เข้าสู่ระบบ“ทำไมฉันถึงรู้ไม่ได้”
“คุณไปทำอะไรเอาไว้ล่ะ ถึงมีคนอยากจับตัวคุณมา” เขาย้อนถามเธอ
“ฉันทำอะไร ไม่เห็นรู้เรื่องเลย”
“คนเราทำความผิดมักจะไม่รู้ตัว” เขาเปรย
“จะไปกันใหญ่แล้ว ฉันไม่เคยรู้จักกับคุณมาก่อน” เธอได้แต่ส่ายหน้าไปมาด้วยความงุนงง
“คุณก็สวยนะ ไม่น่าเที่ยวอกหักผู้ชายเลย” กุมภ์มองหญิงสาว ก่อนจะส่ายหน้าไปมา
“ฉันไม่เคยทำแบบนั้น” กุลยาปฏิเสธเสียงแข็ง
“ประวัติฉาวโฉ่ของคุณใคร ๆ เขาก็รู้กันทั้งวงการ”
“รู้อะไร ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนั้น”
“คนทำผิดมักไม่ยอมรับความผิดของตัวเอง คุณต้องอยู่ที่นี่และเลิกโวยวายสักที ”
“ฉันจะแจ้งความว่าคุณลักพาตัวฉันมา”
“ที่นี่เป็นป่าเขาลำเนาไพร ไม่แน่นะถ้าคุณหนีออกไป อาจจะเจอเข้าทั้งเสือ ทั้งงูก็เป็นได้ ดีไม่ดีเจอช้างป่าตกมันอีก” เขาแกล้งทำเสียงเข้มเพื่อขู่ให้เธอกลัวเข้าไว้ จะได้ไม่โวยวายไปมากกว่านี้
“คุณแกล้งขู่ฉันใช่ไหม” กุลยาเอ่ยถามหน้าตาแตกตื่น
“ผมไม่ได้ขู่ ไม่เชื่อก็ลองหนีดู” กุมภ์ถอนใจพรืดใหญ่
“ฉันไปแน่ ไม่ต้องมาท้า” กุลยาหันรีหันขวางก่อนจะรีบวิ่งหนีออกมาอย่างไม่คิดชีวิต กุมภ์ตกใจที่อยู่ๆ เธอก็สะบัดตัวหนีออกไปอย่างไม่คิดชีวิต
กุลยาวิ่งหนีออกมาสุดฝีเท้า ก่อนจะหยุดหายใจเพื่อหอบเหนื่อย เหงื่อท่วมกายมองไปรอบกายก็เริ่มหวาดกลัวจับจิตจับใจ เพราะตอนนี้รอบกายของเธอมีแต่ต้นไม้สูงใหญ่ มองไปทางไหนก็มีแต่ป่า เธอหันกลับไปมองทางเดิมแล้วยิ่งตกใจเพราะมีทางเดินเล็ก ๆ หลายทางให้เลือกเดิน ไม่แน่ใจว่าตัวเองเดินมาจากทางไหน หญิงสาวปาดเหงื่อเดินวนเวียนไปมาจนรู้สึกระทดท้อใจ
กุลยาหวาดกลัวแทบจะร้องไห้ เท้าเล็ก ๆ ของเธอมีหนามทิ่มตำจนรู้สึกเจ็บไปหมด
“โอ๊ย! เจ็บจัง” เธอนั่งลงบนโขดหิน ดึงหนามไมยราบที่ตำเท้าออกแล้วน้ำตาอาบแก้ม
“ทำไมถึงได้โชคร้ายแบบนี้นะ” กุลยาปาดเหงื่อออกด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า เธอยืนขึ้นด้วยท่าทีละล้าละลังหวาดกลัวจับจิตจับใจ ก่อนจะกรีดร้องสุดเสียงเมื่อมีดถูกเขวี้ยงมาปักลงบนหัวงูใกล้ ๆ กับที่เธอยืนอยู่
“กรี๊ด!!!” หญิงสาวกรีดร้องสุดเสียงก่อนจะเป็นลมหมดสติไป กุมภ์ตรงเข้าไปอุ้มร่างน้อยขึ้นมาสู่อ้อมแขน เขาวิ่งตามเธอไม่ทัน หากันอยู่นานถึงได้เจอว่าเธอนั่งพักอยู่ตรงนี้
“สงสัยเธอจะกลัวมากนะครับนายหัว” อังคารมองใบหน้าที่โซมไปด้วยเหงื่อของผู้หญิงในอ้อมแขนเจ้านายอย่างสงสาร
“เพราะมึงไง”
“อ้าว...” อังคารครางออกมา ก่อนจะเกาหัวไปมา
