LOGINประตูรถบีเอ็มถูกเปิดออก มังกรยืนรออยู่ด้านนอก ก่อนจะยกมือขึ้นกันศีรษะเล็ก ไม่ให้ชนกับขอบประตูรถ ระหว่างที่ใยบัวก้มตัวลงนั่งเบาะข้างคนขับ
“ระวังนะคะ”
เขาพูดเสียงเรียบ ก่อนจะปิดประตูให้เธออย่างเบามือ แล้วเดินอ้อมไปนั่งประจำที่นั่งหลังพ่วงมาลัย
ใยบัวนั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ ยังไม่ทันได้ขยับมือไปคว้าเข็มขัดนิรภัย จู่ ๆ มังกรก็เอื้อมมือข้ามมาหาคนตัวเล็ก
“ขออนุญาตนะคะ”
“…”
เสียงทุ้มเอ่ยบอก พร้อมกับร่างสูงที่โน้มตัวเข้ามาใกล้ จนสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างแกร่งที่แผ่ออกมา มือหนาดึงสายเข็มขัดพาดผ่านตัวเธอ ก่อนจะกดล็อกสายเข็มขัดเข้าที่ ดังคลิกเบา ๆ
ใยบัวชะงักไปเล็กน้อยเหลือบมองเขาทุกการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่ด้วยระยะห่างนั้นใกล้เกินกว่าที่คิด ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของเขาทำให้เธอเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ
“ขอคำขอบคุณเพราะ ๆ สักคำได้ไหมคะ”
เสียงทุ้มต่ำบอกเธอเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ฝ่ามือหนายื่นออกมาหาคนตัวเล็กที่กำลังเม้มริมฝีปากแน่น
ใยบัวเคยได้ยินผู้ชายพูดค่ะ ขามาหลายครั้ง แต่ไม่มีใครพูดได้อ่อนโยนเหมือนเขาสักคน สุดท้ายเธอก็ยอมจับประคองมือของเขาเอาไว้ แล้วเขียนคำขอบคุณลงไป
“ไม่เอาแบบนี้ค่ะ”
ใยบัวเอียงคอมองหน้าคนตัวโต ก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความมึนงง และไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะบอก
“หนูต้องเขียนชื่อพี่ด้วยสิคะ”
เธอพยักหน้ารับอย่างใสซื่อ พร้อมกับค่อย ๆ เขียนข้อความลงไปบนฝ่ามือหนานั้นอีกครั้ง โดยที่ไม่รู้ว่าร่างสูงแค่หาเรื่องให้เธอจับมือเขาไว้นาน ๆ แค่นั้น
“ขอบคุณนะคะ พี่มังกร”
มังกรยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย พร้อมกลับวางมือหนาลงบนศีรษะเล็กด้วยความเอ็นดู ก่อนจะตั้งใจขับรถต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ใยบัวรู้สึกได้ว่า หัวใจตัวเองเต้นแรงกว่าปกติ กับการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขาที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่กลับทำให้ใบหน้าเธอเห่อร้อนขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด
รถยนต์สีดำที่ขับออกมาสักระยะเลี้ยวเข้าไปจอดหลังตึกคณะในมุมที่ค่อนข้างเงียบ มังกรดับเครื่องยนต์ ก่อนจะหันกลับไปมองใยบัว
