Share

ข้อเสนอ

last update Terakhir Diperbarui: 2025-06-04 18:55:41

เอวาเดินออกมาจากห้องแต่งตัวด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง เธอเดินไปตามทางเดินที่ประดับด้วยโคมไฟระยิบระยับ สองข้างทางเป็นห้องวีไอพีปิดทึบ แต่ละห้องถูกกั้นด้วยประตูไม้เนื้อดีบานใหญ่ เสียงดนตรีและเสียงหัวเราะจากภายในเล็ดลอดออกมาเบา ๆ เธอหยุดอยู่หน้าประตูห้อง VIP A หัวใจเต้นระรัวราวกลองศึก มือที่สั่นเทาค่อย ๆ เอื้อมไปบิดลูกบิดประตูโลหะเย็นเฉียบ

เมื่อเปิดประตูเข้าไป ภาพแรกที่เห็นคือแสงไฟสลัว ๆ ที่มาจากโคมไฟดีไซน์หรูเหนือโต๊ะกลมขนาดใหญ่กลางห้อง บนโต๊ะเต็มไปด้วยขวดเหล้าราคาสูงลิ่ว และแก้วคริสตัลระยิบระยับ

ชายหนุ่มที่เธอเพิ่งชนเมื่อครู่ ดิน หัสดิน เดทาวิรักษ์ กำลังนั่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำตัวใหญ่กลางห้อง รอบกายเขาคือบอดี้การ์ดสองคนที่ยืนนิ่งราวรูปปั้น และชายฉกรรจ์อีกสองสามคนซึ่งน่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องของเขา ทุกสายตาจับจ้องมาที่เธอในทันทีที่เธอก้าวเข้ามาในห้อง

ความรู้สึกกดดันถาโถมเข้าใส่เอวาอย่างจัง เธอสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มคนนั้น เขากำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นเยียบเหมือนเดิม ไม่มีแววความรู้สึกใด ๆ ปรากฏในดวงตาคมคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย

"สวัสดีค่ะ ดิฉันเอวาค่ะ ยินดีที่ได้ดูแลคุณในค่ำคืนนี้นะคะ" เอวาพยายามฉีกยิ้มให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ภายในใจจะรู้สึกประหม่าและหวาดกลัวจนแทบจะยืนไม่ไหว

ดินไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยกแก้วเหล้าขึ้นจรดริมฝีปาก สายตาคมกริบยังคงจับจ้องอยู่ที่เธอราวกับกำลังสำรวจสิ่งของบางอย่าง เอวาพยายามสงบสติอารมณ์ เธอรู้ดีว่าหน้าที่ของเธอคือการทำให้ลูกค้าพอใจ เพื่อให้ได้ทิปก้อนใหญ่มาช่วยแม่

"คุณดินอยากให้เอวาชงเหล้าแบบไหนดีคะ หรืออยากให้เอวาแนะนำอะไรไหมคะ" เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พยายามไม่ให้มือที่กำลังสั่นนั้นไปโดนขวดเหล้าที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ

ดินวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะเบา ๆ เกิดเสียงกระทบกันเบา ๆ แต่ก็ดังพอที่จะทำให้เอวาสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับกำลังพยายามเจาะทะลุเข้าไปในจิตใจ

"เธอ...ชื่อเอวาอย่างนั้นเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำของเขาดุจสายน้ำแข็งที่ไหลผ่านโขดหิน มันเย็นเยียบและเต็มไปด้วยอำนาจที่ยากจะต้านทาน

"ค่ะ ชื่อเอวาค่ะ" เอวาตอบรับ พยายามรักษาใบหน้าให้ดูเป็นปกติที่สุด

"อายุเท่าไหร่?"

"21 ปีค่ะ"

"นักศึกษา?"

