Share

บทที่ 17 ถึงเวลาแล้ว

Penulis: Jiulin
last update Tanggal publikasi: 2026-06-28 09:00:06

“ผิงเอ๋อเจ้าว่าอะไรนะ”

“ข้าเห็นพี่หญิงเอาแต่พูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกับซือหยางคนงานที่มาทำงานในไร่ของเราน่ะเจ้าค่ะ"

"ท่านพ่อหากปล่อยไว้แบบนี้อาจจะทำให้บ้านของเราเสียหายได้นะเจ้าคะ สัญญาแต่งงานของสกุลหลิวกับสกุลโหวอาจสั่นคลอนได้ของหมั้นที่ทางฝั่งนั้นส่งมาก็อาจถูกริบคืนแว่วว่าท่านพ่อใช้มันไปบางส่วนแล้วไม่ใช่หรือ”

หลิวผิงเอ๋อพยายามเป่าหูผู้เป็นบิดาและมารดาเพื่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะขับไล่หลิวซือซือออกไปจากบ้านให้เร็วขึ้นและของทุกอย่างที่เป็นของหลิวซือซือย่อมตกเป็นของนาง

ใบหน้าที่ร้ายกาจของผู้เป็นบุตรสาวอยู่ในการจับจ้องมองของมารดาตลอด

เย่หลันถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้าที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านมานานนับกี่ปีหลิวผิงเอ๋อก็ยังคงไม่เปลี่ยนไปเลย นางที่เอาแต่สนใจความสุขสบายของบุตรสาวจนลืมนึกไปว่าควรที่จะสั่งสอนนางให้ดีกว่านี้

วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่าในที่สุดก็ใกล้ครบกำหนดสัญญาหมั้นหมายนั้น

หลิวซือซือที่เคยให้คำมั่นสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะกับครอบครัวว่าจะแต่งงานกับบุตรชายสกุลหยวนผู้นั้นแทนน้องสาวต่างมารดาผู้ที่เวลานี้ก็ยังไม่ลงรอยกันแต่อย่างใด

“ซือหยางข้ามีอะไรจะบอกเจ้า”

“อะไรหรือ”

“คือว่า”

หลิวซือซือไม่กล้ามองหน้าชายหนุ่มตรงๆ นางยอมรับว่ามีใจให้เขามานานแล้ว บุรุษที่คอยเคียงข้างนางและคอยช่วยเหลือนางมาตลอดผู้นี้ทำให้นางหลงรักไปโดยไม่รู้ตัว

“เจ้าจะพูดอะไร”

“ข้าไม่อาจรับรักเจ้าได้”

“เพราะเหตุใด”

“ข้ามีคู่หมั้นแล้ว”

“เจ้าน่ะหรือ แต่ว่าเจ้าเป็น”

“ข้าเป็นอะไร”

“คู่หมั้นของเจ้าที่ว่านั่นคือใครหรือ”

“บุตรชายสกุลโหวสัญญาหมั้นหมายมีมาตั้งแต่ท่านปู่ของข้ายังมีชีวิตอยู่ไม่อาจยกเลิกได้อีกทั้งบ้านนั้นก็ส่งของหมั้นมาแล้ว”

“ข้าเคยได้ยินเจ้าบอกว่าสัญญาหมั้นหมายนั้นให้บุตรสาวคนเล็กของตระกูลแต่งไปไม่ใช่หรือ หากเป็นเช่นนั้นก็ต้องเป็นน้องสาวของเจ้าสิแล้วเหตุใดจึงเป็นเจ้า”

“ก็เพราะว่าตอนนั้นข้าอยากที่จะออกจากบ้านสกุลหลิวมากอย่างไรเล่าถึงได้รับปากจะแต่งแทนนาง ใครจะไปรู้ล่ะว่า…"

นางหยุดพูดก่อนจะชายตามามองเขาเล็กน้อย

"ช่างเถอะ ข้าพูดคำไหนย่อมเป็นคำนั้นไม่อาจเสียคำพูดได้”

“มิน่าเล่าเจ้าถึงไม่รับรักข้าเสียทีเพราะเจ้ามีคนในใจแล้วนี่เอง”

