เข้าสู่ระบบเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งในความเงียบของคฤหาสน์วอลคอฟ
ลูเซียนนั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียง มือเรียวกำแผงยากดฟีโรโมนที่เหลืออยู่เพียงสองเม็ดแน่นจนปลายนิ้วซีด เขารู้ดีว่าความลับที่พยายามปกปิดมาตลอดกำลังจะพังทลายลงในคืนนี้
“คุณลูเซียนครับ”
เสียงของคาเล็บดังขึ้นจากด้านนอก
“ท่านอเล็กซานเดอร์ต้องการพบคุณ”
ลูเซียนหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะเก็บยาไว้ในลิ้นชักและลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู
แต่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่คาเล็บ
เป็นอเล็กซานเดอร์ วอลคอฟ
ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำยืนมองเขาด้วยแววตาเย็นเยียบ ดวงตาสีแดงคู่นั้นไม่มีความประหลาดใจหลงเหลืออยู่ มีเพียงความไม่พอใจและความสงสัยที่กำลังรอคำตอบ
“เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
“เรื่องอะไรครับ?”
“อย่าแกล้งทำเป็นไม่รู้”
อเล็กซานเดอร์ก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่รอคำอนุญาต ลูเซียนถอยหลังเล็กน้อยก่อนปิดประตูตาม
“คุณเป็นโอเมก้า”
ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศภายในห้องเย็นลงทันที
ลูเซียนไม่ได้ตอบในทันที เขามองใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง พยายามประเมินว่าตอนนี้อเล็กซานเดอร์รู้อะไรมากแค่ไหน
“ใครบอกคุณ?”
“คนของผมตรวจสอบแล้ว ผลตรวจยืนยันชัดเจน”
“แล้วคุณต้องการอะไรจากผม?”
อเล็กซานเดอร์หัวเราะเบา ๆ แต่ไม่มีความขบขันอยู่ในน้ำเสียง
“คำถามที่ควรเป็นของผมมากกว่า คุณโกหกผมตั้งแต่วันแรกที่พบกัน ทำไมถึงต้องปิดบังสถานะตัวเอง?”
“เพราะผมไม่อยากให้ใครรู้”
“เหตุผลแค่นั้น?”
“สำหรับผม มันก็เพียงพอแล้ว”
อเล็กซานเดอร์เดินเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนลูเซียนสัมผัสได้ถึงกลิ่นฟีโรโมนของอัลฟ่าที่แผ่ออกมาอย่างกดดัน
ลูเซียนพยายามควบคุมลมหายใจ แม้ร่างกายจะเริ่มอ่อนแรงจากการขาดยา
“คุณรู้ไหมว่าการปกปิดสถานะโอเมก้าในองค์กรของผมถือเป็นเรื่องร้ายแรงแค่ไหน?”
“ผมไม่ได้เป็นสมาชิกองค์กรของคุณ”
“แต่คุณกำลังจะแต่งงานกับผม”
“การแต่งงานของเราเป็นเพียงข้อตกลงทางผลประโยชน์”
คำตอบของลูเซียนทำให้แววตาอเล็กซานเดอร์แข็งกร้าวขึ้น
“คุณคิดว่าผมจะยอมให้คนที่ปิดบังตัวตนเข้ามาอยู่ในชีวิตโดยไม่ตรวจสอบอะไรเลยหรือ?”
“คุณก็ไม่ได้ซื่อสัตย์กับผมเหมือนกัน”
อเล็กซานเดอร์นิ่งไป
“คุณมีความเกี่ยวข้องกับคืนที่ครอบครัวผมถูกฆ่าใช่ไหม?”
คำถามนั้นทำให้ดวงตาสีแดงเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ใครบอกคุณ?”
“คุณไม่จำเป็นต้องรู้”
“ลูเซียน”
น้ำเสียงของอเล็กซานเดอร์ต่ำลง
“อย่าทดสอบความอดทนของผม”
“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าทดสอบความอดทนของผมเหมือนกัน”
ทั้งสองจ้องตากันโดยไม่มีใครยอมถอย
ลูเซียนรู้ดีว่าตัวเองกำลังเล่นกับไฟ แต่เขาไม่มีทางเลือก หากต้องการค้นหาความจริง เขาจำเป็นต้องเข้าใกล้ชายคนนี้มากกว่าที่เคย
แม้จะต้องเสี่ยงถูกทำลายก็ตาม
อเล็กซานเดอร์ออกจากห้องของลูเซียนหลังจากสั่งให้คาเล็บเพิ่มการรักษาความปลอดภัยรอบคฤหาสน์
“นายคิดว่าเขากำลังปิดบังอะไรอีกหรือเปล่า?” อเล็กซานเดอร์ถามขณะเดินลงบันได
“นอกจากสถานะโอเมก้า ผมยังพบข้อมูลบางอย่างครับ”
คาเล็บยื่นแฟ้มเอกสารให้
“ประวัติของคุณลูเซียนมีช่องว่างสิบปีเต็ม หลังจากเหตุการณ์ไฟไหม้คฤหาสน์อาร์เดน เขาแทบไม่มีข้อมูลปรากฏในฐานข้อมูลใดเลย ก่อนจะกลับมาที่ลอนดอนเมื่อไม่นานมานี้”
อเล็กซานเดอร์เปิดแฟ้ม
“แล้วครอบครัวแบล็กเวลล์ล่ะ?”
