Se connecterตอนที่ 2
ความคิดถึง
“คุณแม่คะพี่ภูจะหายเป็นปกติไหม”
สาวสวยในชุดกระโปรงยาวที่ถูกตัดเย็บอย่างดีถามมารดาด้วยความกังวล
“วันนี้พี่เขาเริ่มกินข้าวได้เองก็นับว่าดีขึ้นกว่าตอนแรกอยู่มาก พิมอย่าสิ้นหวังสิลูก ภูวิศต้องกลับมาเป็นปกติเราต้องเชื่อมั่นนะลูก”
สองคนแม่ลูกยืนกอดกันด้วยความหวัง หลังจากที่ภูวิศประสบอุบัติเหตุนอนติดเตียงมาได้สักพักตอนนี้ลูกชายคนเดียวของบ้านก็เริ่มมีอาการที่ดีขึ้นแต่ก็เฉพาะทางร่างกายส่วนทางด้านสมองเขาสูญเสียความทรงจำบางส่วนไปและยังไม่ทีท่าว่าจะกลับมา
“พิมอย่าลืมลาที่มหาวิทยาลัยให้พี่นะ” คนป่วยหันมาบอกน้องสาวหลังจากที่กินข้าวด้วยตัวเองจนเสร็จ
“พี่ภูเรียนจบมาหลายปีแล้วค่ะ ”
“ยัง พี่ยังไม่จบรีบลาให้พี่เลย”
พิมมี่ได้แต่พยักหน้าตามเพราะไม่มีประโยชน์อะไรที่เธอจะเถียงกับพี่ชายในเวลานี้
“ไปเลย แม่บอกกี่ครั้งแล้วห้ามร้องไห้ต่อหน้าพี่”
อำภาไล่ให้ลูกสาวรีบออกจากห้องของคนป่วยไปเพราะคนเป็นแม่ไม่อยากให้ลูกชายรู้สึกแย่ไปกว่านี้
ภูวิศประสบอุบัติเหตุเพราะเขาหลับในก่อนถึงบ้านไม่ถึงสิบกิโลเมตร เขาฟื้นขึ้นมาโดยที่ขยับร่างกายไม่ได้แต่ก็ใช้เวลาไม่นานเขาก็กลับมาช่วยเหลือตัวเองได้บางส่วนแต่เรื่องสูญเสียความทรงจำ หมอบอกว่าคงต้องใช้เวลา
อำภาคิดถึงลูกชายแทบทุกวันตั้งแต่ที่เขาหนีไปเพราะผิดหวังในเรื่องความรัก การกลับมาครั้งนี้ถึงแม้จะกลับมาแบบไม่เหมือนเดิมคนเป็นแม่ก็ดีใจที่สุดที่ลูกชายจะไม่ทิ้งเธอไปไหนอีกแล้ว
ภูวิศผิดหวังจากผู้หญิงที่เขากำลังจะแต่งงานด้วยแต่เธอกลับไปแต่งงานกับเพื่อนสนิทของเขา ความผิดหวังที่เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจทำให้ชายหนุ่มหนีออกจากบ้านทันทีเมื่อรู้ข่าวและไม่มีใครติดต่อเขาได้อีกเลย วันเวลาผ่านไปเกือบสองปีทุกคนมาได้ข่าวอีกทีก็คือเขาเกิดอุบัติเหตุ
“ภู กินข้าวได้เยอะเลยนะลูก”
“คุณแม่ครับ ผมยังจำไม่ได้หมดทุกเรื่องใช่ไหม สงสัยน้องคงงอนไปแล้วที่ผมไม่เชื่อว่าตอนนี้ผมเรียนจบแล้ว”
อำภาได้ยินลูกชายพูดแบบนี้ เธอโผเข้ากอดยอดดวงใจไว้แน่นพยายามห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลแต่มันก็สุดแสนจะกลั้นไว้ได้เพราะสงสารชายหนุ่มในอ้อมกอดเหลือเกิน
“ไม่หรอก น้องไม่ได้โกรธ ค่อย ๆ รื้อฟื้นความจำกันไปนะลูกและถึงแม้ว่าจะจำไม่ได้ เราก็มาสร้างความทรงจำกันใหม่นะ”
ภูวิศกอดมารดาไว้แน่น เขารู้สึกเหมือนตัวเองมีกังวลอะไรบางอย่างอยู่ในหัวใจแต่พยายามคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกจึงได้แต่หวังว่าสักวันความกังวลใจนี้จะหายไปเพราะมันทำให้เขาฝันร้ายเกือบทุกคืน
