LOGIN“หนูก็เลยอยากส่งต่อมันให้กับพี่” แม้ว่ามันจะเล็กน้อยก็ตามที เทียบไม่ได้กับคำพูดหมาๆ ที่พ่นออกมาจากปากยัยป้าปากปลาร้าคนนั้น ฉันก็อยากทำให้พี่เจครู้สึกดีมากกว่าเห็นเขารู้สึกแย่ ถึงจะมองความรู้สึกของเขาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรหรือรู้สึกยังไง อย่างน้อยก็อยากให้พี่เจคไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวก็พอ “ก็แค่คำพูด พี่ไม่จำเป็นต้องเก็บเอามาคิดด้วยซ้ำ”
อย่าเรียกว่าคำพูดเลยดีกว่า พี่เจคไม่ใช่กระโถนที่ยัยป้ามหาภัยจะพ่นคำอะไรใส่เขาก็ได้นะ เพราะพี่เจคไม่มีปากแบบนี้ไง ฉันถึงต้องกลายเป็นปากให้เขาอะ ไม่งั้นก็จะยืนให้ยัยป้าด่าทอเหรอ เขายังประสาทดีอยู่หรือเปล่า
“หนูด่ากลับไปให้แล้ว พี่ควรดีใจนะ” พูดพลางขบขัน แค่อยากให้บรรยากาศมันดีขึ้นก็เท่านั้นเอง หากแต่ว่าพอมองพี่เจคเขาก็ยังคงนิ่งเสมองหลังมือตัวเองเล็กน้อย เป็นฉันเองที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “เผื่อพี่อยากอยู่คนเดียว ไว้เจอกันนะคะ”
หมับ
“!”
“อย่าไป” ยังไม่ทันได้เดินก้าวเท้าออกมาจากตรงนั้นด้วยซ้ำ พี่เจคก็จับมือฉันเอาไว้เสียก่อน ส่งผลให้ฉันค่อยๆ เอี้ยวหน้ากลับไปมองพี่เจคที่เงยหน้ามองฉันพอดี สีหน้าของเขาตอนนี้... มันแย่เอามากๆ อยากจะถาม ‘อีป้าเวรนั้นเป็นใครวะ!’ ถึงมาทำให้ผู้ชายที่เย็นชาและเคร่งขรึมต้องหม่นหมองขนาดนี้
“โอเค”
ฉันตอบแค่นั้นพี่เจคก็คลายมือออก เขาเอนตัวนอนลงบนเก้าอี้ไม้ตัวยาวโดยที่ฉันทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นหญ้า ชันเข่าขึ้นดูดชานมไข่มุกและมองท้องฟ้าที่ตอนนี้นอกจากพระจันทร์จะขึ้นแล้วยังมีดาวส่องประกายระยิบระยับสวยงามด้วย ประเด็นคือฉันต้องนั่งเป็นเพื่อนพี่เจคแบบนี้จริงดิ แบบไร้ซึ่งการพูดคุยอะไรเลยเนี่ยนะ พอหันกลับไปมองก็พบว่าพี่เจคนอนหลับเอาแขนก่ายหน้าผากตัวเองอีกต่างหาก
ทำไมชีวิตของพี่เจคแลดูซับซ้อนขนาดนี้นะ คนพวกนั้นเป็นใครกันทำไมต้องด่าพี่เจคถึงคุณแม่เขาด้วย
“เฮ้อ” ตั้งใจจะเอนศีรษะพิงกับขอบเก้าอี้ ปรากฏว่าฉันดันเอนไปพิงโดนบริเวณสีข้างของพี่เจคพอดี ไม่รู้ว่าทำให้เขาตื่นไหมพอเห็นว่าเขานอนนิ่งฉันก็เลยหนุนหน้าท้องเขา ถึงจะแข็ง... หมายถึงแข็งเพราะหน้าท้องพี่เจคเขาแบบแข็งแรงอะ ก็ดีกว่าหนุนเก้าอี้ที่แข็งกว่าหน้าท้องพี่เจคก็แล้วกัน “คันปากอยากถามจริงวุ้ย”
ยกมือเกาปากตัวเอง บ่นพึมพำออกมาเพราะไม่ได้เป็นอะไรกันไงจะให้ถามก็ยังไงอยู่ปะ ต่อให้ขี้เสือกแค่ไหนก็ใช่ว่าฉันจะไร้มารยาทถามเขาได้ทุกเรื่องนะ ในเมื่อพี่เจคไม่เอ่ยปากเล่าเองฉันควรเสนอหน้าไปถามเขาไหมล่ะ
“เพลิน”
“ตื่นแล้วเหรอ” ได้ยินที่ฉันบ่นปะวะ พอหันหน้าไปมองก็พบว่าพี่เจคมองฉันอยู่ก่อนแล้ว อย่าบอกนะว่าได้ยินน่ะ!
