เข้าสู่ระบบ<แกร๊ก!>
เสียงปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยดึงให้อมีนา ที่ตอนแรกตั้งใจจะแค่แกล้งหลับ แต่ดันเพลียจนหลับลึกไปจริงๆ ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ เธอสะบัดหน้ามองซ้ายมองขวาอย่างงงๆ ท่าทางเก้ๆ กังๆ เหมือนเด็กหลงทางนั่นทำให้ภีมพัฒน์เผลอยิ้มออกมาอย่างขำๆ “ถึงบ้านแล้วครับ... ขี้เซาจริงๆ นะเรา” “คะ... ค่ะ ขอบคุณค่ะ!” อมีนารีบคว้ากระเป๋า เปิดประตูรถแล้ววิ่งจู๊ดเข้าบ้านไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่หางตา ทิ้งให้ภีมพัฒน์ยืนเก้ออยู่ข้างรถ เขาส่ายหัวพลางมองตามแผ่นหลังบางที่หายวับเข้าไปในบ้านด้วยความหมั่นเขี้ยว “อ้าว... คุณภีมนี่เองเหรอลูก! ไปไงมาไงล่ะเนี่ย ทำไมมีน่าถึงได้มาพร้อมกันได้?” ย่าอ่อน (แม่ของเวหา) ที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านร้องทักด้วยความแปลกใจ “เรียกภีมเฉยๆ เถอะครับคุณแม่...” ชายหนุ่มยกมือไหว้พลางปรับสีหน้าเป็นนอบน้อมทันที “พอดีคุณเวย์ติดธุระนัดลูกค้าด่วนครับผมเห็นว่าตัวเองกำลังจะแวะมาดูความคืบหน้าของบ้านข้างๆ พอดี เลยอาสามาส่งมีน่าให้ครับ” ย่าอ่อนเบิกตากว้างอย่างตกใจ “อ้าว! สรุปว่าบ้านข้างๆ นี่ พ่อภีมเป็นคนซื้อไว้เหรอ?” “ใช่ครับ ผมเอง” “ถึงว่าสิ! ทำไมตาเวย์ถึงได้กุลีกุจอจัดการดูแลให้อย่างดี ที่แท้ก็คนกันเองนี่เอง ดีเลยจ้ะ แบบนี้ได้เพื่อนบ้านเป็นคนรู้จักกัน แม่ค่อยสบายใจหน่อย แล้วจะย้ายเข้ามาอยู่เลยไหมลูก? เหมือนบ้านจะเสร็จเรียบร้อยแล้วนี่นา” “ครับ... น่าจะเป็นช่วงหลังจากจบงานแต่งน่ะครับ” ภีมพัฒน์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหมายบางอย่าง “จริงสิครับ... พรุ่งนี้เชิญคุณแม่ด้วยนะครับ พาน้องสิงโตไปด้วย ผมกำชับคุณเวย์ไว้แล้วว่าให้พาคุณแม่ไปเปิดหูเปิดตาเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ผมจองโรงแรมที่จัดงานไว้ให้แล้วครับ งานเลี้ยงเลิกดึกจะได้พักผ่อนที่นั่นเลย ไม่ต้องขับรถกลับให้เหนื่อย” “โธ่... แม่จะไปเป็นภาระลูกหลานเปล่าๆ หรือเปล่าล่ะลูก งานหรูหราแบบนั้น แม่เกรงใจจริงๆ ไหนจะเจ้าสิงโตอีก รายนั้นดื้อยังกับลิง พ่อภีมก็เห็นแล้วนี่จ๊ะ” “ไปเถอะครับคุณแม่ ผมตั้งใจจองห้องไว้ให้จริงๆ” เขาพูดย้ำด้วยสายตาอ้อนวอน จนคนฟังเริ่มใจอ่อน “ถ้าพ่อภีมว่าอย่างนั้น... แม่ไปก็ได้จ่ะ เข้ามาดื่มน้ำดื่มท่าในบ้านก่อนไหมลูก?” “ไม่เป็นไรครับ พอดีผมมีธุระต้องไปจัดการต่อ ขอตัวก่อนนะครับคุณแม่” ภีมพัฒน์ลาท่านด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะก้าวขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้ย่าอ่อนยืนงงอยู่หน้าบ้านสักพัก ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบาๆ “เดี๋ยวนะ... เมื่อกี้พ่อหนุ่มนั่นบอกว่าย้ายเข้าหลังงานแต่ง งานแต่งใครกันล่ะ? หรือว่าพ่อภีมกำลังจะแต่งงาน?” ย่าอ่อนตบหน้าผากตัวเองเบาๆ “โถ่... เรานี่ก็เหลือเกิน ลืมถามไปซะสนิทเลย เขาเชิญก็รับคำอย่างเดียวเลยนะ แก่แล้วแก่เลยจริงๆ!” ท่านส่ายหัวให้กับความขี้ลืมของตัวเอง ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าบ้านเพื่อไปเตรียมชุดสวยสำหรับงานใหญ่ในวันพรุ่งนี้ โดยที่ไม่รู้เลยว่า "งานแต่ง" ที่ภีมพัฒน์พูดถึงนั้น... เป็นงานแต่งใคร ณ โรงแรมหรูสถานที่จัดงานแต่ง บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรูถูกเนรมิตให้อลังการราวกับสรวงสวรรค์ แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์สะท้อนกับดอกไม้สดที่ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ “คุณย่าคะ... ทำไมต้องให้มีน่ามาด้วยล่ะ สรุปงานแต่งใครเรายังไม่รู้เลยนะคะ” อมีนาในชุดราตรีสีหวานที่ขับผิวให้ดูเปล่งประกายเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ย่าก็ไม่แน่ใจ กะว่าจะถามตาเวย์เมื่อคืน รายนั้นก็มัวแต่ติดงาน วันนี้เลยให้คนจากโชว์รูมมารับเรามาก่อน แล้วบอกให้มาเจอกันที่งานเลย” ย่าอ่อนหันมามองหลานสาวด้วยความชื่นชม “แต่ชุดนี้หนูใส่แล้วสวยจริงๆ นะ ดูสิ... สวยอย่างกับเป็นเพื่อนเจ้าสาวเลยล่ะ” “เพื่อนเจ้าสาวอะไรกันคะ งานแต่งใครยังไม่รู้เลย... ไม่รู้จะพามาทำไม” “ก็น่าจะเป็นงานแต่งพ่อหนุ่มภีมนั่นแหละ เมื่อวานเขาเป็นคนเชิญย่าด้วยตัวเองเลย” “อะ... อะไรนะคะ!” อมีนาชะงักกึก หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม “งานแต่งเขาเหรอคะ? เขาแต่งงาน... แล้วเขาก็เชิญครอบครัวเรามาเนี่ยนะ!” “คนใจร้าย! ” อมีนาคิดในใจด้วยความเดือดดาล “รู้ทั้งรู้ว่าเคยมีอะไรกับเรา ยังกล้าเชิญเรามาดูตัวเองเข้าพิธีวิวาห์อีก เห็นแก่ตัวที่สุด! เข้าใจนะว่ามันแค่ One night stand แต่มันก็น่าเกลียดไปไหมที่ให้คนที่เคยนอนด้วยมาร่วมงานมงคลของตัวเองแบบนี้! ” “เป็นอะไรลูก ทำไมหน้าแดงแบบนั้น?” ย่าอ่อนถามด้วยความเป็นห่วง “เปล่าค่ะคุณย่า... คนมันเยอะ หนูอึดอัด ชุดนี้ก็รัดติ้วเลย ย่ากับน้องสิงเข้าไปข้างในก่อนนะคะ หนูขอออกไปสูดอากาศข้างนอกแป๊บนึง” อมีนาเดินเลี่ยงออกมาหน้างานด้วยความรู้สึกจุกในอก “คนบ้า! ไอ้คนเฮงซอย! ทำเป็นมาบอกให้ลองคุยกันก่อน ที่ไหนได้ตัวเองกำลังจะเข้าหออยู่มะรำมะล่อ สงสารคนที่จะมาเป็นเมียคุณจริงๆ ที่ได้ผู้ชายกะล่อนอย่างนี้ไปเป็นผัว!” “อ้าว... มีน่า