"ค่ะ" เอวาพยักหน้าเล็กน้อย

ดินเงียบไปครู่หนึ่ง เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเลยแม้แต่น้อย หากแต่เต็มไปด้วยเลศนัยและอันตราย

"มาทำงานแบบนี้...ได้เงินเยอะขนาดไหนเชียว?" คำถามของเขาจี้ใจดำอย่างจัง ทำให้เอวารู้สึกชาไปทั้งร่าง

เธอพยายามยิ้มตอบ "ก็...พอจะช่วยแบ่งเบาภาระได้บ้างค่ะ" เธอไม่กล้าสบตาเขาตรง ๆ เลยแม้แต่น้อย

"แค่แบ่งเบาภาระ?" น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบ หากแต่กลับมีน้ำหนักที่น่าขนลุก "ดูจากสภาพของเธอแล้ว ฉันว่าคงไม่พอให้แม่เธอรอดหรอกมั้ง"

คำพูดของเขาเหมือนคมมีดที่กรีดแทงลงบนแผลสดของเธอ เอวารู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบลงไปในทันที เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยความตกใจปนโกรธระคนเสียใจ เขาไปรู้เรื่องแม่ของเธอได้อย่างไร?

"คุณ...คุณรู้เรื่องแม่ของฉันได้ยังไงคะ!" เอวาเผลอขึ้นเสียงเล็กน้อย แต่ก็รีบหรี่เสียงลงเพราะรู้สึกตัวว่าไม่ควรแสดงอารมณ์กับลูกค้า

ดินยังคงรักษารอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัวบนใบหน้า "เรื่องอะไรที่ฉันอยากรู้...ก็ไม่มีอะไรที่ฉันจะไม่รู้" เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำเคลื่อนเข้ามาใกล้เธอช้า ๆ จนเอวารู้สึกได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวเขา

"ฉัน...ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูดค่ะ" เอวาถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

ดินไม่สนใจคำพูดของเธอ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจนเกือบจะชิด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะสะกดจิต

"เธออยากให้แม่เธอรอดชีวิตใช่ไหมเอวา?" คำถามของเขาไม่ใช่คำถาม แต่เป็นการยื่นข้อเสนอที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ "ถ้าเธอต้องการให้แม่เธอมีชีวิตอยู่...ฉันมีข้อเสนอให้เธอ"

เอวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามหาแววล้อเล่นแต่ก็ไม่พบเจออะไรนอกจากความจริงจังและอำนาจ

"ข้อเสนอ...อะไรคะ" เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบจะไม่ได้ยิน

"ง่าย ๆ เลย...เธอมาเป็นผู้หญิงของฉัน"

เอวานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองของเธอประมวลผลคำพูดของเขาอย่างยากลำบาก "หมายความว่า...คุณต้องการให้ฉันเป็นเด็กเลี้ยงของคุณอย่างนั้นเหรอคะ" เธอพยายามตีความให้มันดูดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ดินหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "เด็กเลี้ยง? เธอคิดว่าฉันจะใช้เงินมากขนาดนั้นเพื่อจ้างเด็กเลี้ยงรึไงเอวา" เขาเว้นจังหวะก่อนจะพูดประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เส้นเลือดในกายของเอวาหยุดไหล "ฉันต้องการให้เธอ มาเป็นของฉัน ทุกอย่างที่เป็นของเธอ จะเป็นของฉันทั้งหมด แลกกับการที่แม่ของเธอจะมีชีวิตรอด"

ประโยคนั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเอวา เธอรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกบาล เลือดในกายของเธอเดือดพล่านด้วยความโกรธปนความตกใจ เธอนึกไม่ถึงว่าชายหนุ่มที่ดูดีมีระดับคนนี้จะกล้าพูดจาดูถูกเธอถึงเพียงนี้

"คุณพูดอะไรของคุณคะ! ฉันไม่เข้าใจ! คุณมันบ้าไปแล้ว!" เอวารีบถอยหลังห่างจากเขาอีกสองก้าว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ

ดินไม่สะทกสะท้านกับท่าทีของเธอ เขายังคงรักษารอยยิ้มเหยียดหยันบนใบหน้า "บ้าเหรอ? หรือเธอต่างหากที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ของตัวเองเอวา" เขาหรี่ตาลง มองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "เธอกำลังจะจมน้ำตายอยู่แล้วนะ ถ้าไม่ได้ฉันช่วยไว้ แม่ของเธอก็จะตาย"

"ไม่จริง! ฉันไม่เชื่อ! ฉันสามารถหาเงินรักษาแม่ของฉันได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของฉันเอง!" เอวาพยายามปฏิเสธ แต่เสียงของเธอสั่นจนเธอเองก็รู้สึกได้ว่ามันไม่หนักแน่นพอ

"น้ำพักน้ำแรงของเธอ? ด้วยการมาเป็นเด็กนั่งดริ้งในบาร์แบบนี้เนี่ยนะ?" ดินยิ้มเยาะ "เธอคิดว่าค่าตัวของเธอจะมีราคามากพอที่จะซื้อชีวิตแม่ของเธอได้งั้นเหรอ?"

