LOGINDokter mengatakan, tanpa terapi sel terbaru, aku hanya bisa hidup selama 72 jam. Namun, Tommy Harper memberikan satu-satunya kuota pengobatan itu kepada Anna Wilson. "Gagal ginjalnya lebih parah," ujar Tommy. Aku mengangguk, lalu menelan pil putih yang akan mempercepat kematianku. Dalam sisa waktu itu, aku melakukan banyak hal. Saat penandatanganan, tangan pengacara gemetar. "Saham senilai empat triliun ini, Anda benar-benar akan mengalihkan semuanya?" Aku menjawab, "Ya, berikan pada Anna." Putriku, Clarisa, tertawa bahagia dalam pelukan Anna. "Ibu Anna membelikanku gaun baru!" "Bagus sekali, nanti dengarkan perkataan Ibu Anna, ya," ujarku. Galeri seni yang kudirikan dengan tanganku sendiri, berganti nama menjadi milik Anna. "Kakak, kamu terlalu baik," ujarnya sambil menangis. Aku menjawab, "Kamu akan mengelolanya lebih baik dariku." Bahkan aku telah menyerahkan hak atas dana perwalian orang tuaku. Tommy akhirnya menampilkan senyuman tulus pertamanya selama bertahun-tahun. "Sofie, kamu sudah berubah. Kamu nggak lagi galak. Kamu yang seperti ini, sungguh cantik." Benar, aku yang sekarat ini akhirnya menjadi Sofie Barnes yang sempurna di mata mereka. Sofie yang patuh, dermawan, dan tidak pernah membantah. Hitungan mundur 72 jam telah dimulai. Aku sangat penasaran, ketika detak jantungku berhenti, apa yang akan mereka ingat tentangku? Apakah aku akan diingat sebagai istri baik yang akhirnya belajar melepaskan, atau sebagai seorang wanita yang menyelesaikan balas dendamnya dengan kematian?
View Moreปลายฤดูฝน
เขตปกครองตระกูลหวัง
ลำธารขนาดเล็กที่ไหลตัดผ่านระหว่างไร่ไวน์กับฟาร์มผักออแกนิกเป็นพื้นที่ที่ทั้งสองตระกูลตกลงให้เป็นพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน สองฝั่งลำธารมีต้นไม้อายุยืนขนาดใหญ่ ที่กิ่งโน้มชนกันให้ร่มเงาตลอดทั้งวัน
เจ้าของร่างสมส่วนในชุดสำหรับทำงานในไร่ นอนพักสายตาใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ริมลำธารในเขตไร่ตระกูลหวัง เสียงสายน้ำไหล กอปรกับสายลมที่พัดเอื่อย ๆ ช่วงห้าโมงเย็น ทำให้ทายาทคนรองของตระกูลมาเฟียใหญ่ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า เพราะลุยงานในไร่มาทั้งวันได้เป็นอย่างดี
เรือนผมสีดำธรรมชาติพลิ้วไหวเบา ๆ ไปตามกระแสลม เผยให้เห็นต่างหูสีเงินที่สะท้อนแสงยามเย็นสายหนึ่งที่ลอดลงมาจากช่องว่างระหว่างกิ่งไม้ เปลือกตาสีอ่อนยังคงปิดสนิทเมื่อเจ้าตัวดิ่งลึกลงไปในห้วงภวังค์ความคิดที่มีเศษส่วนความทรงจำของใครบางคนลอยฟุ้งในนั้น
อ่า…คิดถึงฉิบหาย
มาร์คัส หวัง ปล่อยให้กงล้อความทรงจำในอดีตหมุนวนต่อไปโดยไม่คิดจะสลัดมันทิ้งไปอย่างที่ควรทำ
ภาพดวงหน้าสวยที่ประดับด้วยรอยยิ้มหวานบริสุทธิ์ของใครบางคนฉายวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับจะกล่อมให้มาเฟียหนุ่มพาจินตนาการถึงรอยยิ้มนั้นดำดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทรา
ทว่ายังไม่ทันที่เท้าจะก้าวเข้าไปในเขตแดนของการหลับใหล เสียงคุ้นหูของใครบางคนก็กระชากเขากลับมาสู่โลกความเป็นจริงตรงหน้าเสียก่อน
“พระเอกเอ็มวีท่านหนึ่ง” เสียงค่อนแคะลอยแหวกม่านทรงจำเมื่อครู่มาจากอีกฝั่งของลำธาร พร้อมกับละอองน้ำที่เจ้าของเสียงจงใจวักใส่
คิ้วเข้มที่พาดเหนือนัยน์ตาคมสีรัตติกาลย่นเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์นักเมื่อเวลาพักผ่อนถูกรบกวน คลื่นอารมณ์ขุ่นมัวแผ่กำจายรอบร่างกายสูงใหญ่ในวินาทีนั้นเมื่อเห็นว่าคนที่กล้ามารบกวนเขาคือยัยเพื่อนบ้านที่ไม่ค่อยลงรอยกันอย่าง บรูคลิน ริรชา ภัควัฒน์สิริ
คุณชายรองตระกูลหวังหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นัยน์ตาสีรัตติกาลดุดันจ้องมองอีกฝ่ายด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์มากกว่าเดิม เมื่อรอยยิ้มเย้ยหยันของคนที่กำลังนั่งล้างรองเท้าบู้ทอยู่อีกริมฝั่งของลำธารสะท้อนในนัยน์ตาคม
“อะไร ก็เล่นเอ็มวีนายต่อไปสิ”
“วอนฉิบหาย” เสียงทุ้มเอ่ยต่อว่าเพียงสั้น ๆ ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินหนีเพื่อนบ้าน ที่ไม่ค่อยชอบหน้ากันมาตั้งแต่ยังไม่แตกเนื้อหนุ่มสาว ทว่ายังไม่ทันที่มาเฟียหนุ่มจะได้สาวเท้าเดินแม้เพียงก้าว แผ่นหลังแกร่งก็สัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกและความเปียกชื้นบางอย่าง
อ่า…
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่ามันคือสัมผัสของน้ำในลำธาร
เปลือกตาสีอ่อนพับลงขณะบดกรามแน่นจนเป็นสันนูน หวังระงับคลื่นโทสะที่เริ่มซัดโถมไปรวมกันที่ศีรษะ ครั้นตัดสินใจปล่อยผ่านการกระทำเมื่อครู่ของยัยเพื่อนบ้าน ความเย็นวาบระลอกต่อมากระทบเข้ากับแผ่นหลังแกร่งอีกครั้ง
แม่ง…
“เหมือนนายจะร้อนเลยสงเคราะห์ให้”
ไม่ว่าเปล่าเรียวมือขาวสะอาดกลับวักน้ำใส่คนตรงหน้า ที่ตอนนี้หันมาจ้องด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ยิ่งกว่าเดิม นัยน์ตาสีรัตติกาลดุจหุบเหวลึกคู่นั้นทั้งดุดันและน่าหวาดหวั่นจนทำให้ใครต่อใครที่เผลอสบเข้ากับมันต่างพากันหลบด้วยความยำเกรง
ทว่าไม่ใช่กับทายาทภัควัฒน์สิริอย่างบรูคลิน
นอกจากคนตัวเล็กกว่าจะไม่หวั่นกลัวนัยน์ตาลึกลับแสนอันตรายคู่นั้น ก็ไม่มีสักครั้งที่เจอหน้ากันแล้วคนอวดดีจะไม่ขอหย่อนเท้าเข้าไปท้าทายความอันตรายนั้น
ครั้งนี้ก็เช่นกันที่ขาข้างหนึ่งของบรูคลินกำลังหย่อนลงไปในห้วงลึกอันตรายอีกครั้ง ด้วยการจุดชนวนโทสะที่พร้อมลุกโชนได้ทุกขณะของคนตรงหน้า
“โดนฉันอีกที ฉันเอาคืนเป็นร้อยเท่า” น้ำเสียงกดต่ำที่อัดแน่นไปด้วยการกดข่มอารมณ์บางอย่างเอ่ยบอก พลางหันหลังเตรียมก้าวเดินอีกครั้ง
ทว่า…
“เจ้าของทิ้งแล้วดุฉิบหาย” สิ้นประโยคนั้นร่างสมส่วนของคุณชายรองตระกูลหวังก็หมุนกลับมาเผชิญหน้ากับคุณหนูทายาทตระกูลดังอีกครั้ง
นัยน์ตาสีรัตติกาลที่ถูกคลื่นโทสะยึดครองไปแล้วเกือบครึ่งจ้องกดดันเจ้าของริมฝีปากได้รูปที่ยกยิ้มเยาะเขาอย่างเปิดเผย ท่าทางคล้ายหย่อนอารมณ์เนื่องจากมือแกร่งสองข้างที่ล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ราวกับปมยึดเหนี่ยวเส้นความอดทนปมสุดท้าย ที่ค่อย ๆ คลายออกจากกัน…
“อุตส่าห์ปล่อยให้ไปมีเมีย แต่ดันซมซานกลับมาเลียแผลให้เห็น…”
กระทั่ง…
“…น่าสมเพช”
หึ!
