LOGINRome Game #15
หลุมพรางของคู่หมั้น
เมื่อคืนรอให้พี่โฬมหลับฉันถึงจะย่องออกจากห้องมาหาน้ำดื่มพร้อมกินยาไปด้วย ช่วงสายของวันฉันเตรียมตัวที่จะไปเรียนหลังจากส่งข้อความบอกเพื่อนในกลุ่มแชท ทุกคนต้องรอคอยฉันอย่างมีความหวังและอยากจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ดังนั้นพอออกจากห้องน้ำ เลี้ยวเข้ามาในห้องแต่งตัวก็ต้องตกใจเพราะคิดว่าพี่โฬมออกไปรอนอกห้องแล้ว กลับกลายเป็นว่าเขายืนจัดทรงผมของตัวเองใช้ไดร์เป่าเส้นผมสีดำสนิทให้เปิดขึ้นเพื่อเห็นโครงหน้าหล่อๆ ของเขา
หนำซ้ำยังหยิบน้ำหอมกลิ่นที่ฉันชอบฉีดลงบนตัว กลายเป็นว่าพี่โฬมไม่แตะน้ำหอมของตัวเอง เขาเลือกใช้น้ำหอมผู้หญิงที่ฉันชอบมากกว่า “หวงน้ำหอมพี่หรือเปล่า”
“ไม่หวงค่ะ” ใครจะไปกล้าหวง ฉันมองค้อนพี่โฬมผ่านกระจกสะท้อนเงาบนโต๊ะกระจก ก่อนที่เขาจะหันมามองฉันที่กระโจมอกด้วยผ้าขนหนูสีขาวตัวเล็ก เอามือกุมปมผ้าขนหนูเอาไว้ใครจะไปคิดว่าพี่โฬมจะอยู่ในห้องกันล่ะ
“หนูจะแต่งตัวเหรอ”
“ใช่ค่ะ รอพี่โฬมออกไปก่อน”
“ทำไม” เอนสะโพกพิงขอบโต๊ะกระจกพลางยกยิ้มมุมปาก “หนูก็แต่งตัวไปสิ พี่ไม่ว่า”
“หนูโป๊นะคะ พี่โฬมจะ...” มายืนมองฉันแต่งตัวทำไมกัน ฉันก็อายเป็นปะ! ยังไม่หายโมโหเขาเรื่องเมื่อคืนนะ ทำเป็นเมินเฉยเรื่องเซ็นสัญญาแล้วเช้านี้ก็ยังจะมาแกล้งกันอีก “ออกไปสิคะ หนูรีบนะ ไม่ได้ไปเรียนหลายวันแล้ว”
“ก็รีบสิ พี่รอได้”
“พี่โฬม หนูโกรธพี่จริงๆ นะ” ดูเหมือนพอเขายังไม่ยอมออกจากห้องแต่งตัว ฉันก็ต้องใช้ไม้แข็งกับเขาสักหน่อย “หนูพูดจริงนะคะถ้าพี่ยังแกล้งหนูแบบนี้”
“พี่แกล้งตรงไหน” ยังจะถามอีก “พี่แค่อยากดูหนูแต่งตัว”
“พี่โฬมลามกอะ”
“ดูคู่หมั้นตัวเองเปลี่ยนชุด ลามกตรงไหน” ทุกตรงเลยล่ะ ยังมีหน้าเอาเรื่องคู่หมั้นมาอ้างอีกนะคนเรา “หายกัน เดี๋ยวพี่ให้หนูดูพี่ตอนแต่งตัวด้วย”
“ไม่เอาค่ะ!” กระแทกเสียงใส่จากนั้นก็เดินอ้อมไปด้านหลังพี่โฬม เอามือซ้ายดันตัวเขาให้ออกจากห้องแต่งตัว ประเด็นคือห้องมันไม่มีประตูปิดนี่สิ ทางเดียวคือพี่โฬมต้องออกไปนอกห้องเท่านั้น “หนูขอร้อง หนูรีบ”
“หอมพี่ก่อน” หลับตาพลางนับหนึ่งถึงสิบในใจนะนินิว “ไม่หอมเหรอ น่าเสียดายพี่กะว่าจะอ่านเอกสารสัก...”
