INICIAR SESIÓNเหลืออีกไม่ถึงเดือน งานแต่งงานของเมืองเมาและปณิตาก็จะมาถึง ข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับต่างตีพิมพ์งานมงคลของทั้งคู่ และมันทำให้ใจดวงน้อยเจ็บร้าวทุกครั้งเมื่อได้เห็นและได้ยิน แต่ทำยังไงได้ เธอไม่ได้เป็นเจ้าของเขา เพราะเจ้าของของเขามีเพียงปณิตาคนเดียว พรพนิตมองรูปคู่ของเมืองเมาและปณิตาในหน้าจอโทรศัพท์แล้วก็ถอนหายใจ และวันนี้เธอเองก็เรียนจบแล้วพร้อมกับฝึกงานจบแล้วเช่นกัน
“ไปฉลองกันที่ไหนดีน่ารัก” หม้อข้าวตบไหล่เล็กของเพื่อนพร้อมโอบกอดไหล่เล็กหลวมๆ
“ที่โรงพยาบาลดีกว่าข้าว วิจัยก็ผ่าน ฝึกงานผ่าน และทำเรื่องขอจบเสร็จแล้ว น่ารักว่าเราไปบอกข่าวดีกับแม่พลอยที่โรงพยาบาลกันดีกว่าข้าว” เธอหันมายิ้มให้เพื่อนพร้อมเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าสะพายใบเล็กของตัวเอง
“อือ...ไปกันเถอะ เราซื้อข้าวไปกินที่โรงพยาบาลก็ได้ แม่พลอยต้องดีใจแน่เลยที่เราเรียนจบแล้ว” หม้อข้าวเอ่ย
“อือ...ไปกันเถอะ” แล้วสองสาวก็พากันเดินไปยังหน้ามหาวิทยาลัยเพื่อจะไปรอรถเมล์ที่ป้ายรถเมล์หน้ามหาวิทยาลัย
ยิ่งใกล้วันแต่งงานยิ่งทำให้เมืองเมายุ่ง ไหนจะมีเคสผ่าตัดที่ต่อคิวกันเข้ามาทุกวันจนแทบไม่ได้นอนเต็มอิ่มสักวัน เขาเดินไปยังลิฟต์เพื่อจะขึ้นไปยังชั้นผู้บริหาร ไปห้องทำงานส่วนตัวเพื่อจะนอนพักผ่อนสักงีบ แต่พอเดินเข้ามาในลิฟต์ก็มีร่างเล็กคุ้นเคยเดินเข้ามาในลิฟต์ด้วย เขามองเธอพร้อมส่งยิ้มอิดโรยทักทาย ด้านคนที่ถูกส่งยิ้มทักทายก็ส่งยิ้มหวานให้เขาเหมือนกันและอยากถามเขาเหลือเกินว่า ‘เหนื่อยมากไหมคะ?’ แต่ก็ไม่กล้าถามเมื่อมีใครอีกคนเดินแทรกตัวเข้ามาในลิฟต์ด้วย เธอมองผู้มาใหม่แล้วก็ก้มหน้ามองเท้าตัวเองด้วยความเศร้า
“มีมี่กำลังจะขึ้นไปหาพี่หมอเมาที่ชั้นบนพอดีเลยค่ะ” ปณิตาที่เดินแทรกตัวเข้ามาในลิฟต์แล้วเดินมาโอบกอดท่อนแขนแข็งแรงของคู่หมั้นหนุ่มอีกข้างที่ว่างของเขา เพราะอีกข้างของเขามีสองสาวยืนอยู่ข้างๆ เธอจึงเลือกมายืนอยู่อีกข้างของชายหนุ่มที่ว่างแทน
“พอดีพี่เพิ่งผ่าตัดเสร็จน่ะ และกำลังจะขึ้นไปพัก เพราะอีกหนึ่งชั่วโมงก็จะมีผ่าตัดอีกเคส” เขาบอกตอบคู่หมั้นสาวเสียงเหนื่อยๆ แต่หางตานั้นเพ่งเล็งมาทางเด็กสาวในชุดนักศึกษาที่ยืนอีกข้างตัวเอง
พรพนิตรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่ต้องมาอยู่ในลิฟต์โดยสารกับเมืองเมาและคู่หมั้นของเขา เธอไม่ต้องการมาเห็นภาพเจ็บปวดแบบนี้ แต่ก็หนีไม่ได้เมื่อลิฟต์กำลังโดยสารขึ้นไปชั้นบน และวันนี้เองที่เธอรู้สึกว่าลิฟต์นั้นเคลื่อนไหวช้ากว่าทุกครั้งที่ขึ้น
หม้อข้าวเห็นเพื่อนหน้าเศร้าๆ ก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น สาวหล่อจึงตวัดแขนโอบกอดเอวเล็กแล้วรั้งเข้ามายืนชิดตนเอง ส่วนเมืองเมานั้นที่ใช้เพียงหางตามองดูคนตัวเล็กที่ยืนข้างๆ ตัวเองก็ถึงกับขมวดคิ้วยุ่งทันที แม้จะรู้ว่าเพื่อนสนิทเธอเป็นหญิง แต่ก็ว่าจะเป็นหญิงที่รักชาย เขาไม่พอใจจึงใช้แขนข้างที่ว่างนั้นตวัดโอบเอวเล็กของเธอ ไม่สนใจว่าจะมีแขนเล็กของสาวหล่อโอบกอดอยู่ก่อน
พรพนิตขืนตัวเองพร้อมแหงนเงยหน้าขึ้นสบดวงตาดุดันของเขาที่หันมาจ้องเอาเรื่องกับตัวเองก็หลบสายตาทันทีแล้วแกะแขนเขาออกจากเอวเล็กคอดตัวเองด้วยกลัวว่าคู่หมั้นของเขาจะเห็นเข้า และดีที่เขายอมปล่อยแขนจากเอวเธอง่ายๆ เธอจึงเปลี่ยนที่ยืนกับเพื่อนตัวเองทันที ให้หม้อข้าวมายืนติดกับเขาแทน
ติ๊งต่อง!
