เข้าสู่ระบบหลังจากหลิวซือซือแต่งงานออกไปไม่นานก็ได้ยินมาว่าหลิวผิงเอ๋อนั้นถูกฮูหยินนายอำเภอทุบตีทำร้ายเกือบปางตายเพราะหลิวผิงเอ๋อแอบคบชู้กับสามีของนางนั่นเอง
ใบหน้าที่เคยสวยหวานถูกตบตีจนแก้มนุ่มนิ่มที่เคยมีเลือดฝาดนั้นแตกไปหมด ดวงตาบวบปูดร่างกายถูกทุบตีจนเดินไม่ได้ อาการบาดเจ็บสาหัสทำให้หลิวผิงเอ๋อต้องนอนซมอยู่บนเตียงไปหลายวัน แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ นางแท้งลูก!
“ท่านพ่อ”
“ซือซือเจ้ามาแล้ว ละ…แล้วนั่น”
“สามีของข้า ลูกเขยของท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ”
“ห๋า ก็ไหนบอกว่า”
“ท่านพ่อตาขออภัยที่ข้าไม่ได้บอกท่านแท้จริงแล้วเรื่องราวที่เกี่ยวกับบุตรชายสกุลโหวนั้นล้วนเป็นข้าที่ปล่อยข่าวลือเหล่านั้นออกไปทั้งสิ้น”
“อะ อะไรนะ!”
“ข้าเพียงแค่อยากเลือกเจ้าสาวผู้ที่จะต้องมาอยู่เคียงข้างกันไปตลอดชีวิตด้วยตนเองจึงได้สร้างเรื่องเหล่านั้นขึ้นมาก็เท่านั้นหวังว่าท่านพ่อจะเข้าใจและให้อภัยข้า”
หลิวหลงเยี่ยนจ้องมองบุตรเขยที่รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาไม่น้อย ข้างหลังยังถูกติดตามมาด้วยบุรุษรูปร่างน่ายำเกรงอีกสองคนดูแล้วน่าจะเป็นคนสนิทที่คอยติดตามดูแลเขาและสาวใช้อีกสองคนที่เดินถือตะกร้ามาคนละใบน่าจะเป็นสาวใช้ที่ดูแลหลิวซือซือนั่นเอง
‘ดูๆ ไปแล้วซือซือของเขาคงจะสุขสบายไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่น่าห่วงอะไรแล้วกระมัง
แต่คนที่น่าห่วงในเวลานี้คงไม่พ้น….’
“ผิงเอ๋อเจ้าหยุดทำร้ายตนเองเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
เสียงของเย่หลันดังแว่วออกมาจากห้องนอนห้องที่เคยเป็นของนางแต่เวลานี้ได้ถูกหลิวผิงเอ๋อครอบครองไปแล้ว
“ซือซือพ่อก็ไม่รู้จะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรผิงเอ๋อเอาแต่ทำเรื่องงามหน้ายิ่งนักทำให้เจ้าแปดเปื้อนไปด้วย ได้ยินว่าฮูหยินนายอำเภอจะเอาเรื่องของนางไปป่าวประกาศให้นางอับอายไปทั่วทั้งเมือง พ่อนั้นไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว”
“ท่านพ่อไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องของฮูหยินผู้นั้นหรอกเจ้าค่ะ ท่านพี่จัดการให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว”
“เอ๋”
“ฮูหยินนายอำเภอเป็นลูกน้องใต้บังบัญชาของบิดาข้าดังนั้นท่านไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอกขอรับ ข้าจัดการให้นางเก็บเรื่องนี้เอาไว้ไม่ให้แพร่งพรายออกไปแล้ว”
“จริงหรือนี่”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ เวลานี้ท่านควรเข้าไปดูแลนางดีกว่า”
“แล้วเจ้า…”
