LOGINSINOPSIS WAKTU YANG HILANG Melati tersenyum hambar. Apa setelah calon rivalnya pergi, serta merta hubungannya dengan Akbar -sang suami- langsung pulih? Tidak. Apa yang telah terkoyak tidak akan bisa kembali seperti sediakala. Siapa yang bisa menjamin perasaan itu masih utuh seperti dulu? Bukankah Akbar sangat terluka saat tahu calon istri keduanya membatalkan rencana pernikahan mereka. *** Saga Badra Alam. Nama yang menggetarkan lawan yang dihadapinya. Namun dibalik ketangguhannya, sebutan anak haram bagai parasit yang melekat dalam dirinya sepanjang hidup. Mirisnya panggilan itu disematkan oleh perempuan yang dipanggilnya ibu. *** Siapa Saga? Apakah hubungan antara Melati, Akbar, Saga, Nara, dan Alita? Cus ikuti kisahnya di cerbung baru saya, WAKTU YANG HILANG.
View More@ประเทศจีน
ตึก! ตึกๆ!
เสียงรองเท้าส้นสูงดังกระทบพื้นมาแต่ไกล ก่อนจะเผยให้เห็นร่างบางระหงของเสี่ยวหมี่ที่วิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากลิฟต์ด้วยความเร่งรีบ
"ตายๆ! ทำไมแกตื่นสายแบบนี้ยัยหมี่" เธอตำหนิตัวเองด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ ขณะที่มือก็หอบหิ้วเอกสารพะรุงพะรังวิ่งไปขึ้นรถ แล้วขับออกจากคอนโดด้วยความเร็ว วันนี้เธอมีนัดคุยงานกับลูกค้าคนสำคัญแต่ดันตื่นสายเพราะเมื่อคืนไปเที่ยวผับและเผลอดื่มหนักไปหน่อย
"ว๊าย!"
โครม!!
เหมือนวันนี้จะเป็นวันซวยของเธอแท้ ๆ ขณะที่กำลังขับรถด้วยความเร่งรีบเพื่อให้ทันเวลาเลยไม่ทันระวังเลี้ยวออกจากซอยคอนโดโดยลืมมองซ้ายแลขวาทำให้รถที่วิ่งมาทางตรงชนเข้ากับรถของเธออย่างจัง แต่นับว่าโชคของเธอยังดีเพราะรถอีกคันไม่ได้ขับเร็วมากเลยไม่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
"โอ้มายก๊อด!" ตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเงยขึ้นไปเห็นรถคู่กรณีเพราะมันคือรถหรู Koenigsegg Ccxr Trevita ราคาเหยียบสองร้อยล้านบาทที่มีเพียงสามคันในโลกค่าซ่อมคงสูงลิ่บลิ่วแน่นอน
"งื้อออ"
"วันซวยอะไรของฉานน" เธอโอดครวญออกมาพร้อมฟุบหน้าลงกับพวงมาลัยรถอย่างหมดเรี่ยวแรง วันนี้เธอคงพลาดนัดสำคัญกับลูกค้าแถมยังต้องรับผิดชอบค่าเสียหายของรถคู่กรณีอีกยังไงเธอก็เป็นฝ่ายผิดเต็ม ๆ
ก๊อก ๆ!
ขณะที่เธอกำลังก้มหน้าครวญครางเสียงเคาะกระจกรถฝั่งที่เธอนั่งอยู่ก็ดังขึ้น ใบหน้าสวยค่อย ๆ ผละออกจากพวงมาลัยรถแหงนไปมองทางต้นเสียง
เธอถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะเมื่อได้เห็นใบหน้าของคนที่ยืนเคาะกระจกรถอยู่ เขาช่างหล่อเหลาดูดีไปทุกระเบียดนิ้วไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว และหน้าตาที่ดูนิ่ง ๆ นั้นช่างน่าค้นหาเสียเหลือเกิน
เสี่ยวหมี่เผลอจ้องมองหนุ่มรูปงามผ่านกระจกรถนานนับนาที จนเสียงเคาะกระจกรถดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้เธอหลุดออกจากภวังค์แล้วรีบเปิดประตูลงจากรถเพื่อขอโทษ และเจรจาเรื่องค่าเสียหาย
"ฉันขอ..!"