“เจ้าได้ฟังที่ข้าเล่าไปก่อนหน้านี้หรือไม่ ข้าบอกไปแล้วว่าการแต่งงานนี้เป็นข้าเองที่เผลอไปตกปากรับคำกับคนในครอบครัวก่อนที่จะมาพบเจ้า ข้าเป็นคนที่พูดคำไหนก็คือคำนั้นไม่อาจคืนคำได้”

“เจ้าจึงทิ้งข้าไปงั้นหรือ”

“ซือหยางเจ้าเป็นคนดีและขยันทำงานเช่นนี้ย่อมมีคนที่หมายปองและคู่ควรกับเจ้ามากกว่าข้า”

“เฮอะ แล้วเจ้าไม่คู่ควรกับข้างั้นหรือ”

“ไม่ใช่เช่นนั้นข้านั้นหาใช่คนดีไม่ ทั้งปากร้ายและเอาแต่ใจ”

“ข้าไม่ถือ “

“พอเถอะน่าเจ้าทำข้ากังวลใจอยู่นะ”

“เอาเถอะหากนี่เป็นความพึงใจของเจ้าข้าก็ไม่อาจให้เจ้าทิ้งครอบครัวไปได้ แต่ข้าได้ยินมาว่าคุณชายสกุลโหวนั้นพิการทั้งยังหน้าตาอัปลักษณ์เจ้าจะอยู่กับเขาได้หรือ”

“ก็คิดเสียว่าเขาเป็นพี่ชายคนหนึ่งเหตุใดจะอยู่ไม่ได้”

“ซือซือ สามีกับพี่ชายสถานะต่างกันนะ”

“ซือหยางพอเถอะข้ากับเจ้ามันเป็นไปไม่ได้ เจ้าเลิกพูดจาเกลี้ยกล่อมข้าแล้วกลับบ้านไปได้แล้ว”

“เช่นนั้นก็ได้”

เขาพูดจบก็หันหลังให้นางทันทีสร้างความแปลกใจให้แก่หลิวซือซือเป็นอย่างมาก

‘อะไรของเขาก่อนหน้านี้เถียงนางเอาเป็นเอาตายแต่เหตุใดถึงได้ยอมจากไปง่ายๆ เช่นนี้กัน หรือว่าเรื่องที่นางเคยได้ยินจากอี้ซวนนั้นจะเป็นความจริง’

‘เขาเองก็มีสตรีที่ชื่นชอบอยู่แล้วเมื่อเกี้ยวนางไม่สำเร็จจึงละทิ้งนางไปอย่างไม่ใยดีเช่นนี้’

หลิวซือซือจ้องมองแผ่นหลังแกร่งของชายตรงหน้าที่ค่อยๆ เดินลับหายไป ดวงตาก็เริ่มมีน้ำใสๆ ระรื่นขึ้นมาทีละนิด

‘ข้าไม่ควรปล่อยใจเช่นนี้ตั้งแต่แรก ควรที่จะเคยชินกับความมักมากของบุรุษที่ไม่ว่ายุคไหนก็ไม่มีทางแปรเปลี่ยนไปสิ เข้มแข็งไว้ซือซือเจ้ายังมีหน้าที่ที่ต้องทำ’

นางเช็ดน้ำตาจากหางตาเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้านท่ามกลางการเฝ้ามองจากคนสองคนที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นให้กับภาพตรงหน้าที่แอบมองอยู่เนิ่นนาน

“นี่ๆ คุณชายของเราทำเกินไปหรือไม่”

“จะไปรู้หรือ”

“น่าสงสารนางนะ”

“สงสารตัวเองก่อนดีหรือไม่ ไปได้แล้วพวกเรายังมีงานต้องทำอีกมากเลยนะ”

“โถ่ขอมองส่งนางอีกนิดไม่ได้หรือ”

“ไปได้แล้ว”