คำพูดของเขาเหมือนน้ำกรดที่สาดเข้าใส่ใบหน้าของเธอ เอวารู้สึกเจ็บแสบไปทั้งกาย เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองจะถูกดูถูกเหยียดหยามได้ถึงเพียงนี้

"คุณ...คุณมันเลวทรามที่สุด!" เอวากัดฟันพูด พยายามระงับอารมณ์โกรธที่กำลังคุกรุ่น

ดินไม่สะท้าน เขายกมือขึ้นปัดเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากอย่างไม่ใส่ใจ "จะเลวจะดี เธอไม่มีทางเลือกหรอกเอวา" เขาเดินวนรอบตัวเธอช้า ๆ เหมือนนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อ "ฉันรู้ว่าแม่เธออยู่ที่โรงพยาบาลไหน หมอคนไหนดูแลอยู่ และมีหนี้สินเท่าไหร่ ค่ารักษาพยาบาลต่อเดือนเท่าไหร่ ค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่าคีโม...ทุกอย่าง"

เอวารู้สึกเหมือนถูกแทงเข้ากลางอกเมื่อได้ยินรายละเอียดที่เขารู้ เธอกำหมัดแน่นพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้กระโจนเข้าใส่เขา

"ทั้งหมดที่ฉันพูดมา...ไม่มีอะไรที่ผิดพลาดใช่ไหมเอวา" ดินหยุดยืนตรงหน้าเธออีกครั้ง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาที่กำลังสั่นระริกของเธอ "เธอมีทางเลือกเดียว...คือยอมเป็นของฉัน หรือปล่อยให้แม่ของเธอตาย"

มันคือทางเลือกที่โหดร้ายที่สุดเท่าที่เธอเคยได้รับมาในชีวิต สิ่งหนึ่งคือศักดิ์ศรีและความเป็นอิสระ อีกสิ่งหนึ่งคือชีวิตของผู้เป็นแม่ผู้ที่เธอรักที่สุด

"ไม่! ฉันไม่มีวันยอมเป็นของคุณเด็ดขาด!" เอวาประกาศกร้าว แม้เสียงจะสั่นพร่าแต่แววตาของเธอกลับฉายชัดถึงความเด็ดเดี่ยว ไม่ยอมแพ้ "ถึงแม้ฉันจะหาเงินไม่ได้มากพอ ถึงแม้ฉันจะไม่มีทางเลือกอื่น แต่ฉันก็ไม่มีวันยอมแลกศักดิ์ศรีของฉันกับใครหน้าไหนทั้งนั้น!"

ดินเลิกคิ้วเล็กน้อย ราวกับไม่คิดว่าเธอจะกล้าปฏิเสธเขาตรงๆ ใบหน้าคมคายของเขาปรากฏรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหยันเล็กน้อย "โอ้? กล้าปฏิเสธฉันอย่างนั้นเหรอ? เธอก็แค่เด็กสาวที่ไร้เดียงสาที่คิดว่าตัวเองจะสามารถต่อกรกับโลกภายนอกได้ด้วยลำพังตัวเอง เธอไม่รู้เลยว่าฉันจะทำอะไรกับชีวิตเธอได้บ้าง"

"ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ฉันก็ไม่กลัว!" เอวาตอบกลับอย่างไม่ลดละ "ฉันไม่ยอมขายตัวเพื่อเงินเด็ดขาด! แม่ของฉันจะไม่มีวันภูมิใจในตัวลูกสาวที่ทำเรื่องแบบนั้น!"

ดินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นชาและน่ากลัว "ความภูมิใจของแม่? เธอเอาอะไรมาแลกกับชีวิตของแม่เธอได้บ้างเอวา? เธอจะเอาความภูมิใจจอมปลอมนั่นไปซื้อยาให้แม่เธอได้งั้นรึไง?"

คำพูดของเขาทำให้เอวารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง เธอพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยืนตัวแข็งด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวัง

"ฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมกับเธอหรอกนะเอวา" ดินเดินกลับไปนั่งลงบนโซฟาอย่างสบายอารมณ์ เขายกแก้วเหล้าขึ้นจิบอย่างไม่รีบร้อน สายตาคมกริบยังคงจับจ้องอยู่ที่เธอราวกับจะทะลุปรุโปร่ง "ฉันให้โอกาสเธอตัดสินใจ...ในอีกยี่สิบสี่ชั่วโมงนับจากนี้ ถ้าเธอไม่มาหาฉันที่นี่พรุ่งนี้ตอนบ่ายสองโมง...แม่ของเธอจะตาย"

เอวานิ่งอึ้งไปในทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดกับคำข่มขู่ที่เขาเอ่ยออกมา มือของเธอสั่นระริกจนแทบจะควบคุมไม่ได้

"คุณ...คุณหมายความว่ายังไง!" เธอถามเสียงแผ่ว พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้เสียงสั่น

ดินวางแก้วลงบนโต๊ะก่อนจะยิ้มเย็น "ก็อย่างที่ฉันพูดนั่นแหละ ฉันรู้ข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับแม่ของเธอ ทุกขั้นตอนการรักษา และทุกสิ่งที่เกี่ยวข้อง ถ้าเธอไม่ยอมรับข้อเสนอของฉัน...รับรองได้เลยว่าการรักษาของแม่เธอจะหยุดชะงักลงทันที จะไม่มีใครให้ความช่วยเหลือแม่เธออีกต่อไป และเธอจะได้เห็นแม่เธอค่อยๆ ตายไปต่อหน้าต่อตาอย่างช้าๆ"

เขาลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แล้วเดินเข้ามาใกล้เธอช้าๆ จนร่างของเขาบดบังแสงไฟด้านหลัง ทำให้เงาของเขาดูใหญ่โตและน่ากลัว

"คิดให้ดีนะเอวา...ศักดิ์ศรีจอมปลอมกับการที่แม่เธอต้องตาย...อะไรสำคัญกว่ากัน" ดินเอื้อมมือขึ้นมาเชยคางเธอเบาๆ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา "ฉันไม่ได้ขอให้เธอรักฉัน ฉันแค่ต้องการให้เธอเป็นของฉัน แลกกับชีวิตของแม่เธอ"

เอวารู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งอยู่ในความกลัว เธอจ้องมองดวงตาคมกริบของเขาอย่างไม่กะพริบ เธอเห็นความจริงจังและอำมหิตอยู่ในนั้น ไม่ใช่การข่มขู่ แต่เป็นคำประกาศิตที่เขาจะทำจริง

"ฉัน...ฉันให้เวลาเธอคิด" ดินผละมือออกอย่างช้าๆ ก่อนจะเดินไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกจากโต๊ะ แล้วยื่นให้เธอ "ในนี้คือข้อมูลของแม่เธอทั้งหมด รวมถึงโรงพยาบาลที่รักษาอยู่ และเบอร์โทรศัพท์ของฉัน"

เอวารับซองเอกสารมาด้วยมือที่สั่นเทา เธอรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่โหนกแก้ม น้ำตาเอ่อคลอเบ้า แต่เธอพยายามกลั้นไว้สุดชีวิต

"พรุ่งนี้บ่ายสอง...ฉันรอเธอ" ดินพูดเสียงเรียบๆ ก่อนจะเดินผ่านเธอออกไปจากห้องพร้อมกับบอดี้การ์ดและลูกน้อง ทิ้งให้เอวายืนนิ่งอยู่กลางห้องเพียงลำพัง

ห้อง VIP A กลับสู่ความเงียบงัน มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวราวกลองศึกในอกของเอวา เธอทรุดตัวลงนั่งบนพื้นห้องอย่างหมดแรง ซองเอกสารในมือถูกบีบขยำจนยับยู่ยี่ น้ำตาที่กลั้นไว้มานานพรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจหยุดยั้งได้

"ไม่จริง...นี่มันไม่จริง!" เธอพร่ำบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ทำไม...ทำไมฉันต้องเจอเรื่องแบบนี้ด้วย!"

