้อ... ไม่บ้างหรอก ค่อนข้างเยอะพอสมควร”“...”“เธอทำงานกลางคืนใช่ไหมศักรินทร์” กูพยักหน้ารับแบบแมนๆ ท่านหัวเราะในลำคอ “สนใจมาทำงานให้หนูมนต์ไหม?”[พาร์ท : ตะขวด]หนูลืมตาขึ้นมาในตอนเช้าเพราะแสงแดดที่สว่างจ้าจนแสบตา“... อึก” ทันทีที่ผุดลุกขึ้นมา หนูก็ต้องกุมขมับ เพราะว่าปวดหัวตุบๆ แล้วก็รู้สึกอ่อนเพลียแบบแปลกๆ ด้วย ภายในสมองปะติดปะต่อเรื่องเมื่อคืนเป็นฉากๆ ในขณะที่เงยหน้าขึ้นมองรอบๆ ห้องอย่างต
“น้องหลับไปแล้ว”นานประมาณสิบห้านาที พี่กิ๊กช้อนตัวอุ้มน้องมนต์ที่ปวกเปียกอ่อนละลายแนบอกของเจ๊แกออกมา น้องอยู่ในชุดของพี่กิ๊ก ส่วนตัวเธอใส่เสื้อกล้าม พี่กิ๊กในบางมุมก็ใจดี บางมุมก็น่ากลัวเอาเรื่อง เธอเซทำท่าจะล้มจนกูต้องไปรับตัวน้องมนต์มาอุ้มแทน “หนัก”ก็นะ ร่างพี่กิ๊กก็ไม่ได้ถึกบึกบึนแบบทรงสาวห้าว ออกจะบางๆ ผอมๆ แห้งๆ“เคยทำบ่อยเหรอพี่” กูหมายถึงเรื่องในห้องน้ำ พี่กิ๊กกอดอก“ก็เด็กๆ ในผับเส็งนั่นแหละ ส่วนมากโดนยาปลุกแบบน้องคนนี้ วิธีนี้รวดเร็วสุดแล้ว” เจ๊แกพูดแล้วหรี่ตามองกูที่อุ้มตัวน้องมนต์ได้สบายๆ เหมือนแบกกระดาษ “ปกติจะไม่ให้เด็กๆ ผู้ชายมาเฝ้าหน้าห้องหรอกนะ แต่รอบนี้เห็นว่ามึงชอบน้อง”“เชี่ย หมายความว่าไง” กูถึงกับเสียอาการเมื่อรู้ความหมาย“กำไรเล็กๆ น้อยๆ” พี่กิ๊กยิ้มหวาน “เกือบแล้วเนอะ”“พอ” กูรีบเบรกไว้ก่อนที่พี่กิ๊กจะทันได้ล้อเลียนอะไรต่อ วางน้องมนต์ลงกับเตียงนอน “แล้วเอาไงต่อพี่ ผมไม่รู้บ้านน้อง เสี่ยเสร็จกิจยังไม่รู้”“เรื่องเสี่ยเดี๋ยวส่งคนไปดูแลให้ เส็งคงไม่ว่าหรอก” พี่กิ๊กจุดบุหรี่เย็นขึ้นดูดอย่างสบายอารมณ์ “ขับรถพี่ไปก็ได้ มึงขับเป็นใช่ไหม ยาริส”“ได้” กูพูดแล้วนิ่ง “แป
คงไม่เคยบอกไป แล้วก็ไม่คิดจะบอกใครด้วยว่ะไม่ว่าผู้หญิงสักกี่คนที่ผ่านมาก็ไม่เคยรู้ว่ากู“น้องมนต์ ตั้งสติหน่อยดิวะ” กูห้ามอย่างใจเย็น แต่มือไม่กล้าแม้แต่จะแตะส่วนไหนของเธอเลย แค่เห็นหน้ายั่วๆ ของน้องก็ทำเอาไปไม่เป็นแล้วกู ถ้าแตะอารมณ์มันได้แน่ แม่งต้องขึ้นแน่นอน “มองพี่ไว้ พี่ไม่ใช่แฟนหนูนะ”“พี่ขวดคะ...” เสียงหวานหูแบบไม่แคร์จะฟังมาพร้อมกับร่างบางๆ ที่ไหลขึ้นมาคร่อมทับบนตัวใหญ่ๆ ของกูได้สำเร็จ เธอเม้มปากแบบโคตรเซ็กซี่ต่อใจ แค่เธอเรียกกูว่าพี่ขวดคะ แค่นั้นก็ทำให้ใจสั่นไปได้ชาติเศษ “อึก... หนูร้อนมากๆ เลยค่ะ”น้องทำสีหน้าทรมาน มือก็เปะปะไปทั่วตัวกู ดูเหมือนจะร้อนจริงๆ“...”