“รอที่นี่ เดี๋ยวพี่ไปอุ้มสีนวลเอง”
เขาพูดสั้น ๆ แล้วเปิดประตูลงจากรถ ทิ้งให้ใยบัวนั่งรออยู่ตรงนั้น ไม่นานนัก เธอก็เห็นร่างสูงเดินกลับมาพร้อมกับเพื่อนของเขา และเจ้าหมาจรจัดท้องแก่ตัวหนึ่งในอ้อมแขน
“โห ไอ้มังกร พวกกูขอขึ้นรถ มึงหวง แต่เสือกจะพาหมาขึ้นรถ”
เดรกบ่นโวยวายทันทีที่เดินมาถึงรถ หลังจากที่มังกรเดินเข้าไปขอความช่วยเหลือในห้องพักคณะ แต่ใครจะไปรู้ว่าจะต้องมาช่วยเพื่อนอุ้มหมาจรจัดขึ้นรถ ที่แม้แต่เขาที่เป็นเพื่อนสนิทก็ไม่มีสิทธิ์จะได้นั่ง โดยที่เดรกไม่ทันสังเกตเลยว่ามีใครบางคนนั่งอยู่หน้ารถ
“สีนวล…”
“…”
ใยบัวพึมพำเบา ๆ ทันทีที่เห็น มังกรเปิดประตูเบาะหลัง แล้วค่อย ๆ วางเจ้าหมาลงบนเบาะอย่างระมัดระวัง สีนวลส่งเสียงครางเบา ๆ แต่ไม่ดิ้นหนีเหมือนครั้งแรก แต่ดวงตากลมใสมองเขาอย่างไว้ใจ
“เชี่ย กูต้องตกใจอะไรก่อนว่ะ”
“รำคาญ กลับไปได้ละ”
“ใช้งานกูเสร็จแล้วก็ไล่ มึงมาอธิบายให้กูฟังก่อน”
เดรกดึงมังกรให้ถอยออกมาจากรถอีกนิด ก่อนจะสอดแขนคล้องคอเพื่อนสนิทไว้แน่น พร้อมกับส่งสายตากดดันกลับมาว่าต้องการคำตอบแบบจริงจัง
“เดี๋ยว ๆ มึง” เดรกพูดเร็ว ๆ “เมื่อกี้กูไม่ได้หูฝาดใช่ไหม”
มังกรขยับตัวเล็กน้อย พยายามแกะแขนเพื่อนออก แต่เดรกไม่ยอมปล่อยง่าย ๆ
“เสียงเมื่อกี้อ่ะ” เดรกพยักหน้าไปทางรถ
“เสียงน้องรหัสมึงใช่ไหม”
มังกรนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงแขนเดรกออกจากคอแล้วหันมามองตรง ๆ
“ใช่” คำตอบสั้น ๆ ทำเอาเดรกตาโตทันที
“เฮ้ย เดี๋ยวนะ” เขาขมวดคิ้ว
“แต่น้องเขาเป็นใบ้ไม่ใช่เหรอว่ะ”
มังกรถอนหายใจเบา ๆ เหมือนไม่อยากอธิบาย แต่ก็ยอมพูดออกมา
“กูบอกมึงแล้ววันนั้น แต่มึงไม่เชื่อกูเอง”
“…”
“และที่สำคัญ น้องชื่อใยบัว...แล้วน้องก็ไม่ได้เป็นใบ้”
“แล้วทำไม...” เดรกชะงักกับคำตอบที่ได้ยิน
“แค่ไม่ยอมพูด แต่ไม่รู้ว่าทำไม”
มังกรพูดต่อ ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทำเอาเดรกเงียบไปทันที ก่อนจะหันไปมองในรถ เห็นใยบัวกำลังก้มลงลูบหัวสีนวลอย่างอ่อนโยน
“แต่เมื่อกี้…” เดรกหันกลับมามองหน้าเพื่อน “น้องพูดกับหมา?” มังกรพยักหน้าเบา ๆ เดรกหัวเราะออกมานิดหนึ่ง ทั้งงงทั้งตกใจ
“แล้วน้องคุยกับมึงไหม”
เดรกถามตรง ๆ มองหน้ามังกรเหมือนกำลังจับผิด มังกรนิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบสั้น ๆ
“ก็...ไม่” คำตอบนั้นทำเอาเดรกงุนงงหนักยิ่งกว่าเดิม
“อ้าว?” เขาขมวดคิ้ว “แล้วเมื่อกี้...”
