登入กุมภ์เดินทางกลับประจวบคีรีขันธ์ไปหลังจากกันยาและครอบครัวเดินทางกลับไปก่อนหลายวัน กุลยารับออร์เดอร์ใหม่ ๆ จากร้านที่ติดต่อเข้ามา แต่เธอก็เบาแรงไปได้เยอะเพราะมีลูกน้องดี ๆ ที่กุมภ์หามาให้
เสียงโทรศัพท์มือถือของกุลยาดังขึ้น ทำให้เธอต้องผละจากบัญชีที่ทำอยู่ชั่วขณะ ตอนนี้เธอยังอยู่ที่ร้านขนมคนเดียว หลังจากลูกน้องกลับกันไปหมดแล้วเพื่อเคลียร์บัญชีประจำเดือน พอกดรับสายก็พบว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์ของน้องสาว
“พี่กุล มาหาธิดาหน่อย” น้ำเสียงของน้องสาวสะอึกสะอื้นดังมาตามสาย
“ธิดาทำใจดี ๆ เอาไว้ ใครทำอะไรธิดา บอกพี่มา” กุลยาเอ่ยถามอย่างร้อนใจ
“ธิดาอยากตาย ฮือ ๆ ๆ”
“ตอนนี้น้องอยู่ที่ไหน พี่จะไปหาเดี๋ยวนี้”
“อยู่ที่... ฮึก ๆ ฮือ ๆ ๆ” กุลธิดาบอกสถานที่ให้พี่สาวได้รับรู้ นั่นคือบ้านพักแถบชานเมืองของบิดานั่นเอง
“พี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้ ธิดารอพี่อยู่นั่นก่อน”
“พี่กุลรีบมานะคะ ธิดามีเรื่องไม่สบายใจ เครียดมากเหลือเกิน ตอนนี้ทนไม่ไหวแล้ว ธิดาอยากจะตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยค่ะ” กุลธิดาร้องไห้หนักขึ้นกว่าเก่า เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นแทบจะขาดใจ
“จ้ะ ๆ พี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ” กุลยาเดินไปคุยโทรศัพท์ไป
“ธิดา ฮึก ๆ ฮือ ๆ ๆ พี่กุลรีบมานะ ธิดาอยากกอดพี่กุล ตอนนี้ธิดา ฮือ ๆ”
กุลธิดายังร้องไห้ไม่ยอมหยุด พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องจนกุลยานึกเป็นห่วงน้องสาวจับใจก่อนที่สายจะตัดไป กุลยาพยายามโทรศัพท์ไปหาน้องสาวใหม่ แต่ปรากฏว่าโทร. ไม่ติด
กุลยารีบเดินทางไปหาน้องสาวโดยด่วน กุลธิดาอาจจะมีเรื่องทุกข์ร้อนใจอะไรให้เธอช่วย เพราะปกติแล้ว หากไม่มีอะไรร้ายแรง กุลธิดาไม่เคยโทร. มาหาเธอเลย
หลังจากวางสายโทรศัพท์จากพี่สาวเรียบร้อยแล้ว กุลธิดาก็ปาดน้ำตา เบา ๆ ด้วยความรู้สึกหดหู่ใจ ในขณะที่บิดาผู้แสนใจร้ายและข่มเหงเธอมาตั้งแต่เด็ก ๆ กำลังนั่งหัวเราะเหมือนคนเสียสติอยู่ข้างๆ
“ทำแบบนี้ทำไม” น้ำเสียงของกุลธิดาแห้งผากไร้ความสุข แม้เธอไม่ได้รักใคร่ไยดีพี่สาวนักเพราะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่เธอก็ไม่ได้อยากให้พี่สาวต้องมาเผชิญชะตากรรมเฉกเช่นเดียวกันกับเธอ
“ทำทำไมอย่างนั้นเหรอ” พลกระชากผมของกุลธิดาจนหน้าหงาย บังคับให้อีกฝ่ายโทร. ไปหลอกล่อกุลยาให้มาหา เขาจะได้จัดการมันทั้งพี่ทั้งน้อง
