My honey เธอคนนี้แม่ของลูก

My honey เธอคนนี้แม่ของลูก

last updateLast Updated : 2024-11-26
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
23Chapters
1.8Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เด็กหญิงตัวอ้วนกลมในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่องคนนั้น หน้าตาเหมือนเขาอย่างกับถอดแบบกันมา ใช่แน่ๆ... ใช่อย่างที่เขาคิดแน่ๆ

View More

Chapter 1

ตอนที่1 ไม่นึกว่าจะเจอ

“ขุดหลุมให้ลึกๆ กว่านี้!” เสียงแหลมแต่ทว่าทรงอำนาจสั่งกับชายฉกรรจ์ร่างกำยำสี่ถึงห้าคน เหล่าบรรดาชายฉกรรจ์เหล่านั้น กำลังใช้จอบขุดดินให้เป็นหลุมลึกท่ามกลางความมืดมิด เมื่อแน่ใจว่าขุดหลุมจนลึกมากพอ ร่างกำยำของชายฉกรรจ์ทั้งหมดจึงนำโลงศพโลงหนึ่ง ซึ่งต่อจากโลงไม้เล็กๆ เตรียมฝังไว้ในหลุม ที่พวกตนช่วยกันขุด

            กึก! กึก!

            เสียงสั่นสะเทือนที่ดังขึ้นเป็นระยะในโลงไม้ขนาดเล็กนั่น ทำให้ชายฉกรรจ์เหล่านั้นต้องโยนโลงไม้ลงด้วยความตกใจ สตรีในชุดคลุมสีดำปกปิดใบหน้าท่ามกลางความมืดตวาดใส่พวกมันเหล่านั้นอย่างไม่พอใจ

            “ตกใจอันใดกัน! รีบฝังร่างมันเดี๋ยวนี้!” เสียงนั้นออกคำสั่งอีกครั้ง ชายฉกรรจ์เหล่านั้นหันมามองหน้ากันอย่างหวาดกลัว แต่ทว่าเสียงในโลงไม้นั้นกลับดังเป็นระยะ

            กึก! กึก! กึก! กึก!

            เสียงที่ถูกเคาะมาจากด้านในโลงไม้ท่ามกลางความมืดมิดในป่าช้าอันเงียบเหงาแห่งนี้ พร้อมกับบรรยากาศรายรอบที่แสนวังเวง และสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาสร้างความหวาดกลัวยิ่งนัก

            ซ่า!

            เสียงฝนเทลงมาห่าใหญ่ ดินที่เคยแข็งบัดนี้กลับชุ่มชื้นไปด้วยหยาดน้ำฝนจนกลายเป็นขี้โคลนเปียกๆ กลุ่มใหญ่ เหล่าชายฉกรรจ์ตัดสินใจรีบฝังโลงไม้ลงในหลุมนั้นให้เสร็จเรียบร้อยตามคำสั่งของผู้เป็นนาย ท่ามกลางฝนตกกระหน่ำและเสียงเคาะจากในโลงไม้ที่ดังขึ้นเป็นระยะ จนกระทั่งเกิดเสียงฟ้าผ่าชวนตกใจ พวกมันทั้งห้าคนทิ้งโลงไม้อย่างตกใจกลัว ร่างของหญิงสาวที่นอนตายตาเหลือกกระเด็นออกมาจากโลงศพนั้น ร่างของนางนัยน์ตาเหลือกลาน สองมือถูกมัดไว้ด้วยเชือกเส้นหนา ปากของนางถูกอุดเอาไว้ด้วยผ้าผืนใหญ่ ช่างเป็นภาพที่น่าสยดสยองยิ่งนัก

            พวกชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นต่างวิ่งหนีกันไปคนละทิศละทางราวกับหวาดกลัว ทิ้งร่างไร้วิญญาณให้นอนแน่นิ่งมิได้สนใจไยดี

            ส่วนสตรีผู้ว่าจ้างนางนั้นกลับเดินออกไปอีกทางของป่าช้าด้วยความหวาดกลัวเช่นกัน

            ‘เซียวเหม่ยฉี’ ในร่างไร้วิญญาณของ ‘จางอวิ๋นซี’ ตื่นขึ้นมาพร้อมกับสภาพดินโคลนที่เปียกปอนบนร่างกาย นางพยายามประมวลผลภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เธอคือแพทย์สาวที่มาท่องเที่ยวในวันหยุด แต่สุดท้ายกลับต้องตายเพราะความปรารถนาดีอยากช่วยเหลือเด็กคนนั้นให้รอดพ้นจากอันตราย แต่แล้วแทนที่วิญญาณของเธอควรจะไปเข้าเฝ้าพระยม แต่นี่เธอกลับมาสิงร่างของสตรีที่นอนอยู่ท่ามกลางกองดินโคลนสกปรกเหล่านี้

            เซียวเหม่ยฉีเธอเป็นแพทย์ทำงานในแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ในเมืองหลวงของประเทศจีน ในวันนั้นเธอแค่ออกมาท่องเที่ยวในวันหยุดเนื่องจากนานๆ ทีเธอจะสามารถแลกเวรกับเพื่อนร่วมแผนกได้ แต่ทว่าในวันนั้นกลับคาดไม่ถึงว่าจะเป็นวันชะตาขาดของเธอเองและยังต้องมาพบหญิงสาวที่น่าสงสารคนนั้นอีก

            ‘พี่สาวคนนี้มาช่วยแล้ว!’ เซียวเหม่ยฉีกล่าวขณะตะเกียกตะกายว่ายน้ำลงไปช่วยเด็กชายที่กำลังจมน้ำ ในสวนสนุกแห่งหนึ่งของเมืองหลวง เด็กชายคนนั้นอายุประมาณเพียงเจ็ดขวบแต่พ่อแม่กลับปล่อยปละให้เล่นน้ำเพียงลำพังโดยมิได้ดูแลแต่อย่างใด

            เมื่อคว้าร่างของเด็กชายตัวอ้วนมาได้ แทนที่เธอจะสามารถพาเด็กชายคนนั้นขึ้นฝั่งมาได้ แต่เหมือนกับมีบางสิ่งบางอย่างดึงขาของนางลงมาใต้น้ำ ไม่ว่านางจะพยายามตะเกียกตะกายอย่างไรก็ไม่อาจสะบัดตนเองหลุดจากการเกาะกุมลึกลับนั้นได้ จนในที่สุดร่างของเธอจึงค่อยๆ หมดลมหายใจลง

            และ...

