Mag-log in@มหาลัย –ตึกคณะเภสัชศาสตร์-
ภายใต้ตึกใหญ่เหล่านักศึกษาชายหญิงเดินเข้าออกลิฟต์หลังจากเลิกเรียน ชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อช็อปยืนกอดอกหลบอยู่ที่เสาปูนอันใหญ่รอใครบางคนที่ตนตั้งใจมาง้อ
ทุกสายตาทั้งชายและหญิงหันมามองภูผาเป็นตาเดียวด้วยความแปลกใจ เพราะเขาคือชายคนเดียวที่ใส่เสื้อช็อปยืนทำหน้าสลอนในตึกนี้
“มองทำไมนักหนาวะ หล่อก็เข้าใจอยู่”
ภูผาก้มหน้าบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะหยิบโทรศัพท์ในกางเกงขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาจากทุกคน
“สวัสดีค่ะ...ใช่ภูผาวิศวะเครื่องกลไหมคะ?”
อยู่ ๆ ก็มีเสียงใสเข้ามาทักทายทำเอาใบหน้าหล่อที่จดจ่อกับโทรศัพท์ต้องละสายตาขึ้นมองหญิงสาวที่ระบายยิ้มหวานพลางโบกมือไปมาอย่างเก้อเขิน
“ค..ครับ?”
คิ้วหนาขมวดเป็นปมเอียงใบหน้าคมคายมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความสงสัย
“ขอถ่ายรูปลงเพจ Good Boy ได้ไหมคะ?”
เพจเชี่ยไรวะ กู้ดบงกู้ดบอย
“ถ้าบอกว่าไม่ได้...?” เอ่ยเสียงทุ้มเรียบนิ่ง ทำให้รอยยิ้มหวานที่ปรากฏบนใบหน้าหญิงสาวค่อย ๆ จางลงอย่างเห็นได้ชัด “อันนี้จะขอถ่ายรูปลงเพจเฉย ๆ หรือจะขอวาปด้วย?”
ด้วยความมีประสบการณ์สาวเข้าหาเยอะจึงเอ่ยถามด้วยความฉงนใจ เพราะทุกคนที่เข้ามาก็จะมาขอถ่ายรูปมักจะขอช่องทางติดต่อบลา ๆ ด้วย แรก ๆ ภูผาก็ให้ความร่วมมือเต็มที่ ด้วยความหลงตัวเองและรู้ดีว่าหน้าตาที่พ่อแม่ให้มามันหล่อเหลาจึงไม่คิดแปลกใจที่จะมีคนมาขอถ่ายรูปไปลงเพจ ทว่าพักหลัง ๆ เริ่มมีคนส่งข้อความมาเยอะ เขาจึงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะให้ช่องทางติดต่อกับคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้า
“ก็ต้องขอวาปด้วยค่ะ”
“งั้นผมขอดูเพจหน่อยได้ไหม?”
ว่าพร้อมแบมือหนาขึ้นตรงหน้าพลางเลิกคิ้วสูง ทว่าหญิงสาวกลับอ้ำอึ้งกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ภูผายกยิ้มพร้อมหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ไม่มีเพจสินะ...มาหลอกขอวาปผมนี่นา”
“กะ..ก็...”
“รอผมโสดก่อนนะ ตอนนี้ผมมีแฟนแล้ว”
มีแฟนอยู่คนเดียวทั้ง ๆ ที่ฝ่ายหญิงพึ่งขอเลิกไปเมื่อวานนี้เอง
ใบหน้าหล่อผลิยิ้มกว้างให้คนตรงหน้าพลางไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา ผนึกสงสัยอยู่ในใจว่าทำไมจนป่านนี้เอวาไม่เลิกเรียนสักที ก่อนดวงตาคมเรียวจะกวาดมองทั่วบริเวณ ทว่ากลับพบหญิงสาวที่คุ้นตากำลังเดินออกจากตึก ภูผารีบเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาร่างบางที่ตนรอมาหลายชั่วโมง ทิ้งให้หญิงสาวที่เข้ามาทักทายยืนกุมมือตัวเองมองตามเขาตาละห้อย
พรึ่บ!
