Share

บทที่ 16 คนนอก

Author: Jiulin
last update publish date: 2026-06-27 09:00:51

‘สักวันเถอะข้าต้องได้ดีกว่าเจ้าอย่างแน่นอน หลิวซือซือ’

เป็นเวลากว่าเจ็ดวันแล้วที่หลิวผิงเอ๋อไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนทั้งยังไม่ยอมออกมาช่วยงานในไร่เลยสักครั้ง หลิวซือซือครั้นอยากจะเข้าไปดึงนางให้ลุกจากเตียงนอนก็ดูเหมือนว่าท่านพ่อจะพยายามห้ามนางเอาไว้

“ท่านพ่อเหตุใดท่านจึงตามใจนางเช่นนี้กันเล่าเจ้าคะ”

“โถ่ซือซือ ผิงเอ๋อเองก็ยังเด็กเจ้าจะอะไรกับนางนักหนา”

“เด็กแบบไหนถึงได้เที่ยวไปนอนกับคนอื่นไปทั่ว”

“ซือซือ!”

“หรือไม่จริง หากท่านยังตามใจนางเช่นนี้สักวันเถอะนางจะนำความเดือดร้อนมาให้พวกท่านไม่รู้จบ”

“นั่นมันก็เรื่องของพวกข้า ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”

หลิวซือซือจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นพ่อไม่คิดว่าเขาจะพูดเหมือนว่านางเป็นคนนอกครอบครัวเช่นนี้

“คือว่า ซือซือพ่อ”

“ได้ท่านพ่อเช่นนั้นจากนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้านั้นไม่ขอยุ่งเกี่ยวอีก เชิญพวกท่านประคบประหงมนางได้ตามสบายเลย”

พูดจบก็เดินหนีหายออกไปจากบ้านท่ามกลางสายตาที่รู้สึกผิดจากบิดา เย่เหลันที่ยืนแอบฟังอยู่นั้นต้องรีบเดินเข้ามาหาเขาทันที

“ท่านพี่”

“ข้าไม่ควรพูดแบบนั้นกับซือซือเลย”

“นางไม่ใช่เด็กๆ แล้ว ข้าคิดว่านางคงจะเข้าใจท่านเป็นแน่”

เขาพยักหน้าให้ผู้เป็นภรรยาเล็กน้อยก่อนจะหันไปจ้องมองแผ่นหลังตรงสวยของบุตรสาวคนโตที่เดินพ้นออกไปจากรั้วบ้านแล้ว

ตั้งแต่ที่นางทะเลาะกันกับบิดาหลิวซือซือก็เลี่ยงการกินอาหารกับทั้งสามมาโดยตลอด

นางมักจะไปกินพร้อมๆ กันกับคนงานในไร่ตกเย็นก็จะรับสำรับจากสาวใช้ขึ้นไปกินบนห้องเพียงลำพัง

การกระทำหมางเมินของนางทำให้หลิวหลงเยี่ยนและเย่หลันก็อดที่จะกังวลใจไปไม่น้อย

“ไม่คิดว่านางจะโกรธมาจนถึงวันนี้เลยนะเจ้าคะท่านพี่”

“ข้าต้องไปขอโทษนาง”

“เช่นนั้นข้าจะทำของหวานของโปรดให้นางด้วย”

“ไม่ๆ ข้าทำเองๆ นางจะได้รู้ว่าข้านั้นใส่ใจและไม่เคยทอดทิ้งนาง”

“ก็ได้เจ้าค่ะ”

เย่หลันมองใบหน้าที่เริ่มมีรอยเหี่ยวย่นของผู้เป็นสามีด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน

ตั้งแต่ที่นางแต่งงานเข้ามาในบ้านสกุลหลิวก็ไม่มีวันใดที่จะคิดร้ายกับสามีผู้นี้เลยแม้เพียงนิด

บุตรสาวเพียงคนเดียวที่คิดว่าจะพึ่งพาได้กลับก่อเรื่องจนต้องให้ลูกเลี้ยงเช่นหลิวซือซือตามล้างตามเช็ดให้เรื่อยมา