มันคือฝันร้ายที่สุดในชีวิตของเธอ ทางเลือกที่เลวร้ายที่สุด ศักดิ์ศรีที่เธอหวงแหน กำลังถูกกดทับด้วยชีวิตของแม่ผู้เป็นที่รักที่สุด เธอจะทำอย่างไรในเมื่อถูก มาเฟียร้าย คนนี้ต้อนจนมุมอย่างนี้ ไม่มีทางหนี ไม่มีทางรอด ราวกับเธอถูกจับขังอยู่ใน "กรงเลี้ยง" ที่ไร้ซึ่งทางออก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กรงเลี้ยงมาเฟียร้าย   เล่มเกม?

    ทันใดนั้น...ก็มีชายชุดดำสองคนเดินเข้ามาในห้อง แล้วลากเอวาออกไปจากห้องโถงใหญ่!"ไม่นะ!" หัสดินตะโกนขึ้นอย่างรวดเร็ว "พวกแกจะทำอะไร!"หัสดินรีบลุกขึ้นจากโซฟาแล้ววิ่งเข้าไปหาเอวาอย่างรวดเร็ว แต่ก็ถูกชายชุดดำอีกคนเข้ามาขวางไว้ "อย่ายุ่งนะครับคุณดิน" ชายชุดดำพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา"พวกแกจะทำอะไรภรรยาของฉัน!" หัสดินตะโกนขึ้นอย่างรวดเร็ว "พวกแกจะทำอะไร!""ผมไม่ได้ทำอะไรหรอกนะ" นายใหญ่พูดด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ "ผมแค่อยากจะให้คุณเห็นว่า...คุณควรจะทำอย่างไรดีกับธุรกิจของคุณ"ทันใดนั้น...ก็มีชายชุดดำอีกคนเดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับถาดที่เต็มไปด้วยเข็มฉีดยา!"ไม่นะ!" หัสดินตะโกนขึ้นอย่างรวดเร็ว "พวกแกจะทำอะไร!"หัสดินพยายามจะวิ่งเข้าไปหาเอวาอีกครั้ง แต่ก็ถูกชายชุดดำอีกคนเข้ามาขวางไว้ "อย่ายุ่งนะครับคุณดิน" ชายชุดดำพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาหัสดินไม่สนใจคำพูดของชายชุดดำเลยแม้แต่น้อย เขากระโดดเข้าใส่ชายชุดดำอย่างรวดเร็ว แล้วชกเข้าที่ใบหน้าของชายชุดดำอย่างรุนแรง! ชายชุดดำล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ หัสดินรีบวิ่งเข้าไปหาเอวาอย่างรวดเร็ว แล้วชกเข้าที่ใบหน้าของชายชุดดำที่กำลังจะฉีดเข็มฉ

  • กรงเลี้ยงมาเฟียร้าย   พายุที่โหมกระหน่ำ

    รถยนต์คันหรูของ แดเนียล แล่นไปตามท้องถนนในมหานครที่สว่างไสวด้วยความเร็วสูง แต่ในหัวใจของ เอวา กลับมืดมิดและเต็มไปด้วยพายุที่โหมกระหน่ำ เธอได้แต่นั่งร้องไห้อยู่ในรถอย่างหมดอาลัยตายอยาก ภาพของ หัสดิน ที่กำลังจะไปทำสัญญาซื้อขายธุรกิจที่อันตรายที่สุดในชีวิตเพื่อแลกกับชีวิตของแม่ของเธอมันเหมือนภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำไปมาอยู่ในหัวของเธอเอวารู้สึกผิดและรู้สึกเสียใจมากที่เธอได้ทำให้เขาต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ เธอไม่เคยคิดว่าผู้ชายอย่างหัสดินจะยอมทำอะไรที่อันตรายขนาดนี้เพื่อเธอเลยแม้แต่น้อย"คุณแดเนียลคะ...พาหนูไปหาคุณดินเดี๋ยวนี้" เอวาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "หนู...หนูต้องไปหยุดเขาให้ได้""แต่คุณเอวาครับ...มันอันตรายนะครับ" แดเนียลพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล "นายใหญ่เป็นคนอันตราย...ถ้าคุณไป...คุณอาจจะเป็นอันตรายได้""หนูไม่กลัวหรอกค่ะ" เอวาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ "หนูรู้ว่าหนูจะต้องทำอะไร"แดเนียลเงียบไปในทันที เขาเข้าใจดีว่าเอวาเป็นคนอย่างไร เธอเป็นคนที่มีความกล้าหาญและไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ เขาขับรถออกไปจากโรงพยาบาลแล้วขับตรงไปยังคฤหาสน์ของนายใหญ่ทันทีในขณะที่เขากำลังขับรถไปที่คฤหาสน

