LOGINเสียงโทรศัพท์ยังคงดังอยู่ในมือของอเล็กซานเดอร์ ขณะที่ลูเซียนยืนนิ่งราวกับถูกแช่แข็ง
ภาพถ่ายบนหน้าจอแสดงให้เห็นหญิงสาวผมสีเงินยืนอยู่หน้าประตูเหล็กบานหนึ่ง ใบหน้าของเธอซีดเซียว แต่ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นยังคงเหมือนกับความทรงจำของเขาไม่มีผิด
เซเลน่า อาร์เดน
แม่ของเขา
ผู้หญิงที่เขาเชื่อว่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
“ส่งตำแหน่งมาให้ผมเดี๋ยวนี้” อเล็กซานเดอร์สั่งคาเล็บผ่านโทรศัพท์ “แล้วอย่าให้ใครแตะต้องสถานที่นั้นจนกว่าผมจะไปถึง”
“ครับท่าน แต่คุณอีธานอาการค่อนข้างหนัก ทีมแพทย์กำลังนำตัวส่งโรงพยาบาล”
“รักษาชีวิตเขาไว้”
“รับทราบครับ”
อเล็กซานเดอร์ตัดสาย ก่อนหันกลับมามองลูเซียน
“คุณรู้จักผู้หญิงในภาพใช่ไหม?”
ลูเซียนพยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ
“เธอเป็นแม่ของผม”
“คุณแน่ใจหรือ?”
“ผมไม่มีทางจำแม่ตัวเองผิด”
มือของลูเซียนสั่น เขายื่นมือออกไปเพื่อขอโทรศัพท์จากอีกฝ่าย อเล็กซานเดอร์มองอยู่ครู่หนึ่งก่อนส่งให้
ลูเซียนขยายภาพดูอย่างละเอียด
ฉากหลังเป็นประตูเหล็กเก่า มีสัญลักษณ์รูปดอกกุหลาบอยู่ตรงกลาง และด้านล่างมีตัวเลขที่ถูกขีดเขียนเอาไว้
16-05
วันเกิดของเขา
“นี่มัน…” ลูเซียนพึมพำ
“คุณเห็นอะไร?”
“สัญลักษณ์นี้ ผมเคยเห็นมันมาก่อน”
เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุม หยิบกุญแจเงินของแม่ออกมา
เมื่อพลิกดูด้านหลัง เขาพบว่ามีสัญลักษณ์รูปดอกกุหลาบเล็ก ๆ สลักอยู่ตรงหัวกุญแจเช่นเดียวกัน
อเล็กซานเดอร์มองกุญแจนั้นด้วยสายตาเคร่งขรึม
“กุญแจนี่มาจากไหน?”
“แม่ให้ผมก่อนที่คฤหาสน์จะถูกไฟไหม้”
“ทำไมคุณไม่เคยบอกผม?”
“เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่ผมจำเป็นต้องบอกคุณ”
อเล็กซานเดอร์ถอนหายใจ
“ดูเหมือนเราจะมีความลับต่อกันมากเกินไปแล้ว”
“คุณเองก็มีความลับมากกว่าผม”
“ผมไม่ได้ปฏิเสธ”
เขาเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเสื้อ ก่อนเดินไปหยิบกุญแจรถ
“ไปกับผม”
“ไปไหน?”
“คฤหาสน์อาร์เดน”
ลูเซียนชะงัก
“คุณจะพาผมกลับไปที่นั่น?”
“คุณอยากรู้ไม่ใช่หรือว่าแม่ของคุณอยู่ที่ไหน”
ลูเซียนมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
“ผมจะไป”
เวลา 00.47 น.