จุ๊บ
“พอใจไหมคะ”
“ทำตัวน่ารักกับพี่ตั้งแต่แรกก็จบ” ฉันอยากจะบ้าตายกับคู่หมั้นตัวเอง พี่โฬมอมยิ้มเมื่อฉันตัดสินใจหอมแก้มเขาฟอดใหญ่แม้จะเขินอายก็ยอมที่จะทำ เพราะเขาเอาเรื่องเอกสารมาอ้างถึงจะอ้างจริงหรือเล่นก็ไม่รู้เหมือนกัน
ใช้เวลาแต่งตัวไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย มัดผมสีดำรวบไว้เป็นมวยกลางศีรษะหยิบกระเป๋าสะพายเปิดประตูออกจากห้องก็เห็นพี่เจคเปิดประตูออกมาพอดี เขายกมือปิดปากตัวเองหาวได้ทั้งวี่ทั้งวัน ส่วนพี่โฬมก็ยืนสูบบุหรี่อยู่นอกระเบียงหันหน้าออกไปมองวิวทิวทัศน์กับบรรยากาศที่สดชื่น
“อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่เจค”
“ไม่ได้บอกมัน” คำพูดของเขาทำให้ฉันเลิกคิ้วขึ้น มองแผ่นหลังกว้างกำลังเปิดตู้เย็นหยิบกล่องนมจืดมากระดกดื่ม เอิ่ม เอาเป็นว่าจำกล่องนมที่พี่เจคกระดกไว้ให้ขึ้นใจว่าไม่เผลอไปหยิบดื่มต่อแน่นอน ไม่ได้รังเกียจนะ แค่มันไม่ถูกสุขอนามัยไง แก้วก็มีไม่รู้จักเทดื่ม
“เรื่องอะไรคะ” ตั้งแต่รู้จักกับพี่เจคมา อย่างที่บอกต้องใช้ความอดทนสูงมากๆ กับการฟังในสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ
“เรื่องอาการป่วย”
“พะ พี่โฬมสงสัยเหรอคะ”
“นิว กินยาให้มันเห็นหรือเปล่า” ส่ายหน้าไปมาเพราะฉันโกหกพี่โฬมไปว่ายาที่กินแค่ยาคลายเครียด “บอกมัน”
“หนูไม่พร้อม”
“ไว้ใจมันหรือเปล่า” จริงๆ คำถามนี้ไม่จำเป็นต้องให้คำตอบ ฉันไว้ใจและเชื่อใจพี่โฬมมาตลอด ที่ไม่บอกมันมีเหตุผลซึ่งเหตุผลนั้นคือฉันไม่ต้องการให้พี่โฬมรู้ถึงอาการป่วย
“แค่ตอนนี้หนูก็ทำให้พี่โฬมลำบากใจหลายอย่างแล้วค่ะ หนูไม่อยากเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องไปรบกวนใจเขาอีก” เพราะยังมีเรื่องเอกสารที่พี่โฬมจะต้องเซ็นยกหนี้ให้ฉันอีก ถึงมันจะเป็นเกมก็คงทำให้พี่โฬมเองวุ่นวายไม่น้อย แค่เรื่องหมั้นก็หนักแล้วจะให้เขามารู้ว่าฉันป่วยก็ไม่ได้หรือเปล่า
“ถ้านิวไม่บอก มันยิ่งว้าวุ่น เชื่อพี่”
“ว้าวุ่นเหรอคะ?” ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจในความหมายของพี่เจค ฉันก็แปลกใจนิดหน่อยที่พี่โฬมว้าวุ่นเรื่องของฉัน
“เสร็จแล้วเหรอ” พี่โฬมเข้ามาในห้องหลังสูบบุหรี่เสร็จ หยุดบทสนทนาระหว่างฉันกับพี่เจคเอาไว้เพียงเท่านี้ พี่เจคเอากล่องนมกลับไปเก็บไว้ในตู้เย็นตามเดิม เขาก็หมุนตัวสวมรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อเดินออกจากห้องไปหน้าตาเฉย “คุยอะไรกัน”
“ไม่มีอะไรค่ะ พี่เจคแค่ทักทายเฉยๆ”
“แปลกนะ” ร่างสูงยกแขนทั้งสองพาดอกพลางมองหน้าฉันด้วยสีหน้าบูดบึ้ง “อย่างไอ้เจคมันคุยกับหนูด้วย”
“ปกติพี่เจคไม่คุยกับใครเหรอคะ”
“ใช่” แล้วฉันผิดเหรอที่คุยกับพี่เจคน่ะ ก็พี่เขารู้ไงว่าฉันเป็นโรคเดียวกับแม่เขา เป็นคนเดียวที่รู้ว่าฉันป่วยด้วยโรคอะไรจึงไม่แปลกใจเสียเท่าไหร่ที่จะคุยกับพี่เขาได้อย่างถูกคอ “หนูเป็นคู่หมั้นพี่นะนินิว”
“หนูรู้ค่ะ”
“แล้วหนูไปคุยกับไอ้เจคทำไม”
“พี่เจคเป็นเพื่อนพี่นะคะ หนูคุยไม่ได้เหรอ” เดี๋ยวนะ นี่คือพี่โฬมกำลังหาเรื่องฉันใช่ปะ “โกรธหนูเรื่องอะไรเนี่ย”
“มีอะไรหนูก็บอกมันหมด”
“...”
