You are My Aileen แสงจันทร์ใต้เงาแค้น

You are My Aileen แสงจันทร์ใต้เงาแค้น

last updateHuling Na-update : 2026-05-09
By:  GrayprincessOngoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
68Mga Kabanata
271views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

“อาเธอร์” ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ตำแหน่งผู้นำตระกูล เฝ้ารอวันที่จะได้แก้แค้นให้คนที่ “ฆ่า” พ่อแม่ของเขา แต่โชคชะตากลับเล่นตลก เมื่อ “ความจริง” ที่ไม่คาดคิดดันปรากฏขึ้นมา

view more

Kabanata 1

You are My Aileen 01

ตอนที่ 01

@เชียงใหม่ ประเทศไทย

ลมหายใจของเธอขาดเป็นห้วง ๆ อากาศที่สูดเข้าไปราวกับมีมีดทิ่มแทงอยู่ในอก ขาทั้งสองข้างแทบรับน้ำหนักตัวเองต่อไปไม่ไหว

แต่ถึงอย่างนั้น ไอรินก็ยังคงพาร่างกายที่สะบักสะบอมวิ่งต่อไปเรื่อย ๆ อย่างไม่นึกสนใจบาดแผลตามร่างกายเลยสักนิด เพราะสิ่งเดียวที่เธอสนใจในเวลานี้ นั่นก็คือหนทางหนีของตนเอง

แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามดิ้นรนเพียงใด ก็เหมือนไม่อาจหนีรอดจากปีศาจร้ายที่กำลังไล่ตามมา ไอรินยังคงได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงคำรามดังตามหลังมาไม่ห่าง

“ไอริน! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

“ฉันสั่งให้หยุด... เธอได้ยินไหม!”

แต่ไม่ว่าปีศาจตนนั้นจะคำรามอย่างไร ก็ไม่อาจหยุดยั้งไอรินได้ กลับทำให้เธอยิ่งต้องเร่งฝีเท้ามากกว่าเดิม

ไอรินเหลียวกลับไปมองด้านหลัง หัวใจก็แทบหยุดเต้น เมื่อเห็นว่าพวกเขาใกล้จะไล่ตามทันเต็มที เธอจึงกัดฟันตัดสินใจพุ่งเข้าไปในป่าข้างทางทันที

เบื้องหน้าเป็นป่าดิบเขาที่ต้นไม้ขึ้นหนาทึบ ทั้งมืด ชื้น และลาดชัน พื้นดินเปียกลื่นเต็มไปด้วยรากไม้และเศษใบไม้ทับถม ไอรินหวังให้ความรกชัฏของป่าแห่งนี้ช่วยบดบังสายตา และทำให้กลุ่มชายฉกรรจ์ที่ไล่ตามมาเคลื่อนไหวได้ลำบากขึ้น

ซึ่งมันก็เป็นไปตามที่เธอคาดไว้ เสียงฝีเท้าหนักค่อย ๆ ห่างออกไปทีละน้อย ระยะระหว่างเธอกับพวกเขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าจนแทบหมดแรง แต่ไอรินก็ยังฝืนวิ่งต่อไป ท่ามกลางความมืดและไอเย็นชื้นที่เกาะตามผิวกาย กระทั่งเธอมองเห็นเส้นทางข้างหน้าที่อยู่ไม่ไกลจากสายตา

ความหวังที่จะหลุดพ้นจากเงื้อมมือของคนพวกนั้นค่อย ๆ ตีตื้นขึ้นมาในอก ไอรินรีบเร่งฝีเท้า ทำให้ใช้เวลาไม่นานก็พาตัวเองออกมาจากป่าดิบเขาอันมืดครึ้มและชื้นแฉะได้สำเร็จ

ไอรินยืนหอบหายใจอยู่ริมทาง กวาดตามองเส้นทางตรงหน้าอย่างระแวดระวัง เพราะมันไม่ใช่ถนนลาดยาง แต่เป็นเพียงทางดินแคบ ๆ ที่มีรอยล้อรถบดทับเป็นแนวยาว สองข้างทางถูกขนาบด้วยต้นไม้สูงใหญ่จนแทบไม่เห็นปลายฟ้า

ไอรินเม้มริมฝีปากแน่น พลางครุ่นคิดว่าตนควรจะทำอย่างไรต่อ

ฉันยังออกไปตอนนี้ไม่ได้ ข้างหน้าอาจมีคนของเขารออยู่แล้วก็ได้

เมื่อไอรินคิดได้เช่นนั้น เธอจึงกัดฟันตัดสินใจเดินเลียบไปตามเส้นทางดินแคบ ๆ ที่ลึกเข้าไป โดยหวังเพียงว่าจะมีโอกาสรอดพ้นรออยู่ข้างหน้า

ไอรินเดินไปตามทางด้วยความหวังว่าจะสามารถขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านแถวนั้นได้ หรืออย่างน้อยก็อาจมีใครสักคนที่ยอมยื่นมือช่วยให้ที่หลบซ่อนแก่เธอ

ทว่า… สวรรค์มักชอบเล่นตลกกับชีวิตของคนเราเสมอ

เพราะไม่ว่าเธอจะเดินลึกเข้าไปเพียงใด ไม่ว่าเวลาจะล่วงเลยไปนานแค่ไหน สิ่งที่รายล้อมเธอก็ยังมีเพียงความเงียบของป่า เสียงลมหายใจของตนเอง และเงาต้นไม้สูงใหญ่ที่ทอดทับลงมาราวกับกำแพง

จนกระทั่ง การเดินทางของเธอมาถึงจุดสิ้นสุด ไม่ใช่เพราะเธอพบหมู่บ้านตามที่หวัง เพียงแต่... ไร้หนทางให้เดินต่อแล้ว

ไอรินยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น สายตาทอดมองทิวทัศน์เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ประเดประดังเข้ามา

คล้ายกับความสิ้นหวัง… แต่ในเวลาเดียวกัน เธอกลับรู้สึกโล่งใจ

มันคือความเศร้าที่ถ่วงอยู่ในอก… ทว่าเธอกลับรู้สึกสงบลงอย่างน่าประหลาด

ความย้อนแย้งจนยากจะอธิบายนี้ ไม่ต่างจากใจที่เดือดพล่าน อัดแน่นไปด้วยความโกรธแค้นชิงชัง แต่เธอกลับลงมือฆ่าเขาไม่ลง ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้ จึงเป็นเหวลึกที่เฝ้ารออยู่