ที่สุดแล้วเส้นความอดทนที่จวนจะขาดอยู่ก่อนแล้วก็ดีดผึงออกจากกัน ประโยคเมื่อครู่เสมือนมือมัจจุราชที่ผลักผู้พูดให้ร่วงหล่นลงไปในหุบเหวรัตติกาลในวินาทีนั้น
หมับ!!
โดยไม่ทันตั้งตัว ร่างบอบบางก็ถูกมือแกร่งกระตุกเข้าหาแผงอกกำยำของอีกฝ่ายอย่างแรง หน้าผากเกลี้ยงเกลาที่ฝังจมอกมาเฟียเพื่อนบ้านชาวาบเพราะแรงปะทะเมื่อครู่ เอวบางที่เคยเป็นอิสระถูกกักขังด้วยวงแขนแข็งแกร่งในพริบตานั้น
“จะทำอะไร” เพื่อนบ้านตัวเล็กกดเสียงต่ำถาม ขณะที่เรียวคิ้วสีอ่อนที่พาดเหนือนัยน์ตาสีโอ๊คเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์
บรูคลินพยายามดิ้นขืนหาทางออกจากพันธนาการแน่นหนาของอีกฝ่าย ทว่าชั่วขณะที่เผลอสบประสานนัยน์ตาคมดุจเหวลึกคู่นั้น เซลล์ทุกเซลล์ทั่วทั้งร่างก็เหมือนจะหยุดทำงานฉับพลัน
ละอองโทสะที่แผ่กำจายรอบตัวมาเฟียเพื่อนบ้านราวกับกรงหนาที่กักขังเธอไว้ไม่ให้กระดิกตัว
“สมเพชฉันนักเหรอ…” เป็นครั้งแรกที่ลมหายใจหญิงสาวคล้ายจะค้างอยู่ในโพรงอก เมื่อสุ้มเสียงราบเรียบทว่าเปี่ยมโทสะของคุณชายรองตระกูลหวังหยุดลงแค่นั้น
ราวกับอีกฝ่ายยื้อเวลาให้เธอเตรียมใจ ก่อนที่ความใจกล้าเมื่อครู่จะเสมือนถูกมวลพายุลูกใหญ่กระหน่ำซัดให้อันตรธานไป เมื่อ…
“…ไหนเธอลองสงเคราะห์ ‘เลียแผล’ ให้ฉันเอาบุญทีสิ” น้ำเสียงเย็นเยือกของมาเฟียหนุ่มราวกับใบมีดที่พุ่งมาจ่อกระดูกสันหลัง
จริงอยู่ที่ในอดีตเธอไม่เคยหวั่นกลัวคนตรงหน้าเลยสักครั้ง เพราะไม่มีครั้งไหนเลยในที่มาร์คัส หวังจะเอาการเย้าแหย่ของเธอมาเป็นอารมณ์เช่นครั้งนี้ มากสุดก็แค่มะเหงกลงกลางหัวเธอแล้วเดินจากไป
ทว่าครั้งนี้กลับต่างออกไป ทั้งบรรยากาศรอบตัวเขาและแรงกดข่มที่ชวนขนลุกกว่าครั้งไหน ๆ ไม่คิดเลยว่าแค่การพูดสะกิดแผลใจนิดหน่อยจะทำให้อีกฝ่ายของขึ้นได้ขนาดนี้
“ปล่อยฉัน!” เมื่อสัญชาตญาณรับรู้ได้ถึงอันตรายที่รุกไล่เข้ามาประชิดตัว เรียวมือขาวจึงทั้งตี ทั้งข่วนหวังให้อีกฝ่ายคืนอิสระให้ ทว่าทุกการดิ้นขืนกลับไร้ความหมาย เมื่อคนตรงหน้าคือมาร์คัส หวัง
ยิ่งเธอดิ้นพล่านอยากหลีกหนีจากพันธนาการ เขาก็ยิ่งอยากฉุดรั้งเธอไว้
เพื่อให้รับผลของการกระทำล้ำเส้นเมื่อครู่…
“เลีย” มาเฟียหนุ่มเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเด็ดขาด หนักแน่น ไม่ยอมให้ปฏิเสธ
ทว่า…
“ประสาท” คนถูกกักขังในอ้อมแขนแกร่งเพิ่มแรงดิ้นขืนมากขึ้น ก่อนจะต้องนิ่วหน้า เมื่อฝ่ามือแกร่งที่พันธนาการเธออยู่ก็เพิ่มแรงบีบหนักกว่าเดิมตอบกลับการกระทำของเธอเช่นกัน
“บอกให้เลีย” ฝั่งมากอำนาจเอ่ยย้ำ ทั้งยังใช้นัยน์ตาสีรัตติกาลดุดันไร้แสงกดดันลมหายใจคนตัวเล็กกว่า
“ให้เลียอะไร นายเป็นบ้าเหรอ!”