“กรี้ดด! ว้าย!!”
ร่างเล็กที่เดินอยู่ก้มหน้าจิ้มโทรศัพท์อยู่ริมถนนตกใจสุดตัวเมื่ออยู่ ๆ ก็มีมือหนามาคว้าแขนเธอไว้อย่างไม่ทันตั้งตัว
“เดินข้างถนนใครสั่งใครสอนให้ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ รถเฉี่ยวขึ้นมาทำไง?!!” เสียงเหี้ยมข่มดุเอวาด้วยความเป็นห่วง
“เรื่องของวา ไม่ได้ไปเดินบนตัวพี่สักหน่อย”
เอวาสะบัดตัวออกจากมือหนาก่อนจะทำท่าเดินหนีอย่างไม่สนใจ ในเมื่อเลิกกันไปแล้วจะมาทำท่าทีเป็นห่วงกันทำไม เมื่อก่อนตอนที่คบกันอยู่แทบจะไม่เห็นหัวด้วยซ้ำ ทีอย่างนี้โผล่หน้ามาให้เห็นดีจังเล้ยยย
“เดี๋ยวไปส่ง”
คนตัวสูงรีบเดินตามทำตัวติดอย่างกับเหาฉลาม ใบหน้าหล่อโน้มลงพูดคุยกับคนตัวเล็กเบา ๆ พร้อมเลื่อนมือปลาหมึกมาโอบเอวบางไว้ ทว่ามือเรียวสวยกลับฟาดเข้าที่มือหนาอย่างแรง
“อย่ามาแตะต้องตัววานะ!! สกปรก!!”
“!!”
น้ำเสียงแข็งกร้าวแฝงความเย่อหยิ่งอยู่นัยทีเอ่ยขึ้นดังชัดถ้อยชัดคำทำเอาภูผาชะงักนิ่งไปชั่วครู่ เขาสูดลมหายใจเข้าสุดปอดราวกับพยายามข่มอารมณ์โทสะของตัวเองเอาไว้ เรียวลิ้นดุนกระพุ้งแก้มตัวเองพร้อมจ้องมองหญิงสาวก่อนจะเค้นหัวเราะในลำคอ
สกปรกงั้นหรอวะ? ...ประกาศเลิกกับกูยังไม่ครบยี่สิบสี่ชั่วโมงแต่ทำตัวรังเกียจกันขนาดนี้เลย คนนะเว้ยไม่ใช่ปรสิต
“สกปรกแล้วไง...เธอก็เคยอมแล้วกัน”
ภูผาโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างหูเอวาด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์อย่างต้องการจะเอาชนะก่อนจะยกยิ้มมุมปากแฝงความร้ายกาจ
“ขึ้นรถ!!”
ไม่รอให้อีกฝ่ายได้โต้แย้งใด ๆ ร่างสูงออกแรงฉุดดึงร่างเล็กให้เดินตามไปยังรถของเขาที่จอดอยู่ไม่ไกล ทว่าเอวากลับดื้อรั้นไม่ยอมก้าวเท้าตามแรงของภูผาโดยง่าย
“ประสาทรึไง!! ปล่อยนะ!”
“ปล่อยแน่ แต่จะให้ปล่อยในรถหรือบนเตียง?”
ภูผาหันกลับมาเลิกคิ้วถามอย่างเจ้าเล่ห์ เขาพูดจาสองแง่สองง่าม พาเข้าเรื่องใต้สะดือเผยสันดานท่าแท้ของตัวเองอีกครั้ง
“เดี๋ยวจะทุบให้เลือดหัวออกสะเลย เลือดชั่ว ๆ จะได้ออกไปบ้าง สมองมีแต่ขี้เลื่อยคิดได้แต่เรื่องกาม! ต่ำ ๆ !!”