‘น่าอายเสียจริง’

เช้าวันถัดไปหลิวหลงเยี่ยนที่ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ลุกขึ้นมาทำขนมกุ้ยฮวาของโปรดของหลิวซือซือโดยมีเย่หลันภรรยาของเขาคอยเป็นลูกมือช่วยเหลือ

เมื่อทำขนมเสร็จเรียบร้อยเขาจึงเดินถือตะกร้าเข้าไปในไร่บริเวณที่นางกำลังนั่งทำงานอยู่

“นายท่านถืออะไรมาเจ้าคะข้าช่วยเจ้าค่ะ”

“ไม่ต้องหรอกเจ้ามีอะไรทำก็ไปทำเถอะ”

“อะ เอ่อ”

สาวใช้ของหลิวซือซือหันไปสบตาผู้เป็นนายสาวเมื่อนางพยักหน้าให้เล็กน้อยนางจึงก้าวเท้าออกไปจากสวนด้วยความรวดเร็ว

“ท่านมาทำไมหรือ ร้อยวันพันปีไม่เคยเดินมาถึงบริเวณนี้”

“เจ้าอย่าพูดเช่นนั้นสิมันทำให้พ่อรู้สึกว่าเจ้ายังโกรธพ่ออยู่”

“ข้านั้นหรือจะไปกล้าโกรธอะไรพวกท่าน พวกท่านเลี้ยงข้ามาตั้งแต่…เอ่อ ตั้งแต่ยังเล็กบุญคุณนั้นมากล้นข้าไม่กล้าคิดโกรธหรือขุ่นเคืองใดๆ หรอก”

หลิวซือซือพูดออกมาแต่ไม่ยอมมองหน้าบิดาแต่อย่างใด

“ซือซือพ่อขอโทษ พ่อรู้ว่าพ่อผิดไปแล้ว

ผิงเอ๋อนางนิสัยเสียเพราะพ่อตามใจนางมากเกินไปจึงละเลยต่อเจ้า

แต่จากนี้ไปพ่อจะอบรมนางให้เข้มงวดกว่านี้”

หลิวซือซือเดิมนางก็ไม่ได้โกรธอะไรเขาแล้วแม้ก่อนหน้าจะโกรธที่เขากล่าววาจาเช่นนั้นออกมาเหมือนว่านางไม่ใช่คนในครอบครัวของพวกเขา

แต่พอมานึกๆ ดูแล้วนางเองก็ไม่ใช่คนในครอบครัวนี้จริงๆ เสียหน่อยแล้วนางจะโกรธพวกเขาไปเพื่ออะไร ไร้สาระเสียจริง

“ในตระกร้านั่นมีอะไรหรือกลิ่นหอมยิ่งนัก”

“ขนมกุ้ยฮวาของโปรดของเจ้าพ่อทำเองเลยนะชิมดูสิ”

เขายื่นขนมหนึ่งก้อนมาให้นาง

หลิวซือซือรับเอาไว้ก่อนจะกัดกินไปคำหนึ่ง

“อร่อย ท่านพ่อทำเองจริงๆ หรือ”

“ก็จริงน่ะสิ เอ่อแต่แม่เลี้ยงของเจ้าก็ช่วยข้าปรุงรสด้วย”

“ฮึ”

นางจ้องมองใบหน้าของบุรุษตรงหน้า

‘เป็นพ่อแม่คนช่างยากเย็นอะไรเช่นนี้นะ’

“เจ้าหายโกรธพ่อเถอะนะกลับบ้านไปกินข้าวด้วยกันอย่าทำหมางเมินเช่นนี้เลย”

“ข้าไม่ได้โกรธท่านแล้ว”

“จริงหรือ”

“ข้าเพียงแค่อยากให้พวกท่านเคยชินกับการไม่มีข้า”

“เจ้าหมายความว่าอย่างไรกัน”

