ANMELDEN“อ้าวคุณพ่อ ทำไมอยู่ดี ๆ มาว่าก้านแบบนั้นล่ะ ก้านแค่ชอบทำกิจกรรมมากกว่าเรียน” โตมรอดไม่ได้ ที่ถูกเปรียบเทียบเรื่องการเรียนกับน้องสาวเป็นประจำ ขณะน้องสาวกลับรู้สึกกดดันที่ทุกคนในบ้านต่างคาดหวังในตัวเธอ โดยเฉพาะบิดาและมารดาที่ชอบอวดเธอกับคนไปทั่ว
“ไม่อยากไปเรียนที่เชียงใหม่แล้วเหรอลูก ไหนบอกว่าชอบอากาศที่นั่น อยากไปเรียนที่นั่นไง” มาลินีถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน สุภาพอ่อนโยนอย่างกุลสตรี ขณะตักอาหารเอาใจสามีไปด้วย วรายุทธแอบมองการกระทำของมาลินีแล้วอยากจะสำลอก ต่อหน้ากับลับหลังสามี ปฏิบัติต่างกันราวฟ้ากับเหว
“แต่หนูมาคิด ๆดูแล้ว หนูไม่อยากไปอยู่ไกลบ้านค่ะ ที่สำคัญ หนูไม่ได้อยากเรียนหมอ อยากเรียนบริหารหรือบัญชีมากกว่า พอจบแล้วจะได้มาช่วยงานคุณพ่อได้ไงคะ”
เหตุผลของเธอทำให้บิดาค่อนข้างพอใจ เพราะจะว่าไปแล้ว เขาเองก็ไม่อยากให้ลูกสาวไปอยู่ไกลหูไกลตาเหมือนกัน หากยังอยู่ในจังหวัดเดียวกัน เขาก็ยังตามสืบตามดูได้บ้าง
“เอา...เอาที่ทุกคนพอใจแล้วกัน...ยังไงพ่อก็ต้องขอบใจทุกคนมาก ที่ทำตัวดี ไม่ทำให้พ่อปวดหัวเหมือนลูกบ้านอื่น พ่อมีความสุขมากนะที่ครอบครัวของเราสามัคคีปรองดองกันแบบนี้ กินข้าว ๆ เดี๋ยวจะเย็นซะหมด”
ทุกคนยิ้มแย้มมีความสุข แต่เบื้องหลังของทุกคนก็ไม่ได้ใสสะอาดอย่างที่แสดงหน้าฉาก เพราะทุกคนต่างก็มีความลับเป็นของตัวเองทั้งนั้น
“คุณป๋าขา” ลูกสาวคนเล็กเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงออดอ้อนออเซาะ เพราะรู้ว่าบิดาแพ้ความอ้อนของเธอ “ไหนบอกว่าจะซื้อรถให้หนู หลังจากหนูเรียนจบม.6 ไงคะ ตอนนี้หนูก็เรียนจบเรียบร้อยแล้วนะคะ"
“แต่หนูยังขับรถไม่เป็นเลยนะ เอาไว้เข้ามหาวิทยาลัยได้แล้วจะดีกว่า ถึงตอนนั้นค่อยไปเรียนขับรถก็ยังทัน ตอนนี้ใช้รถของที่บ้านไปก่อน ให้ปรีชาขับรถให้พ่อสบายใจกว่าให้หนูขับเอง”
“คุณป๋าอ่ะ” เธอทำน้ำเสียงกระเง้ากระงอด แต่ก็ไม่เซ้าซี้ต่อ เพราะไม่อยากถูกมองว่ายังเป็นเด็กไม่รู้จักโต
ต่อเมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ทุกคนแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง รวมทั้งบิดาของเธอ ที่เข้าไปซุกตัวอยู่ในห้องทำงานบริเวณชั้นหนึ่ง เธอถึงอาศัยจังหวะนั้น เข้าไปหาท่านเป็นการส่วนตัว
“อ้าว มีอะไรอีกล่ะเรา” ชาญชัยทักทายลูกสาว ขณะอ่านรายงานบัญชีประจำเดือนของร้านไปด้วย
“คือหนูจะออกไปซื้อหนังสือที่ห้าง แล้วก็จะเลยไปดูที่เรียนที่มหาวิทยาลัยหน่อยน่ะค่ะ แต่วันนี้น้าปรีชาลางานเพราะไปเฝ้าเมียใกล้คลอดที่โรงพยาบาล ส่วนพี่โก้ก็ไม่ว่าง เพราะต้องไปดูแลคุณแม่ที่งานเปิดร้านเสริมสวยของเพื่อน” เธอพยายามตะล่อม ชักแม่น้ำทั้งห้า “หนูได้ยินจากคุณแม่ว่าจะให้พี่โก้ขับรถประจำให้ เพราะช่วงนี้มีงานเยอะ ส่วนน้าปรีชาถ้าเมียคลอดแล้วแกก็ต้องยุ่งแล้วก็ต้อง...”