เอวาทำท่าดุแต่หาว่าอีกฝ่ายหาจะกลัวไม่ เขาเพียงยกยิ้มชอบใจไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะเข้ามาช้อนร่างบางขึ้นในอ้อมอกแล้วเดินไปยังรถอย่างไม่รีรอให้เสียเวลา แม้เอวาจะดิ้นและแหกปากโวยวายแค่ไหนแต่คนรอบข้างก็ไม่เข้ามาช่วยห้ามเลยสักคน เพราะมองยังไงก็เหมือนคู่รักทะเลาะกัน
“ผู้หญิงด่า แปลว่าผู้หญิงรัก”
ระหว่างทางเดินภูผากระซิบข้างหูเอาวาเบา ๆ ก่อนจะฉวยโอกาสเข้าไปฉกความหอมหวานจากแก้มนวลเนียน จนโดนฝ่ามือเล็กฝาดเข้าที่ขมับอย่างจัง ๆ
ปึก!
“หน้าด้าน!”
“ด้านกว่านี้ก็ทำได้ แหกปากเสียงดังไปเถอะ พี่ไม่อาย...เธอนั่นแหละที่จะอาย”
ภูผาไม่ได้สทกสะท้านกับแรงฝ่ามือที่ได้รับเลยสักนิด ถึงจะเจ็บจนมึนแต่ก็เก็บอาการเพื่อที่จะข่มยัยตัวเล็กก่อน ภูผาเหลือบสายตาไปรอบเพราะไม่ว่าจะเดินผ่านใคร ทุกคนก็หันมามองเป็นตาเดียว ก็อย่างที่บอกว่าเขาไม่อายที่จะเป็นที่จับตามอง เอวานั่นแหละที่ต้องอาย
ดวงตากลมโตละสายตาจากใบหน้าคนเอาแต่ใจแล้วหันไปมองรอบ ๆ ที่ทุกคนมองมาด้วยความสงสัย เป็นอย่างที่ภูผาพูดนั่นแหละ เธออาย...เอวาไม่ชอบเป็นจุดสนใจที่สุด
“ตะโกนอีกสิ พี่ชอบ...คนอื่นจะได้รู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงของพี่”
“ไอ้บ้า”
ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันอย่างอดกลั้น พร้อมพูดเสียงลอดไรฟันอย่างไม่สบอารมณ์ เอวาเลือกที่จะปิดปากเงียบเพราะไม่อยากเป็นจุดสนใจจนภูผาเดินมาหยุดที่รถแล้วเปิดประตูดันร่างเล็กเข้าไปในรถพร้อมขาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย ไม่เพียงเท่านั้นยังแวะจุมพิษริมฝีปากอวบอิ่มเบา ๆ ก่อนจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์พลางลูบผมยาวสลวยของเธอเบา ๆ
จุ๊บ!
“เด็กดี”
ว่าแค่นั้นก็ยกยิ้มแล้วผละตัวออกรีบเดินอ้อมไปนั่งฝั่งคนขับ เอวามองตามร่างสูงที่อยู่นอกรถแล้วสบทออกมาอย่างหัวเสีย
“ดีพ่อง!!”