สถานการณ์ตรงหน้าทำให้ไอรินหลุดหัวเราะออกมาแผ่วเบา ราวกับกำลังเยาะเย้ยตนเอง

ไอรินค่อย ๆ ลากเท้าที่อ่อนแรงไปข้างหน้าทีละก้าว ๆ ก่อนจะหยุดฝีเท้าบนแนวหน้าผาลึก ซึ่งสิ่งแรกที่รอต้อนรับเธอก็คือ สายลมที่พัดผ่านขึ้นมาราวกับกำลังกระซิบเพรียกหาเธอ

ไอรินยืนนิ่งและกวาดสายตาชมความวิจิตรที่อยู่เบื้องหน้า ทั้งยอดเขาน้อยใหญ่ที่ทอดตัวสลับซับซ้อน ไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าสีส้มแดงที่ค่อย ๆ แผ่คลุมไปทั่วผืนฟ้า ราวกับถูกย้อมด้วยเปลวเพลิง

ป่าไม้กว้างใหญ่โอบล้อมทุกสิ่งไว้ในความสงบ เสียงใบไม้ไหวเบา ๆ ผสานกับเสียงนกที่บินกลับรัง ทำให้ช่วงเวลานี้ชวนฝันจนแทบอยากหยุดหายใจ

ความตระการตานี้ทำให้อดรู้สึกไม่ได้ว่าทุกอย่างช่างเป็นใจให้เธอ ราวกับรู้ว่าจะเป็น ‘ครั้งสุดท้าย’ และนี่ก็คงเป็นความเมตตาของสวรรค์ที่หลงเหลือไว้ให้เธอ

เมื่อปรับมุมมองได้ว่าสิ่งนี้ คือเมตตาจากสวรรค์ หัวใจของไอรินก็พลันเบาลงในทันที ความชิงชังและแรงขัดขืนที่เคยกดทับอยู่ในใจ ค่อย ๆ จางลงราวกับหมอกยามรุ่งสาง จนริมฝีปากของเธอสามารถคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน และยอมรับโชคชะตานี้ได้อย่างง่ายดาย

“ไอริน!”

แม้เสียงคุ้นหูจะสะท้อนดังใกล้เข้ามา ทว่าไอรินไม่คิดหันกลับไปมอง ไม่แม้แต่จะดิ้นรนหลบหนีหรือหาที่ซ่อน เพราะในเวลานี้ ความสนใจทั้งหมดของเธอถูกตรึงไว้กับของขวัญตรงหน้าแล้ว ราวกับเธอตั้งใจจะประทับภาพทั้งหมดนั้นไว้ในส่วนลึกของความทรงจำ

ขณะที่ไอรินกำลังดื่มด่ำกับทิวทัศน์ตรงหน้าอย่างละเมียดละไม เสียงฝีเท้าหนัก ๆ จากด้านหลังก็ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท

ทว่าไม่นานนัก เสียงฝีเท้าเหล่านั้นก็หยุดลงอย่างพร้อมเพรียงกัน ก่อนที่ความเงียบงันอันหนักอึ้งจะแผ่ปกคลุมพื้นที่ด้านหลังของเธอ คล้ายกับไม่มีใครกล้าขยับ ไม่มีใครกล้าเปล่งเสียง หรือแม้แต่ลมหายใจของพวกเขาก็ดูเหมือนจะถูกกลืนหายไปกับสายลม

“ไอริน...” เสียงทุ้มนั้นทำให้ปลายนิ้วของเธอขยับเล็กน้อย

ไอรินค่อย ๆ หันกลับไปอย่างใจเย็น ก่อนสายตาจะหยุดลงที่ชายผู้หนึ่ง ‘อาเธอร์’ ชายผู้ทำลายโลกทั้งใบของเธออย่างเลือดเย็น

เขายืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มชายฉกรรจ์ที่เพิ่งมาถึง ใบหน้าคมคายยังคงดูสงบนิ่งเช่นเดิม ทว่าบางสิ่งในแววตาสีเทาคู่นั้นกลับต่างออกไปจากที่เธอคุ้นเคย

“คิดจะทำอะไร” อาเธอร์กัดฟันถามเสียงแข็ง

ไอรินเพียงมองเขาเงียบ ๆ เฝ้ามองนัยน์ตาสีเทาที่ไม่เคยยี่หระต่อสิ่งใดง่าย ๆ แต่บัดนี้กลับมีรอยสั่นไหวบางอย่างแทรกอยู่อย่างปิดไม่มิด

เขากำลังสับสนอยู่งั้นเหรอ...

ทั้งที่เขาเป็นคนผลักเธอให้มายืนอยู่ตรงปากเหวแห่งนี้ ทั้งที่เขาเป็นคนทำให้เธอไม่เหลือหนทางให้หวนกลับ ทำไมตอนนี้ถึงมองกลับมาประหนึ่งไม่พอใจกับผลลัพธ์นี้

“เด็กดี... มาทางนี้มา” เสียงของอาเธอร์อ่อนลงอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน ดวงตาสีเทาคู่นั้นจับจ้องมาที่เธอไม่วางตา ท่าทีของเขาดูคล้ายคนที่อยากก้าวเข้ามาหา แต่กลับต้องฝืนหยุดตัวเองเอาไว้ด้วยเหตุผลบางอย่าง

สุดท้ายจึงทำได้แค่ค่อย ๆ ผายมือยื่นออกมาหาเธอ ราวกับกำลังอ้อนวอนให้เธอจับมันไว้ แต่เธอกลับยืนนิ่ง ก่อนจะหลุบสายตาลงมองมือที่เคยปลอบโยนเธออย่างเฉยเมย

“เรากลับบ้านกันนะ หื้ม...?”