“คนสารเลว” กุลธิดาด่าอย่างเกลียดชัง พลเห็นคนอื่นเป็นแค่เครื่องมือ เพื่อหาประโยชน์ให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการเท่านั้น เธอเคยคิดน้อยใจในโชคชะตาของตัวเองหลายครั้งที่ไม่ได้อยู่กับแม่กับยาย ถึงได้มีชีวิตเลวร้ายเช่นนี้ เธอเคยคิดสั้นฆ่าตัวตาย ถ้าไม่เจอเข้ากับปนัดดาก็คงไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้ ปนัดดาคือคนที่บิดาพามาทำงานด้วย แต่หล่อนไม่ใช่คนของบิดาอย่างที่เธอเข้าใจในคราแรก
เธอยอมรับว่าเมื่อก่อนเธอแคร์คนอื่น อยากให้คนอื่นมาสนใจไยดีบ้าง ลึกๆ ก็แอบอิจฉาพี่สาวที่ได้อยู่กับแม่กับยาย แต่หลังความเป็นความตายในวันนั้น เธอก็หันมารักตัวเองมากขึ้น และไม่แคร์คนอื่นอีกต่อไป เพราะไม่มีใครรักเธอจริง เท่ากับตัวเธอเอง เธอเลิกเป็นคนอ่อนแอ และไม่ยอมให้ใครรังแกเหมือนในอดีต เวลาไม่พอใจอะไรก็ไม่เห็นต้องเก็บเอาไว้เหมือนก่อน รักใครชอบใครก็แสดงออกไป ใครรับนิสัยของเธอได้ก็รับไป รับไม่ได้ก็ช่างหัวมัน โชคชะตาไม่มีอยู่จริง เธอต่างหากคือคนที่จะกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง
เรื่องของณัฐเป็นเรื่องที่เธอยอมรับว่าเสียใจ เพราะเขาเป็นคนดีและเธอก็หมดรักเขาแล้ว ไม่คิดว่าเขาจะคิดสั้นฆ่าตัวตาย เธอยอมรับว่าเสียใจจริงๆ กับเรื่องนี้
หญิงสาวครุ่นคิดไปถึงอดีตอันแสนเจ็บปวดของตัวเอง กว่าเธอจะได้เงินจากบิดาไปโรงเรียนสักบาท เลือดตาแทบกระเด็น
จำได้ว่าวันนั้นเธอประสบอุบัติเหตุตอนอายุสิบห้า แล้วความเลวร้ายก็เกิดขึ้นกับชีวิต การโดนบิดาข่มเหงย่ำยีว่าแย่แล้ว แต่การโดนผู้ชายอื่นข่มเหงยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เธอทนมานานหลายปีจนเรียนจบ จนเธอได้เจอกับปนัดดาเข้า
“คุณจะทำอะไรคะ” ปนัดดาร้องตะโกนเมื่อเห็นว่ากุลธิดากำลังจะกระโดดสะพานฆ่าตัวตาย
“อย่ามายุ่งกับฉัน ฮือ ๆ ๆ” กุลธิดาปาดน้ำตาทิ้ง เธอเกาะราวสะพานเอาไว้แน่น ถ้าร่างของเธอดำดิ่งลงไปในน้ำเบื้องล่าง ก็คงจะหมดทุกข์หมดโศก หมดเวรหมดกรรมกันสักที
“พี่จะช่วยคุณเอง ถ้าคุณยอมทำตามที่พี่บอก”
“ช่วยอะไร เธอเป็นคนของมันไม่ใช่เหรอ จะเอาฉันไปเร่ขายที่ไหนอีก” กุลธิดาตวาดกลับไปอย่างเจ็บแค้น
“คุณก็ลงมาก่อน แล้วพี่จะบอกความจริงกับคุณทุกอย่าง”
“อย่ามาโกหกตอแหล มันใช้เธอมาใช่ไหม มันให้เธอมาดูแลฉัน ให้ฉันไปเป็นดาราเพื่อจะเอาฉันไปเร่ขาย”
“พี่เป็นตำรวจ คุณเชื่อไหมล่ะ” ปนัดดาพูดออกมา เธอต้องเสี่ยงเพราะตอนนี้กุลธิดากำลังจะกระโดดลงไป คนที่กำลังจะกระโดดชะงัก น้ำตานองหน้า หันมามองเหมือนไม่เชื่อถือ
“ลงมาคุยกันก่อน คุณจะยอมตายง่ายๆ แบบนี้แล้วปล่อยให้คนชั่วลอยนวลเหรอ” ประโยคของปนัดดาทำให้กุลธิดาลังเล ก่อนที่เธอจะโดนชาร์จตัวและดึงไปที่รถ
“ปล่อยนะ! ปล่อยฉัน!”
