LOGINบทที่ 24เธอรีบจัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เหลือให้เข้าที่ ก่อนจะยิ้มตาหยี ลากเก้าอี้ที่เพิ่งแกะออกมานั่งข้างซีโอเดอร์พอจู้อวี่ถงเข้ามาช่วย ความเร็วในการแกะพัสดุก็เพิ่มขึ้นทันที ไม่นานของชิ้นสุดท้ายก็ถูกแกะเรียบร้อย เธอยืดตัวบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะหรี่ตายิ้มให้เขาอย่างอารมณ์ดี“ซีโอเดอร์ ขอบคุณนะ ถ้าไม่มีนาย วันนี้ฉันคงไม่ราบรื่นขนาดนี้แน่”เธอกล่าวขอบคุณอย่างเป็นทางการเป็นพิเศษ แต่กลับไม่ได้ทำให้รู้สึกห่างเหินเลยสักนิด ซีโอเดอร์พยายามวางท่าให้ดูสงบ ทว่าปลายหูกลับแดงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ปลายหูที่แดงก่ำตัดกับผิวขาวยิ่งดูเด่นสะดุดตา จู้อวี่ถงเห็นชัดตั้งแต่แรก เธอจึงรู้สึกสงสัยและเผลอถามออกไปโดยไม่ทันคิดว่า “คุณร้อนเหรอ? จะเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทหน่อยไหม?”เดิมทีเธอคิดว่าซีโอเดอร์คงแค่เหนื่อยจากเมื่อครู่ แต่พอเห็นว่าหลังได้ยินคำพูดของเธอ ปลายหูของเขากลับยิ่งแดงขึ้นกว่าเดิม เธอถึงได้ฉุกคิดขึ้นมา หัวใจของจู้อวี่ถงเต้นแรงโครมครามดังก้องในหู ขณะที่เขายกเท้าจะเดินเข้ามาหา เธอก็เหมือนเพิ่งได้สติ รีบร้อนวิ่งเข้าครัวไป มือไม้พันกัน ก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ แล้วพูดว่า…“เอ่อ…คุณหิวไหม? วันนี้ฉ
บทที่ 23หลังจากเดินซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตเสร็จ จู้อวี่ถงกับซีโอเดอร์ก็หิ้วของเต็มสองมือกลับบ้านถุงอาหารใบใหญ่ใบนั้นสุดท้ายก็เป็นซีโอเดอร์ที่ถือกลับไป พอนับดูแล้ว ครั้งนี้เธอใช้เงินไปไม่น้อย แต่กลับเป็นคนที่สบายที่สุดเสียอย่างนั้นกลับถึงบ้านได้จังหวะพอดีเลย จู้อวี่ถงเพิ่งจะเอาของที่ซื้อมาเก็บใส่ตู้เย็นเสร็จ เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น พอเธอกำลังจะหันไปเปิดประตู ซีโอเดอร์ก็ก้าวยาว ๆ ไปถึงหน้าประตูก่อนเธอหนึ่งก้าวเปิดประตูออกไป ก็เป็นบริการจัดส่งถึงบ้านที่นัดไว้เมื่อครู่นี้เองพอของทั้งหมดถูกขนเข้ามาเรียบร้อยแล้ว จู้อวี่ถงมองห้องนั่งเล่นที่เต็มไปด้วยข้าวของก็อดถอนหายใจพร้อมเอ่ยขึ้นไม่ได้ “ครั้งนี้ได้ของมาไม่น้อยเลยนะ”เมื่อก่อนเธอแทบไม่เคยใช้จ่ายครั้งละมากขนาดนี้เลย แต่ก็ต้องยอมรับว่า ของที่ได้มาจนเต็มห้องนั่งเล่นแบบนี้ มองแล้วมันให้ความรู้สึกภูมิใจอยู่ไม่น้อยแต่พอถึงตอนต้องจัดเก็บจริง ๆ ก็เริ่มปวดหัวขึ้นมาทันทีเฟอร์นิเจอร์มีตั้งมากมาย แค่แกะบรรจุภัณฑ์ก็ใช้แรงไปไม่น้อยแล้ว พอแกะเสร็จยังต้องจัดเข้าที่ แถมยังมีขยะกองใหญ่ที่ต้องจัดการอีกพอนึกถึงตรงนี้ จู้อวี่ถงก็อดถอนหายใจ