คำว่า ‘บ้าน’ แว่วเข้ามาในหูของเธอ ก่อนจะนึกสงสัยว่า สิ่งที่เคยเป็นบ้านของเธอ ถูกเขาทำลายไปหมดแล้วไม่ใช่เหรอ

ดังนั้นคำชวนของเขา จึงไร้ซึ่งคำตอบกลับจากริมฝีปากของไอริน ร่างของเธอยังคงยืนอยู่ริมหน้าผาอย่างสงบนิ่ง ราวกับไม่ได้ยินเสียงของเขาแม้แต่น้อย

“ได้โปรดเถอะ... ไอริน” เสียงของอาเธอร์สั่นเครือ

เธอเห็นดวงตาสีเทาคู่นั้นแดงก่ำ สายตาของเขายังคงตรึงอยู่ที่เธอแน่วแน่ ไม่ยอมละไปแม้เพียงเสี้ยววินาที

ใบหน้าที่เคยเย็นชาและสูงส่งจนดูเอื้อมไม่ถึง บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น อ้อนวอน และความสิ้นหวังอย่างที่เขาไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป

ไอรินมองใบหน้านั้นนิ่ง ๆ ก่อนมุมปากจะกระตุกขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่าเขาเองก็สามารถทำสีหน้าแบบนั้นเป็น จนหลุดเสียงหัวเราะเบา ๆ ออกมาจากลำคอ

ซึ่งมันไม่ใช่เสียงหัวเราะของความสุข แต่มันแตกพร่าและเจือไปด้วยความเย็นชา ราวกับเธอกำลังได้ชมเรื่องน่าขันที่สุดเรื่องหนึ่ง

“กลับบ้านเหรอ...” ไอรินเอ่ยเสียงแผ่ว ริมฝีปากยังคงมีรอยยิ้มจาง ๆ ประดับอยู่

“ฉันไม่มีบ้านให้กลับแล้ว”

“มีสิ...” อาเธอร์รีบพูดขึ้นทันที

“เธอมีฉัน ฉันจะเป็นบ้านให้เธอ ไม่ว่า…”

“หึ... ฮ่า ๆ ๆ”

เสียงหัวเราะของไอรินดังแทรกขึ้นมาก่อนที่เขาจะพูดจบ เป็นเสียงหัวเราะที่ทั้งเย็นเยียบและว่างเปล่า

“คนที่ลงมือทำลายบ้านของฉัน...” เธอมองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ

“จะเป็นบ้านให้ฉันได้ยังไง”

ทั้งที่เธอเพิ่งยอมรับผลจากการกระทำของตัวเองได้และเตรียมพร้อมจะจากไปได้แล้วแท้ ๆ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งและนึกถึงความโหดเหี้ยมที่เขาทำไว้กับเธอ ก็ทำให้ไฟแค้นในอกของไอรินลุกโชนขึ้นอีกครั้ง

ความร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาถึงขอบตา จนภาพของชายตรงหน้าพร่าเลือนอยู่หลังม่านน้ำตา

เธอเกลียดเขา… เกลียดจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าความเกลียดชังนั้นไม่ได้ทำให้เธอเข้มแข็งขึ้นเลย ตรงกันข้าม มันกลับเหมือนปลายมีดแหลมคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งเธอแค้นเขามากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น

นั่นเพราะเธอไม่อาจยอมรับได้ว่า สิ่งสวยงามที่เธอยึดมั่น ไม่ว่าจะทั้งความรัก ความดี ความซื่อสัตย์ ความเชื่อใจ สุดท้ายสิ่งเหล่านั้นกลับย้อนมาทำร้ายครอบครัวของเธออย่างเลือดเย็นและเธอไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่าเป็นเธอเองที่นำความตายมาสู่พวกเขา

ลมแรงพัดกรรโชกจนเส้นผมของเธอปลิวกระจัดกระจาย แต่ไอรินแทบไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็นเลย ดวงตาของเธอสบกับอีกฝ่ายนิ่งงันและยาวนาน ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา มีเพียงน้ำตาสีใสที่ไหลอาบแก้มของเธอไม่ขาดสาย

จู่ ๆ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าและเสียงเรียกที่คุ้นเคยก็ดังแทรกผ่านเสียงลมเข้ามา ทำให้สายตาที่พร่ามัวเพราะน้ำตาหันไปทางต้นเสียงโดยอัตโนมัติ

‘นที’

เพียงเห็นใบหน้าของเขา ความเจ็บปวดที่เธอพยายามกดไว้ก็เหมือนจะปริแตกออกมามากขึ้นกว่าเดิม

เขายืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจและความหวาดหวั่น

“ริน!... รินอย่าทำอะไรบ้า ๆ นะ”

“…”

ไอรินไม่ได้ตอบ เธอทำได้เพียงมองเขาผ่านม่านน้ำตา ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย แต่ไม่มีถ้อยคำใดออกมา

“ไอริน... มาหาพี่ นะ พี่อยู่นี่แล้ว” นทีส่งสายตาอ้อนวอนต่อเธอพร้อมน้ำเสียงขอร้อง เขาผายฝ่ามือออกหมายให้เธอเดินมาหา แต่ไม่สามารถโน้มน้าวหญิงสาวที่ใบหน้าท่วมไปด้วยน้ำตาได้

สิ่งที่นทีได้กลับมาคือความเงียบพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ที่ไม่อาจตีความหมายได้

เขาจึงพยายามพูดต่อ แต่น้ำเสียงสั่นเครือจนแทบไม่เหลือเค้าความมั่นใจ

“พี่รักเธอไอริน มาหาพี่นะ พี่สัญญา... ครั้งนี้พี่จะไม่ปิดบังอะไรเธออีก จะรักแค่เธอ… จะไม่ให้ใครมาแทรกกลางพวกเราได้อีก นะ... ริน”

“พวกเราสัญญากันว่าจะไปเที่ยวรอบโลกด้วยกันไม่ใช่เหรอ เธอบอกว่าอยากมีบ้านหลังเล็ก ๆ และเราก็ปลูกผักทำสวนด้วยกัน วันหยุดก็มานั่งดูหนังด้วยกัน เธอบอกว่าอยากทำให้พี่ร้องไห้ให้ได้เพราะบทหนังของเธอนี่น่ะ จำได้ไหม”

จำได้… เธอจำได้ทุกอย่าง

สิ่งเหล่านั้นที่นทีเอ่ยถึง เคยเป็นสมบัติล้ำค่าที่ไอรินเก็บรักษาไว้อย่างทะนุถนอม และเคยเชื่ออย่างไร้เดียงสาว่า ขอเพียงมีเขาอยู่ในทุกภาพฝันเหล่านั้น ต่อให้เป็นเพียงชีวิตเรียบง่ายแสนธรรมดา ทุกอย่างสวยงามมากพอสำหรับเธอ

แต่ตอนนี้ เมื่อได้ยินเขาพูดถึงมันอีกครั้ง ภาพเหล่านั้นกลับฟังดูเย็นเยียบ เหมือนกับหยิบเศษแก้วจากความฝันที่แตกละเอียด กรีดซ้ำลงบนบาดแผลเดิมที่เขาเป็นคนทำ

“พวกเราลืมเรื่องในอดีตและเริ่มต้นกันใหม่ได้ หือ?”