หลิวซือซือส่ายหน้านางไม่อยากเข้าไปในเวลานี้เพราะเท่ากับว่านางมาเพื่อเยาะเย้ยหลิวผิงเอ๋อเท่านั้น
คนอย่างหลิวผิงเอ๋อไม่มีทางคิดเรื่องดีๆ เหมือนใครเขาเป็นและดูเหมือนว่าบิดาของนางจะคิดเช่นเดียวกัน
แม่เลี้ยงเย่หลันเดินออกมาจากห้องของบุตรสาวด้วยท่าทางเหนื่อยล้าหลายวันมานี้นางเอาแต่เฝ้าไข้ผู้เป็นบุตรสาวแทบไม่ได้หลับได้นอน อาการหวาดผวาของหลิวผิงเอ๋อทำให้นางกังวลจนนอนไม่หลับเมื่อสายตาพลันมาพบเข้ากับหลิวซือซือก็ดูเหมือนว่าใบหน้านั้นจะดีใจขึ้นมาไม่น้อย
หลิวซือซือยิ้มให้นางเล็กน้อยก่อนจะรับเอาของจากสาวใช้มายื่นให้กับบิดา
“ท่านพ่อรับนี่ไปนะเจ้าคะ”
เขาพยักหน้าก่อนจะรับเอาตะกร้าที่ภายในบรรจุห่อยาและของเยี่ยมมาจากบุตรสาวคนโตมาถือเอาไว้แล้วกล่าวขอบคุณนางทั้งน้ำตา
“ข้าไม่ได้เรื่องเสียจริง เจ้าแต่งงานออกเรือนไปแล้วก็ยังต้องมาวุ่นวายจัดการเรื่องในบ้านไม่รู้จบ”
“ช่างเถอะเจ้าค่ะถึงอย่างไรท่านก็เป็นท่านพ่อของข้าและนางก็เป็นน้องสาวของข้าแม้จะเป็นน้องสาวต่างมารดาก็เถอะ เพราะถึงอย่างไรมารดาของนางก็คอยดูแลข้ามาเป็นอย่างดีแม้จะพูดจาไม่ค่อยลงรอยกันนัก”
หลิวซือซือกล่าวติดตลกจนบิดาและแม่เลี้ยงของนางอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ หลิวซือซือจ้องมองใบหน้าที่เคยสวยสะพรั่งงดงามตามวัยของนางแต่ในเวลานี้กลับเริ่มเหี่ยวย่นเพราะความเครียดจากการกระทำของบุตรสาวแท้ๆ ของนางนั่นเอง
“ท่านแม่”
เย่หลันที่ได้ยินคำเรียกจากหลิวซือซือก็เงยหน้าขึ้นมามองนางด้วยความตกตะลึงไม่น้อยเพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานเท่าใด หลิวซือซือก็ไม่เคยเรียกนางว่าแม่เลยสักครั้ง
“จะ…เจ้า เรียกข้าว่า”
“ท่านได้ยินถูกแล้วข้าเรียกท่านว่าท่านแม่เมื่อก่อนข้าอาจจะไม่ชอบใจท่านนักเพราะท่านเอาตามใจหลิวผิงเอ๋อและไม่คิดจะตักเตือนนางเลยสักเพียงนิด แต่ตอนนี้พวกท่านเองก็ได้รับบทเรียนกันมามากพอแล้วและข้านั้นก็ออกเรือนแล้วไม่ควรทำตัวเป็นเด็กๆ อีกต่อไป”
“ข้าฝากสิ่งนี้ให้นางด้วยนะเจ้าคะท่านแม่”
หลิวซือซือยื่นถุงผ้าที่ภายในบรรจุของบางสิ่งให้แม่เลี้ยงนำไปให้หลิวผิงเอ๋อ
“ข้าหวังว่าเรื่องราวที่ผ่านมาจะทำให้นางคิดอะไรขึ้นมาได้บ้าง ฝากบอกนางด้วยว่าหากว่านางยังรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับข้าไม่ได้ ข้าหลิวซือซือผู้นี้จะมาทวงสัญญานั้นคืน”
หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีสูงวัยต่างก็หันมามองหน้ากัน ไม่รู้เลยว่าบุตรสาวทั้งสองของพวกเขานั้นไปให้คำมั่นสัญญากันตั้งแต่เมื่อใด พวกเขาไม่คิดจะสืบถามความต่อแต่อย่างใดได้แต่มองตามบุรุษผู้เป็นเขยและบุตรสาวคนโตของบ้านเดินออกไปจากบ้านสกุลหลิวท่ามกลางบ่าวรับใช้ที่คอยดูแลตามติดผู้เป็นเจ้านายของพวกเขาอย่างใกล้ชิด