“ท่านพ่อลืมไปแล้วหรือเจ้าคะว่าใกล้ถึงกำหนดสัญญาแต่งงานกับบ้านสกุลโหวแล้ว”

เขามองนางตาโตทำเหมือนว่าเพิ่งจะนึกเรื่องนี้ขึ้นได้จริงๆ ที่ผ่านมาเพราะเอาแต่ทำงานและดูแลครอบครัวจึงลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท

หลิวซือซือก็คอยดูแลพวกเขามาอย่างดีหากจะเห็นแก่ตัวส่งนางไปแต่งงานแทนหลิวผิงเอ๋อ ครั้งนี้เขาคงเห็นแก่ตัวจริงๆ

“ซือซือเรื่องนี้เจ้าไม่ต้องเป็นกังวล ผิงเอ๋อใกล้วัยปักปิ่นแล้วดังนั้น”

“ได้อย่างไรกันเจ้าคะข้าให้สัญญาแล้วก็ต้องรักษาสัญญา หลิวผิงเอ๋อยังต้องได้รับการอบรมมารยาทและเรื่องในเรือนอีกมากมายนัก นางยังไม่พร้อมที่จะออกเรือนจริงๆ นั่นล่ะเจ้าคะ”

“ซือซือ”

“ท่านพ่อโปรดวางใจข้านั้นเต็มใจจะแต่งงานแทนนาง ท่านไม่ต้องพูดเรื่องนี้แล้วเย็นนี้ข้าจะร่วมโต๊ะอาหารกับพวกท่าน”

แววตาที่เด็ดเดี่ยวและคำพูดที่มั่นคงของนางทำให้หลิวหลงเยี่ยนคลายใจลงไปมาก

เขารับเอาตระกร้ามาถือไว้ก่อนจะเดินหายกลับเข้าไปในบ้านหลังใหญ่บ้านที่นางตั้งใจซื้อเป็นของขวัญให้เขาก่อนจากลากัน

พักนี้ซือหยางเอาแต่ตามติดหลิวซือซือแทบจะทุกย่างก้าวจนนางเริ่มรู้สึกรำคานใจไม่น้อย

ใบหน้าที่มอมแมมของเขาทำให้เหล่าสตรีน้อยใหญ่ในหมู่บ้านไม่ได้ให้ความสนใจเขานักแต่นั่นกลับทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจอย่างยิ่ง

“นี่ซือหยางเหตุใดถึงไม่ล้างหน้าล้างตาของเจ้าเสียบ้างเผื่อว่าจะมีสตรีคนใดสนใจในตัวเจ้าขึ้นมาอย่างไรล่ะ หนวดเคราของเจ้าปล่อยเอาไว้แบบนี้ได้อย่างไรเหมือนโจรป่าไม่มีผิด”

“ก็ข้าชอบที่ข้าเป็นแบบนี้หรือเจ้าเองก็รังเกียจข้าอย่างนั้นหรือ”

เขาเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสลดใบหน้าที่เหมือนโจรป่านั้นเหมือนจะโกรธนางอยู่ไม่น้อย

“ข้าหมายถึงอยากให้เจ้าดูดีบ้างจะได้มีฮูหยินกับเขาเสียทีไม่ใช่ว่าเจ้าเองก็อายุเกือบจะถึงวัยสวมหมวกแล้วหรอกหรือ”

“เจ้าเองก็จะถึงวัยปักปิ่นแล้วเช่นกันนี่นาแต่จะว่าไปเจ้าอายุน้อยกว่าข้าเกือบจะห้าปีเลยนะ ไม่เรียกข้าว่าท่านพี่เล่า”

“อี๊ ไม่เอาหรอกขนลุกตายเลยอีกอย่างวันก่อนเจ้ายังแก้ผ้าลงเล่นน้ำจนข้าเกือบจะเห็นหนอนน้อยของเจ้าแล้วนะพี่ชายบ้าบออะไรถึงทำตัวเป็นเด็กๆ เช่นนี้”