ไอรินส่ายหัวปฏิเสธทั้งน้ำตาพร้อมเสียงสะอื้นที่ไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป ‘ไม่’ เธออยากบอกเขาอย่างนั้น แต่ริมฝีปากกลับสั่นจนเปล่งเสียงออกมาไม่ได้

การเริ่มต้นใหม่ไม่สามารถใช้ได้กับเธอและเขาอีกแล้ว

ไอรินรู้ดีว่าความฝันที่นทีพูดถึงนั้นอยู่ไกลเกินกว่าจะเอื้อมกลับไปหาได้อีก เธอเดินมาไกลเกินไปแล้ว ไกลจนเมื่อหันกลับไปมองเส้นทางด้านหลังที่เดิมมา เธอก็พบเพียงเศษซากของความรักและความเชื่อใจที่ถูกเหยียบย่ำจนจำรูปเดิมไม่ได้

“ไอริน... มาทางนี้” เสียงของอาเธอร์ดังขึ้น ทำลายความสนใจของเธอต่อนที

ไอรินหันกลับไปหาเขาอีกครั้ง ดวงตาที่ยังเปียกชื้นสบกับอาเธออยู่ชั่วขณะ ก่อนเธอจะค่อย ๆ หันกลับไปมองนทีอีกหน

นทียังยืนอยู่ตรงนั้น มือของพวกเขาทั้งสองคนยังค้างอยู่กลางอากาศ ราวกับรอให้เธอเดินกลับไปหา

ไอรินมองคนทั้งสองสลับกันไปมา ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า สีแดงฉานของยามเย็นสะท้อนอยู่ในดวงตาเธอ ราวกับโลกทั้งใบกำลังลุกไหม้อยู่เหนือศีรษะ

แล้วในวินาทีถัดมา เสียงหัวเราะก็หลุดออกจากลำคอของเธอ แผ่วในตอนแรก ก่อนจะดังขึ้นเรื่อย ๆ ก้องไปทั่วบริเวณนั้น

ทุกอย่างดำเนินมาถึงจุดนี้แล้ว เธอจะโทษใครได้อีก ในเมื่อเป็นเธอเองที่ไม่รู้จักคิดแยกแยะให้ดี กว่าจะรู้ตัว เธอก็ไม่เหลืออะไรให้ยึดมั่นอีกต่อไปแล้ว

ไอรินก้มหน้าลงช้า ๆ เสียงหัวเราะที่เคยดังก้องค่อย ๆ แผ่วหายไป เหลือเพียงลมหายใจสั่นพร่า กับเสียงสะอื้นขาดห้วงที่แทบกลืนไปกับสายลมยามเย็น

รอยยิ้มยังคงค้างอยู่บนริมฝีปากบาง ทว่าในดวงตาของเธอกลับว่างเปล่าอย่างน่ากลัว

บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบลงอย่างผิดปกติ จนเสียงลมที่พัดผ่านใบหญ้ากลายเป็นสิ่งเดียวที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ในโลกใบนี้ และแล้วความตึงเครียดก็พุ่งสูงขึ้นในชั่ววินาทีถัดมา เมื่อเท้าเล็กของไอรินเริ่มขยับ

เธอก้าวถอยออกไปอย่างเชื่องช้า ทีละก้าว ทีละก้าว ขณะที่สายตาของคนทั้งสองยังคงจับจ้องมาที่เธอ ไม่ต่างจากคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าสิ่งสำคัญกำลังค่อย ๆ หลุดมือไปต่อหน้าต่อตา

ความร้อนรนในดวงตาของพวกเขาชัดเจนขึ้นทุกขณะ ปะปนไปกับความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด ทำให้ทำให้ไอรินอดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใด... ทำไมพวกเขาต้องมีท่าทีแบบนั้น

แต่ทันใดนั้น… เสียงบางอย่างกระแทกพื้นดัง ตุบ!

ไอรินชะงักเล็กน้อย ปลายเท้าหยุดนิ่งอยู่กับที่ ก่อนสายตาของเธอจะค่อย ๆ เลื่อนไปยังต้นเสียง สิ่งที่พบคืออาเธอร์ที่ทรุดตัวลงกับพื้น

ภาพนั้นทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ

‘อาเธอร์’ ชายคนที่เคยยืนสูงเหนือทุกคน ชายที่แผ่นหลังตั้งตรงเสมอราวกับไม่มีสิ่งใดในโลกนี้กดเขาให้ต่ำลงได้ บัดนี้กลับคุกเข่าอยู่กับพื้น เข่าทั้งสองกระแทกลงอย่างไร้การป้องกัน แผ่นหลังที่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสโน้มลง ราวกับเรี่ยวแรงทั้งหมดในร่างกายถูกดึงหายไปในพริบตา

ไอรินจ้องมองเขานิ่ง ๆ ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นเขาในสภาพนี้

“ฉันยอมแพ้แล้ว... ได้โปรดหยุดเถอะ ขอร้องละ...”

คำว่า ‘ยอมแพ้’ ที่ออกจากปากของเขาฟังแปลกประหลาดจนไอรินแทบไม่แน่ใจว่าตัวเองได้ยินถูกต้องหรือเปล่า

“ฉัน… จะปล่อยเธอไป... ให้เธอเป็นอิสระ”

คำว่า ‘อิสระ’ นั้นเบาเหลือเกินเมื่อหลุดออกมาจากปากของอาเธอร์

ไอรินจึงทำได้เพียงกะพริบตาช้า ๆ เธอไม่รู้ว่าเธอควรดีใจไหม ควรรู้สึกโล่งใจหรือเปล่า ควรวิ่งออกไปจากที่นี่ทันทีแล้วไม่หันกลับมามองอีกเลยไหม ในใจของไอรินตอนนี้ไม่มีความรู้สึกใดชัดเจนเลย นอกจากความว่างเปล่าที่แผ่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนหัวใจของเธอเหนื่อยเกินกว่าจะมาสนใจต่อคำสัญญาปากเปล่าเหล่านั้นอีก

สายตาของเธอเลื่อนไปยังเหล่าลูกน้องที่ยืนอยู่รอบบริเวณ ใบหน้าของพวกเขาที่เห็นเจ้านายของตนคุกเข่าเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง โดยเฉพาะเจย์เลอร์