ไม่คิดว่าสตรีที่เอาแต่ก่อเรื่องและเกียจคร้านในวันนั้นจะได้ดิบได้ดีมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบในวันนี้
‘หลิวซือซือ เจ้าคือคนที่จะมาช่วยบ้านของเราตามคำทำนายของท่านเจ้าอาวาสจริงๆ สินะ’
หลิวซือซือกลับจากบ้านสกุลหลิวก็เข้ามานั่งทำบัญชีของไร่ต่อ ตั้งแต่ออกเรือนมานางก็ขยับขยายกิจการฟาร์มผักในตัวเมืองเฉิงตูเพิ่มอีกหนึ่งแห่งที่นับวันกิจการของนางก็ยิ่งรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ
เพราะทั้งข้าวสาลีและพืชผักที่ได้จากไร่ทั้งสองแห่งนั้นแทบจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าทั้งในเมืองหลวงและเมืองโดยรอบ เช้าวันนี้นางจึงลุกขึ้นมาทำงานตั้งแต่เช้าเพื่อจะเปิดรับคนงานเพิ่มนั่นเอง
อี้ซวนที่เคยทำงานในไร่บ้านสกุลหลิวอยากที่จะย้ายมาทำงานในไร่แห่งใหม่ของนางด้วย แต่เพราะหลิวซือซือได้ร้องขอให้เขาช่วยเหลืองานที่บ้านสกุลหลิวต่อและที่สำคัญอยากให้เขาช่วยอยู่อบรมและเป็นหูเป็นตาดูแลน้องสาวอย่างหลิวผิงเอ๋อของนางด้วย อี้ซวนก็พยักหน้ารับแม้จะงุนงงไม่น้อยที่นางยกหน้าที่ดูแลไร่ให้แก่เขา
‘นางไว้ใจเขามากเกินไปหรือไม่นะ’
‘นางไว้ใจเขามากเกินไปหรือไม่นะ’หลิวซือซือว่าจ้างชาวบ้านในบริเวณโดยรอบของเมืองเข้ามาทำงานในฟาร์มผักแห่งใหม่นี้แผ่นดินที่เคยแห้งแล้งไม่ว่าจะปลูกพืชผักใดๆ ก็ไร้หนทางได้เก็บเกี่ยวนั้น นางก็สามารถพลิกฟื้นให้กลับมามีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งพืชผักผลไม้มากมายหลากหลายชนิดที่ไม่ค่อยจะมีใครปลูกได้ไม่ว่าจะเป็นผักสลัด มะเขือเทศลูกใหญ่ทั้งยังมีฟาร์มข้าวสาลีที่เวลานี้เริ่มสุกงอมได้ที่อีกไม่กี่วันข้างหน้าก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว“ซือซือ”เสียงเรียกของผู้เป็นสามีดังแว่วมาแต่ไกลเขาวิ่งมาหานางด้วยความรวดเร็วสีหน้าและแววตาของเขาแลดูเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย‘เป็นอะไรของเขา’“แดดแรงเช่นนี้เจ้าออกมาทำไมเล่า”“ข้ามาดูแลคนงานเผื่อ
หลังจากหลิวซือซือแต่งงานออกไปไม่นานก็ได้ยินมาว่าหลิวผิงเอ๋อนั้นถูกฮูหยินนายอำเภอทุบตีทำร้ายเกือบปางตายเพราะหลิวผิงเอ๋อแอบคบชู้กับสามีของนางนั่นเองใบหน้าที่เคยสวยหวานถูกตบตีจนแก้มนุ่มนิ่มที่เคยมีเลือดฝาดนั้นแตกไปหมด ดวงตาบวบปูดร่างกายถูกทุบตีจนเดินไม่ได้ อาการบาดเจ็บสาหัสทำให้หลิวผิงเอ๋อต้องนอนซมอยู่บนเตียงไปหลายวัน แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ นางแท้งลูก!“ท่านพ่อ”“ซือซือเจ้ามาแล้ว ละ…แล้วนั่น”“สามีของข้า ลูกเขยของท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ”“ห๋า ก็ไหนบอกว่า”“ท่านพ่อตาขออภัยที่ข้าไม่ได้บอกท่านแท้จริงแล้วเรื่องราวที่เกี่ยวกับบุตรชายสกุลโหวนั้นล้วนเป็นข้าที่ปล่อยข่าวลือเหล่านั้นออกไปทั้งสิ้น”“อะ อะไรนะ!”“ข้าเพียงแค่อยากเลือกเจ้าสาวผู้ที่จะต้องมาอยู่เคียงข้างกัน