  • กรงเลี้ยงมาเฟียร้าย   รอยร้าวในหัวใจ

    ในค่ำคืนที่ท้องฟ้าไร้ดวงดาว หัสดิน ขับรถยนต์คันหรูของเขาเข้าไปจอดเทียบหน้าคฤหาสน์ของ นายใหญ่ แห่งตระกูลวรวิทย์อย่างสง่างาม แม้ภายนอกจะดูเยือกเย็นและน่าเกรงขาม แต่ภายในใจของเขากำลังร้อนรุ่มด้วยความโกรธแค้นที่อัดแน่น เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำธุรกิจอย่างที่นายใหญ่คาดหวัง แต่เขามาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับสิ่งที่พวกมันทำไว้กับ เอวา และครอบครัวของเธอ!ทันทีที่หัสดินก้าวลงจากรถ ก็มีชายชุดดำสองคนเดินเข้ามายืนขนาบข้างเขาอย่างเงียบๆ พวกมันเป็นลูกน้องของนายใหญ่และกำลังรอให้เขาเดินเข้าไปในคฤหาสน์ หัสดินไม่ได้พูดอะไร เขาแค่ยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปในคฤหาสน์อย่างไม่เกรงกลัวภายในคฤหาสน์เต็มไปด้วยความหรูหราอลังการ มีรูปภาพและรูปปั้นโบราณวางประดับอยู่ทั่วบริเวณ และที่ห้องโถงใหญ่...มีชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟา เขาในชุดสูทสีขาวดูสง่างามและน่าเกรงขามอย่างที่เธอเคยเห็นในครั้งแรก เขากำลังยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอย่างไม่รีบร้อน"สวัสดีครับคุณดิน" ชายชราคนนั้นทักทายหัสดินด้วยรอยยิ้ม "ผมก็ว่าแล้วว่าคุณจะต้องมาหาผม""นายท่าน" หัสดินตอบกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว "ผมมาที่นี่ไม่ได้มาเพื่อทำธุรกิจ...แต่ผมมาเพื่

  • กรงเลี้ยงมาเฟียร้าย   นายใหญ่

    หลังจากพาเอวาออกมาจากโรงพยาบาลและกลับมาที่คฤหาสน์ หัสดิน ก็ไม่ได้สนใจเธออีกเลย เขาทิ้งเธอไว้ในห้องนอนเพียงลำพัง แล้วเดินลงมาที่ห้องทำงานของเขาด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความโกรธ เขาไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ แม่ของเอวา อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่ทีมแพทย์ที่ดีที่สุดก็ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาหัสดินหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วโทรหา หมอวิน ทันที "อาการของแม่เอวาเป็นยังไงบ้าง" เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา"ผมขอโทษนะครับคุณดิน" หมอวินตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียใจ "ผมพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ดูเหมือนว่า...หัวใจของท่านจะอ่อนแอลงเรื่อยๆ""เป็นไปได้ยังไง" หัสดินถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย "ฉันให้ทีมแพทย์ที่ดีที่สุดไปดูแล...ทำไมอาการถึงทรุดลง"หมอวินเงียบไปในทันที เขาไม่รู้จะตอบหัสดินอย่างไรดี "ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ...แต่ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากล""ไม่ชอบมาพากลเหรอ" หัสดินถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "แกหมายความว่ายังไง""ผมรู้สึกเหมือน...เหมือนมีใครบางคนพยายามที่จะทำลายการรักษาของท่านครับ" หมอวินตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ยาที่ผมสั่งให้ท่านก