กุมภ์รีบอุ้มร่างบอบบางกลับไปยังกระท่อมริมลำธาร
“นายหัวจะทำยังไงต่อไปครับ” อังคารเอ่ยถามเจ้านายหนุ่มในทันทีที่มาถึงกระท่อม
กุมภ์ตบหัวลูกน้องคนสนิทเต็มแรง เมื่อได้ยินคำถามนั้น
“โอ๊ย! นายหัวตบกะโหลกผมทำไมครับ”
“กูพูดด้วยความเมา มึงเสือกไปจับมาจริง ๆ”
“อ้าว... งั้นให้ผมพาไปส่งกลับที่เดิมไหมครับ”
“เขาเห็นหน้ากูแล้ว มึงจะให้ตำรวจมาลากคอกูเข้าคุกหรือไงไอ้โง่”
“เจ้านายน่าจะใส่หมวกไอ้โม่งนะครับ”
“แล้วทำไมมึงเพิ่งมาบอกกู”
“อ้าว... ผมนึกว่าเจ้านายจะรู้”
“ตอนนั้นกูกำลังตื่นเต้น จะไปทันนึกอะไรได้”
“นายหัวตื่นเต้นที่ได้เจอคนสวยเหรอครับ”
“มึงนี่เลือกสักอย่างเถอะ จะเรียกอะไร เจ้านายหรือนายหัว”
“แล้วแต่อารมณ์ครับ”
“กูโคตรปวดกบาลกับมึงเลย”
“แล้วนายหัวไปข่มขู่เขาทำไมกันครับ”
“กูก็ต้องทำเป็นเข้มเอาไว้ก่อนไง นึกๆ ไปแล้วเขาก็ทำให้ไอ้ณัฐต้องตาย จนตอนนี้กูก็ยังเสียใจอยู่ไม่หาย”
“คุณณัฐก็ตายไปแล้วนะครับ อย่าคิดมากเลย โอ๊ย! เจ้านายตบหัวผมทำไมอีกครับนี่” อังคารร้องด้วยความเจ็บ
“ก่อนหน้านี้ทำไมมึงไม่เตือนสติกูแบบนี้ มาพูดห่าเหวอะไรตอนนี้ ยุให้กูไปจับเขามา กูก็บ้าจี้ตามมึงเพราะเมา ผลเป็นไงล่ะ”
“เจ้านายก็...” อังคารคราง คิดในใจว่ากูผิดอีกแล้วเหรอวะ
“มึงดูละครตบจูบมากไปหรือเปล่าวะไอ้อังคาร”
“แล้วเมื่อกี้เจ้านายบอกว่าตื่นเต้นจนไม่ทันได้นึกอะไร เจ้านายตื่นเต้นอะไรครับ” อังคารเอ่ยถามอย่างสงสัย
“กูตื่นเต้นที่จะโดนข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวมั้ง ไอ้นี่!” กุมภ์ตบหัวลูกน้องอย่างโมโหอีกรอบ แต่รอบนี้อังคารหลบทันเลยโดนถีบแทน
“โอ๊ย! นายหัว ผมเจ็บนะครับ”
“เออ... เจ็บสิดี มึงไปเอาเหล้าเถื่อนล็อตใหม่มาให้กูหน่อยเลย กูเครียดอยากกินเหล้า” กุมภ์เอ่ยสั่งลูกน้อง หันไปมองหญิงสาวที่นอนหลับอยู่บนเตียงแล้วว้าวุ่นใจไปหมด ไม่น่าเมาแล้วพลั้งปากไปกับลูกน้องอย่างไอ้อังคารเลย เพราะไม่ว่าเขาจะสั่งอะไร ไอ้บ้าอังคารก็เสือกไปทำตามอย่างไม่เกี่ยงงอน ทั้ง ๆ ที่บางเรื่องมันน่าจะฉุกคิดสักนิด เป็นลูกน้องที่โคตรเถรตรงจนเขาปวดกบาล
อังคารไม่กล้าหืออือกับเจ้านายเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังอารมณ์ไม่ดี เหลือบไปมองคนที่นอนหลับหมดสติไปแล้วต้องถอนใจเฮือกใหญ่
“มึงจะมองอะไรนักหนา กูบอกให้มึงไปเอาเหล้ามาให้กูเร็ว ๆ อย่าอืดอาดยืดยาด” อังคารยังเดินไม่ถึงไหนก็โดนเจ้านายหนุ่มบ่นเข้าให้อีก
“ครับเจ้านาย” อังคารรับคำเสียงอ่อย