“ทั้งที่พี่เป็นคู่หมั้น พี่อยู่ข้างๆ หนูมาตลอด แต่หนูมีเรื่องปิดบังพี่” น้ำเสียงของเขาแลดูแผ่วเบาราวกับไม่พอใจและหงุดหงิดมากๆ ดูจากอาการที่อยู่ไม่เป็นสุขของเขา “หนูบอกเรื่องสำคัญกับเพื่อนพี่ แทนที่มันควรเป็นพี่หรือเปล่า”
“พี่โฬม”
“เอาเถอะ พี่เคยบอกว่าจะไม่เซ้าซี้พี่ก็จะไม่ซักไซ้ถามอะไรทั้งนั้น” ยักไหล่ไหวพลางหยิบรีโมทรถมัสแตงสปอร์ตกับกระเป๋าเงินยัดใส่กระเป๋ากางยีนส์อีกที “พี่คงไม่น่าไว้ใจ จนนิวไม่กล้าบอกเรื่องสำคัญ แต่เลือกบอกเพื่อนพี่แทน”
ร่างสูงเดินสวนฉันออกจากห้อง ทิ้งฉันไว้กับคำพูดที่เล่นงานหัวใจดวงนี้ได้มากทีเดียว...
“จะให้หนูบอกได้ยังไง” ประตูปิดลงพร้อมร่างสูงที่เดินหายออกไปจากห้องเรียบร้อย “หนูไม่อยากถูกพี่มองว่าเป็นบ้า เพราะต้องไปพบจิตแพทย์”
ไม่มีใครรู้หรอก รวมถึงฉันด้วย ฉันไม่มีทางรู้ได้เลยว่าถ้าหากพี่โฬมรู้เขาจะมองฉันยังไง มองเป็นโรคประสาทเหมือนครั้งแรกที่เจอกันหรือเปล่า อาจจะมองฉันมีปัญหาด้านสุขภาพจิต บางเรื่องฉันเองก็เดาใจเขาไม่ออกหรอกนะหรือไม่พี่โฬมได้รู้เขาอาจจะนึกรังเกียจกันก็ได้นี่นา ฉันไม่ได้อยากคิดไปเองเพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน คนที่เข้าใจฉันก็มีแค่พี่เจค
ใช่ว่าฉันไม่เชื่อใจและไม่ไว้ใจเขา แค่ไม่อยากเอาปัญหาของตัวเองไปทำให้เขาหนักอกหนักใจเล่นต่างหาก เพราะแค่นี้พี่โฬมก็ทำเพื่อฉันมามากมายเสียจนฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเอาเปรียบเขาอยู่ฝ่ายเดียวเสมอๆ แค่มีเขาเป็นเซฟโซนในเวลาที่ฉันมองไปทางไหนไม่เจอใคร ก็เพียงพอแล้วนี่
“จอดรถให้หนูตรงนี้แปบหนึ่งได้ไหมคะ” หลังจากนั่งรถมาด้วยกันพี่โฬมก็เงียบมาตลอดทาง กระทั่งฉันเห็นร้านอะไรบางอย่างและฉับพลันคำพูดของน้องปั้นหยาก็ผุดขึ้นมาในหัว พี่โฬมจอดรถและมองตรงไปข้างหน้า ฉันจึงลงจากรถวิ่งไปยังร้านรถเข็นที่ขายน้ำเต้าหู้และมีขนมปังสังขยาด้วย แต่เป็นขนมปังที่หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเป็นแบบนึ่ง กลิ่นหอมของใบเตยทำให้ฉันรู้สึกว่าอยากจะกลืนกินมันไปทั้งหมด เมื่อได้ของที่ต้องการฉันก็ซื้อน้ำมาหนึ่งขวดกลับขึ้นมาบนรถ “หิวไหมคะ”