รถยนต์สีดำแล่นผ่านถนนที่เงียบสงัดออกไปยังชานเมืองลอนดอน
ลูเซียนนั่งอยู่เบาะหลัง ดวงตาจับจ้องไปยังภาพถ่ายในโทรศัพท์ เขาไม่อาจละสายตาจากใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นได้เลย
สิบปีที่ผ่านมา เขาเคยฝันถึงแม่อยู่หลายครั้ง
ฝันว่าแม่ยังยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องนอน ฝันว่าแม่กำลังหวีผมให้ และฝันว่าแม่เรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนในวันวาน
แต่ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมา สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงความว่างเปล่า
“ถ้าเธอยังมีชีวิตอยู่จริง ทำไมถึงไม่กลับมาหาผม…”
เสียงของลูเซียนเบาจนแทบไม่ได้ยิน
อเล็กซานเดอร์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เหลือบมองเขา
“บางครั้งคนที่หายไปอาจมีเหตุผลที่ไม่สามารถกลับมาได้”
“คุณกำลังแก้ตัวให้แม่ผมหรือ?”
“ผมแค่บอกว่าอย่าเพิ่งตัดสินอะไรจากภาพถ่ายเพียงภาพเดียว”
ลูเซียนหันมามอง
“คุณไม่เข้าใจหรอกว่าการต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีครอบครัวมันเป็นยังไง”
อเล็กซานเดอร์นิ่งไป
“คุณคิดว่าผมไม่เข้าใจหรือ?”
น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ลูเซียนมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม ก่อนสังเกตเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความทรงจำบางอย่าง
“คุณก็สูญเสียครอบครัวเหมือนกันเหรอ?”
อเล็กซานเดอร์ไม่ได้ตอบในทันที
“แม่ของผมเสียชีวิตตั้งแต่ผมยังเด็ก ส่วนพ่อ…”
เขาหยุดพูด
“ช่างเถอะ เรื่องของผมไม่สำคัญ”
ลูเซียนไม่ได้ถามต่อ
แต่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้าอาจไม่ได้เย็นชาเพราะเกิดมาเป็นแบบนั้น
บางทีเขาอาจแค่เรียนรู้ที่จะไม่แสดงความเจ็บปวดให้ใครเห็น
คฤหาสน์อาร์เดน
เวลา 01.26 น.
รถยนต์จอดหน้าประตูเหล็กเก่าที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์
คฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งอยู่ท่ามกลางความมืด บางส่วนของอาคารยังคงมีร่องรอยความเสียหายจากเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อสิบปีก่อน
ลูเซียนก้าวลงจากรถอย่างช้า ๆ
หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นทุกครั้งที่เดินเข้าใกล้สถานที่แห่งนี้
เขาเคยคิดว่าจะไม่มีวันกลับมาอีก
แต่สุดท้ายเขาก็กลับมา
พร้อมกับผู้ชายที่อาจเป็นหนึ่งในคนที่เกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมครั้งนั้น
“ระวังพื้นด้วย” อเล็กซานเดอร์เตือน
ลูเซียนไม่ได้ตอบ เขาเดินไปหยุดหน้าประตูทางเข้าที่แตกหักไปแล้ว
ภาพความทรงจำในอดีตไหลย้อนกลับมา
เสียงปืน
เสียงกรีดร้อง
เปลวไฟที่ลุกท่วมคฤหาสน์
และมือของแม่ที่ผลักเขาเข้าไปในทางลับ
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลูกต้องมีชีวิตอยู่
ลูเซียนกำกุญแจเงินแน่น
“ผมจะไม่หนีอีกแล้ว”
อเล็กซานเดอร์เดินมายืนข้างเขา
“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าเดินนำผมไปโดยไม่ระวัง”
ทั้งสองเข้าไปภายในคฤหาสน์
คาเล็บและลูกน้องอีกสี่คนรออยู่บริเวณโถงกลาง
“ท่านครับ เราตรวจสอบรอบอาคารแล้ว ไม่พบผู้บุกรุก แต่มีร่องรอยคนเข้ามาไม่นานมานี้”
“พบอะไรอีกไหม?”