“สงบสติอารมณ์แล้วไปคุยกันดีๆ พี่มาช่วยคุณจริงๆ” ปนัดดาจัดการรัดเข็มขัดนิรภัยให้กุลธิดาก่อนจะขับรถพาไปสงบสติอารมณ์ที่บ้านพักเงียบสงบของตัวเอง
“คุณไม่ต้องกลัวว่าพี่จะร่วมมือกับนายพลพาคุณไปเร่ขายอีก พี่จะช่วยให้คุณรอดจากเงื้อมมือของมันเอง แต่คุณก็ต้องร่วมมือกับพี่ด้วย” ปนัดดาเปิดเผยทุกอย่าง เธอยื่นเอกสารสำคัญให้กุลธิดาดูว่าเป็นตำรวจจริงๆ กุลธิดารู้สึกว่าเธอได้เกิดใหม่อีกครั้ง
“ถ้าคุณร่วมมือกับพี่ คุณก็จะได้แก้แค้นคนที่ทำลายชีวิตคุณไง”
“ธิดาต้องทำยังไงคะ ธิดาอยากจับมันมาสับเป็นหมื่นๆ ชิ้น” กุลธิดาเอ่ยถาม หลังจากพยักหน้าตกลง มันไม่ใช่พ่อของเธอ แต่มันเป็นสัตว์เดรัจฉานที่ทำร้ายเธอให้ตายทั้งเป็น
“ทำตามที่พี่บอกก็พอค่ะ เพราะพี่อุตส่าห์เข้ามาตีสนิทกับนายพลได้แล้ว ยังไงก็ต้องทำให้เขาไว้ใจมากที่สุด พี่ถึงจะได้รู้เรื่องทุกอย่างและจัดการเขาได้” ประโยคของปนัดดายังก้องอยู่ในหูของกุลธิดา
“เดี๋ยวกูบอกมึงสองคนพี่น้องเองว่าทำไมกูถึงทำแบบนี้” น้ำเสียงอำมหิตของพลทำให้กุลธิดาหลุดจากภวังค์ความคิด
พลนึกไปถึงอดีตของตัวเองกับแพรวพรรณ ผู้หญิงที่เขาอยากครอบครองและแย่งชิงมาได้จนสำเร็จ
เขาอยากเอาชนะชัยยศ จึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครอง แพรวพรรณ ยิ่งรู้ว่าเธอมีลูกเขาก็ยิ่งยินดี ถึงเขาจะมีบ้านเล็กบ้านน้อยบ้างแต่เธอก็ควรจะภูมิใจที่เขาตบแต่งยกย่องให้เธอเป็นเมีย ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เขาไม่ได้จริงจังด้วย แต่แพรวพรรณกลับไม่พอใจ คิดจะหย่าจากเขา เขาเอาลูกไว้คนหนึ่ง ส่วนคนโตหล่อนอยากได้เขาก็ให้ จริงๆ หล่อนก็อยากได้ทั้งสองคนนั่นแหละ แต่เขาไม่ยอมให้เพราะว่ากุลธิดาติดเขามากกว่ากุลยา และเขาก็เอ็นดูกุลธิดามากกว่า
ไอ้เมียสารเลวกับไอ้เพื่อนทรยศของเขามันรวมหัวกันหักหลังเขา ปล่อยให้เขาเลี้ยงลูกชู้อยู่ได้ตั้งนานสองนาน มันคงอยากได้มรดกของเขามากสินะ
นี่ไง! มรดกที่เขายกให้ลูกของมัน เขายัดเยียดให้มันตั้งแต่เด็ก!!!