สิบวันผ่านไปและแล้วงานแต่งงานของบ้านสกุลหลิวและบ้านสกุลโหวก็มาถึง

ขบวนรับเจ้าสาวของบ้านสกุลโหวมารอที่หน้าบ้านสกุลหลิวตั้งแต่เช้า ทั้งบิดาและแม่เลี้ยงต่างก็วิ่งวุ่นรีบนำสินเดิมของเจ้าสาวออกมารอที่หน้าประตูท่ามกลางความวุ่นวายของคนในบ้าน

หลิวผิงเอ๋อเมื่อสบโอกาสเหมาะไม่มีใครสนใจนางนั้นก็รีบเดินเข้าไปในห้องของหลิวซือซือด้วยความรวดเร็ว

หน้ากระจกทองเหลืองมีสตรีที่ถูกจับแต่งหน้าทาชาดปากจนลูกเป็ดน้อยที่มอมแมมกลายเป็นหงส์ที่งดงามยิ่งนัก

“ฮึ ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะรักษาสัญญามาจนถึงวันนี้”

“ข้านั้นนึกตั้งใจให้โอกาสเจ้าได้กลับตัวแต่ก็ยังเหมือนเดิมหลิวผิงเอ๋อเจ้าคิดจริงๆ น่ะหรือว่าเจ้าจะมาแทนที่ของข้าได้ เรื่องราวฉาวๆ ของเจ้าน่าจะล่วงรู้ไปทั่วเมืองแล้วกระมัง”

“นี่เจ้า!”

“เมื่อข้าแต่งออกไปจากบ้านหลังนี้ข้าก็เป็นเหมือนคนนอกแล้ว กิจการที่ข้าเคยทำก็ยกส่วนหนึ่งให้ท่านพ่อดูแลแต่ข้าไม่ได้มอบมันให้เจ้า ดังนั้นอย่าคิดที่จะเป็นคุณหนูนอนสบายไม่ทำการทำงานเช่นนี้และหากว่าเจ้ากล้ายักยอกเงินของบ้านไป ข้านี่ล่ะจะเป็นคนเอาของทุกอย่างที่เคยให้พวกเจ้ากลับคืนมาเป็นของข้า”

“เจ้าขู่ข้างั้นหรือ”

“คนอย่างข้าไม่เคยขู่ใครพูดสิ่งใดล้วนทำจริงทั้งนั้น รับปากมาสิหากว่าเจ้ายังคิดก่อเรื่องขึ้นอีกของทุกๆ อย่างที่เจ้าครอบครองอยู่รวมไปถึงท่านพ่อท่านแม่ของเจ้า เจ้าต้องยินยอมยกให้ข้า”

หลิวผิงเอ๋อที่ได้ยินดังนั้นก็ตกใจเล็กน้อย

'ทุกอย่างเลยงั้นหรือ นางบ้าไปแล้วหรืออย่างไร'

“เจ้าเงียบนานเกินไปนะ ว่าอย่างไรกล้ารับปากข้าหรือไม่”

“ขะ ข้ารับปากก็ได้”

หลิวซือซือยกยิ้มก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ทั้งยังยืนจับจ้องใบหน้าของหลิวผิงเอ๋อไม่วางตา

'น่าเสียดายใบหน้างดงามเป็นที่หลงใหลของบุรุษทั้งเมืองแต่นิสัยของนางกลับตรงกันข้ามกันเสียอย่างนั้น'

“ซือซือออกมาได้แล้วขบวนเจ้าบ่าวมารอนานแล้วนะ อ้าว…ผิงเอ๋อเจ้าก็อยู่ที่นี่ด้วยงั้นหรือ”

“ท่านแม่ข้าเพียงมาดูแลความเรียบร้อยของพี่หญิงเท่านั้นเองเจ้าคะ”

เย่หลันมองดูนางด้วยหางตาก็รู้ได้ทันทีว่าหลิวผิงเอ๋อคงต้องมาหาเรื่องหลิวซือซือเป็นแน่

แต่ก่อนนางเกลียดชังลูกติดสามีผู้นี้มากแต่เพราะที่ผ่านมานางเปลี่ยนเป็นคนละคน ทั้งยังช่วยครอบครัวทำมาหากินไม่น้อยซึ่งต่างจากบุตรสาวของตนเองที่เอาแต่สร้างเรื่องราวให้นางปวดหัวไม่เว้นวัน

