FAZER LOGIN‘เจ้าบ่าวของฉางเจียจะต้องเป็นข้าเพียงเท่านั้น’สวีหย่วนไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากนั้นเขาต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากกว่าจะได้แต่งงานกับฉางเจีย พอนางตัดสินใจว่าจะแต่งให้กับผู้อื่นแล้วนางก็มีความมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้เขาบอกว่าเขายินดีที่จะแต่งงานกับนาง แต่นางกลับคิดแค่เพียงว่าเขารู้สึกสงสารนางเพียง
คุณหนูสกุลฉางกำลังจะแต่งงาน ข่าวนี้ทำให้ผู้คนในเมืองหลวงต่างพากันแตกตื่นและก็พากันสงสัยว่าใครกันที่จะเป็นเจ้าบ่าวผู้โชคร้ายคนนั้น ที่น่าประหลาดใจก็คือใกล้จะถึงวันมงคลอยู่แล้วแต่จวนสกุลฉางกลับไม่ได้จัดเตรียมงานมงคล แต่จวนที่จัดเตรียมงานมงคลกลับเป็นจวนสกุลหยาง จึงมีหลายคนต่างพากันพูดเป็นเสียงเดียวกันว
“บัดซบ! หลินเหม่ยเหยาถ้าเจ้ากล้าเป็นอะไรไป ข้าจะตามไปเอาเรื่องเจ้าในปรโลกแน่ๆ” ฉางเจียเอ่ยพลางวิ่งอย่างสุดฝีเท้าไปที่จวนสกุลหยางโดยมีอิงเถาวิ่งตามนางมา“คุณหนูฉาง ข้าเอารถม้ามารับท่านด้วยนะเจ้าคะ” แม้ว่าจะวิ่งสุดฝีเท้าแต่ฉางเจียก็วิ่งไปไกลแล้ว อิงเถาได้แต่หลังน้ำตาออกมาอีกครั้งแล้ววิ่งกลับไปที่รถม้า
‘ข้าเคยพูดว่าเขาเป็นคนหน้าตาธรรมดาหรือ ข้าเคยพูดตอนไหนกันนะ’ นี่คือความคิดของฉางเจียหลังจากที่นางมอบถุงผ้าปักของตนเองให้สวีหย่วนเพื่อเป็นของแทนใจแต่กลับถูกเขาส่งคืนมาให้แถมยังบอกกับนางว่า“คุณหนูเคยเอ่ยกับข้าว่าข้าเป็นคนที่มีหน้าตาธรรมดา ดังนั้นคนที่มีหน้าตาธรรมดาเช่นข้าจึงไม่คู่ควรที่คุณหนูฉางจะมาช
“จิ่นหลันเป็นถึงนายกองหญิงของทัพอู่ติ้ง ได้ยินมาว่าหลายปีมานี้นางคือกุนซือของกองทัพ หากนางคิดมากถึงเพียงนั้นเหตุใดจึงไม่คิดบ้างเล่าว่า ข้าไม่เคยทุ่มเทความสนใจของข้าให้กับสตรีอื่น และข้าก็เชื่อว่าลูกเหยียนของข้าคงจะไม่ต่างจากข้ามากนัก ส่วนลูกเยว่เจ้าไม่ต้องกังวล ขนาดข้ายังตกหลุมรักเจ้าได้ คงจะมีสักวั
ซ่งเสวี่ยหรงและกัวไป๋จิ้งถูกตัดสินประหารชีวิตในวันเดียวกัน คนสกุลกัวทั้งสกุลพลอยติดร่างไปด้วย ส่วนคนอื่นๆ ในสกุลซ่งได้รับการอภัยโทษและถูกเนรเทศไปอยู่ชายแดนตลอดชีวิต หวังจื่อเถียนทนรับความลำบากไม่ไหวแขวนคอตนเองตายไปในที่สุด หลินเหม่ยเหยารับฟังเรื่องราวเหล่านี้ด้วยจิตใจอันว่างเปล่า บุญคุณความแค้นในชาต
การที่หยางสุ่ยเซียนถูกควบคุมตัวโดยคนของหยางเจี้ยนเช่นนี้ ไม่ต้องคาดเดาหลินเหม่ยเหยาก็สามารถรู้ได้ว่าหยางสุ่ยเซียนจะไม่ได้รับความสะดวกสบายเท่าใดนัก“เจ้ามาทำไม” ยามที่หลินเหม่ยเหยาก้าวเท้าเข้าเรือนไปก็ได้รับสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นอริจากหยางสุ่ยเซียนในทันที แต่หลินเหม่ยเหยากลับไม่ได้สนใจท่าทีของนาง
“แล้วนางได้ตั้งครรภ์จริงหรือไม่” คำถามของเขาทำให้อิ้นถีคุกเข่าลงในทันที“ข้าน้อยขออภัยที่ไม่อาจจะเข้าไปสืบได้ แต่อารามแห่งนั้นมีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา ต่อให้ข้าส่งคนของข้าที่เป็นสตรีเข้าไปทางอารามก็ไม่ยินยอมให้คนของข้าเข้าไปขอรับ” เมื่ออิ้นถีเอ่ยเช่นนี้หยางเจี้ยนก็พลันหรี่ตา“จางซิงซินเข้าออกอารามหล
หลังจากเกิดเรื่องร้ายขึ้นในจวนงานเลี้ยงจึงไม่อาจจะดำเนินต่อไปได้อีก หยางเม่าจิตใจอัดแน่นไปด้วยโทสะถึงกับล้มป่วยด้วยความแค้นใจ โชคดีที่หลินเจวี๋ยช่วยรักษาให้ได้ทันกาลเขาจึงไม่ได้เป็นอันใดมาก ส่วนหยางสุ่ยเซียนและมารดาของนางสุดท้ายก็ยอมจำนนด้วยหลักฐานยอมรับสารภาพในที่สุดหลินเหม่ยเหยารู้ดีว่าคนอย่างหยา
“ข้าเห็นว่าเฉินอี๋เหนียงดูเหมือนว่ากำลังรอผู้อื่นอยู่ ข้าเกรงว่าเฉินอี๋เหนียงคิดจะวางแผนทำร้ายข้า ข้าก็เลยรีบเดินออกจากประตูทางด้านหลังโดยไม่บอกนางเพื่อจะกลับไปหาท่านแม่ของข้าที่โถงรับรอง คิดไม่ถึงว่าเมื่อเดินเข้าไปจะมีสาวใช้วิ่งเข้าไปบอกกับทุกคนว่ามีบุรุษบุกเข้าไปทำร้ายข้า” เมื่อหลินเหม่ยเหยาเอ่ยถึ