“คุณแม่ครับ ผมรู้สึกเหมือนมีใครรอผมอยู่ที่ไหนสักแห่ง ถ้าคุณแม่กับพิมมี่รู้รีบบอกผมนะ ”
“ได้ลูก พักผ่อนเถอะนะเดี๋ยวหมอจะมาพาทำกายภาพลูกจะได้กลับมาเดินได้ไว ๆ ”
คนเป็นแม่พยายามช่วยลูกชายคิดมาตลอดว่าใครนะกันที่รอลูกชายของเธออยู่เพราะตั้งแต่ภูวิศกลับมาพูดได้ เขาก็พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ทุกวันแต่อำภาก็ยังหาคำตอบไม่ได้สักทีเพราะตัวเธอเองก็ไม่รู้ว่าตลอดเวลาที่ลูกชายหายไปเขาไปอยู่ที่ไหนหรือทำอะไรจึงได้แต่รอให้คนป่วยจำอะไรได้มากกว่านี้ก่อน
สามเดือนผ่านไป
อำภาทุ่มเงินสุดตัวในการรักษาลูกชายจนตอนนี้ภูวิศกลับมาเดินได้ถึงแม้จะยังไม่ปกติก็ตามแต่มันก็ทำให้ทุกคนในครอบครัวต่างพากันดีใจและมีความหวังมากขึ้นที่จะได้ลูกชายคนเดิมกลับมา
“พักก่อนไหมลูก”
อำภาถึงจะอยากให้ลูกชายเดินได้ไว ๆ แต่ก็กลัวว่าถ้าขืนหัดเดินมากแบบนี้จะแย่เอามากกว่า
“ผมยังไม่อยากพัก อยากเดินให้เหมือนคนปกติไว ๆ ผมอยากจะไปตามหาว่าใครหรืออะไรที่ทำให้ผมรู้สึกว่ามีคนรอผมอยู่ถ้าเรื่องนี้ยังไม่ถูกสะสางจากความคิดไปได้ ผมไม่มีทางนอนหลับได้สนิทแน่ครับคุณแม่”
พิมมี่และอำภาต่างมองสบตากันและถอนหายใจด้วยความไม่สบายใจอีกครั้ง ทั้งสองคนพยายามสืบแล้วแต่ก็ไม่มีอะไรเพิ่มเติมนอกจากรู้ว่าลูกชายของเธอเดินทางไปที่ภาคเหนือก่อนจะมาประสบอุบัติเหตุก็เท่านั้น
“พรุ่งนี้พิมจะเอารูปสถานที่ท่องเที่ยวมาให้พี่ภูเลือกนะคะ เดือนหน้าเราจะไปเที่ยวกัน คุณพ่อตอบตกลงแล้วด้วยเหลือก็แต่พี่ภูว่าอยากจะไปไหม”
น้องสาวชวนพี่ชายเปลี่ยนเรื่องเพื่อให้อีกฝ่ายเลิกหัดเดินและกลับมานั่งที่รถเข็นเหมือนเดิม
“ไปเที่ยว ไปไหนดีพี่จำไม่ได้ว่าที่ไหนสวย”
“ไม่ต้องจำได้ก็ได้ค่ะ พิมจะหาภาพมาให้พี่ภูเลือกเองรับรองว่าสวยทุกที่”
พยาบาลหันรถเข็นเพื่อพาคนเจ็บกลับเข้าห้องแต่ทุกคนต้องหยุดชะงักทันทีเมื่อภูวิศโวยวายขึ้นมา
“หมอก ไปดูหมอกกัน ผมเห็นหมอกเห็นภูเขา”
“ลูกจำอะไรได้ตาภู”
อำภารีบโน้มตัวลงมากอดลูกชายด้วยความดีใจว่าความทรงจำของเขาเริ่มจะกลับมาแล้ว
“ผมเห็นตัวเองใส่ชุดเสื้อแขนยาวใส่หมวกอยู่ที่ไหนสักแห่ง ข้างหลังมีภูเขาและมองเห็นหมอก ต้องเป็นที่นั่นแน่ ๆ ที่มีคนรอผมอยู่”
ภูวิศมองหน้ามารดาอย่างมีความหวัง ชีวิตของชายหนุ่มตอนนี้เหมือนคนที่มีความกังวลตลอดเวลา เขารู้สึกคิดถึงใครบางคนทุกครั้งที่หลับตาแต่พอกลางดึกเขากลับฝันร้ายว่ามีผู้หญิงกำลังมองเขาและร้องไห้อยู่ทุกคืน
“เราจะไปที่ที่มีหมอกมีภูเขากัน บางทีลูกอาจจะจำขึ้นมาได้อย่าคิดมากนะลูก แม่เชื่อว่าในที่สุดแล้วลูกชายของแม่จะจำทุกอย่างได้”