“อย่างที่เห็น น้องพูดกับหมา” มังกรตัดบท เสียงเรียบเหมือนเดิม
“แต่ไม่พูดกับกู”
เดรกเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองในรถอีกครั้ง ใยบัวยังคงลูบหัวเล่นกับสีนวลอยู่ เหมือนไม่ได้สนใจเลยว่าข้างนอกรถ พวกเขากำลังคุยอะไรกัน
มังกรตบมือลงบนบ่าเพื่อนเบา ๆ ก่อนจะเดินออกไป นี้เป็นครั้งแรกเลยที่เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังพ่ายแพ้ให้กับหมาจรจัดแค่ตัวเดียว
ในขณะที่เดรกมองตามหลังเพื่อนด้วยสายตาครุ่นคิด ระคนแปลกใจ ไม่คิดว่าจะมีคนแปลก ๆ ที่พูดได้แต่กลับไม่พูด อีกทั้งยังเลือกพูดกับหมามากกว่าคนแบบน้องรหัสเพื่อนตัวเอง
โรงพยาบาลสัตวแพทย์
ไม่นานนัก รถบีเอ็มก็เลี้ยวเข้ามาจอดหน้าคลินิกรักษาสัตว์ขนาดไม่ใหญ่ เป็นโรงพยาบาลสัตว์ของทางมหาลัย มังกรลงจากรถก่อน เปิดประตูฝั่งใยบัวอย่างระมัดระวัง
“ระวังนะคะ”
ใยบัวพยักหน้า ก้าวขาลงจากรถ ก่อนจะเอ่ยปากเรียกสีนวลให้ลงจากรถตามเธอมา พร้อมกับมีสัตวแพทย์หญิงวัยกลางคนเดินออกมาต้อนรับทันทีที่เห็นสีนวล
“ท้องแก่เลยนะคะ น่าจะใกล้คลอดมากแล้ว”
ใยบัวกลืนน้ำลาย เผลอกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัวเมื่อจู่ ๆ ก็มีคนแปลกหน้าเดินตรงเข้ามาคุยกับเธอ
มังกรยืนอยู่ข้าง ๆ เอียงตัวเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย เหมือนจะบอกว่า ไม่เป็นไร ก่อนจะเป็นฝ่ายเข้าไปติดต่อให้รายละเอียดกับสัตวแพทย์หญิงคนนั้นแทน
สีนวลถูกพาเข้าไปตรวจ โดยมีใยบัวนั่งรออยู่หน้าเคาน์เตอร์ มือยังคงวางอยู่บนตักสงบนิ่ง แต่หัวใจกลับเต้นไม่เป็นจังหวะ
“เคยพามันมาหาหมอไหมคะ” มังกรถามเบา ๆ ใยบัวส่ายหน้าเบาตอบกลับมา
เขาพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรต่อ ไม่นานนัก สัตวแพทย์ก็เดินออกมา
“แม่หมาแข็งแรงปลอดภัยนะคะ ลูกในท้องน่าจะประมาณสี่ถึงห้าตัว ถ้าดูแลดี ๆ อีกไม่นานก็คลอดได้เองค่ะ”
ใยบัวถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ มังกรหยิบบัตรออกมา แล้วยื่นให้พนักงานเพื่อจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ใยบัวเผลอหันไปมองคนตัวโตที่กำลังช่วยเจ้าหน้าที่พาสีนวลขึ้นรถอีกครั้ง ผ้าขนหนูผืนใหม่ถูกวางไว้ให้เรียบร้อย
ในจังหวะนั้น ใยบัวรู้สึกบางอย่างเปียกชื้นกลางกาย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เธอเป็นวันนั้นของเดือน
มังกรกำลังจะปิดประตูรถให้สีนวล แต่สายตากลับเหลือบมาเห็นใยบัวยืนนิ่งผิดปกติ จากที่เมื่อครู่ยังดูผ่อนคลาย
ตอนนี้กลับขยับตัวแปลก ๆ มือเล็กกำชายเสื้อแน่นเหมือนกำลังลังเล เขาขมวดคิ้วนิดหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้โดยไม่พูดอะไร
“ใยบัวค่ะ” เธอสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้ามองเขาทันที
“….”
