เข้าสู่ระบบ“อย่าไปเผลอหลับแบบนี้อีกรู้ไหม เดี๋ยวก็โดนพวกขี้ยาในสลัมเข้ามาข่มขืนหรอก”
เขาบอกดุๆ ด้วยความเป็นห่วง ดีนะที่เขาติดตั้งแอปติดตามในโทรศัพท์ของหญิงสาวไว้เลยทำให้รู้ว่าวันๆ เธอไปไหน ไปทำอะไร ที่ไหนบ้าง ทันทีที่ผ่าตัดเสร็จเคสสุดท้ายของสัปดาห์ เขาก็รีบโทรหาเธอทันที แต่โทรเท่าไหร่ก็ไม่รับสายจึงเป็นห่วง และเป็นเหตุให้เขามารับเธอที่สลัมนี่แหละ
“และรู้ไหมว่าตอนนี้กี่ทุ่มแล้ว” เขาเอ่ยต่อพร้อมกับบังคับพวงมาลัยเข้าไปในตึกคอนโด
“ไม่รู้ค่ะ”
“สามทุ่มจะสี่ทุ่มแล้ว ถ้าจะหลับก็ควรเปิดไฟด้วย มันอันตรายรู้ไหมน่ารัก”
“ขอโทษค่ะ น่ารักจะไม่ทำให้หมอเมาเป็นห่วงอีก”
“ฉันไม่ได้เป็นห่วงสักหน่อย” เขารีบปฏิเสธทันทีทั้งๆ ที่ความจริงตัวเองเป็นห่วงสาวน้อยมาก ร้อนรนมากตอนที่ติดต่อหญิงสาวไม่ได้หลังจากออกจากห้องผ่าตัด
คำตอบของนายแพทย์หนุ่มทำให้พรพนิตกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอด้วยความฝืดเคืองแล้วก็เปิดประตูลงจากรถทันทีเมื่อรถมาจอดที่ที่จอดรถประจำ เธอก้าวลงจากรถไปเงียบๆ โดยไม่รอคนที่ขับรถเลยสักนิด เมืองเมารีบดับเครื่องยนต์แล้วเปิดประตูรถลงจากรถแล้วล็อกรถก้าวสาวเท้ายาวๆ เดินตามเธอมาในตึก
“ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเธอน่ารัก” เมื่อเดินตามทัน เขาก็เอ่ยขึ้น
“ค่ะ ขึ้นห้องค่อยคุยได้ไหมคะ น่ารักเหนื่อย” เธอบอกเขาเสียงเหนื่อยๆ พร้อมยกมือปิดปากหาวระหว่างยืนรอลิฟต์โดยสารที่กดเรียก
“ทำไมง่วงบ่อยจังช่วงนี้” เขาก้มมองคนตัวเล็กที่สูงเพียงระดับอกตัวเองที่ตาปรือพร้อมจะหลับตลอดเวลา พอประตูลิฟต์เปิดออก เธอก็ก้าวเดินเข้าไปในลิฟต์ เขาเองก็เดินตามเข้าไปแล้วกดชั้นและประตูลิฟต์ก็ปิด พรพนิตไม่ได้ตอบเขา เพราะเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอาทิตย์นี้ถึงได้ง่วงบ่อยอย่างที่เขาถามนั่นแหละ
เมื่อเข้ามาในห้องพักส่วนตัว พรพนิตก็ไม่พูดไม่จากับเมืองเมา เท้าเล็กก้าวเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเพื่อจะเดินไปอาบน้ำโดยไม่คิดสนใจคนที่เดินตามมา เพราะภาพของเขาตอนอยู่ในลิฟต์และบทสนทนาของเขาและคู่หมั้นมันยังคงดังก้องในหูอยู่เลย เธอรู้สึกผิดต่อผู้หญิงคนนั้นเหลือเกินในตอนนี้
“จะอาบน้ำเหรอ ดีเลย อาบด้วยกันจะได้ไม่เสียเวลา” เมืองเมาเดินตามมาติดๆ พร้อมคว้าหยิบผ้าเช็ดตัวอีกผืนเดินตามเธอเข้ามาในห้องน้ำ
“น่ารักขออาบคนเดียวได้ไหมคะ”
“อะไรกันน่ารัก เนี่ยดึกแล้วนะ ฉันก็เหนื่อยเหมือนกันนะ วันนี้ผ่าตัดตั้งสองเคสเลย นะ...อาบด้วยกันนะ หลายวันมานี้เราไม่ได้...” เมืองเมาหยุดพูด แต่ส่งสายตากรุ้มกริ่มให้เธอรู้ว่าตอนนี้เขาต้องการอะไรจากเธอ ไม่ได้ต้องการอาบน้ำอย่างที่พูด
“วันนี้น่ารักเหนื่อยค่ะ” เธอปฏิเสธแล้วดันเขาออกจากห้องน้ำ แต่เขาไม่ยอมจับขอบประตูไว้แน่น ไม่ยอมให้เธอผลักออกมาด้านนอกได้สำเร็จ
“เดี๋ยวฉันดูแลเธอเองน่ารัก นะ...อาบน้ำด้วยกันเถอะ และฉันมีเรื่องจะบอกเธอด้วย” เขาบอกเธอแล้วปล่อยมือที่จับรั้งขอบประตูห้องน้ำมาดันเธอหายเข้าไปในห้องน้ำพร้อมเขาตามคนตัวเล็กไปติดๆ ส่วนประตูก็ใช้เท้าใหญ่ถีบปิดเต็มแรง
ปึก!