“ผมตรวจสอบแล้วครับ คุณอีธาน แบล็กเวลล์มีความสัมพันธ์กับตระกูลอาร์เดนมาตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ แต่ข้อมูลบางส่วนถูกลบออกจากระบบ”
“ใครเป็นคนลบ?”
“ยังไม่ทราบครับ แต่ร่องรอยการลบข้อมูลเชื่อมโยงกับบัญชีภายในองค์กรวอลคอฟ”
อเล็กซานเดอร์หยุดเดิน
“บัญชีของใคร?”
คาเล็บลังเลเล็กน้อยก่อนตอบ
“เป็นบัญชีระดับผู้บริหารครับ”
ความเงียบเข้าปกคลุมทางเดิน
อเล็กซานเดอร์ปิดแฟ้มลงช้า ๆ
“อย่าเพิ่งให้ใครรู้เรื่องนี้ สืบต่อไปอย่างเงียบ ๆ”
“ครับ”
“และจับตาดูอีธาน แบล็กเวลล์ด้วย”
“คุณสงสัยว่าเขาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือครับ?”
“คนที่อยู่ใกล้ลูเซียนที่สุด อาจเป็นคนที่รู้ความจริงมากที่สุดก็ได้”
เวลาเดียวกัน ภายในห้องพัก ลูเซียนกำลังพยายามค้นหายากดฟีโรโมน
เขาเปิดลิ้นชัก หยิบแผงยาที่เหลือออกมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะจ้องเม็ดยาเพียงสองเม็ดด้วยความกังวล
ยาสองเม็ดนี้อาจช่วยให้เขาผ่านงานเลี้ยงในวันพรุ่งนี้ไปได้ แต่หลังจากนั้นเขาจะต้องหาทางจัดหายาเพิ่ม
เขาไม่สามารถปล่อยให้ฟีโรโมนโอเมก้าของตัวเองเปิดเผยต่อหน้าคนในองค์กรได้
โดยเฉพาะต่อหน้าอเล็กซานเดอร์
โทรศัพท์บนโต๊ะสั่นขึ้น
ข้อความจากอีธานปรากฏบนหน้าจอ
พรุ่งนี้อย่าไปงานเลี้ยงเด็ดขาด ลูเซียน
ลูเซียนขมวดคิ้วและพิมพ์ตอบกลับ
ทำไม?
ไม่นานข้อความใหม่ก็ปรากฏขึ้น
ฉันรู้แล้วว่าใครเป็นคนสั่งฆ่าครอบครัวนาย
หัวใจของลูเซียนเต้นแรงขึ้นทันที
เขารีบโทรกลับหาอีธาน แต่ปลายสายกลับไม่รับ
“รับสิ อีธาน…”
เขาลองโทรอีกครั้ง
คราวนี้มีคนรับสาย
แต่เสียงที่ดังออกมาไม่ใช่เสียงของอีธาน
“ถ้าคุณยังอยากให้เขามีชีวิตอยู่ อย่ามายุ่งกับเรื่องนี้อีก”
ลูเซียนชะงัก
“แกเป็นใคร?”
ปลายสายหัวเราะเบา ๆ
“คนที่รู้จักครอบครัวอาร์เดนดีกว่าที่คุณคิด”
“อีธานอยู่ที่ไหน?”