"คุณขับรถภาษาอะไรห๊ะ! ไม่มองถนนบ้างรึไง"
เธอทำท่าจะโน้มศีรษะกล่าวคำขอโทษด้วยความรู้สึกผิด แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเจอคำพูดแสนร้ายกาจของเจ้าของรถหรูซึ่งสร้างความไม่พอใจให้เธอเป็นอย่างมาก
"พูดดี ๆ ก็ได้ทำไมต้องเสียงดัง รู้ไหมคนที่พูดแบบนี้เขาเรียกนิสัยไม่ดี ไม่มีมารยาท" จากที่จะขอโทษก็กลับกลายเป็นต่อว่าเจ้าของรถหรูแทน เพราะเหลืออดกับคนนิสัยเสียแบบนี้จริง ๆ เธอเป็นคนผิดก็จริงแต่ไม่จำเป็นต้องมาแสดงกริยาอย่างนี้ใส่สักหน่อย
"ปากดี" มาเฟียหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาจับจ้องหน้าหญิงสาวอย่างเอาเรื่องคำพูดของเธอก็สร้างความไม่พอใจให้เขาเช่นกันตั้งแต่จำความได้ไม่เคยมีใครกล้าว่าเขาแบบนี้เลย
"เอาเป็นว่าฉันขอโทษแล้วกันที่ขับรถไม่ระวัง" เสี่ยวหมี่ผ่อนลมหายใจเข้าออกเบา ๆ เพื่อให้ตัวเองอารมณ์สงบลง ก่อนกล่าวขอโทษด้วยความจำใจ เธอไม่อยากมีปัญหากับหนุ่มคู่กรณีไปมากกว่านี้เดี๋ยวเกิดเขาอย่างกลั่นแกล้งเธอขึ้นมาจะยิ่งซวยเข้าไปอีก
"ทีหลังก็ขับรถให้มันดี ๆ หน่อยไม่ใช่ปิดตาขับจนเดือดร้อนคนอื่นเขา" ทว่าอีกฝ่ายยังคงปากร้ายไม่เลิกรา เธอได้แต่เก็บความขุ่นเคืองเอาไว้ในใจ ก่อนเดินไปดูความเสียหายของรถคู่กรณี เลือกจะไม่ต่อปากต่อคำกับเขาให้เสียเวลาเพราะคิดว่าต่อปากต่อคำไปก็เปล่าประโยชน์สู้เคลียร์ให้จบไว ๆ ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปดีกว่า
"คุณจะชดใช้ให้ผมยังไงรถผมไม่ใช่คันละแสนสองแสนนะ" แต่เหมือนมาเฟียหนุ่มจะหาเรื่องเธอไม่ยอมเลิกขนาดเธอเดินหนีมาดูรถเขายังจะตามมาพูดจาให้เธอโมโหอีก
"ฉันจะเรียกประกันมาคุย"
"คิดว่าประกันรับผิดชอบไหวเหรอ" เธอถึงกับกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคออึกใหญ่คำพูดของมาเฟียหนุ่มสร้างความหนักใจให้เธอไม่น้อย ฐานะทางบ้านของเธอก็ไม่ได้ร่ำรวย ลำพังแค่เงินเดือนอันน้อยนิดของเธอจะไปพออะไร
เธอพยายามข่มความกังวลเอาไว้ไม่แสดงอาการใด ๆ ให้มาเฟียหนุ่มได้เห็น ก่อนตอบกลับคนตรงหน้าด้วยใบหน้าราบเรียบ "ประกันมาก็รู้เองแหละ"
"ประกันชั้นหนึ่งหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ผมว่าคุณคงต้องจ่ายเองแล้วล่ะ" คำพูดเชิงดูถูกพ่นออกจากปากมาเฟียหนุ่ม ทำให้คนฟังถึงกับอารมณ์เดือดดาล
"ถึงฉันจะไม่รวยเท่าคุณ แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรีพอ อย่าคิดว่ารวยแล้วจะพูดเหยียดใครก็ได้" เสี่ยวหมี่ต่อว่ามาเฟียหนุ่มด้วยความโมโห ก่อนจะเดินไปหยิบโทรศัพท์ในรถโทรเรียกประกัน
"หึ" มาเฟียหนุ่มคำรามในลำคออย่างเย้ยหยัน ดวงตาคมกริบตวัดมองผู้หญิงที่ยืนต่อว่าเขาอยู่ตรงหน้านิ่ง ๆ ความจริงหากหญิงสาวยอมอ่อนน้อมพูดจาหวาน ๆ สักนิดเขาก็ไม่คิดจะเรียกร้องค่าเสียหายจากเธอเลย
รถเสียหายแค่นี้เขาซ่อมเองก็ได้ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขา แต่เป็นเพราะคู่กรณีของเขาช่างหยิ่งผยอง อวดดี และปากกล้าเสียเหลือเกิน เขาจึงอยากทำความรู้จักกับเธอให้มากกว่านี้สักหน่อยเพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เขาจะเจอคนที่ไม่สนใจว่าเขาจะหล่อจะรวยไหม หนำซ้ำยังกล้าต่อปากต่อคำอย่างไม่เกรงกลัว ส่วนมากจะพบแต่ผู้หญิงที่เข้าหาเขาเพราะเงิน ยอมศิโรราบให้แก่เขากันทั้งนั้น
