LOGINหลายปีในกรงขังเปลี่ยนเด็กหนุ่มเลือดร้อนให้กลายเป็นชายหนุ่มที่ดูนิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยความดุดัน ผิวพรรณกร้านแดดจากการใช้แรงงานในเรือนจำ และดวงตาที่เคยสดใสยามนี้กลับมืดมนเหมือนก้นบึ้งของมหาสมุทร
เดฟ เดินก้าวผ่านประตูกรงเหล็กของเรือนจำมาสู่โลกภายนอก แสงแดดยามเช้าที่แผดเผาลงมาปะทะผิวหนังทำเอาเขาต้องหยีตา มือหนาที่หยาบกร้านยกขึ้นบังแดดพลางสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ที่ได้ออกมาสู่โลกภายนอก
ชุดเสื้อยืดสีซีดและกางเกงยีนส์เก่าๆ ในมือของเขาถือย่ามผ้าสีซีดใบเดียว ภายในมีเพียงเงินไม่กี่บาทที่ได้จากการตรากตรำทำงานในกองงาน และยังมีจดหมายเก่าๆ ไม่กี่ฉบับที่ยายเข็มเคยส่งไปให้
"มึงก้าวออกไปแล้ว อย่าหันกลับมามองข้างหลังอีกนะไอ้เดฟ"
เสียงผู้คุมที่พอจะเมตตาเขายังแว่วอยู่ในหัว เดฟไม่ได้ขานรับ เขาเพียงแต่พยักหน้าเงียบๆ แล้วเริ่มออกเดิน สายตาคมกริบมองไปที่ถนนลูกรังเบื้องหน้า
ความรู้สึกแรกของเขาไม่ใช่ความดีใจ แต่มันคือ ความว่างเปล่าสะส่วนใหญ่
เดฟเดินเลี่ยงฝูงชนที่มารอรับนักโทษคนอื่น แต่เขาไม่มีใครมารอรับ... ยายที่เขารักที่สุดก็มาเสียชีวิตไปตั้งแต่วันที่เขาเข้าไปได้เพียงไม่กี่ปี
หน้าบ้านของตัวเองที่ตอนนี้ทรุดโทรมลงไปมาก หญ้าขึ้นรกและฝุ่นหนาเตอะปกคลุมทุกอย่างไว้ เขาไม่รอช้า รีบจัดการปัดกวาดเช็ดถู ทำความสะอาดบ้านที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของเขากับยายด้วยความเงียบเชียบ ราวกับจะลบเลือนรอยอดีตที่เจ็บปวดออกไปพร้อมกับฝุ่นเหล่านั้น
พอกลิ่นอับจางลงบ้าง เดฟก็เดินข้ามถนนไปยังบ้านที่ไม่คุ้นตา เมื่อก่อนเป็นบ้านไม้ แต่ตอนนี้กับเป็นบ้านปูนที่สวยที่สุดในหมู่บ้านอยู่ฝั่งตรงข้าม...
"ยาย... ยายเข็มครับ"
เดฟยืนเรียกอยู่หน้าชานบ้าน เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นเครือเล็กน้อย
หญิงชราผมสีขาวค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นจากแคร่ไม้ไผ่ ดวงตาที่ฝ้าฟางหรี่มองก่อนจะเบิกกว้างเมื่อเห็นชัดว่าใครยืนอยู่ตรงนั้น
"เจ้าเดฟ... นั่นเจ้าเดฟจริงๆ ใช่ไหมลูก?"
ยายเข็มโผเข้าหาหลานชายเพื่อนรัก เดฟรีบทรุดตัวลงคุกเข่าแทบเท้าหญิงชรา ความอัดอั้นที่เก็บมาตลอด 5 ปีทะลักออกมาเป็นหยาดน้ำตาที่ไหลนองหน้า
"ผมกลับมาแล้วครับยาย... ผมขอโทษที่ดูแลยายของผมไม่ได้ ผมขอโทษที่ทำให้ทุกคนผิดหวัง"
มือเหี่ยวหย่นของยายเข็มลูบลงบนหัวที่ไม่มีเส้นผมของเดฟอย่างเบามือ
"ไม่ใช่ความผิดเองเลยเดฟ... ใครๆ เขาก็รู้ว่าเองโดนแกล้ง ยายเองไปสบายแล้วนะลูก ไม่ต้องโทษตัวเองอีกเลย"
"แคก! แคกๆๆ! โขลก!"