“ถ้าคุณอยากเจอเขา พรุ่งนี้เที่ยงคืนมาที่ท่าเรือเก่าเพียงลำพัง และอย่าบอกวอลคอฟ”
สายถูกตัดทันที
ลูเซียนกำโทรศัพท์แน่น ความรู้สึกหวาดกลัวและโกรธแค้นปะปนกันจนแยกไม่ออก
เขาไม่รู้ว่าอีธานตกอยู่ในอันตรายจริงหรือไม่ แต่ข้อความนั้นอาจเป็นเบาะแสเดียวที่จะพาเขาไปพบความจริงเกี่ยวกับคืนที่ครอบครัวถูกสังหาร
เช้าวันต่อมา
อเล็กซานเดอร์นั่งอยู่ในห้องอาหาร ขณะอ่านเอกสารที่คาเล็บนำมาให้
ไม่นานลูเซียนก็เดินเข้ามาในชุดสูทสีขาวสะอาดตา ผมสีเงินถูกจัดแต่งอย่างเรียบร้อย ใบหน้าหวานยังคงสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืน
“วันนี้คุณดูสดใสดีนะ” อเล็กซานเดอร์กล่าว
“ขอบคุณครับ”
“นอนหลับสบายหรือเปล่า?”
“พอใช้ได้”
อเล็กซานเดอร์วางเอกสารลงและมองเขา
“คืนนี้คุณต้องไปงานเลี้ยงกับผม”
“ผมจำได้”
“อย่าทำให้ผมต้องคอยระวังคุณตลอดเวลา”
ลูเซียนยิ้มบาง ๆ
“ผมจะพยายามไม่ทำให้คุณผิดหวัง”
“ผมไม่ได้ต้องการคำสัญญา ผมต้องการความจริง”
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ควรเริ่มจากการพูดความจริงกับผมก่อน”
อเล็กซานเดอร์มองเขานิ่ง ก่อนจะยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม
“คุณนี่ชอบย้อนผมจริง ๆ”
“คุณเองก็ชอบถามคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ”
มุมปากของอเล็กซานเดอร์ยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่แทบไม่มีใครเคยเห็น
แต่เพียงชั่วครู่เดียว สีหน้าของเขาก็กลับมาเย็นชาเหมือนเดิม
“เตรียมตัวให้พร้อม เราจะออกเดินทางตอนหนึ่งทุ่ม”
ช่วงเย็น งานเลี้ยงของตระกูลแบล็กเวลล์ถูกจัดขึ้นภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ใจกลางลอนดอน
แสงไฟระยิบระยับสะท้อนแก้วคริสตัลและเครื่องประดับราคาแพง แขกผู้มีอิทธิพลจากหลายตระกูลต่างมารวมตัวกันเพื่อเจรจาธุรกิจและแสดงอำนาจ
ลูเซียนก้าวลงจากรถพร้อมอเล็กซานเดอร์
ทันทีที่ทั้งสองปรากฏตัว เสียงพูดคุยภายในงานก็เริ่มเบาลง
ทุกสายตาจับจ้องไปยังชายหนุ่มผมสีเงินที่เดินเคียงข้างมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล
“นั่นคู่หมั้นของวอลคอฟหรือ?”
“ได้ข่าวว่าเป็นเบต้าไม่ใช่หรือ?”
“หน้าตาดีขนาดนั้น ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นแค่เบต้า”
ลูเซียนได้ยินทุกคำ แต่เลือกที่จะไม่สนใจ
อเล็กซานเดอร์ยื่นแขนให้เขา
“จับแขนผมไว้”
“ทำไมครับ?”
“เพราะทุกคนกำลังมองคุณอยู่”
ลูเซียนวางมือบนแขนของอีกฝ่ายอย่างจำใจ
“อย่าทำเหมือนเรารักกันมากนักเลยครับ”
“คืนนี้คุณเป็นคู่หมั้นของผม อย่างน้อยก็ช่วยแสดงให้สมบทบาทหน่อย”
ลูเซียนเงยหน้ามองเขา
“แล้วถ้าผมแสดงได้ดีเกินไปล่ะ?”
อเล็กซานเดอร์ก้มลงกระซิบข้างหู
“ผมอาจเผลอเชื่อขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้”
ลูเซียนชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบือนหน้าหนี
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะตอบ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“ลูเซียน”
เสียงที่คุ้นเคยทำให้หัวใจของเขากระตุก
อีธานยืนอยู่ไม่ไกล ชุดสูทสีดำเข้ารูปทำให้ชายหนุ่มดูสง่างาม ทว่าดวงตาสีฟ้ากลับเต็มไปด้วยความกังวล
“อีธาน…”
อเล็กซานเดอร์มองทั้งสองสลับกัน
“ดูเหมือนคุณสองคนจะสนิทกันมากกว่าที่ผมคิด”
อีธานเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าพวกเขา
“ผมมีเรื่องต้องคุยกับลูเซียน”
“ถ้าอย่างนั้นก็พูดตรงนี้”
“เป็นเรื่องส่วนตัว”
“แต่เขามากับผม”
บรรยากาศรอบตัวทั้งสามเริ่มตึงเครียด
ลูเซียนรู้ว่าอีธานต้องการบอกอะไรบางอย่าง เขาจึงหันไปหาอเล็กซานเดอร์
“ผมขอคุยกับเขาสักครู่ได้ไหมครับ?”