ตอนนี้เมืองเมารู้สึกสับสนตัวเองมาก ไม่เข้าใจทำไมเขาต้องโหยหาคนตัวเล็กคนนี้มากถึงขนาดนี้ ตลอดหลายวันที่ยุ่งที่โรงพยาบาลไม่ได้เจอหน้า เขาก็คิดถึงแต่เสียงหัวเราะและใบหน้าหวาน แปลก...ทั้งๆ ที่เขาบอกตัวเองมาตลอดว่ารักปณิตาคนเดียว รักคู่หมั้นคนเดียวเท่านั้น แต่ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจแล้ว เพราะตอนนี้มันถึงเวลาที่ต้องคืนอิสระให้พรพนิตแล้ว
“ถอดเสื้อผ้าสิ อาบน้ำกัน” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยลอดออกมาจากริมฝีปากหนาพร้อมกับจัดการกับเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็คสีดำของตัวเองออกจากร่างเช่นกัน เพียงเวลาไม่นานนายแพทย์หนุ่มก็ยืนเปลือยเปล่า ส่วนพรพนิตยังคงใส่ชุดนักศึกษาเหมือนเดิม
หลังจากมื้อเย็นจบไป สองสามีก็พากันลงว่ายน้ำในสระ จะว่าว่ายน้ำก็ไม่ได้ เพราะตอนนี้ฟักทองใส่กางเกงว่ายน้ำยืนพิงขอบสระ กางแขนยึดขอบสระว่ายน้ำ ส่วนคนที่ดำน้ำนั้นคือชณินันท์ต่างหาก หล่อนดำน้ำทำหน้าที่บำเรอสามีอยู่ใต้น้ำ ปากน้อยของหล่อนดูดกลืนเอ็นเนื้อของสามี สองมือน้อยก็คลึงเฟ้นไปด้วย“อ่า...นิดของพี่ เสียว...ซี้ดดด อือ...” เสียงพร่าครางซ่านแอ่นเด้งเอวเข้าหาคนที่ดำอยู่ใต้น้ำ“อูว์...ไม่ไหวแล้วนิด พี่อยากแตกในปากนิด อือ...” เอวสอบทำหน้าที่แอ่นเด้งเข้าหาคนที่ดำอยู่ในน้ำเป็นจังหวะ และพอสาวอวบโผล่ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ เขาก็คว้าร่างตรงหน้าเข้ามาบดจูบกระแทกหนักหน่วง“อ่ะ...อื้อ...”เรียวลิ้นสากสอดแทรกเข้าไปในปากน้อยของภรรยาที่โผล่ขึ้นมาหายใจ ก่อนจะดำลงไปในน้ำเพื่อมอบความสุขให้สามีใต้น้ำอีก ชณินันท์ใส่ชุดเดรสตัวบางสีขาวสายเดี่ยว ไร้ชุดชั้นในปกปิดทั้งบนทั้งล่าง เพื่อให้สามีได้จัดการตัวเองได้สะดวก“อ่า...พี่ฟัก อืม...”หล่อนครางพร่าเมื่อสามีถอนจูบร้อนออกจากปากเธอ เธอยกมือขึ้นจับใบหน้าของสามีแล
สองสามีภรรยาหนีลูกๆ มาเที่ยวฮันนีมูนก็จูงมือกันเดินเล่นตามชายหาดและถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งพวกเขาทั้งสองมาด้วยกัน และเก็บไปฝากลูกๆ ตัวน้อยด้วย ที่ขยันวิดีโอคอลมาหาทุกๆ วัน ฟักทองพาชณินันท์เดินเที่ยวเล่นข้างนอกจนเธอเหนื่อยและอิ่มเอมความสุขกับความสวยงามของทะเลมัลดีฟส์ ตกเย็นเขาก็พาหล่อนไปดินเนอร์หรูๆ ที่ห้องโดยที่เขาจ้างให้พนักงานมาจัดมื้อพิเศษให้ “พี่ฟัก...” “ทำไมฮึ” เขาถามภรรยา “ทำไมทำให้นิดรักไม่หยุดแบบนี้คะ ขอบคุณนะคะสำหรับมื้อนี้” หล่อนมองมื้อพิเศษที่สามีเตรียมไว้ให้ เป็นมื้อพิเศษจริงๆ “เพื่อนิดทำไมพี่จะทำไม่ได้ อะไรที่ทำให้นิดรักพี่มากขึ้นกว่าทุกวัน พี่ก็จะทำ พี่รักนิดนะ” “นิดก็รักพี่ฟักค่ะ”เธ