“ตรงไหนมีแผลก็เลียตรงนั้น”
ปราศจากการผ่อนปรนหรือล้อเล่นใดในห้วงมืดมิดไร้แสงคู่นั้น
ทว่าสัญญาณเตือนจากเขาไม่ได้ทำให้ฝ่ายดื้อรั้นยอมศิโรราบเลยแม้แต่น้อย
“ใครทำก็ให้คนนั้นเลีย ไม่เกี่ยวกับฉัน”
“หย่อนขาเข้ามาแล้วบอกไม่เกี่ยว?”
“เจ็บนะ!” ฉับพลันแรงบีบที่แขนก็หนักหน่วงขึ้นราวกับจะบดกระดูกเธอให้ละเอียดได้ทุกขณะ มาร์คัส หวังที่เคยรู้จักถนอมใครไม่เป็นก็จริง แต่เขาก็ไม่ใช่ประเภทหน้าตัวเมียที่จะทำร้ายร่างกายผู้หญิงแบบไอ้คนเฮงซวยตรงหน้านี่
ให้ตายเถอะ…
“ร้องไห้?” เพราะความปวดร้าวจากต้นแขนสองข้างลามเลียไปทั่วทั้งร่างกายส่วนบนหนักเข้า น้ำตาที่ถูกกดข่มไว้จึงรื้นขึ้นมาประจานความอ่อนแอของเจ้าตัวอย่างยากจะหักห้าม
แม่ง…
“ปล่อย…” ที่สุดแล้วน้ำตาสายหนึ่งที่ยากจะสกัดกลั้นก็ร่วงหล่นลงในลำธารใสตามแรงโน้มถ่วงของธรรมชาติ ทว่านั่นกลับไร้ค่าในสายตาของใครอีกคน แม้แรงบีบที่ต้นแขนจะคลายลงหนึ่งระดับแต่ก็ยังคงสร้างความเจ็บปวดให้ร่างเล็กไม่น้อย
“รู้อะไรไหมบรูคลิน…” คุณชายรองตระกูลหวังเหยียดมองภาพของคนที่น่าสมเพชไม่ต่างจากเขาด้วยสีหน้าปราศจากความรู้สึก ฉับพลันริ้วน้ำแข็งเย็นเยือกในห้วงมืดมิดไร้แสงนั้นก็แหวกม่านน้ำตาเข้ามากรีดแทงหัวใจคนฟังด้วยประโยคถัดมา
“…วิธีเรียกร้องความสนใจเวร ๆ นี่ที่เธอกำลังทำต่างหาก ที่มันโคตรน่าสมเพช”
น้ำตาอีกสายไหลหยดลงไปรวมกับลำธารเบื้องล่างเมื่อความเจ็บปวดที่ต้นแขนลามเลียไปถึงก้นบึ้งหัวใจ
“สะใจแล้วก็ปล่อย” แม้จะอยากตะโกนแย้งอีกฝ่ายว่าเธอเปล่าเรียกร้องความสนใจจากเขา ทว่ากลับทำได้เพียงเค้นเสียงที่ไม่มั่นคงขอให้เขาคืนอิสระให้อย่างคนขี้แพ้
เกลียด…
เธอเกลียดท่าทีเหนือกว่าของคนตรงหน้า
เกลียดสายตาที่สะท้อนภาพเธอเลือนรางที่เขาใช้มองมา
เกลียดที่เธอมักตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทุกครั้ง
แล้วแบบนี้เธอจะเรียกร้องความสนใจจากเขาไปทำไม
สำคัญตัวเองมากไปแล้วไอ้เพื่อนบ้านเฮงซวย
“นายจะบีบกระดูกฉันให้แตกคามือเลยหรือไง!” การดิ้นขืนด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดเกิดขึ้นอีกครั้ง ยิ่งฝ่ายมากกำลังกว่ามองมานิ่ง ๆ ด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้ว่าเขาจะทำอะไรต่อจากนี้ คนตัวเล็กกว่าก็ยิ่งดิ้นขืนไขว่คว้าหาอิสระ โดยที่ไม่รู้เลยว่าการกระทำแสนพยศนั้น ยิ่งทำให้บ่วงที่พันธนาการเจ้าตัวอยู่แน่นขึ้นทุกขณะ
กว่าจะรู้ตัวว่าถูกเส้นพันธนาการแน่นหนาเมื่อครู่รั้งดึงลงไปในหุบเหวลึกรัตติกาลก็ตอนที่…
“มาร์คัส ฉันบอกให้…อื้อออ~”
โลกเงียบลงทันตา การดิ้นขืนเมื่อครู่ราวกับถูกความเยือกเย็นในห้วงรัตติกาลมืดมิดนั้นแช่แข็งไว้ หนทางหลีกหนีเร้นหายไปในคลื่นกลิ่นอายลุ่มลึก เมื่อริมฝีปากร้อนของคนตรงหน้าบดเบียดลงมาช่วงชิงเอาทุกสิ่งทุกอย่างกะทันหัน
ทั้งถ้อยคำ…
ลมหายใจ…
…และสติสัมปชัญญะ
.
.
.
เจ้าของหัวใจรัตติกาล
.
ฝากเนื้อฝากตัว ฝากติดตามนามปากกา Thrymr ด้วยนะคะ
