เข้าสู่ระบบ“เมี่ยง...”
สายฟ้าเรียกชื่อเธอเสียงเบา แววตาลุแก่โทษ แต่อย่าคิดว่ามันจะชดเชยเรื่องชั่วร้ายที่เขาทำกับเธอเอาไว้ได้
“หุบปาก ไม่ต้องมาเรียกชื่อฉัน แล้วก็ไสหัวไป อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ไอ้เลว”
โพล่งออกไปแล้วรีบเปิดประตูออกกว้างอย่างรวดเร็ว เขาตามมารั้งมือเธอเอาไว้ ฉุดกระชากกันไปมาเพียงนิดเพราะไม่กล้าใช้กำลังกับเธอ
แต่คนที่สัญชาตญาณเอาตัวรอดตื่นเพริดไปทุกอณูรูขุมขนรวบรวมเรี่ยวแรงผลักร่างกายใหญ่โตจนคนที่ไม่ทันได้ระวังตัวกระเด็นถอยหลังออกไปจากห้องของเธอหลายก้าว จึงรีบดึงบานประตูกระแทกปิดใส่หน้าเขาอย่างแรงจนเกือบจะโดนหน้าหล่อ ๆ ของผู้ชายที่เธอเกลียดที่สุด
เขาเบิกตากว้างตกใจ เพราะไม่ทันได้ตั้งตัวและไม่คิดว่าเธอจะยังโกรธเกลียดจนแทบไม่อยากเห็นหน้าจึงเปิดจังหวะให้เธอหนีเขาไปอีกครั้ง
“เมี่ยง เปิดประตูให้ฉันก่อน ฉันขอพูดอะไรหน่อย เมี่ยง...”
สายฟ้าระดมเคาะประตูและร้องเรียกเธอเสียงดัง ไม่สนใจแล้วว่าจะรบกวนใครหรือไม่ แต่หลังประตูบานนั้นกลับเงียบกริบไร้เสียงตอบรับ
คนตัวบางทิ้งแผ่นหลังพิงบานประตูแล้วรูดตัวลงนั่ง ยกมือขึ้นกุมหน้าอกในตำแหน่งหัวใจ ดวงตาเบิกกว้างรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาก่อนมันจะรวมตัวกันไหลลงมาไม่ขาดสาย
เขาจะกลับมาทำไม แค่นี้เขายังทำลายชีวิตของเธอไม่พออีกเหรอ หรือว่าวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของเขาคือต้องการมาแย่งลูกไปจากเธอ ไม่มีวันเสียหรอกที่เธอจะยอม ต่อให้ต้องตายก็ตาม
คนเป็นแม่ที่จะอ่อนแอไม่ได้ยกหลังมือปาดน้ำตาลวก ๆ สูดลมหายใจลงปอดลึก ๆ ลุกยืนเชิดหน้าขึ้น เหลียวมองประตูที่ยังคงมีเสียงเคาะต่อเนื่องแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องนอนที่มีลูกชายของเขานอนหลับไม่รู้เรื่อง
เธอเดินเข้าไปหาลูกชายในเปลเด็กข้างเตียง ยื่นมืออันสั่นเทาเข้าไปลูบไล้ร่างเล็กป้อมอย่างหวงแหน
“แม่จะไม่มีวันยอมให้เขามาแย่งลูกไปจากแม่เด็ดขาด ไม่ต้องกลัวนะครับ เด็กดีของแม่”
ในขณะเดียวกันนั้น มือที่กำลังเคาะประตูเรียกคนในห้องก็ต้องหยุดลงเพราะประตูห้องข้าง ๆ ทั้งสองฝั่ง รวมทั้งฝั่งตรงข้ามเปิดออก เขาค้อมศีรษะขอโทษ ก่อนจะตัดใจยอมเดินจากไป
วันถัดมา สายฟ้านั่งรออยู่ที่ล็อบบี้เพื่ออาศัยเข้าไปในโซนลิฟต์ที่ต้องใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเท่านั้น แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีใครเดินผ่านเข้าออก เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดยาวทำให้คอนโดมิเนียมแห่งนี้เงียบเหงาเป็นพิเศษ
ยกข้อมือเพื่อดูนาฬิกาบ่อยครั้งเพราะมีนัดกินข้าวกับครอบครัวของคู่หมั้นโดยการจัดแจงของครอบครัวเขา กำลังจะถอดใจกลับก็บังเอิญเจอนักศึกษาสาวผู้เป็นเจ้าของห้องข้าง ๆ ที่เปิดประตูมายืนมองหน้าเขาอย่างไม่เป็นมิตรเมื่อวาน เธอเปิดประตูกระจกค้างเอาไว้เพื่อหอบหิ้วกระเป๋าพะรุงพะรังที่ขนมาจนเต็มลิฟต์