“ดูแลวาให้ดี ๆ หน่อยสิ”“ก็นี่ไงดูแลอยู่ อาบน้ำให้ด้วย”ว่าแล้วเขาก็รวบร่างบางเข้ามาแนบชิดทันที หญิงสาวที่ยังมีฤทธิ์แอลกอฮอล์หลงเหลืออยู่ในร่างรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างจับผิด“อาบน้ำให้หรือตั้งใจจะจับนมวากันแน่”“หึ!”ภูผาเค้นหัวเราะในลำคอก่อนจะเลื่อนมือไปปิดน้ำแล้วดันร่างบางให้ชิดกับผนังสีเทาเข้ม ก่อนจะโน้มใบหน้าลงใกล้แล้วยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์“แสนรู้จริง ๆ เลยนะ” ภูผาว่าเสียงเบาพร้อมเลื่อนมือมาปลดตะขอเสื้อชั้นในของหญิงสาวอย่างชำนาญ“อ้ะ!”เอวายังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกรวบตัวอุ้มขึ้นกลางอากาศ ความตกใจทำให้เรียวขารีบตวัดรัดเอวสอบไว้แน่น ขณะที่มือบางเผลอกอดคอเขาไว้โดยไม่รู้ตัวริมฝีปากหนาประกบจูบริมฝีปากอวบทันทีที่เธอเผลอ ภูผาบดขยี้เรียวปากอย่างเร่าร้อน ขณะที่มือหนาก็ขย้ำก้นงามงอนของเธออย่างปลุกเร้าอารมณ์“อื้อ พี่ผา”เอวาเอ่ยเสียงแผ่วเบาทันทีที
--ผ่านไปหลายเดือน—ตั้งแต่กลับมาคบกันอีกครั้ง ดูเหมือนความรักของทั้งสองจะหวานชื่นราวกับข้าวใหม่ปลามัน เพราะจากคนที่ไม่เคยสนใจใครนอกจากตัวเองอย่างภูผา กลับกลายเป็นคนรักที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของแฟนสาว ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่เธอชอบ รายการโปรดที่เธอดู หรือแม้แต่จังหวะอารมณ์เล็ก ขึ้น ๆ ลง ๆ ของเธอส่วนเอวาเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน จากที่เคยปากแข็ง ไม่ยอมแสดงความรู้สึก ก็เริ่มกล้าแสดงออกมากขึ้น รู้สึกไม่โอเคสิ่งไหนก็พูดออกมาตรง ๆ ไม่เก็บให้ถมทับความรู้สึกเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้วพอเป็นแบบนี้ก็ยิ่งกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองมากยิ่งขึ้น อาจจะมีทะเลาะ แง่งอนกันบ้าง แต่ก็ทะเลาะกันเพื่อปรับความเข้าใจ ไม่ใช่เพื่อเลิกราเหมือนเมื่อก่อน“อยู่นิ่ง ๆ ก่อน”“ก็วาเจ็บ! เบา ๆ มือหน่อยได้ไหม”เสียงหวานเอ็ดคนที่จับกลุ่มผมตัวเอง แล้วหันไปมองชายหนุ่มที่นั่งบนโซฟาด้วยสายตาเขม้นอย่างไม่พอใจ ภูผาไหวไหล่ไม่สะทกแล้วจับร่างเล็กที่นั่งอยู่บนพื้นให้หันไปดังเดิม ก่อนจะก้มลงสนใจผมยาวสลวยในมือที่แบ่งเป็นสามส่วน แล้วเร