“หนูก็เลยอยากจะซื้อรถ”
“ไม่ใช่นะคะ ก็คุณป๋าสัญญาแล้วไงว่าจะซื้อให้หลังจากหนูเรียนขับรถเป็นแล้ว หนูไม่เซ้าซี้หรอกค่ะ หนูโตแล้วนะคะ หนูพูดรู้เรื่อง”
“แล้ว...?”
“คือหนูอยากได้คนขับรถคนใหม่ ที่ขับประจำให้หนูคนเดียวน่ะค่ะ ถ้าคุณป๋าอนุญาต”
“จะเอาอย่างนั้นเหรอ แต่พ่อต้องหาคนที่ไว้ใจได้มาขับให้หนู คนที่ต้องดูแลหนูได้ด้วย เอาเป็นว่า...”
“ลุงธนาไงคะ!” เธอรีบเสนออย่างเร็ว ก่อนที่บิดาจะยัดเยียดใครมาให้เสียอารมณ์
“คนสวนของเราน่ะเหรอ แล้วงานในสวนล่ะ ใครจะเป็นคนทำ”
“ก็ลุงธนานั่นแหละค่ะ ทำสวนไม่ได้ทำกันทั้งวันทั้งคืนนะคะคุณพ่อ แค่มีหน้าที่เพิ่มขึ้นนิดหน่อยเท่านั้นเอง หนูว่าลุง ธนาน่าจะทำได้นะคะ อีกอย่าง คุณป๋าไว้ใจลุงธนามากที่สุดไม่ใช่หรือคะ หนูว่าเขาเหมาะที่จะมาขับรถให้หนูมากที่สุดในบรรดาลูกน้องทั้งหมดของคุณป๋าแล้วค่ะ”
“อืม...” เธอจูบตอบเขาอย่างเต็มใจ ก่อนจะแลกลิ้นกันดูดเลียจนพัลวัน เสียงครวญครางสู้เสียงคลื่นที่กำลังสาดซัดชายหาดสวยตลอดเวลา“ธนาขา...ใยบัวอยากมีความสุขจังเลยค่ะ” สุขจากกามารมณ์แห่งราคะ สุขจากบทสวาทอันแสนพิเศษที่เขาจะสามารถมอบให้เธอได้เขาช่วยเธอถอดเสื้อผ้าจนไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว ร่างกายขาวโพลนเปลือยเปล่าอ่อนระทวยรอให้เขาปรนเปรอความใคร่เข้าใส่อย่างเต็มรัก“อ่า...ธนาขา..หนูอยากหลุดไปอยู่ในโลกของเราจะแย่อยู่แล้ว ช่วยพาหนูไปที”กายแกร่งล่อนจ้อนงดงาม กล้ามเนื้อสีน้ำผึ้งเหลื่อมเหงื่อมันวาวดูเซ็กซี่ไม่เบา ท่อนแขนบึกบึน ท่อนขาแน่นหนัก พร้อมเอ็นดุดันที่ผงาดสู้ราวกับงาช้าง“ได้สิครับ ผมจะพาคุณหนูไปเดี๋ยวนี้แหละ ไปในที่ๆมีแค่เราสองคนเท่านั้น” แล้วเขาก็ทำตามคำพูด ด้วยการจับสองขาของเธอถ่างออก จากนั้นก็ใช้ลิ้นสว่านปาดเลียร่องโหนกชุ่มโชกของเธออย่างเอาเป็นเอาตาย“อ่า...อ่าห์...อูวส์...อ๋อย...เสียวจัง..ธนา ใยบัวเสียว ซี๊ดส์...ซู๊ดส์...” เธอส่งเสียงครางกระเส่า พร้อมแอ่นโหนกสาวขึ้นบรรณาการแด่ปากลิ้นสุดร้ายกาจ“อะ...อะ...ฮือ...อือ...อูย” เขาทะลวงลิ้นกวาดเลียร่องสาว ก่อนดูดดุนเม็ดเสียวแล้วดูดเคล้นอย่างสำ