“ทำกับแกล้มมาด้วย กูจะแดกเหล้า กูต้องใช้ความคิด” กุมภ์สั่งเสียงเข้ม อังคารรีบกุลีกุจอไปจัดเตรียมไก่ป่ามาย่างให้เจ้านายหนุ่มอย่างไม่รีรอ
ในขณะที่นายหัวหนุ่มเอาผ้ามาเช็ดใบหน้าให้เชลยสาว ก่อนจะนำผ้ามาห่มให้อย่างเบามือ
เสียงหัวเราะครื้นเครงกับเสียงพูดคุยกันอย่างออกรสทำให้กุลยาตื่นมาด้วยอาการสะลึมสะลือ ปรือตามองก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงไม้ไผ่ ในขณะที่ด้านนอกคือชายฉกรรจ์หลายคนกำลังนั่งดื่มเหล้ากันอยู่
กุลยาผวาทั้งตัว เริ่มหวาดกลัวจับจิตจับใจ เธอคิดไปต่าง ๆ นานาว่านายคนนั้นอาจจะดื่มเหล้าย้อมใจและเรียกพรรคพวกที่นั่งดื่มเหล้าด้วยกันมารุมโทรมเธอ
เธอจะทำยังไงดี เธอจะทำยังไงดี!
หญิงสาวคิดอย่างว้าวุ่นใจ
“ฟื้นแล้วเหรอ” เธอสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงถามของเขา
“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ” เธอยกมือไหว้ปลก ๆ
“ผมยังไม่ทันได้ทำอะไรคุณเลย” ผู้หญิงนี่ชอบวิตกกังวลเกินเหตุจริงๆ กุมภ์คิดในใจ
“คุณจับฉันมาคงคิดจะทำมิดีมิร้ายฉันใช่ไหม” กุลยาเอ่ยถามเสียงสั่น
“ถึงคุณจะสวยหยาดฟ้ามาดินขนาดไหน ผมก็ไม่คิดจะข่มเหงคนไม่มีทางสู้หรอก นอกเสียจากว่าคุณจะสมยอมผมเอง”
“แล้วคุณจับฉันมาทำอะไรกันแน่”
“จับมาให้อยู่ป่านี่แหละ มาเล่นกับลิงค่างบ่างชะนี” เขาพูดกวนนิดๆ
“บ้า!” เธอแหวใส่เมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น
กุมภ์หัวเราะลงลูกคอก่อนจะเดินไปกระดกเหล้าดื่มกับลูกน้องต่อ
มารดากับน้าสาวของเขาพูดเสมอว่าปัญหามีไว้ให้แก้ ถ้าแก้ไม่ได้ก็ช่างแม่ง ตอนนี้เขายังคิดอะไรไม่ออก ขอดื่มเหล้าย้อมใจก่อน
“นี่คุณ คุณจะจับฉันมาขังเอาไว้แบบนี้ไม่ได้นะ บ้านเมืองมีขื่อมีแป” เธอเดินไปพูดกับเขาใกล้ ๆ แคร่ที่เขากำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสนใจเธอเลย
“ใครขังคุณเหรอ ผมล่ามโซ่คุณเอาไว้หรือไง จับคุณขังเอาไว้ในห้องหรือก็เปล่า” คนเมาถามกวนๆ
“แต่คุณก็พาฉันมาที่นี่ ทำให้ฉันสูญเสียอิสรภาพ ฉันอยากกลับบ้าน ฉันจะกลับบ้าน คุณได้ยินไหม”
“ยังกลับไม่ได้ อยู่ที่นี่ทำไร่ไถนาไปก่อน ผมว่าดีกว่า”
กุลยาอ้าปากค้างกับประโยคของคนบ้า
“ฉันไม่ทำ”
“ไม่ทำอดตาย แต่ดาราดังแบบคุณน่าจะทำอะไรแบบนี้ไม่เป็น ผมก็พอจะเข้าใจนะ”