ไอรินเห็นเขามองอาเธอร์ด้วยแววตาสับสนปนตกใจ ราวกับภาพตรงหน้าขัดแย้งกับทุกสิ่งที่เขาเคยรู้จักเกี่ยวกับเจ้านายของตัวเอง และถึงแม้เธอจะรู้สึกตกใจกับการกระทำของอาเธอร์อยู่บ้าง แต่ก็ไม่คิดเปลี่ยนความตั้งใจ เพราะตอนนี้เธอรู้สึกเหนื่อยมาก จนแม้แต่ความโกรธ เธอก็ยังรู้สึกว่ากินเรี่ยวแรงเธอมากเหลือเกิน

“อาเธอร์... พี่เห็นไหมว่า วันนี้ทุกอย่างเป็นใจมากจริง ๆ” เสียงของไอรินเรียบนิ่งจนน่าประหลาด ไม่เหมือนคนที่เพิ่งร้องไห้จนแทบยืนไม่ไหวอีกต่อไป สีหน้าของเธอสงบจนแม้แต่อาเธอร์ที่เคยอ่านผู้คนได้ทะลุปรุโปร่งก็ไม่อาจเข้าใจได้ว่า เธอกำลังรู้สึกอย่างไร หรือกำลังคิดอะไรอยู่

เธอมองชายที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า แววตาอ่อนโยนลงอย่างแปลกประหลาด ทว่าความอ่อนโยนนั้นกลับว่างเปล่าและเงียบเหงา ราวกับแสงสุดท้ายของวันที่กำลังจะลับหายไปหลังเส้นขอบฟ้า

“หมายความว่าอะไร” น้ำเสียงของอาเธอร์แผ่วลง จนไอรินได้ยินความระแวงแฝงอยู่ในนั้น จากนั้นเธอคลี่ยิ้มบาง ๆ แล้วเริ่มไขข้อสงสัยให้กับเขา

“อะไรที่ไม่เคยเห็น วันนี่ก็ได้เห็น สิ่งที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น วันนี้ก็เกิดขึ้น แถมท้องฟ้าวันนี้ก็ยังสวยมาก ๆ อีกด้วย พี่จำได้ไหมว่าฉันชอบท้องฟ้าแบบนี้ที่สุด” พูดจบ เธอก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีส้มแดงที่แผ่กระจายไปทั่วผืนฟ้า ราวกับมีใครสักคนละเลงสีของเปลวไฟลงบนเมฆทั้งหมด แสงอาทิตย์สะท้อนจากด้านหลังของเธอ ทำให้เงาร่างของไอรินทอดยาวไปบนพื้น ก่อนจะทับลงบนร่างของอาเธอร์ที่ยังคุกเข่าอยู่ตรงนั้น

ชั่วขณะหนึ่ง ไอรินรู้สึกราวกับโลกกลับหัวกลับหาง จากคนที่เคยเป็นปีศาจในชีวิตเธอกลับอยู่ต่ำลงไป ส่วนเธอ ผู้ซึ่งเคยเป็นเพียงเหยื่อของเขา กลับยืนอยู่เหนือเงานั้น ราวกับปีศาจผู้อ่อนโยนที่กำลังตัดสินโทษให้กับมนุษย์ผู้โง่เขลา

“จำได้สิ เธอเคยบอกให้ฉันฟัง ตอนนั้น… ที่พวกเราไปทะเลด้วยกันสองคน”

“ใช่... แม้ฉันจะเกลียดและเคียดแค้นพี่ แต่ฉันดีใจนะที่ได้มองท้องฟ้าแบบนี้กับพี่เป็นครั้งสุดท้าย” สิ้นเสียงของไอริน โลกทั้งใบก็คล้ายเงียบลง

เธอเห็นดวงตาที่แดงก่ำจากการพยายามสะกดกลั้นสิ่งต่าง ๆ แต่สุดท้ายความพยายามนั้นก็ไร้ความหมาย

หยาดน้ำใส ๆ ค่อย ๆ เอ่อคลอ ก่อนจะร่วงหล่นจากขอบตาของเขาอย่างเชื่องช้า ไหลผ่านใบหน้าที่ไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใด

ไอรินยืนมองนิ่ง ๆ ทั้งที่ภาพนี้เคยเป็นสิ่งที่เธอคิดว่าหากได้เห็นสักครั้ง หัวใจคงเบาลงบ้าง หรือบางครั้งอาจทำให้บาดแผลของเธอรู้สึกได้รับเศษเสี้ยวของความยุติธรรม แต่เมื่อมันเกิดขึ้นจริงตรงหน้าเธอ เธอไม่ได้รู้สึกสะใจเหมือนอย่างที่คิด ขณะเดียวกัน เธอกลับความเจ็บปวดอย่างอธิบายไม่ดู

อาเธอร์ยังคงคุกเข่าอยู่ตรงนั้น ดวงตาคู่นั้นไม่สามารถปกปิดความพังทลายได้อีกแล้ว ทุกความเข้มแข็งที่เคยใช้กดทับความรู้สึกของตัวเองคล้ายถูกฉีกออกทีละชั้น เหลือเพียงชายคนหนึ่งที่กำลังยื้อสิ่งสำคัญที่สุดไว้ด้วยมือที่สั่นเทา

เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ก่อนจะพยายามเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“ฉะ ฉันสัญญาจะปล่อยเธอไป ฉันจะ…”

“ไม่… อาเธอร์”

ไอรินเอ่ยแทรกอย่างแผ่วเบา ทว่าชัดเจนพอที่จะทำให้เขาเงียบ

“ฉันไม่มีหน้าที่จะมีชีวิตอยู่ทั้งที่เป็นคนผลักครอบครัวไปสู่ความตายหรอกนะ”

“ฉันจะไปหาพวกเขา… ไปบอกกับคุณพ่อว่าฉันผิดไปแล้ว ไปขอโทษคุณแม่ที่ฉันเป็นลูกสาวไม่ได้เรื่อง ไปขอให้ตรินทร์ให้อภัยพี่สาวที่โง่เขลาคนนี้” ทันทีที่ไอรินพูดจบ สีหน้าของอาเธอร์ก็เปลี่ยนไป

ความสิ้นหวังในดวงตาคู่นั้นบิดเบี้ยวกลายเป็นบางสิ่งที่รุนแรงกว่าเดิม ทั้งบ้าคลั่ง ทั้งยึดติด ราวกับเขาเพิ่งได้ยินคำพิพากษาที่ไม่มีวันอุทธรณ์ได้อีก มือทั้งสองข้างเกร็งแน่นกับพื้นจนเห็นเส้นเลือดนูนชัด ร่างกายสั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุม

“ใครอนุญาต!” เสียงตะโกนนั้นฉีกผ่านอากาศ จนไอรินสะดุ้งเล็กน้อย

อาเธอร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไม่อาจห้ามไว้ได้ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความยึดติดที่น่าหวาดหวั่น

“ชีวิตของเธอเป็นของฉัน ถ้าฉันไม่อนุญาต เธอก็ตายไม่ได้! ฉันไม่อนุญาตให้เธอตาย! เธอเข้าใจไหม!” เขาตวาดเสียงดังลั่น ราวกับทุกคำพูดคือความพยายามสุดท้ายที่จะรั้งเธอไว้ด้วยพันธนาการที่มองไม่เห็น

“ถ้าเธอกล้าตาย… ฉันจะไล่ตามเธอไปจนถึงขุมนรก!” น้ำเสียงของเขาแตกพร่า สั่นระริกด้วยความหวาดกลัวที่ถูกกลบด้วยความบ้าคลั่ง

“แม้ตายแล้วเธอก็ยังต้องเป็นของฉัน! ให้เธอเป็นของฉันตลอดไป! ฉันจะไม่ให้เธอได้อยู่อย่างสงบ! ได้ยินไหม!?”

อาเธอร์หอบหายใจหนัก ดวงตาจับจ้องเธอราวกับคนเสียสติ ทุกถ้อยคำที่หลุดออกมาเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจ ยึดติด และแตกสลาย จนแทบไม่เหลือเค้าของชายผู้เยือกเย็นคนเดิม

สิ้นเสียงของอาเธอร์ เสียงฮือฮาและความตื่นตกใจดังแผ่วอยู่รอบตัว แต่ไอรินไม่ได้สนใจนัก เธอเห็นเพียงปลายสายตาของเจย์เลอร์ที่เบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ ราวกับเขาเพิ่งได้เห็นอีกด้านที่อยู่ในตัวอาเธอร์

“ทั้งฉันและพี่ล้วนเป็นคนบาป” ไอรินเอ่ยเสียงเบา

“พวกเราไม่ควรเจอกัน... ทั้งในอดีต ปัจจุบัน หรือแม้แต่ในอนาคต” คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าของอาเธอร์ซีดลง

“ไม่! ฉันไม่ยอม!” เสียงปฏิเสธของเขาดื้อดึงเหมือนเด็กที่ไม่ยอมรับความจริง แต่ไอรินกลับเพียงมองเขานิ่ง ๆ

เธอหลุบตาลงช้า ๆ ก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าเป็นครั้งสุดท้าย

“ใกล้ถึงเวลาของฉันแล้ว”

บนท้องฟ้าสีแดงฉาน เธอเห็นนกฝูงเล็ก ๆ กำลังทยอยบินกลับรัง พวกมันโฉบต่ำไปตามแนวต้นไม้ โดยมีจุดหมายเดียวก็คือ กลับสู่ความอบอุ่นที่คุ้นเคยที่เรียกว่า ‘บ้าน’ และเธอก็เช่นกัน

ถ้าหากเธอสามารถกลับไปยังสถานที่แสบอบอุ่นเหล่านั้นได้อีกครั้ง ต่อให้ต้องแลกด้วยวิญญาณ เธอย่อมจะยินดี

ทันใดนั้นสายตาของเธอนิ่งลง ก่อนน้ำตาหยดสุดท้ายไหลลงมาตามแก้มพร้อมกับรอยยิ้มของเธอที่ดูสงบเหลือเกิน

“พี่เป็นคนผลักฉันให้มายืนอยู่บนปากเหวนี้... ก็มองดูฉันร่วงลงไปกับตาตัวเองเถอะ”

คำพูดนั้นทำให้อาเธอร์เบิกตากว้าง ก่อนที่จะได้ยินเสียงกระแทกของลมดัง พรึ่บ! พร้อมกับร่างของไอรินที่ร่วงลงไป

“ไม่!” เสียงเรียกของอาเธอร์แตกพร่า ราวกับหัวใจถูกฉีกออกในพริบตา แต่สำหรับไอริน เสียงนั้นกลับค่อย ๆ ไกลห่างออกไป

ในห้วงเวลาที่ร่างกายร่วงหล่นลงมาและลอยอยู่กลางอากาศ ไอรินนึกว่าสิ่งที่เธอจะหวนนึกถึงได้ในวาระสุดท้ายจะเป็นเพียงแค่ฝ่ามืออุ่น ๆ ของคุณพ่อยามลูบหัวของเธอ เสียงปลุกในทุก ๆ เช้าของคุณแม่ หรือรอยยิ้มอบอุ่นราวกับแสงแดดแรกของตรินทร์

ทว่า... หัวใจเจ้ากรรม กลับยังคงนึกถึงใบหน้าอันอ่อนโยนของเขา เหมือนดั่งคำสาปที่แม้แต่ตายก็ไม่อาจสลัดหลุดออกได้

ในวินาทีที่เธอควรเป็นอิสระที่สุด เขาก็ยังคงอยู่ตรงนั้น ในความทรงจำ ในบาดแผล และในเศษเสี้ยวสุดท้ายของหัวใจที่พังทลาย ซึ่งก่อนที่ทุกความทรงจำจะจมหายไปพร้อมกับเธอ ไอรินก็ค่อย ๆ หลับตาลง โดยให้ท้องฟ้าสีแดงฉานอร่ามตาอาบไล้ร่างกาย เพื่อเป็นผู้บอกลาเธอคนสุดท้าย

To be continued...