“อ๊า ซี้ดดด”เสียงทุ้มครางต่ำอย่างสะกดกลั้น เขากัดกรามแน่นจนนูนเป็นสันอย่างเห็นได้ชัด สายตาจ้องมองริมฝีปากเล็กที่กำลังครอบครองท่อนเอ็นอวบยาวราวกับเป็นเพียงแท่งไอศกรีมที่เธอดูดกินภูผาเลื่อนมือหนาจับศีรษะแล้วขย้ำเส้นผมยาวไว้แน่นก่อนจะกดใบหน้าสวยลงไปจนแก่นกายเข้าลึกไปถึงคอ เอวาเหลือกตาพลางกลั้นหายใจส่งเสียงอื้ออึงออกมาเมื่อภูผาไม่ปล่อยสักที มือเล็กตบเข้าที่หน้าขาแกร่งเบา ๆ อย่างบอกเป็นนัยว่าเธอหายใจไม่ออก เป็นแบบนั้นภูผาจึงยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ“เฮ้ออ พี่ผา!”เอวาละริมฝีปากจากท่อนเอ็นแล้วหันไปตวัดสายตาเอ็ดคนยกยิ้มกรุ่มกริ่มทันที“ก็มันเสียวนิครับ”“แต่วาจะตายแล้ว”“โหห~ จะตายคาKวยพี่เลยหรอ”ชายหนุ่มว่าพร้อมกระตุกมุมปากเล็กน้อยพลางเค้นหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ก่อนจะดันกายให้นั่งพิงกับหัวเตียงเก้าสิบองศา พอเห็นหญิงสาวทำหน้ามุ่ยแก้มป่องจึงเลื่อนมือหนาไปคว้าแขนเรียวแล้วกระตุกเข้าหาตัวเองอย่างแรง“มาเร็ว”เขาเอ่ยบอกน้ำเสียงออดอ้อนพร้อม
ภายในห้องกว้าง สองร่างเปลือยเปล่านอนแนบชิดกันบนเตียงขนาดใหญ่ ท่ามกลางความเงียบงันที่อบอวลไปด้วยความเร่าร้อน ใบหน้าหล่อซุกไซร้ซอกคอระหงพลางขบเม้มเบา ๆ พร้อมสูดดมกลิ่นกายเข้าเต็มปอด ก่อนจะเลื่อนต่ำลงเรื่อย ๆ หยุดอยู่ที่เนินอวบ ริมฝีปากร้อนครอบงำเม็ดประทุมที่แข็งเป็นไตอย่างหื่นกระหายหญิงสาวผู้ถูกปรนเปรอบิดเร้าร่างกายด้วยความเสียวซ่าน เมื่อมือหนาข้างหนึ่งเลื่อนมาคลึงเนินสวาทพร้อมทั้งขยี้เม็ดเสียวจนเธอเผลอครางเสียงหลงไปหลายที“อ้า อื้ออ”สะโพกมนยกขึ้นสู้กับนิ้วมือที่พยายามสอดใส่เข้ามาในช่องทางรัก เอวาจับท่อนแขนแกร่งไว้แน่นเพื่อระบายความรู้สึกเสียดเสียวภายในกาย ไม่นานริมฝีปากร้อนก็ละออกจากยอดอกก่อนจะจูบซับต่ำลง ผ่านหน้าท้องแบนราบและมาหยุดที่เนินสาว“ดะ...เดี๋ยว”เอวารีบผงกศีรษะร้องห้ามเสียงหลงเมื่อเรียวขาของตัวเองถูกจับให้กางออกอีกทั้งยังยกพาดบ่าแกร่ง ภูผาเงยขึ้นมองหญิงสาวด้วยสายตาหวานเยิ้มก่อนจะเอียงใบหน้าเล็กน้อยอย่างตั้งคำถาม“มะ...ไม่มีอะไร”เอวาถอนหายใจออกเบา ๆ ก่อนจะยอมนอนราบอย่างไม่ม
“คบ...เรากลับมาคืนดีกันเถอะนะครับ”สายตาคมสอดประสานหญิงสาวที่รักพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนปานจะหยด ขณะที่นิ้วโป้งหนาลูบวนแก้มใสของคนในอ้อมกอดอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปอีก“พี่ไม่โกรธวาหรอ?”เอวาถามอย่างไปอย่างระมัดระวัง เพราะที่ผ่านมาเธอผลักไสภูผามาโดยตลอด“โกรธเรื่องอะไร?”“ก็...ที่วาทำตัวไม่น่ารัก”เอวาว่าอย่างกลัวความผิดพร้อมตวัดเรียวแขนเล็กโอบกอดเอวสอบไว้พลางขยับเข้าไปซบอกแกร่งอย่างออดอ้อน“ไม่โกรธแต่น้อยใจ”“หื้ม?”“พี่ก็ทำตัวไม่น่ารักเหมือนกันนิ”ต่างคนต่างทำตัวไม่น่ารัก ก็ถือสะว่าแฟร์ ๆ กันไป ภูผาเองก็ประชดประชัน ส่วนเอวาก็เฉยชาไร้ความรู้สึก เขาไม่เคยโกรธเอวาเลยสักครั้งเพราะรู้อยู่เต็มอกว่าต้นเหตุที่ทำให้เลิกกันเป็นเพราะตัวเขาเอง...หากก่อนหน้านี้ภูผาเอาใจใส่เธอสักนิด ให้ความสำคัญเธอบ้างไม่ใช่เอาแต่กินแต่เที่ยวแถมยังคิดถึงแต่ตัวเองไปวัน ๆ เรื่องทุกอย่างคงไม่บานปลายขนาดนี้ห