“ชัยเพื่อนรัก ฉันไม่รู้ว่าแกหนีไปอยู่ที่ไหน แต่ถ้าแกได้เห็นสภาพลูกสาวสุดที่รักของแกกับเมียของฉัน แกคงกระอักเลือดตาย” พลยิ้มเยาะตรงมุมปาก ชัยยศนั้นโดนคดีจนต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ แพรวพรรณคงคิดว่าเลิกกับเขาเพื่อไปอยู่กับมันคงจะอยู่ดีมีสุข แต่ที่ไหนได้มันกลับไม่เป็นแบบนั้น
อังคารได้แต่งงานกับมยุริญสมใจ ตอนนี้ก็มีทายาทแล้วเหมือนกัน อายุไล่เลี่ยกับลูกๆ ของเจ้านายเลยเป็นเพื่อนเล่นกันกันต์ธีร์ กายสิทธิ์ กชกร กิรณาวิ่งมากอดมารดาก่อนจะแนบหูไปกับหน้าท้องนูน ๆ เพื่อคุยกับน้อง“วันนี้น้องเงียบกริบเลยครับ” กันต์ธีร์เอ่ยขึ้น“ใช่ ๆ น้องทำอะไรอยู่น้า ท่าทางจะหลับ”“อุ๊ย!” ไม่ทันขาดคำ กุลยาก็อุทานเบา ๆ เพราะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกภายในท้องของเธอ เคลื่อนไหวคล้ายตอบโต้กับบรรดาพี่ ๆ“น้องดิ้นด้วยครับ สงสัยจะรู้ว่าพวกเรามาทักทาย ผมอยากเห็นหน้าน้องจัง” กายสิทธิ์ลูบท้องนูน ๆ ของมารดาไปมา“หนูก็อยากเห็นหน้าน้องเหมือนกันค่ะคุณแม่” กชกรพยักหน้ายิ้มแป้น“หนูก็ด้วยค่ะ” กิรณาก็เช่นเดียวกัน ก่อนจะอ้อนให้บิดาอุ้มไปนั่งตัก“สงสัยว่าน้องก็อยากจะเห็นหน้าทุกคนแล้วเหมือนกันจ้ะ พี่กุมภ์คะ คุณแม่คะ ปะ... ปวดท้องจังเลยค่ะ”เสียงของกุลยาที่ร้องบอกทุกคนว่าเจ็บท้องทำให้กุมภ์ตื่นเต้นไม่น้อย“ไอ้อังคาร ไอ้อังคาร เอารถออกเดี๋ยวนี้เลย!”“น้องจะออกมาแล้วเหรอคะ น้องจะออกมาแล้ว”เด็ก ๆ เดินวนไปวนมามาให้วุ่นเพราะตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าน้อง ทำเอานุชรีที่ยังไม่ถึงกำหนดคลอดถึงกับอมยิ้ม“ทุกคนตั้งส
“เล่นซะเนียนเลย พี่ตกอกตกใจหมดเลย เล่นเอามีดจี้คอขนาดนั้น พี่ทำอะไรไม่ถูกน่ะสิจ๊ะ” กุลยายอมรับว่าวันนั้นเธอตกใจจริง ๆ เลยรับปากไปเสียทุกอย่างที่น้องสาวต้องการ“ก็คุณธิดาเป็นดารานี่คะ ถ้าเล่นไม่เนียนจะเป็นดาราดังได้ยังไงกัน” ไม่ว่ายังไงนุชรีก็ยังชื่นชมในฝีมือการแสดงของกุลธิดาอยู่ดี“แล้วนั่นพี่กุมภ์กับผู้กองจะพาคุณราฟไปไหนคะ” กุลยาเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าแต่ละคนเตรียมถังเตรียมคบเพลิงมุ่งหน้าไปยังสวนหลังบ้าน“มีรังผึ้งรังใหญ่อยู่หลังบ้านน่ะครับ พวกเราหนุ่ม ๆ อยากจะไปจับผึ้งกันเสียหน่อย น้ำผึ้งแท้น่ะ เอามากินบำรุงสุขภาพนะ” กุมภ์หันไปตอบเมียรัก“ไปจับผึ้งกันเหรอคะ แล้วนั่นต้องเอาปี่ไปด้วยเหรอคะ” กุลธิดาถามอย่างสงสัย“ใช่ครับ พี่น่ะมือวางอันดับหนึ่งในการจับผึ้งเลยนะครับ” กุมภ์ยืดอก ตบเบา ๆ อย่างภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเอง“คุณกุลคงยังไม่รู้ว่าพี่กุมภ์น่ะจับผึ้งเก่ง เป่าปี่ก็เก่งด้วยค่ะ ไม่ใช่เป่าปี่เรียกผีเสื้อสมุทรนะคะแต่เรียกผึ้งนี่แหละ คิก ๆ” นุชรีเล่าแล้วทำท่าขำ“ทำไมคุณนุชต้องทำท่าขำแบบนั้นด้วยล่ะคะ”“หยุดเลยคุณนุช เมื่อก่อนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ตอนนี้คุณกุมภ์เก่งแล้ว” ก