“วันนี้...”
“ทำไมคะ จะว่าหนูเป็นเด็กดื้อ เด็กไม่ดีไร้มารยาทที่ต่อปากต่อคำเจ๊คนนั้นหรือไง” รีบตอบก่อนที่พี่เจคจะพูดจบ พอเห็นใบหน้าหล่อเหลานิ่งเงียบไป รอยยิ้มตรงมุมปากก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นฉันก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อรับรู้ถึงฝ่ามืออุ่นร้อนที่วางบนศีรษะไม่ใช่แค่วางเท่านั้น หากแต่ว่าพี่เจคกำลังลูบหัวฉันไปด้วยต่างหาก “อะ อะไรของพี่เนี่ย!”
“ขอบใจ” ฉันถึงกับไปไม่เป็นทันที กระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งหนีฝ่ามือของพี่เจคคิดว่าพ้นไหม คำตอบคือไม่ เพราะแขนพี่เจคยาวเป็นแขนแม่นาคขนาดนั้นอะ
“นึกว่าจะเอ็ดหนู” บ่นอุบทำปากขมุบขมิบและมองค้อนพี่เจค “ปกติชอบบอกว่าหนูดื้อ”
“ดื้อจริง”
“หนูอุตส่าห์ช่วยพี่จากยัยเจ๊ปากมอมนั่นนะ ยังจะมาว่าหนูอีก”
“หึ” พอได้ยินเสียงหัวเราะของพี่เจค ฉันก็ใจชื้นขึ้นมาเลยนะเนี่ย อย่างน้อยๆ พี่เจคก็ดูดีขึ้นกว่าตอนแรกก็แล้วกัน
“วันนี้หนูทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์พี่เจค เพราะงั้นเลี้ยงข้าวหนูด้วย ตอนนี้หนูหิวมาก” ลากเสียงยาวพลางเอามือลูบท้องตัวเอง กินชานมไข่มุกไปคิดว่าจะอิ่มเหรอบอกเลยว่าไม่อิ่มหรอก “เสียดายชานม หนูซื้อมาให้พี่มันละลายหมดแล้ว”
“ไม่เป็นไร” พี่เจคดึงถุงแก้วชานมจากมือฉันไป กะว่าจะเอาไปทิ้งสักหน่อย
“พี่จะกินเหรอ ซื้อใหม่ดีกว่านะมันจืดแน่” ลุกขึ้นยืนบิดตัวไปมา พลางยื่นมือไปตรงหน้าเขา “วันนี้เราหายกันนะ พี่ช่วยหนูขายแซนวิชจนหมดและหนูก็ทำหน้าที่ปกป้องพี่”
“...”
“ถึงจะไม่คิดรวมกับค่าซ่อมกระจกรถก็เถอะ” คิดเรื่องนี้แล้วก็นะปวดเฮดในทันที “มาสิคะ”
“อะไร?”