ทุกคำที่อำภาพูดไม่ใช่เพียงเพื่อปลอบใจแต่เขาคิดแบบนั้นจริง ๆ หมอที่ดูแลภูวิศยังชื่นชมในการฟื้นตัวของสภาพร่างกายที่ดีขึ้นเร็วมากทำให้ความหวังเรื่องความทรงจำมีมากขึ้นตามมาด้วย
ตอนที่ 1จุดเริ่มต้นของครอบครัว “หยกแน่ใจหรือยังถึงได้คิดจะมาชวนแก้มไปบ้าน แม่หยกจะไม่แหกอกแก้มแน่นะ” แก้มใสลูกสาวข้าราชการครูชั้นผู้น้อยเธอเข้ามาเรียนในกรุงเทพจนได้พบรักกับหยกลูกชายคนเล็กของตระกูลเลิศรัตนโสภาซึ่งเป็นครอบครัวที่มีเชื้อสายของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ครั้ง บรรพบุรุษผู้ก่อสร้างโรงสีจนตอนนี้พัฒนามากลายเป็นโรงงานผลิตและส่งออกสินค้าทางเกษตรทุกชนิดของเมืองไทยไปยังประเทศในแถบเอเซียและยุโรป นอกจากนี้ครอบครัวของหยกกำลังขยายกิจการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรอื่นตามชนบททางภาคเหนือเพื่อนำมาแปรรูปส่งออก “หยกก็ไม่ได้แน่ใจขนาดนั้นก็แค่อยากเริ่มพาแก้ม เข้าไปทำความรู้จักกับครอบครัวของหยกในฐานะเพื่อนสนิทก่อนแล้วพอสอบเสร็จ เราค่อยไปบอกความจริงทั้งหมดกัน”
ตอนที่ 10ไร่ผาหมอก เช้านี้ภูวิศและรัญชิดาจะเข้าไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอให้ทุกคนในครอบครัวของภูวิศฟัง “คุณท่านทั้งสองจะไม่โกรธรัญใช่ไหมที่ไม่มีอะไรสักอย่างในชีวิตคู่ควรกับพี่ภู” หญิงสาวรู้สึกกลัวและไม่มั่นใจเพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าทั้งฐานะ การศึกษาทุกอย่างเธอด้อยกว่าสามีของเธอ ครอบครัวของชายหนุ่มร่ำรวยก็คงอยากได้ลูกสะใภ้ที่มีทุกอย่างคู่ควรกับลูกชายไม่ใช่สาวชาวบ้านจน ๆ อย่างเธอแน่นอน “ความรักอย่างไร รัญมีไม่น้อยไปกว่าใครมีมากกว่าผู้หญิงบางคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของผมอีก รัญอย่ามองครอบครัวของผมแย่อย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ท่านรู้ดีว่ารัญรักผมมากแค่ไหน” หญิงสาวผู้รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าฟังแล้วก็รู้สึกใจชื้น
ตอนที่ 9ค่ำคืนของความคิดถึง “เย็นนี้ไปหาอะไรกินกันนะ” เจ้านายเอ่ยชวนเลขาด้วยน้ำเสียงที่คนฟังถึงกับรู้สึกวูบวาบไปหมดทั้งตัว สัมผัสที่เขามอบให้เธอทำให้คืนวันอันแสนหวานกลับมาอีกครั้งแต่รัญชิดาไม่รู้ว่าเธอควรที่จะบอกความจริงทั้งหมดที่ชายหนุ่มตรงหน้าจำไม่ได้ดีไหมเพราะถ้าเขาไม่เชื่อเธออาจจะกลายเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่เอาลูกมาอ้างว่าเป็นลูกของเขาก็ได้ ร้านอาหารสุดแสนจะโรแมนติกติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในคืนเดือนเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง รัญชิดาอดคิดถึงความรักของเขาและเธอที่หวานชื่นในทุกคืนวันที่ไร่ผาหมอกไม่ได้ “คิดอะไรอยู่” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมองไปที่สายน้ำที่อยู่เบื้องหน้าส่งยิ้มอย่างมีความสุขเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง&n