ธิดานุชพยายามตั้งสติแล้วเดินจากมาให้เงียบที่สุด เธอไม่ควรเข้าไปเอาเรื่องพวกเขาสองคนตอนนี้ เพราะความเสียใจต้องเกิดขึ้นแน่ อย่างน้อยพี่สะใภ้ที่กำลังท้องโตจะได้ไม่ช็อคจนเสียสติไป เหมือนกับที่เธอกำลังเป็นอยู่ตอนนี้เธอกลับเข้ามานั่งในรถด้วยสภาพเหมือนคนตายซาก คล้ายคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต“มีอะไรรึเปล่าครับคุณหนู” เขาไม่อยากคิดว่าเธออาจจะรู้ความจริงบางเรื่องที่ทำให้เธอช็อค“อ่า...ธนาคะ...ช่วยพาหนูไปให้ไกลจากบ้านหลังนี้หน่อยได้มั้ยคะ”เขานิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงหนักแน่นแต่เจือความปราณี “ได้ครับ”ระหว่างทางที่รถขับเคลื่อนไป เธอเอาแต่นั่งเหม่อมองข้างทางเหมือนคนไร้ความหวัง ดวงตาที่เคยสดใสเปล่งประกาย บัดนี้หม่นหมองไร้ความสุขเช่นเคยเขาอยากกอดปลอบใจเธอเหลือเกิน หากเธอได้รู้ความจริงที่แสนเจ็บปวดนั้นแล้ว หัวใจที่แข็งแกร่งเช่นเขายังแบกรับแทบไม่ไหว แล้วสาวน้อยตัวเล็กของเขาจะยอมรับความจริงที่เจ็บปวดนั้นได้อย่างไรกว่าสี่ชั่วโมงที่เขาขับรถมุ่งหน้าลงใต้ ในที่สุดก็ถึงจุดหมายปลายทาง อันเป็นบ้านพักตากอากาศหลังงามติดชายทะเลปราณบุรี “คุณหนูครับ ลงมาสิครับ” เขาเปิดประตูรถให้เธอ เพื่อให้เธอได้เหยียบย
“แม่โอเคจ๊ะ หนูไม่ต้องห่วง ไปเรียนให้สบายใจเถอะ ขาดเรียนมาทั้งสัปดาห์แล้ว”“ไม่เป็นไรค่ะแม่ หนูฉลาดอยู่แล้ว ตามเพื่อนทันชัวร์ ตอนนี้หนูขออยู่เป็นเพื่อนแม่ก่อนดีกว่า”“ขอบใจนะลูก” มาลินียิ้มให้ลูกสาวสุดที่รัก “คุณพ่อตั้งใจจะยกบ้านหลังนี้ให้ลูก หลังจากลูกบรรลุนิติภาวะแล้ว บ้านหลังนี้คุณพ่อรักมาก ท่านคงรักหนูมาก ก็เลยอยากให้หนูเป็นคนดูแล”“เราทุกคนจะอยู่ด้วยกันค่ะ ที่นี่คือบ้านของทุกคน ทุกคนสามารถกลับมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้”“คุณพ่อถึงวางใจหนู” มาลินียิ้มด้วยความภูมิใจ “บางทีแม่ควรจะแข็งแรงได้แล้ว แม่ควรจะทำเพื่อลูกทั้งสองคนของแม่ เพราะถึงอย่างไร คุณพ่อก็ยังคงอยู่ในใจของพวกเราเสมอ จริงมั้ยจ๊ะ”“จริงค่ะแม่ คุณพ่อไม่เคยไปไหนเลย คุณพ่ออยู่ในใจของเราทุกคน ท่านจะมองดูพวกเราอย่างมีความสุขอยู่บนโน้น” ธิดานุชยิ้มทั้งน้ำตา