อเล็กซานเดอร์จ้องหน้าเขาอยู่หลายวินาที ก่อนจะตอบ
“ห้านาที”
เขาหันไปมองอีธานด้วยสายตาเย็นชา
“และผมจะอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้”
บริเวณระเบียงด้านข้างงานเลี้ยง
อีธานจับข้อมือลูเซียนเบา ๆ แล้วพาเดินออกมาจากสายตาของแขกคนอื่น
“นายไม่ควรมาอยู่กับเขา”
“ฉันเลือกเอง”
“ลูเซียน นายไม่เข้าใจว่าอเล็กซานเดอร์เป็นคนแบบไหน”
“นายรู้จักเขาดีกว่าฉันหรือไง?”
อีธานนิ่งไป ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นคนสั่งฆ่าครอบครัวนาย”
ลูเซียนเบิกตากว้าง
“อะไรนะ?”
“คนที่อยู่ในภาพถ่ายคืนนั้นไม่ใช่อเล็กซานเดอร์ คนที่สวมแหวนตราวอลคอฟต่างหากที่เป็นคนออกคำสั่ง”
“แล้วนายรู้ได้ยังไง?”
อีธานหลุบตาลง
“เพราะฉันอยู่ที่นั่น”
ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างทั้งสอง
ลูเซียนรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน
“นาย…อยู่ที่นั่น?”
“ใช่”
“แล้วทำไมนายไม่เคยบอกฉัน?”
อีธานกำมือแน่น
“เพราะฉันกลัวว่านายจะเกลียดฉัน”
ลูเซียนถอยหลังหนึ่งก้าว
“นายเห็นครอบครัวฉันถูกฆ่า แต่กลับปล่อยให้ฉันตามหาความจริงอยู่คนเดียวมาตลอดสิบปีอย่างนั้นเหรอ?”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้น”
“แล้วนายทำอะไรอยู่ในคฤหาสน์คืนนั้น?”
อีธานมองเขาด้วยแววตาเจ็บปวด
“ฉันพยายามช่วยนาย แต่คนที่พานายออกมาจากทางลับไม่ใช่คนที่นายคิด”
“หมายความว่ายังไง?”
อีธานกำลังจะตอบ แต่เสียงหนึ่งกลับดังขึ้นจากด้านหลัง
“คุณอีธาน”
คาเล็บยืนอยู่ตรงประตูระเบียง
“ท่านอเล็กซานเดอร์เรียกพบครับ”
อีธานสบตาลูเซียนอีกครั้ง
“จำไว้นะ ไม่ว่าใครจะพูดอะไร อย่าไว้ใจคนที่มีแหวนตราหมาป่าสีดำ”
“อีธาน เดี๋ยวก่อน!”
แต่ชายหนุ่มกลับเดินจากไปโดยไม่หันกลับมา
ลูเซียนยืนตัวแข็งอยู่ตรงนั้น
แหวนตราหมาป่าสีดำ…
เขาเคยเห็นมันมาก่อน
ในภาพถ่ายคืนนั้น ชายลึกลับสวมแหวนแบบเดียวกัน
หลังงานเลี้ยงจบลง ลูเซียนกลับขึ้นรถพร้อมอเล็กซานเดอร์
ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไร จนกระทั่งรถเคลื่อนเข้าสู่ถนนที่เงียบสงบ
“อีธานบอกอะไรคุณ?”
อเล็กซานเดอร์เป็นฝ่ายถามขึ้น
“เรื่องครอบครัวผม”
“เขาบอกอะไร?”
“เขาบอกว่าคุณไม่ได้เป็นคนสั่งฆ่าครอบครัวผม”
มือของอเล็กซานเดอร์ที่วางอยู่บนตักหยุดนิ่ง
“แล้วคุณเชื่อเขาหรือ?”
“ผมไม่รู้”
“ดีแล้ว อย่าเพิ่งเชื่อใครทั้งนั้น”
ลูเซียนหันไปมองอีกฝ่าย
“รวมถึงคุณด้วยใช่ไหม?”
อเล็กซานเดอร์ไม่ได้ตอบ
ไม่นานรถก็จอดหน้าคฤหาสน์วอลคอฟ ลูเซียนกำลังจะเปิดประตูลงจากรถ แต่เสียงของอเล็กซานเดอร์กลับรั้งเขาไว้
“ลูเซียน”
“ครับ?”