“...” ไม่ตอบ ก็คือต้องง้อแล้วล่ะนินิว มีเรื่องที่จะต้องทำอีกมากมายโดยเฉพาะการเอาใจพี่โฬมให้ตกลงคุยเรื่องเอกสารสำคัญกับฉัน แต่เป็นการง้อและเอาใจแบบไม่เอาเรื่องเอกสารขึ้นมาเอี่ยวนะ เดี๋ยวเขาจะมองว่าฉันง้อ เอาใจเขาเพราะมีเรื่องที่อยากให้เขาทำ
“ลองกินแบบไม่เป็นขนมปังปิ้งดูนะคะ อันนี้แบบนึ่งก็อร่อย” ฉันเปิดถุงพลาสติกและแกะถ้วยสังขยาราดนมจืด จิ้มไม้ลงบนขนมปังและสังขยาจดจ่อไปที่ริมฝีปากแดงคล้ำ “อ้าปากหน่อยสิคะ”
“ไม่ต้องมาง้อเลย”
“พี่โฬมอ่า พี่โฬมใจดีกับหนูตลอด พี่โฬมไม่โกรธหนูนานหรอก หนูรู้” ฉีกยิ้มกว้างให้กับเขาขณะที่รถจอดติดไฟแดงเกือบหลายนาที ใบหน้าหล่อเหลาหันมามองค้อนฉัน แต่ถึงจะโกรธทางสายตาก็อ้าปากงับขนมปังสังขยาพลางเบิกตากว้าง “อร่อยใช่ไหมคะ หนูป้อน”
“คิดว่าจะทำให้พี่หายโกรธ”
“หายค่ะ เพราะพี่โฬมใจดีกับหนู ไม่เคยใจร้ายเลยสักครั้ง” เยินยอคนข้างกายที่เอื้อมมือมาลูบศีรษะฉันอย่างอ่อนโยน เขาจะรู้ไหมว่าเวลาตัวเองลูบหัวฉันมันทำให้รู้สึกอบอุ่นจนแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว
“ไม่อยากให้พี่ใจร้ายก็บอกเรื่องที่ปิดบังพี่”
“วกเข้าเรื่องนี้อีกแล้ว”
“พี่ไม่ใช่ผู้ชายที่อดทนรออะไรได้นานๆ นะ” พี่เขากำลังบอกใช่ไหมว่าไม่ให้ปิดบังนานเกินไป “ไม่งั้นก็อย่าหวังว่าจะได้คุยกับพี่เรื่องเอกสารสำคัญนั้น”
ขู่แล้วหนึ่ง... ฉันเม้มริมฝีปากตัวเองและคิดหนักเป็นบ้า
“หนูรู้แล้วค่ะ”
“แล้วบอกเพื่อนๆ ของหนูด้วยว่าพี่เป็นใคร” พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “พี่ไม่ได้ขู่หนูนะนินิว”
“...”
“พี่แค่บอกเฉยๆ” นี่ขนาดไม่ได้ขู่นะ เกิดขู่ขึ้นมาฉันยิ่งมีทางเลือกเหรอ นี่คือพี่โฬมไงเซียนพนันตัวยง เขาไม่ชอบรออะไรที่มันนานเกินไปและการตัดสินใจของเขามันค่อนข้างเด็ดขาด ฉันสัมผัสได้จากเรื่องหมั้นก็พอจะรู้
“เดือนหน้าหนูจะบอก” เพราะเดือนหน้าเป็นวันกำหนดที่ฉันจะต้องไปพบแพทย์ตามนัด พี่โฬมหันมามองฉันพลางขมวดคิ้ว “ช่วยรอถึงตอนนั้นนะคะ”
“คุ้มค่าไหมล่ะ”
“คุ้มค่ะ” ใช่ มันคุ้มค่ามากพอที่จะทำให้พี่โฬมตัดสินใจเซ็นสัญญาให้ฉันก็ได้นี่นา “หนูจะไม่ปิดบังพี่โฬมอีกแล้วค่ะ”
“...”