เขาชายตามองสตรีตรงหน้าแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ เป็นน้องเป็นนุ่งจะจับตีก้นให้เข็ด

‘เหตุใดถึงพูดจาได้น่าไม่อายเช่นนี้กันนะ’ 

“เจ้ากลับบ้านได้แล้วกระมังมืดค่ำเช่นนี้คนที่บ้านไม่ห่วงแย่หรือ”

“ก็ได้”

ชายหนุ่มหมดคำจะพูดกับหญิงสาวเขาเดินคอตกออกไปจากไร่สกุลหลิวท่ามกลางการเฝ้ามองจากใครบางคน

หลิวผิงเอ๋อที่ยืนอยู่หน้าบ้านจ้องมองคนทั้งคู่ที่เอาแต่หยอกล้อกันไปมารูปร่างหน้าตาของบุรุษผู้นั้นก็พอใช้ได้แต่ใบหน้าที่เหมือนโจรเช่นนั้นช่างเหมาะสมกับนางไม่มีผิดเพี้ยน

หากไม่ใช่ว่าหลิวซือซือต้องแต่งงานแทนนางแล้วล่ะก็นางคงเอาเรื่องนี้ไปป่าวประกาศให้รู้กันทั่วทั้งเมืองแล้ว

เมื่อคิดอะไรบางอย่างได้นางก็เหยียดยิ้มออกมาอย่างร้ายกาจแล้วรีบเดินกลับเข้าไปในบ้านด้วยความรวดเร็ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 20 ชีวิตนี้ยังอีกยาวไกลนัก

    ‘นางไว้ใจเขามากเกินไปหรือไม่นะ’หลิวซือซือว่าจ้างชาวบ้านในบริเวณโดยรอบของเมืองเข้ามาทำงานในฟาร์มผักแห่งใหม่นี้แผ่นดินที่เคยแห้งแล้งไม่ว่าจะปลูกพืชผักใดๆ ก็ไร้หนทางได้เก็บเกี่ยวนั้น นางก็สามารถพลิกฟื้นให้กลับมามีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งพืชผักผลไม้มากมายหลากหลายชนิดที่ไม่ค่อยจะมีใครปลูกได้ไม่ว่าจะเป็นผักสลัด มะเขือเทศลูกใหญ่ทั้งยังมีฟาร์มข้าวสาลีที่เวลานี้เริ่มสุกงอมได้ที่อีกไม่กี่วันข้างหน้าก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว“ซือซือ”เสียงเรียกของผู้เป็นสามีดังแว่วมาแต่ไกลเขาวิ่งมาหานางด้วยความรวดเร็วสีหน้าและแววตาของเขาแลดูเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย‘เป็นอะไรของเขา’“แดดแรงเช่นนี้เจ้าออกมาทำไมเล่า”“ข้ามาดูแลคนงานเผื่อ

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 19 ทวงคืนสัญญา

    หลังจากหลิวซือซือแต่งงานออกไปไม่นานก็ได้ยินมาว่าหลิวผิงเอ๋อนั้นถูกฮูหยินนายอำเภอทุบตีทำร้ายเกือบปางตายเพราะหลิวผิงเอ๋อแอบคบชู้กับสามีของนางนั่นเองใบหน้าที่เคยสวยหวานถูกตบตีจนแก้มนุ่มนิ่มที่เคยมีเลือดฝาดนั้นแตกไปหมด ดวงตาบวบปูดร่างกายถูกทุบตีจนเดินไม่ได้ อาการบาดเจ็บสาหัสทำให้หลิวผิงเอ๋อต้องนอนซมอยู่บนเตียงไปหลายวัน แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ นางแท้งลูก!“ท่านพ่อ”“ซือซือเจ้ามาแล้ว ละ…แล้วนั่น”“สามีของข้า ลูกเขยของท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ”“ห๋า ก็ไหนบอกว่า”“ท่านพ่อตาขออภัยที่ข้าไม่ได้บอกท่านแท้จริงแล้วเรื่องราวที่เกี่ยวกับบุตรชายสกุลโหวนั้นล้วนเป็นข้าที่ปล่อยข่าวลือเหล่านั้นออกไปทั้งสิ้น”“อะ อะไรนะ!”“ข้าเพียงแค่อยากเลือกเจ้าสาวผู้ที่จะต้องมาอยู่เคียงข้างกัน