                ‘ที่นี่ที่ไหน?’

            วิญญาณที่ลอยเวิ้งว้างอยู่กลางอากาศของเซียวเหม่ยฉีมองสิ่งรอบๆ ข้างด้วยความตกใจ รอบๆ ตัวนางนี้ว่างเปล่าไปหมด มีแต่สีขาวโพลนและจุดหมายปลายทางที่ไม่มีสิ้นสุด

            ‘เซียวเหม่ยฉี’ เสียงหวานแต่เจือปนไปด้วยความเศร้าร้องเรียกนางอยู่หลายครั้ง จนเซียวเหม่ยฉีต้องมองหาที่มาของเสียงด้วยจิตใจที่หวาดกลัว หญิงสาวหมุนร่างวนรอบๆ ตัว แต่ก็ไม่พบสิ่งใด มีเพียงแค่เสียงที่ลอยมาตามอากาศเท่านั้น

            ‘เซียวเหม่ยฉี’ เสียงหวานนั้นเรียกซ้ำอีกหลายรอบ จนกระทั่งผู้ขานเรียกหญิงสาวมาปรากฏกายตรงหน้า อีกฝ่ายคือสตรีหน้าตางดงาม แต่ทว่ากลับเจือไปด้วยความเศร้าโศกอย่างชัดเจน เซียวเหม่ยฉีมองใบหน้างดงามของหญิงสาวผู้เป็นเพียงร่างไร้วิญญาณเหมือนกับนางด้วยความสงสัย

                ‘เธอคือใคร?’ เซียวเหม่ยฉีเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังส่งยิ้มอ่อนๆ ให้กับนาง

            ‘ข้าคือจางอวิ๋นซี ข้ามาหาเจ้าเพื่อขอความช่วยเหลือ’ จางอวิ๋นซีแนะนำตนเองอย่างเป็นทางการ ใบหน้าเศร้าสร้อยของนางแต่ทว่างดงามนักกำลังมองเซียวเหม่ยฉี

            เซียวเหม่ยฉีกำลังรอฟังอีกฝ่ายกล่าวต่ออย่างใจจดใจจ่อ

            ‘ช่วยข้าด้วยนะ ช่วยแก้แค้นให้ข้าด้วย พวกมันสังหารข้า!’ จางอวิ๋นซีเว้าวอนต่ออีกฝ่ายทั้งน้ำตา ดวงตาที่เคยงดงาม บัดนี้เปลี่ยนเป็นความโกรธดุดันน่า

กลัวยิ่ง

            ‘เดี๋ยวๆ นะ ใครคิดทำร้ายเธอกัน ฉันไม่รู้จักเธอทั้งนั้น’ เซียวเหม่ยฉีปฏิเสธเสียงหนักแน่น

            ‘ข้าก็ไม่รู้ว่าทำไมดวงจิตสุดท้ายของข้าถึงมาหาเจ้า แต่เจ้าคือผู้ที่ถูกเลือก โปรดช่วยข้าด้วยเถิด’ จางอวิ๋นซีเว้าวอนทั้งน้ำตา

            ‘แต่ฉันคือวิญญาณที่ตายแล้ว เธอจะให้ฉันช่วยยังไง?’ เซียวเหม่ยฉีถาม นางสังเกตท่าทีของอีกฝ่ายในเพลานี้

            ‘เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ขอแค่ช่วยข้า...ใช้ร่างของข้าตามหาคนร้ายที่ฆ่าข้า ดูแลท่านแม่ที่อ่อนแอของข้า ได้หรือไม่?’ จางอวิ๋นซีกุมมือข้างหนึ่งของเซียวเหม่ยฉีขึ้นมา

                ‘แล้วใครฆ่าเธอ?’ เซียวเหม่ยฉีถาม แต่อีกฝ่ายกลับส่ายหน้าไม่รู้

                ใครฆ่าตัวเองตายยังไม่รู้เลย ท่าทางจะศัตรูเยอะเหมือนกันนะ...เซียวเหม่ยฉีคิดในใจ

            ‘แต่ว่าถ้าฉันช่วยเธอ ฉันจะได้อะไรล่ะ...’ เซียวเหม่ยฉีพยายามต่อรองกับอีกฝ่าย

            จางอวิ๋นซีมีคำตอบในใจอยู่นานแล้ว เรื่องที่เจอเซียวเหม่ยฉีนั้นเป็นเรื่องที่นางจงใจให้เกิดขึ้น หลังจากที่นางตายไปไม่นานด้วยฝีมือของคนชั่ว วิญญาณนางก็ถูกพามาที่สวนสนุกแห่งนั้น และเซียวเหม่ยฉีนางได้เลือกเอาไว้แล้วว่าจะต้องช่วยนางแก้แค้นคนที่ฆ่านางได้แน่นอน

            ‘หลังจากจบเรื่องทุกอย่าง ข้าจะมารับเจ้ากลับไป ร่างกายเจ้าในภพนี้ยังคงอยู่เหมือนเดิม ข้าจะช่วยดูแลให้เพื่อตอบแทนที่เจ้าช่วยเหลือข้าในครั้งนี้’ จางอวิ๋นซียื่นข้อเสนอต่อรองกับอีกฝ่าย

            เซียวเหม่ยฉีไม่ค่อยมั่นใจกับจางอวิ๋นซีเท่าใดนัก แม้อีกฝ่ายในตอนนี้จะเป็นวิญญาณธรรมดา แต่กลับดูอมทุกข์และป่วยด้วยสารพัดโรคยิ่งนัก

            ‘แต่ว่าฉัน...’ เซียวเหม่ยฉียังคงลังเลอยู่

            จางอวิ๋นซีกล่าวเสียงดังด้วยความตกใจ “ไม่มีเวลาเอ่ยมากแล้ว..”

            ทันทีที่จางอวิ๋นซีกล่าวจบ นางรวบรวมพลังทั้งหมดคว้าแขนทั้งสองของ

เซียวเหม่ยฉี แล้วเหวี่ยงร่างของอีกฝ่ายใส่ร่างไร้วิญญาณของตนเองในโลงไม้นั่นทันที

            และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด...