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
68 Kabanata
You are My Aileen 02
ตอนที่ 02  ในราตรีเงียบงัน แสงจันทร์สอดส่อง เสียงอึกทึกของมวลมนุษย์ที่เคยน่ารำคาญเงียบหายไป ทันใดนั้น...ฝูงอีกาดำไม่รู้ที่มาหลายสิบตัวก็พากันบินว่อนพร้อมกันส่งเสียงร้องราวกับกำลังแสดงความยินดีดวงจันทร์ที่ลอยเด่นถูกบดบังด้วยการเคลื่อนตัวของหมู่เมฆ สายลมที่เคยพัดไหวอย่างแผ่วเบาส่งเสียงหวีดร้องจนเศษใบไม้แห้งปลิวว่อนกลางอากาศเมื่อเหตุการณ์น่าพิศวงปนขนลุกสงบลงก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มในชุดสีดำสองคนบนอาคารสูงพวกเขาทั้งสองกำลังยืนมองชายคนนั้นที่สะพายกระเป๋าเป้เดินด้วยท่าทางรีบร้อน เขากึ่งเดินกึ่งวิ่ง สายตามองตามหลังตลอดราวกับกำลังหนีอะไรบางอย่างชายที่ยืนข้างหลังเอ่ยถามเจ้านายของตนที่ยังไม่ละสายตาจากมนุษย์ผู้นั้น้“ทำไมหนังสือเล่มนั้นถึงเลือกผู้ชายคนนี้ล่ะครับ เขาดูไม่น่ามีอะไรที่จะเกี่ย
Magbasa pa
You are My Aileen 03
ตอนที่ 03 ดรีมแลนด์ เอนเตอร์เทนเมนต์ ตึกสูงทันสมัย ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงอย่างเวลิน สถานที่ที่ใครหลายคนปรารถนาอยากเข้าทำงาน ที่นี่เป็นดินแดนแห่งความฝันตามชื่อ เพราะเป็นที่ที่สร้างศิลปินที่มีชื่อเสียง และซูเปอร์สตาร์ระดับโลกมากมาย นอกจากนี้เจ้าของห้องชั้นบนสุดของตึกนี้ยังเป็นที่หมายปองของผู้หญิงหลายคนขณะที่อาเธอร์นั่งทำงานอยู่ในห้องอย่างสงบประตูก็เปิดออก ชายร่างสูงเจ้าของใบหน้าหล่อเข้าถึงง่ายแววตาขี้เล่นก็เดินเข้ามา โดยที่ด้านหลังมีลูกน้องคนสนิทเดินตามเข้ามาด้วยอาเธอร์วางปากการาคาแพงลงอย่างเบามือ ก่อนจะปรายตามองอย่างตำหนิให้กับคนไร้มารยาทที่บุกรุกเข้ามาในห้องทำงานของเขาโดยพลการแขกที่ไม่ได้รับเชิญในชุดสูทสีเบอร์กันดีก็ไม่ได้สนใจ เขานั่งไขว่ห้างบนโซฟาอย่างสบายใจราวกับว่าที่นี่เป็นห้องทำงานของตัวเอง“ฉันจำไม่ได้
Magbasa pa
You are My Aileen 04
ตอนที่ 04 เมื่อรถซีดานหรูจอดนิ่งสนิท อาเธอร์ในชุดสูทสีดำสนิทก็ออกมาพร้อมกับช่อดอกกุหลาบสีชมพูอมส้มในมือ ซึ่งเป็นสีที่มิรา เซอร์เฟโรซ ผู้เป็นแม่ชอบมากที่สุด เขาเดินตรงไปยังป้ายชื่อของพ่อ อาร์เดล เซอร์เฟโรซ ที่อยู่เคียงกันกับป้ายชื่อของแม่“ผมมาหาแล้วครับ วันนี้เอากุหลาบที่คุณแม่ชอบมาให้ด้วย” พูดจบ อาเธอร์ก็วางช่อกุหลาบที่เขาตัดมากับมือไว้หน้าป้ายชื่อของมิรา“ผ่านมาหลายปี แต่ผมก็ยังหาตัวศัตรูของลุงไคและพวกท่านไม่ได้เลย ได้โปรดยกโทษให้กับลูกชายที่ไม่เอาไหนคนนี้ด้วย” อาเธอร์พูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่งและน้ำเสียงหนักแน่น แต่ภายในใจของเขากลับรุนแรงจนแทบจะระเบิดเขาโกรธที่ไม่สามารถลากคอศัตรูมาให้พ่อกับแม่ได้ รู้สึกผิดที่เขาเป็นคนขอให้ลดจำนวนบอดี้การ์ด หากไม่อย่างนั้นเหตุการณ์เลวร้ายอาจไม่เกิดขึ้น ความเศร้า ความเสียใจ ทุกอารมณ์ตีกันจนเดือดพล่าน แ
Magbasa pa
You are My Aileen 05
ตอนที่ 05 เมื่อเครื่องบินแตะพื้นรันเวย์ เสียงล้อบดไถลไปบนพื้น ทำให้หัวใจของอาเธอร์เต้นแรงด้วยอารมณ์ความรู้สึกมากมาย แต่สีหน้าของเขากลับนิ่งไม่เปลี่ยนเลยอาเธอร์สวมแว่นสีดำก้าวเท้ายาว ๆ เดินตรงไปยังรถที่ถูกจัดเตรียมไว้ โดยที่มีเจย์เลอร์เดินตามหลังมา ทั้งคู่ถูกคุ้มกันด้วยเหล่าบอดี้การ์ดทั้งหน้าและหลัง เมื่อปรากฏร่างของเจ้านาย ลูกน้องที่มารอรับต่างก็โค้งให้ด้วยความเคารพ“การเดินทางเป็นยังไงบ้างครับ” คราม ภักดีวงศ์เอ่ยทักทายเจ้านายด้วยรอยยิ้ม ซึ่งเขาเปรียบเสมือนมือซ้ายของอาเธอร์และเป็นอีกหนึ่งคนที่จงรักภักดีต่ออาเธอร์อย่างมาก ดังนั้นงานทางฝั่งเอเชียอาเธอร์จึงวางใจให้เขาเป็นคนจัดการมาโดยตลอด“ก็ดี…ทุกอย่างเรียบร้อยไหม”“ครับ” เจ้านายลูกน้องทักทายกันสั้น ๆ ก่อนที่อาเธอร์จะขึ้นรถไป โดยที่ครามก็ไม่ลืมทักทายเจย์
Magbasa pa
You are My Aileen 06