“คืนนี้อย่าออกจากห้อง”
“ทำไม?”
“เพราะผมรู้ว่าคุณกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง”
ลูเซียนหัวใจเต้นแรง แต่ยังคงรักษาสีหน้าให้สงบนิ่ง
“คุณคิดมากไปเอง”
อเล็กซานเดอร์โน้มตัวเข้ามาใกล้
“ผมหวังว่าคุณจะไม่ทำให้ผมต้องเสียใจที่เลือกคุณมาอยู่ข้างกาย”
ลูเซียนมองดวงตาสีแดงคู่นั้น
“ผมก็หวังว่าคุณจะไม่ใช่คนที่ผมกำลังตามหา”
เขาเปิดประตูลงจากรถทันที
อเล็กซานเดอร์มองตามแผ่นหลังของชายหนุ่ม ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“คาเล็บ”
“ครับท่าน”
“คืนนี้จับตาดูลูเซียน อย่าให้เขาออกจากคฤหาสน์”
“รับทราบครับ”
อเล็กซานเดอร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดประโยคที่ทำให้คาเล็บชะงัก
“และตรวจสอบแหวนตราหมาป่าสีดำของตระกูลวอลคอฟทุกวง”
เวลาเกือบเที่ยงคืน
ลูเซียนยืนอยู่หน้ากระจกในห้องพัก เขาหยิบยากดฟีโรโมนเม็ดสุดท้ายออกมาจากลิ้นชัก
เขาตัดสินใจแล้วว่าจะไปท่าเรือเก่า
ไม่ว่าจะเป็นกับดักหรือไม่ เขาก็ต้องรู้ว่าอีธานกำลังปิดบังอะไร และใครเป็นคนสั่งฆ่าครอบครัวของเขา
ลูเซียนสวมเสื้อคลุมสีดำ เก็บกุญแจเงินของแม่ไว้ในกระเป๋าด้านใน ก่อนค่อย ๆ เปิดประตูห้อง
ทางเดินเงียบสนิท
เขาเดินผ่านบันไดด้านหลังและมุ่งหน้าไปยังประตูทางออกเล็กของคฤหาสน์
แต่เมื่อมือกำลังจะแตะลูกบิด เสียงหนึ่งกลับดังขึ้นจากด้านหลัง
“จะไปไหน?”
ลูเซียนหยุดนิ่ง
เขาหันกลับไปช้า ๆ
อเล็กซานเดอร์ยืนอยู่ในเงามืด ดวงตาสีแดงจ้องมองเขาอย่างไม่พอใจ
“ผมแค่ออกไปสูดอากาศ”
“ตอนเที่ยงคืน?”
“ผมนอนไม่หลับ”
อเล็กซานเดอร์เดินเข้ามาใกล้ สายตาเหลือบเห็นโทรศัพท์ในมือของลูเซียน หน้าจอยังค้างอยู่บนข้อความนัดหมายที่ท่าเรือเก่า
“ท่าเรือเก่าอย่างนั้นเหรอ?”
ลูเซียนรีบซ่อนโทรศัพท์ แต่ก็สายเกินไป
“คุณแอบอ่านข้อความของผม?”
“ผมเตือนคุณแล้วว่าอย่าทำอะไรลับหลังผม”
“คุณไม่มีสิทธิ์ควบคุมชีวิตผม!”
“ตราบใดที่คุณอยู่ในคฤหาสน์ของผม คุณต้องทำตามกฎของผม”
“ผมไม่ใช่สิ่งของของคุณ!”
อเล็กซานเดอร์จับข้อมือเขาไว้ แต่ไม่ได้บีบแรง
“ผมไม่ได้คิดว่าคุณเป็นสิ่งของ”
“แล้วคุณคิดว่าผมเป็นอะไร?”
อเล็กซานเดอร์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่เบากว่าเดิม
“ผมเองก็ยังไม่รู้”
ลูเซียนสบตาเขา ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ควรเกิดขึ้นเริ่มก่อตัวขึ้นภายในใจ
แต่ก่อนที่ทั้งสองจะพูดอะไรต่อ โทรศัพท์ของอเล็กซานเดอร์ก็ดังขึ้น
คาเล็บโทรเข้ามา
“ท่านครับ เราพบตัวคุณอีธานแล้ว”
อเล็กซานเดอร์กดรับสายทันที
“อยู่ที่ไหน?”
