مشاركة

ขอฝ่าบาท…โปรดไว้ชีวิต
ขอฝ่าบาท…โปรดไว้ชีวิต
مؤلف: Selena

บทนำ

مؤلف: Selena
last update تاريخ النشر: 2026-10-01 18:52:34

เสียงมโหรีดุริยางค์หลวงประโคมก้องสะท้อนไปทั่วลานหน้าพระตระกูลจงเหอ กลิ่นหอมของกำยานมังกรอบอวลเหนือระเบียงหินอ่อนขาว ราษฎร์และเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่นับร้อยชีวิตในชุดขุนนางเต็มยศ หมอบกราบเรียงรายอย่างเป็นระเบียบสุดสายตา

มู่หลิงเชียวในก้าวขึ้นสู่ยอดสูงสุดแห่งอำนาจ เขาประทับยืนอยู่หน้าบัลลังก์ทอง ฉลองพระองค์มังกรดำปักดิ้นทองคำสั่งทำพิเศษ สะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้าอย่างสง่างาม ทว่าใบหน้าที่คมคายกลับนิ่งเรียบดุจรูปสลัก นัยน์ตาคู่คมปลาบแฝงความดุดันและลึกล้ำยากแท้ล่วงรู้ ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความยินดีหรือความตื่นเต้น มีเพียงความเย็นชาอันแสนเหินห่างของผู้อยู่จุดสูงสุดที่ผ่านความสูญเสียมาอย่างร้าวราน

ขันทีผู้ใหญ่ก้าวออกมาด้านหน้า พร้อมเปิดม้วนราชโองการผ้าแพรไหมทองคำ อ่านด้วยน้ำเสียงก้องกังวานสั่นสะเทือนไปทั่วราชสำนัก

"ตามพระราชโองการแห่งฟ้า! องค์ชายสาม มู่หลิงเชียว กราบบูชาบวงสรวงสวรรค์และปฐพี รับสืบทอดมหาบารมีแห่งแคว้นเว่ย บัดนี้สถาปนารัชสมัยใหม่ามว่า 'จิ่งหยวน' หมายถึงจุดเริ่มต้นแห่งความเจริญรุ่งเรืองอันเกรียงไกร"

สิ้นเสียงขานสถาปนารัชสมัยจิ่งหยวน มู่หลิงเชียวก้าวลงประทับบนบัลลังก์มังกรด้วยท่วงท่าเกรงขาม

เสนาบดีฝ่ายขวา จางจงหยวน ก้าวออกมาเป็นผู้นำเหล่าขุนนาง คุกเข่าลงหมอบกราบกับพื้นหิน นำขุนนางทั้งราชสำนักแซ่ซ้องถวายพระพร

"ขอจิ่งหยวนฮ่องเต้ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญหมื่นๆ ปี"

เสียงกึกก้องของขุนนางนับร้อยดังก้องประสานกันจนพื้นดินสั่นสะเทือน ทว่ามู่หลิงเชียวกลับกวาดสายตาผ่านจางจงหยวนด้วยความเย็นชา รู้ดีว่าภายใต้กิริยานอบน้อมนี้ เสนาบดีฝ่ายขวากำลังซ่อนกรงเล็บและรอคอยเวลาที่จะผลักดันองค์ชายสี่ขึ้นมาแทนที่เขา

ฮ่องเต้ใหม่ยกหัตถ์ขึ้นเล็กน้อย เสียงแซ่ซ้องพลันเงียบกริบลงทันทีดุจสั่งได้

"ลุกขึ้นได้"

เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของมู่หลิงเชียวดังก้อง

"นับแต่นี้ ขอให้เสนาบดีและขุนนางทุกท่าน ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่เพื่อความมั่นคงแห่งแคว้นเว่ย"

"รับด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอรับ"

เมื่อพิธีบรมราชาภิเษกอันยาวนานและทรงเกียรติสิ้นสุดลง มู่หลิงเชียวเสด็จกลับเข้าสู่ห้องทรงพระอักษรในพระที่นั่งไท่ฮวา เขาปลดเสื้อคลุมมังกรตัวนอกออก เผยให้เห็นเพียงแผ่นหลังกว้างที่ดูโดดเดี่ยว สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างยังทิศทางของเมืองหลวง

ในคืนนั้นเอง….