“ไม่ใช่เพราะว่ามีเรื่องเอกสารนั้นมาเอี่ยว” ฉันหลุบสายตามองถุงขนมปังปิ้งที่ไอร้อนเริ่มเกาะเป็นหยดน้ำในถุง “หนูแค่ไม่อยากทำให้พี่โฬมต้องรู้สึกไม่ดี ทั้งที่พี่คือผู้ชายคนเดียวที่หนูเชื่อใจและไว้ใจ”
“นินิว”
“พี่โฬมเป็นสมบัติของหนูและหนูไม่อยากทำให้สมบัติชิ้นนี้ต้องรู้สึกแย่” อยากรักษาเขาเอาไว้ให้ได้นานที่สุด เขาเป็นสมบัติที่มีชีวิตและจิตใจ ฉันจึงอยากรักษาน้ำใจของเขา “ก็พี่ทำทุกอย่างเพื่อหนูขนาดนี้ หนูก็ไม่ควรปิดบัง”
“...” เขาเงียบและจ้องหน้าฉันนิ่ง
“ขอแค่พี่โฬมเชื่อใจหนู”
“หนูก็รู้” พี่โฬมขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจเย็นๆ รดรินบนกลีบปาก “ว่าพี่เชื่อใจหนูมากแค่ไหน”
เราต่างเชื่อใจกันและกัน ไว้ใจกัน มีแค่ฉันที่เอาแต่ซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้คนเดียว แค่ไม่อยากทำให้พี่โฬมต้องลำบากใจกับเรื่องของฉัน ทว่าถ้าหากมันเป็นสิ่งที่เขาต้องการ ฉันก็ยินยอมจะบอกเขาเกี่ยวกับอาการที่ตัวเองเป็น
สิ่งสำคัญคือยิ่งใกล้ชิดกับพี่โฬมมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งเหมือนตกหลุมพรางที่พี่โฬมเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเพื่อหลอกล่อฉันให้ตกลงไปในนั้น ฉันกำลังจะก้าวขาลงไปในหลุมที่พี่โฬมยืนมองอยู่อีกฝั่ง เขาทำให้ฉันไม่เป็นตัวเองเลยสักนิดเวลาที่อยู่ใกล้กัน ยิ่งได้อยู่ในสถานะคู่หมั้นด้วยแล้วก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองถูกพี่โฬมรังแกอยู่เรื่อยเฉกเช่นตอนนี้...
[50%]
*------------------------------------------------------*
หลังจากกินปิ้งย่างและต่อด้วยของหวานจนอิ่มท้อง เราสองคนก็โบกมือให้กับน้องปั้นหยาและพี่เกียร์ที่ยังคงรอแฟนสาวเลิกงาน “พี่เจคยังไม่กลับอีกเหรอคะ”“ถามหามันทำไม” เอาอีกละ ถามอะไรเกี่ยวกับพี่เจคคือไม่ได้เลยใช่ไหมเนี่ย“หนูก็แค่ถามเองนะ ทำไมต้องหงุดหงิดใส่หนูอีกแล้ว”“มันน่าจะอยู่สนามแข่ง” ตอบแค่นี้ก็จบปะ ทำไมพี่โฬมจะต้องใส่อารมณ์กับฉันด้วยก็ไม่รู้ “ไอ้เจคเหมือนจีบหนู”“ห๊ะ! ปะ เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ พี่เจคจะมา...” พอเห็นหน้าพี่โฬมที่เอี้ยวมองฉันแวบหนึ่ง เขาก็ถอดเสื้อช้อปออกตามด้วยเสื้อยืดสีดำ “นี่อย่าบอกนะคะที่พี่โฬมไม่พอใจหนูเรื่องพี่เจค