เขาค้อมศีรษะขอบคุณแล้วแทรกตัวเข้าไปกดเรียกลิฟต์ตัวอื่น ระหว่างรอก็เห็นว่านักศึกษาสาวคนนั้นเดินกลับมาขนของที่ยังหลงเหลืออยู่ในลิฟต์ตัวเดิมที่กดเปิดค้างเอาไว้
เธอมองเขาด้วยความสงสัย ก่อนจะหันกลับมาถามอะไรบางอย่าง
“พี่มาตามง้อแฟนเหรอ”
สายฟ้าชะงัก ด้วยไม่รู้ว่าควรจะตอบคำถามที่เป็นเรื่องส่วนตัวนี้อย่างไรดี เพราะผู้หญิงที่เขากำลังตามง้อไม่ใช่แฟน ไม่เคยคบกัน ไม่ได้รัก แค่เคยมีค่ำคืนผิดพลาดจนมีลูกของเขาถือกำเนิดขึ้นมาเท่านั้น
“อ่ะ เอ่อ...ครับ”
“หนูว่าแล้ว เมื่อวานพี่เคาะประตูห้องพี่สาวคนสวยจนแทบพัง”
“ครับ”
สายฟ้ายิ้มแหย ทั้งรู้สึกเสียหน้าและอับอายที่ทำอะไรหลุดความเป็นตัวเองไปได้ขนาดนี้
“เป็นพ่อของเด็กสินะคะ”
คราวนี้เขาเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าเด็กสาวตรงหน้าจะรู้เรื่อง
“เอ่อ ครับ”
“คงต้องพยายามหน่อยนะคะ ตั้งแต่หนูเห็นพี่เขามาอยู่ที่นี่ก็ไม่เคยเห็นหน้าพี่เลย ทำผู้หญิงท้องแล้วไม่รับผิดชอบ มันไม่ดีนะคะ พี่เขาคงไม่ให้อภัยพี่ง่าย ๆ หรอก”
ก็ไม่รู้ว่าเขาจะต้องมาเสียเวลาพูดคุยกับเด็กสาวคนนี้ทำไม แต่เขาไม่ชอบให้ใครเข้าใจผิด เลยต้องอธิบายกันหน่อย
“พี่ไม่ได้ทิ้ง แค่ไม่รู้ว่าเธอท้อง...”
“พี่ไม่รู้ว่าแฟนตัวเองท้องนี่นะ”
“เอ่อ ครับ”
“อ๋อ คงเลิกกันไปแล้ว”
“เอ่อ พี่ขอตัวก่อนนะ”
เขากำลังจะก้าวเข้าไปในลิฟต์อีกตัวที่รู้สึกว่าใช้เวลานานเหลือเกินกว่าจะลงจากชั้นสิบมาถึงเขา แต่ก็ต้องชะงักเท้าเอาไว้เมื่อสาวสวยคนเดิมพูดต่อ
“พี่จะมานั่งรอเข้ามาในนี้พร้อมคนที่นี่ได้อีกกี่วันคะ มันไม่สะดวกหรอก ตึกนี้คนอยู่น้อย ห้องก็ยังขายไม่หมดเลยด้วยซ้ำ ราคามันแพงอย่างกับอะไร แต่ห้องหนูปล่อยเช่านะ นี่กำลังจะย้ายกลับไปอยู่บ้าน โดนพ่อแม่บังคับเพราะผลการเรียนตก พี่สนใจเช่าห้องหนูไหม”
ประตูลิฟต์ชั้นที่มัสยาอาศัยอยู่เปิดออก สายฟ้าเดินควงกุญแจห้องและคีย์การ์ดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม วันนี้รู้สึกว่าอะไร ๆ ก็เป็นใจ พระเจ้าเข้าข้างให้เขาบังเอิญเจอผู้หญิงที่อยู่ห้องข้างกันกับเธอพอดี แถมเธอคนนั้นยังกำลังจะประกาศปล่อยเช่าห้องอีกต่างหาก
ไม่นานก็มาหยุดยืนอยู่หน้าห้องที่เขามาเมื่อวาน ยกมือขึ้นเคาะประตูอย่างไม่ลังเล
มัสยาที่กำลังอุ้มลูกชายเรอรีบเดินไปส่องดูแขกผู้มาเยือนผ่านช่องตาแมว เธอตกใจถอยหลังหนีหลายก้าว ลดตัวลูกชายลงมากอดแนบอกอย่างหวงแหน ก่อนจะรีบเดินกลับเข้าห้องนอน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเขาทั้งเคาะประตูและกดกริ่งรัว ๆ
“เมี่ยง ฉันรู้ว่าเธออยู่ในห้อง เปิดประตูให้ฉันหน่อย ฉันมีเรื่องจะคุยด้วยจริง ๆ เมี่ยง...”