  • กรงเลี้ยงมาเฟียร้าย   ไม่เคยคิด

    เช้าวันรุ่งขึ้น... เอวา ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งในอก เธอแทบไม่ได้หลับเลยทั้งคืนจากเหตุการณ์เมื่อวาน เธอลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆ แล้วเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มองเห็นแสงอาทิตย์อ่อนๆ ที่เริ่มสาดส่องเข้ามาในห้อง แต่แสงสว่างนั้นไม่ได้ช่วยให้จิตใจของเธอดียิ่งขึ้นเลยแม้แต่น้อยเธอทำธุระส่วนตัวและแต่งตัวด้วยชุดที่ดูสุภาพเรียบร้อยที่สุดเท่าที่เธอมี ในขณะที่เธอกำลังสวมเสื้อผ้าอยู่นั้น เธอก็เห็นรอยฟกช้ำและรอยแดงที่ปรากฏอยู่บนร่างกายของเธอ เธอใช้มือลูบเบาๆ แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาอีกครั้ง เธอรู้สึกเหมือนร่างกายและจิตใจของเธอได้ถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดีเมื่อเธอเดินลงไปที่ชั้นล่าง เธอก็เห็น หัสดิน ยืนรออยู่ตรงหน้าคฤหาสน์ เขาในชุดสูทสีดำดูสง่างามและน่าเกรงขามอย่างที่เธอเคยเห็นในครั้งแรก เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ผายมือไปที่รถยนต์คันหรูที่จอดรออยู่ เอวาขึ้นรถไปกับเขาอย่างเงียบเชียบ รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวไปตามท้องถนนในมหานครที่แสนวุ่นวาย เอวาได้แต่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพตึกรามบ้านช่องที่สลับกันไปมาดูพร่าเลือนจนแยกแยะไม่ออก เธอรู้สึกเหมือนตัวเองได้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง แต่โลกที

  • กรงเลี้ยงมาเฟียร้าย   อยากให้หายโกรธ

    รถยนต์คันหรูของ หัสดิน แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าคฤหาสน์ด้วยความเร็วสูง ทันทีที่รถหยุดนิ่ง เอวา ก็ถูกลากลงจากรถอย่างรุนแรง เธอสะดุดล้มลงกับพื้น แต่หัสดินไม่สนใจ เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เขาเดินตรงเข้าไปในคฤหาสน์ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยแต่เต็มไปด้วยความโกรธที่คุกรุ่นอยู่ในอกเอวาพยายามลุกขึ้นยืนด้วยร่างกายที่บอบช้ำ เธอรู้สึกเหมือนร่างกายทั้งร่างไม่มีเรี่ยวแรงเลยแม้แต่น้อย แต่เธอก็ต้องฝืนใจลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามหลังเขาเข้าไปในคฤหาสน์อย่างช้าๆ เธอเดินตามหลังเขาไปจนถึงห้องโถงใหญ่ เธอเห็นหัสดินเดินขึ้นบันไดไปยังห้องทำงานของเขาด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมเมื่อหัสดินหายลับไปจากสายตา เอวาก็เดินเข้าไปหา ป้าสร้อย แม่บ้านที่ดูแลคฤหาสน์แห่งนี้มาตั้งแต่สมัยที่เธอยังเป็นเด็กเล็กๆ "ป้าสร้อยคะ...คุณดินยังโกรธอยู่ใช่ไหมคะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือป้าสร้อยมองดูเอวาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารและห่วงใย "คุณดินไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะหนูเอวา...ตั้งแต่หนูมาอยู่ที่นี่ คุณดินก็เปลี่ยนไปมาก"คำพูดของป้าสร้อยทำให้เอวาน้ำตาไหลออกมาอย่างเงียบๆ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองได้ทำให้หัสดินต้องเสียใจ แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกเลยแม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status