ตอนที่ 06 แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าลอดผ่านม่านกระทบเปลือกตาหญิงสาว ปลุกไอรินให้ตื่นจากฝันหวาน เธอลุกขึ้นนั่งงัวเงียสักพักก่อนจะเดินไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปฝึกงานวันแรก“เตรียมตัวเสร็จรึยังริน?”“เสร็จแล้วค่ะแม่” ไอรินขานรับรินรดา จิราภิวัฒน์ ผู้เป็นแม่ก่อนจะเดินไปเปิดประตูแล้วเดินลงไปชั้นล่าง ซึ่งมีน้องชายตรินทร์ จิราภิวัฒน์ และพ่อของเธอธนัท จิราภิวัฒน์ กำลังช่วยกันจัดเตรียมอาหารเช้าไอรินนั่งลงทานอาหารเช้าฝีมือคุณพ่ออย่างเอร็ดอร่อย โดยที่ทั้งสี่คนก็หัวเราะพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวในชีวิตประจำวันของกันและกันไอรินทานอาหารเช้าอิ่มก็วางช้อน ธนัทที่เห็นลูกสาวทานไปได้นิดเดียวจึงเอ่ยคะยั้นคะยอให้เธอทานเพิ่มอีกหน่อยอย่างเป็นห่วง“อิ่มแล้วเหรอ”
Magbasa pa
You are My Aileen 07
ตอนที่ 07 “คุณพูดว่าอะไรนะ...ช่างเถอะ ฉันว่าเรารีบออกจากห้องนี้กันก่อนดีกว่า” พูดจบไอรินก็ลุกขึ้นอย่างพรวดพราด ทำให้เธอเสียหลักทรงตัวจนหัวแทบทิ่มลงพื้น แต่อาเธอร์ว่องไวกว่า มือใหญ่รีบคว้าเอวบางอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณ จนไอรินล้มลงบนตักแกร่งของเขาแบบพอดิบพอดี มือทั้งสองข้างเกาะร่างสูงแน่นด้วยความตกใจกลิ่นหอมจาง ๆ จากเส้นผมของหญิงสาวลอยมาแตะปลายจมูกโด่งของอาเธอร์ ใบหน้าของทั้งสองใกล้กันในระยะประชิดจนแทบจะสัมผัสกัน ไอรินจ้องมองดวงตาสีเทาเย็นชาคู่นั้นที่สะท้อนภาพของเธออย่างหลงใหลราวกับกำลังถูกสะกดไว้ด้วยมนตร์บางอย่าง“สวยจัง” ไอรินพึมพำเสียงเบาดวงตาทั้งสองสบกันนิ่งงันพร้อมกับแลกสัมผัสลมหายใจอุ่น ๆ ของกันและกันไปมา ราวกับทุกสิ่งรอบข้างจางหายไอรินมองลึกลงไปในดวงตาทรงอำนาจคู่นั้น ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึก
Magbasa pa
You are My Aileen 08
ตอนที่ 08 หลังจากเกิดเหตุวันนั้น ไอรินก็ได้รู้อะไรหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคุณเซน่าและท่านประธาน วันถัดมาจึงเข้าไปขอโทษคุณเซน่าที่ทำให้เธอไม่สบายใจพร้อมกับอธิบายเหตุการณ์เข้าใจผิดทั้งหมดให้ฟัง แต่ไม่รู้ทำไมแม้จะผ่านมาเกือบอาทิตย์ เธอก็ยังคอยกลั่นแกล้งไอรินไม่เลิก และนับวันก็ยิ่งจะรุนแรงขึ้นอย่างเมื่อวานก่อนพอเธอรู้ว่าไอรินแพ้กุ้ง จู่ ๆ รายการอาหารของบริษัทก็ถูกเปลี่ยนเป็นเมนูกุ้งทั้งหมด“ปกติพวกเธอสองคนไปกินบุฟเฟต์กันที่ไหนเหรอ มีร้านประจำปะ ช่วยแนะนำพี่หน่อยสิ” แพรที่กำลังนั่งหาร้านบุฟเฟต์ในมือถือเพื่อจะไปทานกับแฟนหนุ่มเย็นนี้เอ่ยถามขึ้นกลางห้อง นิวเยียร์ที่นั่งข้าง ๆ จึงบอกชื่อร้านประจำที่เธอกับไอรินมักจะไปทานกัน แพรสไลด์มือถือดูข้อมูลร้าน“ร้านนี้ไม่มีพวกของทะเลเหรอ”“ใช่ค่ะ พอ
Magbasa pa
You are My Aileen 09
ตอนที่ 09 “นิวนิวไม่ไปด้วยกันจริงเหรอ” ไอรินหันไปถามนิวเยียร์ซ้ำอีกครั้งด้วยท่าทางออดอ้อน แต่ไม่ว่ารบเร้าแค่ไหนนิวเยียร์ก็ไม่เปลี่ยนใจ“ไม่อะ แค่ทำงานก็เหนื่อยแล้วไม่มีแรงจะไปกินเหล้าต่อหรอก พวกเธอไปกันเองเถอะ”“ก็ได้...แต่ถ้าเปลี่ยนใจก็โทรมานะ” ไอรินขยิบตาพร้อมกับยกมือขึ้นทำรูปโทรศัพท์ให้เพื่อน จนนิวเยียร์อดไม่ได้ที่จะหัวเราะชอบใจกับท่าทางขี้เล่นของเพื่อนสนิททั้งสองโบกมือลากันจากนั้นก็แยกย้ายขึ้นรถของตัวเอง ขณะกำลังขับรถเสียงมือถือก็ดังขึ้น ไอรินเหลือบดูชื่อที่ปรากฏขึ้นแล้วกดรับ“ฮัลโหล”(สรุปคืนนี้มีใครไปบ้าง) เสียงทุ้มจากปลายสายเอ่ยถาม“มีนาย ฉัน แล้วก็เกรซ”
Magbasa pa
You are My Aileen 10
ตอนที่ 10 มือเล็กหยิบโทรศัพท์ที่กำลังส่งเสียงขึ้นดู รายชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ไอรินเผลอยิ้มออกมาอย่างมีความสุขพอเห็นอาการของเพื่อนทั้งคิมหันต์และเกรซต่างก็มองหน้ากันอย่างรู้ทันว่าบุคคลที่โทรมาเป็นใคร ไอรินลุกขึ้นไปรับสายแฟนหนุ่มอยู่มุมห้องสักพักก่อนจะเดินกลับมา“พี่นทีโทรมาทำไม” คิมหันต์เป็นคนเริ่มถามก่อน“แค่โทรมาเช็คว่าเมารึยังน่ะ ถ้าเมาแล้วพี่เขาจะมารับกลับ”“แหม...รักกันหวานชื่นเหลือเกินนะคู่นี้” เกรซเอ่ยแซวพร้อมกับท่าทางหมั่นไส้“ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ทั้งที่หวานกันขนาดนี้ ทำไมไม่เคยเย็xกันสักครั้งเลยวะ”ไอรินที่ไม่ทันตั้งตัวกับคำถามแสนตรงและหยาบคายของเพื่อนหนุ่มก็ถึงกับสำลักเหล้าในปาก จนไอแค่ก ๆ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันที ราวกับความร้อนพุ่งจากอกจนถึงแก้ม
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status