ความเงียบสงัดยามวิกาลครอบคลุมไปทั่วพระที่นั่งเฉียนชิง แสงจันทร์รำไรลอดผ่านม่านมงคลฉลุลาย ส่องสว่างสะท้อนร่างของมู่หลิงเชียวที่กำลังบรรทมอยู่บนพระแท่น ม่านแพรบรรทมพลิ้วไหวตามลมราตรี ทุกสิ่งดูสงบนิ่งดุจไร้สิ่งรบกวน

ฝึบ!

เงาร่างดำมืดสายหนึ่งทะยานผ่านบานหน้าต่างเข้ามาอย่างเงียบเชียบ คมกระบี่วาววับแหวกอากาศพุ่งตรงหมายบั่นพระเศียรบนพระแท่นในเสี้ยววินาที!

ทว่า... ในจังหวะที่คมเหล็กจะถึงพระวรกาย นัยน์ตาคู่คมของฮ่องเต้หนุ่มพลันลืมกว้าง! พระองค์พลิกพระวรกายหลบคมกระบี่ที่สับลงบนหมอนขนนกอย่างแยบคาย เสียงผ้าขาดดัง ฉาด! มู่หลิงเชียวตวัดพระบาทเตะเข้าที่ข้อมือของนักฆ่าจนทิศทางดาบเบี่ยงออก พร้อมกับทะยานพระวรกายลุกขึ้นประทับยืนอย่างสง่าผ่าเผย

"เหยียดหยามกันเกินไปแล้ว..."

มู่หลิงเชียวเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ

นักฆ่าเหวี่ยงกระบี่โรมรันเข้าใส่ดุจพายุหมุน ทว่าองค์ชายสามผู้ผ่านศึกสงครามมานับไม่ถ้วนกลับรับมือได้อย่างเหนือชั้น พระองค์คว้าฉลองพระองค์ยาวมาสะบัดปะทะกับใบดาบอย่างพลิ้วไหว ก่อนจะฉวยโอกาสในจังหวะที่ศัตรูเผยช่องโหว่ พุ่งฝ่ามือเข้าปะทะอกของนักฆ่าจนมันกระเด็นไปกระแทกเสาห้องบรรทมเสียงดัง ตึง!

ยังไม่ทันที่มันจะได้ยันกายขึ้น มู่หลิงเชียวก็คว้ากระบี่ที่ตกอยู่บนพื้น พุ่งเข้าไปตวัดจ่อเข้าที่ลำคอหอยของนักฆ่าอย่างแม่นยำ!

"อึก..."

นักฆ่าหน้าซีดเผือด ตัวเกร็งแข็งทื่ออยู่ใต้ปลายดาบกริบ

ตึง!

บานประตูห้องบรรทมถูกเตะเปิดออกอย่างแรง!

"คุ้มกันฝ่าบาท!"

กวนเฟิง นำกำลังทหารองครักษ์เสื้อแพรทะลักเข้ามาในห้องบรรทม เหล่านายทหารโถมเข้ามากดร่างของนักฆ่าลงกับพื้นหินอ่อนอย่างแน่นหนา กวนเฟิงรีบก้าวเข้ามาคุกเข่าก้มศีรษะลงเบื้องพระพักตร์ ก่อนจะหันไปตวาดใส่คนร้ายอย่างดุดัน

"เจ้าโจรชั่ว! ใครส่งเจ้ามาปลิดชีพฮ่องเต้! พูดออกมาไม่อย่างนั้นข้าจะสั่งถลกหนังเจ้าเสียตรงนี้!"

ทว่ายังไม่ทันที่กวนเฟิงจะได้เค้นเค้นถามสิ่งใดต่อ... นักฆ่าผู้นั้นกลับเหยียดยิ้มเหี้ยม กัดฟันแน่นอย่างเด็ดเดี่ยว!

"กวนเฟิง หยุดมัน!"