“จับมือหนูไง”
“เพื่อ”
“แหม ตอนหนูจูงมาที่นี่ยังยอมให้จับ ตอนนี้หวงตัวซะแล้ว” เหน็บแนมเขาพลางหัวเราะออกมาลั่นสวนสาธารณะที่เงียบสงบ จากนั้นก็กระดิกนิ้วเรียกพี่เจคราวกับเรียกน้องแมว ใช่ แมวดำตัวโตที่ขี้เซาสุดๆ “รู้ปะ เขาว่าจับมือกันจะทำให้หายเครียดได้”
“เพ้อเจ้อ” ถึงจะถอนหายใจและปากก็บอกเพ้อเจ้อแบบนั้นแบบนี้ ยังไงล่ะ... สุดท้ายพี่เจคก็จับมือฉันและเดินเคียงข้างกันเพื่อออกจากสวนสาธารณะ ความอบอุ่นจากมือของพี่เจคต่างจากก่อนหน้านั้นลิบลับ ตอนนี้มันไม่ได้ชื้นไปด้วยเหงื่อแล้วแต่เป็นความอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาทุกอณูผิวของฉัน
“พี่โอเคแล้วใช่ไหม”
“อือ” ตอบแบบไม่มองหน้ากัน “มีหมาคอยเฝ้า”
“ชิ หมาอะไรจะน่ารักและเป็นห่วงเจ้าของขนาดนี้ ไม่มีแล้วนะคะ” เออ ยอมเป็นหมาก็ได้ถ้าพี่เจคอยากให้เป็นนะ “ปล่อยทิ้งไป บอกเลยว่าเสียดายสุดๆ”
“ยอมเป็นหมาก็เอา”
“พี่เจคยังเลี้ยงไอ้โจ๊กได้เลย มีหนูอีกสักคนคงไม่เป็นอะไรมั้ง” ใบหน้าหล่อเหลาหันมามองฉันพลางส่ายหน้าราวกับเอือมระอาฉันเสียเต็มประดา “ไอ้โจ๊กน่ะมันด่าไม่เป็น แต่หนูด่าเป็นนะ”
“ฟังจากวันนี้ก็พอรู้” พี่เจคนึกไปถึงตอนนั้นคงจะขำน่าดู “ปากจัดนะเรา”
“ใครจะไปทนให้ยัยป้านั่นด่าพี่กันล่ะ พี่ก็เหมือนกันตอนด่าหนูนะปากแซ่บมาก ทีงี้นิ่งเป็นหุ่นเชียว” ฉันห่อไหล่เล็กน้อย ขณะเสมองบึงน้ำที่มืดสนิทและแสงไฟตามทางที่เป็นเส้นทางลาดยาวให้เราออกจากสวนสาธารณะในเวลาค่ำ “ไม่ใช่แม่พี่ ไม่ใช่ญาติพี่ หนูด่าหมดไม่สนหรอกนะว่าลูกใคร ใหญ่มาจากไหน”
“...”
“จะว่าหนูไม่มีสัมมาคารวะก็ได้นะ แต่หนูทนไม่ได้หรอกที่ต้องเห็นพี่โดนด่าแบบนั้น” ใครทนได้ ฉันคนหนึ่งล่ะที่ขอไม่ทนนะบังอาจมาว่าพี่เจคชั้นต่ำได้ยังไงกัน เหอะ คิดแล้วก็แค้นชะมัดเลย อย่าให้เจออีกรอบนะไอ้เพิร์ลจะด่า ด่าให้มุดดินหนีเลยคอยดูดิ “ผู้ใหญ่แบบนั้นน่าเคารพซะที่ไหน”
“เพลิน”
“ว่า” พี่เจคเรียกสายตาของฉันให้หันกลับไปมองเขา มองฉันตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ “มีอะไรเหรอ”
“อยู่ข้างๆ พี่”
“!”
“ได้ไหม”
เอ่อ... เดี๋ยวนะ ฉันไม่ได้หูดับใช่ปะ ฉันว่าฉันได้ยินชัดเจนเลยนะทั้งพี่เจคใช้คำว่า ‘พี่’ และ ‘ขอให้อยู่ข้างๆ กัน’ บอกทีได้ไหมว่าฉันไม่ได้คิดไปเองและไม่ได้ยินไปเองคนเดียวว่าตอนนี้ผู้ชายที่เป็นเหมือนเจ้าชีวิต เพราะฉันมีชนักติดหลังเขาเรื่องค่าซ่อมกระจกรถ กำลังขอให้ฉันอยู่ข้างๆ เขา
มันไม่จริงใช่ไหมเพิร์ล แกแค่ฝันไปใช่ปะ พอตื่นมาก็คงไม่เกิดขึ้นจริงหรอกใช่ไหม ใครก็ได้ช่วยปลุกฉันที!