ชีวิตคู่สามีภรรยาของฟักทองกับชณินันท์เป็นไปอย่างราบรื่นและเร่าร้อนตามฉบับหมอหื่นอย่างเขา ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีต่อกี่ปี รักของทั้งสองก็ไม่เคยหมดโปร ตอนนี้ก็อยู่กินด้วยกันมา 10 ปีแล้ว เพิ่งจะมีโอกาสได้มาฮันนีมูนกัน ส่วนลูกชายอย่างพู่กันกับลูกสาวสีน้ำก็ถูกส่งไปอยู่กับลุงและป้าที่ปักษ์ใต้ ส่วนคุณหญิงแม่ก็หันหน้าเข้าทางธรรมไปปฏิบัติธรรมแทบทุกอาทิตย์ โดยมีป้าสุณีติดตามไปด้วย ด้านพี่ชายของเขาอย่างมะเขือกับบุญป่วงพี่สะใภ้ก็พากันเข้ามาช่วยบริหารงานที่โรงพยาบาล เพราะตอนนี้โรงพยาบาลกำลังขยายตัวไปทางภาคอีสาน จึงทำให้งานเยอะจนพี่ชายต้องลาออกจากงานราชการมาช่วยงานของครอบครัว “อือ...ไม่หิวเหรอคะพี่ฟัก” หล่อนครางพึมพำในลำคอเมื่อมือของสามีนั้นวนเวียนกับสองเต้าของเธอ และใบหน้าของเขาก็ซุกไซ้ดูดเม้มยอดปทุมคู่งามทั้งสอง พอลูกๆ โต พ่อก็ครอบครองสองเต้าแต่เพียงคนเดียว “อือ...ไม่เอาไม่หิว อยากกินนิดมากกว่า” “อือ...แต่ว่าเรามาฮันนีมูนกันนะคะ ไม่คิ
“ชอบมาก ชอบทุกอย่างที่นิดทำให้พี่ อ่า...ที่รักขึ้นมาขย่มพี่เถอะ นิดจ๋า...นิดที่รัก ซี้ดดด อ่า...” ชณินันท์ผละจากหว่างขาร้อนของสามีและเคลื่อนตัวไปนั่งคร่อมทับที่หน้าท้องแข็งแรงของสามี สองมือกลมป้อมของเธอดันหน้าท้องของสามีแล้วแอ่นยกเด้งบั้นท้ายใหญ่ของตนเองขึ้นเสียดสีไปมากับเอ็นเนื้อร้อนที่ชูชันของชายหนุ่ม “อูว์...อย่าทรมานพี่แบบนี้ที่รัก อ่า...ขย่มพี่เถอะนิด อ่า...” “ค่ะ นิดจะขย่มพี่ฟักตอนนี้แหละ อือ...” แล้วเธอก็กดกระแทกบั้นเอวตัวเองลงหาความเป็นบุรุษของสามีที่แอ่นยกเด้งรอท่าอยู่ก่อนหน้า ทันทีที่สอดแทรกสอดประสานร่างกัน หล่อนก็หยุดเคลื่อนไหวเมื่อความใหญ่โตอัดแน่นในช่องท้อง “อ่า...นิดขยับสิ อย่านิ่งแบบนี้ พี่ไม่ไหวแล้วนะทูนหัว อ่า...” ฟักทองเอ่ยอย่างทรมานพร้อมบิดเอวสอบส่ายหมุนไปมารอท่าภรรยาเคลื่อนไหว
งานแต่งงานของทั้งสองจัดขึ้นพร้อมกันกับงานแต่งงานของพี่ชายและบุญป่วง ซึ่งก็แต่งงานกันมาได้สามปีแล้ว และตอนนี้ในท้องของชณินันท์ก็กำลังมีเจ้าตัวเล็กอีกหนึ่งคนที่เพิ่งได้ 8 สัปดาห์ ส่วนลูกคนแรกเป็นผู้ชายชื่อน้องพู่กัน ตอนนี้อายุได้ 2 ขวบแล้ว กำลังเป็นที่รักของคุณหญิงย่าและคุณลุงมะเขือกับป้าบุญป่วง ที่มีลูกสาวชื่อน้องนาบุญ วัย 1 ขวบครึ่ง “ไม่เอานะคะพี่ฟัก” หล่อนผลักดันหน้าสามีออกห่างเมื่อสามีกำลังจะจูบเธอทั้งๆ ที่อยู่ในครัวของบ้าน “อือ...นะนิดนะ ขึ้นไปบนห้องกันนะครับ” เขาอ้อนภรรยา “แต่พู่กัน...” “อยู่กับลุงเขือ ป้าป่วงและมีน้องนาบุญกับคุณหญิงย่าดูแลอยู่ ไม่ต้องห่วงหรอกนะ เราไปต่อขาแขนให้เจ้าตัวเล็กกันนะ” “ไม่เอาค่ะ กลางวันอยู่เลย”