ทำไมไม่เข้าไปข้างในล่ะ?” เสียงของเวหาดังขึ้นจากด้านหลัง “อาเวย์... มาถึงแล้วเหรอคะ” “ใช่ อาเพิ่งเคลียร์งานเสร็จน่ะ เข้าไปข้างในสิ งานมงคลแบบนี้ใครๆ เก็อยากมากัน” “หนูคนหนึ่งล่ะค่ะที่ไม่อยากมา! อึดอัดจะแย่ ชุดก็น่ารำคาญไม่รู้คุณย่าไปสรรหามาจากไหน” “บ่นเป็นยัยแก่เลยนะเรา อาเข้าไปก่อนนะ รีบตามมาล่ะ” อมีนาเม้มปากมองตามหลังอาไปอย่างหงุดหงิด เธอชำเลืองมองไปทางประตูทางเข้างาน แล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ร่างสูงสง่าในชุดสูทสากลที่ดูดีไร้ที่ติ ภีมพัฒน์กำลังยืนต้อนรับแขกด้วยรอยยิ้มสุภาพนอบน้อม “เชอะ! หน้าบานเป็นจานดาวเทียมเลยนะ จะแต่งงานอยู่แท้ๆ ยังแกล้งมาพูดกับเราว่าลองคุยกันก่อนไหมล่ะ! ท่าชอบคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน!... แล้วจะมายุ่งกับเด็กอย่างหนูทำไม... ไอ้เฒ่าหัวงู ไอ้คนกะล่อน!” เธอจ้องเขาเขม็งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อปนน้อยใจโดยไม่รู้ตัว <...!...> จังหวะนั้นเอง ภีมพัฒน์เงยหน้าขึ้นมาสบตาพอดี เขาชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นสาวน้อยในชุดราตรีที่สวยจนแทบลืมหายใจ ใบหน้าหล่อเหลาส่งยิ้มกว้างมาให้เธอด้วยความดีใจ แต่อมีนากลับเชิดหน้าใส่แล้วสะบัดตัวเดินหนีตรงไปยังลิฟต์ทันที “อะไรของเธอ ยัยเด็กแสบ!” ภีมพัฒน์พึมพำกับตัวเองพรางมองตามร่างเล็กที่เดินหายเข้าไปในลิฟท์ คลับชั้นล่างโซน VVIP อมีนาลงมาถึงชั้นล่างสุดของโรงแรมซึ่งเป็นโซนคลับหรู แสงสีเสียงและจังหวะเพลงที่เร้าใจทำให้เธอรู้สึกปลดปล่อย “ปล่อยพวกคนแก่เขาอยู่ในงานไปเถอะ วัยรุ่นอย่างเรามันต้องที่นี่!” เธอก้าวเข้าไปที่บาร์ด้วยความมั่นใจ แม้ในใจจะสับสนว่าต้องสั่งอะไร แต่พอมองเห็นแก้วสีสวยของคนข้างๆ เธอก็หันไปสั่งบาร์เทนเดอร์ทันที “เอาแบบนั้นค่ะ!” ไม่นานเครื่องดื่มสีหวานก็มาวางตรงหน้า อมีนารูดชิมผลไม้ที่เสียบแก้วอยู่ก่อนจะกระดกรวดเดียวจนหมด “ว้าว... ร้อนท้องวูบเลย ขอแบบนี้อีกสองค่ะ!” ความขมปร่าของแอลกอฮอล์เริ่มทำพิธี สติที่เคยมีเริ่มพร่าเลือน ชายหนุ่มนิรนามข้างๆ ขยับเข้ามาใกล้ “ดื่มเยอะขนาดนั้นเดี๋ยวก็เมาหรอกครับคนสวย” อมีนาหัวเราะร่า มือเรียวคว้าหมับไปที่ไหล่ของชายแปลกหน้าอย่างถือวิสาสะ “มันก็ต้องเมาสิคะ... ไม่ใช่น้ำส้มซะหน่อย ว่าแต่พี่มาคนเดียวหรือเปล่าคะ?” อาการอ่อยตามพล็อตนิยายเริ่มทำงานเมื่อความเมาเข้าครอบงำ “ให้เกียรติเต้นกับผมสักเพลงได้ไหมครับ?” ชายคนนั้นกระซิบข้างหูพลางลูบไล้เอวบาง “เอาสิคะ...” อมีนาตอบเสียงพร่า โน้มคอเขาลงมาอย่างท้าทาย ทั้งคู่ลุกขึ้นโยกย้ายตามจังหวะเพลง ร่างเล็กปวกเปียกซบลงบนอกแกร่งของชายแปลกหน้า เธอหัวเราะคิกคักพลางพึมพำชิดใบหูเขา “พี่คง... ไม่ห่วยแตกเหมือนคนบางคนใช่ไหมคะ?” “อะไรนะครับ?” ชายคนนั้นถามด้วยความงงงวย พยายามจะรวบตัวเธอเข้าหา <หมับ!