“ท่าเรือเก่าครับ แต่มีเรื่องผิดปกติ…”
“พูดมา”
เสียงของคาเล็บสั่นเล็กน้อย
“คุณอีธานถูกยิงครับ และเราพบแหวนตราหมาป่าสีดำอยู่ข้างตัวเขา”
ลูเซียนหน้าซีด
“อะไรนะ…”
อเล็กซานเดอร์หันมามองเขา
“และมีข้อความฝากถึงคุณลูเซียนด้วยครับ”
“ข้อความอะไร?” อเล็กซานเดอร์ถาม
คาเล็บเงียบไปชั่วครู่ ก่อนตอบกลับมา
“คนร้ายฝากบอกว่า…ถ้าคุณลูเซียนอยากรู้ว่าใครฆ่าครอบครัวอาร์เดน ให้กลับไปเปิดห้องใต้ดินของคฤหาสน์เก่า”
ลูเซียนรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบ
เพราะห้องใต้ดินของคฤหาสน์อาร์เดน…
เป็นสถานที่เดียวกับที่แม่ของเขาเคยสั่งห้ามไม่ให้เข้าไปเด็ดขาด
และในวินาทีนั้นเอง กุญแจเงินในกระเป๋าของเขาก็เริ่มสั่นเบา ๆ เมื่อโทรศัพท์ได้รับภาพถ่ายใหม่
ภาพนั้นเป็นภาพผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูห้องใต้ดิน
ผู้หญิงที่ลูเซียนจำได้ไม่มีวันลืม
เซเลน่า อาร์เดน…แม่ของเขา
แต่สิ่งที่ทำให้เขาแทบหยุดหายใจคือข้อความใต้ภาพ
แม่ของนายยังมีชีวิตอยู่ ลูเซียน
โปรดติดตามตอนที่ 6
เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความมืดปัง!“หมอบลง!”อเล็กซานเดอร์คว้าตัวลูเซียนดึงลงไปหลบหลังโต๊ะไม้เก่า กระสุนพุ่งผ่านตำแหน่งที่ทั้งสองยืนอยู่เมื่อครู่ ก่อนเจาะเข้ากับตู้เอกสารจนเศษไม้กระจาย“คาเล็บ! รายงานสถานการณ์!”“มีคนบุกเข้ามาสี่คนครับ ผมจัดการไปแล้วหนึ่งคน อีกสามคนกำลังลงมาทางบันได!”อเล็กซานเดอร์ขึ้นลำปืน“ปิดทางออกทั้งหมด ห้ามให้พวกมันหนีไปได้แม้แต่คนเดียว”ลูเซียนกำจี้เงินรูปดอกกุหลาบไว้แน่น ข้อความด้านหลังยังคงวนเวียนอยู่ในหัวลูกแม่ อย่าไว้ใจอเล็กซานเดอร์เขาหันไปมองชายหนุ่มที่กำลังปกป้องตัวเองอยู่“คุณเห็นข้อความแล้วใช่ไหม?”“เห็น”“แล้วคุณจะอธิบายว่ายังไง?”“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาคุยเรื่องนั้น”“คุณกำลังหลบเลี่ยงคำถาม!”อเล็กซานเดอร์หันมาสบตาเขา“ถ้าคุณยังอยากมีชีวิตอยู่ ช่วยเชื่อฟังผมสักครั้ง”ลูเซียนกัดริมฝีปาก ก่อนจะเงียบลงเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาอเล็กซานเดอร์ยกมือส่งสัญญาณให้ลูเซียนอยู่กับที่ จากนั้นเคลื่อนตัวไปทางประตูอย่างรวดเร็วเสียงปืนดังขึ้นติดกันสามนัดไม่นานทุกอย่างก็เงียบลง“ปลอดภัยแล้วครับท่าน” เสียงคาเล็บดังมาจากทางเดินอเล็กซานเดอร์ลดปืนลง ก่อนหันกลับมาหาล
เสียงโทรศัพท์ยังคงดังอยู่ในมือของอเล็กซานเดอร์ ขณะที่ลูเซียนยืนนิ่งราวกับถูกแช่แข็งภาพถ่ายบนหน้าจอแสดงให้เห็นหญิงสาวผมสีเงินยืนอยู่หน้าประตูเหล็กบานหนึ่ง ใบหน้าของเธอซีดเซียว แต่ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นยังคงเหมือนกับความทรงจำของเขาไม่มีผิดเซเลน่า อาร์เดนแม่ของเขาผู้หญิงที่เขาเชื่อว่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน“ส่งตำแหน่งมาให้ผมเดี๋ยวนี้” อเล็กซานเดอร์สั่งคาเล็บผ่านโทรศัพท์ “แล้วอย่าให้ใครแตะต้องสถานที่นั้นจนกว่าผมจะไปถึง”“ครับท่าน แต่คุณอีธานอาการค่อนข้างหนัก ทีมแพทย์กำลังนำตัวส่งโรงพยาบาล”“รักษาชีวิตเขาไว้”“รับทราบครับ”อเล็กซานเดอร์ตัดสาย ก่อนหันกลับมามองลูเซียน“คุณรู้จักผู้หญิงในภาพใช่ไหม?”ลูเซียนพยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ“เธอเป็นแม่ของผม”“คุณแน่ใจหรือ?”“ผมไม่มีทางจำแม่ตัวเองผิด”มือของลูเซียนสั่น เขายื่นมือออกไปเพื่อขอโทรศัพท์จากอีกฝ่าย อเล็กซานเดอร์มองอยู่ครู่หนึ่งก่อนส่งให้ลูเซียนขยายภาพดูอย่างละเอียดฉากหลังเป็นประตูเหล็กเก่า มีสัญลักษณ์รูปดอกกุหลาบอยู่ตรงกลาง และด้านล่างมีตัวเลขที่ถูกขีดเขียนเอาไว้16-05วันเกิดของเขา“นี่มัน…” ลูเซียนพึมพำ“คุณเห็นอะไร?”“สัญลักษณ์นี้
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งในความเงียบของคฤหาสน์วอลคอฟลูเซียนนั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียง มือเรียวกำแผงยากดฟีโรโมนที่เหลืออยู่เพียงสองเม็ดแน่นจนปลายนิ้วซีด เขารู้ดีว่าความลับที่พยายามปกปิดมาตลอดกำลังจะพังทลายลงในคืนนี้“คุณลูเซียนครับ”เสียงของคาเล็บดังขึ้นจากด้านนอก“ท่านอเล็กซานเดอร์ต้องการพบคุณ”ลูเซียนหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะเก็บยาไว้ในลิ้นชักและลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูแต่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่คาเล็บเป็นอเล็กซานเดอร์ วอลคอฟชายหนุ่มในชุดสูทสีดำยืนมองเขาด้วยแววตาเย็นเยียบ ดวงตาสีแดงคู่นั้นไม่มีความประหลาดใจหลงเหลืออยู่ มีเพียงความไม่พอใจและความสงสัยที่กำลังรอคำตอบ“เรามีเรื่องต้องคุยกัน”“เรื่องอะไรครับ?”“อย่าแกล้งทำเป็นไม่รู้”อเล็กซานเดอร์ก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่รอคำอนุญาต ลูเซียนถอยหลังเล็กน้อยก่อนปิดประตูตาม“คุณเป็นโอเมก้า”ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศภายในห้องเย็นลงทันทีลูเซียนไม่ได้ตอบในทันที เขามองใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง พยายามประเมินว่าตอนนี้อเล็กซานเดอร์รู้อะไรมากแค่ไหน“ใครบอกคุณ?”“คนของผมตรวจสอบแล้ว ผลตรวจยืนยันชัดเจน”“แล้วคุณต้องการอะไรจากผม?”อเล็กซานเดอร์หัวเราะเ
เสียงเครื่องยนต์รถยนต์ดังขึ้นท่ามกลางค่ำคืนที่เงียบสงัดรถยนต์สีดำสามคันแล่นผ่านประตูเหล็กขนาดใหญ่ของคฤหาสน์วอลคอฟ ก่อนหยุดลงบริเวณหน้าบันไดหินอ่อนลูเซียนนั่งอยู่เบาะหลังของรถคันแรก ใบหน้าสวยนิ่งเฉย แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความระแวงเขาไม่คิดว่าอเล็กซานเดอร์จะเปลี่ยนแผนกะทันหันถึงขนาดมารับตัวเขาด้วยตัวเอง"ถึงแล้วครับ"เสียงของคนขับดังขึ้นลูเซียนเปิดประตูรถ ก่อนก้าวลงมาอย่างสง่างามคฤหาสน์ตรงหน้ามีขนาดใหญ่โตไม่ต่างจากพระราชวัง ผนังภายนอกเป็นหินสีเทาเข้ม หน้าต่างสูงเรียงรายหลายชั้น รอบบริเวณมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนประจำจุดอย่างเข้มงวดสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านแต่มันเหมือนป้อมปราการที่ไม่มีใครสามารถเข้าออกได้โดยไม่ได้รับอนุญาต"ยินดีต้อนรับสู่บ้านของผม"เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลังอเล็กซานเดอร์เดินเข้ามาหยุดข้างเขา"หวังว่าคุณจะปรับตัวได้"ลูเซียนยิ้มบาง ๆ"ผมไม่ใช่คนเรื่องมากครับ""ดี"อเล็กซานเดอร์หันไปสั่งคนรับใช้"พาเขาไปที่ห้องพัก"หญิงวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบสีดำก้าวออกมา ก่อนโค้งศีรษะเล็กน้อย"เชิญทางนี้ค่ะ คุณลูเซียน"ลูเซียนเดินตามเธอเข้าไป โดยไม่ทั