เธอกัดกรามข่มอารมณ์ ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนแล้วรีบพาลูกชายขึ้นไปกล่อมบนเตียง แม้จะมีเสียงรบกวนเล็ดลอดเข้ามาจนน่าปวดหัวก็ตาม
ไม่นานเขาก็ต้องล่าถอยเมื่อได้รับสายจากมารดา จึงรีบกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองก่อน
เมื่อห้องกลับมาอยู่ในความเงียบสงบอีกครั้ง คนตัวเล็กก็หลับปุ๋ย เธอนอนมองลูกชายที่ตะแคงหันหน้ามาทางตัวเองแล้วน้ำตาพานจะไหล
ทั้งสับสน ทั้งกลัว ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงตามมาหลอกหลอนเธอไม่เลิกเสียที
กำลังจะเคลิ้มหลับตามลูกก็ได้รับสายจากทางไกล เสียงที่ตอบรับเศร้าสร้อยทำปลายสายรู้สึกถึงความผิดปกติ
“เมี่ยง แกเป็นอะไร ร้องไห้เหรอ”
“ปละ เปล่า ฉันแค่เพิ่งตื่น”
“แกอย่ามาโกหก แกร้องไห้แน่ ๆ เป็นอะไร เหนื่อยเหรอ น้องหมากกวนมากเลยหรือไง อดทนหน่อยนะ อีกไม่กี่วันฉันกับริวก็กลับแล้ว”
คำพูดของเพื่อนรักทำเอาทำนบแตก เธอเดินออกมาที่ห้องรับแขกแล้วปล่อยโฮอย่างสุดกลั้น ความกดดันและความกลัวทำเอาแม่ลูกอ่อนรู้สึกซึมเศร้าและหวาดระแวงเป็นพิเศษ
“เมี่ยง แกใจเย็น อย่าเพิ่งร้อง ริว เรากลับกันตอนนี้เลยได้ไหมคะ ยัยเมี่ยงไม่ไหวแล้ว”
อลิษาหันกลับไปพูดกับสามีที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำ ทำให้มัสยารีบปาดน้ำตาสูดน้ำมูกเพราะกำลังทำให้เพื่อนเป็นห่วงจนอาจทำลายทริปฮันนีมูนได้
“แกไม่ต้องกลับนะลิซ นี่มันทริปฮันนีมูนของแก อย่าให้ฉันเป็นตัวภาระ ฉันไม่ได้เป็นอะไร แค่เหนื่อย”
“แกต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ ๆ เมี่ยง บอกฉันมาว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่งั้นฉันจะกลับไทยเดี๋ยวนี้”
มัสยาเม้มปาก สูดหายใจลงปอดแล้วตัดสินใจเล่าความจริงให้อลิษาฟัง เพราะเธอทั้งสองคนไม่มีเรื่องต้องปิดบัง
“สายฟ้ารู้แล้วว่าฉันมีลูก เขามาหาฉันที่ห้องสองวันแล้ว”
“ฮะ อะไรนะ สายฟ้ารู้เรื่องแล้วเหรอ แล้วเขาว่ายังไงบ้าง แกคุยอะไรกัน”
“ฉันยังไม่ได้คุย เมื่อวานเปิดประตูไปเจอหน้าเขาฉันตกใจแทบแย่ ฉันว่าเขาต้องมาแย่งลูกไปจากฉันแน่ ๆ วันนี้เลยไม่เปิดประตูให้อีก ตอนนี้เงียบแล้ว คงกลับไปแล้วมั้ง”