มังกรกวาดตามองเธอที่มีท่าทางแปลกไป แล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ หากเขาคิดไม่ผิดจากท่าทีกังวลและคอยลูบมือที่ด้านหลังกระโปรงบ่อย ๆ ก็คงเป็นเพราะเรื่องนั้นเรื่องเดียว
เมื่อคิดได้แบบนั้น ร่างสูงก็จัดการถอดเสื้อช้อปของตัวเองมาพันรอบเอวคนตัวเล็กที่ยืนนิ่ง ก่อนจะจูงมือบางให้เดินตามเขาไป
“กลัวพี่ไหมคะ”
หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ไม่เข้าใจในสิ่งที่คนตัวโตถามมากนั้น ก่อนจะตอบรับด้วยการส่ายหน้าไปมาเบา ๆ แต่พอคิดย้อนกลับไปมันคือความจริงที่น่าแปลกใจ เพราะที่ผ่านมาเธอไม่ได้รู้สึกกลัวหรือกังวลที่จะอยู่ใกล้เขาเลยสักนิด
“มานั่งกับพี่”
เขาเปิดประตูฝั่งคนขับ แล้วทิ้งตัวเข้าไปนั่งในรถก่อน ใยบัวชะงัก สายตาเลื่อนจากเบาะไปมองหน้าเขาอย่างงง ๆ
“…”
“ไม่ต้องกลัวพี่เลอะค่ะ” มังกรพูดเรียบ ๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติ
“เบาะหนัง มันทำความสะอาดยาก หรือหนูรังเกียจ”
ประโยคนั้นทำเอาใยบัวหน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันที เธอเม้มริมฝีปากแน่น ไม่กล้าสบตา
“เดียวพี่พาไปที่ห้องพักคณะ”
เขาพูดต่อทันที ไม่เปิดช่องให้เธอตอบกลับ
“แป๊บเดียวค่ะ”
“…”
ใยบัวลังเลอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะค่อย ๆ ขยับตัวเข้าไปตามที่เขาบอก มังกรจับขอบประตูไว้ มืออีกข้างประคองเธอขึ้นมาอย่างระวัง พอเธอได้นั่งลงบนตักของเขา ร่างเล็กก็เกร็งไปทั้งตัว ไม่กล้าขยับ ไม่กล้าหายใจแรงด้วยซ้ำ
“เอียงตัวพิงไหล่พี่ได้ไหมคะ พี่มองทางไม่ถนัด”
ใยบัวยังนั่งนิ่งอยู่บนตักแกร่ง พิงหัวซบลงบนไหล่กว้างตามที่คนตัวโตบอก หากเทียบกันแล้วเมื่อนั่งอยู่บนตักแกร่ง ใยบัวก็กลายเป็นคนที่ตัวเล็กนิดเดียว มังกรก้มมองหน้าเธอครู่หนึ่งด้วยรอยยิ้มกริ่ม ก่อนจะขับรถออกไป
ใช้เวลาเพียงไม่นานรถบีเอ็มก็กลับมาจอดลงที่ตึกหลังคณะอีกครั้ง มังกรไม่พูดอะไร แค่สอดแขนข้างหนึ่งรองใต้เข่า อีกข้างประคองหลัง ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นมาอย่างมั่นคง
“อ๊ะ!!”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ มือบางรีบจับเสื้อเขาไว้แน่น ในขณะที่เขาโอบอุ้มเธออย่างระมัดระวัง ไม่รีบร้อน เหมือนสิ่งกำลังทำเป็นเรื่องปกติที่สุด
“ขอโทษค่ะ พี่กลัวถ้าหนูเดินเองแล้วมันจะเลอะ”
“…” เธออ้าปากจะตอบโต้กลับ แต่ก็เงียบลงอีกครั้ง
พอถึงห้องพักคณะ ที่ไม่ใช่ห้องพักคณะจริง ๆ แต่เป็นห้องพักส่วนตัวสำหรับพวกเขา ที่ได้รับอภิสิทธิ์นี้มาจากการบริจาคเงินทุนให้กับทางมหาลัยปีละหลายสิบล้านบาท
ห้องพักที่เต็มไปด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มังกรพาเธอไปส่งที่หน้าประตูห้องน้ำ ก่อนจะเดินหยิบผ้าขนหนูผืนใหม่วางให้
“รอพี่อยู่ที่นี่นะคะ” ใยบัวเงยหน้ามองเขา
“....”