จู่ๆ ยายเข็มก็ไอออกมาอย่างรุนแรงจนตัวโยน ร่างผอมบางสั่นสะท้านจนเดฟต้องรีบเข้าไปพยุงไว้ด้วยความตกใจ
"ยาย! ยายเข็ม เป็นอะไรครับ ทำไมไอหนักขนาดนี้"
เขามองดูยายเข็มที่หน้าแดงก่ำจากการขาดอากาศหายใจชั่วขณะ หญิงชราพยายามโบกมือไปมาพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปาก แต่เดฟสังเกตเห็นรอยเลือดจางๆ ที่ติดมาบนผ้านั้นด้วย
"ยายไม่เป็นไร... สงสัยอากาศมันเปลี่ยนน่ะลูก"
"แกกลับมาก็ดีแล้ว... ต่อไปนี้เริ่มชีวิตใหม่นะเดฟ ยายจะอยู่เป็นเพื่อนแกเอง"
เดฟมองหญิงชราด้วยความเป็นห่วงจับใจ ยายเข็มคือคนเดียวที่เหลืออยู่ในโลกที่เขารักเหมือนญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียว และเขาสัญญาในใจว่า ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคนที่เขารักได้อีกเป็นอันขาด
เขาประคองร่างผอมบางของยายเข็มให้กลับลงไปนั่งพักบนแคร่ มือหนาช่วยลูบหลังให้จนเสียงไอเริ่มสงบลง ยายเข็มถอนหายใจยาวก่อนจะสบตาชายหนุ่มที่เธอมองเห็นมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย สายตาของเธอยังคงเต็มไปด้วยความเมตตาเหมือนเมื่อ 5 ปีก่อนไม่เปลี่ยน
"ยายเข็มครับ... ตอนที่ผมไม่อยู่ ยายของผม... ท่านลำบากมากไหม" เดฟถามเสียงแผ่ว ก้มหน้ามองมือตัวเองที่สั่นน้อย ๆ
ยายเข็มเอื้อมมือมากุมมือหนาของเดฟไว้แน่น
"ยายเองน่ะเหรอ... ถึงร่างกายจะทรุด แต่ใจแกแข็งแกร่งนักนะเดฟ ตอนที่ชาวบ้านเขาซุบซิบนินทาว่าเองเป็นคนไม่ดี ยายเองจะเถียงขาดใจทุกครั้ง แกบอกกับข้าเสมอว่า... 'ไอ้เดฟมันเป็นเด็กกตัญญู มันจะเอาของอัปมงคลพวกนั้นเข้าบ้านให้ยายมันร้อนใจทำไม' "
เดฟฟังแล้วขอบตาเริ่มร้อนผ่าว ภาพยายที่คอยนั่งรอกินข้าวคอยบ่นด่าเขาด้วยความรักลอยชัดขึ้นมา
"ก่อนยายแกจะสิ้น..." ยายเข็มหยุดพูดครู่หนึ่งเพื่อกลืนน้ำลาย
"แกจับมือข้าไว้แน่น แล้วฝากคำพูดถึงแก แกบอกว่า... 'บอกเจ้าเดฟนะ ว่ายายไม่เคยเชื่อเลยสักนิดว่าหลานยายจะทำเรื่องชั่วแบบนั้น บอกมันว่าไม่ต้องห่วงยาย ยายภูมิใจในตัวมันเสมอ และให้มันใช้ชีวิตต่อไปให้ดี อย่าเอาความแค้นมาเผาตัวเอง' "
"ยาย..." น้ำตาหยดลงบนหลังมือยายเข็ม ความรู้สึกผิดที่กัดกินใจมา 5 ปี เริ่มถูกชะล้างด้วยคำยืนยันของคนที่เขารักที่สุด แม้ท่านจะไม่อยู่แล้วก็ตาม
"เองได้ยินไหมเดฟ ยายเองไม่เคยโทษเองเลยนะ"
"ส่วนเรื่องไอ้พวกที่มันทำกับแก... เวรกรรมมันมีจริงลูกเอ๊ย ตอนนี้แกกลับมาแล้ว เริ่มต้นใหม่นะ ทำบ้านช่องให้สะอาด ยายแกมองลงมาจะได้สบายใจ"
เดฟพยักหน้าช้าๆ พยายามข่มความโกรธแค้นที่มีต่อเสี่ยชัยไว้ลึกที่สุดตามคำขอของยาย
"ครับยาย ผมจะทำตามที่ยายบอก... ผมจะเริ่มใหม่"
"ยายแล้วใครมาทำบ้านใหม่ให้จนสวยขนาดนี้ครับ?"