คงมีเพียงหลิวซือซือเท่านั้นที่พอจะกอบกู้หน้าตาสกุลหลิวกลับคืนมาได้บ้างแล้วจะไม่ให้นางย้ายข้างไปหาลูกเลี้ยงเช่นหลิวซือซือได้อย่างไร

“วันนี้เป็นวันมงคลของพี่สาวเจ้าๆ อย่าได้คิดจะก่อเรื่องหรือหาเรื่องนางเป็นอันขาด"

"ท่านแม่ข้าเป็นลูกสาวแท้ๆ ของท่านนะเหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้นกัน”

“เพราะว่าเป็นลูกสาวน่ะสิข้าถึงได้ตักเตือนเจ้ามันหัวสมองทึบคิดสิ่งดีๆ เหมือนคนอื่นได้ที่ไหนกัน”

“ท่านแม่!”

“เอาเถอะเจ้าคะนี่ก็ได้เวลาแล้วเรื่องในบ้านหลังจากนี้พวกท่านก็จัดการเองไม่เกี่ยวกับข้าแล้ว"

หลิวซือซือพูดจบก็ปรายตามองไปที่หลิวผิงเอ๋อ

“ส่วนเจ้าแม้จะอยู่ในฐานะบุตรสาวสกุลหลิวน้องสาวของข้าแต่หลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้าไม่อาจช่วยเจ้าปกปิดความผิดได้อีกแล้ว”

นางพูดจบก็เดินออกจากห้องนอนที่เคยใช้ชีวิตอยู่นานนับหลายเดือนและในที่สุดนางก็ได้ก้าวเท้าออกจากบ้านสกุลหลิวนี้ไปได้เสียที

'หวังว่าชีวิตข้างหน้าของข้าจะไม่มีเรื่องราวใดๆ ให้ปวดหัวอีกนะ'

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 20 ชีวิตนี้ยังอีกยาวไกลนัก

    ‘นางไว้ใจเขามากเกินไปหรือไม่นะ’หลิวซือซือว่าจ้างชาวบ้านในบริเวณโดยรอบของเมืองเข้ามาทำงานในฟาร์มผักแห่งใหม่นี้แผ่นดินที่เคยแห้งแล้งไม่ว่าจะปลูกพืชผักใดๆ ก็ไร้หนทางได้เก็บเกี่ยวนั้น นางก็สามารถพลิกฟื้นให้กลับมามีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งพืชผักผลไม้มากมายหลากหลายชนิดที่ไม่ค่อยจะมีใครปลูกได้ไม่ว่าจะเป็นผักสลัด มะเขือเทศลูกใหญ่ทั้งยังมีฟาร์มข้าวสาลีที่เวลานี้เริ่มสุกงอมได้ที่อีกไม่กี่วันข้างหน้าก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว“ซือซือ”เสียงเรียกของผู้เป็นสามีดังแว่วมาแต่ไกลเขาวิ่งมาหานางด้วยความรวดเร็วสีหน้าและแววตาของเขาแลดูเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย‘เป็นอะไรของเขา’“แดดแรงเช่นนี้เจ้าออกมาทำไมเล่า”“ข้ามาดูแลคนงานเผื่อ

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 19 ทวงคืนสัญญา

    หลังจากหลิวซือซือแต่งงานออกไปไม่นานก็ได้ยินมาว่าหลิวผิงเอ๋อนั้นถูกฮูหยินนายอำเภอทุบตีทำร้ายเกือบปางตายเพราะหลิวผิงเอ๋อแอบคบชู้กับสามีของนางนั่นเองใบหน้าที่เคยสวยหวานถูกตบตีจนแก้มนุ่มนิ่มที่เคยมีเลือดฝาดนั้นแตกไปหมด ดวงตาบวบปูดร่างกายถูกทุบตีจนเดินไม่ได้ อาการบาดเจ็บสาหัสทำให้หลิวผิงเอ๋อต้องนอนซมอยู่บนเตียงไปหลายวัน แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ นางแท้งลูก!“ท่านพ่อ”“ซือซือเจ้ามาแล้ว ละ…แล้วนั่น”“สามีของข้า ลูกเขยของท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ”“ห๋า ก็ไหนบอกว่า”“ท่านพ่อตาขออภัยที่ข้าไม่ได้บอกท่านแท้จริงแล้วเรื่องราวที่เกี่ยวกับบุตรชายสกุลโหวนั้นล้วนเป็นข้าที่ปล่อยข่าวลือเหล่านั้นออกไปทั้งสิ้น”“อะ อะไรนะ!”“ข้าเพียงแค่อยากเลือกเจ้าสาวผู้ที่จะต้องมาอยู่เคียงข้างกัน