“พี่กุมภ์!” กุลยาถลาไปประคองร่างสามีเอาไว้ ทำเอาทุกคนตกใจกัน ยกใหญ่ สุดท้ายก็พากันไปโรงพยาบาลแทนที่จะไปสถานีตำรวจ“พี่กุมเป็นยังไงบ้างคะ” กุลยาเอ่ยถามสามีที่เดินขากะเผลก ๆ เพราะตกบันไดอย่างห่วงใย“ไกลหัวใจครับ แล้วคุณนุชเป็นยังไงบ้าง โดนคดีความมากไหม”“ผู้กองนะก็ทำตามหน้าที่น่ะค่ะ ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ถูกก็ว่ากันไปตามถูก แต่พ่อหมอยอดยิ่งอะไรนั่นมีโจทย์เยอะนะคะ เพราะเที่ยวไปหลอกคนเอาไว้มากมาย เลยโดนดำเนินคดีทางกฎหมายข้อหาหลอกลวงและข้อหา อื่น ๆ อีกมากมายเลยค่ะพี่กุมภ์”“ดีแล้วครับ จะได้เข็ดหลาบไม่ทำอีก”“เพิ่งรู้นะคะว่าคืนนั้นคุณนุชให้ของขวัญเป็นชุดนอนไม่ได้นอน” กุลยานึกถึงแล้วอดที่จะขำปนหน้าแดงเสียไม่ได้ มารู้ในตอนหลังว่าคืนวันเข้าห้องหอนุชรีให้ชุดนอนวาบหวิวเพื่อให้เธอใส่ยั่วกุมภ์“คุณนุชทะเล้น แต่พี่ก็ว่าดีนะ อยากให้เมียใส่” เขากัดปากทำตาหวาน คนฟังถึงกับหน้าแดงลามไปถึงใบหู“กุมภ์เป็นไงบ้างลูก แม่ทำอาหารบำรุงให้กุมภ์เยอะแยะเลยนะ ทำกระเพาะปลาที่ลูกชอบด้วยนะจ๊ะ” เสียงหวาน ๆ ของมารดาทำให้กุมภ์โกรธไม่ลงเลยจริง ๆ ที่สำคัญก็รู้ว่ามารดานั้นเป็นห่วงเป็นใย อยากให้เขามีความสุขที่สุด จึง
“นาไม่กล้าแสดงความคิดเห็นค่ะพี่กันยา” นารีรีบตอบ“ไอ้อังคาร แทนที่แกจะมาช่วยฉัน แล้วนั่นแกชวนหลานสาวกับหลานเขยฉันไปดูคลิปอะไรห้ะ” คุณกันยาหันไปดุด่าลูกน้องเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่แอบถ้ำมองลูกชายกับลูกสะใภ้“ผมนั่งดูคลิปอยู่ครับคุณป้า โคตรมันเลยครับ” ชัยชนะเป็นคนเอ่ยตอบ“คลิปอะไรของแกที่บอกว่ามัน” คุณกันยาเดินขึ้นไปบนกระท่อม ในขณะที่กุมภ์กับกุลยารีบไปแต่งตัวในห้องน้ำให้เรียบร้อย“นี่ไงครับ สำนักอาจารย์ยอดยิ่งโดนปาระเบิดครับ ผมว่ามันคุ้น ๆ นะครับคุณป้า” ชัยชนะพูดออกมาก่อนทำท่านึก เหมือนเขาได้ยินชื่อสำนึกอาจารย์ยอดยิ่งที่ไหน“ห้ะ! เอามาให้ป้าดูสิ” คุณกันยารีบคว้าโทรศัพท์มาดูก่อนจะเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง“พี่กันยาคะ นี่มันสำนักอาจารย์ยอดยิ่งที่ดูดวงให้เรานี่คะ” นารีชะโงกหน้าไปดูก่อนจะอุทานเสียงดัง“ผมก็ดูวนไปวนมา คุ้น ๆ ชื่อสำนักอยู่เหมือนกันครับ ไปดูดวงที่นี่มาเหรอครับ ในข่าวบอกว่าโดนคนที่ไปดูดวงปาระเบิดใส่เพราะแค้นจัดที่ดูดวงไม่แม่น แถมยังไปแนะนำอะไรแปลกประหลาดด้วยครับ แต่รายละเอียดที่ลงลึกกว่านี้ผมไม่รู้นะครับ” อังคารสาธยายละเอียดยิบ“นี่แหละเรียกลงลึก” ชัยชนะกับนุชรีพูดประสานเสียงกัน“