ยายเข็มยิ้มกว้างจนเห็นเหงือก พลางมองไปที่บ้านไม้ของเดฟด้วยสายตาเอ็นดู
"จะใครล่ะเดฟ... ก็เจ้าอิงฟ้ามันนั่นแหละ"
"พออิงฟ้ามันรู้ว่าบ้านยายหลังคารั่ว ก็ให้ช่างมาทำเลย จริงๆ ยายก็ไม่อยากทำหลอก เดี๋ยวก็อยู่ได้ไม่อีกกี่ปี"
"อยู่อีกหลายปีสิยาย แล้วอิงฟ้า... ยัยเด็กดื้อคนนั้นน่ะเหรอครับยาย?"
"เออ... ยัยเด็กดื้อของเองตอนเด็กนั่นแหละ"
"อ๋อครับ"
"กลับไปพักผ่อนเถอะเดฟ... "
"ครับยาย เดี๋ยวผมมาหาใหม่นะ"
เดฟกราบลายายเข็มแล้วเดินข้ามฝั่งกลับมายังบ้านของตนเอง ที่ตอนนี้มันจะถล่มลงมาเมื่อตอนไหนก็ไม่รู้
*
*
*
*
พูดคุยกับคุณนักอ่าน
อย่างน้อยก็ยังเหลือยายนะเดฟ
เมื่อไหร่จะเจอกับยัยน้องน้า
ถ้าอ่านถูกจริตแล้วฝากเพิ่มเข้าชั้นด้วยน้าาา เพราะตอนต่อๆ ไป บักเดฟมัน Hotttt ม๊ากกกกกกกก🔥
อย่าลืมคอมเมนท์ แค่สติ๊กเกอร์คนละดวงก็ได้น้า แล้วกดใจด้วยยยยเด้ออออออ❤️
1 ปีหลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ป่าห้วยเสือหมอบ บาดแผลทางกายของเขาได้จางหายเหลือเพียงรอยแผลเป็นจางๆ ที่ต้นแขนซ้าย เดฟตัดสินใจครั้งสำคัญที่จะไม่ย้ายเข้าสู่กรุงเทพฯ ตามคำชวนครั้งแรกของอิงฟ้า เขาค้นพบว่าความสุขที่แท้จริงคือการได้กลิ่นดิน กลิ่นสาบควาย และการเห็นรวงข้าวสีทองในบ้านเกิด ส่วน อิงฟ้า เมื่อเธอเห็นความมุ่งมั่นของชายหนุ่ม จึงตัดสินใจกลับมาใช้ความรู้ที่ติดตัวมา พัฒนาที่ดินดั้งเดิมของยายเข็มให้กลายเป็น ฟาร์มสเตย์ & คาเฟ่ โดยปล่อยให้คาเฟ่สาขาทั่วกรุงเทพฯ อยู่ภายใต้การดูแลของแม่เธอที่เริ่มสนุกกับการบริหารธุรกิจบรรยากาศยามเย็นที่บ้านนอกแสงอาทิตย์สีส้มทองกระจายไปทั่วท้องทุ่งนากว้างสุดลูกหูลูกตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของรวงข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยวลอยละล่องมาปะทะจมูก ตัวคาเฟ่ไม้ดีไซน์ทันสมัยแต่กลมกลืนกับธรรมชาติถูกเติมเต็มด้วยลูกค้าที่แวะเวียนมาสัมผัสความสงบเดฟในวันนี้ดูภูมิฐานขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เขาไม่ได้อยู่ในชุดมอมแมมเหมือนวันวาน แต่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาคลุมทับด้วยสูทลำลองสีน้ำตาลอ่อน กางเกงสแล็คเข้ารูปดูดีจนจ่อยที่ยืนมองอยู่ไกลๆ ยังอดแซวไม่ได้ "พี่เดฟวันนี้หล่อเป็นพิเศษ
หนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ที่เสียงเครื่องช่วยหายใจกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของอิงฟ้า ห้องพักฟื้นพิเศษในโรงพยาบาลที่ควรจะเงียบสงบ กลับเต็มไปด้วยความหนักอึ้งของความคิดและความกังวลที่ถมทับอยู่บนบ่าเล็กๆ ของหญิงสาวอิงฟ้านั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ มือของเธอกุมมือหยาบกร้านจากการทำงานหนักของ เดฟ ไว้แน่น ตอนนี้มือคู่นั้นกลับดูซูบซีดไร้เรี่ยวแรง ผิวหนังของเขาเริ่มกลับมามีเลือดฝาดบ้างเล็กน้อยหลังจากได้รับเลือดทดแทน แต่ดวงตาคมเข้มกลับยังคงปิดสนิท"พี่เดฟ... หนึ่งอาทิตย์แล้วนะที่พี่หลับไปแบบนี้ รีบตื่นขึ้นมาได้แล้ว" คนตัวเล็กกระซิบแผ่วเบาพลางใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นลูบไล้ไปตามแขนที่ไม่ได้ถูกพันแผล "พี่หายดีเราจะได้ไปอยู่กรุงเทพฯ กันไง แต่ถ้าพี่ดื้อไม่ไปอิงก็จะมาอยู่นี่ถาวรเลย"หยดน้ำตาของเธอหยดร่วงลงบนหลังมือของชายหนุ่ม อิงฟ้ารีบปาดมันออก เธอสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ร้องไห้ให้เขาเห็น เพราะกลัวว่าถ้าเขาได้ยินเสียงเธอร้องไห้ แล้วจะคิดมากแก๊ก... เสียงประตูห้องพักฟื้นเปิดออกเบาๆ ยายเข็ม เดินถือปิ่นโตเข้ามาพร้อมกับไม้เท้าคู่ใจ ใบหน้าของหญิงชราดูอิดโรยแต่ยังคงพยายามส่งยิ้มให้หลานสาว"อิงลูก... กินข้าวหน่อยไหม
การค้นหาครั้งสุดท้ายกลางดึกแสงไฟสปอร์ตไลท์หลายสิบดวงสาดส่องไปทางซอกหินที่เจ้าบราวน์พยายามจะมุ่งหน้าไป ทีมค้นหาต้องใช้มีดพร้าฟันเถาวัลย์ที่รกและยังต้องปีนป่ายขึ้นไปบนโขดหินที่ลื่นแฉะจากฝนเมื่อวันก่อนอีก"ตรงนั้น! ในซอกนั้นมีช่องว่าง!" จ่อยที่วิ่งตามสุนัขตำรวจไปติดๆ ตะโกนบอกเจ้าหน้าที่ แสงไฟฉายสาดไปเจอรูเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่หลังเถาวัลย์หนา ซึ่งหากไม่สังเกตดีๆ จะไม่มีทางเห็นเลยเจ้าบราวน์มุดเข้าไปทันทีพร้อมเสียงขู่คำรามในลำคอที่บอกถึงความตื่นเต้น ทีมกู้ภัยรีบมุดตามเข้าไปในถ้ำที่คับแคบและมีแต่ความอับชื้น กลิ่นแรกที่ปะทะจมูกคือกลิ่นคาวเลือดที่เน่าเสียที่ชวนคลื่นไส้"สาดไฟไปทางขวาสิ! นั่นมัน...!"ท่ามกลางแสงไฟที่ตัดผ่านความมืด ทุกคนถึงกับชะงัก ร่างหนาของเดฟนอนสงบนิ่งอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนพิงผนังถ้ำ สภาพของเขาดูไม่ได้เลย เสื้อยืดที่ขาดรุ่งริ่งเปื้อนไปด้วยเลือดและหนอง ใบหน้าซูบตอบและซีดเผือดจนเป็นสีเทา"พี่เดฟ!!!" จ่อยถลาเข้าไปหาคนแรก แต่นายกู้ภัยดึงตัวไว้ "ใจเย็นน้อง! อย่าเพิ่งขยับตัวเขา!"กู้ภัยรีบเอานิ้วแตะที่ข้างลำคอที่มันเย็น ทุกวินาทีที่ผ่านไปเหมือนหยุดนิ่ง พ่อวัดที่ตามเข้ามาถึงกับกลั
บรรยากาศที่ศูนย์อำนวยการชั่วคราวริมชายป่าเริ่มปกคลุมไปด้วยความหดหู่และสิ้นหวัง แสงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าในวันที่สองเป็นสัญญาณเตือนว่ากำลังจะจบไปอีกหนึ่งวัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายนายเดินกลับออกมาจากแนวป่าด้วยสภาพอิดโรย บางคนถึงกับถอดหมวกออกแล้วส่ายหน้าช้าๆ เป็นสัญญาณที่รู้กันว่า โอกาสรอดแทบเป็นศูนย์"ผู้กองครับ ผมว่าเราต้องประเมินสถานการณ์ใหม่" หัวหน้าชุดกู้ภัยเดินเข้ามาพูดด้วยเสียงหม่นลง"หายไปสองวันเต็มๆ กับแผลถูกยิงที่เสียเลือดมากขนาดนั้น ไหนจะเรื่องการขาดน้ำและติดเชื้อในป่าที่ชื้นแบบนี้... ในทางทฤษฎี ร่างกายมนุษย์ไม่น่าจะทนไหวแล้วครับ"คำพูดนั้นไม่ได้เบาพอที่จะรอดพ้นหูของอิงฟ้า เธอเงยหน้าที่นองไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมองกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่เริ่มเก็บอุปกรณ์"หมายความว่ายังไงคะ... พวกคุณจะหยุดหาเหรอ?" "ไม่ใช่จะหยุดครับคุณอิงฟ้า แต่เราอาจจะต้องเปลี่ยนจากชุดค้นหาผู้ประสบภัย เป็นการค้นหา... ร่างผู้เสียชีวิตแทนในวันพรุ่งนี้" ผู้กองตอบด้วยความลำบากใจ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเห็นใจแต่เขาก็ต้องยอมรับความจริงตรงหน้าพวกลูกน้องเสี่ยชัยที่ถูกจับได้บางส่วนต่างก็ให้การตรงกันว่าเห็นเดฟถูกยิงเข้า