หลังจากเสี่ยวหมีโทรเรียกประกันแล้วทั้งสองก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีกเลยต่างคนต่างก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ของตัวเองไป กระทั่งประกันก็มาถึงที่เกิดเหตุ และกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็เสียเวลาไปไม่น้อย
"เรียบร้อยแล้วฉันขอตัวกลับก่อน" เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเสี่ยวหมี่ก็หันมาบอกลาหนุ่มคู่กรณีตามมารยาทก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินไปเรียกแท็กซี่
"เดี๋ยว!"
ก้าวเท้าเดินได้สองสามก้าวเท่านั้นก็ต้องหยุดชะงักเมื่อโดนหนุ่มคู่กรณีเรียกไว้ เธอพ่นลมหายใจหนัก ๆ กลอกตามองบนอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนหมุนตัวกลับมาถามด้วยน้ำเสียงห้วน "อะไรอีก"
"เอาเบอร์โทรกับที่อยู่คุณมา เผื่อมีอะไรเพิ่มเติมผมจะได้ให้ลูกน้องโทรไปคุย"
"แล้วทำไมต้องเอาที่อยู่ฉันด้วย" เสี่ยวหมี่ขมวดคิ้วเป็นปมมองหน้ามาเฟียหนุ่มด้วยความสงสัยว่าเขาจะต้องการที่อยู่เธอไปทำไมกัน
"เผื่อคุณชิ่งหนีไงลูกน้องผมจะได้ตามถูก"
"นี่เบอร์ติดต่อ ส่วนที่อยู่อยากได้ก็ไปเสาะหาเอาเอง" คำตอบของมาเฟียหนุ่มทำให้เสี่ยวหมี่ไม่พอใจเป็นอย่างมากแต่ก็เลือกจะไม่ตอบโต้กลับเพียงยื่นนามบัตรให้เขา ก่อนเดินกระฟัดกระเฟียดไปเรียกรถแท็กซี่
"หึ" มาเฟียหนุ่มมองตามร่างบางที่กำลังเดินจากไปด้วยสายตายากเกินคาดเดา ก่อนจะยกยิ้มร้ายออกมา แล้วเดินไปขึ้นรถหรูที่ลูกน้องมาจอดรอรับอยู่
"เสี่ยวหมี่" ดวงตาคมกริบมองนามบัตรที่สาวคู่กรณีเพิ่งให้มาอย่างใช้ความคิด แล้วยกโทรศัพท์ต่อสายหาลูกน้องคนสนิทอีกคน
"ไปสืบมาว่า เสี่ยวหมี่คนที่ชนท้ายรถฉันวันนี้พักอยู่ที่ไหน"
(ครับคุณเดย์)
"หึ! เสร็จฉันแน่ยัยปากดี" เขายกยิ้มร้ายออกมาหลังจากวางสายลูกน้อง ก่อนจะขับรถตรงไปยังคาสิโนของตัวเอง
Saga meletakkan ponsel di jok samping. Beberapa kali membunyikan klakson tapi juga percuma. Kemacetan sudah memanjang mulai dari depan. Macet total karena ada perbaikan jalan. Bisa jalan hanya bergerak maju sendikit, lantas berhenti lagi.Sabar sabar. Ini bukan di film India yang dia bisa meninggalkan mobilnya di sana dan lari secepat Cetah yang melompat dari mobil ke mobil lainnya, bahkan melangkahi bangunan tinggi. Adegan film yang rasanya sangat mustahil dan tidak masuk akal itu, ingin rasanya di tiru saat ini.Melihat ponselnya kembali berpendar, membuat Saga menyambar benda itu. "Halo, Sayang. Bagaimana?""Aku sudah sampai rumah sakit, Mas. Barusan di periksa dokter.""Lalu ....""Ternyata ini sudah bukaan lima. Dan aku bisa lahiran normal.""Loh, katanya beresiko kalau lahiran normal? Mana dokternya biar mas ngomong sama dia.""Dokternya sudah kembali ke kantor. Katanya nggak apa-apa aku lahiran normal. Barusan di cek semua baik-baik saja. Tensiku juga normal. Mas, jangan khawati