แล้วประตูลิฟต์โดยสารก็มาถึงชั้นผู้ป่วยวีไอพี หนึ่งสาวสวยกับสาวหล่อก็พากันสาวเท้าเดินเร็วๆ ออกจากลิฟต์ทันที
“สองคนนั้นดูรีบๆ นะคะพี่หมอเมา” ปณิตาถามเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกสองสาวก็รีบเดินออกไปจากลิฟต์ทันที
หลังจากมื้อเย็นจบไป สองสามีก็พากันลงว่ายน้ำในสระ จะว่าว่ายน้ำก็ไม่ได้ เพราะตอนนี้ฟักทองใส่กางเกงว่ายน้ำยืนพิงขอบสระ กางแขนยึดขอบสระว่ายน้ำ ส่วนคนที่ดำน้ำนั้นคือชณินันท์ต่างหาก หล่อนดำน้ำทำหน้าที่บำเรอสามีอยู่ใต้น้ำ ปากน้อยของหล่อนดูดกลืนเอ็นเนื้อของสามี สองมือน้อยก็คลึงเฟ้นไปด้วย“อ่า...นิดของพี่ เสียว...ซี้ดดด อือ...” เสียงพร่าครางซ่านแอ่นเด้งเอวเข้าหาคนที่ดำอยู่ใต้น้ำ“อูว์...ไม่ไหวแล้วนิด พี่อยากแตกในปากนิด อือ...” เอวสอบทำหน้าที่แอ่นเด้งเข้าหาคนที่ดำอยู่ในน้ำเป็นจังหวะ และพอสาวอวบโผล่ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ เขาก็คว้าร่างตรงหน้าเข้ามาบดจูบกระแทกหนักหน่วง“อ่ะ...อื้อ...”เรียวลิ้นสากสอดแทรกเข้าไปในปากน้อยของภรรยาที่โผล่ขึ้นมาหายใจ ก่อนจะดำลงไปในน้ำเพื่อมอบความสุขให้สามีใต้น้ำอีก ชณินันท์ใส่ชุดเดรสตัวบางสีขาวสายเดี่ยว ไร้ชุดชั้นในปกปิดทั้งบนทั้งล่าง เพื่อให้สามีได้จัดการตัวเองได้สะดวก“อ่า...พี่ฟัก อืม...”หล่อนครางพร่าเมื่อสามีถอนจูบร้อนออกจากปากเธอ เธอยกมือขึ้นจับใบหน้าของสามีแล
สองสามีภรรยาหนีลูกๆ มาเที่ยวฮันนีมูนก็จูงมือกันเดินเล่นตามชายหาดและถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งพวกเขาทั้งสองมาด้วยกัน และเก็บไปฝากลูกๆ ตัวน้อยด้วย ที่ขยันวิดีโอคอลมาหาทุกๆ วัน ฟักทองพาชณินันท์เดินเที่ยวเล่นข้างนอกจนเธอเหนื่อยและอิ่มเอมความสุขกับความสวยงามของทะเลมัลดีฟส์ ตกเย็นเขาก็พาหล่อนไปดินเนอร์หรูๆ ที่ห้องโดยที่เขาจ้างให้พนักงานมาจัดมื้อพิเศษให้ “พี่ฟัก...” “ทำไมฮึ” เขาถามภรรยา “ทำไมทำให้นิดรักไม่หยุดแบบนี้คะ ขอบคุณนะคะสำหรับมื้อนี้” หล่อนมองมื้อพิเศษที่สามีเตรียมไว้ให้ เป็นมื้อพิเศษจริงๆ “เพื่อนิดทำไมพี่จะทำไม่ได้ อะไรที่ทำให้นิดรักพี่มากขึ้นกว่าทุกวัน พี่ก็จะทำ พี่รักนิดนะ” “นิดก็รักพี่ฟักค่ะ”เธ