“หนู... ต้องการพี่ขวดจริงๆ นะคะ” น้องพูดจาที่โคตรจะเสี่ยงตาย กูใจโคตรสั่นตอนที่เธอไล้มือขึ้นมาบนอก “ฮึก... ต้องการตอนนี้ ตอนนี้เลย”“พี่ขอโทษ” กูตอบไปแค่นั้น น้องทำสีหน้าเหมือนกูทรยศความรู้สึกของเธอออกมาชัดมาก เหมือนกูทำให้น้องผิดหวังกูจะทำได้ไงวะ ถามหน่อย“... ทำไม” เธอถามกูเสียงเครือ ทำท่าทางเป็นลูกแมวที่ซึมเพราะโดนกูปฏิเสธ “ทำไมไม่ได้คะ... ทำไมคะ”“...”“ทั้งที่หนู...”“พี่ยังซิงครับ” กูแทรกขึ้นมาโดยที่เธอยังพ
[พาร์ท : ตะขวด]เสียงเรียกเข้ามือถือดังขึ้นตอนนั้น กูที่ยืนดูดบุหรี่มวนที่สองกดรับทันที[ทิงเจอร์ขาว ละลายน้ำ ออกฤทธิ์แล้วด้วย] กูเบิกตากว้างเมื่อได้ยิน ทิงเจอร์ขาวมันเป็นยาปลุกเซ็กซ์ชนิดรุนแรง รู้กันในวงสังคมมืดๆ ว่าเป็นยาไว้มอมผู้หญิง คนเรียกมันว่ายาเสียสาว ถ้าโดนไอ้ยานี่ไป น้องมนต์ไม่น่ารอดแน่ [เคยได้ยินอยู่ว่าช่วงนี้มีพวกรับน้องพิเรนทร์ๆ ที่จะมอมเหล้าเด็กไปเอาแล้วถ่ายคลิปไว้แบล็คเมล์]“นี่แม่งไม่ต่างไรจากโจรอาชญากรรมเลยนะพี่!!” กูโมโหจนเสียงสั่นไปหมดเลยว่ะ[ใช่ กูบอกให้น้องๆ ไว้แล้ว เฮียต้องไม่พอใจแน่ที่มีนักศึกษามาทำเหี้ยแบบนี้ในผับของเขา]“พวกมันพาน้องไปที่ไหน!”[ห้องส่วนตัวชั้น 7 ห้อง 702 มึงขึ้นไปก่อน เดี๋ยวให้น้องๆ ตามขึ้นไป] กูกดตัดสาย กัดฟันกรอดแล้วรีบวิ่งสี่คูณร้อยตามมันขึ้นไปชั้นเจ็ด จะโทรหาน้องมนต์แต่ลืมไปว่าไม่มีเบอร์ ที่ผับนี้มีห้องส่วนตัวที่จัดไว้สำหรับคนที่เจอรักที่นี่แล้วมาเซิ้งกันที่ห้องแบบส่วนตัวไร้คนรบกวน ถ้ามีเหตุอาชญากรรมจะส่งคนมาตรวจสอบทันทีแจ้งตำรวจไม่ค่อยได้ เพราะมีพวกมั่วสุมอยู่เยอะ นี่แหละว่ะสังคมกลางคืนน้องมนต์ตกอยู่ในอันตรายแล้ว ไอ้ชิบหาย!!กูวิ่งมาจนถ