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 18 งานแต่งของซือซือ

    บ้านสกุลโหวหลิวซือซือยืนมองป้ายประจำตระกูลที่ติดเอาไว้ที่เสาหน้าบ้านตัวอักษรที่บรรจงเขียนอย่างพลิ้วไหวดูงดงามมากพอๆ กับป้ายประจำตระกูลที่ถูกแกะสลักจากไม้เนื้อดีดูมีความสง่าน่าเกรงขามไม่น้อยแรกเริ่มเดิมทีนางก็ไม่คิดที่จะแต่งงานแทนน้องสาวต่างไส้ที่น่ารังเกียจผู้นั้นเลยแม้เพียงนิดแต่เมื่อคิดได้ว่านี่คงเป็นโอกาสเดียวที่จะได้ออกไปจากบ้านหลังนั้นจึงได้ตกปากรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะนางได้ยินมาอยู่บ้างว่าบุตรชายสกุลโหวนั้นรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ไม่น้อยแต่ก็ไม่อาจคืนคำพูดที่เคยให้สัญญากับบิดาเอาไว้ได้แต่ที่ทำให้นางตกตะลึงในเวลานี้ก็คือ….“แม่นางเจ้าเป็นอะไรงั้นหรือ”หลิวซือซือเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองป้ายด้านหน้าบ้านอีกครั้งก่อนจะขมวดคิ้วแน่น

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 17 ถึงเวลาแล้ว

    “ผิงเอ๋อเจ้าว่าอะไรนะ”“ข้าเห็นพี่หญิงเอาแต่พูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกับซือหยางคนงานที่มาทำงานในไร่ของเราน่ะเจ้าค่ะ""ท่านพ่อหากปล่อยไว้แบบนี้อาจจะทำให้บ้านของเราเสียหายได้นะเจ้าคะ สัญญาแต่งงานของสกุลหลิวกับสกุลโหวอาจสั่นคลอนได้ของหมั้นที่ทางฝั่งนั้นส่งมาก็อาจถูกริบคืนแว่วว่าท่านพ่อใช้มันไปบางส่วนแล้วไม่ใช่หรือ”หลิวผิงเอ๋อพยายามเป่าหูผู้เป็นบิดาและมารดาเพื่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะขับไล่หลิวซือซือออกไปจากบ้านให้เร็วขึ้นและของทุกอย่างที่เป็นของหลิวซือซือย่อมตกเป็นของนางใบหน้าที่ร้ายกาจของผู้เป็นบุตรสาวอยู่ในการจับจ้องมองของมารดาตลอดเย่หลันถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้าที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านมานานนับกี่ปีหลิวผิงเอ๋อก็ยังคงไม่เปลี่ยนไปเลย นางที่เอาแต่สนใจความสุขสบายของบุตรสาวจนลืมนึกไปว่าควรที่จะสั่งสอนนางให้ดีกว่านี้

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 16 คนนอก

    ‘สักวันเถอะข้าต้องได้ดีกว่าเจ้าอย่างแน่นอน หลิวซือซือ’เป็นเวลากว่าเจ็ดวันแล้วที่หลิวผิงเอ๋อไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนทั้งยังไม่ยอมออกมาช่วยงานในไร่เลยสักครั้ง หลิวซือซือครั้นอยากจะเข้าไปดึงนางให้ลุกจากเตียงนอนก็ดูเหมือนว่าท่านพ่อจะพยายามห้ามนางเอาไว้“ท่านพ่อเหตุใดท่านจึงตามใจนางเช่นนี้กันเล่าเจ้าคะ”“โถ่ซือซือ ผิงเอ๋อเองก็ยังเด็กเจ้าจะอะไรกับนางนักหนา”“เด็กแบบไหนถึงได้เที่ยวไปนอนกับคนอื่นไปทั่ว”“ซือซือ!”“หรือไม่จริง หากท่านยังตามใจนางเช่นนี้สักวันเถอะนางจะนำความเดือดร้อนมาให้พวกท่านไม่รู้จบ”“นั่นมันก็เรื่องของพวกข้า ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”หลิวซือซือจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นพ่อไม่คิดว่าเขาจะพูดเ