ชีวิตคู่สามีภรรยาของฟักทองกับชณินันท์เป็นไปอย่างราบรื่นและเร่าร้อนตามฉบับหมอหื่นอย่างเขา ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีต่อกี่ปี รักของทั้งสองก็ไม่เคยหมดโปร ตอนนี้ก็อยู่กินด้วยกันมา 10 ปีแล้ว เพิ่งจะมีโอกาสได้มาฮันนีมูนกัน ส่วนลูกชายอย่างพู่กันกับลูกสาวสีน้ำก็ถูกส่งไปอยู่กับลุงและป้าที่ปักษ์ใต้ ส่วนคุณหญิงแม่ก็หันหน้าเข้าทางธรรมไปปฏิบัติธรรมแทบทุกอาทิตย์ โดยมีป้าสุณีติดตามไปด้วย ด้านพี่ชายของเขาอย่างมะเขือกับบุญป่วงพี่สะใภ้ก็พากันเข้ามาช่วยบริหารงานที่โรงพยาบาล เพราะตอนนี้โรงพยาบาลกำลังขยายตัวไปทางภาคอีสาน จึงทำให้งานเยอะจนพี่ชายต้องลาออกจากงานราชการมาช่วยงานของครอบครัว “อือ...ไม่หิวเหรอคะพี่ฟัก” หล่อนครางพึมพำในลำคอเมื่อมือของสามีนั้นวนเวียนกับสองเต้าของเธอ และใบหน้าของเขาก็ซุกไซ้ดูดเม้มยอดปทุมคู่งามทั้งสอง พอลูกๆ โต พ่อก็ครอบครองสองเต้าแต่เพียงคนเดียว “อือ...ไม่เอาไม่หิว อยากกินนิดมากกว่า” “อือ...แต่ว่าเรามาฮันนีมูนกันนะคะ ไม่คิ
“ชอบมาก ชอบทุกอย่างที่นิดทำให้พี่ อ่า...ที่รักขึ้นมาขย่มพี่เถอะ นิดจ๋า...นิดที่รัก ซี้ดดด อ่า...” ชณินันท์ผละจากหว่างขาร้อนของสามีและเคลื่อนตัวไปนั่งคร่อมทับที่หน้าท้องแข็งแรงของสามี สองมือกลมป้อมของเธอดันหน้าท้องของสามีแล้วแอ่นยกเด้งบั้นท้ายใหญ่ของตนเองขึ้นเสียดสีไปมากับเอ็นเนื้อร้อนที่ชูชันของชายหนุ่ม “อูว์...อย่าทรมานพี่แบบนี้ที่รัก อ่า...ขย่มพี่เถอะนิด อ่า...” “ค่ะ นิดจะขย่มพี่ฟักตอนนี้แหละ อือ...” แล้วเธอก็กดกระแทกบั้นเอวตัวเองลงหาความเป็นบุรุษของสามีที่แอ่นยกเด้งรอท่าอยู่ก่อนหน้า ทันทีที่สอดแทรกสอดประสานร่างกัน หล่อนก็หยุดเคลื่อนไหวเมื่อความใหญ่โตอัดแน่นในช่องท้อง “อ่า...นิดขยับสิ อย่านิ่งแบบนี้ พี่ไม่ไหวแล้วนะทูนหัว อ่า...” ฟักทองเอ่ยอย่างทรมานพร้อมบิดเอวสอบส่ายหมุนไปมารอท่าภรรยาเคลื่อนไหว
งานแต่งงานของทั้งสองจัดขึ้นพร้อมกันกับงานแต่งงานของพี่ชายและบุญป่วง ซึ่งก็แต่งงานกันมาได้สามปีแล้ว และตอนนี้ในท้องของชณินันท์ก็กำลังมีเจ้าตัวเล็กอีกหนึ่งคนที่เพิ่งได้ 8 สัปดาห์ ส่วนลูกคนแรกเป็นผู้ชายชื่อน้องพู่กัน ตอนนี้อายุได้ 2 ขวบแล้ว กำลังเป็นที่รักของคุณหญิงย่าและคุณลุงมะเขือกับป้าบุญป่วง ที่มีลูกสาวชื่อน้องนาบุญ วัย 1 ขวบครึ่ง “ไม่เอานะคะพี่ฟัก” หล่อนผลักดันหน้าสามีออกห่างเมื่อสามีกำลังจะจูบเธอทั้งๆ ที่อยู่ในครัวของบ้าน “อือ...นะนิดนะ ขึ้นไปบนห้องกันนะครับ” เขาอ้อนภรรยา “แต่พู่กัน...” “อยู่กับลุงเขือ ป้าป่วงและมีน้องนาบุญกับคุณหญิงย่าดูแลอยู่ ไม่ต้องห่วงหรอกนะ เราไปต่อขาแขนให้เจ้าตัวเล็กกันนะ” “ไม่เอาค่ะ กลางวันอยู่เลย”