สวมกอดมารดาไว้แน่น ด้วยความรักและเคารพอย่างสุดหัวใจ“เพราะงั้น ลูกเองก็ห้ามขาดเรียน เข้าใจมั้ย รีบขึ้นไปแต่งตัวแล้วออกไปเรียนได้แล้ว แม่อยู่บ้านได้ ไปเถอะ ยุทธกับผึ้งก็อยู่ ไม่มีอะไรน่าห่วงเลย”“แน่นะคะ”“จ๊ะลูก แม่โอเคแล้วจริง ๆ”เมื่อมารดาของเธอแสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถอยู่ได้
“ก็ผมคิดถึง...คิดถึงแทบขาดใจแล้ว” เขาไซ้ซอกคอหอมกรุ่น พร้อมกับถลกกระโปรงนักศึกษาของเธอขึ้นคาสะเอว แหวกกางเกงในของเธอออก แล้วจับท่อนเอ็นสอดเข้ารูฉ่ำแฉะของเธออย่างย่ามใจ“โอย...” เธอครางกระเส่า เม้มริมฝีปากแน่น ความสุขที่ปรารถนามาหลายวัน ความกระสันที่ใครก็ไม่สามารถบรรเทาให้ทุเลาลงได้ ยกเว้นแต่เขาเท่านั้น“ธนาขา...เมียคิดถึงธนาสุดๆเลย”“อือ...ผัวก็คิดถึงเมีย อยากเอาเมียให้หนำใจจะแย่อยู่แล้ว ซี๊ดส์..อ่าห์...แน่นเสียวไปหมดแล้วที่รัก”ขณะกำลังร่วมรักกันอย่างเมามันส์นั่นเอง เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น ท่ามกลางแสงไฟสีส้มสลัวจากหัวเตียงและอากาศเย็นฉ่ำ“ใครโทรมาคุณหนู”“ช่างเถอะค่ะ เดี๋ยวค่อยโทรกลับก็ได้ ผัวจะแตกแล้วไม่ใช่เหรอ...”“ผมรอได้ คุณรับโทรศัพท์ก่อนเถอะ เผื่อมีเรื่องสำคัญ”กายแกร่งผละออกจากกายสาวที่เปลือยเพียงท่อนล่าง เธอขยับตัวไปหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้ตรงหัวเตียงมาดูชื่อปลายสาย แล้วก็ทำหน้าเซ็ง“คุณแม่น่ะค่ะ โทรมาทำไมเนี่ย ก็บอกแล้วไงว่าคืนนี้จะนอนเร็ว” เธอนึกรำคาญที่มารดาโทรมาขัดจังหวะ แต่ก็ยอมกดรับสาย “ค่ะคุณแม่”เธอฟังปลายสายพูดเพียงไม่นานก็ตกอยู่ในอาการช็อค เขาเห็นสีหน้าของเธอแล้วก็ร
ชั่วโมงต่อมา...ธนาเดินผ่านสวนผักและสวนผลไม้มาจนถึงบ้านพักหลังน้อยท้ายสวน เมื่อเห็นว่าประตูถูกไขและล็อคจากด้านใน เขาก็รู้ได้ทันทีว่านายสาวมาหาเขายิ้มอย่างเปี่ยมสุขในความมืด คิดเย้ยหยันไปถึงนายใหญ่ที่อยากได้ลูกเขยมีหน้ามีตา แต่หารู้ไม่ว่าลูกสาวของตัวมีผัวเป็นคนสวนเสียแล้ว“คืนนี้...