> ข้อมือของชายนิรนามถูกกระชากออกอย่างแรงด้วยพละกำลังมหาศาล แรงเหวี่ยงทำให้เขาเซไปหลายก้าว ก่อนที่ร่างของอมีนาจะถูกกระชากเข้าไปปะทะกับแผ่นอกที่คุ้นเคย “นี่คุณ...ปล่อยนะ!!!” อมีนาโวยวาย “อมีนา! เธอทำบ้าอะไรของเธอ!” เสียงทุ้มตวาดก้องท่ามกลางเสียงเพลง ภีมพัฒน์ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าโกรธจัด ดวงตาแดงก่ำด้วยความโมโหที่เห็นเธออยู่ในอ้อมกอดชายอื่น “นี่คุณ!...” อมีนาเบิกตากว้าง พยายามจะผลักเขาออกแต่กลับถูกวงแขนเหล็กรัดไว้แน่นกว่าเดิม ------------ เจ้าบ่าวหนีงานแต่งมาเหรอ! อะไร! ยังไง! ตามต่อ EP. หน้านะคะ แต่ตอนนี้ต้องกดเพิ่มเข้าชั้น กดติดตามไว้รอเลยนะคะ ถ้าจะให้ดีขอกำลังใจ มาด่วนๆ เลยคร่ายามโพล้เพล้ ณ สนามทดสอบรถ (Test Track) ส่วนตัวเบื้องหลังโชว์รูมรถหรูของภีมพัฒน์ พื้นที่ราบเรียบกว้างขวางถูกล้อมรอบด้วยรั้วมิดชิดและต้นไม้ใหญ่เพื่อให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุดสำหรับการทดสอบสมรรถนะรถคลาสพิเศษ บรรยากาศเงียบสงบมีเพียงเสียงลมพัดผ่านเบาๆ และเสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มจากรถสปอร์ตคันหรูที่จอดนิ่งสนิท“พี่ภีม... หนูว่าให้หนูไปเรียนขับพวกรถตลาดทั่วไปไม่ดีกว่าเหรอคะ! รถตั้งหลายล้าน ถ้าหนูเหยียบพลาดไปชนขอบสนามขึ้นมาจะทำยังไง” นักเรียนอมีนาหันมาถามครูผู้สอนด้วยสายตาละห้อย มือเรียวเล็กกำพวงมาลัยแน่นจนขาวซีด“ในสนามนี้ไม่มีอะไรให้ชนหรอกครับคนดี พี่เคลียร์พื้นที่ไว้ให้หนูคนเดียวเลย... ก็หนูอยากเรียนขับรถไม่ใช่เหรอ?” ภีมพัฒน์ยิ้มละมุนพรางลูบหัวคนตัวเล็กเพื่อปลอบ “เริ่มจากจับพวงมาลัยให้มั่น แล้วค่อยๆ เลื่อนเกียร์ตามที่พี่บอกนะครับ”อมีนาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสมาธิที่กระเจิดกระเจิง สายตามองตรงไปข้างหน้าแต่ใจกลับเต้นรัวแรง มือเรียวเล็กยื่นไปข้างหน้าหมายจะคว้าหัวเกียร์เพื่อเข้าเกียร์ถอยหลังตามคำสั่ง แต่เพราะมัวแต่มองกระจกหลังและตื่นเต้นจนลนลาน มือเจ้ากรรมดันคว้าพลาดเป้าไปเต็มๆ!“หมับ