“แล้วทำไมนายไม่ยุแยงตะแคงรั่วกันเล่า” นุชรีเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจ“ผมยุแยงตะแคงรั่วแล้วครับ แต่แพ้ทางนายหญิงจริง ๆ นายหญิงเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ขนาดนั้น ผมเป็นแค่ลูกน้องจะไปสู้ยังไงไหว นั่นเขาเป็นถึงเมียเลยนะครับ”“อดเอาคืนคุณกุมภ์น่ะสิ เซ็งเป็ดเลย”“คุณนุชนี่หน้าซื่อใจคดนะครับ”“นายว่าฉันเหรอ”“ผมพูดไปตามเนื้อผ้าครับ”“ไม่ได้การละ พรุ่งนี้ต้องไปยุแยงตะแคงรั่วต่อ”“จะดีเหรอจ๊ะแม่นุช”“เฮ้ย! คุณป้ากับนายแม่มาแอบฟังนุชตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” เสียงถามที่ดังขึ้นทำให้นุชรีหันไปมองก็เจอเข้ากับมารดาและผู้เป็นป้าที่กระซิบเข้ามาถามอย่างอยากรู้อยากเห็น“นานแล้วครับ ตั้งแต่คุณนุชเรียกผมมาถามนั่นแหละครับ” อังคารช่วยตอบแทนบรรดาเจ้านายทั้งหลาย“แล้วทำไมนายไม่บอกฉัน”“ผมไม่กล้าครับ” ก็แต่ละคนเล่นจ้องเขาเหมือนจะปาดคอ เขาจะกล้าพูดอะไรได้“งั้นค่าสินสอดของมยุริญสองแสนนายก็อดนะอังคาร” นุชรีพูดอย่างงอน ๆ“นายแม่จ่ายให้ผมแล้วครับ”“ไอ้คนเห็นแก่เงิน” นุขรีด่าอย่างขัดใจ“ไม่ใช่นะครับ นายแม่มีบุญคุณ นายหัวก็มีบุญคุณ ผมหรือจะกล้าขัด”“หรา... อังคาร งั้นฉันขอให้นาย...” นุชรียังพูดไม่ทันจบประโยค ผู้ร้ายก็รีบสารภ
“กรี๊ด!!! ผีขี้โคลน” แล้วสติของหญิงสาวก็ดับวูบลงไปในทันที“เฮ้ย! ตายห่า นายหญิงหมดสติไปแล้ว”“มึงนี่แหละจะตาย ทำไมไม่บอกกูก่อนว่าเมียกูมา เป็นลมล้มฟุบไปแบบนี้ จะเป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้” กุมภ์หันไปตบหัวลูกน้องเต็มแรง อังคารร้องเสียงหลง มึนลูกตบของเจ้านายจนแทบเข่าทรุด“ผมบอกไม่ทันครับ อย่าว่าแต่นายหญิงเลย ผมเห็นนายหัวครั้งแรกยังตกใจ”“มึงมาช่วยประคองเมียกูขึ้นเตียงก่อน เวรเอ๊ย!”“นายหัวด่านายหญิงทำไมครับ”“กูสบถไอ้นี่ เดี๋ยวถีบยอดอก”“ครับ ๆ” อังคารช่วยเจ้านายประคองร่างของกุลยาไปวางบนเตียง“มึงรีบไปหายาลมยาดมยาหม่องมาปฐมพยาบาลเมียกูเร็ว ๆ เลย”“ผมว่าเจ้านายไปอาบน้ำก่อนดีกว่าครับ”“เออ ๆ แต่มึงไปเอายามาก่อน” กุมภ์รีบสลัดเสื้อผ้าออกจากตัวและอาบน้ำเร็วที่สุดในชีวิต ก่อนจะรีบมาที่เตียงอย่างห่วงใย“เจ้านายดูเป็นห่วงนายหญิงมาก ๆ เลยนะครับ”“มึงเอาสักอย่างเถอะไอ้อังคาร จะเรียกกูว่านายหัวหรือเจ้านาย กูโคตรสับสน” เป็นประโยคเดิม ๆ ที่กุมภ์ด่าอังคารเป็นประจำ ซึ่งมันก็ยังเรียกเขาตามอารมณ์ และเขาก็ยังอยากจะด่ามันเช่นเดิม“นายหัวไม่คิดจะเล่นตัวสักนิดเลยเหรอครับ”“เล่นตัวอะไรของมึง”“ก็นายหญิงทิ้งนายห