มู่หลิงเชียวตวาดสั่ง

ทว่าสายไปเสียแล้ว... เลือดสีดำคล้ำไหลทะลักออกมาจากมุมปากของนักฆ่า ร่างกายของมันชักเกร็งอยู่เพียงชั่วครู่ก่อนจะแน่นิ่งไปทันที ด้วยฤทธิ์ยาพิษร้ายแรงที่ซุกซ่อนไว้ในไรฟัน

กวนเฟิงรีบเข้าไปยันกายตรวจชีพจร ก่อนจะก้มหน้าลงด้วยความเจ็บใจ

"ขอพระราชทานอภัยพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท... มันกินยาพิษฆ่าตัวตายปิดปากไปแล้ว"

มู่หลียวทอดพระเนตรศพไร้วิญญาณบนพื้นด้วยสายตาเรียบนิ่ง ไร้ซึ่งความตระหนกตกใจ พระองค์ยกพระหัตถ์ขึ้นจัดสาบเสื้อให้เรียบร้อย พลางหมุนพระวรกายก้าวไปประทับที่โต๊ะทรงพระอักษร

"ไม่ต้องเสียเวลาสืบหรอก..."

ฮ่องเต้หนุ่มเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

"กลอุบายส่งนักฆ่าใจเด็ดที่ยอมตายไม่ยอมพูดเช่นนี้... จะเป็นใครไปได้ นอกจาก พี่รอง ของข้า"

องค์ชายสอง... พี่ชายต่างมารดาผู้มักใหญ่ใฝ่สูง ริษยาในบัลลังก์มังกรที่ตกมาอยู่ในมือของน้องชายอย่างเขา

ทว่า... มู่หลิงเชียวหรี่ตาลงเล็กน้อย นัยน์ตาฉายแววลึกล้ำ

พี่รองของเขาแม้จะฝักใฝ่ในอำนาจ แต่จิตใจกลับขี้กลัวและไร้ความเด็ดเดี่ยวเกินกว่าจะวางแผนการใหญ่เช่นนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว คนที่คอยบงการ คอยหนุนหลัง และวางหมากอยู่เบื้องหลังทั้งหมด... คงหนีไม่พ้น เสนาบดีจาง ตาแก่จิ้งจอกแห่งราชสำนักอย่างแน่นอน

"หึ..."

มู่หลิงเชียวหัวเราะในลำคอเบาๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแฝงความเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นบนใบหน้าคมคาย นัยน์ตาหงส์วาวโรจน์ไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้และจิตสังหารอันหนักอึ้ง

"เสนาบดีจาง..."

ฮ่องเต้หนุ่มพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น

"ในเมื่อเจ้าอยากให้ข้าตายนัก... ข้าก็จะทำให้เจ้าได้รู้ ว่าฮ่องเต้อย่างมู่หลิงเชียว ไม่ได้ฆ่าทิ้งกันได้ง่ายๆ เหมือนหมูเหมือนหมา"

พระองค์หันไปมองกวนเฟิงด้วยรอยยิ้มปีศาจ

"พรุ่งนี้เช้า... เตรียมจัดงานใหญ่ในท้องพระโรงให้ข้าที ข้ามีละครฉากสำคัญจะเล่นให้เสนาบดีจางและพี่รองได้ชม"

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ขอฝ่าบาท…โปรดไว้ชีวิต   ตอนที่ 14