ตอนที่ 8อยู่เคียงข้าง ความเหนื่อย ความเพลียทำให้รัญชิดาสาวน้อยผู้ร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงเผลอหลับไปมารู้ตัวอีกทีก็เพราะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “พิมเอง วันนี้ไม่ต้องไปทำงานนะพี่ภูฟื้นแล้ว เธอมาเฝ้าเขาแทนฉันหน่อยตั้งแต่เมื่อคืนฉันยังไม่ได้อาบน้ำ กินข้าวเลย” “ได้ ๆ ค่ะคุณพิม” สาวสวยร่างเล็กกระโดดลงจากเตียงนอนด้วยความดีใจที่ได้ข่าวว่าคนรักของเธอฟื้นแล้ว โรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากบ้านของรัญชิดาและตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่คนกำลังไปทำงานบนท้องถนนจึงสัญจรได้สะดวกใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหญิงสาวก็พาตัวเองมาถึงโรงพยาบาล “เตรียมกระเป๋ามาด้วยดีเลย คืนนี้เธออยู่เฝ้าพี่ภูได้ใช่ไหม ฉันจะได้พัก
ตอนที่ 7กลับมานะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในสายตาของพิมมี่โดยตลอด เธอเลือกที่จะไม่บอกมารดาเพราะอยากเห็นพี่ชายมีความสุข “รัญ ฉันรู้เรื่องเธอกับพี่ภูนะ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะว่าอะไรแค่อยากขอเธอว่าอย่าทำให้พี่ชายฉันต้องเสียใจได้ไหม พี่ภูผ่านเรื่องร้าย ๆ มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่อยากเห็นเขาต้องเจ็บอีก” “ค่ะ คุณพิมแต่...รัญไม่รู้เรื่องที่ผ่านมาของคุณภูเลยนะคะ” รัญชิดากำลังจะถามต่อแต่ถูกขัดด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของละอองที่เดินตามเจ้านายเข้ามาถึงในห้องน้ำ “คุณพิมคะ วันนี้จะรับน้ำส้มหรือน้ำฝรั่งดีคะ” “ตามเข้ามาถามถึงในนี้เลยนะ เอาเป็นว่าเอามาทั้งสองอย่างก็ดี&rd
ตอนที่ 6ฉันไม่ได้มาเพื่อรักเธอ งานที่บริษัทเริ่มลงตัว เลขาสาวจึงได้มีเวลาออกไปทักทายพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ บ้าง “สวัสดีค่ะพี่ ๆ ทุกคน มาทำงานที่นี่หลายวันแล้วรัญเพิ่งจะมีโอกาสออกมาคุยกับพี่ ๆ ทุกคนก็วันนี้แหละค่ะ” รัญชิดาทักทายพี่ ๆ น้องและเพื่อนร่วมงานทุกคนเพื่อสร้างความสนิทสนมให้มากที่สุดเพราะเธอเชื่อว่าพวกเขาเหล่านี้แหละคือแหล่งข้อมูลเป็นอย่างดี “จ้า...พวกพี่เห็นเธอนั่งทำงานแทบจะไม่ได้ออกมาเลย ทุกคนเข้าใจว่าทั้งเธอและคุณภูก็ใหม่กับบริษัทนี้ทั้งคู่คงต้องใช้เวลาเรียนรู้งานกัน” “ทำไมคุณภูถึงได้ใหม่กับที่นี่ เขาเป็นลูกชายท่านประธานไม่ใช่หรือคะ” ละอองพนักงา