“พี่ไปดูสีนวล แล้วจะซื้อของที่ต้องใช้มาให้”
เขาตอบสั้น ๆ เธอเข้าใจทันที ใบหน้าร้อนวูบขึ้นมาอย่างนึกอายที่ต้องให้เขาซื้อของใช้ส่วนตัวแบบนี้ให้ แต่ก็พยักหน้ารับเบา ๆ มังกรไม่ได้พูดอะไรต่อ แค่เดินออกจากห้องไปเหมือนไม่มีอะไรพิเศษ
แต่ใยบัวที่ยืนมองประตูปิดลง กลับหัวใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ไม่ใช่แค่ความเขินอาย แต่เป็นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นจากความใกล้ชิดที่ไม่เคยมีใครสักคน คอยดูแลเธอแบบนี้มาก่อน ที่สำคัญมันกลับไม่สร้างความรู้สึกเหมือนว่าเธอเป็นภาระเลยแม้แต่นิดเดียว
“อืมมม”เสียงครางหวานหูของใยบัวทำให้มังกรเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าเล็กที่กำลังกัดเม้มริมฝีปากไว้แน่น ทำเอาดวงตาคมเข้มฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด“หวานกว่าเดิมจริง ๆ ด้วยค่ะ”ร่างสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบกระเส่า คล้ายกำลังหยอกเย้าคนตัวเล็กให้เขินขาย แต่ทุกสัมผัสและทุกการกระทำกลับแฝงความหลงใหลอย่างชัดเจนต่างกับใยบัวที่เป็นฝ่ายโดนรุกเร้าอย่างหนัก ทำเอาความรู้สึกวูบไหวแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนลมหายใจสะดุด ยิ่งตอนที่เขาก้มลงดูดดึงซ้ำ ๆ ตรงจุดอ่อนไหว พร้อมกับดูดกลืนน้ำหวานที่หลั่งไหลออกมาอย่างมูมมาม ก็ยิ่งทำเธอเสียวซ่านจนแทบขาดใจ“อ่า…ตรงนั้นหนูจะเสร็จ”มือบางเผลอกำขยุ้มเส้นผมเขาแน่น ราวกับต้องการที่ยึดเหนี่ยวแล้วกดศีรษะเข้าหาร่องรักของเธอไว้แน่น เมื่อความรู้สึกแล่นวาบไปทั้งร่างจนเกินควบคุมเสียงหวานหลุดออกมาอย่างลืมตัว คำขอนั้นทำให้รอยยิ้มมุมปากของเขาปรากฏชัดขึ้นบนใบหน้ามังกรเลื่อนมือขึ้นประคองสะโพกเธอไว้มั่น ก่อนซุกไซ้เรียวลิ้นร้อนให้เข้าลึกลงไปยิ่งกว่าเดิม ตามเสียงเรียกร้องของภรรยาสาว“แบบนี้ใช่ไหมคะ”เสียงทุ้มกระซิบชิดผิวร้อนผ่าว เสียงครางหวานดังแผ่วสอดประสานกับเสียงฝนด้านนอก มือบางยังคงขยุ้มเส้น
หลายปีต่อมา สายฝนโปรยปรายลงมาท่ามกลางตึกสูงใหญ่ เม็ดฝนกระทบบานกระจกขนาดใหญ่ ว่าที่คุณแม่ป้ายแดงอย่างใยบัวกำลังอิงตัวบนโซฟาขนาดใหญ่ที่ถูกสั่งทำพิเศษให้มีที่วางเท้ารองรับสำหรับเธอโดยเฉพาะมังกรรู้ว่าไม่สามารถห้ามคนตัวเล็ก ที่ชอบมานั่งรอเขาที่นี่ทุกวันได้ เขาจึงต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับว่าที่คุณแม่แทน เพราะตอนนี้ใยบัวเริ่มเคลื่อนไหวได้ลำบาก เพราะอายุครรภ์เข้าสู่ไตรมาสที่สองแล้ว จึงเริ่มมีอาการปวดหลังได้ง่ายขึ้น