“อ่า...ไม่ไหวแล้ว นิดร้อน อือ...” “อือ...พี่ก็เหมือนกัน ขอเข้าไปนะ อยากอยู่ในตัวนิด” จากนั้นเขาก็เคลื่อนตัวขยับพลิกร่างอุ้ยอ้ายใต้ร่างให้นอนตะแคง เขาต้องเข้าทางด้านหลังของหญิงสาว เพราะข้างหน้าติดท้องทำให้เขาสอดแทรกได้ไม่ถนัดและไม่ลึกซึ้งพอ “อือ...เชื่อมือพี่นะนิด พี่เป็นอาจารย์หมอนะ เชื่อพี่ที่รัก อ่า...” เขาซุกหน้ากับไหล่ของคนเจ้าเนื้อแล้วก็กระซิบดูดเม้มติ่งหูของเธอ เอวสอบเคลื่อนมาเสียดสีเอ็นเนื้อร้อนแข็งแรงกับร่องก้นของเธอ ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปในช่องทางรักคับแน่นของหญิงสาวที่ฉ่ำแฉะ “อ่ะ...อื้อ...” สองแขนแข็งแรงกอดรัดร่างอ้วนเข้ามาแนบอกตัวเองแน่นเมื่อแก่นกายร้อนของเขาสอดแทรกหลอมรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับหญิงสาว “อ่า...อือ พี่ฟัก...นิด...”&n
สุดท้ายแล้วชีวิตของเธอก็ไม่ต่างจาก ‘เมียน้อย’ เมื่อเพลิงฤทธิ์มีภรรยาตีทะเบียนอยู่แล้ว แต่ยังมาวุ่นวายกับเธอ ทั้งๆ ที่ภรรยาของชายหนุ่มทั้งสวยทั้งเพียบพร้อม แต่เขาก็ยังมาหาเศษหาเลยกับเธออยู่ได้ไม่เว้นวัน ร่างกายของเธอมีการเปลี่ยนแปลงไปโดยที่เธอเองก็ไม่อยากให้มันเกิด แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว มือน้อยกุมท้อ
“อย่าไปเผลอหลับแบบนี้อีกรู้ไหม เดี๋ยวก็โดนพวกขี้ยาในสลัมเข้ามาข่มขืนหรอก”เขาบอกดุๆ ด้วยความเป็นห่วง ดีนะที่เขาติดตั้งแอปติดตามในโทรศัพท์ของหญิงสาวไว้เลยทำให้รู้ว่าวันๆ เธอไปไหน ไปทำอะไร ที่ไหนบ้าง ทันทีที่ผ่าตัดเสร็จเคสสุดท้ายของสัปดาห์ เขาก็รีบโทรหาเธอทันที แต่โทรเท่าไหร่ก็ไม่รับสายจึงเป็นห่วง แล
“อือ...คงงั้นมั้ง” เขาตอบสั้นๆ พร้อมประตูลิฟต์ปิดสนิทแล้วพาเขาและหญิงสาวโดยสารไปยังชั้นบนสุดของตึก “พี่หมอเมาหิวไหมคะ พอดีตอนจะเข้ามามีมี่แวะซื้อขนมหม้อแกงร้านโปรดพี่หมอเมามาให้ด้วยค่ะ” เธอเอ่ยพร้อมใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้กอดแขนใหญ่ชูถุงกระดาษที่เป็นถุงใส่ขนมหม้อแกงขึ้นให้เขาดู “ขอบคุณน
“อือ...ไม่ไหวแล้วใช่ไหมน่ารัก ฉันเองก็ไม่ไหวเหมือนกัน อื้อ...” เขาผละหน้าที่ซุกซบกลางร่องอกอวบอิ่มขึ้นมาจูบซอกคอระหงแล้วเคลื่อนมาบดขยี้กลีบปากสีระเรื่อ “อ่ะ...อื้อ” เรียวแขนเล็กของพรพนิตตวัดโอบกอดลำคอหนา แอ่นเด้งสองเต้าขึ้นสู้รบกับอุ้งมือใหญ่อีกข้างที่กำลังกอบกุมเต้าเธออยู่ เขาใช้เพียงมือเ