                เซียวเหม่ยฉีฟื้นขึ้นมาอีกทีในร่างของจางอวิ๋นซี ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำลงมาไม่หยุดหย่อน เซียวเหม่ยฉีหรือจางอวิ๋นซีพยุงตนเองขึ้นจากกลุ่มดินโคลนที่พยายามดูดร่างของนางลงไป ตอนนี้เธอไม่ใช่เซียวเหม่ยฉี แพทย์แผนกฉุกเฉินอีกต่อไป แต่เธอคือจางอวิ๋นซีสตรีจากโลกอดีตและเป็นสตรีที่ถือกำเนิดใหม่เพื่อมาทำตามข้อแลกเปลี่ยนของเจ้าของร่างตัวจริง

            “คุณหนู!” เสียงเรียกใสแจ๋วท่ามกลางสายฝนกระหน่ำ เซียวเหม่ยฉีหรือจางอวิ๋นซีคนใหม่หันไปตามที่มาของเสียง เห็นหญิงสาวตัวน้อยกำลังกางร่มคันใหญ่ร้องเรียกนางเสียงดัง ก่อนจะปรากฏร่างของผู้ชายอีกห้าถึงหกคน

            “คุณหนูขอรับ!” พ่อบ้านมู่ของจวนสกุลจางตะโกนเรียกอีกฝ่ายอย่างดีใจ เขากับทหารของจวนรีบเข้าไปประคองร่างของจางอวิ๋นซี

            เซียวเหม่ยฉีพยายามขบคิดและตั้งสติกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  บัดนี้เธออยู่ในร่างของจางอวิ๋นซี ทำข้อตกลงกันทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่าตอนนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้กับอีกฝ่ายทำให้เธอเริ่มมึนงงสับสนนัก

                ‘มีคนต้องการฆ่าจางอวิ๋นซีจริงๆ ด้วย’

            ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ แต่ทว่าเซียวเหม่ยฉีแทบไม่ได้สนใจเลยสักนิด ตอนนี้เธอกำลังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเธอเอง ภาพทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์ราวกับความฝัน สตรีนางนั้นที่มาปรากฏตัวในขณะที่เธอกำลังจมน้ำ ช่างมาได้เวลาเหมาะเจาะจริงๆ

            “คุณหนูเจ้าคะ!” สาวใช้ของจางอวิ๋นซีนามว่าหรูหรงวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมกับร่มคันใหญ่ในมือ นางกางร่มให้กับจางอวิ๋นซีด้วยใบหน้าที่เปียกโชกด้วยน้ำฝนจนเปียกปอนไปทั่วร่าง

            พ่อบ้านมู่ตะโกนสั่งหรูหรงท่ามกลางสายฝนที่ตกโหมกระหน่ำ

            “เจ้ารีบพาคุณหนูกลับไปหาไท่ฮูหยินก่อนเถิด!”

            เซียวเหม่ยฉีในร่างของจางอวิ๋นซีซึ่งในตอนนี้กำลังมึนๆ งงๆ กับเหตุการณ์ตรงหน้า นางถูกผู้ติดตามของพ่อบ้านมู่และหรูหรงนำขึ้นเกี้ยวพากลับไปยังบ้านเดิมของเจ้าของร่างนี้

            ความเหนื่อยอ่อนและบรรยากาศเย็นเฉียบจากพายุฝนที่ตกโหมกระหน่ำเช่นนี้ ทำให้เซียวเหม่ยฉีหรือจาง อวิ๋นซีเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน นางไม่มีเวลาให้มาคิดมากแล้ว หากสิ่งที่จางอวิ๋นซีคนก่อนต้องการให้นางทำคือการหาตัวคนร้ายที่แท้จริง ผู้ที่เป็นฆาตกรทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายแบบนี้ เธอก็จะช่วยสุดความสามารถนั่นล่ะนะ

            ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน

                จางอวิ๋นซี บุตรีเพียงคนเดียวที่เกิดจากภรรยาเอกของจางเยี่ยนหรือใต้เท้าจาง อัครมหาเสนาบดีใหญ่แห่งแคว้นหาน ผู้มีรูปโฉมงดงามและอ่อนหวาน นางเป็นหลานสาวที่รักของไท่ฮูหยินและมารดาเป็นอย่างมาก แต่ทว่าต่อให้นางจะเป็นที่โปรดปรานของไท่ฮูหยินผู้เป็นย่ามากเท่าใด แต่นางยังคงเป็นที่รังเกียจของบิดา เนื่องจากตั้งแต่เกิดมานางก็ป่วยด้วยสารพัดโรค ไม่สามารถเป็นหน้าเป็นตาให้กับบิดาและสกุลจางได้นัก

            นางมีพี่สาวหนึ่งคนซึ่งเป็นบุตรีถือกำเนิดจากฮูหยินรองหลี่ นามว่าจางเซียวหรู พี่สาวผู้มีความเป็นเลิศในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารหรือการเย็บปักถักร้อย แม้กระทั่งศาสตร์วิชาทั้งหกแขนงนางก็ร่ำเรียนได้จนแตกฉานนัก ทำให้บิดาอย่างจางเยี่ยนทั้งรักและโปรดปรานนางเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้นางกับมารดาซึ่งเป็นฮูหยินรองจะรังแกจาง อวิ๋นซีกับมารดาผู้เป็นภรรยาเอกเท่าใด จางเยี่ยนก็ไม่ใส่ใจนักและยังคอยปกป้องพวกนางทั้งสองอยู่ร่ำไป

            “ท่านพ่อ ข้าไม่ได้รังแกท่านแม่รองและพี่หญิงใหญ่จริงๆ นะเจ้าคะ!” เสียงร่ำไห้ของจางอวิ๋นซีดังขึ้นพร้อมกับร่างของนางที่คุกเข่าลงต่อหน้าบิดา บิดาของนางผู้ซึ่งใบหน้าไร้ความรู้สึกใดๆ แต่กลับมีสีหน้ายิ้มสะใจของหลี่ฮูหยินและจางเซียวหรูปรากฏออกมาน้อยๆ