คือเรื่องนี้”“ไม่ใช่แค่นี้ อีกหลายเรื่องที่หนูปิดบังพี่”“ฟังหนูนะ” เดินไปดักหน้าพี่โฬมก่อนเขาจะเดินหนีเข้าห้องน้ำ “หนูไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจค”เออ อาจจะมีช่วงแรกที่มีหวั่นไหวบ้างก็แค่นิดเดียวเอง หลังจากนั้นก็แทบจะไม่ได้หวั่นไหวอะไรกับพี่เขาเลยนะ แค่พี่เจคเขาเข้าใจอาการหรือโรคที่ฉันเป็นต่างหาก“ยอมรับค่ะ เคยหวั่นไหวกับพี่เจค”“ว่าไงนะ!”“แค่นิดเดียวค่ะ” ปิดบังไปก็เท่านั้นอะ พี่โฬมเล่นมองหน้าฉันราวกับไม่ชอบใจสุดๆ แบบนี้ เกิดมีเรื่องปิดบังเขาอีก เรื่องที่จะขอร
Rome Game #16เปิดประสบการณ์ใหม่‘แกดูสดใสมากขึ้นด้วยซ้ำตั้งแต่ได้รู้จักกับพี่โฬม’‘พี่เขาน่ะดูเป็นห่วงเธอจะตายไป’“นินิว”“...”“นิว!”“คะ มะ มีอะไรคะ”“หนูเป็นอะไร เหม่อนานแล้วนะ ไม่สั่งเค้กเหรอ?” หลุดจากภวังค์สบตากับพี่โฬมที่พยักเพยิดหน้าไปทางพนักงานที่กำลังรอฉันสั่งเครื่องดื่มกับเค้กที่อยากมากินก่อนไปกินปิ้งย่าง ฉันจึงเลือกสั่งชาเขียวเย็นและเค้กบลูเบอร์รี่ ส่วนพี่โฬมนั่งแค่น้ำแตงโมปั่นแก้วเดียวเท่านั้น “คิดมากเรื่องอะไรอีก”“เปล่าค่ะ” ไม่ได้คิดมากเรื่องอดีตหรอก แต่เป็นปัจจุบันเสียมากกว่าก็คำพูดของเยลกับทอยดังเข้ามาในโสตประสาท เรื่องที่ก่อนฉันจะหายไป พี่โฬมไปตามหาฉันกับเพื่อน เรื่องนี้พี่โฬมไม่ได้บอกดังนั้นก็เลยไม่กล้าที่จะถาม ตอนเขาว้าวุ่นหน้าตาจะเป็นยังไงนะ ให้เพื่อนอธิบายให้ฟังก็นึกไม่ออกอยากเห็นกับตาตัวเองมากกว่า“มีอะไรก็บอกพี่ เคยบอกแล้วใช่ไหม”“หนูรู้ค่ะ แค่คิดเรื่องเรียนนิดหน่อย” อ้างเรื่องเรียนดีกว่า อย่างน้อยพี่โฬมจะได้ไม่ถามซ้ำเนื่องจากฉันขาดเรียนไปหลายวัน จะคิดเรื่องเรียนก็คงไม่แปลกใจอะไร“วันหยุดที่จะถึงพี่จะไม่อยู่นะ”“เอ๊ะ? ไปไหนคะ” พนักงานเอาเครื่องดื่มกับเค้กมาเสิร
ความนุ่มหยุ่นจากริมฝีปากแดงคล้ำกดแนบลงมาจนฉันหลับตาลงจิกนิ้วระบายบนถุงขนมปังนึ่งจนป่านนี้มันคงจะขดกันเป็นก้อนกลมๆ จากฝีมือของฉัน มันสำคัญด้วยเหรอ ในเมื่อกลับรู้สึกดีทุกครั้งที่พี่โฬมบดคลึงกลีบปากฉันด้วยจูบที่แสนร้อนแรง แม้เป็นเพียงจูบเพียงแค่ด้านนอกไม่ได้สัมผัสเข้ามาในโพรงปาก ก็เล่นงานหัวใจไม่รักดีดวงนี้ให้เต้นถี่ราวกับกลองรบ หนำซ้ำยังหวั่นไหวขยับบดเบียดริมฝีปากสู้กับพี่โฬมจนเขาครางอย่างพึงพอใจเรื่องบอกอาการที่เป็นก็อีกส่วนไม่เกี่ยวกับเอกสาร