ฉากที่ถูกตัดออกหลังจากอมีนากระโดดลงจากหน้าต่างชั้นสองที่บ้านของภีมพัฒน์ภีมพัฒน์เกิดความคิดพิเรนทร์ขึ้นมา เขาอยากจะใช้โอกาสนี้มัดมือชกและยั่วให้ “ว่าที่เมียเด็ก” ยอมรับออกมาเสียทีว่ารักเขา“พี่พิมพ์... เดี๋ยวผมพาไปสวัสดีคุณแม่ของคุณเวย์นะ บ้านติดกันเลยเนี่ย” ภีมพัฒน์เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงร่าเริงผิดปกติ“มาอารมณ์ไหนเนี่ยเรา? ยิ้มหน้าบานเชียว” พิมพ์ลดาเลิกคิ้วมองน้องชาย“ชัดเจนมากเลยเหรอพี่...” เขาลูบใบหน้าตัวเองเบาๆ“ชัดสิจ๊ะ! บอกพี่มานะ มีอะไรในกอไผ่? หรือที่แอบมาซื้อบ้านแถวนี้เพราะมีสาเหตุอื่น?”ภีมพัฒน์โน้มตัวลงกระซิบพี่สาวด้วยแววตาเป็นประกาย “พี่อยากเห็นหน้า ‘ว่าที่น้องสะใภ้’ ไหมล่ะ?”“ใคร! ยังไง! ไหนเล่าซิ!” พิมพ์ลดาตกใจจนเสียงหลง เพราะน้องชายคนนี้หวงความโสดมากยิ่งกว่าอะไร“ค่อยเล่าครับ... แต่คนนี้ผมจริงจัง อยากได้แบบนี้แหละ... เป็นหลานสาวคุณเวย์”“ห๊ะ! หละ... หลาน! เด็กเหรอตาภีม!” พี่สาวตาโต “ไม่ใช่ไปหลอกน้องเขานะ เดี๋ยวจะมองหน้ากันไม่ติดกับคุณเวหา”“ก็เด็กนะ ยี่สิบต้นๆ ... คนนี้ผมจริงจังครับพี่... แต่เอาเป็นว่า... อ๊ะ! ไม่ว่าผมจะพูดอะไร พี่ก็ตามน้ำผมไปก่อนนะ โอเคไหมครับ?” ภีมพัฒน์ท
ณ โชว์รูมรถหรูของภีมพัฒน์บรรยากาศในห้องทำงานของภีมพัฒน์ยังคงเงียบสงบ จนกระทั่งเวหาเดินออกไปสั่งงานลูกน้องที่โชว์รูมด้านนอก แต่กลับลืมของสำคัญทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานแรงสั่นของสมาร์ทโฟนที่วางทิ้งไว้ทำให้ภีมพัฒน์ละสายตาจากเอกสารตรงหน้า เขาเอื้อมมือหนาไปหยิบมือถือเครื่องนั้นขึ้นมาตั้งใจจะเดินตามเอาไปให้เวหาแต่่แล้วสายตาคมกริบก็ต้องชะงักกึ!ก(สายเรียกเข้า มีน่า...)ภาพบนหน้าจอโชว์รูปเด็กสาววัยใสคนหนึ่งในลุคธรรมชาติไร้เมคอัพ เธอกำลังยิ้มแป้นสดใสจนตาหยี ผิวขาวเนียนและใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นทำให้หัวใจของภีมพัฒน์กระตุกอย่างประหลาด“มีน่าเหรอ? ... ทำไมคุ้นหน้าจังวะ!”เขาพึมพำกับตัวเอง สายตาคมกริบจ้องมองรูปบนหน้าจออย่างค้นหา ความรู้สึกเหมือนมีภาพซ้อนทับกันระหว่างเด็กสาวในรูปกับ ‘ใครบางคน’ ที่เขาเพิ่งเจอมาเมื่อไม่กี่คืนก่อนลอยเข้ามาในหัว แต่ก่อนที่จะนึกออก สายก็ตัดไปเสียก่อน“อ้อ... ผมกำลังจะเอาไปให้พอดีเลยคุณเวย์” ภีมพัฒน์ปรับสีหน้าให้เป็นปกติพรางยื่นมือถือให้เพื่อนที่เดินกลับเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน“ขอบคุณครับคุณภีม ดีนะนึกขึ้นได้ กำลังจะออกไปทำธุระพอดีเลย” เวหารับไปพลางตรวจส
กลางดึกหลายวันต่อมาเสียงปลดล็อกประตูบ้านดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบสงัด อมีนาในชุดนอนผ้าแพรสีหวานบางเฉียบแอบย่องเข้ามาด้วยหัวใจที่เต้นรัว ความคิดถึงที่ไม่ได้นอนกอดร่างหนามาหลายวันทำให้เธอยอมเสี่ยงฝ่าด่านย่าอ่อนออกมาเมื่อถึงหน้าห้องนอนสามีสุดที่รัก เมียเด็กส่งเสียงอ้อนอันเป็นเอกลักษณ์“ผัวจ๋า... หนูมาแล้ว”“แอบออกมาเหรอเรา!” ภีมพัฒน์ที่เพิ่งลุกจากโต๊ะทำงานสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่ทันได้ตั้งตัว