            สาเหตุที่จางอวิ๋นซีคุกเข่าต่อหน้าบิดาเช่นนี้ เนื่องจากนางถูกจางเซียวหรูใส่ร้ายว่าขโมยผ้าไหมพระราชทานจากหยางเต๋อเฟยด้วยความอิจฉาริษยาที่เห็นนางผู้เป็นพี่สาวได้ดีกว่า แต่ทว่าจางอวิ๋นซีไม่มีเหตุผลที่ต้องทำเช่นนั้น มารดาของนางสอนมาเสมอว่าให้เคารพฮูหยินรองดุจมารดาและเคารพพี่สาวประดุจพี่แท้ๆ แต่ทว่าสิ่งที่นางได้รับตอบแทนคือการกลั่นแกล้งแบบไม่มีที่สิ้นสุด

            “ท่านพี่ นางคงถือว่าเป็นคนโปรดของไทเฮากระมังเพคะ ทั้งไทเฮาและท่านย่าต่างก็โปรดปรานนางทั้งนั้น อีกทั้งฮองเฮาเองก็หมายตาให้นางเป็นไท่จื่อเฟย[1]นางคงคิดว่าจะทำอันใดกับพวกเราสองแม่ลูกที่ด้อยกว่าก็ได้เจ้าค่ะ” หลี่ฮูหยินแม้จะเป็นคนวางแผนจัดฉากทั้งหมด แต่ยังคงแสร้งบีบน้ำตาต่อหน้าผู้เป็นสามีได้อย่างน่าสงสารนัก

            “ท่านแม่รอง เหตุใดท่านจึงอ้างเช่นนี้ ผ้าไหมนั่นข้าไม่รู้เรื่องจริงๆ นะเจ้าคะ!” จางอวิ๋นซีแย้งกลับ แต่ผู้เป็นบิดาหาได้ฟังเหตุผลไม่ มิหนำซ้ำยังตวาดใส่บุตรสาวจากภรรยาเอกเสียงดัง

            “เจ้าอิจฉาพี่สาวเจ้ามาตั้งแต่เด็ก เจ้าเห็นนางได้ดีกว่า มีผู้คนรักใคร่มากกว่าเจ้าจึงคิดทำร้ายนางตลอดเวลา ข้าชิงชังนักที่มีลูกเช่นเจ้า!” ถ้อยคำที่ผู้เป็นบิดากล่าวออกมา วาจาร้ายกาจที่นางได้ยินนั้นเสียดแทงจิตใจนางยิ่งนัก ยามนี้จางอวิ๋นซีไม่สามารถตอบโต้ความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับนางได้เลยสักนิด

“แต่ข้ายืนกรานว่าอย่างไรข้าก็ไม่ได้ทำจริงๆ นะเจ้าคะท่านพ่อ ท่านแม่รองใส่ร้ายข้าทั้งหมด ข้าไม่รู้...” จางอวิ๋นซีพยายามโต้แย้งทวงคืนความยุติธรรมให้ตนเอง แต่ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยจนจบประโยค ฝ่ามือของหลี่ฮูหยิน ซึ่งมีฐานะเป็นภรรยารองของจางเยี่ยนกลับตบเข้าที่ใบหน้าของนางพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความสะใจ        

ส่วนจางเยี่ยนนั้นได้แต่ยืนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่สนใจ เขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าบุตรีผู้นี้จะโดนกระทำเช่นไร

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงของไท่ฮูหยินดังขึ้น นางเดินเข้ามาพร้อมกับจางฮูหยิน ซึ่งเป็นภรรยาเอกของจางเยี่ยนและมารดาของจางอวิ๋นซี ไท่ฮูหยินเดินเข้ามาประคองร่างของผู้เป็นหลานสาวที่ถูกตบจนเลือดกบปากด้วยฝีมือของลูกสะใภ้คนรอง

            นางมองหลี่ฮูหยินด้วยแววตาเดือดจัด “เจ้าเป็นภรรยารอง เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาตบตีหลานสาวข้า!”

            “ท่านแม่ เซียวหรูลูกข้าก็เป็นหลานสาวท่านเช่นกัน ซีเอ๋อร์ขโมยผ้าไหมพระราชทานจากหยางเต๋อเฟยไป ข้าจะโกรธแทนลูกสาวมิได้รึ? นางอิจฉาลูกข้ามาตั้งแต่เด็กยันโต คิดร้ายกับพี่สาวของนางได้อย่างไร!” หลี่ฮูหยินตั้งใจวางแผนนี้ทั้งหมดมาเพื่อกำจัดและกลั่นแกล้งจางอวิ๋นซี แต่นางไม่คาดคิดว่าไท่ฮูหยินจะมาห้ามและให้ความยุติธรรมแก่จางอวิ๋นซีเพียงผู้เดียว

            “ท่านแม่ ข้าขอร้องล่ะ...อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลย” จางเยี่ยนเข้ามาปลอบประโลมอารมณ์ของผู้เป็นมารดา แต่ทว่าไท่ฮูหยินกลับสะบัดมือของบุตรชายออกอย่างไม่สนใจ

            จางฮูหยินเข้ามาปลอบประโลมบุตรสาวที่ถูกตบ นางทั้งเจ็บทั้งแค้นใจแต่ก็ไม่สามารถทำอันใดได้ เนื่องด้วยอำนาจในการดูแลบ้านนี้ทั้งหมดถูกมอบให้กับหลี่ฮูหยิน ซึ่งมีฐานะเป็นภรรยารองและเป็นบุตรสาวคหบดีผู้ร่ำรวย ส่วนนางในตอนนี้เป็นเพียงแค่น้องสาวของฮองเฮาที่สามีไม่เคยแยแสนับตั้งแต่แต่งงานร่วมหอมาด้วยกันเกือบยี่สิบปี สามีไม่เคยเหลียวแลนางกับลูกนางไม่เคยตำหนิ สามีรักหลี่ฮูหยินมากกว่านางก็ไม่เคยโกรธ แต่ว่าสิ่งที่หลี่ฮูหยินทำลงไปวันนี้นั้นเกินขอบเขตที่นางจะอดทนได้แล้วจริงๆ