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 18 งานแต่งของซือซือ

    บ้านสกุลโหวหลิวซือซือยืนมองป้ายประจำตระกูลที่ติดเอาไว้ที่เสาหน้าบ้านตัวอักษรที่บรรจงเขียนอย่างพลิ้วไหวดูงดงามมากพอๆ กับป้ายประจำตระกูลที่ถูกแกะสลักจากไม้เนื้อดีดูมีความสง่าน่าเกรงขามไม่น้อยแรกเริ่มเดิมทีนางก็ไม่คิดที่จะแต่งงานแทนน้องสาวต่างไส้ที่น่ารังเกียจผู้นั้นเลยแม้เพียงนิดแต่เมื่อคิดได้ว่านี่คงเป็นโอกาสเดียวที่จะได้ออกไปจากบ้านหลังนั้นจึงได้ตกปากรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะนางได้ยินมาอยู่บ้างว่าบุตรชายสกุลโหวนั้นรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ไม่น้อยแต่ก็ไม่อาจคืนคำพูดที่เคยให้สัญญากับบิดาเอาไว้ได้แต่ที่ทำให้นางตกตะลึงในเวลานี้ก็คือ….“แม่นางเจ้าเป็นอะไรงั้นหรือ”หลิวซือซือเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองป้ายด้านหน้าบ้านอีกครั้งก่อนจะขมวดคิ้วแน่น

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 17 ถึงเวลาแล้ว

    “ผิงเอ๋อเจ้าว่าอะไรนะ”“ข้าเห็นพี่หญิงเอาแต่พูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกับซือหยางคนงานที่มาทำงานในไร่ของเราน่ะเจ้าค่ะ""ท่านพ่อหากปล่อยไว้แบบนี้อาจจะทำให้บ้านของเราเสียหายได้นะเจ้าคะ สัญญาแต่งงานของสกุลหลิวกับสกุลโหวอาจสั่นคลอนได้ของหมั้นที่ทางฝั่งนั้นส่งมาก็อาจถูกริบคืนแว่วว่าท่านพ่อใช้มันไปบางส่วนแล้วไม่ใช่หรือ”หลิวผิงเอ๋อพยายามเป่าหูผู้เป็นบิดาและมารดาเพื่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะขับไล่หลิวซือซือออกไปจากบ้านให้เร็วขึ้นและของทุกอย่างที่เป็นของหลิวซือซือย่อมตกเป็นของนางใบหน้าที่ร้ายกาจของผู้เป็นบุตรสาวอยู่ในการจับจ้องมองของมารดาตลอดเย่หลันถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้าที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านมานานนับกี่ปีหลิวผิงเอ๋อก็ยังคงไม่เปลี่ยนไปเลย นางที่เอาแต่สนใจความสุขสบายของบุตรสาวจนลืมนึกไปว่าควรที่จะสั่งสอนนางให้ดีกว่านี้

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 16 คนนอก

    ‘สักวันเถอะข้าต้องได้ดีกว่าเจ้าอย่างแน่นอน หลิวซือซือ’เป็นเวลากว่าเจ็ดวันแล้วที่หลิวผิงเอ๋อไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนทั้งยังไม่ยอมออกมาช่วยงานในไร่เลยสักครั้ง หลิวซือซือครั้นอยากจะเข้าไปดึงนางให้ลุกจากเตียงนอนก็ดูเหมือนว่าท่านพ่อจะพยายามห้ามนางเอาไว้“ท่านพ่อเหตุใดท่านจึงตามใจนางเช่นนี้กันเล่าเจ้าคะ”“โถ่ซือซือ ผิงเอ๋อเองก็ยังเด็กเจ้าจะอะไรกับนางนักหนา”“เด็กแบบไหนถึงได้เที่ยวไปนอนกับคนอื่นไปทั่ว”“ซือซือ!”“หรือไม่จริง หากท่านยังตามใจนางเช่นนี้สักวันเถอะนางจะนำความเดือดร้อนมาให้พวกท่านไม่รู้จบ”“นั่นมันก็เรื่องของพวกข้า ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”หลิวซือซือจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นพ่อไม่คิดว่าเขาจะพูดเ