หากแต่ว่าเรื่องทำให้เขาพอใจ ทำตัวดีมันก็ยังสำคัญกับฉันอยู่ดีนั่นแหละ แค่ไม่พูดพร่ำเพรื่อจนทำให้พี่โฬมคิดว่าที่ฉันทำมันมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง ถึงยังไงก็ยังอยากรู้จุดอ่อนของพี่โฬม จะถามได้จากใครล่ะถ้าไม่ใช่เพื่อนของเขา คุณพ่อแค่แนะนำว่าพี่โฬมไม่ได้ง่ายก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะรู้เรื่องราวทุกอย่างในชีวิตของลูกชายนี่นา ในเมื่อพี่โฬมคลุกคลีกับเพื่อนมากกว่าพ่อกับแม่“เก่งมาก” ถอนจูบออกเอ่ยปากชมฉัน ไม่วายก็กดจูบลงบนพวงแก้มใส “หนูจูบเก่งขึ้น”ดีใจเหรอ... คำชมของพี่โฬมทำให้ใบหน้าของฉันร้อนผ่าวไปหมด จำต้องกัดผนังในปากเพื่อดึงสติของตัวเอง“หนูทำดีแล้วใช่ไ
Rome Game #15หลุมพรางของคู่หมั้นเมื่อคืนรอให้พี่โฬมหลับฉันถึงจะย่องออกจากห้องมาหาน้ำดื่มพร้อมกินยาไปด้วย ช่วงสายของวันฉันเตรียมตัวที่จะไปเรียนหลังจากส่งข้อความบอกเพื่อนในกลุ่มแชท ทุกคนต้องรอคอยฉันอย่างมีความหวังและอยากจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ดังนั้นพอออกจากห้องน้ำ เลี้ยวเข้ามาในห้องแต่งตัวก็ต้องตกใจเพราะคิดว่าพี่โฬมออกไปรอนอกห้องแล้ว กลับกลายเป็นว่าเขายืนจัดทรงผมของตัวเองใช้ไดร์เป่าเส้นผมสีดำสนิทให้เปิดขึ้นเพื่อเห็นโครงหน้าหล่อๆ ของเขาหนำซ้ำยังหยิบน้ำหอมกลิ่นที่ฉันชอบฉีดลงบนตัว กลายเป็นว่าพี่โฬมไม่แตะน้ำหอมของตัวเอง เขาเลือกใช้น้ำหอมผู้หญิงที่ฉันชอบมากกว่า “หวงน้ำหอมพี่หรือเปล่า”“ไม่หวงค่ะ” ใครจะไปกล้าหวง ฉันมองค้อนพี่โฬมผ่านกระจกสะท้อนเงาบนโต๊ะกระจก ก่อนที่เขาจะหันมามองฉันที่กระโจมอกด้วยผ้าขนหนูสีขาวตัวเล็ก เอามือกุมปมผ้าขนหนูเอาไว้ใครจะไปคิดว่าพี่โฬมจะอยู่ในห้องกันล่ะ“หนูจะแต่งตัวเหรอ”“ใช่ค่ะ รอพี่โฬมออกไปก่อน”“ทำไม” เอนสะโพกพิงขอบโต๊ะกระจกพลางยกยิ้มมุมปาก “หนูก็แต่งตัวไปสิ พี่ไม่ว่า”“หนูโป๊นะคะ พี่โฬมจะ...” มายืนมองฉันแต่งตัวทำไมกัน ฉันก็อายเป็นปะ! ยังไม่หายโมโหเขาเรื่องเมื่