            “นายท่าน...ท่านไม่เคยรัก ไม่เคยเมตตาลูก ข้ากับลูกก็อดทนมาตลอด แต่ ณ วันนี้วันที่ท่านไม่ได้ถามหาความจริง แต่ท่านกลับปล่อยให้ฮูหยินรองทำร้ายลูกอย่างไม่ยุติธรรม เช่นนี้แล้วความยุติธรรมนั้นมีจริงรึ!” จางเยี่ยนทำท่าจะตบภรรยาเอกของตนเองแทนด้วยความโมโห แต่ทว่าเสียงทรงอำนาจของไท่ฮูหยินผู้เป็นมารดาดังขึ้นห้าม

            “พอได้แล้ว!” ไท่ฮูหยินตวาดขึ้นเสียงดัง

            นางมองหน้าบุตรชายผู้เป็นจ้าวสกุลด้วยความไม่พอใจยิ่ง

            “ลูกภรรยาเอกกับภรรยารองแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน เจ้าเลือกรักแม่ไม่ว่า แต่ซีเอ๋อร์นางคือลูกในไส้ของเจ้าเช่นกัน เจ้าทำกับนางเช่นนี้หากองค์ฮองเฮาทรงทราบขึ้นมา โทษหนักสถานใดเจ้ารู้หรือไม่?!”

            การที่ไท่ฮูหยินกล่าวถึงหลิวฮองเฮา เพราะว่าองค์ฮองเฮานั้นทรงเป็นพระญาติสนิททางฝั่งของจางฮูหยิน และทรงมีอำนาจในราชสำนักมากพอสมควรทีเดียว แต่ทว่าต่อให้พี่สาวของจางฮูหยินจะเป็นถึงฮองเฮา คนอย่างจางเยี่ยนก็แทบไม่สนใจไยดีนางนัก แม้จะไม่เคยตบตีนาง แต่ทว่ากลับปล่อยให้หลี่ฮูหยินรังแกนางกับบุตรสาวได้ตามอำเภอใจ