“แกใจเย็นก่อนเมี่ยง ตอนนี้เขาคงมั่นใจแล้วว่าเป็นพ่อของลูกแก แกหนีเขาได้ไม่ตลอดหรอกนะ ยังไงเขาก็ต้องมาหาแกอีก ปล่อยให้โวยวายหน้าห้องรบกวนคนอื่นเปล่า ๆ แกควรเปิดประตูให้เขาเข้ามาคุยด้วย ถามให้รู้เรื่องว่าเขาต้องการอะไรกันแน่”
“แล้วถ้าเขาบอกว่าต้องการจะเอาลูกของฉันไปล่ะ ฉันจะทำยังไง หมอนั่นรวยมหาศาล อย่างฉันจะไปสู้อะไรได้”
เธอกังวลไปหมดจนคิดอะไรไม่ออก เมื่อคืนก็แทบนอนไม่หลับด้วยซ้ำ
“แกตั้งสติก่อนนะ แกกับเขาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน น้องหมากเป็นของแกตามกฎหมาย เขาไม่มีสิทธิมาแย่งลูกไปจากแก แต่ถ้าเขาคิดจะฟ้องร้องเพื่อขอสิทธิขาดจะเอาลูกไปอยู่ด้วยเพราะฐานะทางการเงินที่พร้อมกว่า เราก็ต้องสู้ ฉันเชื่อว่าเราจะสู้ได้ ฉันไม่มีทางปล่อยให้เขามารังแกแกซ้ำสองได้อีก”
จริงสิ เธอลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไร อีกอย่างการที่เธอต้องนอนกับเขาจนมีลูกติดท้องมาทั้งที่ยังเรียนไม่จบก็ต้องเป็นเหตุผลให้ศาลเห็นใจเธอแน่นอน
“ฉันคิดไม่ถึงเลย หัวฉันมันตื้อไปหมด”
“เพราะแกทั้งตกใจทั้งกังวลไง ไม่ต้องกลัวนะเมี่ยง เขาไม่มีวันแย่งน้องหมากไปจากเราได้แน่นอน อย่างมากก็ขอร่วมรับผิดชอบดูแลค่าใช้จ่าย หรือมากหน่อยเขาอาจขอจดทะเบียนรับรองบุตร เพราะน้องหมากเป็นทายาทคนแรกของตระกูลเขา”
“ฉันไม่ต้องการให้เขามายุ่งวุ่นวายกับลูกเลย”
“คงยาก เพราะถ้าเขาไม่อยากวุ่นวาย เขาคงไม่มาหาแกตั้งแต่แรก เรื่องมันเกิดขึ้นนานแล้ว แถมแกยังไม่ไปเรียกร้องให้เขารับผิดชอบ คนอย่างเขาจะทำเมินเฉยไปเลยก็ได้ แต่เขาเลือกที่จะมาหาแก เพราะเขาเองก็คงต้องการรับผิดชอบลูกเหมือนกัน”
“ฉันเลี่ยงเรื่องนี้ไม่ได้สินะ”
“ใช่ เลี่ยงไม่ได้ แต่แกสามารถตกลงกันได้”
มัสยาถอนหายใจ ไม่อยากยอมรับเลยว่าเขาเป็นพ่อของลูก
“ฉันไม่อยากคุยกับเขาเลย ไม่อยากเห็นหน้า เกลียด”
“ฉันเข้าใจแกนะเมี่ยง แล้วแกจะเอายังไงต่อไป”
เพราะเพื่อนเธอทั้งเสียใจและทั้งอับอายที่ต้องอุ้มท้องไม่มีพ่อ แถมยังลำบากสารพัดจากการกระทำของผู้ชายคนนั้น ไม่แปลกที่จะเกลียดเข้ากระดูกดำจนไม่อยากยอมรับว่าเขาเป็นพ่อของลูกให้เข้ามาวุ่นวายในชีวิตกันอีก
“ฉันจะพยายามใจแข็ง จะพยายามไม่ให้หมอนั่นเข้ามาในห้อง ไม่ให้เจอลูก แล้วก็จะไม่ยอมรับอะไรทั้งนั้น หมอนั่นอาจหมดความอดทนไปเอง”
“เฮ้อ ถ้าตอนนี้แกยังไม่พร้อม ก็ทำตามที่แกสบายใจก่อน”
“ขอบใจแกมากนะลิซ”
“ฉันอยู่ข้างแกเสมอนะ มีอะไรแกก็โทรมาได้ตลอด”