ผมจะไม่ปล่อยคุณกลับบ้านเลยล่ะ” เขาตั้งใจจะจัดชุดใหญ่ให้เธอเสียหน่อย หลังจากห่างหายกันไปเกือบสัปดาห์ เพราะเธอมัวแต่ยุ่งอยู่กับกิจกรรมรับน้องที่มหาวิทยาลัยแต่ไม่ทันที่เขาจะส่งสัญญาณบอกหญิงสาวที่นอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนเตียงนอนของเขาให้รู้ตัว ว่าเจ้าของบ้านมาถึงแล้ว เขากลับถูกจู่โจมจากด้านหลังเสียก่อน“พี่ธนาจ๋า” โฉมฉายทนคิดถึงเขาไม่ไหวแล้ว จึงตัดสินใจเดินตามมา หวังใจว่าจะได้ร่วมรักเพื่อระลึกถึงความหลังเสียหน่อย อย่างน้อยวัวเคยขา ม้าเคยขี่ ก็น่าจะคิดถึงพึงปรารถนาต่อกันบ้าง“คิดถึงจัง พี่ธนาของโฉม”เขาทั้งตกใจทั้งรำคาญ รีบปลดมือที่เหนียวหนึบเป็นกาวออกจากสะเอวของเขาอย่างไม่แยแส“แกทำบ้าอะไรของแกนังโฉม กลับไปเลยไป”“พี่ธนา!” โฉมฉายเสียงดังกว่าปกติ จนทำให้ผู้หญิงอีกคนได้ยิน เธอฉงนไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงอะไรและเสีย
“ฮึก! อร๊าย...อูย...อ่า...ซี๊ดส์” เธอร้องสั่นไม่เป็นภาษา ยามเขากระแทกกระทุ้งจนผนังถ้ำเธอแทบพัง “โอย...คุณหนู...เสียว...ทำไมตอดเก่งอย่างนี้ จะตอดของผมให้ขาดเลยรึไง” เขาสะบัดบั้นท้ายส่ายเอวร่อน ท่อนเอ็นขับโขลกในช่องสวาทอย่างเมามันส์สนุกสุขสันต์ชายแก่ร่างยักษ์กระซวกแบบหฤโหดใส่สาวน้อยตัวเล็กไม่ยั้งจนร่องฉ่ำแทบแหลกลาน“ซู๊ด...ฮูวส์” เธอซู๊ดปากไม่หยุด คว้าจับสองเต้าของตัวเองแล้วนวดเน้นอย่างมีอารมณ์ ส่วนเขายังไม่หมดแรงง่ายๆ จึงกระแทกเสยซ้ายทีขวาทีด้วยความแรง เขาทำราวกับจะทะลุทะลวงไปทุกซอกทุกมุมของช่องสวาทเมื่อน้ำรักของเขาฉีดพ่นเต็มช่องรักของเธอ ความเสียวของเธอก็ถึงจุดสูงสุดเช่นกัน เธอขับน้ำคาวสวาทออกมาจนเนืองนอง ผสมน้ำอุ่นของเขาที่ไหลวนอลหม่านในช่องเสียวของเธอ ก่อนจะไหลย้อยหยดลงมา ผ่านร่องก้นแดงเรื่อ เปรอะเปื้อนเต็มเบาะเช่นนั้นเอง เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจพิชิตจุดสูงสุดจนพอใจ ทั้งคู่จึงตัดสินใจนำรถเข้าไปทำความสะอาดที่คาแคร์ ก่อนจะกลับเข้าบ้านในเวลาเกือบเย็น ! สองเดือนผ่านไป...ธิดานุชก็ได้เข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเอกชนในตัวจังหวัดเป็นที่เรียบร้อย โดยเธอเข้าเรียนคณะบริหารธุรกิจและการบัญชีต