คาเล็บยื่นถุงหลักฐานขนาดเล็กให้
ภายในมีเศษผ้าสีขาวเปื้อนเลือด
ลูเซียนหยิบมันขึ้นมาดูทันที
“นี่เป็นผ้าคลุมของแม่…”
เขาจำลวดลายปักดอกกุหลาบตรงมุมผ้าได้ดี
“คุณแน่ใจหรือครับ?” คาเล็บถาม
“ผมเคยเห็นมันมาตั้งแต่เด็ก”
ลูเซียนกำผ้าไว้แน่น
“แม่เคยใช้มันคลุมไหล่ตลอดเวลา”
อเล็กซานเดอร์หันไปหาคาเล็บ
“ตรวจสอบเลือดในผ้านี่”
“ครับ”
“และให้คนของเราตรวจสอบทางเข้าออกทุกจุด”
คาเล็บพยักหน้า ก่อนเดินออกไปสั่งงานลูกน้อง
ลูเซียนหันไปทางบันไดที่ทอดลงสู่ชั้นใต้ดิน
“ห้องนั้นอยู่ข้างล่าง”
อเล็กซานเดอร์มองตาม
“คุณเคยเข้าไปหรือ?”
“ไม่เคย แม่ห้ามผมเด็ดขาด”
“แล้วทำไมถึงคิดว่ามันเกี่ยวกับภาพถ่าย?”
ลูเซียนชูกุญแจเงินขึ้น
“เพราะแม่บอกว่ากุญแจดอกนี้จะเปิดเผยความจริงทั้งหมด”
บันไดไม้เก่าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่มีคนเหยียบ
อากาศด้านล่างเย็นและชื้น กลิ่นฝุ่นผสมกับกลิ่นโลหะเก่าลอยอยู่ในความมืด
เมื่อเดินลงมาถึงชั้นใต้ดิน ทั้งสองพบประตูเหล็กบานใหญ่ตั้งอยู่ตรงสุดทางเดิน
กลางประตูมีสัญลักษณ์รูปดอกกุหลาบ
เหมือนกับในภาพถ่ายทุกประการ
ลูเซียนยกกุญแจขึ้น มือของเขาสั่นเล็กน้อย
“ถ้าข้างในมีคำตอบจริง ๆ…”
“คุณก็จะได้รู้”
อเล็กซานเดอร์ยืนอยู่ด้านหลัง
“แต่จำไว้อย่างหนึ่ง ไม่ว่าคุณจะพบอะไร ผมจะไม่ปล่อยให้คุณรับมือกับมันคนเดียว”
ลูเซียนหันกลับมามองเขา
“ทำไมคุณถึงต้องช่วยผม?”
อเล็กซานเดอร์สบตาเขา
“เพราะตอนนี้คุณเป็นคนของผม”
“ผมไม่ใช่ของใครทั้งนั้น”
“ผมรู้”
อเล็กซานเดอร์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบ
“แต่ผมก็ยังอยากปกป้องคุณอยู่ดี”
ลูเซียนหลุบตาลง ก่อนหันกลับไปเสียบกุญแจเข้าไปในช่องล็อก
เสียงกลไกดังขึ้น
กึก…
ประตูเหล็กค่อย ๆ เปิดออก
ภายในห้องเต็มไปด้วยตู้เอกสารเก่า กล่องไม้ และภาพถ่ายจำนวนมาก
ลูเซียนเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง
บนโต๊ะกลางห้องมีสมุดบันทึกปกหนังสีดำวางอยู่ พร้อมจดหมายฉบับหนึ่งที่เขียนชื่อของเขาไว้
ถึงลูเซียน ลูกชายที่แม่รักที่สุด
เขาหยิบจดหมายขึ้นมา มือสั่นจนกระดาษแทบหลุด
“นี่เป็นลายมือแม่…”
อเล็กซานเดอร์ยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่พูดอะไร
ลูเซียนค่อย ๆ เปิดจดหมายออก
ลูเซียน ถ้าลูกได้อ่านข้อความนี้ แสดงว่าลูกกลับมาที่คฤหาสน์แล้ว
แม่ขอโทษที่ต้องทิ้งลูกไว้เพียงลำพัง แม่อยากอยู่กับลูก อยากเห็นลูกเติบโต และอยากกอดลูกในทุกวันที่ลูกเหนื่อย
แต่แม่ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
สิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นไม่ใช่อุบัติเหตุ และคนที่ทำลายครอบครัวของเราไม่ได้ต้องการเพียงชีวิตของพ่อกับแม่
พวกเขาต้องการตัวลูก
ลูเซียนหยุดอ่าน
“ต้องการตัวผม…ทำไม?”