เสียงนาฬิกาบนผนังดังเป็นจังหวะท่ามกลางความเงียบภายในห้องรับรองของคฤหาสน์วอลคอฟ บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดหลังจากอีธาน แบล็กเวลล์ปรากฏตัวขึ้นชายหนุ่มผมสีบลอนด์ยืนอยู่ข้างลูเซียน ดวงตาสีฟ้าของเขาจับจ้องอเล็กซานเดอร์อย่างไม่เป็นมิตรส่วนเจ้าของคฤหาสน์กลับนั่งนิ่ง ราวกับกำลังชมละครที่น่าสนใจ"คุณอีธาน ผมจำไม่ได้ว่าเราเคยนัดพบกันวันนี้"อเล็กซานเดอร์เอ่ยขึ้น"ผมมีเรื่องต้องคุยกับคุณ แต่ดูเหมือนว่าผมจะมาผิดเวลา""ถ้าอย่างนั้นก็เชิญนั่งสิครับ"อเล็กซานเดอร์ผายมือไปยังเก้าอี้อีกตัว"เรากำลังเจรจาเรื่องการแต่งงานอยู่พอดี"อีธานหันไปมองลูเซียนทันที"นายคิดจะทำแบบนี้จริง ๆ เหรอ?"ลูเซียนหลุบตาลงเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย"มันเป็นเรื่องธุรกิจ""ธุรกิจ?"อีธานหัวเราะอย่างไม่อยากเชื่อ"นายกำลังจะเอาชีวิตตัวเองไปผูกติดกับผู้ชายคนนี้ แล้วบอกฉันว่ามันเป็นแค่เรื่องธุรกิจอย่างนั้นเหรอ?""อีธาน อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยาก""คนที่ทำให้เรื่องยุ่งยากคือนายต่างหาก ลูเซียน"เสียงของอีธานเริ่มสั่น"นายรู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงนายแค่ไหน?"ลูเซียนไม่ตอบเขารู้ว่าอีธานเป็นห่วง แต่เขาไม่สามารถยอมให้อีกฝ
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านกระจกบานสูงของโรงแรมหรูใจกลางกรุงลอนดอนลูเซียนยืนอยู่หน้ากระจก พลางจัดเนกไทสีดำให้เข้าที่ วันนี้เป็นวันที่เขาจะได้พบกับชายที่เขาเฝ้ารอมาเป็นเวลาสิบปีอเล็กซานเดอร์ วอลคอฟเพียงแค่คิดถึงชื่อนั้น ความทรงจำในคืนอันโหดร้ายก็ย้อนกลับมาอีกครั้งเสียงปืนเปลวไฟและร่างไร้วิญญาณของคนในครอบครัวลูเซียนกำมือแน่น ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ"วันนี้ฉันจะได้พบคุณแล้วนะครับ"เขาพึมพำกับตัวเองบนโต๊ะเครื่องแป้งมีกล่องกำมะหยี่สีดำ ภายในบรรจุอุปกรณ์ขนาดเล็กสำหรับควบคุมระดับฟีโรโมนของโอเมก้าลูเซียนหยิบมันขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้งตลอดสิบปีที่ผ่านมา เขาใช้ยากดกลิ่นฟีโรโมนเพื่อปกปิดสถานะที่แท้จริง แม้จะมีผลข้างเคียง แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกหากอเล็กซานเดอร์รู้ว่าเขาเป็นโอเมก้า แผนการทั้งหมดอาจพังทลายตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นครืด...ครืด...ชื่อของคนที่โทรเข้ามาทำให้ลูเซียนถอนหายใจEthan Blackwellเขากดรับสาย"มีอะไร?""นายกำลังจะออกไปใช่ไหม?""นายรู้ได้ยังไง?""ฉันรู้จักนายดี ลูเซียน"เสียงทุ้มจากปลายสายตอบกลับ"ฉันแค่ต้องการเตือนว่าอย่าไว้ใจอเล็กซานเดอร์"ลูเซียนหัวเราะเบา ๆ







