เข้าสู่ระบบฟลุ่บ~
ฉันกระโดดลงจากเก้าอี้โดยมีตะวันมองตามอย่างสงสัยว่าฉันจะไปไหน "ฉันไม่ดื่มแล้วก็ได้ เดี๋ยวมาล่ะกัน" ฉันพูดพร้อมกับเดินไปทางฟอล์ทันที แต่ทว่า ปึ้ก~ "อ๊ะ!" ฉันเซไปด้านข้างเล็กน้อยเพราะแรงกระแทกบวกกับอาการมึนเมา อยู่ดีๆก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมากระแทกไหล่ฉันจากทางด้านหลัง ตอนแรกฉันก็คิดว่าเธออาจไม่ได้ตั้งใจแต่ว่าสายตาจิกๆกับใบหน้าสวยเซ็กซี่ที่หันมามองฉันแล้วแสยะยิ้มมุมปากแบบนั้นทำให้ฉันรู้ทันทีว่าเธอตั้งใจชนฉัน "..." ฉันมองตอบเธอทั้งๆที่ไม่รู้จักกันแต่ยัยนี่กลับมองฉันด้วยสายตานางมารร้ายสุดๆ เธอมองฉันหัวจรดเท้าส่วนฉันก็มองตอบเธอในแบบเดียวกัน เธอแต่ตัวในชุดเดรสสั้นรัดรูปผิวขาวบวกกับการแต่งหน้าจัดและรองเท้าส้นสูงสุดเปรี้ยวทำให้ดูรู้ว่าเธอเซ็กซี่แค่ไหน ส่วนฉันที่ไม่ได้ตั้งใจจะมาที่ผับตั้งแต่แรกการแต่งตัวมันเลยไม่เหมือนกันฉันแค่ใส่เสื้อยืดเอวลอยกับกางเกงเอวสูงขายาวรัดรูปสีดำแล้วก็รองเท้าส้นสูงธรรมดาผมและการแต่งหน้าก็ไม่ได้จัดจ้านอะไรขนาดนั้น แต่มันก็ไม่เกี่ยวป้ะ?ฉันจะแต่งตัวยังไงฉันก็มาเที่ยวผับได้ ฉันไม่ได้แก้ผ้ามาฉันก็ไม่ผิดนิ "เธอกล้ามั้ย?" "อะไร?" นั่นสิ อะไรกัน? อยู่ดีๆมาถามฉันแบบนี้ งงน่ะ "ฉันอยากวัดกับเธอหน่อย" "..." "เจอกันบนนั้น" พูดจบเธอก็พยักเพยิดใบหน้าไปที่เวทีที่ตั้งอยู่ติดกับฟอล์ของนักเต้นที่กำลังแดนซ์กันอย่างสนุกสนาน ฉันขมวดคิ้วอย่างงงๆแต่ไม่นานก็เริ่มเข้าใจ เมื่อยัยนั่นเดินขึ้นไปบนเวทีเสียงเพลงแดนซ์เริ่มเบาลงเรื่อยๆและทุกคนเริ่มหันไปมองทางเวทีเป็นตาเดียว 'กลัวเหรอไง?' แล้วยัยนั่นก็หันหน้ามาทางฉันพร้อมกับขยับปากพูดแต่ไม่ออกเสียงซึ่งฉันก็อ่านปากออกและฉันก็ไม่ลังเลเลยที่จะเดินเข้าไปและก้าวขึ้นไปยืนบนเวทีข้างๆเธอ "หึ" ยัยนั่นหัวเราะหึในลำคออย่างชอบใจแถมยังหันไปส่งจูบให้ตะวันที่นั่งมองอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์เฉยเลย ส่วนไอ้บ้านั่นก็นั่งนิ่งไม่ได้แสดงสีหน้าว่าตกใจหรือแปลกใจเลยแล้วไม่นานสายตาเขาก็โฟกัสมาที่ฉันพร้อมกับขยับปากพูดแบบไม่ออกเสียงบ้างว่า 'ลงมา' ลงเหรอ? ใครจะลง? ฉันลงไปฉันก็กลัวยัยนี่สิ ไอ้ตัวฉันนะมันไม่ชอบให้ใครท้าอยู่แล้วไง ท้ามาก็เดี๋ยวจัดให้ เอาให้รู้กันไปข้าง กะอีแค่เต้นบนเวทีมันจะยากสักแค่ไหนแล้วยิ่งมีแอลกอฮอล์และความมึนอยู่ในตัวแล้วด้วยมันก็ยิ่งไปกันใหญ่ แต่ใครสนล่ะ ยัยนี่รู้จักฉันน้อยไป ไม่สิ เธอไม่รู้จักฉันเลยต่างหากนี่ "ฉันท้าเธอ" "ได้ ไม่เคยกลัวอยู่แล้ว หึ" เสียงเพลงจังหวะเซ็กซี่เร้าใจดังขึ้นพร้อมกับที่ยัยนั่นโชว์เสต็ปสุดเซ็กซี่ของเธออยู่บนเวที ส่วนฉันก็กำลังยืนปลายตามองเธออย่างไม่เกรงกลัวเลยสักนิด โอเคว่าตอนนี้สภาพของฉันอาจสู้ไม่ได้ทั้งการแต่งกายและการแต่งหน้าที่ไม่ได้จัดจ้านเหมือนเธอฉันไม่ใด้ใส่ชุดเดรสโชว์ผิวเนื้อขาวผ่องและหวาบหวิวเหมือนเธอแต่แล้วไงอ่ะ?ชุดแบบนี้ของฉัน ฉันก็ทำให้ตัวเองเซ็กซี่ได้เหมือนกัน ไม่เห็นยาก! ฉันมองเรือนรางบางสุดเย้ายวนของเธอที่กำลังส่ายบั้นเอวไปมาอยู่อย่างนั้นเสียงโห่แซวของนักเที่ยวที่อยู่ด้านล่างเวทีก็ดังขึ้นไม่หยุดบางคนก็ตบมือกันอย่างชอบใจและอีกหลายๆอากัปกิริยาที่แสดงออกมาทำให้รู้ว่าคนพวกนั้นก็ชอบที่ยัยนี่เต้นไม่น้อย เฮฮฮ~ วิ้ววว~ เซ็กซี่มว้าาากกก~ วู้ววว~ ยัยนั่นยิ้มชอบใจปลายตามองฉันก่อนจะกระตุกยิ้มเหมือนว่าเธอชนะฉันแล้วยังไงยังงั้นทั้งที่ความจริงฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ ถ้าจะแพ้ง่ายขนาดนั้นก็ไม่ใช่ฉันมั้ง? 'คนสวยครับเต้นมั้งสิ ผมอยากเห็น' เสียงตะโกนของผู้ชายคนหนึ่งด้านหน้าเวทีทำให้ฉันต้องละสายตาจากยัยนั่นไปมองเขา ที่เขาตะโกนขึ้นมาคือเขาต้องการให้ฉันเต้นบ้างฉันกระตุกยิ้มบางๆให้เขาก่อนจะเริ่มวาดลีลาการเต้นบ้าง ฉันเริ่มโยกย้ายส่ายเอวบ้างตามจังหวะยัยนั่นหันมามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วแสยะยิ้มน่าหมั่นไส้ "หึ ได้แค่นี้เหรอ" เสียงของเธอดังขึ้นไม่มากพอให้ได้ยินกันแค่สองคนฉันเหลือบมองเธอแค่หางตา หึ ได้แค่ไหนเดี๋ยวก็รู้ พรึ่บ~ วู้ววว เซ็กซี่คร้าบบบ~ วิ้ดว้ววว~ ฉันเต้นส่ายเอวร่อนสะโพกไปด้วยมือบางทั้งสองข้างของฉันก็ขยุ้มชายเสื้อเอวลอยที่มันก็ลอยอยู่แล้วแต่ฉันก็อยากให้มันลอยขึ้นอีกไงฉันก็เลยรวบมันขึ้นมาแล้วจับชายเสื้อผูกกันไว้ที่สีข้างด้านหนึ่งตรงใต้ราวนมพอดิบพอดี ทีนี้เสียงโฮแซวจากทางด้านล่างเวทีก็ดังขึ้นยกใหญ่เพราะตอนนี้ฉันได้โชว์ผิวขาวเนียนและหน้าท้องตั้งแต่ใต้หน้าอกลงมาจนถึงขอบกางเกงให้ได้เห็นกันชัดๆไปเลย และดูเหมือนว่าตอนนี้เสียงเชียร์จะมาทางฝั่งฉันมากกว่าด้วยน่ะ "หึ" ฉันหันไปแสยะยิ้มเย้ยใส่ยัยนั่นที่หน้าเสียลงนิดนึงที่เห็นว่าฉันได้เสียงโห่แซวดังมากเหมือนกัน จริงๆฉันไม่ต้งทำถึงขนาดนี้ก็ได้แค่เต้นโยกย้ายในแบบเซ็กซี่ก็พอแต่เป็นเพราะตอนนี้แอลกอฮอล์ในร่างกายฉันมันพลุกพล่านมากไง ถึงฉันจะรู้ตัวว่าทำอะไรแต่ฉันควบคุมมันไม่ได้-- "เฮ้ คนสวย"*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