เขาพลิกหน้ากระดาษต่อ
ลูกต้องระวังอัลฟ่าที่มีสายเลือดหมาป่า เพราะคนที่ลูกไม่ควรไว้ใจที่สุด อาจเป็นคนที่อยู่ใกล้ลูกมากที่สุด
ดวงตาของลูเซียนเบิกกว้าง
เขาค่อย ๆ หันไปมองอเล็กซานเดอร์
ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
“คุณมีอะไรจะบอกผมไหม?”
อเล็กซานเดอร์ไม่ได้ตอบ
ลูเซียนก้มลงอ่านต่อ
และอย่าเชื่อผู้ชายที่บอกว่ารักลูก หากเขาไม่กล้าบอกความจริงเกี่ยวกับคืนที่ลูกเกิด
ประโยคสุดท้ายทำให้ลูเซียนชะงัก
คืนที่เขาเกิด?
มันเกี่ยวข้องอะไรกับการสังหารครอบครัวของเขา?
ก่อนที่เขาจะได้อ่านต่อ เสียงฝีเท้าก็ดังมาจากด้านหลัง
คาเล็บวิ่งเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ท่านครับ เราพบอะไรบางอย่าง!”
อเล็กซานเดอร์หันไปทันที
“อะไร?”
คาเล็บยื่นโทรศัพท์ให้
“เราเพิ่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณถนนด้านนอก พบรถคันหนึ่งจอดอยู่ใกล้คฤหาสน์เมื่อประมาณสามชั่วโมงก่อน”
“แล้ว?”
“ทะเบียนรถเป็นของบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อสิบปีก่อนครับ”
ลูเซียนรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว
“ใคร?”
คาเล็บเงยหน้าขึ้น
“คุณเซเลน่า อาร์เดนครับ”
ความเงียบปกคลุมห้องทันที
“เป็นไปไม่ได้…” ลูเซียนพึมพำ
คาเล็บเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดให้ดู
ในภาพมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินลงจากรถ เธอสวมเสื้อคลุมสีขาวและเดินตรงไปยังประตูคฤหาสน์
แม้ภาพจะไม่ชัด แต่ลูเซียนจำรูปร่างและท่าทางนั้นได้
“แม่…”
เขาก้าวเข้าไปใกล้หน้าจอ
“แม่กลับมาที่นี่จริง ๆ”
อเล็กซานเดอร์มองภาพนั้นอย่างเคร่งเครียด ก่อนสังเกตเห็นเงาของชายอีกคนที่ยืนอยู่หลังรถ
ชายคนนั้นสวมถุงมือสีดำและมีแหวนตราหมาป่าสีดำอยู่บนนิ้ว
อเล็กซานเดอร์จำแหวนวงนั้นได้ทันที
เพราะมันเป็นแหวนประจำตระกูลที่มีเพียงสมาชิกระดับสูงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้สวม
และเจ้าของแหวนวงนั้นคือ…
วิกเตอร์ วอลคอฟ
บิดาของเขา
“ปิดพื้นที่ทั้งหมด!”
อเล็กซานเดอร์สั่งเสียงเข้ม
“ไม่มีใครออกจากคฤหาสน์จนกว่าผมจะอนุญาต”
คาเล็บรีบรับคำสั่ง
ลูเซียนหันมามองอเล็กซานเดอร์
“ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?”
อเล็กซานเดอร์เงียบไปครู่หนึ่ง
“พ่อของผม”
ลูเซียนรู้สึกเหมือนมีบางอย่างตกลงมากระแทกหัวใจ
“คุณกำลังบอกว่าพ่อคุณเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของแม่ผม?”
“ผมยังไม่รู้”
“แต่คุณรู้จักแหวนวงนั้น!”