    ไอความร้อนอบอวลภายในตำหนักฮองเฮา หลิงเชียวก้าวพระบาทผ่านธรณีประตูเข้ามาด้วยใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มพราวเสน่หา พระองค์เพิ่งได้รับรายงานจากสายลับคนสนิทว่า ฮองเฮาองค์ใหม่เสด็จกลับไปจัดการจวนเสนาบดีจางเสียจนคนทั้งตระกูลแตกตื่นตื่นตระหนก หวาดกลัวในอำนาจอันเด็ดขาดของนางกันยกใหญ่ มงกุฎหงส์ที่พระองค์ทรงประทานให้ ซินอี๋นำมันมาสวมใส่และทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมอย่างไร้ที่ติ จนอดมิได้ที่จะเสด็จมาเอ่ยชมด้วยพระองค์เองหลิงเชียวโบกพระหัตถ์เบาๆ เป็นสัญญาณเชิงสั่งให้เหล่าสาวใช้และขันทีในห้องบรรทมถอยออกไปให้หมด ก่อนจะก้าวพระบาทอย่างเงียบเชียบตรงเข้าไปหาซินอี๋ที่กำลังยื่นอยู่หน้าคันฉ่องหยก เพื่อปลดเครื่องทรงและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดไหมบางเบาพระหัตถ์หนายื่นออกไปโอบกอดร่างอรชรจากทางด้านหลัง รวบเอวบางกิ่วเข้ามาแนบชิดอกแกร่ง ก่อนจะโน้มพระพักตร์ลงประทับจูบอันนุ่มนวลหนักแน่นลงบนไหล่เนียนเปลือยเปล่าของนาง กลิ่นหอมประทินผิวกรุ่นรวยระรินบำเรออารมณ์"ฮองเฮาของข้า..."หลิงเชียวเอ่ยกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความพึงพระทัย"ข่าวคราวจากจวนเสนาบดีจางในวันนี้ ช่างทำให้ข้าเบิกบานใจยิ่งนัก... เจ้าใช้อำน

  • ขอฝ่าบาท…โปรดไว้ชีวิต   ตอนที่ 13

    แสงอรุณยามเช้าทอดผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลัก เข้ามากระทบเรือนร่างของสองชายหญิงที่นอนตระกองกอดกันอยู่บนพระตั่งบรรทม คราบร่องรอยแห่งความเร่าร้อนท่ามกลางสายน้ำอุ่นในคืนยามดึกยังคงหลงเหลือเปรอะเปื้อนผิวกาย หลิงเชียวลืมตาขึ้นมองร่างอรชรของคุณหนูหกที่ยังคงหลับใหลอยู่ในอ้อมพระหัตถ์ นัยน์ตาหงส์คู่คมฉายแววล้ำลึก ทรงกระชับวงแขนแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ถอนพระวรกายลุกขึ้นประทับนั่งข้างเตียงกงกงคนสนิทที่รออยู่เบื้องนอกก้าวเข้ามาอย่างนอบน้อมพร้อมอ่างน้ำ ล้างพระพักตร์ หลิงเชียวมองไปที่ซินอี๋ที่เริ่มขยับตัวด้วยความงัวเงีย พระองค์ทรงยกหัตถ์ขึ้นปรามมิให้ผู้ใดส่งเสียงดัง ก่อนจะเอ่ยสั่งงานด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ เด็ดขาด และราบเรียบ"ขันทีรับพระราชโองการ..."กงกงรีบคุกเข่าลงแทบพระบาทด้วยความระมัดระวัง"ถ่ายทอดคำสั่งของข้าออกไป... วันนี้ ในประชุมเช้า ให้สำนักราชเลขาธิการร่างพระราชโองการสถาปนา 'จางซินอี๋' บุตรีคนสุดท้องของเสนาบดีจาง ขึ้นเป็น ฮองเฮา แห่งแคว้นเว่ย"ซินอี๋ที่ค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มไหมยกขึ้นปกปิดเรือนร่างเปลือยเปล่า นัยน์ตาคู่สวยสบมองพระพักตร์คมคายที่ยามนี้หันกลับมาระบายยิ้มบางๆ ให้แก่น