บ้านสกุลโหวหลิวซือซือยืนมองป้ายประจำตระกูลที่ติดเอาไว้ที่เสาหน้าบ้านตัวอักษรที่บรรจงเขียนอย่างพลิ้วไหวดูงดงามมากพอๆ กับป้ายประจำตระกูลที่ถูกแกะสลักจากไม้เนื้อดีดูมีความสง่าน่าเกรงขามไม่น้อยแรกเริ่มเดิมทีนางก็ไม่คิดที่จะแต่งงานแทนน้องสาวต่างไส้ที่น่ารังเกียจผู้นั้นเลยแม้เพียงนิดแต่เมื่อคิดได้ว่านี่คงเป็นโอกาสเดียวที่จะได้ออกไปจากบ้านหลังนั้นจึงได้ตกปากรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะนางได้ยินมาอยู่บ้างว่าบุตรชายสกุลโหวนั้นรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ไม่น้อยแต่ก็ไม่อาจคืนคำพูดที่เคยให้สัญญากับบิดาเอาไว้ได้แต่ที่ทำให้นางตกตะลึงในเวลานี้ก็คือ….“แม่นางเจ้าเป็นอะไรงั้นหรือ”หลิวซือซือเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองป้ายด้านหน้าบ้านอีกครั้งก่อนจะขมวดคิ้วแน่น
“ผิงเอ๋อเจ้าว่าอะไรนะ”“ข้าเห็นพี่หญิงเอาแต่พูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกับซือหยางคนงานที่มาทำงานในไร่ของเราน่ะเจ้าค่ะ""ท่านพ่อหากปล่อยไว้แบบนี้อาจจะทำให้บ้านของเราเสียหายได้นะเจ้าคะ สัญญาแต่งงานของสกุลหลิวกับสกุลโหวอาจสั่นคลอนได้ของหมั้นที่ทางฝั่งนั้นส่งมาก็อาจถูกริบคืนแว่วว่าท่านพ่อใช้มันไปบางส่วนแล้วไม่ใช่หรือ”หลิวผิงเอ๋อพยายามเป่าหูผู้เป็นบิดาและมารดาเพื่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะขับไล่หลิวซือซือออกไปจากบ้านให้เร็วขึ้นและของทุกอย่างที่เป็นของหลิวซือซือย่อมตกเป็นของนางใบหน้าที่ร้ายกาจของผู้เป็นบุตรสาวอยู่ในการจับจ้องมองของมารดาตลอดเย่หลันถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้าที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านมานานนับกี่ปีหลิวผิงเอ๋อก็ยังคงไม่เปลี่ยนไปเลย นางที่เอาแต่สนใจความสุขสบายของบุตรสาวจนลืมนึกไปว่าควรที่จะสั่งสอนนางให้ดีกว่านี้