“ใช่”
อเล็กซานเดอร์สบตาเขา
“และผมจะหาคำตอบให้ได้”
ลูเซียนหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น
“คุณจะให้ผมเชื่อใจคุณได้ยังไง ในเมื่อคนในครอบครัวคุณอาจเป็นคนฆ่าครอบครัวผม?”
“ผมไม่ได้ขอให้คุณเชื่อใจ”
อเล็กซานเดอร์เดินเข้ามาใกล้
“แต่ผมจะไม่ปล่อยให้คุณตายก่อนจะได้รู้ความจริง”
ลูเซียนกำจดหมายของแม่แน่น
“ผมไม่ต้องการให้ใครมาตัดสินใจแทนผมอีกแล้ว”
เขาหันกลับไปมองสมุดบันทึกสีดำบนโต๊ะ ก่อนจะเปิดมันออก
หน้าแรกมีข้อความที่เขียนด้วยหมึกสีแดง
โครงการอาร์เดน — การทดลองสายเลือดอัลฟ่าและโอเมก้า
ใต้ข้อความนั้นมีรายชื่อบุคคลหลายคน
และชื่อสุดท้ายทำให้ลูเซียนแทบหยุดหายใจ
ลูเซียน เซบาสเตียน อาร์เดน — ผู้ถือสายเลือดต้นกำเนิด
“นี่มันหมายความว่ายังไง…”
เขาพลิกหน้าต่ออย่างรวดเร็ว
แต่ก่อนที่เขาจะอ่านรายละเอียดได้ เสียงปืนก็ดังขึ้นจากด้านบน
ปัง!
ปัง!
คาเล็บชักปืนออกมาทันที
“มีคนบุกเข้ามาครับ!”
อเล็กซานเดอร์ดึงลูเซียนเข้ามาหลบด้านหลัง
“อยู่ข้างหลังผม!”
เสียงฝีเท้าหลายคู่ดังลงมาตามบันได
ไฟภายในห้องกะพริบสองครั้ง ก่อนดับลงทั้งหมด
ความมืดปกคลุมทุกสิ่ง
ลูเซียนได้ยินเสียงหายใจของตัวเองและเสียงหัวใจของอเล็กซานเดอร์ที่อยู่ใกล้เพียงไม่กี่นิ้ว
แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากหน้าประตู
“ส่งตัวเด็กอาร์เดนมา แล้วพวกแกจะได้มีชีวิตกลับออกไป”
อเล็กซานเดอร์ยกปืนขึ้น
“ใครส่งแกมา?”
ชายปริศนาหัวเราะ
“นายควรถามพ่อของตัวเองมากกว่า อเล็กซานเดอร์”
ลูเซียนชะงัก
ชายคนนั้นพูดต่อ
“เพราะความจริงที่นายกำลังค้นหา ไม่ได้อยู่ในห้องนี้”
เสียงโลหะกระทบพื้นดังขึ้น
วัตถุบางอย่างกลิ้งมาหยุดตรงหน้าลูเซียน
เขาก้มลงใช้มือคลำ ก่อนพบว่ามันเป็นจี้เงินรูปดอกกุหลาบ
จี้ที่เขาจำได้ดี
เพราะมันเป็นเครื่องประดับที่แม่สวมติดตัวตลอดเวลา
ด้านหลังจี้มีข้อความสลักไว้สั้น ๆ
ลูกแม่ อย่าไว้ใจอเล็กซานเดอร์
ลูเซียนเงยหน้าขึ้นอย่างช้า ๆ
ในความมืด อเล็กซานเดอร์ยังคงยืนอยู่ตรงหน้าเขา
แต่เป็นครั้งแรกที่ลูเซียนไม่แน่ใจว่า ผู้ชายคนนี้กำลังปกป้องเขา…
หรือกำลังปิดบังความจริงบางอย่างที่อาจทำให้เขาต้องสูญเสียทุกสิ่งอีกครั้ง
จบตอนที่ 6
โปรดติดตามตอนที่ 7: ภาพถ่ายจากคนตาย
เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความมืดปัง!“หมอบลง!”อเล็กซานเดอร์คว้าตัวลูเซียนดึงลงไปหลบหลังโต๊ะไม้เก่า กระสุนพุ่งผ่านตำแหน่งที่ทั้งสองยืนอยู่เมื่อครู่ ก่อนเจาะเข้ากับตู้เอกสารจนเศษไม้กระจาย“คาเล็บ! รายงานสถานการณ์!”“มีคนบุกเข้ามาสี่คนครับ ผมจัดการไปแล้วหนึ่งคน อีกสามคนกำลังลงมาทางบันได!”อเล็กซานเดอร์ขึ้นลำปืน“ปิดทางออกทั้งหมด ห้ามให้พวกมันหนีไปได้แม้แต่คนเดียว”ลูเซียนกำจี้เงินรูปดอกกุหลาบไว้แน่น ข้อความด้านหลังยังคงวนเวียนอยู่ในหัวลูกแม่ อย่าไว้ใจอเล็กซานเดอร์เขาหันไปมองชายหนุ่มที่กำลังปกป้องตัวเองอยู่“คุณเห็นข้อความแล้วใช่ไหม?”“เห็น”“แล้วคุณจะอธิบายว่ายังไง?”“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาคุยเรื่องนั้น”“คุณกำลังหลบเลี่ยงคำถาม!”อเล็กซานเดอร์หันมาสบตาเขา“ถ้าคุณยังอยากมีชีวิตอยู่ ช่วยเชื่อฟังผมสักครั้ง”ลูเซียนกัดริมฝีปาก ก่อนจะเงียบลงเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาอเล็กซานเดอร์ยกมือส่งสัญญาณให้ลูเซียนอยู่กับที่ จากนั้นเคลื่อนตัวไปทางประตูอย่างรวดเร็วเสียงปืนดังขึ้นติดกันสามนัดไม่นานทุกอย่างก็เงียบลง“ปลอดภัยแล้วครับท่าน” เสียงคาเล็บดังมาจากทางเดินอเล็กซานเดอร์ลดปืนลง ก่อนหันกลับมาหาล
เสียงโทรศัพท์ยังคงดังอยู่ในมือของอเล็กซานเดอร์ ขณะที่ลูเซียนยืนนิ่งราวกับถูกแช่แข็งภาพถ่ายบนหน้าจอแสดงให้เห็นหญิงสาวผมสีเงินยืนอยู่หน้าประตูเหล็กบานหนึ่ง ใบหน้าของเธอซีดเซียว แต่ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นยังคงเหมือนกับความทรงจำของเขาไม่มีผิดเซเลน่า อาร์เดนแม่ของเขาผู้หญิงที่เขาเชื่อว่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน“ส่งตำแหน่งมาให้ผมเดี๋ยวนี้” อเล็กซานเดอร์สั่งคาเล็บผ่านโทรศัพท์ “แล้วอย่าให้ใครแตะต้องสถานที่นั้นจนกว่าผมจะไปถึง”“ครับท่าน แต่คุณอีธานอาการค่อนข้างหนัก ทีมแพทย์กำลังนำตัวส่งโรงพยาบาล”“รักษาชีวิตเขาไว้”“รับทราบครับ”อเล็กซานเดอร์ตัดสาย ก่อนหันกลับมามองลูเซียน“คุณรู้จักผู้หญิงในภาพใช่ไหม?”ลูเซียนพยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ“เธอเป็นแม่ของผม”“คุณแน่ใจหรือ?”“ผมไม่มีทางจำแม่ตัวเองผิด”มือของลูเซียนสั่น เขายื่นมือออกไปเพื่อขอโทรศัพท์จากอีกฝ่าย อเล็กซานเดอร์มองอยู่ครู่หนึ่งก่อนส่งให้ลูเซียนขยายภาพดูอย่างละเอียดฉากหลังเป็นประตูเหล็กเก่า มีสัญลักษณ์รูปดอกกุหลาบอยู่ตรงกลาง และด้านล่างมีตัวเลขที่ถูกขีดเขียนเอาไว้16-05วันเกิดของเขา“นี่มัน…” ลูเซียนพึมพำ“คุณเห็นอะไร?”“สัญลักษณ์นี้
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งในความเงียบของคฤหาสน์วอลคอฟลูเซียนนั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียง มือเรียวกำแผงยากดฟีโรโมนที่เหลืออยู่เพียงสองเม็ดแน่นจนปลายนิ้วซีด