[1] ตำแหน่งพระชายาเอกในองค์รัชทายาท

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
23 Chapters
ตอนที่1 ไม่นึกว่าจะเจอ
ณ ร้านดอกไม้ขนาดกลางแห่งหนึ่งย่านใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร ในเช้าของวันนี้ที่ร้านค่อนข้างวุ่นวายเพราะเป็นช่วงเข้าใกล้วันเทศกาลแห่งความรัก ผู้คนต่างก็รุมกันเข้ามาออเดอร์ช่อดอกไม้ล่วงหน้าที่หน้าร้าน บ้างก็โทรสั่ง บ้างก็สั่งทางออนไลน์ จนคนในร้านหัวหมุนเตรียมจัดดอกไม้กันมือเป็นระวิงเด็กหญิงผิวขาวตัวอ้วนกลมแขนขาเป็นปล้องในชุดเสื้อยืดสีขาวกระโปรงสวมกางเกงเลคกิ้งขายาวสีชมพูสวมทับด้วยกระโปรงชีฟองฟูฟ่องสีชมพู เด็กหญิงคลานตัวป้อมไวๆ เข้ามาหาคนเป็นแม่ที่กำลังจัดดอกไม้อยู่กับพนักงานในร้าน“แอ้..แอ้..มา..ม่ะ มาม่ะ” มาถึงตัวคนเป็นแม่ได้ก็นั่งเงยหน้ายิ้มโชว์ฟันสองซี่บน ส่งเสียงแหลมใสเรียกแม่คนเป็นแม่ไม่ยอมหยุด เรียกรอยยิ้มจากเหล่าสาวๆ ในร้านที่กำลังจัดดอกไม้กันง่วนได้เป็นอย่างดี“ว่ายังไงคะ หม่าม๊าก็อยู่นี่ไงคะลูก ไม่ได้หนีไปไหนเลย” เพลินฝันหยิบจับช่อดอกไม้มือเป็นระวิงพลางส่งเสียงตอบลูกสาววัยเก้าเดือนไปด้วย ลองเธอไม่ตอบเสียงของลูกเธอก็จะดังไม่เลิก ดีไม่ดีจากเสียงเรียกจะกลายเป็นเสียงขู่ภายในไม่กี่วินาที“จ๋า จะ จ๋า จะ” แปะๆ เด็กหญิงยกมือป้อมปรบมือดัง ทั้งเอียงคอส่งยิ้มกว้างส่งเสียงหยอกล้อกับคนเป็นแม่
Read more
ตอนที่2 ขอลูกคืน
ฟึ่บ... ยังไม่ทันที่เพลินฝันจะวิ่งหนีเข้าไปหลังร้านเธอก็ถูกน่านฟ้าดึงเอาไว้ และเป็นอินทัชที่วิ่งมาขวางหน้า สาวเจ้าหลับตาปี๋ขบเม้มริมฝีปากแน่นชาวาบไปทั้งตัว ด้วยไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มาเจอน่านฟ้าที่นี่สองแขนแกร่งรวบพลิกตัวคนตัวเล็กให้หันมาประจันหน้ากับเขา น่านฟ้าจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่ตอนนี้ซีดเผือดไร้เลือดฝาดทั้งยังเอาแต่หลับตาไม่กล้ามองหน้าหรือปริปากพูดอะไร เขาจ้องมองเธออยู่แบบนั้นไม่ละสายตา“แอ้ มา...ม่ะ” เสียงใสของยัยหนูตัวกลมที่ยืนหน้าบานเรียกคนเป็นแม่อยู่ในเปลทำเพลินฝันแทบลมจับ ทั้งเสียงนั้นยังดึงความสนใจจากสองหนุ่มได้เป็นอย่างดี ทำสองหนุ่มจ้องมองไปยังเด็กหญิงตัวกลมในเปลเป็นตาเดียวก่อนจะหันมามองหน้ากันด้วยสายตาฉงนบ่งบอกถึงความสงสัยที่ตรงกันเพลินฝันได้แต่ยืนเงียบไม่ยอมตอบรับเสียงเรียกของลูกสาว ตอนนี้เธอรู้สึกหูอื้อตาลาย ในหัวตอนนี้มีเพียงคำว่า ‘ตายแน่’ วนเวียนอยู่ไม่เว้นว่าง“มา...ม่ะ มา..ม่ะ แอ้ะ!!” ใช่ตอนนี้เสียงเจ้าตัวกลมกำลังเริ่มเพิ่มความหนาของน้ำเสียงเตรียมตัวที่จะดุในไม่อีกกี่วินาที“หม่าม๊าอยู่ตรงนี้ไงคะ” เพลินฝันที่ถูกขึงเอาไว้ด้วยสองแขนแกร่งเอี้ยวตัวมองกลับหลัง ส่งเสีย
Read more
ตอนที่3 เห็นแก่ตัว
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงรถซุปเปอร์คาร์คันหรูก็กลับมาจอดที่หน้าร้านดอกไม้ของเพลินฝัน น่านฟ้ารีบลากหญิงสาวออกจากรถเข้ามานั่งคุยกันในร้าน“เงินของผมคุณก็รับมาแล้ว ลูกผมคุณก็ท้องให้แล้ว หนีผม ... ทำไม!! รู้หรือเปล่าว่าผมต้องเสียอะไรไปบ้าง” ประโยคท้ายๆ น่านฟ้าเค้นเสียงฝาดจนคนตัวเล็กที่นั่งสะอึกสะอื้นสะดุ้งเฮือก“เพลินขอโทษนะคะคุณน่าน เพลินไม่มีเจตนาจงใจโกงคุณ แค่เพลินทำใจไม่ได้ที่จะต้องให้ลูกกับคุณ” เธอยกมือไหว้ชายหนุ่มประหงกๆ แต่คนที่นั่งจ้องหน้าเธอไม่วางดูจะไม่สนใจในคำของโทษของเธอแม้แต่น้อย“แล้วตกลงรับข้อเสนอตั้งแต่แรกทำไม นี่น่ะเหรอไม่มีเจตนาโกง”“เพลินยอมรับผิดก็ได้ แล้วเพลินจะรีบหาเงินมาคืนคุณ คืนลูกให้เพลินเถอะนะคะ คุณก็มีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอ ไปมีลูกกับแฟนคุณใหม่ก็ได้นี่คะ”“หึ่...เห็นแก่ตัวจริงๆ ” น่านฟ้ามองจ้องเขม็งคนที่กำลังยกมือไหว้เขาไม่วาง คิ้วหนาย่นเข้าหากันเรื่อยๆ พร้อมส่ายหัวช้าๆ“คุณกำลังสั่งให้ผมเป็นคนใจดำที่รู้ว่าตัวเองมีลูกแล้วก็ตัดใจทิ้งไปได้ง่ายๆ งั้นเหรอ ผมยื่นคำขาดไว้ตรงนี้ว่าผมจะไม่ยอมปล่อยลูกผมไป แล้วถ้าคุณคิดจะพาลูกหนีไปจากผม ผมก็จะตามจนสุดหล้าฟ้าเขียว แล้วถ้าผมเจอลูกอีกค
Read more
ตอนที่4 วางแผน