*-------------------------------------------------------*
“เอ๊ะ”“ไม่สิ คนรู้ใจแบบปลอมๆ” พอหล่อนทักมาแบบนี้ฉันก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวนะ หน้าตาแบบนี้คุ้นจริงหากแต่ว่าฉันเจอคนมามากหน้าหลายตาไงก็เลยไม่ค่อยจะจำหน้าใครได้เสียเท่าไหร่ “ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรกับพี่เจค”“...”“แต่พี่เจคไม่มีทางดึงใครให้มาเป็นคนรู้ใจได้ง่ายขนาดนั้นหรอก” แลดูคำพูดเหมือนจะไม่มีอะไรนะ แต่มันมีไงทุกคน สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ลงท้ายแบบห้วนๆ ต่างจากกิริยาท่าทางที่เป็นคุณหนูผู้เพียบพร้อม ไม่ใช่คนนี้ที่กอดพี่เจคที่สนามแข่งเขามีผู้หญิงกี่คนกันแน่? ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่เจคที่แสนเย็นชาคนนั้นจะเจ้าชู้ขนาดนี้“แล้วมาบอกฉันทำไม” คนยิ่งโกรธเขาเรื่องสนามแข่งอยู่ มาโยนไม้สุ่มไฟให้ลุกโชนอีกฉันก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นเป็นกอง “ถึงยังไงพี่เจคก็พูดออกจากปากเองไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นคนรู้ใจของเขา”“เธอไม่รู้จักพี่เจคดีพอ”“ใช่” ฉันไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ชอบใจที่เธอมากล่าวหาฉันราวกับตัวฉันไม่มีค่าพอให้พี่เจคดึงมาเป็นคนรู้ใจ ทั้งที่เรื่องตอนนั้นเขาพูดเองฉันไม่ได้รู้เรื่องสักหน่อย “แต่ล่าสุดพี่เจคขอให้ฉันอยู่ข้างๆ เขาแล้วล่ะ”ใบหน้าสวยหวานราวกับเจ้าหญิงถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย คนที่
Jake Lack #12หลบหน้า‘น่าสนใจ’พี่เงินพูดคำๆ นี้ เล่นเอาฉันถึงกับไปไม่เป็นเลยดิ อะไรที่ว่าน่าสนใจกันนะ “พี่หมายถึงอะไรเหรอ”“อ่า พี่กำลังหมายถึงว่าเอาขนมไปวางตามร้านน่ะ”“ค่ะ” ยกมือเกาศีรษะตัวเองและตักไอศกรีมกิน อย่างพี่เงินเนี่ยนะจะมาสนใจฉัน หล่อ รวยขนาดนี้จะมาสนใจผู้หญิงที่โคตรจะธรรมดาอย่างฉันทำไมกัน“ไม่มีใครมาจีบเพิร์ลบ้างเหรอ”“ไม่นะคะ” ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครมาจีบฉันเลย อาจจะเพราะฉันไม่สนใจเรื่องพวกนี้และเอาแต่คิดเรื่องค้าขาย โฟกัสแค่เงินเป็นหลักละมั้ง“แล้วคนที่ชอบล่ะ ไม่มีบ้างเหรอ มันต้องมีบ้างสิ”“คนที่ชอบเหรอ...” ฉันทำหน้านึกคิดจู่ๆ ใบหน้าของใครบางคนก็แวบเข้ามาจนฉันถึงกับนิ่งไป พลางสะบัดศีรษะตัวเองเพื่อให้หลุดโฟกัส จะบ้าหรือไงไปคิดถึงหน้าผู้ชายใจร้ายคนนั้นทำไมกันล่ะเพิร์ล! “หนูไม่มีใครหรอกค่ะ”“อายุเท่าไหร่แล้วเราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”“บ้าน่า เด็กสาวรุ่นเพิร์ลพี่ควงมานับไม่ถ้วน จะไม่มีเลยเหรอคนที่ชอบน่ะ”“ค่ะ ไม่มี” ก็บอกอยู่ว่าไม่มีก็คือไม่มีดิ พี่เงินจะคาดคั้นฉันเพื่อ?! “หนูคงตายด้านเรื่องผู้ชายมั้ง”“ถึงว่าอยู่ใกล้พี่ เพิร์ลไม่เห็นหวั่นไหว”“ใครบอกพี่ว่าหนูไม่หวั่นไหว” ฉั