บทที่ 22 เมลเบิร์นด้วยคำแนะนำของซีโอดอร์ จู้อวี่ถงได้ซื้อคอนโดห้องข้าง ๆ เขาไว้คอนโดไม่ได้ใหญ่มาก แต่สำหรับเธอที่อยู่คนเดียวก็ถือว่าเพียงพอแล้ว เพียงแต่เพิ่งย้ายเข้ามา ยังมีของอีกหลายอย่างที่ต้องจัดหาใหม่พอดีแถวนั้นมีซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง จู้อวี่ถงจึงไปเดินดูของ โดยมีซีโอดอร์ไปเป็นเพื่อนของในซูเปอร์มาร์เก็ตมีครบครันมาก มีครบทุกอย่างตั้งแต่ของกินของใช้ไปจนถึงของจำเป็นในชีวิต ทำให้เธอไม่ต้องลำบากวิ่งหาหลายที่ พอซื้อของมากเข้า จู้อวี่ถงก็เริ่มกังวลว่าจะขนของทั้งหมดกลับไปยังไง“ไม่ต้องกังวล ซูเปอร์มาร์เก็ตนี้มีบริการจัดส่งถึงบ้านภายในหนึ่งชั่วโมง แค่จ่ายค่าจัดส่งเล็กน้อยก็พอ”พอเห็นเธอทำทำหน้ากลุ้มใจ ซีโอเดอร์ก็อดยิ้มไม่ได้ จึงอธิบายให้เธอฟัง แต่พอเธอหันมามองเขาอย่างงอน ๆ เขากลับนิ่งอึ้งไป เมื่อเห็นแก้มที่พองเล็กน้อยของเธอในวินาทีนั้น ในใจของเขาเหลืออยู่เพียงความคิดเดียวน่ารักจัง!จู้อวี่ถงถูกสายตาที่ตรงไปตรงมาของเขามองจนแก้มแดงเล็กน้อย เธอกระแอมไอสองครั้งก่อนจะรีบหันหลังเดินไปหาพนักงาน เพื่อคุยเรื่องบริการจัดส่งถึงบ้านของที่ต้องให้ส่งถึงบ้านส่วนใหญ่ก็เป็นพวกเ
บทที่ 21ในคืนนั้นเอง สือเยี่ยนจิ่นก็เดินทางกลับประเทศทันที มุ่งหน้ากลับไปยังเมือง A ขับรถตามระบบนำทางไปจนเจอสถานพักฟื้นที่ซูชิงหลิงพักอยู่ในตอนนี้เก่าโทรม สกปรก และเต็มไปด้วยความวุ่นวาย—นั่นคือความประทับใจแรกที่เขามีต่อที่แห่งนี้ทันทีที่สือเยี่ยนจิ่นในชุดสูทสั่งตัดระดับไฮเอนด์ก้าวเข้ามาที่นี่ ก็เรียกสายตาของทุกคนให้หันมามองทันทีไม่มีเหตุผลอื่นเลย รูปลักษณ์ของเขามันช่างไม่เข้ากับสถานที่แห่งนี้เอาเสียเลย คนที่มาที่นี่ส่วนใหญ่ล้วนไม่มีเงิน ไม่มีครอบครัวคอยดูแล และไม่สามารถใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้ จึงถูกส่งตัวมาที่นี่อย่างจำเป็นแต่เพียงมองแวบเดียวก็รู้ว่าสือเยี่ยนจิ่นไม่มีทางเป็นคนจนแน่นอนเขาเพียงหยิบเงินสดออกมาโปรยให้ไม่กี่ใบ ก็ทำให้พนักงานดูแลในสถานพักฟื้นแห่งนี้พากันเข้ามาเอาอกเอาใจล้อมรอบเขา ถามว่าเขามาหาใคร แถมยังพูดเองเออเองว่าข้างในสกปรก ถ้ามีคนที่อยากเจอก็บอกพวกเธอได้ เดี๋ยวจะไปพาออกมาให้“พาฉันไปหาซูชิงหลิง”เขาปฏิเสธข้อเสนอของพวกเธอด้วยสีหน้าเย็นชา ก่อนจะเดินตรงเข้าไปด้านในเอง เมื่อได้ยินชื่อซูชิงหลิง พนักงานดูแลที่รับผิดชอบเธอก็รีบเข้ามาข้างหน้า ดวงตาที่ดูเจ้าเล่ห์กลอ
บทที่ 20ท่ามกลางคำซักถามที่ถาโถมมาเป็นระลอก สีหน้าของสือเยี่ยนจิ่นซีดเผือด เขาส่ายหน้าซ้ำ ๆ อยากจะบอกว่าไม่ใช่ แต่เมื่อเธอเห็นปฏิกิริยาของเขา กลับเพียงหัวเราะเยาะออกมาเบา ๆ“ยังไง คุณยังจะบอกว่าคุณรักฉันอีกเหรอ? รักฉันอยู่ แต่ก็ไปมีลูกกับคนอื่น สือเยี่ยนจิ่น ความรักของคุณมันช่างไร้ค่าเสียจริง”ทันทีที่ประโยคสุดท้ายของเธอจบลง สีหน้าของเขาก็ซีดเผือดจนแทบไร้เลือด มีเพียงดวงตาที่แดงก่ำ เขามองเธอด้วยสายตาวิงวอน ใช้เสียงแหบพร่าพยายามอธิบายเป็นครั้งสุดท้าย หวังให้เธอสงสาร “ผมไม่ได้ให้ซูชิงหลิงคลอดลูกของผม… ผมพาเธอไปโรงพยาบาล ไปทำแท้งแล้ว ผมก็รู้ตัวว่าผิดจริง ๆ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อเธออีกเลย อาอวี่ คุณเชื่อผมได้ไหม?”เธอส่ายหน้า แววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างลึกซึ้ง“ฉันเชื่อว่าต่อมาคุณพาเธอไปเอาเด็กออกจริง และไม่ได้ติดต่อเธออีกแล้ว แต่สือเยี่ยนจิ่น รู้ไหม ว่าคุณในแบบนี้แหละที่ทำให้คนรังเกียจ ทั้ง ๆ ที่จุดเริ่มต้นของความผิดทั้งหมดมันมาจากคุณเอง คุณมีทั้งภรรยา มีทั้งครอบครัวอยู่แล้ว แต่ก็ยังไปยุ่งกับคนอื่น ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง ให้ความหวังที่ไม่ควรมีแก่เธอ แต่พอเกิดเรื่องขึ้น ความจริ
บทที่ 19ตราบใดที่ในการโต้เถียงของทั้งสองขอแค่จู้อวี่ถงแสดงอาการไม่สบายใจออกมาแม้เพียงเล็กน้อย เขาก็จะก้าวเข้าไปทันทีโดยไม่ลังเล และพาเธอออกไปส่วนผู้ชายคนนั้นที่บอกว่ายังไม่ได้หย่า ใครจะไปสนเขากัน“อาอวี่ ยกโทษให้ผมสักครั้งได้ไหม? ผมรับรองเลยว่าจะไม่ทำผิดแบบเดิมอีก แล้วผมก็ตัดขาดกับซูชิงหลิงไปแล้ว แถมยังไล่เธอออกจากบริษัทด้วย คุณอย่าโกรธผมเลย กลับบ้านไปกับผมนะ ได้ไหม?”