  • ขอฝ่าบาท…โปรดไว้ชีวิต   ตอนที่ 12

    ไอร้อนจากน้ำอุ่นในอ่างไม้แกะสลักขนาดใหญ่ลอยเอื่อยขึ้นตลบอบอวลไปทั่วห้องบรรทม ผสมผสานกับกลิ่นหอมของกำยานมังกรอบอวลอยู่ในบรรยากาศยามดึก สายน้ำในอ่างสะท้อนแสงเทียนวูบวาบ สร้างบรรยากาศอันลึกลับและวาบหวามหลิงเชียว นอนเอนกายแช่น้ำอุ่นด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าเผยแผ่อกแกร่งและมัดกล้ามสมส่วน พระองค์กำลังปล่อยให้ความล้าจากการรับมือเกมการเมืองในจวนเสนาบดีจางค่อยๆ ละลายไปกับสายน้ำ หลังจากที่เสนาบดีจางเชิญเขาไปชมบุปผาเพื่อหวังยัดเยียดบุตรีสักคนให้เป็นฮ่องเฮา... ซึ่งพระองค์ก็ตอบรับเกมนั้นด้วยการทำทีเป็นให้ความสนใจ 'คุณหนูสาม' บุตรีคนโปรดเพื่อปั่นหัวอีกฝ่ายเสียงสายน้ำกระเซ็นแผ่วเบาพร้อมกับเงาร่างงามที่ค่อยๆ ก้าวลงมาในอ่างน้ำอย่างช้าๆ อาภรณ์เนื้อบางเบาที่แนบชิดไปกับเรือนร่างสะพรั่งเมื่อเปียกชุ่ม เผยให้เห็นเส้นสายเว้าโค้งอันเย้ายวนของ จางซินอี๋คุณหนูหกผู้ถูกละเลย แต่เบื้องหลังคือหมากตัวเด็ดที่ทรงพลังที่สุดหลิงเชียวเงยหน้าขึ้นปรายสายตามองสตรีที่ใช้อำนาจป้ายหยกมังกรเดินเข้ามาถึงห้องบรรทมลับได้อย่างง่ายดาย รอยยิ้มเรียบเฉยปรากฏบนริมฝีปากหนา ก่อนที่เขาจะก้มหน้าลงดังเดิม ทำทีเป็นไม่

  • ขอฝ่าบาท…โปรดไว้ชีวิต   ตอนที่ 11

    บรรยายภายในสวนหลวงอันกว้างใหญ่ร่มรื่น สายลมหนาวพัดพาใบไม้ร่วงหล่นเดินสะพรั่ง ราชสำนักเบื้องหลังกำลังตึงเครียด แต่ยามนี้ เสนาบดีจางจงหยวนได้ส่งฎีกาขอเข้าเฝ้าและทูลเชิญฮ่องเต้ดวลหมากรุกกลางสวนหลวง หลิงเชียวแม้จะทรงคลางแคลงพระทัยในจุดประสงค์ของตาแก่จิ้งจอกเจ้าเล่าผู้นี้ ว่ากำลังวางอุบายใดอยู่อีก ทว่าก็ทรงรับคำท้าและอนุญาตให้เข้าเฝ้าอย่างสงบนิ่งกระดานหมากรุกหยกขาวดำถูกตั้งวางอยู่บนโต๊ะหินอ่อนตรงใจกลางศาลาพักผ่อนทั้งสองฝ่ายค่อยๆ เดินหมากทีละตัวอย่างใจเย็น เสียงหมากหยกกระทบกระดานดังกังวานใสเสนาะหูท่ามกลางความเงียบสงบ หลิงเชียวเดินหมากด้วยความเฉียบขาด รุกต้อนตามพิชัยสงคราม ขณะที่เสนาบดีจางจงหยวนก็เดินหมากอย่างรัดกุม คอยตั้งรับและซ่อนกลอุบายไว้อย่างแยบยลระหว่างที่กำลังจรดด้ามหมากรุก เสนาบดีจางก็แย้มยิ้มบางๆ เอ่ยเปิดประเด็นขึ้นเรียบๆ"กระหม่อมได้ยินข่าวลือมาว่า... เมื่อไม่กี่วันก่อน มีกลุ่มคนโฉดบุกรุกเข้าไปในคลังเก็บอาวุธนอกเมืองหลวง มิทราบว่าฝ่าบาททรงได้ยินข่าวนี้บ้างหรือไม่พะย่ะค่ะ"หลิงเชียวนิ่งเฉย มิได้แสดงสีหน้าตื่นตระหนกแม้แต่น้อย พระองค์วางหมากสีดำลงบนกระดานอย่างแผ่วเบาแล้วเอ่ยบ่ายเบ