“อืม ฉันรักแกนะลิซ”
“ฉันก็รักแกเมี่ยง”
“แม่ฉีกสัญญานั้นทิ้งไปแล้วนะ เดี๋ยวแม่จะให้เลขาจัดการคืนทุกอย่างให้ฟ้า ทั้งเงินส่วนตัวของฟ้า ของน้องหมาก แล้วก็บ้านของเมี่ยง”“ขอบคุณมากครับแม่”สายฟ้าและมัสยาพนมมือไหว้ขอบคุณคนเป็นแม่ที่ยอมคืนทุกอย่างให้ ไม่รู้ว่าเพราะรักลูกหรือหลงหลานชายตัวน้อยช่างประจบที่ยังนั่งกอดแนบอกคนเป็นย่าอยู่ตลอดเวลากันแน่“เรื่องบ้าน ตอนนั้นแม่ให้ช่างบิวท์อินต่อ ตอนนี้เสร็จหมดแล้วทั้งบ้านทั้งสวน แค่ขนเสื้อผ้าเข้าไปก็อยู่ได้เลย”แม้จะอยากให้ลูกชายกลับไปอยู่ด้วยกันที่คฤหาสน์หลังใหญ่ แต่ก็เข้าใจว่าเด็กสมัยนี้ต้องการความเป็นส่วนตัว จึงไม่เรียกร้องให้ลูกลำบากใจ“ขอบคุณมากครับแม่ ถ้าแม่กับพ่อเหงา ก็มานอนบ้านผมบ่อย ๆ ได้นะครับ”“ได้สิ ไว้รอเมี่ยงคลอดแม่จะไปช่วยเลี้ยงหลานนะ”“ทำอย่างกับว่าคุณมีเวลา อย่าลืมนะว่าเจ้าฟ้าเลือกบริหารบริษัทของผม ผมกำลังจะค่อย ๆ วางมือได้ ส่วนคุณล่ะ จะหาใครมาบริหารแทน หลานชายคุณก็มีบริษัทพ่อแม่ตัวเองให้รับช่วงต่อกันหมด”“หลานไม่มี แต่ฉันยังมีลูกสะใภ้นะคะ เมี่ยงจบบริหารมาไม่ใช่เหรอ”“เอ่อ ค่ะ แต่เมี่ยงคงไม่มีความสามารถพอจะทำได้หรอกนะคะ”ลูกสะใภ้แบ่งรับแบ่งสู้ ลำพังแค่เด็กอายุยี่สิบสองปีที่
กานดาเดินดูบ้านหลังใหญ่ที่ตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้วในโทนอบอุ่น หลังจากที่มัสยาเซ็นยกบ้านหลังนี้คืน เธอก็ยังปล่อยให้ช่างตกแต่งที่นี่จนเสร็จ รวมทั้งสวนรอบบ้านด้วย“เจ้าฟ้ามันรสนิยมดีนะ ดูเฟอร์นิเจอร์ที่มันเลือกแต่ละชิ้นสิ เข้ากันทั้งบ้านเลย”สงกรานต์ที่เดินตามหลังภรรยาเอ่ยชมลูกชาย ก่อนจะหยุดยืนอยู่กลางห้องนอนกว้างที่มีเตียงขนาดใหญ่ซึ่งกั้นเป็นคอกสำหรับเลี้ยงเด็กและอุปกรณ์เครื่องใช้ของหลานชายวางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบคนที่ควรจะได้เป็นย่าหยิบขวดนมราคาแพงของหลานชายขึ้นดู อยู่ ๆ ภาพตรงหน้าก็เลือนรางเพราะหยาดน้ำใส ๆ มันเอ่อรื้นคลอหน่วยคนเป็นสามีเห็นดังนั้นจึงเดินมาแตะบ่าภรรยา เธอสูดน้ำมูกแล้วยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาลวก ๆ ไม่ให้ใครเห็นว่าร้องไห้“มันก็หลายเดือนแล้วนะคุณกาน ตอนนี้เจ้าฟ้ามันก็กำลังจะมีหลานสาวให้เราอีกคน คุณไม่คิดจะให้อภัยและยอมรับเมียของลูกจริง ๆ เหรอ”หลายเดือนที่ผ่านมาสายฟ้าติดต่อกับสงกรานต์มาโดยตลอด บ่อยครั้งที่คนเป็นปู่แวะมาหาที่คอนโดเพื่อเล่นกับหลาน จึงได้รู้ว่าสายฟ้ากำลังจะมีทายาทอีกคน“ฉันก็ไม่ได้โกรธเกลียดลูก แต่ฉันแค่น้อยใจที่ลูกเลือกคนอื่น ไม่เลือกฉัน”เธอเงยหน้าขึ้นเพื่อ