เขาพูดออกมาอย่างจริงใจสุด ๆ หากเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องราวภายในมาเห็นเข้า ก็คงอดคล้อยตามไม่ได้ และช่วยเกลี้ยกล่อมให้เธอให้อภัยเขา — ยกเว้นก็แต่ซีโอเดอร์เขาฟังได้ไม่ครบถ้วน เพียงจับคำสำคัญได้ไม่กี่คำ แล้วก็ค่อย ๆ ปะติดปะต่อจนกลายเป็นความจริงของเรื่องนี้—ชายตรงหน้าคนนี้ที่ดวงตาแดงก่ำ ดูเหมือนเป็นฝ่ายต่ำต้อยคอยง้อขอคืนดี แท้จริงแล้วกลับเป็นผู้ชายเลวที่นอกใจ แล้วมาขอร้องให้ภรรยาตัวจริงยกโทษให้เขายืนอยู่ด้านข้าง แค่นหัวเราะอย่างเย็นชา ก่อนจะปรายตามองสือเยี่ยนจิ่นอย่างดูแคลนสือเยี่ยนจิ่นเห็นแล้วก็โกรธจนแทบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดของเขาคือรีบง้อจู้อวี่ถงให้หายโกรธและพาเธอกลับไปกับเขา เรื่องอื่นจึงไ
บทที่ 18การเดินทางรอบโลกนั้น ทั้งเหนื่อย เปลืองเงิน และเสียเวลามากจริง ๆ ต่อให้จู้อวี่ถงพยายามเร่งฝีเท้าให้เร็วที่สุดแล้วก็ตาม พอเธอไปครบทุกที่ที่อยากไป และสุดท้ายกลับมาถึงเมลเบิร์น ก็ผ่านไปแล้วถึงสองปีระหว่างทาง เธอยังได้พบกับชายคนหนึ่งชื่อซีโอดอร์ และได้กลายเป็นเพื่อนร่วมทางกับเขาทั้งสองคุยก
บทที่ 4 ไม่รู้ว่าจูบกันไปนานแค่ไหน เขาถึงได้ยอมปล่อยซูชิงหลิงออกในที่สุด ก่อนจะผลักเธอไปกระแทกเธอเข้ามุมกำแพงอย่างแรง น้ำเสียงแหบพร่าพูดขึ้นว่า “ทำไมต้องมายั่วฉัน? ก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่า ต่อหน้าอาอวี่ เธอห้ามทำตัวเกินเลย”ซูชิงหลิงไม่ได้ตอบคำถามของเขา เธอโอบคอเขาไว้แล้วหัวเราะเบา ๆ ไม่หยุด ผ่านไป
บทที่ 3 จู้อวี่ถงไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่รับรู้ถึงอ้อมกอดอุ่นของเขา ขณะที่ในใจกลับเต็มไปด้วยทั้งความขมขื่นและความเจ็บปวดถาโถมปะปนกันไม่หยุดเขานี่มันแสดงเก่งขนาดนี้ได้ยังไงกันนะถ้าเธอไม่ได้เห็นภาพที่เขาไปคลุกคลีกับคนอื่นกับตาตัวเอง บางทีภายใต้การอธิบายเสียยืดยาวขนาดนี้ เธออาจจะเชื่อเขาจริง ๆ ก็ไ
บทที่ 1 เมื่อมองหญิงสาวตรงหน้าที่เพิ่งอายุยี่สิบต้น ๆ แต่กลับถือเอกสารคำร้องมายื่นเอกสารขอลบข้อมูลตัวตน เจ้าหน้าที่ถึงกับแสดงสีหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดจู้อวี่ถงพยักหน้า เสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น “ฉันแน่ใจค่ะ” เมื่อได้ยินคำตอบของเธอ เจ้าหน้าที่จึงเก็บเอกสารไปและประทับตราลงไปหนึ่งครั้ง “ขั้นตอ







