Masuk
“เจ้าเอย วันนี้หนูจะกินไอติมก่อนเข้าเรียนเลยเหรอคะ” ผู้เป็นมารดาเอ่ยเสียงนุ่มพลางบังคับพวงมาลัยด้วยท่วงท่าสง่างาม
“ค่ะคุณแม่...เจ้าเอยอยากกินมาหลายวันแล้ว” เด็กน้อยเงยหน้ามอง อ้อนวอนด้วยสายตาปริบ ๆ จนคนเป็นแม่ใจอ่อนยวบ แม้จะนึกห่วงเรื่องสุขภาพที่เพิ่งฟื้นไข้ และกังวลเรื่องการประชุมใหญ่ในเช้านี้
“แต่ร้านนี้คิวเยอะไม่ใช่เหรอลูก...เอาไว้ตอนเย็นดีกว่ามั้ย เดี๋ยวหนูไปสายแล้วถูกคุณครูทำโทษ แม่ไม่รู้ด้วยน้า!”
“ไม่ต้องห่วงค่ะคุณแม่ หนูมีผู้ช่วย” ผู้เป็นมารดาลอบยิ้มพลางส่ายหน้า ในใจคิดเพียงว่าคงเป็นเพื่อนตัวน้อยสักคนที่โรงเรียน ทว่าเมื่อรถจอดสนิทหน้าโรงเรียนอนุบาล ภาพที่ปรากฏกลับทำเอาหัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวลงจากรถ
ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาที่ดูสะอาดสะอ้านทว่าแฝงไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เนื้อผ้าขาวสะอาดยืนรออยู่ตรงนั้นพร้อมไอศกรีมในมือ พอลงจากรถได้เด็กน้อยก็ดีใจที่ได้กินไอติมโดยไม่ต้องเข้าแถวรอ และนั่นก็คือสิ่งที่เจ้าเอยบอกคุณแม่เมื่อสักครู่ว่า มีตัวช่วย เขายิ้มที่มุมปาก สายตาที่เขามองเธอไม่ใช่แค่การทักทายผู้ปกครอง แต่มันมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ในความนิ่งลึกนั้น
“ไอติมครับ...เจ้าเอย” ชายหนุ่มย่อตัวลงแล้วยื่นไอติมแท่งโตในมือให้ลูกสาวของเธอ
“เย้!!!!...ขอบคุณค่ะ..พี่ฉลาม”
“เจ้าเอยไม่ได้นะลูก..อันนี้ของพี่เค้า!” ด้วยความตกใจและเกรงใจ ผู้เป็นแม่รีบคว้าไอศกรีมจากมือลูกสาวเพื่อจะคืนให้ชายหนุ่ม กระแสไฟบางอย่างแล่นพล่านจากจุดสัมผัสซึมลึกเข้าสู่ทรวงอกจนเธอเผลอสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นกายชายหนุ่มที่ผสมผสานกับความสดชื่นของยามเช้าช่างรุนแรงต่อความรู้สึกเหลือเกิน
“ไม่เป็นไรครับ ผมตั้งใจซื้อให้” เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เขายื่นมันกลับไปให้เด็กน้อยก่อนจะช้อนสายตาคมกริบมองคุณแม่ยังสาว สายตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความใจดี แต่มันกลับซ่อนเร้นความปรารถนาที่ลุ่มลึกและร้อนแรงเอาไว้
“เห็นเจ้าเอยเค้าอยากกินมาหลายวันแล้ว และวันนี้ผมก็สัญญาว่าจะไปต่อคิวซื้อให้... อร่อยมั้ยครับ น้องเจ้าเอย” เธอกำลังตกตะลึงกับความสนิทสนมของลูกสาวตัวน้อยกับชายหนุ่มแปลกหน้า... ที่ดูจะไม่แปลกหน้าสำหรับเจ้าเอยเลยสักนิด
แสงแดดยามเช้าอาบไล้ร่างระหงในชุดสูททำงานสีขาวสะอาดตา พิมพ์มาดาดูสง่างามทว่าเย้ายวนในคราวเดียว กระโปรงทรงสอบที่สั้นเหนือเข่าอวดเรียวขาขาวเนียนละเอียด ทุกจังหวะการก้าวเดินของเธอมันช่างสะกดสายตา โดยเฉพาะริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงระเรื่อ ดูฉ่ำวาวนุ่มนวลจนน่าสัมผัส
ฉลามนั่งลงคุยกับเด็กน้อย ทว่าทัศนียภาพตรงหน้าของเขากลับเป็นเรียวขาเนียนสวยและกลิ่นหอมกรุ่นจากร่ายระหงของพิมที่ยืนอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ พิมรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นที่ดูเหมือนจะกวาดมองเธออย่างพิจารณาไปทั้งตัว แม้คำพูดจะดูแสนธรรมดา แต่บรรยากาศรอบตัวกลับหนักอึ้งด้วยแรงดึงดูดทางเพศที่เขาส่งมาอย่างเงียบเชียบ
เจ้าเอยทานไอศกรีมอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังบทสนทนาอันแสนใจดีนั้น มีกระแสความต้องการบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นระหว่างคุณแม่คนสวยกับรุ่นน้องหนุ่มคนนี้
“อย่าให้เลอะเทอะนะครับ เดี๋ยวคุณครูจะดุเอา”
เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาวรุ่นพี่อีกครั้ง มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกำลังตีรวนกับความตื่นเต้นที่ถูกชายหนุ่มรุ่นน้องรุกรานด้วยสายตา
“ขอบคุณมากนะคะ” เธอรีบกล่าวขอบคุณ
“ไม่เป็นไรครับ... คุณพิมพ์” เขาเรียกชื่อเล่นของเธอราวกับสนิทสนมมานานแสนนาน
“ไปทำงานเถอะครับ เดี๋ยวจะสายเอา... ส่วนเจ้าเอย เดี๋ยวผมเดินไปส่งให้ถึงมือคุณครูเลยครับ” สายตาที่เขามองตามแผ่นหลังและสะโพกกลมมนของเธอในชุดสูทสีขาวขณะที่เดินจากไปนั้น เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ยากจะปิดบัง...
“พิม... คุณแพ้ท้องหรือเปล่า?” ฉลามเอ่ยถามขณะที่มองใบหน้าซีดเซียวของภรรยา พิมมาดาตวัดหางตาค้อนเขา แต่สายตานั้นไม่อาจทำให้เขารู้สึกเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย“ยังไม่แน่ใจค่ะ”“ผมอยากมีลูกกับคุณจังเลย พิมจ๋า” เขากระซิบเสียงพร่า พลางซุกหน้าเข้าหาซอกคอหอมกรุ่น“มีน้ำยาก็ทำสิคะ แต่เดี๋ยวค่ะ... ยังไม่ใช่ตอนนี้นะคะ” หญิงสาวพยายามดันใบหน้าของสามีออกห่างจากร่องอกอวบอิ่มของเธอ“โธ่... ผมก็อุตส่าห์ดีใจ” ฉลามถอนหายใจช้า ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงเคาะประตู เขาเดินไปเปิดก็เห็นปลาวาฬยืนอยู่ตรงหน้า มือถือจานมะม่วงส่องประกายยั่วยวน“พี่เตรียมมาให้แล้ว เห็นบอกว่าอยากทานของเปรี้ยวใช่ไหม!” ปลาวาฬตะโกนบอกน้องสะใภ้ที่นั่งหน้าซีดอยู่บนโซฟาด้านใน ฉลามรีบรับจานมะม่วงมาถือไว้ก่อนที่พี่สาวจะได้เดินเข้ามาในห้อง“ขอบคุณครับพี่ เดี๋ยวผมป้อนเมียผมเอง” เขาพูดพลางส่งยิ้มกวน ๆ“แหม่! บริการทุกระดับเชียวนะ” ปลาวาฬอดแซวไม่ได้ ก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้สองสามีภรรยาได้อยู่กันตามลำพังฉลามเดินกลับมานั่งข้างพิมมาดา ป้อนมะม่วงเปรี้ยวจี๊ดเข้าปากภรรยาอย่างเอาใจ ไม่นานนักคุณพราวตะวันก็เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเป็นห่วง“เป็นอะไรหรือเปล่าพิม ด
การฮันนีมูนที่ฟินแลนด์ไม่ใช่เพียงการพักผ่อน แต่คือการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของเมืองเฮลซิงกิ พิมมาดาทอดสายตามองมหาวิหารสีขาวโดดเด่นและสถาปัตยกรรมสไตล์ออโธดอกซ์ขณะล่องเรือท่องเที่ยว ความสงบของทะเลบอลติกทำให้นึกถึงอนาคตที่กำลังจะมาถึงที่นี่ถาวร“ถ้าช่วงใกล้คริสต์มาส คุณพาพิมไปเที่ยวทางเหนือได้มั้ยคะ”“ได้สิครับ แต่ก่อนหน้านั้นผมน่าจะกลับไปรับปริญญาพอดี เสร็จงานแล้วเราจะมาอยู่กันที่นี่ถาวรเลย คุณว่าไงครับ?” ฉลามถามพลางโอบไหล่ภรรยาไว้แน่น“ก็แล้วแต่คุณสิคะ พิมอยู่ที่ไหนก็ได้ถ้ามีคุณ” เธอตอบเสียงหวาน“หึหึ...