“เป็นไงบ้างเมี่ยง กี่ขีด”สายฟ้ายืนลุ้นอยู่นาน อดใจไม่ไหวจึงเปิดประตูห้องน้ำพรวดเข้ามา เห็นมัสยานั่งอยู่บนชักโครก มือกำแท่งพลาสติกสีขาวแน่น ใบหน้าซีดเผือดแล้วก็อดที่จะตกไม่ได้ จึงรีบตรงดิ่งไปประคองคนตัวบางเข้าสู่อ้อมกอด“เมี่ยง เป็นอะไร ไม่ต้องเครียดนะ ฉันอยู่นี่แล้ว”เธอผวากอดเขาแน่น ตัวสั่นสะท้าน แต่ไม่ยอมปล่อยแท่งสีขาวออกจากมือ“ใจเย็น ๆ เมี่ยง”มือใหญ่ลูบแผ่นหลังบอบบางภายใต้ชุดนอนกระโปรงผ้าพลิ้วไหวเนิ่นนานจนเธอเริ่มตั้งสติได้ จึงค่อย ๆ ผละออกมาจากอ้อมกอดของเขา“เธอโอเคไหม”เขาลูบต้นแขนและใบหน้าขาวเนียน สีหน้าและแววตาบ่งบอกความเป็นห่วง“อะ โอเค”“ไหน ผลว่ายังไง”คนตัวโตยกมือข้างที่กำแท่งพลาสติกสีขาวขึ้นมา มองมันสลับกับใบหน้าภรรยา ก่อนจะดึงมันออกมาจากมือเล็กช้า ๆ“ขอฉันดูหน่อย”ทันทีที่แท่งพลาสติกเจ้าปัญหาหลุดออกจากมือเธอ ก็ปรากฏแถบสีแดงเข้มสองขีดเต็มสองตาสายฟ้าคลี่ยิ้ม น้ำตาไหล ดวงตาเปล่งประกายยินดี ไม่ต่างจากคนตัวบางตรงหน้าเลยสักนิด“ท้อง เมี่ยง เธอท้องแล้ว”เขาคว้าเธอเข้ากอด ต่างยิ้มออกมาด้วยความดีใจ“นายดีใจไหม”“ดีใจสิ ฉันดีใจมาก เรากำลังจะมีลูกอีกคนแล้วนะ คราวนี้ฉันจะได้ดูแลเ
ผู้ใหญ่ทั้งสี่คนในห้องมองภาษากายของหนุ่มสาวออก จึงเบิกตากว้างตกใจไม่ต่างกัน“เอ่อ สวัสดีค่ะ คุณอา”“สวัสดีจ้ะ”กานดาและสงกรานต์รับไหว้นิศาชล แต่ยังไม่วายเหลือบมองชายหนุ่มหน้าตาดีข้างกาย“เอ่อ พ่อคะ แม่คะ นิศาพาคนรักมากราบพ่อกับแม่ค่ะ”นิศาชลกับฉัตรพลนั่งลงกับพื้นแล้วก้มลงกราบแทบเท้าพ่อแม่ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน“สวัสดีครับ ผมชื่อฉัตรพล เป็นคนรักของนิศาครับ”ผู้ใหญ่ทั้งสี่เหลือบมองหน้ากัน ก่อนเจ้าสัวนทีจะเอ่ยถามลูกสาวก่อนใคร“นี่มันอะไรกัน นิศา ลูกกับ...”