“หนูไม่รู้เลยว่าพี่เงินจะเป็นซิลเวอร์ คิดว่าพี่แข่งแบบปกติด้วยซ้ำ”“ก็นะ พี่แข่งได้หลายประเภท แต่ที่ชอบคือแบบดริฟต์มากกว่า” เสียดายมาก! ซิลเวอร์ควรชนะเจคแลคบ้าง ไม่สิ มันจะมีอยู่หลายครั้งนะที่ซิลเวอร์ชนะเจคแลคน่ะ เหมือนคล้ายสลับๆ กันขึ้นอันดับหนึ่งมากกว่า“ไม่เตรียมตัวเหรอคะ”“อีกยี่สิบนาที พอดีพี่หิวน่ะเห็นเพิร์ลก็เลยแวะมาทัก”“งั้นพี่...” ก้มหน้าลงมองตะกร้าก็พบว่าแซนวิชมันหมดเหลือแค่ซองคุกกี้แค่ไม่กี่ซอง “เอาคุกกี้ไปกินรองท้องก่อนสิ”“จะดีเหรอ”“ดีสิคะ” ฉันฉีกยิ้มกว้างและยื่นซองคุกกี้โอ๊ตมีลให้พี่เงินสองอัน “เป็นคุกกี้โอ๊ตมีล เนื้อสัมผัสมันจะหนึบๆ หน่อยนะ หนูใส่ผลไม้แห้งกับอัลมอนล์ไปด้วย”“เท่าไหร่ รอบนี้พี่ขอจ่ายเงินนะ ไม่เอาฟรี”“แต่หนูอยากให้ เพราะได้รู้ว่าพี่คือซิลเวอร์” จะได้เอาเรื่องนี้ไปคุยโม้กับไอ้ตังให้มันหายงอนฉันสักที “รอบหน้าหนูค่อยคิดเงิน”“โอเค” เขาพยักหน้ารับพลางแกะคุกกี้กินพลางชูนิ้วโป้งให้เชิงบอกว่ามันอร่อย“คุกกี้มีพลังงานเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดตที่ดีสำหรับเพิ่มพลังงานในเวลาที่ต้องการได้ เพราะงั้นพี่กินคุกกี้หนูจะได้มีแรงแข่งไงคะ”“ความรู้แน่นมาก” เป็นไงฉันน่ะมันเก่
Jake Lack #11มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขาชิงช้าสวรรค์ที่นั่งรถเมล์ผ่านประจำแต่ไม่เคยได้เหยียบย่างเข้ามา มีบริเวณพื้นที่กว้างขวางและติดริมแม่น้ำสายสำคัญ หนำซ้ำยามพลบค่ำไฟที่ตกแต่งรอบๆ หรือบนชิงช้าสวรรค์ก็สวยงามมาก พอเห็นคนที่รอต่อคิวกันฉันก็ห่อเหี่ยวใจทันที เพราะคนค่อนข้างเยอะจนฉันทำปากงอง้ำ“คนเยอะอะ จะได้นั่งกี่โมงก็ไม่รู้” ด้วยเพราะเป็นวันหยุด กว่าพี่เจคจะวนหาที่จอดรถได้ก็เกือบสิบนาทีเชียวนะ “พี่เจคไปนั่งตรงนั้นก่อนก็ได้นะ หนูไปต่อคิวซื้อตั๋วก่อน”“ไม่เป็นไร” พี่เจคตอบ “ไปด้วยกัน”พูดจบเขาก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เดินนำฉันไปต่อคิว พอเห็นว่าฉันยืนเอ๋ออยู่ก็พยักหน้าให้มายืนต่อคิวด้วยกัน ฉันพาพี่เจคมาทรมานหรือเปล่าเนี่ย ความสูงของพี่เจคทำให้คนรอบข้างต้องหันกลับมามองเขากันใหญ่ ไม่ใช่แค่ความสูง ความหล่อเองก็เช่นกัน สาวน้อยสาวใหญ่บางคนมองพี่เจคแล้วก็เอามือปิดปากกรี๊ด แถมยังซุบซิบกันหากแต่ว่าคนข้างกายฉันกลับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากรอต่อคิวซื้อตั๋วที่รอประมาณสิบนาทีก็มาถึงคิวเราสองคน ตอนแรกฉันจะควักเงินจ่ายเองก็ไม่ทันพี่เจค เขาออกเงินให้เสร็จสัพกระทั่งเดินนำฉันขึ้นบันไดมารอขึ้นชิงช้าสวรรค์