  • ขอฝ่าบาท…โปรดไว้ชีวิต   ตอนที่ 10

    ไออุ่นจากถ้วยชาพร่างพรายพร้อมกับกลิ่นหอมหวานลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วห้องหับอันเงียบสงบ หลิงเชียวเอื้อนพระหัตถ์หยิบถ้วยชากุยฮวา ชาดอกที่ทรงโปรดปรานขึ้นมาจรดริมพระโอษฐ์ สูดกลิ่นหอมนุ่มนวลก่อนจะจิบเบาๆ พระองค์เบือนพระพักตร์ออกไปทอดพระเนตรบรรยากาศเบื้องนอก สายลมพัดพาลูกคลื่นความหนาวเย็นกัดกินกิ่งไม้ใบหญ้า อากาศเริ่มย่างเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างที่คุณหนูหกกล่าวไว้มิผิดเพี้ยนกวนเฟิงที่ยืนอารักขาอยู่ข้างเคียง พักสายตามองพระพักตร์นิ่งขรึมนั้น เมื่อเห็นสายตาขององค์เหนือหัวที่ทอดมองออกไปไร้จุดหมาย ก็อดมิได้ที่จะขยับกายเข้ามานั่งลงตรงข้ามพระองค์ ชายหนุ่มประสานมือพลางเอ่ยถ้อยคำจากความจริงใจออกมา ด้วยเข้าใจไปว่าเจ้านายของตนกำลังจมอยู่ในความทรงจำอันเจ็บปวดจากความรักครั้งเก่าอีกครา"ฝ่าบาท... ทรงตัดพระทัยเสียเถอะพะย่ะค่ะ คุณหนูสามผู้นั้น ยามนี้นางแต่งงานมีครอบครัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การที่พระองค์ยังคงจมปรักอยู่กับอดีตเช่นนี้ มิได้ช่วยให้อันใดดีขึ้นมาเลยนะพะย่ะค่ะ"หลิงเชียวชะงักถ้วยชาในพระหัตถ์ ละสายตากลับมาสบตากวนเฟิง นัยน์ตาหงส์คู่คมแผ่วแสงลงพลางถอนพระทัยลึกอยู่ในอก... แปลกประหลาดนัก หลายวันที่ผ่านมานี้ พ

  • ขอฝ่าบาท…โปรดไว้ชีวิต   ตอนที่ 9

    หลายวันที่ซินอี๋ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ภายในห้องบรรทมของฮ่องเต้ บาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังและแขนเริ่มค่อยๆ สมานตัวดีขึ้นตามลำดับ ทว่าพิษไข้จากการอักเสบกลับย้อนรอยเข้าเล่นงานร่างบางอย่างหนักหน่วงยามล่วงเข้าสู่กลางดึก ร่างนวลบนเตียงใหญ่เริ่มสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ พิษไข้ทรมานจนนางทรวดทรงสั่นเกร็งอยู่ภายใต้ผืนผ้าห่ม นางกำนันประจำห้องบรรทมต่างตกใจลุกลี้ลุกลน รีบขนผ้าห่มนวมผืนหนามาคลุมทับร่างนางนับสิบผืน ทว่าซินอี๋ก็ยังคงนั่งกอดอกหนาวสั่น ใบหน้าเนียนหวานซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริกไร้สีเลือดหมอหลวงชราที่ถูกปลุกมารับตรวจได้แต่ประสานมือรายงานด้วยสีหน้าหนักใจ"เรียนฝ่าบาท... อาการของคุณหนูหกเป็นเพียงพิษไข้สะสมจากบาดแผลเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ ยาพิษมิได้ซึมเข้าสู่กระแสเลือด ยามนี้ทำได้เพียงให้อดทนรอเวลา พรุ่งนี้เมื่อพิษไข้ถูกขับออก ไข้ก็จะลดลงไปเองพ่ะย่ะค่ะ"เมื่อเห็นว่าเหล่าหมอหลวงและนางกำนันต่างทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ารอเวลา หลิงเชียวที่ประทับมองร่างสั่นเทาอยู่ข้างเตียงก็ขมวดคิ้วแน่น ภายในอกร้อนรุ่มอย่างประหลาด พระองค์ไม่อาจทนทอดพระเนตรมองนางทรมานเช่นนี้ได้อีกต่อไปฮ่องเต้หนุ่มไม่รอช้า ตัดสินใจช้อนร่า

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status