“เออแล้วเรื่องที่แกโกงเงินเค้า คุณน่านว่ายังไง” ข้าวหอมอยากรู้ข้อนี้มากกว่า เพราะเงินที่เพลินฝันรับจากน่านฟ้าก็ไม่ใช่น้อยๆ“ก็ไม่เห็นว่ายังไง ไม่ได้ขอเงินคืนด้วยนะ” เพลินฝันพยายามคิดถึงคำพูดของชายหนุ่ม เขาก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะเรียกร้องเงินคืนจากเธอ เพียงแค่ต่อว่าเธอเรื่องที่หนีเขามาเท่านั้น“ถามจริงอยู่กับคุณน่านเป็นครึ่งๆ ปี แถมทำกิจกรรมทำลูกกันอยู่ตลอดแกไม่หวั่นไหวกับเค้าบ้างเลยเหรอ”ข้าวหอมถามจบ เพลินฝันก็เริ่มก้มหน้างุดไม่ยอมตอบอะไรคนที่ถาม“อ่อ...พอจะเข้าใจแล้ว” ทอฝ้ายหันมามองหน้ากับข้าวหอมอย่างรู้กัน“แกรักเค้าไปแล้ว กลัวว่าวันนึงจากกันต้องเจ็บ อย่างน้อยมีลูกมาเป็นตัวแทนความรักก็ยังดีใช่ไหม”เพลินฝันยังคงเงียบไม่ได้ปริปากปฏิเสธอะไร เพราะมันก็จริงอย่างที่เพื่อนๆ ทั้งสองเข้าใจ“เอาแบบนี้สิ ฉันรู้มาว่าคุณน่านยังไม่มีแฟน แล้วก็ไม่มีครอบครัว ยังไงแกก็เป็นแม่ของลูกเค้า ก็ทำให้เค้ารักแกไปเลย แกก็จะได้ทั้งหัวใจ แถมยัยหนูก็ได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกด้วย” ข้าวหอมมั่นใจว่ายังไงน่านฟ้าก็ยังไม่มีแฟน เพราะถ้ามีนักข่าวอย่างเธอคงได้เขียนข่าวไปแล้ว“เออ...ผู้ชายชาติตระกูลดีอย่างคุณน่
Read more
ตอนที่5 จะอยู่กับลูก
“คุณน่านไม่ยอมคืนลูกให้เพลิน เพลินก็จะมาอยู่กับลูกที่นี่ค่ะ คุณน่านไม่ได้ห้ามให้เพลินมาที่นี่นี่คะ” เสียงของหญิงสาวยังมีปนสะอื้นอยู่บ้าง แต่เธอก็พูดด้วยความฉะฉาน ด้วยตั้งใจแน่วแน่ว่ายังไงก็จะไม่ปล่อยให้ลูกห่างอกเธอเด็ดขาดน่านฟ้ายังคงเอาแต่เงียบมองจ้องใบหน้าจิ้มลิ้ม ตอนนี้เพลินฝันเริ่มเดาอารมณ์ของเขาไม่ออก ว่าเขาจะยอมให้เธออยู่หรือจะไล่กลับไปกันแน่“ถ้าคิดจะอยู่บ้านของผม คุณต้องเชื่อฟังแล้วก็ตามใจผมทุกอย่าง อ่อ...ถ้าคุณจะเจอแฟนคุณ กรุณาไปเจอกันข้างนอกไม่ต้องมาที่นี่”หลังสิ้นเสียงทุ้มนุ่มลึกอนุญาตให้เธออยู่ที่นี่ เพลินฝันก็เริ่มใจชื้นหายประหม่าไปได้บ้าง“เพลินไม่เคยมีใครค่ะ ตอนนี้ขอแค่เพลินได้อยู่กับลูก คุณน่านจะให้เพลินทำอะไรก็ได้ค่ะ ยัยหนูอยู่ไหนคะ เพลินต้องเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้แก แล้วก็ต้องปลุกมากินนมด้วยค่ะ ไม่อย่างนั้นแกจะงอแงตอนกลางดึก” ว่าจบก็ชะเง้อพลางมองซ้ายมองขวาหาลูกสาวตัวกลมน่านฟ้าดึงเป้ใบใหญ่จากหลังของหญิงสาวมาสะพายไว้ที่ไหล่ซ้าย ก่อนจะเดินก้าวเท้ายาวๆ นำหน้าหญิงสาวขึ้นบันไดโดยที่ไม่ได้ตอบอะไร ภาพนั้นทำเพลินฝันบุ้ยปากตามหลังคนตัวโต รู้สึกไม่ชอบนิสัยที่เขานั้นประหยัดถ
Read more
ตอนที่6 จะยอมผมไหม
“เพลินไม่นอนห้องนี้นะคะ” คนที่ถูกวางลงบนเตียงกว้างหมายจะรีบดีดตัวลุก แต่ก็ถูกคนตัวโตคร่อมขึงตัวของเธอเอาไว้“ก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ให้นอนกับลูก แต่ให้เสร็จธุระที่ผมจะทำกับคุณก่อนได้ไหม” น่านฟ้าทางทับคนตัวเล็กไม่เต็มแรง เขาก้มก่ายกระซิบเสียงนุ่มละมุน ทั้งพ่นไออุ่นจากลมหายใจลงลำคอระหงส์ จนเพลินฝันเริ่มขนลุกขนชันนอนตัวเกร็ง เพราะพอจะรู้ว่าชายหนุ่มต้องการอะไรจากตัวของเธอเขาเงยหน้าจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มห่างเพียงไม่ถึงคืบ ดวงตาคมไล่ลองช้าๆ บนใบหน้าที่แสนคุ้นเคย ก่อนจะใช้นิ้วเรียวลูบไล้พวงแก้มนวลเบามือ “คิดว่าผมจะปล่อยให้คุณอยู่ที่บ้านนี้ฟรีๆ โดยไม่คิดค่าอะไรจากตัวคุณเลยหรือไง จะยอมผมไหม”เพลินฝันเริ่มกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นแรงขณะที่คนตัวโตกำลังรื้อฟื้นความทรงจำเก่าๆ พร้อมกับเริ่มสอดส่ายมือหนาเข้าไปที่ใต้เสื้อยืดตัวบางจนเพลินฝันต้องจับมือของเขาเอาไว้เธอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาด้วยแววตาคิดถึงปนโหยหาครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเปิดปากพูดถึงสิ่งที่อยู่ในใจ“ที่เพลินยอมเพราะ..พะ..”ไม่ทันที่สาวเจ้าจะได้พูดความในใจที่ยังไม่เคยได้พูดให้เขาฟังจบ ริมฝีปากบางก็ถูกกอบกุมบดจูบกลืนเสียงไปเรียบร้อ
Read more
ตอนที่7 สร้างปัญหา
“วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอคะ” เพลินฝันว่าจะเอ่ยถามน่านฟ้าตั้งแต่ตอนตื่นมาแล้ว แต่ก็เพิ่งจะได้มีโอกาส“ผมจะอยู่สร้างความคุ้นเคยกับลูกก่อน เรื่องข้าวของเครื่องใช้ของคุณกับลูกขาดเหลืออะไรก็รีบบอก ผมจะให้คนจัดการให้” เขามองไปยังเจ้าก้อนกลมที่กำลังคลานเล่นอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข“ขอบคุณค่ะ”“ตกลงยัยหนูอายุกี่เดือนแล้ว แกเกิดวันอะไรเกิดที่ไหนเล่ารายละเอียดมาให้ผมฟังให้หมดเลย”“ยัยหนูเกิดวันเสาร์ที่...” เพลินฝันเล่าทุกอย่างที่น่านฟ้าอยากรู้เกี่ยวกับลูกพักใหญ่ ทั้งเปิดรูปของยัยหนูพลอยชมพูตั้งแต่แรกเกิดจนถึงปัจจุบันให้ชายหนุ่มได้ดู คนเป็นพ่อเห็นแล้วก็รู้สึกตื้นตันจนน้ำตารื้น จะดีไม่น้อยหากเขาได้อยู่กับลูกทุกเวลาที่ลูกน้อยมีการเจริญเติบโต“ถ้าผมได้อยู่กับยัยหนูตั้งแต่แรกเกิดก็คงจะดีสินะ”“เพลินขอโทษจริงๆ ค่ะ”“อืม ตอนนี้มันก็ย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้วนี่” เขาเปรยน้ำเสียงขุ่น ส่วนเพลินขวัญก็ได้แต่ก้มหน้างุดเพราะรู้อยู่ตลอดเวลาว่าตัวเองมีความผิด“คุณไม่มีพ่อแม่ แล้วตอนที่ท้องอยู่ยังไง”“เพลินโชคดีที่มีเพื่อนๆ ดีค่ะ ทั้งข้าวหอมแล้วก็ทอฝ้ายแวะเวียนมาดูแลเพลินตลอด อีกอย่างเพลินก็มีเง