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 15 ตัวสร้างปัญหา

    หลิวซือซือสั่งการให้สาวใช้ของนางจัดการงานที่บ้าน ส่วนนางและพ่อบ้านหลูก็เดินทางไปในตัวเมืองด้วยความรวดเร็วเมื่อทั้งสองมาถึงกลางตลาดก็ได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวายลั่นไปทั่วท้องถนนเมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นหลิวผิงเอ๋อที่กำลังนั่งจมปุกอยู่กลางถนนโดยมีสตรีนางหนึ่งที่ยืนจังก้าท้าวเอวพร้อมทั้งชี้นิ้วตรงมาที่นาง ปากสีแดงสดเอาแต่ร่ายคำด่าออกมาไม่มีหยุด เมื่อสายตาของนางสะดุดเข้ากับร่างๆ หนึ่งก็หยุดการกระทำนั้นไปทันที หลิวซือซือจ้องมองใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นก่อนจะเอ่ยปากถามไปว่า“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ”“เจ้าควรจะดูแลน้องสาวของเจ้าให้ดีกว่านี้สิซือซือ รู้หรือไม่ว่านางมาวอแวกับสามีของข้า”“อะไรนะ”“ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ไปถึงขั้นไหนกันแล้ววันนี้มีคนมาบอกข้าว่าเห็นนางกับสามีของข้าออกมาจากโรงเตี๊ยมนี่ ข้าจึงตามมาดูแล้วก็เป็นอย่างที่คนเขาพูดจริงๆ”“

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 13 นางสติดีอยู่หรือไม่

    อากาศหนาวที่หนาวเย็นจับใจทำให้ชาวบ้านแทบจะทุกหลังคาเรือนไม่มีผู้ใดออกมาทำมาหากินในตอนค่ำเลยสักคน ผู้คนดูจะอดอยากมากขึ้นเรื่อยๆหลิวซือซือที่นั่งอยู่บนรถม้าโดยมีพ่อบ้านหลูเป็นสารถีขับรถม้าให้ก็เลิกผ้าม่านขึ้นมองเห็นความทุกข์เวทน

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 12 แผนการช่วยเหลือ

    หลิวผิงเอ๋อได้เพียงแค่ยืนย่ำเท้ากับพื้นเท่านั้นไม่กล้าที่จะพูดสิ่งใดออกไปเพราะความจริงแล้วสิ่งที่หลิวซือซือพูดออกมานั้นก็ไม่ได้ผิดแผกไปแต่อย่างใด‘ใช่แล้วเวลานี้นางไม่มีความสามารถใดๆ ในการที่จะทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้หร

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 11 บ้านใหม่

    หลังกลับจากในเมืองหลิวซือซือก็มอบหมายให้พ่อบ้านหลูไปติดต่อกับหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อเช่าซื้อบ้านว่างหลังใหญ่ท้ายหมู่บ้านหลังนั้น หากจำนวนเงินมีมากพอนางตั้งใจจะซื้อขาดตามที่ตั้งใจเอาไว้พ่อบ้านหลูจัดการตามที่นางสั่งการพร้อมทั้งส่งค

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 10 นักเลงที่ว่าก็คือพวกข้านั่นเอง

    ‘นะ นักเลงที่นางว่ามันคือพวกเขาไม่ใช่หรือ’“อะแฮ่ม คือว่าพวกข้าเป็นบุรุษใยต้องกลัวคนพวกนั้นกัน ว่าแต่เจ้าเถอะมาทำอะไรที่นี่”"ข้าหรือ”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status