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 15 ตัวสร้างปัญหา

    หลิวซือซือสั่งการให้สาวใช้ของนางจัดการงานที่บ้าน ส่วนนางและพ่อบ้านหลูก็เดินทางไปในตัวเมืองด้วยความรวดเร็วเมื่อทั้งสองมาถึงกลางตลาดก็ได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวายลั่นไปทั่วท้องถนนเมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นหลิวผิงเอ๋อที่กำลังนั่งจมปุกอยู่กลางถนนโดยมีสตรีนางหนึ่งที่ยืนจังก้าท้าวเอวพร้อมทั้งชี้นิ้วตรงมาที่นาง ปากสีแดงสดเอาแต่ร่ายคำด่าออกมาไม่มีหยุด เมื่อสายตาของนางสะดุดเข้ากับร่างๆ หนึ่งก็หยุดการกระทำนั้นไปทันที หลิวซือซือจ้องมองใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นก่อนจะเอ่ยปากถามไปว่า“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ”“เจ้าควรจะดูแลน้องสาวของเจ้าให้ดีกว่านี้สิซือซือ รู้หรือไม่ว่านางมาวอแวกับสามีของข้า”“อะไรนะ”“ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ไปถึงขั้นไหนกันแล้ววันนี้มีคนมาบอกข้าว่าเห็นนางกับสามีของข้าออกมาจากโรงเตี๊ยมนี่ ข้าจึงตามมาดูแล้วก็เป็นอย่างที่คนเขาพูดจริงๆ”“

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 13 นางสติดีอยู่หรือไม่

    อากาศหนาวที่หนาวเย็นจับใจทำให้ชาวบ้านแทบจะทุกหลังคาเรือนไม่มีผู้ใดออกมาทำมาหากินในตอนค่ำเลยสักคน ผู้คนดูจะอดอยากมากขึ้นเรื่อยๆหลิวซือซือที่นั่งอยู่บนรถม้าโดยมีพ่อบ้านหลูเป็นสารถีขับรถม้าให้ก็เลิกผ้าม่านขึ้นมองเห็นความทุกข์เวทน

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 12 แผนการช่วยเหลือ

    หลิวผิงเอ๋อได้เพียงแค่ยืนย่ำเท้ากับพื้นเท่านั้นไม่กล้าที่จะพูดสิ่งใดออกไปเพราะความจริงแล้วสิ่งที่หลิวซือซือพูดออกมานั้นก็ไม่ได้ผิดแผกไปแต่อย่างใด‘ใช่แล้วเวลานี้นางไม่มีความสามารถใดๆ ในการที่จะทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้หร

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 11 บ้านใหม่

    หลังกลับจากในเมืองหลิวซือซือก็มอบหมายให้พ่อบ้านหลูไปติดต่อกับหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อเช่าซื้อบ้านว่างหลังใหญ่ท้ายหมู่บ้านหลังนั้น หากจำนวนเงินมีมากพอนางตั้งใจจะซื้อขาดตามที่ตั้งใจเอาไว้พ่อบ้านหลูจัดการตามที่นางสั่งการพร้อมทั้งส่งค

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 10 นักเลงที่ว่าก็คือพวกข้านั่นเอง

    ‘นะ นักเลงที่นางว่ามันคือพวกเขาไม่ใช่หรือ’“อะแฮ่ม คือว่าพวกข้าเป็นบุรุษใยต้องกลัวคนพวกนั้นกัน ว่าแต่เจ้าเถอะมาทำอะไรที่นี่”"ข้าหรือ”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status