แขนเรียวเล็กก็โผเข้าโอบรอบคอแกร่ง กระโดดเกี่ยวเอวสอบของเขาไว้แน่นอย่างออเซาะ“อืม... ก็หนูคิดถึงพี่นี่นา” เธอกระซิบชิดใบหู“คิดถึงอะไร เจอหน้ากันทุกวัน แถมช่วงนี้พี่ก็ไปฝากท้องบ้านคุณย่าหนูแทบทุกเย็น” เขาหัวเราะหึในลำคอ แต่แขนแกร่งกลับรัดสะโพกมนไว้ไม่ยอมปล่อย“หรือพี่ไม่คิดถึงหนูอ่ะ? ไม่ยากนอนกอดหนูแล้วเหรอ... พี่เบื่อหนูแล้วใช่ไหมอ่ะ!” ใบหน้าหวานงอง้ำเตรียมประชดประชันตามสไตล์นักเขียนนิยายเจ้าบทบาท“ไม่คิดถึงได้ยังไง... พี่อยากกอดจนจะบ้าอยู่แล้ว”สิ้นคำยืนยัน ภีมพัฒน์ก็ช้อนอุ้มร่างบางที่ตัวเบาหวิวตรงไปยังเตียงกว้างทันที อมีนาเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยเปลวไฟปรารถ
ภายในห้องโถงกว้างของบ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับร้อนระอุยิ่งกว่าเตาเผา อมีนาพยายามลากกระเป๋าเดินทางใบโตออกมาจากโถงทางเดิน ท่ามกลางสายตาคมกริบของย่าอ่อน ที่ยืนกอดอกขวางทางไว้อย่างมั่นคง โดยมี เวหายืนอยู่ข้างๆ คอยสังเกตการณ์“จะคบก็คบกันไปสิ ย่าไม่ได้ห้าม! แต่จะหอบผ้าหอบผ่อนไปอยู่บ้านผู้ชายโท่งๆ แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน ย่าไม่ให้ไป!” ย่าอ่อนตำหนิเสียงเรียบแต่ทรงพลัง ตามฉบับคุณย่าที่ห่วงหลานสาว“ใช่มีน่า ทำอะไรให้มันเห็นหัวผู้ใหญ่บ้าง เราเป็นผู้หญิงนะ จะไปอยู่อาศัยกับผู้ชายก่อนแต่งมันดูไม่ดี” เวหาช่วยเสริมพลางประคองไหล่แม่ไว้ เมื่อเห็นท่านเริ่มมีสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาจริงๆ“หนูโตแล้วนะ! อาเวย์ แล้วหนูก็ไม่ได้จะไปอยู่กับผู้ชายทั่วไปนะย่า... ดูนี่! หนูไปอยู่กับ ‘สามี’ ที่ถูกต้องตามกฎหมายของหนูค่ะ!”อมีนาสวนกลับทันควัน ก่อนจะหยิบซองเอกสารออกมาจากกระเป๋าผ้าแล้วดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมายื่นโชว์ตรงหน้าย่าอ่อน เวหารีบคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาดูแทนแม่ทันที ทันทีที่เห็นตัวอักษรบน ใบสำคัญการสมรส ชัดเจน เวหาก็ถึงกับตาค้าง หน้าถอดสี ส่วนย่าอ่อนพอได้อ่านข้อความในกระดาษชัดๆ ก็ถึงกับนิ่งอึ้ง
ความเงียบสงัดภายในเพนต์เฮาส์หรูถูกทำลายลงด้วยเสียงพลิกตัวแผ่วเบาบนเตียงกว้าง อมีนาลืมตาขึ้นมาในความมืดสลัว ความรู้สึกแสบที่กระเพาะเริ่มทุเลาลง แต่ความว่างเปล่าข้างในกลับเรียกร้องจนท้องส่งเสียงประท้วง“พี่ภีม... พี่ภีมคะ” เสียงแหบพร่าเรียกคนตัวโตที่นอนฟุบอยู่ข้างเตียง“หื้อ! เป็นอะไร เจ็บตรงไหนหรือเปล่า!” ภีมพัฒน์สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีอย่างคนระแวดระวัง เขาดีดตัวขึ้นมาเช็กอาการคนบนเตียงด้วยสายตาลนลาน ห่วงว่าเธอจะกลับมาปวดท้องอีกรอบ“คือ... หนูหิวค่ะ อยากกินมาม่า”ภีมพัฒน์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองสบดวงตากลมโตที่จ้องเขาตาแป๋ว แววตาพยศร้ายเมื่อตอนกลางวันหายวับไป เหลือเพียงเด็กหญิงจอมหิวที่นอนห่อตัวอยู่ในผ้าห่ม เขาหลุดยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้พลางลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างแสนรัก“หมดฤทธิ์ หมดเดช ก็ตื่นมาหิวนี่นะ... ได้สิครับ รอแป๊บนะ”เขาพูดพรางยื่นมือไปบีบจมูกรั้นด้วยความเอ็นดูจนคนตัวเล็กย่นคอหนี แววตาของชายหนุ่มในตอนนี้ไม่มีความเหนื่อยล้าแม้จะถูกปลุกกลางดึก เขาเต็มใจลุกไปจัดการต้มมาม่าให้เมียเด็กที่เริ่มแผลงฤทธิ์ความหิวณ โซนครัวเสียงน้ำเดือดปุดๆ พร้อมกลิ่นหอมของเครื่องปรุงมาม่าลอยคลุ้ง ภีมพัฒน์
เสียงเครื่องยนต์เรือเร็วคำรามลั่นริมหาดทราย ปลุกเร้าอารมณ์ความสนุกของกลุ่มพนักงานที่กำลังรวมตัวเล่นโซฟาโบ๊ท อมีนาตาโตด้วยความตื่นเต้น สะกิดแขนเพื่อนรักยิกๆ“ฟ้า! ไปเล่นอันนั้นกันเถอะ น่าสนุกชิบหายเลย ไปเร็ว!”“ไม่เอาอ่ะมีน่า ฉันกลัวตกน้ำ แกไปเล่นเถอะ เดี๋ยวฉันดูน้องสิงโตทางนี้เอง” ปลายฟ้าส่ายหน้าพั
“อยากจูบหนูไหมคะ?”คนตัวโตไม่ตอบ แต่กดสะโพกสอบเน้นย้ำเข้าไปจนสุดทาง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไป ใช้ปากหยักปิดปากชมพูด้วยจูบที่ร้อนแรง แลกเปลี่ยนลมหายใจและเรียวลิ้นอย่างโหยหา เอวแกร่งเริ่มกลับมาทำหน้าที่ของมันอีกครั้งด้วยจังหวะที่หนักหน่วงและรวดเร็วเสียงครางหวานถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ พร้อมกับวิญญาณที่แทบจ
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักที่เพิ่งผ่านพายุสวาทมาหมาดๆ อมีนานอนแผ่หลา ผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อสั่นเทิ้มเบาๆ ดวงตากลมโตจ้องเพดานอย่างเหม่อลอย มือเล็กกำชายผ้าห่มที่ปิดอกเอาไว้แน่นมันเป็นแบบนี้นี่เอง... เธอคิดในใจ ความเจ็บปวดในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความซ่านสยิวจนถอนตัวไม่ขึ้น สมองบันทึก
“คนเลว... คุณมัน... อ๊ะ!”ก้านนิ้วแข็งแรงแทรกลึกเข้าไปในความคับแน่นอย่างย่ามใจ จนคนใต้ร่างสะดุ้งสุดตัว“เจ็บนะ! หนูเจ็บ!”“อยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าสวรรค์หน้าตาเป็นยังไง... เดี๋ยวพี่จะสอนให้” น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความเหนือกว่า เขาไม่ฟังเสียงทัดทาน ริมฝีปากหยักกดซับความร้อนลงบนซอกคอหอมกรุ่น ลากไล้ฝา