จากขนาดท้องที่โตขึ้นตามอายุครรภ์มือเรียวบางลูบลงบนหน้าท้องกลมที่นูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่เจ้าตัวเล็กในท้องดิ้นดุกดิกรับมือคุณแม่เบา ๆ“ซีซีขา หนูคึกอะไรขนาดนั้นค่ะ”ใบบัวพึมพำเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มในขณะที่ปลายนิ้วเรียวเขี่ยลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาจากการที่ลูกของเธอกำลังดิ้นหรือขยับตัว“แกล้งแม่อีกแล้วใช่ไหม...หรือรู้ว่าป๊ะป๋ากำลังจะถึงบ้าน”ผิวเนียนบริเวณหน้าท้องขยับอีกครั้งเหมือนตอบกลับ พร้อมกับเสียงของประตูห้องที่ถูกเปิดออกช้า ๆพูดยังไม่ทันขาดคำพ่อของลูกในท้องเธอก็มาถึงพอดีมังกรเดินเข้ามา เขาหยุดมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ใยบัวเงยหน้าขึ
วันต่อมาเสียงเห่าของสีนวลกับลูกน้อยดังแว่วขึ้นมา จากหมาจรหลังคณะในวันนั้น...พวกมันกลับกลายเป็นหมาน้อยไฮโซที่สวมใส่ปลอกคอแพลตทินั่มสลักชื่อราคาแพง และได้เป็นลูกรักของเจ้าของสนามแข่งรถแห่งนี้ไปแล้วหลังจากวันที่เธอกับเขาได้ปรับความเข้าใจกัน คนตัวเล็กก็อ้อนขอให้เขารับสีนวลกับลูกของมันมาเลี้ยง ซึ่งคนตัวโตก็ตอบรับคำขอนั้นอย่างยินดี เพราะถือว่าสีนวลเป็นส่วนหนึ่งของความรักของเขาทั้งสองคน เป็นเหมือนคนที่สื่อที่ทำให้เขากับใยบัวจะรู้จักกันใยบัวกับมังกรมองสีนวลกับลูกของมันเงียบ ๆ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคล้ายกำลังซึมซับความสุขนี้เอาไว้ ก่อนจะหันหลังและเดินออกไปที่รถ เพื่อพากันออกไปยังท่าเรือขนส่งที่อยู่ภายใต้การดูแลและควบคุมของเวริสทันทีที่ลงจากรถ กลิ่นเค็มของน้ำทะเลก็ลอยเข้ามาปะทะจมูก เสียงเครนที่กำลังเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ดังขึ้นเป็นระยะ เคล้าไปกับเสียงคลื่นสาดเข้ามากระทบกับท่าเรือสินค้าขนาดใหญ่ ใยบัวก้าวตามมังกรไปช้า ๆ มองทุกอย่างด้วยความตื่นตาตื่นใจ ดวงตากลมโตกวาดมองเรือสินค้าขนาดมหึมาที่จอดเรียงรายสุดสายตาตลอดแนวชายฝั่ง“เรามาทำอะไรที่นี่คะ”“มาตรวจสินค้าขาเข้าและขาออกค
คืนนั้นใยบัวเลือกจะส่งข้อความบอกมังกร ว่าเธอขอเวลาอยู่กับตัวเองสักพัก ไม่ต้องห่วง เพราะเธอเชื่อว่าถ้าเธอไม่ทำตามที่พี่เคลแนะนำ คนตัวโตคงตามเธอมาถึงที่แน่ ๆ และเธอยังไม่พร้อมจะเจอเขาใยบัวใช้เวลาตลอดทั้งคืนจนรุ่งเช้า เพื่อทบทวนความรู้สึกตัวเอง และทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนพวกนั้นคือคนที่ต้องการฆ่าเธอกับพี่มังกรในวันนั้นหรือสิ่งที่เธอควรทำตอนนี้คือการให้โอกาสกันและกันแบบที่รุ่นพี่สาวคนสนิทแนะนำ เมื่อคิดได้แบบนั้นใยบัวก็เลือกโทรหาเคลลีย์ทันทีใยบัวยืนอยู่หลังผนังกระจกฝั่งหนึ่ง