Read more
ตอนที่8 ทะเลาะ
“นั่นเป็นความต้องการของคุณแม่ พี่ไม่ได้อยากหมั้นกับไอรินสักนิด พี่รักเพลิน”“เพลินรักพี่ธันแบบพี่ชายมาโดยตลอดนะคะ คนที่เพลินรักคือพ่อของยัยหนู” ในเมื่อเขาตรงไปตรวมากับเธอ หญิงสาวก็ไม่ตะขิดตะขวงใจที่จะพูดจาตรงไปตรวงมากลับเช่นเดียวกัน“พี่ไม่เชื่อว่าเพลินรักเค้า ไหนเพลินบอกว่าเลิกกับพ่อยัยหนูไปนานแล้วไง” ครั้งนี้ธันวาเหมือนคนไม่ได้สติ เข้าโผเข้าไปกอดเพลินฝันเอาไว้แน่น โดยที่ไม่สนว่าสถานที่ตรงนี้จะเป็นพื้นที่หน้าบ้านของสามีหญิงสาว หรือกลัวว่าใครที่ผ่านไปผ่านมาจะเห็น“พี่ธันปล่อยค่ะ” เพลินฝันยังไม่ทันได้ยกมือผลักธันวาออก ตัวของเธอก็ลอยหลุดจากอ้อมกอดของธันวาด้วยฝีมือของน่านฟ้าแล้ว“หน้าไม่อาย! อย่ามายุ่งกับเมียกู” น่านฟ้ายกมือชี้หน้าชายหนุ่มที่ไม่รู้จักกันมาก่อนด้วยท่าทีฉุนเฉียวไม่คิดเกรงใจ เพราะอีกฝ่ายเลือกที่จะทำอะไรไม่เกรงใจบริเวณบ้านของเขาก่อน“แกทิ้งเพลินไปตั้งนานกลับมาทำไม”“ไม่รู้อะไรแล้วอย่าพล่าม” น่านฟ้ากำลังจะก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายแต่ถูกเพลินฝันมาขวางเอาไว้ก่อน“พี่ธันกลับไปเถอะนะคะ ขอร้องล่ะ อย่าทำอะไรให้วุ่นวายกว่านี้เลย” หญิงสาวรีบไล่ธันวากลับไปเพราะไม่อยากให้ชายหนุ่มทั้งส
Read more
ตอนที่9 รอยลิปสติก
“ดึกแล้ว ทำไมยัยหนูยังไม่นอน”เพลินฝันถูกตั้งคำถามเช่นนี้เธอก็ต้องถอนหายใจอ่อน มองไปยังคนตัวโตในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์ขายาวสีดำสวมแจ็คเก็ตหนังสีดำทับด้วยสายตาเหนื่อยล้า“เพลินกล่อมแล้วแต่ยัยหนูไม่ยอมนอนค่ะ” เธอเองก็ยังไม่เข้าใจพฤติกรรมของลูกเธอเหมือนกัน ไม่งอแงเมื่อผิดเวลานอน แต่ยังคงเล่นได้ตาแป๋วไม่มีท่าทีว่าจะง่วง“ป่ะ... ป้ะ” เด็กหญิงเห็นหน้าคนเป็นพ่อได้ก็ส่งเสียงเรียกพร้อมยิ้มหวานโชว์ฟันซี่น้อยๆ ทั้งชูแขนเป็นปล้องหมายจะให้คนเป็นพ่อได้อุ้ม“ว่าไงคะ ปะป๊าไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวจะมาเล่นด้วยนะคะ” น่านฟ้าอยากจะเข้าไปอุ้มลูกในตอนนี้แต่ก็ต้องชั่งใจเพราะเขาเพิ่งกลับมาจากข้างนอก“แอ้...” เสียงใสคราแรกเริ่มส่งเสียงแข็งขึ้น รอยยิ้มกว้างที่มีให้คนเป็นพ่อคราแรกก็เริ่มจางหาย เปลี่ยนเป็นมองด้วยสายตาแกมดุแทน “คุณน่านถอดเสื้อคลุมออกแล้วอุ้มยัยหนูสักเดี๋ยวก็ได้ค่ะ”“อืม”เพลินฝันอุ้มลูกส่งให้น่านฟ้าหลังจากที่เขาถอดเสื้อคลุมพาดไว้กับพนักพิงเก้าอี้ พอจะรู้แล้วว่าเจ้าตัวกลมทำไมไม่ยอมนอน หากเดาไม่ผิดคงจะรอคนเป็นพ่อมานอนพร้อมกันแน่“เพลินว่ายัยหนูน่าจะรอคุณน่านกลับมานะคะ” เพลินฝันยกมือลูบหัวลูกน้อยที่
Read more
ตอนที่10 คบกันตอนไหน
“ตกลงคุณน่านเค้าคบกับคุณโมนาจริงเหรอ แกได้ถามเค้าหรือยัง” ทอฝ้ายเริ่มเปิดประเด็นถามเมื่อเห็นว่าเพลินฝันกับข้าวหอมเข้ามานั่งล้อมวงกันดีแล้ว จากที่เห็นข่าวตั้งแต่เมื่อเช้าเธอก็รู้สึกไม่สบายใจแทนเพลินฝันเอามากๆ เพราะหากน่านฟ้าคบกับโมนาจริงคราวนี้หลานเธอได้มีแม่เลี้ยงแน่“ถามแล้วเค้าก็ไม่ตอบอะไรให้ฉันรู้เลยว่าสถานะของพวกเค้าเป็นแบบไหน จนฉันต้องมานั่งทุกข์ใจอยู่แบบนี้” เมื่อถูกถามเรื่องนี้จึ้นเพลินฝันก็เริ่มมีน้ำเสียงสั่นเครือขึ้นมาดื้อๆ เพราะในใจนั้นทุกข์ไม่รู้จะทุกข์ยังไงแล้ว“ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้นะ” ข้าวหอมเริ่มไม่ค่อยมั่นใจกับสิ่งที่ตัวเองเชื่อแล้วว่าน่านฟ้าไม่ได้คบกับใคร“ไม่ตอบก็แสดงว่าทุกอย่างเป็นแค่ข่าว อย่าเพิ่งอมทุกข์แล้วก็ไปงี่เง่าใส่คุณน่านล่ะ เดี๋ยวเค้าจะรำคาญแกซะก่อน”“จะพยายาม” เพลินฝันตอบทอฝ้ายเสียงอ่อนอีกรอบ เพราะเธอดันเผลอทำเรื่องงี่เง่าไปแล้วเมื่อวาน แต่พอมาถึงวันนี้ยังพอสงบอารมณ์ได้หน่อย“เอาแบบนี้สิข้าว แกก็ทำข่าวเรื่องของเพลินกับคุณน่านมีลูกด้วยกันไปเลยสิ” ทอฝ้ายเสนอไอเดียที่ผุดขึ้นมาในหัวกับข้าวหอม“เออ...ใช่” ข้าวหอมเบิกตาโพลงเห็นด้วยกับไอเดียของทอฝ้าย“ไม่ดีมั้ง” ดู
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status