อังคารได้แต่งงานกับมยุริญสมใจ ตอนนี้ก็มีทายาทแล้วเหมือนกัน อายุไล่เลี่ยกับลูกๆ ของเจ้านายเลยเป็นเพื่อนเล่นกันกันต์ธีร์ กายสิทธิ์ กชกร กิรณาวิ่งมากอดมารดาก่อนจะแนบหูไปกับหน้าท้องนูน ๆ เพื่อคุยกับน้อง“วันนี้น้องเงียบกริบเลยครับ” กันต์ธีร์เอ่ยขึ้น“ใช่ ๆ น้องทำอะไรอยู่น้า ท่าทางจะหลับ”“อุ๊ย!” ไม่ทันขาดคำ กุลยาก็อุทานเบา ๆ เพราะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกภายในท้องของเธอ เคลื่อนไหวคล้ายตอบโต้กับบรรดาพี่ ๆ“น้องดิ้นด้วยครับ สงสัยจะรู้ว่าพวกเรามาทักทาย ผมอยากเห็นหน้าน้องจัง” กายสิทธิ์ลูบท้องนูน ๆ ของมารดาไปมา“หนูก็อยากเห็นหน้าน้องเหมือนกันค่ะคุณแม่” กชกรพยักหน้ายิ้มแป้น“หนูก็ด้วยค่ะ” กิรณาก็เช่นเดียวกัน ก่อนจะอ้อนให้บิดาอุ้มไปนั่งตัก“สงสัยว่าน้องก็อยากจะเห็นหน้าทุกคนแล้วเหมือนกันจ้ะ พี่กุมภ์คะ คุณแม่คะ ปะ... ปวดท้องจังเลยค่ะ”เสียงของกุลยาที่ร้องบอกทุกคนว่าเจ็บท้องทำให้กุมภ์ตื่นเต้นไม่น้อย“ไอ้อังคาร ไอ้อังคาร เอารถออกเดี๋ยวนี้เลย!”“น้องจะออกมาแล้วเหรอคะ น้องจะออกมาแล้ว”เด็ก ๆ เดินวนไปวนมามาให้วุ่นเพราะตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าน้อง ทำเอานุชรีที่ยังไม่ถึงกำหนดคลอดถึงกับอมยิ้ม“ทุกคนตั้งส
“เล่นซะเนียนเลย พี่ตกอกตกใจหมดเลย เล่นเอามีดจี้คอขนาดนั้น พี่ทำอะไรไม่ถูกน่ะสิจ๊ะ” กุลยายอมรับว่าวันนั้นเธอตกใจจริง ๆ เลยรับปากไปเสียทุกอย่างที่น้องสาวต้องการ“ก็คุณธิดาเป็นดารานี่คะ ถ้าเล่นไม่เนียนจะเป็นดาราดังได้ยังไงกัน” ไม่ว่ายังไงนุชรีก็ยังชื่นชมในฝีมือการแสดงของกุลธิดาอยู่ดี“แล้วนั่นพี่กุมภ์กับผู้กองจะพาคุณราฟไปไหนคะ” กุลยาเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าแต่ละคนเตรียมถังเตรียมคบเพลิงมุ่งหน้าไปยังสวนหลังบ้าน“มีรังผึ้งรังใหญ่อยู่หลังบ้านน่ะครับ พวกเราหนุ่ม ๆ อยากจะไปจับผึ้งกันเสียหน่อย น้ำผึ้งแท้น่ะ เอามากินบำรุงสุขภาพนะ” กุมภ์หันไปตอบเมียรัก“ไปจับผึ้งกันเหรอคะ แล้วนั่นต้องเอาปี่ไปด้วยเหรอคะ” กุลธิดาถามอย่างสงสัย“ใช่ครับ พี่น่ะมือวางอันดับหนึ่งในการจับผึ้งเลยนะครับ” กุมภ์ยืดอก ตบเบา ๆ อย่างภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเอง“คุณกุลคงยังไม่รู้ว่าพี่กุมภ์น่ะจับผึ้งเก่ง เป่าปี่ก็เก่งด้วยค่ะ ไม่ใช่เป่าปี่เรียกผีเสื้อสมุทรนะคะแต่เรียกผึ้งนี่แหละ คิก ๆ” นุชรีเล่าแล้วทำท่าขำ“ทำไมคุณนุชต้องทำท่าขำแบบนั้นด้วยล่ะคะ”“หยุดเลยคุณนุช เมื่อก่อนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ตอนนี้คุณกุมภ์เก่งแล้ว” ก