‘สักวันเถอะข้าต้องได้ดีกว่าเจ้าอย่างแน่นอน หลิวซือซือ’เป็นเวลากว่าเจ็ดวันแล้วที่หลิวผิงเอ๋อไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนทั้งยังไม่ยอมออกมาช่วยงานในไร่เลยสักครั้ง หลิวซือซือครั้นอยากจะเข้าไปดึงนางให้ลุกจากเตียงนอนก็ดูเหมือนว่าท่านพ่อจะพยายามห้ามนางเอาไว้“ท่านพ่อเหตุใดท่านจึงตามใจนางเช่นนี้กันเล่าเจ้าคะ”“โถ่ซือซือ ผิงเอ๋อเองก็ยังเด็กเจ้าจะอะไรกับนางนักหนา”“เด็กแบบไหนถึงได้เที่ยวไปนอนกับคนอื่นไปทั่ว”“ซือซือ!”“หรือไม่จริง หากท่านยังตามใจนางเช่นนี้สักวันเถอะนางจะนำความเดือดร้อนมาให้พวกท่านไม่รู้จบ”“นั่นมันก็เรื่องของพวกข้า ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”หลิวซือซือจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นพ่อไม่คิดว่าเขาจะพูดเ
หลิวซือซือสั่งการให้สาวใช้ของนางจัดการงานที่บ้าน ส่วนนางและพ่อบ้านหลูก็เดินทางไปในตัวเมืองด้วยความรวดเร็วเมื่อทั้งสองมาถึงกลางตลาดก็ได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวายลั่นไปทั่วท้องถนนเมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นหลิวผิงเอ๋อที่กำลังนั่งจมปุกอยู่กลางถนนโดยมีสตรีนางหนึ่งที่ยืนจังก้าท้าวเอวพร้อมทั้งชี้นิ้วตรงมาที่นาง ปากสีแดงสดเอาแต่ร่ายคำด่าออกมาไม่มีหยุด เมื่อสายตาของนางสะดุดเข้ากับร่างๆ หนึ่งก็หยุดการกระทำนั้นไปทันที หลิวซือซือจ้องมองใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นก่อนจะเอ่ยปากถามไปว่า“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ”“เจ้าควรจะดูแลน้องสาวของเจ้าให้ดีกว่านี้สิซือซือ รู้หรือไม่ว่านางมาวอแวกับสามีของข้า”“อะไรนะ”“ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ไปถึงขั้นไหนกันแล้ววันนี้มีคนมาบอกข้าว่าเห็นนางกับสามีของข้าออกมาจากโรงเตี๊ยมนี่ ข้าจึงตามมาดูแล้วก็เป็นอย่างที่คนเขาพูดจริงๆ”“
อากาศหนาวที่หนาวเย็นจับใจทำให้ชาวบ้านแทบจะทุกหลังคาเรือนไม่มีผู้ใดออกมาทำมาหากินในตอนค่ำเลยสักคน ผู้คนดูจะอดอยากมากขึ้นเรื่อยๆหลิวซือซือที่นั่งอยู่บนรถม้าโดยมีพ่อบ้านหลูเป็นสารถีขับรถม้าให้ก็เลิกผ้าม่านขึ้นมองเห็นความทุกข์เวทน
หลิวผิงเอ๋อได้เพียงแค่ยืนย่ำเท้ากับพื้นเท่านั้นไม่กล้าที่จะพูดสิ่งใดออกไปเพราะความจริงแล้วสิ่งที่หลิวซือซือพูดออกมานั้นก็ไม่ได้ผิดแผกไปแต่อย่างใด‘ใช่แล้วเวลานี้นางไม่มีความสามารถใดๆ ในการที่จะทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้หร
หลังกลับจากในเมืองหลิวซือซือก็มอบหมายให้พ่อบ้านหลูไปติดต่อกับหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อเช่าซื้อบ้านว่างหลังใหญ่ท้ายหมู่บ้านหลังนั้น หากจำนวนเงินมีมากพอนางตั้งใจจะซื้อขาดตามที่ตั้งใจเอาไว้พ่อบ้านหลูจัดการตามที่นางสั่งการพร้อมทั้งส่งค
‘นะ นักเลงที่นางว่ามันคือพวกเขาไม่ใช่หรือ’“อะแฮ่ม คือว่าพวกข้าเป็นบุรุษใยต้องกลัวคนพวกนั้นกัน ว่าแต่เจ้าเถอะมาทำอะไรที่นี่”"ข้าหรือ”