“อ่า...ไม่ไหวแล้ว นิดร้อน อือ...” “อือ...พี่ก็เหมือนกัน ขอเข้าไปนะ อยากอยู่ในตัวนิด” จากนั้นเขาก็เคลื่อนตัวขยับพลิกร่างอุ้ยอ้ายใต้ร่างให้นอนตะแคง เขาต้องเข้าทางด้านหลังของหญิงสาว เพราะข้างหน้าติดท้องทำให้เขาสอดแทรกได้ไม่ถนัดและไม่ลึกซึ้งพอ “อือ...เชื่อมือพี่นะนิด พี่เป็นอาจารย์หมอนะ เชื่อพี่ที่รัก อ่า...” เขาซุกหน้ากับไหล่ของคนเจ้าเนื้อแล้วก็กระซิบดูดเม้มติ่งหูของเธอ เอวสอบเคลื่อนมาเสียดสีเอ็นเนื้อร้อนแข็งแรงกับร่องก้นของเธอ ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปในช่องทางรักคับแน่นของหญิงสาวที่ฉ่ำแฉะ “อ่ะ...อื้อ...” สองแขนแข็งแรงกอดรัดร่างอ้วนเข้ามาแนบอกตัวเองแน่นเมื่อแก่นกายร้อนของเขาสอดแทรกหลอมรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับหญิงสาว “อ่า...อือ พี่ฟัก...นิด...”&n
สุดท้ายแล้วชีวิตของเธอก็ไม่ต่างจาก ‘เมียน้อย’ เมื่อเพลิงฤทธิ์มีภรรยาตีทะเบียนอยู่แล้ว แต่ยังมาวุ่นวายกับเธอ ทั้งๆ ที่ภรรยาของชายหนุ่มทั้งสวยทั้งเพียบพร้อม แต่เขาก็ยังมาหาเศษหาเลยกับเธออยู่ได้ไม่เว้นวัน ร่างกายของเธอมีการเปลี่ยนแปลงไปโดยที่เธอเองก็ไม่อยากให้มันเกิด แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว มือน้อยกุมท้อ
“อือ...คงงั้นมั้ง” เขาตอบสั้นๆ พร้อมประตูลิฟต์ปิดสนิทแล้วพาเขาและหญิงสาวโดยสารไปยังชั้นบนสุดของตึก “พี่หมอเมาหิวไหมคะ พอดีตอนจะเข้ามามีมี่แวะซื้อขนมหม้อแกงร้านโปรดพี่หมอเมามาให้ด้วยค่ะ” เธอเอ่ยพร้อมใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้กอดแขนใหญ่ชูถุงกระดาษที่เป็นถุงใส่ขนมหม้อแกงขึ้นให้เขาดู “ขอบคุณน
เหลืออีกไม่ถึงเดือน งานแต่งงานของเมืองเมาและปณิตาก็จะมาถึง ข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับต่างตีพิมพ์งานมงคลของทั้งคู่ และมันทำให้ใจดวงน้อยเจ็บร้าวทุกครั้งเมื่อได้เห็นและได้ยิน แต่ทำยังไงได้ เธอไม่ได้เป็นเจ้าของเขา เพราะเจ้าของของเขามีเพียงปณิตาคนเดียว พรพนิตมองรูปคู่ของเมืองเมาและปณิตาในหน้าจอโทร
“อือ...ไม่ไหวแล้วใช่ไหมน่ารัก ฉันเองก็ไม่ไหวเหมือนกัน อื้อ...” เขาผละหน้าที่ซุกซบกลางร่องอกอวบอิ่มขึ้นมาจูบซอกคอระหงแล้วเคลื่อนมาบดขยี้กลีบปากสีระเรื่อ “อ่ะ...อื้อ” เรียวแขนเล็กของพรพนิตตวัดโอบกอดลำคอหนา แอ่นเด้งสองเต้าขึ้นสู้รบกับอุ้งมือใหญ่อีกข้างที่กำลังกอบกุมเต้าเธออยู่ เขาใช้เพียงมือเ