“พี่กุมภ์!” กุลยาถลาไปประคองร่างสามีเอาไว้ ทำเอาทุกคนตกใจกัน ยกใหญ่ สุดท้ายก็พากันไปโรงพยาบาลแทนที่จะไปสถานีตำรวจ“พี่กุมเป็นยังไงบ้างคะ” กุลยาเอ่ยถามสามีที่เดินขากะเผลก ๆ เพราะตกบันไดอย่างห่วงใย“ไกลหัวใจครับ แล้วคุณนุชเป็นยังไงบ้าง โดนคดีความมากไหม”“ผู้กองนะก็ทำตามหน้าที่น่ะค่ะ ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ถูกก็ว่ากันไปตามถูก แต่พ่อหมอยอดยิ่งอะไรนั่นมีโจทย์เยอะนะคะ เพราะเที่ยวไปหลอกคนเอาไว้มากมาย เลยโดนดำเนินคดีทางกฎหมายข้อหาหลอกลวงและข้อหา อื่น ๆ อีกมากมายเลยค่ะพี่กุมภ์”“ดีแล้วครับ จะได้เข็ดหลาบไม่ทำอีก”“เพิ่งรู้นะคะว่าคืนนั้นคุณนุชให้ของขวัญเป็นชุดนอนไม่ได้นอน” กุลยานึกถึงแล้วอดที่จะขำปนหน้าแดงเสียไม่ได้ มารู้ในตอนหลังว่าคืนวันเข้าห้องหอนุชรีให้ชุดนอนวาบหวิวเพื่อให้เธอใส่ยั่วกุมภ์“คุณนุชทะเล้น แต่พี่ก็ว่าดีนะ อยากให้เมียใส่” เขากัดปากทำตาหวาน คนฟังถึงกับหน้าแดงลามไปถึงใบหู“กุมภ์เป็นไงบ้างลูก แม่ทำอาหารบำรุงให้กุมภ์เยอะแยะเลยนะ ทำกระเพาะปลาที่ลูกชอบด้วยนะจ๊ะ” เสียงหวาน ๆ ของมารดาทำให้กุมภ์โกรธไม่ลงเลยจริง ๆ ที่สำคัญก็รู้ว่ามารดานั้นเป็นห่วงเป็นใย อยากให้เขามีความสุขที่สุด จึง
“นาไม่กล้าแสดงความคิดเห็นค่ะพี่กันยา” นารีรีบตอบ“ไอ้อังคาร แทนที่แกจะมาช่วยฉัน แล้วนั่นแกชวนหลานสาวกับหลานเขยฉันไปดูคลิปอะไรห้ะ” คุณกันยาหันไปดุด่าลูกน้องเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่แอบถ้ำมองลูกชายกับลูกสะใภ้“ผมนั่งดูคลิปอยู่ครับคุณป้า โคตรมันเลยครับ” ชัยชนะเป็นคนเอ่ยตอบ“คลิปอะไรของแกที่บอกว่ามัน” คุณกันยาเดินขึ้นไปบนกระท่อม ในขณะที่กุมภ์กับกุลยารีบไปแต่งตัวในห้องน้ำให้เรียบร้อย“นี่ไงครับ สำนักอาจารย์ยอดยิ่งโดนปาระเบิดครับ ผมว่ามันคุ้น ๆ นะครับคุณป้า” ชัยชนะพูดออกมาก่อนทำท่านึก เหมือนเขาได้ยินชื่อสำนึกอาจารย์ยอดยิ่งที่ไหน“ห้ะ! เอามาให้ป้าดูสิ” คุณกันยารีบคว้าโทรศัพท์มาดูก่อนจะเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง“พี่กันยาคะ นี่มันสำนักอาจารย์ยอดยิ่งที่ดูดวงให้เรานี่คะ” นารีชะโงกหน้าไปดูก่อนจะอุทานเสียงดัง“ผมก็ดูวนไปวนมา คุ้น ๆ ชื่อสำนักอยู่เหมือนกันครับ ไปดูดวงที่นี่มาเหรอครับ ในข่าวบอกว่าโดนคนที่ไปดูดวงปาระเบิดใส่เพราะแค้นจัดที่ดูดวงไม่แม่น แถมยังไปแนะนำอะไรแปลกประหลาดด้วยครับ แต่รายละเอียดที่ลงลึกกว่านี้ผมไม่รู้นะครับ” อังคารสาธยายละเอียดยิบ“นี่แหละเรียกลงลึก” ชัยชนะกับนุชรีพูดประสานเสียงกัน“