“ขอบใจนะ หยา”“หนูขอเบอร์พี่นิวได้ไหม”“ได้สิ” ฉันก้มหน้ามองมือถือของน้องปั้นหยาเห็นว่าหน้าจอล็อกเป็นรูปของพี่เกียร์และพอหน้าจอหลัก เป็นรูปคู่ที่ถ่ายแบบแก้มแนบแก้ม ถึงพี่เกียร์จะดูสีหน้าเรียบนิ่ง ฉันก็สัมผัสได้จากแววตาที่เขามองน้องเลยนะ คือคลั่งรักน้องปั้นหยามาก “น่ารักมากเลยนะ รูปคู่เนี่ย”“แหะ กว่าจะให้พี่เกียร์ถ่ายได้ เล่นเอาเหงื่อตกเลยค่ะ” น้องน่ารักมากจริงๆ ฉันไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ พี่เกียร์ผู้ชายที่ใครต่อใครก็ไม่ค่อยชอบหน้าในคณะวิศวะ ได้แฟนสาวรุ่นน้องที่น่ารักน่าหยิกแบบว่าเหมือนมาเติมเต็มชีวิตเขา ดูแล้วน้องปั้นหยาน่ะเหมาะกับพี่เกียร์มากจนฉันเองก็มองไม่ออกว่าจะมีใครเหมาะกับพี่เกียร์ได้มากเท่าน้อง “กว่าจะได้คบกัน ผ่านเรื่องราวแย่ๆ มาเยอะมากเลยค่ะ”“แต่ก็ผ่านมาได้”“เพราะพี่เกียร์มั่นคงกับหนูค่ะ หนูโชคดีที่ได้เจอกับพี่เกียร์” ไม่ใช่แค่พี่เกียร์แล้วล่ะที่คลั่งน้องปั้นหยา น้องเองก็นะคลั่งแฟนหนุ่มวิศวะโยธามากเช่นกัน “หนูรักพี่เกียร์ที่สุดในโลกเลยค่ะ”“บอกรักพี่ต่อหน้านิว”“...”“คืนนี้พี่จะบอกรักหยาบ้าง” พี่เกียร์กับพี่โฬมที่คุยกันเสร็จก็โผล่พรวดเข้ามา กระทั่งคำตอบของพี่เกียร์หลัง
Rome Game #14ขึ้นชื่อว่าลาภิศ ไม่มีคำว่าง่ายลาภิศ ความหมายของชื่อเขาคือ ‘เจ้าแห่งลาภและมีลาภได้มาก’ เป็นชื่อที่เหมาะกับเขามากจนหาที่ติไม่ได้ เพราะชื่อเป็นหน้าต่างของลักษณะนิสัยที่แท้จริงของคนๆ นั้นและพี่โฬมคือเจ้าแห่งลาภที่มีลาภได้มากจากการเป็นเซียนพนันตัวยง“ว่างๆ แวะไปหาแม่บ้างนะ”“ได้ค่ะ”“น่ารักที่สุดเลยลูก แม่กอดหน่อย” ฉันตรงเข้าสวมกอดคุณแม่พี่โฬม หลังจากที่พูดคุยธุระกับคุณพ่อเรียบร้อย เราสี่คนก็ออกจากโรงแรมของท่าน ยืนรอส่งท่านทั้งสองขึ้นรถโรลอยซ์ที่จอดรออยู่ “พี่โฬมรังแกอะไร หนูบอกแม่เลย แม่จะรีบมา”“ค่ะ” คุณแม่กระซิบบอกฉันที่ตอบตกลงว่าถ้าพี่โฬมรังแกปุ๊บ ต้องรีบแจ้นไปฟ้องคุณแม่ “ขอบคุณนะคะ”ยกมือไหว้ขอบคุณท่านทั้งสองและสบตากับคุณพ่อที่ระบายยิ้มที่แสนอบอุ่นมา กระทั่งท้ายรถโรลอยซ์ขับออกจากตัวโรงแรมไป พี่โฬมก็จับมือฉันสอดประสานกับนิ้วมือตัวเอง“หนูคุยอะไรกับพ่อพี่ตั้งนาน”“ไว้ถึงห้องหนูค่อยบอกได้ไหม”“ได้สิ แต่ตอนนี้... ไปผับ LC กันก่อนดีกว่า”“ไปทำไมคะ” ฉันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงงุนงง ก็ยอมเดินตามพี่โฬมมาถึงรถคันโปรดของเขาเพิ่งจะรู้ว่ารถของพี่โฬมเป็นรถมัสแตงสปอร์ตราคาไม่ต้องพูดถึงหร







![friend zone รักร้ายนายเพื่อนสนิท [ 3P ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)