Waktu yang Hilang- Best MomentSaga membantu Melati menyiapkan segala perlengkapan untuk persalinan Minggu depan. Dokter kandungan sudah menyarankan supaya Melati melahirkan secara cesar saja untuk persalinan bayi kembarnya. Melati menolak, tapi Saga memintanya untuk menyetujui. Mengingat dua bulan terakhir ini Melati dua kali opname karena demam tinggi. Minggu depan genap 38 minggu usia kehamilannya. Dokter kandungan sudah menetapkan jadwal operasi untuknya.Kedua janinnya sehat. Masing-masing memiliki plasenta dan air ketuban. Jadi sudah siap dilahirkan di Minggu ke 38."Budhe Tami sampai sini sekitar jam setengah tiga sore, Mas. Tadi siang beliau ngabari," kata Melati sambil melipat baju yang hendak di masukkan ke dalam travel bag."Oke, besok mas akan pulang lebih awal dan langsung jemput budhe ke stasiun."Budhe Tami memang akan menemani Melati pada persalinan nanti. Rencananya wanita itu akan tinggal di Jogja sampai si kembar umur selapan."Mulai besok nggak usah lama-lama di
Melati tersenyum. Jagoan kecilnya sudah tebar pesona. Melihat Shaka, ia jadi teringat masa kecil suaminya. Begitulah Saga waktu kecil. Tapi Shaka memang lebih bersih dan terawat, karena jarang bermain di kebun. Kalau Saga dulu, keluyuran di kebun sampai kulitnya lecet-lecet. Berenang di kali bersama teman-teman, termasuk dirinya juga. Melati paling kecil di antara mereka."Kenapa senyum-senyum?" senggol Saga."Aku ingat masa kecilmu, Mas."Saga hendak menggoda sang istri, tapi mereka dikejutkan oleh suara salam dari pintu depan."Itu Gama datang!" Bu Ariana bangkit dari duduknya dan melangkah ke ruang tamu. Wanita itu tercekat sejenak saat melihat Gama datang bersama seorang wanita tinggi semampai. Memakai celana bahan warna krem dan blouse warna putih. Diakah pacar Saga? Gadis itu tersenyum ramah dan mencium tangan Bu Ariana. "Selamat malam, Tante.""Selamat malam.""Namanya Alita, Bulek." Gama memperkenalkan gadis itu pada sang bulek. Membuat Bu Ariana kaget, tapi tidak menunjukkan