“แล้วทำไมนายไม่ยุแยงตะแคงรั่วกันเล่า” นุชรีเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจ“ผมยุแยงตะแคงรั่วแล้วครับ แต่แพ้ทางนายหญิงจริง ๆ นายหญิงเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ขนาดนั้น ผมเป็นแค่ลูกน้องจะไปสู้ยังไงไหว นั่นเขาเป็นถึงเมียเลยนะครับ”“อดเอาคืนคุณกุมภ์น่ะสิ เซ็งเป็ดเลย”“คุณนุชนี่หน้าซื่อใจคดนะครับ”“นายว่าฉันเหรอ”“ผมพูดไปตามเนื้อผ้าครับ”“ไม่ได้การละ พรุ่งนี้ต้องไปยุแยงตะแคงรั่วต่อ”“จะดีเหรอจ๊ะแม่นุช”“เฮ้ย! คุณป้ากับนายแม่มาแอบฟังนุชตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” เสียงถามที่ดังขึ้นทำให้นุชรีหันไปมองก็เจอเข้ากับมารดาและผู้เป็นป้าที่กระซิบเข้ามาถามอย่างอยากรู้อยากเห็น“นานแล้วครับ ตั้งแต่คุณนุชเรียกผมมาถามนั่นแหละครับ” อังคารช่วยตอบแทนบรรดาเจ้านายทั้งหลาย“แล้วทำไมนายไม่บอกฉัน”“ผมไม่กล้าครับ” ก็แต่ละคนเล่นจ้องเขาเหมือนจะปาดคอ เขาจะกล้าพูดอะไรได้“งั้นค่าสินสอดของมยุริญสองแสนนายก็อดนะอังคาร” นุชรีพูดอย่างงอน ๆ“นายแม่จ่ายให้ผมแล้วครับ”“ไอ้คนเห็นแก่เงิน” นุขรีด่าอย่างขัดใจ“ไม่ใช่นะครับ นายแม่มีบุญคุณ นายหัวก็มีบุญคุณ ผมหรือจะกล้าขัด”“หรา... อังคาร งั้นฉันขอให้นาย...” นุชรียังพูดไม่ทันจบประโยค ผู้ร้ายก็รีบสารภ
“กรี๊ด!!! ผีขี้โคลน” แล้วสติของหญิงสาวก็ดับวูบลงไปในทันที“เฮ้ย! ตายห่า นายหญิงหมดสติไปแล้ว”“มึงนี่แหละจะตาย ทำไมไม่บอกกูก่อนว่าเมียกูมา เป็นลมล้มฟุบไปแบบนี้ จะเป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้” กุมภ์หันไปตบหัวลูกน้องเต็มแรง อังคารร้องเสียงหลง มึนลูกตบของเจ้านายจนแทบเข่าทรุด“ผมบอกไม่ทันครับ อย่าว่าแต่นายหญิงเลย ผมเห็นนายหัวครั้งแรกยังตกใจ”“มึงมาช่วยประคองเมียกูขึ้นเตียงก่อน เวรเอ๊ย!”“นายหัวด่านายหญิงทำไมครับ”“กูสบถไอ้นี่ เดี๋ยวถีบยอดอก”“ครับ ๆ” อังคารช่วยเจ้านายประคองร่างของกุลยาไปวางบนเตียง“มึงรีบไปหายาลมยาดมยาหม่องมาปฐมพยาบาลเมียกูเร็ว ๆ เลย”“ผมว่าเจ้านายไปอาบน้ำก่อนดีกว่าครับ”“เออ ๆ แต่มึงไปเอายามาก่อน” กุมภ์รีบสลัดเสื้อผ้าออกจากตัวและอาบน้ำเร็วที่สุดในชีวิต ก่อนจะรีบมาที่เตียงอย่างห่วงใย“เจ้านายดูเป็นห่วงนายหญิงมาก ๆ เลยนะครับ”“มึงเอาสักอย่างเถอะไอ้อังคาร จะเรียกกูว่านายหัวหรือเจ้านาย กูโคตรสับสน” เป็นประโยคเดิม ๆ ที่กุมภ์ด่าอังคารเป็นประจำ ซึ่งมันก็ยังเรียกเขาตามอารมณ์ และเขาก็ยังอยากจะด่ามันเช่นเดิม“นายหัวไม่คิดจะเล่นตัวสักนิดเลยเหรอครับ”“เล่นตัวอะไรของมึง”“ก็นายหญิงทิ้งนายห