Sore harinya, seorang wanita muda datang ke makam."Kamu siapa?" tanya Clarisa, sedikit bingung."Namaku Erin Woods aku penderita kanker pankreas," jawab wanita itu dengan mata memerah. "Lima tahun lalu, aku diselamatkan oleh Yayasan Sofie. Hari ini aku datang untuk mengucapkan terima kasih.""Dia pasti bisa mendengarnya," ucap Clarisa lembut.Erin meletakkan buket bunga di depan nisan, lalu membungkuk dalam-dalam. "Bu Sofie, terima kasih. Karena Anda, saya masih hidup sampai hari ini dan bisa melihat anak saya tumbuh besar."Pemandangan seperti itu bukan yang pertama bagi Clarisa. Setiap orang yang pernah ditolong yayasan itu akan selalu mengingat nama Sofie Barnes.Ibunya mengorbankan nyawanya, bukan hanya untuk meninggalkan penyesalan bagi keluarga, tapi juga demi memberi harapan hidup bagi ribuan orang.Langit mulai gelap, Clarisa akhirnya berdiri dan bersiap pulang."Ibu," katanya menatap batu nisan untuk terakhir kalinya, "dulu Ibu pernah bertanya, apakah kami akan mengingatmu."
Dua puluh tahun kemudian.Clarisa berdiri di depan jendela besar galeri seni, memandang jalanan Neoyark yang ramai. Dia tidak hanya mewarisi kecantikan ibunya, tapi juga bakat alami dalam dunia bisnis. Di usia 25 tahun, Clarisa sudah menjadi bintang baru yang tengah bersinar di dunia seni."Clarisa, waktunya wawancara," ujar asistennya mengingatkan.Hari ini adalah wawancara eksklusif bersama majalah TAME, dengan tema, Mewarisi Warisan Ibu, Kekaisaran Seni Putri Sofie Barnes."Clarisa, banyak orang bilang kamu sangat mirip dengan ibumu." Sang jurnalis bertanya, "Apa pendapatmu soal itu?"Clarisa terdiam sejenak sebelum menjawab pelan, "Aku nggak akan pernah bisa menjadi seperti dia.""Kenapa begitu?""Karena dia menggunakan 29 tahun hidupnya untuk mengajarkan semua orang arti cinta sejati. Sementara aku butuh 18 tahun, hanya untuk mengerti apa itu penyesalan."Sang jurnalis, yang jelas mengetahui sejarah kelam keluarga ini, tidak melanjutkan pertanyaannya.Setelah wawancara berakhir, C
Satu bulan kemudian.Tommy masih rutin mengunjungi makam Sofie setiap hari. Dia selalu membawa Clarisa, meskipun gadis kecil itu selalu enggan."Ayah, kenapa kita harus ke sini sih?" tanya Clarisa sambil menendang batu kerikil kecil."Karena di sinilah orang yang mencintaimu berbaring""Tapi dia nggak pernah main sama aku." Clarisa manyun. "Ibu Anna bilang, orang yang benar-benar menyayangiku akan selalu menemaniku."Hati Tommy hancur sekali lagi. Dia tidak tahu harus bagaimana menjelaskan pada anak berusia lima tahun itu, bahwa orang yang selalu menemaninya itu adalah pembohong, sementara orang yang tidak pernah bermain dengannya justru mencintainya dengan segenap hidupnya.Anna telah divonis penjara seumur hidup. Di pengadilan, dia masih bersikeras bahwa semuanya adalah jebakan dari Sofie. Namun, bukti-bukti yang ada terlalu kuat, tidak seorang pun yang memercayainya.Orang tua Sofie menjual rumah mereka dan pindah ke Florinda. Mereka berkata, setiap sudut kota Neoyark hanya menginga