อธิบายออกไปด้วยเหตุและผล หวังว่าจะทำให้เด็กอย่างมันเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นฉันเป็นคนก่อ ฉันก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง “เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดจากอารมณ์ของฉันล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับพี่เจคเลย”“เธอรู้ใช่ปะเพิร์ล หวั่นไหวน่ะได้” มันกำลังจะพูดถึงอะไรกันแน่ ยิ่งพูดฉันก็ยิ่งไม่เข้าใจ “แต่เธอกับเขา ไม่เหมาะกัน”“จะให้บอกอีกกี่ร้อยครั้งว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจค”“เขาอาจจะมีคนที่ชอบหรือคนรักแล้วก็ได้ ผู้ชายที่หล่อ รวยขนาดนั้นคิดว่าจะโสดให้เธอหวั่นไหวหรือไง”“ก็ช่างเขาสิ เขาจะโสด ไม่โสดมันเกี่ยวอะไรกับฉัน” อันที่จริงพี่เจคจะมีใครหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่แล้ว ที่ฉันทำอยู่ตอนนี้คือชดใช้ค่าซ่อมกระจกที่ตัวเองเป็นคนทำต่างหาก พี่เจคอาจจะกำลังสอนให้ฉันรู้จักรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้าหากวันนั้นฉันไม่ขับรถหนีมันอาจจะเคลียร์จบตั้งแต่ตอนนั้น แต่ด้วยความโง่เง่าของฉันไงเรื่องถึงได้บานปลายมาถึงตอนนี้ “แล้วแกเป็นอะไร จะวีนฉันเพื่อ?”“ฉันอิ่มแล้ว” ไอ้ตังลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าเป้สะพายบ่า “กินกันสองคน คงจะดีกว่า”“ตัง”เรียกชื่อร่างสูงเสียงแผ่วเบาขณะไอ้ตังเดินออกจากร้านไป ฉันได้แต่สับสนและงุนงงกับเหตุกา
Jake Lack #10เรื่องจริง ไม่ใช่ฝันพรึ่บ‘อยู่ข้างๆ พี่ ได้ไหม’“เรื่องจริงหรือความฝันกันแน่วะเพิร์ล”ฉันกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งจากเตียงนอน สลัดผ้านวมที่นอนคลุมโปงและมองไปรอบห้อง พลางยกมือตบแก้มตัวเองสองทีก็พบว่าคำพูดของพี่เจคยังคงวนเวียนในหัวสมอง เวลานี้ตีสามกว่าแล้ว ฉันยังข่มตานอนไม่หลับเลยให้ตายสิ!“คนบ้า พูดจาอะไรก็ไม่รู้”ให้หลังจากพี่เจคพูดคำนั้น เราสองคนก็แทบจะไม่พูดอะไรเลยจนพี่เจคพาฉันไปกินข้าวและพามาส่งที่หน้าปากซอยเข้าบ้าน ฉันเองก็อึ้งและอึ้ง จนกลายเป็นคนหูหนวกตาบอดขึ้นมาทันที พอเจอยายนวลกับไอ้ตังที่พอเห็นฉันก็บ่นยับว่าทำไมกลับช้าบลาๆ ก็นะไม่มีเวลาจะเถียงมันกลับ กลายเป็นว่าเหมือนชีวิตหยุดสตั๊นไปแปบหนึ่งกว่าจะชาร์จพลังกลับมาได้ จนถึงตอนนี้ข่มตาก็ยังไม่หลับเลยเอี้ยวตัวเปิดโคมไฟลิ้นชักหัวเตียง สายตาเหลือบไปเห็นกล่องบุหรี่ที่ฉันยังบ้าเก็บของเขามาทั้งที่ควรทิ้งมันไปได้แล้วใช่ปะ พอเห็นแบบนี้พอจะโยนทิ้งถังขยะมันก็ทิ้งไม่ลงอะ จำต้องเปิดลิ้นชักและโยนมันใส่เข้าไปแทน“เจอกันอีก คงต้องถามให้ชัดๆ ไปเลยว่าที่พูดจริงหรือแค่กำลังอ่อนไหว”ใช่ พี่เจคอาจจะกำลังอ่อนแอหรืออ่อนไหวจากคำพูดของป้าปาก



![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