Waktu yang Hilang- Gama dan Perempuan ItuAkbar melongok ke luar jendela. Meninggalkan sejenak laptopnya untuk melihat apa yang tengah dilakukan oleh Moana dan Shaka di luar sana.Tampak dua bocah itu sedang duduk di bawah pohon mangga. Bermain masak-masakan. Moana menuangkan sesuatu dari teko kecil ke dalam cangkir mainan. Shaka lantas pura-pura meminumnya. "Manis?"Shaka mengangguk-angguk. Moana kemudian memberikan piring kecil berisi biji-bijian. "Di makan, ya!"Bocah laki-laki itu mengikuti perintah sang kakak. Pura-pura memakan benda di piring kecil yang sama sekali memang tidak boleh di konsumsi.Pertama kali diajak bermain masak-masakan oleh Moana, Shaka sempat bingung. Dia tidak pernah bermain seperti itu, bahkan melihatnya pun belum pernah, karena mainannya di rumah hanya mobil-mobilan, robot, puzzle, dan buku mewarnai.Akbar tersenyum melihat tingkah mereka. Bahagia karena mereka sangat rukun. Shaka juga penurut. Dia juga kerasan tinggal di Malang. Tapi di Jogja sana, Saga
Waktu yang Hilang- RomansaTerlalu tua jika Bu Rista harus merona malu mendengar ucapan putra tirinya. Saat bersitatap dengan Pak Norman, sebisa mungkin ia menjaga sikap. Hampir setahun bercerai dan berharap. Nyatanya tidak ada tindakan apa-apa dari pria yang diharapkan. Patah hati lagi di usia tua.
Kamar itu sudah pernah disinggahi oleh dua wanita dan Tini menjadi yang ketiga. Bagi Tini hal itu tidak menjadi masalah. Terlalu kekanak-kanakan jika ia minta tidur di tempat lain. Bersedia dinikahi Akbar, berarti dia siap menerima semuanya.Wanita itu masih diam menatap dirinya di cermin kamar mandi
"Mas, cepetnya dapat buah ini!" Melati berbinar-binar melihat dua pack nectarin di atas meja makan setelah ia turun dari lantai dua.Saga tersenyum menghampiri. Tubuh laki-laki itu basah berkeringat setelah joging dan push up di teras samping.Melati membuka bungkusnya dan langsung meletakkan di wadah
Waktu yang Hilang- Terbongkarnya Rahasia "Aku paham bagaimana perasaan Mbak Melati, Mas. Dulu saja dia sempat stres saat berpisah dengan Moana, setelah kalian resmi bercerai." Tini berusaha memberikan pengertian pada Akbar. Sebab dia tahu betul bagaimana sedihnya Melati kala itu."Kamu tahu?""Ya, aku






Selamat datang di dunia fiksi kami - Goodnovel. Jika Anda menyukai novel ini untuk menjelajahi dunia, menjadi penulis novel asli online untuk menambah penghasilan, bergabung dengan kami. Anda dapat membaca atau membuat berbagai jenis buku, seperti novel roman, bacaan epik, novel manusia serigala, novel fantasi, novel sejarah dan sebagainya yang berkualitas tinggi. Jika Anda seorang penulis, maka akan memperoleh banyak inspirasi untuk membuat karya yang lebih baik. Terlebih lagi, karya Anda menjadi lebih menarik dan disukai pembaca.
Ratings
reviewsMore