เขารู้ดีว่าความลับที่พยายามปกปิดมาตลอดกำลังจะพังทลายลงในคืนนี้“คุณลูเซียนครับ”เสียงของคาเล็บดังขึ้นจากด้านนอก“ท่านอเล็กซานเดอร์ต้องการพบคุณ”ลูเซียนหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะเก็บยาไว้ในลิ้นชักและลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูแต่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่คาเล็บเป็นอเล็กซานเดอร์ วอลคอฟชายหนุ่มในชุดสูทสีดำยืนมองเขาด้วยแววตาเย็นเยียบ ดวงตาสีแดงคู่นั้นไม่มีความประหลาดใจหลงเหลืออยู่ มีเพียงความไม่พอใจและความสงสัยที่กำลังรอคำตอบ“เรามีเรื่องต้องคุยกัน”“เรื่องอะไรครับ?”“อย่าแกล้งทำเป็นไม่รู้”อเล็กซานเดอร์ก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่รอคำอนุญาต ลูเซียนถอยหลังเล็กน้อยก่อนปิดประตูตาม“คุณเป็นโอเมก้า”ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศภายในห้องเย็นลงทันทีลูเซียนไม่ได้ตอบในทันที เขามองใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง พยายามประเมินว่าตอนนี้อเล็กซานเดอร์รู้อะไรมากแค่ไหน“ใครบอกคุณ?”“คนของผมตรวจสอบแล้ว ผลตรวจยืนยันชัดเจน”“แล้วคุณต้องการอะไรจากผม?”อเล็กซานเดอร์หัวเราะเ
เสียงเครื่องยนต์รถยนต์ดังขึ้นท่ามกลางค่ำคืนที่เงียบสงัดรถยนต์สีดำสามคันแล่นผ่านประตูเหล็กขนาดใหญ่ของคฤหาสน์วอลคอฟ ก่อนหยุดลงบริเวณหน้าบันไดหินอ่อนลูเซียนนั่งอยู่เบาะหลังของรถคันแรก ใบหน้าสวยนิ่งเฉย แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความระแวงเขาไม่คิดว่าอเล็กซานเดอร์จะเปลี่ยนแผนกะทันหันถึงขนาดมารับตัวเขาด้วยตัวเอง"ถึงแล้วครับ"เสียงของคนขับดังขึ้นลูเซียนเปิดประตูรถ ก่อนก้าวลงมาอย่างสง่างามคฤหาสน์ตรงหน้ามีขนาดใหญ่โตไม่ต่างจากพระราชวัง ผนังภายนอกเป็นหินสีเทาเข้ม หน้าต่างสูงเรียงรายหลายชั้น รอบบริเวณมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนประจำจุดอย่างเข้มงวดสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านแต่มันเหมือนป้อมปราการที่ไม่มีใครสามารถเข้าออกได้โดยไม่ได้รับอนุญาต"ยินดีต้อนรับสู่บ้านของผม"เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลังอเล็กซานเดอร์เดินเข้ามาหยุดข้างเขา"หวังว่าคุณจะปรับตัวได้"ลูเซียนยิ้มบาง ๆ"ผมไม่ใช่คนเรื่องมากครับ""ดี"อเล็กซานเดอร์หันไปสั่งคนรับใช้"พาเขาไปที่ห้องพัก"หญิงวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบสีดำก้าวออกมา ก่อนโค้งศีรษะเล็กน้อย"เชิญทางนี้ค่ะ คุณลูเซียน"ลูเซียนเดินตามเธอเข้าไป โดยไม่ทั