“คุณฉัตรค่ะ”“เอ่อ ลูกกับฉัตร เป็นแฟนกันเหรอ มันยังไง เขารู้หรือเปล่าว่าลูกท้องกับสายฟ้า หรือว่าลูกจ้างเขามาแต่งงานด้วย”คิดว่าอย่างไรลูกสาวก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าสายฟ้าไม่ยอมรับผิดชอบด้วยการแต่งงาน จึงอาจคิดอะไรตื้น ๆ ด้วยการไปคว้าเอาใครสักคนมาแต่งงานด้วยล้างอาย“ไม่ใช่ครับ ผมเป็นพ่อของลูกในท้องนิศาครับ นิศาท้องกับผม ไม่ใช่คุณสายฟ้า”วิมลทิ้งตัวพิงพนักโซฟา ยกยาดมขึ้นสูดจนสุดปอด“นี่มันอะไรกันลูก มันหมายความว่ายังไง โอย แม่จะเป็นลม”“นิศาขอโทษค่ะแม่ แต่มันเป็นเรื่องจริง วันนั้นนิศาเสียใจมากที่ฟ้าเขาไม่รัก ไม่สนใจนิศา เลยออกไปกินเหล้
“คุณกาน อย่าไปโกรธลูกมันเลย มันรักของมันมาก เราจะไปจับเด็กสองคนแยกกันได้ยังไง”สงกรานต์กุมมือภรรยาที่ยังสั่นเทาไม่หาย ถึงแม้จะอาบน้ำแต่งตัวเตรียมเข้านอนแล้ว แต่น้ำตายังไม่ยอมแห้งเหือดไปจากใบหน้าแม้แต่น้อย“ฉันก็ไม่ได้จะจับมันแยกกันแล้วไง ก็ให้เป็นเมียตีทะเบียนแล้วยังไม่พอใจอีกเหรอ เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทางหนูนิศาจะยอมเป็นเมียน้อยหรือเปล่าเลย แล้วเราจะโดนอะไรกลับมาบ้างถ้าเราไปคุยกับทางนั้น แค่นี้ยังไม่ดีอีกหรือไง”“ผมเข้าใจคุณนะ แต่ก็เข้าใจลูก ลูกเราอยากแต่งงานมีเมียแค่คนเดียว อยากมีบ้านเดียว ไม่ได้อยากมีเมียน้อย แล้วถ้าหนูนิศายอม แล้วเจ้าฟ้ามันทำแบบนั้นจริง ๆ ไม่เท่ากับเราขังหนูนิศาเอาไว้ให้อยู่ในสถานะเมียน้อยไปชั่วชีวิตเหรอ ระดับหนูนิศา ลูกสาวเจ้าสัวหมื่นล้าน ต่อให้มีลูกติดกับคู่หมั้นเก่าสามสี่คน ยังมีผู้ชายอยากได้เป็นเมียเลย เชื่อผมสิ แล้วเราจะไปตัดโอกาสที่ทางนั้นจะเจอคนดี ๆ ทำไม นอกเสียจากว่าคุณไม่ได้คิดจะให้หนูนิศาเป็นเมียน้อยตลอดชีวิต”คนที่แต่งงานอยู่กินกันมานานย่อมอ่านใจอีกฝ่ายออก อย่างไรภรรยาของเขาต้องเสนอให้อีกฝ่ายแต่งงานก่อน เพื่อรอใบทะเบียนสมรสที่จะได้ในภายหลัง“มันเรื่องขอ
ผ่านไปหลายวันแล้ว แต่สายฟ้าก็ยังคงไม่กล้านำเรื่องร้อนใจไปบอกมัสยา ที่ปล่อยเวลาล่วงเลยเพราะเขาเลือกแล้วว่าจะไม่ทำตามในสิ่งที่แม่ต้องการ แม้แม่ของเขาจะโทรมาเร่งขอคำตอบแทบทุกวันก็ตามทีในขณะที่สายฟ้ากับมัสยากำลังกินข้าวเย็นอยู่นั้น เสียงออดหน้าห้องก็ดังขึ้นขัดจังหวะ“เดี๋ยวฉันไปเปิดเองเมี่ยง เธอกินต่อเถอะ”เมื่อเปิดประตูต้อนรับแขกที่ไม่คิดว่าจะเห็นหน้าที่นี่ ทำเอาสายฟ้าตกใจหน้าถอดสี“ทำไม เห็นหน้าแม่ตัวเองแล้วมันน่าตกใจขนาดนั้นเลยเหรอ”คำทักทายของผู้เป็นแม่ทำเอาสายฟ้าลอบถอนหายใจ ก่อนจะพนมมือไหว้ทักทายพ่อและแม่ แล้วเชิญคนทั้งคู่เข้าไปนั่งในห้องรับแขกมัสยานำน้ำมาเสิร์ฟพร้อมทั้งกล่าวทักทาย แต่ก็มีเพียงพ่อของเขาเท่านั้นที่รับไหว้เหมือนเดิม“เมี่ยงขอตัวไปดูลูกก่อนนะคะ เชิญคุณลุงกับคุณป้าตามสบายค่ะ”สายฟ้ารั้งมือของมัสยาเอาไว้ให้ลงมานั่งข้างกัน“ไม่ต้องไปหรอกย่ะ เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับ ยังไงเธอก็ต้องรู้”กานดาเอ่ยพร้อมเชิดหน้าขึ้น มั่นใจว่าอย่างไรลูกชายของเธอก็ต้องยอมทำตามที่เธอต้องการอย่างแน่นอน“พ่อกับแม่มีอะไรหรือครับ ถึงมาหาผมที่นี่”แม้จะรู้อยู่แล้วแต่ก็ต้องเอ่ยถาม เผื่อว่ามันอาจจะไม่เป็น
มัสยาที่นั่งกับพื้นพิงประตูห้องยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวก ๆ สูดลมหายใจลงปอดจนลึก กัดฟันแน่นแล้วลุกขึ้นยืน แม้ส่วนอ่อนไหวยังปวดแปลบร้าวรานจนต้องสูดปาก แต่เธอกลับรู้สึกว่าความเจ็บปวดนี้มันช่วยตอกย้ำคนโง่อย่างเธอให้มีสติรู้ตัวไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวด้วยการตามกลับไปเอาเรื่องหมอนั่นเลย ทั้งที่รู้ว่าสองคนนั้นตั้
“รู้ ฉันทรมาน ทำยังไงดี”ดวงตาสับสนตื่นกลัวช่างน่าสงสาร เขาไม่ได้ตั้งใจจะวางยาเธอ แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นไปแล้ว ก็เป็นความรับผิดชอบของเขาที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้“อดทนหน่อยเมี่ยง แช่น้ำอีกหน่อย”แม้รู้ว่าเพียงแค่แช่น้ำจะไม่สามารถช่วยเหลือเธอได้ แต่ถ้าเขาทำอะไรเธอลงไป พรุ่งนี้เช้าเขาต้องตายแน่ ๆ“ไม่เ
บารมีสั่งให้เพื่อนอีกคนนำเครื่องดื่มสีสวยที่เขาชงเองกับมือมาเสิร์ฟให้กับสองสาวและเพื่อนผู้หญิงในกลุ่มอีกหลายคนอลิษาลังเลที่จะดื่ม เพราะหลายแก้วที่เธอดื่มไปทำเอาเธอมึนศีรษะไม่น้อย“ดื่มหน่อยน่า อลิซ ใกล้กลับแล้วนี่ครับ”“เอ่อ...”ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปฏิเสธ คนที่จอดรถรออยู่หน้าบ้านก็โทรหาเพื่อเตือน
แสงแดดยามสายส่องผ่านประตูกระจกซึ่งเปิดผ้าม่านเอาไว้มองเห็นระเบียงกว้างของห้องนอนในคฤหาสน์หลังใหญ่ ปลุกหญิงสาวแสนสวยที่หลับเป็นตายมาหลายชั่วโมงให้ตื่นขึ้นดวงตากลมแต่เรียวเล็กราวเมล็ดอัลมอนด์กะพริบถี่ ความรู้สึกบอบช้ำจากการเสียตัวครั้งแรกทำให้เธอรู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน แรงขยับเพียงเล็กน้อยทำเอาจุดอ่อ