Setelah Anna dibawa pergi, Kediaman Keluarga Barnes tenggelam dalam keheningan yang mencekam.Tommy duduk di samping jenazah Sofie, dia seperti kehilangan jiwanya. Ponselnya berdering tanpa henti, anggota dewan direksi, rekan bisnis, dan wartawan semua menanyakan apa yang telah terjadi. Namun, tidak satu pun panggilan dia jawab."Tuan," ujar Gabby dengan suara pelan, "Petugas dari rumah duka sudah datang."Tommy langsung menoleh dengan terkejut. "Nggak! Jangan bawa dia pergi!"Namun, dia tahu, itu tidak bisa dihindari. Sofie telah pergi untuk selamanya.Di lantai bawah, kedua orang tua Sofie masih memeriksa tumpukan bukti. Setiap dokumen, setiap rekaman, seakan mengiris hati mereka."Tanggal ini..." Sang ibu menunjuk pada sebuah hasil pemeriksaan medis, suaranya bergetar. "Natal tahun lalu, Sofie sudah didiagnosis kanker.""Tapi dia nggak mengatakannya sama sekali." Suara sang ayah terdengar jauh lebih tua dan lelah.Gabby mendekat dan menjelaskan, "Hari itu Anna mendadak jatuh sakit.
"Ibu."Aku menunduk. Clarisa berdiri di depanku. Dia mengenakan gaun pesta berwarna merah muda, tampak seperti seorang putri kecil."Ibu Anna menyuruhku memberi tahu Ibu." Nada bicaranya dingin, seperti sedang berbicara pada orang asing. "Sudah waktunya memotong kue.""Terima kasih sudah memberitahu
Sore harinya, di kantor pusat perusahaan.Berita itu menyebar dengan cepat, Sofie datang ke rapat dewan direksi bersama adik perempuannya, dan secara langsung mengumumkan pengalihan saham."Sofie, apa kamu sedang bercanda?" Direktur senior, Pak Harrison, menarikku ke samping."Aku sangat serius." Ak
Keesokan paginya, aku terbangun dalam rasa sakit yang luar biasa. Sel kanker terasa seperti nyala api yang membakar seluruh tubuhku, tapi obat penghilang rasa sakit membantuku tetap terlihat tenang di permukaan.Aku memaksakan diri bangun dari tempat tidur. Masih banyak hal yang harus kulakukan hari
Suamiku mengatakan aku tidak cukup lembut, orang tuaku menyebutku terlalu egois, putriku mengatakan bahwa dia lebih menyayangi Ibu Anna. Jadi, aku memutuskan untuk menggunakan 72 jam terakhirku, untuk memberikan nyawaku dan segalanya yang kumiliki kepada wanita sempurna itu.Suara dokter masih terng












Selamat datang di dunia fiksi kami - Goodnovel. Jika Anda menyukai novel ini untuk menjelajahi dunia, menjadi penulis novel asli online untuk menambah penghasilan, bergabung dengan kami. Anda dapat membaca atau membuat berbagai jenis buku, seperti novel roman, bacaan epik, novel manusia serigala, novel fantasi, novel sejarah dan sebagainya yang berkualitas tinggi. Jika Anda seorang penulis, maka akan memperoleh banyak inspirasi untuk membuat karya yang lebih baik. Terlebih lagi, karya Anda menjadi lebih menarik dan disukai pembaca.
reviewsMore