เข้าสู่ระบบฉันชะงักมือก่อนจะหันไปมองหน้าเธอพลางขมวดคิ้วอย่างสงสัย ไม่อยู่ที่นี่...หมายความว่าไง?
"พ่อส่งฉันไปเรียนต่อที่เมืองนอก" ลูกแก้วพูดสีหน้าของเธอสลดลงเล็กน้อย "ก็ดีแล้วไง" ฉันพูด ลูกแก้วมองหน้าฉันดวงตากลมโตของเธอสั่นไหว ฉันดูออกว่าเธอกำลังรู้สึกอย่างไร...ไม่อยากไปสินะ "ไม่ดีสักนิด" "..." "พ่อไม่เห็นถามว่าอยากไปมั้ย" ลูกแก้วเริ่มเสียงสั่นถึงเธอพยายามทำสีหน้าให้ปกติแล้วก็ตามแต่ฉันก็ยังเห็นน้ำตาที่คลออยู่ที่ดวงตากลมโตของเธอ ฉันเดินเข้าไปหาลูกแก้วที่นั่งอยู่บนโซฟาก่อนจะยื่นมือไปโยกหัวเธอ "นี่" ลูกแก้วปัดมือฉันออกจากหัวพลางจ้องหน้าฉันที่กล้ามาเล่นหัวเธอ ฉันก็แค่อยากเห็นลูกแก้วคนเดิม คนที่ไม่เคยมีแววตาอ่อนแอแบบนี้ก็เท่านั้นแหละ "อย่ามาเล่นหัวนะ" "ทำไมห๊ะ" ฉันพูดก่อนจะยื่นมือไปโยกหัวเธออีกแล้วก็โดนเธอปัดมือทิ้งอีก "ทำเป็นไม่รู้สึกอะไร รู้ไว้ด้วยว่าเธอก็โดนเหมือนกัน" ฉันชะงักมือทันทีที่ลูกแก้วพูดแบบนั้น ฉันก็โดนงั้นเหรอ...โดนอะไรล่ะ พ่อจะส่งไปเรียนต่อเมืองนอกเหมือนเธอ? เหอะ ฝันล่ะมั้ง-- "อืม" ฉันไม่สนใจสิ่งที่เธอพูดแต่กลับหันไปหยิบบัตรพนักงานของพาราไดส์ผับที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆโซฟาโดยมีลูกแก้วมองตามอย่างจดจ่อ "ฉันไปล่ะ" ฉันเก็บบัตรใส่กระเป๋าก่อนจะเดินออกจากห้องทันที ปัง~ *Paradise Pub 23.35 น. ฟึ่บ~ ฉันยัดกระดาษแผ่นเล็กๆที่เพิ่งจะได้มาจากลูกค้าชายคนหนึ่งซึ่งในนั้นเขียนเบอร์โทรศัพท์เอาไว้ด้วยใส่กระเป๋ากางเกงพลางส่งยิ้มไปให้เขาตามมารยาท "ยิ้มให้มันจริงใจหน่อยสิ ดีเจลูกโซ่คนสวย" ยาหยีกระซิบพูดแซวฉันขณะที่มือของเธอก็ทำหน้าที่ดีเจไปด้วย ส่วนไอ้ประโยคสุดท้ายน่ะเธอเอามาจากข้อความในกระดาษแผ่นนั้นที่ลูกค้าคนนั้นเขียนมันมาด้วย ฉันหันไปมองหน้าเธอยาหยีก็ยักไหล่ให้ "เกิดมาสวยก็ช่วยไม่ได้อ่ะนะ" เธอพูดแกมหยอกเหมือนให้ฉันปลงๆกับสิ่งที่เป็นอยู่ มันก็จริงที่ฉันทำงานแบบนี้เรื่องอย่างนี้ก็เป็นธรรมดาไอ้พวกเบอร์หรือแม้กระทั่งการถูกลวนลามเล็กๆน้อยจากลูกค้าของที่นี่ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติที่พวกฉันต้องพบเจอแทบทุกวันซึ่งฉันก็ปลงแล้วเพียงแต่บางทีฉันก็ยิ้มไม่ออกมั่งไง บางครั้งมันก็เหนื่อยแต่ก็ต้องฝืนยิ้มอะไรแบบเนี้ย ฉันพยักหน้าแบบปลงๆก่อนจะหันมาทำหน้าที่ดีเจของตัวเองต่อ ขณะที่ฉันกำลังโยกย้ายไปกับเพลงสนุกสนานที่ฉันกับยาหยีเป็นคนเปิดเองและเราก็ต้องเต้นตามเพลงบ้างเพื่อเพิ่มอรรถรสและความสุขให้กับลูกค้าการที่ต้องแต่งกายเซ็กซี่แหวกโน่นโชว์นี่แล้วให้คนอื่นมามองมันก็ถือเป็นเรื่องปกติของพวกฉันเช่นกัน เอ๊ะ~ แต่ตอนนี้ฉันเริ่มเห็นอะไรไม่ปกติซะแล้วล่ะ ฉันเอะใจเมื่อสายตาของฉันทอดมองไปยังกลุ่มผู้ชายกลุ่มหนึ่งที่กำลังแดนซ์กันอยู่อย่างมีความสุขในกลุ่มนั้นมีร่างบางของผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ท่ามกลางคนพวกนั้นและดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนั้นจะถูกพวกผู้ชายยื้อไปยื้อมายังไงก็ไม่รู้ด้วย "มีอะไรเหรอโซ่?" ยาหยีถามเมื่อเห็นฉันขมวดคิ้วแล้วมองไปที่คนกลุ่มนั้น "แกว่า...ผู้หญิงคนนั้นมากับคนพวกนั้นปะ?" ฉันถาม ยาหยีหันไปมองตามสายตาของฉันอย่างวิเคราะห์ก่อนจะตอบออกมา "ไม่แน่...เหมือนเธอก็ขัดขืนอยู่นิดๆนะ" "นั่นสิ..." แต่ที่ฉันสนใจมากกว่านั้นก็คือ...ฉันว่าฉันรู้สึกคุ้นเธอคนนั้นจัง ใช่หรือเปล่านะ? "หยี เดี๋ยวฉันมานะ" ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองร้อนรนแบบนี้มาก่อนเลยทั้งๆที่เหตุการณ์แบบนี้ฉันก็เห็นบ่อยการที่พวกผู้ชายมาเที่ยวกันแล้วก็มาทำความรู้จักกับพวกผู้หญิงที่มาเที่ยวในผับแบบนี้และฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรด้วยไงแต่สำหรับผู้หญิงคนนี้...ฉันรู้สึกยังไงก็ไม่รู้ ดังนั้นฉันก็เลยขอตัวลงมาจากเวทีโดยทิ้งให้ยาหยีทำหน้าที่แทนซึ่งเวลาในการทำงานของเราก็เหลืออีกไม่นานแล้ว แค่เที่ยงคืนเท่านั้น ตึก~ ฉันลงจากเวทีมาหยุดยืนที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตรงนั้นเท่าไหร่ เห็นผู้ชายคนหนึ่งโอบประคองผู้หญิงคนนั้นออกมาจากกลุ่มเพื่อนของเขา ยิ่งเห็นใกล้ๆฉันก็ว่ามันยิ่งใช่อ่ะ! ฉันเดินตามสองคนนั้นไปทันทีก่อนจะไปคว้าแขนของผู้หญิงคนนั้นที่เขาประคองเธอเดินโซเซไปโดยไม่ได้สนใจเลยว่าที่ๆฉันเดินตามเขาเข้าไปคือห้องน้ำชาย หมับ~ "เห้ยอะไรวะ!" ผู้ชายคนนั้นโวยวายทันทีพลางหันมามองหน้าฉันด้วยความตกใจ "ดีเจคนสวยนี่หว่า" เสียงและใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันทีที่เห็นว่าเป็นฉันแต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรมากฉันสนใจผู้หญิงในอ้อมกอดของเขาต่างหากล่ะ "ลูกแก้ว..." ใช่จริงๆด้วย มาได้ยังไงกันเนี่ย!*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







![ชีวิตนี้ฉันขอชดใช้ ด้วยลมหายใจสุดท้าย [SM] NC25++](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)