น้องมนต์ที่ช้อนสายตาน่ารักๆ ขึ้นมองพอดีกับจังหวะนั้นทำเอากูรีบเหลือกตากลับมาที่เดิม สำลักน้ำลายนิดหน่อย แล้วก็เห็นว่าเธอเอาแต่ยืนมองหน้ากูอยู่แบบนั้น“อะไรครับ” แล้วกูก็เลยหันไปถามโต้กลบเกลื่อนอาการ น้องทำหน้าตื่นๆ ทันที“เอ่อ คือรุ่นพี่เขา...” เธอชี้ไปด้านบน “อยู่ชั้นสองค่ะ”“...”“พี่ขวดพาหนูขึ้นไปหน่อยได้ไหมคะ” เธอพูดแล้วใช้มือข้างนึงลูบไหล่ตัวเอง “หนู... หนูอึดอัด”“...”“... แล้วก็กลัวด้วยค่ะ” เธอพูดแล้วก้มหน้างุดกูหูผึ่งกับประโยคนั้น ตงิดใจ แต่ก็ลูบหน้าตัวเองแรงๆ แล้วพยักหน้า“ได้ครับ”ไม่มีทางที่เธอจะยอมไว้ใจคนแบบกูที่เคยเจอในอดีตแน่นอนอ่ะส่งน้องมนต์ที่โต๊ะชั้นสอง เห็นสภาพรุ่นพี่ที่ชวนน้องมา นั่งสุมหัวกันอยู่เป็นสิบ ท่าทางเมาได้ที่ กูรู้เลยจบไม่สวยแน่นอน น้องมนต์เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ดูเอ้าะสุดในนั้น ถ้าจะมีผู้หญิงคนอื่น ก็จะเป็นแบบดูแรดๆ นั่งด้วยกันสองสามคน สงสัยพวกเดียวกัน ร่างเล็กดูตกใจกับภาพนั้น เธอหันมามองกู ส่งสายตาแบบว่า... เว้าวอน?กูจ้องหน้าเธอกลับ แล้วเลิกคิ้วเพราะงง น้องมนต์เลยกลั้นหายใจ“ขอบคุณค่ะ” เธอพูดมาแค่นั้น กูนิ่งไป ก่อนที่จะนึกอารมณ์เสียที่เธอพูดเหมือน
“ทะ... ที่นี่จริงๆ เหรอ”หนูที่ยืนสับสนอยู่คนเดียวภายในลานจอดรถที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งได้แต่พึมพำกับตัวเองอย่างมึนงงหนูชื่อสวดมนต์ค่ะ ตอนนี้อายุ 20 ปีแล้ว ได้เข้าเรียนมหาลัยช้ากว่าคนอื่นไปหลายเดือนเพราะคุณพ่อล้มป่วย ตอนนี้กำลังเป็นเฟรชชี่ปีหนึ่งค่ะหลังจากที่ได้เข้าเรียนมหาลัยชื่อดังที่คุณลุงที่มีอภิศักดิ์เป็นนายกระดับจังหวัดชลบุรีส่งตัวเข้ามาสอบที่นี่ และเลี้ยงดูหนูแทนพ่อที่ตอนนี้ป่วยเข้าโรงพยาบาลเพราะสุขภาพไม่ค่อยดี จนไม่สามารถส่งเสียหนูต่อไปได้หนูสอบเข้าด้วยคะแนนอันดับสองของคนที่สอบเข้ามหาลัยนี้ หนูตั้งใจเรียนหนังสือ เรียนหนักมาตั้งแต่ที่เกิดเรื่องนั้น เพราะทำให้พ่อเสียใจที่หนูถูกคนที่ไม่รู้จักชักจูงไปในทางที่ไม่ดี หนูจึงคิดเองเออเองและตั้งใจเรียนมากขึ้นผ่านไปจนหนูเรียนจบ ม.หก พ่อป่วยเข้าโรงพยาบาลด้วยโรคความดันในเลือดสูงมาก พ่อป่วยเล็กๆ น้อยๆ มานานจนวันนั้น คุณลุงเลยรับหนูมาดูแล และจัดหามหาลัยให้พอย้ายมาอยู่กับคุณลุงที่ปกติไม่ค่อยเข้ามาหาที่บ้านเลย ไม่ค่อยสนิทกัน หนูเลยทำตัวไม่ถูกเพราะไม่เคยรู้ว่ามีญาติเป็นถึงนายกจังหวัด เลยพยายามทำตัวให้เป็นเด็กดีที่สุด เพื่อที่คุณลุงจะได้ไม่ล