เสียงนาฬิกาบนผนังดังเป็นจังหวะท่ามกลางความเงียบภายในห้องรับรองของคฤหาสน์วอลคอฟ บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดหลังจากอีธาน แบล็กเวลล์ปรากฏตัวขึ้นชายหนุ่มผมสีบลอนด์ยืนอยู่ข้างลูเซียน ดวงตาสีฟ้าของเขาจับจ้องอเล็กซานเดอร์อย่างไม่เป็นมิตรส่วนเจ้าของคฤหาสน์กลับนั่งนิ่ง ราวกับกำลังชมละครที่น่าสนใจ"คุณอีธาน ผมจำไม่ได้ว่าเราเคยนัดพบกันวันนี้"อเล็กซานเดอร์เอ่ยขึ้น"ผมมีเรื่องต้องคุยกับคุณ แต่ดูเหมือนว่าผมจะมาผิดเวลา""ถ้าอย่างนั้นก็เชิญนั่งสิครับ"อเล็กซานเดอร์ผายมือไปยังเก้าอี้อีกตัว"เรากำลังเจรจาเรื่องการแต่งงานอยู่พอดี"อีธานหันไปมองลูเซียนทันที"นายคิดจะทำแบบนี้จริง ๆ เหรอ?"ลูเซียนหลุบตาลงเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย"มันเป็นเรื่องธุรกิจ""ธุรกิจ?"อีธานหัวเราะอย่างไม่อยากเชื่อ"นายกำลังจะเอาชีวิตตัวเองไปผูกติดกับผู้ชายคนนี้ แล้วบอกฉันว่ามันเป็นแค่เรื่องธุรกิจอย่างนั้นเหรอ?""อีธาน อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยาก""คนที่ทำให้เรื่องยุ่งยากคือนายต่างหาก ลูเซียน"เสียงของอีธานเริ่มสั่น"นายรู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงนายแค่ไหน?"ลูเซียนไม่ตอบเขารู้ว่าอีธานเป็นห่วง แต่เขาไม่สามารถยอมให้อีกฝ
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านกระจกบานสูงของโรงแรมหรูใจกลางกรุงลอนดอนลูเซียนยืนอยู่หน้ากระจก พลางจัดเนกไทสีดำให้เข้าที่ วันนี้เป็นวันที่เขาจะได้พบกับชายที่เขาเฝ้ารอมาเป็นเวลาสิบปีอเล็กซานเดอร์ วอลคอฟเพียงแค่คิดถึงชื่อนั้น ความทรงจำในคืนอันโหดร้ายก็ย้อนกลับมาอีกครั้งเสียงปืนเปลวไฟและร่างไร้วิญญาณของคนในครอบครัวลูเซียนกำมือแน่น ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ"วันนี้ฉันจะได้พบคุณแล้วนะครับ"เขาพึมพำกับตัวเองบนโต๊ะเครื่องแป้งมีกล่องกำมะหยี่สีดำ ภายในบรรจุอุปกรณ์ขนาดเล็กสำหรับควบคุมระดับฟีโรโมนของโอเมก้าลูเซียนหยิบมันขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้งตลอดสิบปีที่ผ่านมา เขาใช้ยากดกลิ่นฟีโรโมนเพื่อปกปิดสถานะที่แท้จริง แม้จะมีผลข้างเคียง แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกหากอเล็กซานเดอร์รู้ว่าเขาเป็นโอเมก้า แผนการทั้งหมดอาจพังทลายตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นครืด...ครืด...ชื่อของคนที่โทรเข้ามาทำให้ลูเซียนถอนหายใจEthan Blackwellเขากดรับสาย"มีอะไร?""นายกำลังจะออกไปใช่ไหม?""นายรู้ได้ยังไง?""ฉันรู้จักนายดี ลูเซียน"เสียงทุ้มจากปลายสายตอบกลับ"ฉันแค่ต้องการเตือนว่าอย่าไว้ใจอเล็กซานเดอร์"ลูเซียนหัวเราะเบา ๆ
![ไขรหัสรัก You’re my keys. [OMEGAVERSE]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