มองเข้าไปด้านใน มังกรนั่งอยู่หัวโต๊ะ สวมเสื้อเชิ้ตสีเข้ม พับแขนขึ้นถึงข้อศอก ตรงหน้าเขาคือลูกน้องชุดดำหลายคน ที่มีอาการบาดเจ็บ บนใบหน้าและร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ทว่าสิ่งที่เหมือนกันคือสีหน้าเคร่งเครียดของทุกคน“โกดังฝั่งท่าเรือมีปัญหาครับนาย”ชายชุดดำหนึ่งในนั้นเริ่มรายงานสถานที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ มังกรฟังทุกอย่างเงียบ ๆ ไม่พูดแทรก พร้อมกับมือหนาหมุนปากกาไปมา ราวกับกำลังใช้ความคิด ก่อนจะเอ่ยถามบางอย่างออกมา“ตำรวจ?” เขาถามสั้น ๆ“ไม่ใช่ครับ คาดว่าน่าจะคนของฝั่งโน้น”มังกรพยักหน้า อย่างเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ดี เพร
ใยบัววิ่งต่อไปอย่างไร้ทิศทาง หญิงสาวก้าวเดินต่อไปบนถนนอย่างเงียบงัน เหมือนคนที่กำลังหลงทางและไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะไปที่ไหนแสงไฟริมทางทอดยาว น้ำตาเอ่อคลอจนภาพตรงหน้าพร่าเลือน โลกทั้งใบเหมือนถูกห่อหุ้มด้วยความผิดหวังเรียวขาบางเริ่มก้าวช้าลงด้วยความอ่อนแรง และทรุดลงอย่างไม่รู้ตัว เข่ากระแทกพื้นปูนเย็นเฉียบ ความเจ็บแล่นขึ้นมาแต่เธอกลับแทบไม่รู้สึก สิ่งที่เจ็บกว่าคือความรู้สึกในอกที่ตีรวนไปหมดเธอกอดตัวเองแน่น ราวกับจะปกป้องหัวใจที่แตกสลายเอาไว้ น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด ใยบัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองกำลังกลัวเขา หรือกลัวอะไรกันแน่ใยบัวไม่รู้ว่าตัวเองลุกขึ้นมาเดินต่อได้อย่างไร แต่สัญชาตญาณบางอย่างผลักให้เธอไปหาคนเพียงคนเดียวที่เธอนึกถึงในตอนนี้ ไอวามือที่เคยมั่นคง วันนี้กลับสั่นจนต้องกำแน่นเข้าหากันก่อนจะค่อย ๆ เอื้อมมือไปกดกริ่งตรงหน้าติ๊งเสียงกริ่งดังขึ้นพร้อมกับประตูเปิดออกไม่ถึงสิบวินาทีต่อมา ไอวาชะงักทันทีที่เห็นสภาพเพื่อนที่ไม่ควรจะมายืนอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ“บัว…เกิดอะไรขึ้น?”คำถามนั้นเหมือนเข็มเล็ก ๆ ทิ่มแทงหัวใจที่ร้าวอยู่แล้วให้เจ็บแปลบขึ้นไปอีก ใยบัวพยายามอ้าปากตอบ แต่ไม่มีเสี
วันเวลาผ่านไป…ใยบัวค่อย ๆ กลับมาใช้ชีวิตของตัวเองอีกครั้ง จากวันที่หัวใจของเธออ่อนแอที่สุด จนมาวันนี้ที่สามารถกลับมายิ้มกว้างได้อย่างมั่นใจ เพราะมือของพี่มังกรที่คอยฉุดดึงเธอออกมาจากความเศร้าหมองด้วยความรักวันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายของปีหนึ่ง ต่างกับปีสามที่สอบเสร็จก่อนเธอตั้งแต่เมื่อวาน ทำให้คนตัวโตทำงานอยู่ที่สนามแข่งรถ และนัดกันไว้ว่าจะมารับเธอหลังสอบเสร็จร่างบางเดินลัดเลาะไปตามสนามหญ้าข้างคณะเพื่อตรงไปที่ต้นไม้ใหญ่หลังตึก“สีนวล”เจ้าหมาสี่ขา ส่ายหางดุกดิกรีบวิ่งมาหาใยบัวอย่างดีใจ พร้อมกับลูกของมันตัวน้อย ๆ สีครีมแต้มจุดน้ำตาล คล้ายกับลายของสีนวลไม่ผิดเพี้ยน“น่ารักจัง”ใยบัวย่อตัวลง ยิ้มกว้างออกมาทันทีที่เห็นพวกมัน พร้อมยกมือชูห่ออาหารสุนัขขึ้นมาตรงหน้า คงเป็นเพราะเธอติดธุระส่วนตัวหลายอย่างจึงไม่ได้แวะมาที่นี่บ่อยเท่าเมื่อก่อน จนตอนนี้สีนวลก็ได้คลอดลูกออกมาแล้ว และคงมีคนใจดีมารับลูก ๆ ของมันไปดูแลจนเหลือกันสองตัวถ้าเอาน้องไปเลี้ยงด้วยได้ไหมนะคนตัวเล็กเทอาหารสุนัขที่เตรียมมาให้เจ้าสี่ขาทั้งสองตัวได้กิน พร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงบนชิงช้าที่พี่มังกรเป็นคนทำไว้ให้ พร้อมกับมองสุนัขทั้ง
มังกรยืนพิงผนังหน้าห้องน้ำอยู่อีกครู่หนึ่ง ประตูห้องบานใหญ่ของห้องพักสโมสรก็ถูกเปิด พร้อมกับการปรากฏตัวของเพื่อนสนิทของเขาอีกสองคนเดรกเดินนำเข้ามาด้านในพร้อมกับนับหนึ่งที่เดินตามเข้ามาไม่ห่าง ทั้งคู่ชะลอฝีเท้าลงพร้อมกันก่อนจะปล่อยมือที่เกาะกุมกันไว้ออกเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นมังกรที่ยืนอยู่ตรงนั้นพอ
มังกรปิดประตูห้องพักสโมสรของคณะลงเบา ๆ ก่อนจะหยิบกุญแจรถขึ้นมาหมุนเล่นในมือ แล้วเดินออกไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเพียงเล็กน้อย ราวกับสิ่งที่กำลังจะทำเป็นเรื่องปกติที่สุดในชีวิตทั้งที่ความเป็นจริงนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาต้องมาทำอะไรแบบนี้เพื่อผู้หญิงสักคน อีกทั้งเธอยังไม่ใช่แม้แต่คนในครอบครัวเลยด้ว
ตลาดคารวยสุขแสงแดดยามเช้าสาดลอดผ้าม่านสีครีมที่บานหน้าต่างซึ่งถูกเปิดทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ใยบัวขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมาอย่างช้า ๆนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เธอหลับสนิทจริง ๆ ไม่มีภาพฝันร้ายมาตามหลอกหลอน ไม่มีความรู้สึกดำดิ่งที่ทำให้เธอเศร้าหมอง และไม่ต้องสะดุ้งตื่นกลา
สนามแข่งรถ เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำ ๆ กลืนกินเสียงลมที่พัดผ่านอัฒจันทร์ กลิ่นน้ำมันเครื่อง และกลิ่นยางรถไหม้จาง ๆ คละคลุ้งอยู่ในอากาศยามเย็นมังกรนั่งพิงกำแพงพิทในท่าทางสบาย ๆ มือหนึ่งหมุนฝาขวดน้ำ อีกมือยังคงถือหมวกกันน็อกไว้บนตัก สายตาคมทอดยาวไปตามโค้งแรกของสนาม เหมือนกำลังมองเส้นทางที่คุ้นเคย แต

![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