ภายในความมืดมิดของถ้ำเล็กๆ ชายป่าห้วยเสือหมอบ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณที่คับแคบและชื้นแฉะ เดฟ นั่งพิงโขดหินที่เย็นเฉียบ ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความหนาวของลมป่ายามค่ำคืนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะสภาวะช็อกจากการเสียเลือดที่ดำเนินมาหลายชั่วโมงบาดแผลที่ต้นแขนซ้ายซึ่งถูกกระสุนเจาะทะลุ บัดนี้เนื้อรอบๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงช้ำและบวมเป่ง เลือดสีแดงคล้ำยังคงซึมไหลผ่านรอยฉีกขาดของเสื้อยืดที่เขาพยายามฉีกมาพันแผลไว้แต่มันชุ่มจนไม่อาจซับน้ำเหลืองและเลือดได้อีกต่อไป ทุกครั้งที่เขาขยับตัว ความเจ็บปวดจะแล่นเข้าสู่ไขสันหลังเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงพร้อมกัน จนเขาต้องกัดฟันกรอดเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา เพราะรู้ดีว่าพวกหมาหมู่ของเสี่ยชัยกำลังวนเวียนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี้"อึก... อิง..."เดฟพึมพำชื่อหญิงสาวคนรักด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า สติของเขาสลัว ๆ เหมือนเปลวเทียนที่กำลังจะดับลง แสงไฟจากกระบอกไฟฉายของพวกมันวูบวาบไปมาอยู่ด้านนอกถ้ำ ลอดผ่านเถาวัลย์ที่ปกคลุมปากทางเข้าเข้ามาเป็นระยะ เสียงฝีเท้าที่เหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้งดัง กรอบแกรบ ใกล้เข้ามาทุกที‘กูจะตายที่นี่ไม่ไ
หลังจากอิงฟ้าเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พ่อวัดขับรถมาส่งเธอถึงที่คอนโดหรูกลางเมืองก่อนจะแยกตัวไปทำธุระต่อ ร่างบางเดินลากกระเป๋าเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า แม้กายจะถึงที่พัก แต่ใจของเธอยังคงวนเวียนอยู่กับชายหนุ่มที่ทุ่งนาคนนั้นอยู่เลยเธอวางของทิ้งไว้บนโซฟา แล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น แต่ในจังหวะที่เดินผ่านโต๊ะข้างเตียง ลมโกรกจากหน้าต่างที่ลืมปิดก็พัดวูบเข้ามาแรงๆ จนผ้าม่านสะบัดไปโดนกรอบรูปกระจกที่ตั้งอยู่เพล้ง!เสียงกระจกแตกละเอียดกระจายเต็มพื้น อิงฟ้าสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม รีบก้มลงไปมองรูปในกรอบนั้น... มันเป็นรูปคู่ใบเดียวที่เธอแอบถ่ายกับเดฟตอนที่เขากำลังเผลอยิ้ม ซึ่งเธอเพิ่งจะเอามาวางไว้ตรงนี้เอง รอยร้าวของกระจกบาดลึกผ่านใบหน้าของเดฟในรูปพอดี"โอ๊ย..."อิงฟ้าบ่นพึมพำพลางเอื้อมมือจะไปเก็บเศษกระจก แต่ปลายนิ้วกลับโดนด้านคมกระจกบาดจนเลือดสีแดงสดซึมออกมาเธอมองหยดเลือดที่ไหลลงบนรูปเดฟด้วยความรู้สึกโหวงๆ ในใจอย่างบอกไม่ถูก ความเย็นเฉียบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง ลางสังหรณ์บางอย่างที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ กำลังร้องเตือนเธอว่ามีบางอย