“วากลัวผี”เสียงหวานใสออดอ้อนเบาหวิวราวกับขนนกที่กำลังสะกิดใจของชายหนุ่มที่ยืนขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ อยู่ ๆ ก็มาอ้อน ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเธอไล่เขาอย่างหมูอย่างหมา“กลัวทำไม นี่ห้องเธอนะ” ภูผาเอ่ยย้ำอย่างไม่เข้าใจ ก็ห้องนี้เธออยู่คนเดียวมาตั้งนาน อยู่ ๆ ก็เกิดกลัวขึ้นมารึไง? ...“ก็มันกลัว”เอวาช้อนดวงตากลมสวยขึ้นสบกับดวงตาสีนิลฉายแววประหลาดใจ ก่อนจะเลื่อนมือบางมาจับมือหนาไว้แน่นพลางเขย่าเล็กน้อยอย่างออดอ้อน“เดี๋ยววาจะไปอาบน้ำ พี่อยู่รอจนกว่าวาจะอาบน้ำเสร็จได้ไหม?”“เธอเมาหรือไม่สบายตรงไหนรึเปล่าเอวา พี่ว่ามันแปลก ๆ”ภูผาส่ายศีรษะเล็กน้อยอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ในสมองกำลังตั้งคำถามว่า…นี่ใช่เอวาคนเดิมที่เขารู้จักจริง ๆ รึเปล่า ก่อนจะก้าวมายืนนิ่งอยู่ข้างร่างบาง แล้วค่อย ๆ ทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ เธอทันทีมือหนาเอื้อมไปแตะหน้าผากมนเบา ๆ เพื่อตรวจดูว่าเธอไม่สบายรึเปล่าทว่ากลับพบว่าอุณหภูมิร่างกายก็เป็นปกติดี ไม่มีไข้ ไม่มีอาการเจ็บป่วยใด ๆ แล้วทำไม...เธ
ภายในผับที่เต็มไปด้วยแสงสีสว่างสาดส่องไปทั่วบริเวณบวกกับเสียงจังหวะดนตรี EDM หนัก ๆ จนทำให้พื้นสั่นสะเทือน เหล่าผีเสื้อราตรีทั้งหลายต่างโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะและเคลิบเคลิ้มไปกับความมัวเมาของฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มไปทว่ากลับมีเพียงชายผู้เดียวที่กำลังนั่งขมวดคิ้วจ้องหน้าจอโ
“เอาโทรศัพท์มา”ทันทีที่รถจอดภูผาก็แบมือขึ้นตรงหน้าหญิงสาวที่บึ้งตึงตลอดทาง เอวาเหลือบมองพลางชักสีหน้าใส่ภูผาอย่างไม่สบอารมณ์“ไม่”ว่าแล้วก็จับโทรศัพท์ตัวเองไว้แน่นอย่างหวงแหน ก่อนจะหยิบกระเป๋าทำท่าจะลงจากรถ
“เมื่อไหร่จะถึงเนี่ย”เสียงเล็กบ่นพึมพำขณะที่นั่งเล่นโทรศัพท์จนแบตจะหมดอยู่แล้วแต่ก็ไม่ถึงคอนโดสักที ทั้ง ๆ ที่ปกติขับรถแค่สิบนาทีก็ถึง นี่ปาไปเกือบสี่สิบห้านาทีแล้วยังไม่มีวี่แววเลยสักนิด“รถมันติด ไม่เห็นรึไง”ใบหน้าหล่อพยักพเยิดให้หญิง
ภายในรถหรูตกแต่งเบาะด้วยสีเทาเข้มเงาวับ หญิงสาวนั่งกอดอกแนบชิดกับประตู พลางหันหน้าออกไปด้านนอกอย่างไม่สนใจคนที่นั่งข้าง ๆ ดวงตาคมเหลือบมองร่างบางเป็นระยะ อยากจะหาเรื่องชวนคุยแต่ก็กลัวว่าจะกลายเป็นชวนทะเลาะเสียมากกว่า“ปลดบล็อกพี่ด้วยนะ” นี่ไม่ใช่ประโยคขอร้อง แต่เป