ฉลามจะกินคุณทุกวันเลย?” สามีหนุ่มหยอดมุกเสี่ยวพลางยิ้มกริ่ม“ไม่หรอกค่ะ กินบ่อยเท่าไหร่ก็ได้ แต่ห้ามเบื่อ... โอเคไหมคะ?” พิมมาดาหันไปจ้องตาเขาอย่างจริงจัง จนฉลามต้องดึงเธอเข้ามากอดแนบอก “ผมไม่มีวันเบื่อคุณหรอกครับพิม ผมรักคุณแล้วก็เจ้าเอย และอีกอย่างผมก็อยากให้คุณอยู่ใกล้ๆ ลูก ขอบคุณที่ยอมทิ้งทุกอย่างที่เมืองไทยเพื่อมาสร้างครอบครัวกับผมนะครับ”ทั้งคู่คุยกันถึงแผนการท่องเที่ยวฤดูหนาวที่แลปแลนด์ ความตื่นเต้นที่จะได้พาเจ้าเอยไปดูแสงเหนือและนั่งรถลา
“โห่ ฮี้ โห่ ฮี้ โห่ ฮิ้ววว!” เสียงโห่ร้องกึกก้องกังวาลไปทั่วคุ้งน้ำดำเนินสะดวก ขบวนกลองยาวรัวจังหวะสนุกสนานเร้าใจ นำขบวนโดยเรือพายลำใหญ่ที่มี เพชรตะวัน หรือ ฉลาม ในชุดไทยประยุกต์สีขาวครีมดูหล่อเหลาสง่างามราวกับพระเอกวรรณคดี เขานั่งอยู่บนหัวเรือด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขที่สุดในชีวิต เบื้องหลังคือขบวนเรือนับสิบลำที่บรรทุกขันหมาก เงินทองสินสอดมหาศาล และพานพุ่มคาวหวานที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงมุ่งตรงสู่คุ้มรีสอร์ตไม้สักทองภายในงานพิมมาดา เจ้าสาวที่สวยสง่าในชุดไทยจักรีสีชมพูกลีบบัว ยืนกระวนกระวายด้วยความตื่นเต้นอยู่หลังบานเฟี้ยมไม้ นี่คืองานวิวาห์ครั้งที่สองที่เธอเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ หัวใจดวงน้อยสั่นรัวเมื่อได้ยินเสียงกลองยาวที่ใกล้เข้ามาทุกที“มาแล้วครับ! ขบวนเจ้าบ่าวมาแล้ววว!”เตโช เพื่อนสนิทของฉลามที่เป็นต้นเสียงตะโกนอย่างคึกคะนองอยู่บนเรือลำหนึ่ง เขาตื่นเต้นจนรีบยืนขึ้นกวักมือเรียกแขกเหรื่อ แต่ด้วยจังหวะที่เรือโครงเครงบวกกับการทรงตัวที่ไม่ดีพอ ร่างสูงหนาของเตโชจึงเสียหลักเซไปกระแทกกับหญิงสาวร่างเพรียวระหงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ จนพากันล้มตึงตูมมมม!เสียงน้ำแตกกระจายพร้อมกับ
บรรยากาศตึงเครียดภายในคฤหาสน์เมื่อค่ำคืนก่อนดูจะมลายหายไปพร้อมกับไอหมอกยามเช้า พิมมาดาส่งยิ้มละไมพลางเดินเคียงข้างร่างสูงสง่าลงมาจากบันไดวนหินอ่อน กลิ่นอายความรักจากการพลอดรักเมื่อครู่ยังคงอบอวลอยู่รอบตัวจนพวงแก้มของเธอซับสีระเรื่อ ฉลามอุ้มเจ้าเอยเอาไว้แนบอกกว้างอย่างหวงแหน ราวกับจะประกาศให้ทุกคนในบ้านรู้ว่านี่คือแก้วตาดวงใจของเขาทว่าที่เชิงบันได ทั้งสองกลับต้องชะงักเมื่อเห็น คุณพราวตะวัน ยืนรออยู่ แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับอ่อนเชื่อมลงอย่างประหลาด“คุณแม่จะไปไหนครับ?” ฉลามเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งสงสัยกึ่งระแวดระวัง เขาขยับตัวเข้าใกล้พิมมาดาเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ“แม่ก็จะมาชวนฉลาม กับหนูพิม แล้วก็เจ้าเอยไปทานมื้อเช้าด้วยกันไงลูก” พราวตะวันแย้มรอยยิ้มที่พิมมาดาสัมผัสได้ถึงความจริงใจเป็นครั้งแรก ก่อนที่ผู้ใหญ่สาวจะหันมาหาว่าที่ลูกสะใภ้โดยตรง“หนูพิมจ๊ะ... เรื่องเมื่อวานแม่ต้องขอโทษด้วยนะลูกที่แม่พูดจาไม่ดีออกไปแบบนั้น เป็นเพราะแม่คิดน้อยไปหน่อย แม่ห่วงลูกชายจนหลงลืมความรู้สึกของหนู”คำกล่าวขอโทษที่ไม่มีใครคาดคิดทำเอาพิมมาดาตื้นตันจนขอบตาเกือบเบลอด้วยน้ำตา เธอรีบส่ายหน้าเบาๆ อย่างถ่อมต
ภายในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับระอุไปด้วยอารมณ์ที่รุนแรงจากการโต้เถียงของคุณพงษ์เพชรและคุณพราวตะวัน แสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงส่องให้เห็นใบหน้าดุดันของผู้เป็นสามีที่ยืนจ้องมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง“ก็ลูกอุตส่าห์พาแฟนกลับบ้านมาหาเราทั้งที แล้วเจ้าฉลามก็ไม่ได้มาคนเดียวสักหน่อย พาพิมกับลูกมาหาเราด้วย แล้วคุณไปพูดแบบนั้นได้ยังไง! คิดถึงหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกันบ้างสิพราว! และอีกอย่างเจ้าฉลามก็ไม่ได้รักยัยหนูเลน่าของคุณเลยสักนิด ผมบอกไว้ตรงนี้เลย” พงษ์เพชรตวาดเสียงกร้าว“แต่ผู้หญิงคนนั้น... เธอกำลังจะหลอกลูกชายเรานะคะ” พราวตะวันเริ่มเสียงสั่น ยอมออ่อนข้อลงเมื่อเห็นสามีเอาจริง“คุณรู้ได้ยังไงว่าเขาหลอก! หนูพิมอาจจะรักลูกเราจริง ๆ ก็ได้ แล้วมันก็คือความสุขของลูก คุณไม่ควรเข้าไปขวาง” พงษ์เพชรเอ่ยถึงพิมมาดาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง เขาเห็นความอ่อนน้อมและกิริยาที่พิมมาดาสอนเจ้าเอยมาอย่างดี เด็กน้อยน่ารักไร้เดียงสาคนนั้นทำให้เขารู้สึกถูกชะตาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เล่นด้วย“ก็ปลาวาฬบอกว่าเธออายุมากกว่าลูกเรานะคะพราวว่าแม่คนนี้ต้องเป็นไก่แก่แม่ปลาช่อนแน่ ๆ เจ้าฉลามคงไม่ทันเล
ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังนิ่งสงบ เจ้าเอยตัวน้อยที่นอนอยู่ข้างๆ ก็ขยับกายตื่นขึ้นมา พิมมาดารีบหันไปโอบกอดลูกสาวไว้แน่นเพื่อปลอบประโลม ฉลามเองก็เอื้อมวงแขนแกร่งไปโอบกอดทั้งคุณแม่และคุณลูกไว้พร้อมกัน เจ้าเอยเอานิ้วก้อยของเขาไปกุมไว้แน่น ก่อนจะดึงมือบางของมารดามาสัมผัสประสานนิ้วก้อยของเขาเข้าด้วยกัน“คุณพ่อฉลามอย่าดุคุณแม่นะคะ วันนี้คุณแม่ร้องไห้ไม่หยุดเลย” เสียงใสไร้เดียงสาทำเอาหัวใจคนฟังสะท้าน“คุณพ่อไม่ได้ดุคุณแม่นะครับ และตอนนี้คุณพ่อกับคุณแม่ก็เข้าใจกันแล้ว” เขาตอบพลางสบตาพิมมาดา“จริงเหรอคะ... ถ้างั้นคุณแม่กับคุณพ่อห้ามปล่อยมือออกจากกันนะคะ”“ได้สิครับเจ้าเอย พ่อให้สัญญา” ฉลามรีบบอกก่อนจะก้มลงหอมแก้มทั้งคู่คนละฟอดใหญ่ เพียงไม่นานเด็กน้อยก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปอีกครั้ง“ลูกหลับแล้ว... งั้นก็คงถึงเวลาของเราแล้วล่ะ” ครั้งนี้ฉลามไม่รอช้าและไม่สนเสียงค้านแผ่วเบา เขาโผเข้าหาพิมมาดาอย่างหิวโหย ริมฝีปากหยักประกบลงบนเรียวปากบาง ดูดซับความหวานอย่างหนักหน่วงจนเกิดเสียงน่าอาย ลิ้นร้อนสอดลึกเข้าสู่โพรงปากนุ่มอย่างชำนาญ มือหนาเริ่มดึงทึ้งชุดนอนบางเบาจนขาดพ้นร่างระหง ก่อนจะขยับกายหนาขึ้นทาบทับลงบนตัว







